มะเร็ งตับ หรื อชื่อทางการแพทย์
                                                             ว่า Hematoma หรื อ Hepatocellular carcinoma เกิดขึ้นจากหลายปั จจัย ไม่มี
                                                             สามารถระบุได้แน่ชด แต่มีปัจจัยเสี่ ยงมากมายที่เชื่อว่าเป็ นสาเหตุที่เพิ่มโอกาส
                                                                                  ั
                                                             ให้เกิดมะเร็ งตับ แนวทางที่จะกล่าวนี้ นามาจากความคิดเห็นของทีมแพทย์และ
                                                             พยาบาลซึ่งทางานใน American Cancer Society's Cancer Information
                                                             Database Editorial Board โดยนามาจากการแปลผลของการศึกษาวิจยที่ได้ลง      ั
                                                                    วารสารการแพทย์ประกอบกับประสบการณ์เฉพาะทางของบุคคลเหล่านั้น
                                                               ไม่ใช่แนวปฏิบติอย่างเป็ นทางการที่จะนาไปใช้แทนวิธีการรักษามะเร็ งตับของ
                                                                               ั
                                                             ทีมแพทย์ที่ดูแลคุณอยู่ แต่เพียงใช้ช่วยในการพิจารณาตัดสิ นใจของคุณและ
ครอบครัวเกี่ยวกับการรักษามะเร็งตับร่ วมกับแพทย์ของคุณแพทย์ของคุณอาจมีเหตุผลในการเลือกวิธีการรักษามะเร็ งตับที่อาจแตกต่างไป อย่าลังเล
ที่จะซักถามเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษามะเร็ งตับของคุณกับแพทย์ ผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับระยะเริ่ มแรกมักไม่มีอาการอะไรผิดปกติ จนกว่าโรค
                                                                 ้
จะดาเนินไปถึงระยะท้ายๆ แล้ว ทาให้ยากต่อการตรวจพบมะเร็ งตับตั้งแต่ระยะแรก ดังนั้นจึงยังไม่มีการตรวจมะเร็ งตับระยะเริ่ มแรก และ มะเร็ งตับ
ขนาดเล็กนี้ตรวจพบได้ยากจากการตรวจร่ างกายอีกด้วย




     โรคอ้วน
     โรคเบาหวาน โดยเฉพาะผูที่ดื่มแอลกอฮอล์มากและ/หรื อมีภาวะตับอักเสบร่ วมด้วย
                                   ้
     โรคตับแข็ง เซลล์ตบจะถูกทาลายและแทนที่ดวยรอยแผลเป็ น สาเหตุมกเกิดจากการดื่ม
                           ั                       ้                     ั
     พยาธิใบไม้ในตับ การบริ โภคอาหารดิบ
     เพศชายมีโอกาสเสี่ ยงมากกว่าเพศหญิง อาจเป็ นผลมาจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่
     การเสื่ อมสมรรถภาพทางเพศ พบว่ามีการเพิ่มความเสี่ ยงต่อมะเร็ งตับ
     เชื้อชาติ เช่น เอเชียอเมริ กา ชาวเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มีโอกาสเป็ นมะเร็ งตับสูง
     ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็ นสาเหตุของโรคตับแข็ง สามารถติดต่อได้ทาง
     เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉี ดยาร่ วมกัน จากมารดาสู่ทารกในครรภ์ และการรับเลือด
     แอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงภาวะธาตุเหล็กเกินในร่ างกาย
                                                    ่
      Alfa toxins เป็ นสารที่สร้างมาจากเชื้อราซึ่งอยูในพืชตระกูลถัวชนิดต่างๆ ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด เป็ นต้น การได้รับสารชนิดนี้เป็ น
                                                                  ่
      เวลานานเพิ่มโอกาสเสี่ ยงในการเป็ นมะเร็ งตับ
     Vinyl chloride and Thorium dioxide แต่ในปัจจุบนได้ถกกฎหมายควบคุมการใช้แล้ว
                                                       ั   ู
     Anabolic steroids หรื อฮอร์โมนเพศชาย ที่นกกีฬาบางคนใช้เป็ นยากระตุนกาลัง
                                                 ั                         ้
 สารหนู หากได้รับติดต่อกันก็เพิ่มปั จจัยเสี่ ยงต่อมะเร็ งตับ
     สาเหตุอ่ืนๆ ที่รองลงมา ได้แก่ การสูบบุหรี่ รวมถึงยาเม็ดคุมกาเนิดบางชนิด ซึ่งเคยมีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ ยงในการเป็ นมะเร็ งตับ แต่ไม่มี
             ั
      ที่ใช้กนแล้วในปัจจุบน
                          ั
     แนะนาให้ฉีดวัคซีนป้ องกันไวรัสตับอักเสบ บี แก่เด็กทุกราย รวมทั้งให้ความรู ้แก่ประชาชนถึงวิธีการติดต่อของไวรัสตับอักเสบ บี และซี




      ในระยะแรกมะเร็ งตับ มักไม่มีอาการที่ทาให้สงเกตุได้ จนกว่าก้อนมะเร็ งจะโตขึ้น จนผูป่วยมะเร็ งตับเริ่ มมีอาการแน่นอึดอัดท้องเหมือน
                                                    ั                                         ้
          ่
อาหารไม่ยอย จนวินิจฉัยได้ยาก หรื อมีอาการคล้ายกับเป็ นโรคแผลในกระเพาะอาหารผูป่วยมะเร็งตับบางรายอาจมีอาการปวดเฉพาะที่บริ เวณชาย
                                                                                      ้
โครงขวา ซึ่งเป็ นตาแหน่งของตับ เมื่อก้อนโตมากขึ้นอีกเช่น เบื่ออาหาร น้ าหนักลด ถ้าเป็ นมากขึ้นอาจมีทองบวมขึ้นเหมือนท้องมาร เนื่องจากมีน้ า
                                                                                                    ้
แทรกในช่องท้อง นอกจากนี้ยงมีอาการมะเร็ งตับอื่น ๆ เช่น
                               ั
    1. มีไข้
    2. ท้องบวม
    3. คันตามตัว
    4. ปวดท้องเรื้ อรัง
    5. เบื่ออาหารเรื้ อรัง
    6. ตัวเหลือง ตาเหลือง
    7. คลื่นไส้อาเจียนบ่อย
    8. น้ าหนักลด (โดยที่ไม่ได้พยายามลดน้ าหนักหรื อควบคุมอาหาร)
    9. จุกแน่นท้องหลังกินอาหารเพียงปริ มาณไม่มาก
                             ้
    10. ตับโตหรื อคลาได้กอนใต้ชายโครงขวา
                           ้
    11. ม้ามโตหรื อคาได้กอนใต้ชายโครงซ้าย
    12. เส้นเลือดดาบริ เวณหน้าท้องโป่ งพอง
    13. อาการของตับอักเสบเรื้ อรังหรื อตับแข็งแย่ลง
นอกจากนี้ มะเร็ งตับบางชนิดอาจสร้างฮอร์โมนบางอย่าง ซึ่งอาจทาให้มีอาการดังต่อไปนี้
    1. แคลเซียมในเลือดสูง ทาให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก สับสน กล้ามเนื้ออ่อนแรง
    2. น้ าตาลในเลือดต่า ทาให้มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืดเป็ นลม
    3. เต้านมมีขนาดใหญ่ข้ ึน และ/หรื อ อัณฑะมีขนาดเล็กลงในเพศชาย
อาการเหล่านี้อาจทาให้แพทย์คิดถึงโรคทางระบบประสาทหรื อต่อมไร้ท่อมากกว่าโรคตับ ต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัย




    1.                                                            เป็ นมะเร็ งที่พบได้บ่อยในผูป่วยมะเร็งตับที่เป็ นโรคตับอักเสบเรื้ อรังจากไวรัส
                                                                                              ้
         ตับอักเสบ การทานอาหารที่มีเชื้อราอัลฟาท๊อกซิน และตับแข็งเรื้ อรัง โดยพบได้บ่อยในผูชายมากกว่าผูหญิง ในกลุ่มของผูป่วยมะเร็ งตับที่
                                                                                                  ้         ้                 ้
         มีความเสี่ ยงสูงต่อการเป็ นมะเร็ งชนิดนี้ ควรตรวจเลือดดูค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ ง (AFP) และทาอัลตราซาวด์ตบ เพื่อคัดกรองเป็ นระยะๆ
                                                                                                                   ั
ด้วย มีอาการ ตับโต แน่นท้องด้านขวาบน บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ดานขวาได้ เบื่ออาหาร น้ าหนักลด ตัวเหลืองตาเหลือง
                                                                                         ้
         เป็ นต้น
         การตรวจวินิจฉัยมะเร็งตับ
              1. ตรวจเลือดดูการทางานของตับ, ไวรัสตับอักเสบ, AFP
              2. การตรวจทางรังสี ที่ตบและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า
                                        ั
              3. การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวทยา ซึ่งอาจใช้เข็มเจาะผ่านทางหน้าท้องไปยังตาแหน่งของก้อนก็ได้
                                                     ิ
         การรักษามะเร็งตับ
              ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีการแพร่ กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาด โดยการผ่าตัดให้หมด หรื อพิจารณาการฉี ด
         สารเคมีเข้าไปที่ตวก้อนเพื่อให้เซลล์มะเร็ งตายก้อนมีขนาดใหญ่ ซึ่งการผ่าตัดไม่สามารถทาได้ อาจพิจารณาในเรื่ องการฉายแสง จาก
                            ั
         ภายนอกเพื่อช่วยทาลายเซลล์มะเร็ ง รื อการฉี ดสารเคมีเข้าไปที่ตวก้อนเพื่อทาลายเซลล์มะเร็ ง กลุ่มที่มีการแพร่ กระจายของตัวโรค ซึ่งมักจะ
                                                                        ั
         พบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ ของร่ างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมี
         บาบัดมะเร็ งตับชนิดอื่น ๆ

2.                                                                    มะเร็ งชนิดนี้เกิดที่บริ เวณทางเดินน้ าดี โดยแบ่งได้เป็ น 2 กลุ่ม คือ ทางเดินน้ าดี
     ที่อยูภายในตับและทางเดินน้ าดีที่อยูนอกตับ ช่วงอายุที่พบได้บ่อย ประมาณ 50-70 ปี เพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย ในประเทศไทยนั้น
           ่                                 ่
     ปั จจัยเสี่ ยงที่สาคัญต่อมะเร็ งชนิดนี้ คือ พยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งพบมากในปลาน้ าจืดที่ทาไม่สุก เช่น ปลาร้า เป็ นต้น ดังนั้นอุบติการณ์ จึงพบมาก
                                                                                                                                 ั
     ในภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ ปั จจัยเสี่ ยงอย่างอื่น ได้แก่ การเป็ นโรคทางเดินน้ าดีอกเสบเรื้ อรัง, นิ่วในทางเดินน้ าดี, โรคตับเรื้ อรังเป็ นต้น จะมี
                                                                                       ั
     อาการตัวเหลืองตาเหลือง ปวดท้อง เบื่ออาหาร น้ าหนักลด
             การตรวจวินิจฉัยมะเร็งทางเดินนาดี   ้
                 1. ตรวจร่ างกายเพื่อแยกโรคอื่นให้ชดเจน
                                                     ั
                 2. การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเคมีในเลือด ค่าการทางานของตับ และค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ งเช่น CA 19-9, CEA เป็ นต้น
                 3. การตรวจทางรังสี ที่ตบและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า
                                         ั
             การรักษามะเร็งตับมะเร็งทางเดินนาดี   ้
                 ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีการแพร่ กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดโดยการผ่าตัดให้หมดก้อนมีขนาดใหญ่ ซึ่งการ
      ผ่าตัดไม่สามารถทาได้ อาจพิจารณาในเรื่ องการฉายแสงจากภายนอกเพื่อช่วยทาลายเซลล์มะเร็ ง อาจร่ วมกับการให้ยาเคมีบาบัดด้วยก็ได้กลุ่มที่
      มีการแพร่ กระจายของตัวโรค ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ ของร่ างกายคงมี
      ความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบาบัด


3.                                                            เป็ นมะเร็งที่พบได้นอยกว่ามะเร็ งชนิดอื่นในบริ เวณนี้ เริ่ มต้นเกิดจากเซลล์เยือบุขางใน
                                                                                  ้                                                         ่ ้
     ของถุงน้ าดีมีการเปลี่ยนแปลงเป็ นมะเร็ ง และลุกลามออกมาข้างนอก โรคนี้มกพบในระยะที่ตวโรคมีขนาดใหญ่แล้ว เนื่องจากอาการค่อนข้าง
                                                                               ั              ั
                                                        ่
     คล้ายๆ กับโรคอื่นในทางเดินอาหารและถุงน้ าดีอยูหลังตับทาให้ตรวจพบได้ยาก มีอาการปวดท้องเหนือกระเพาะอาหาร, ตัวเหลืองตาเหลือง,
     เบื่ออาหาร, น้ าหนักลด
           การตรวจวินิจฉัยมะเร็งถุงนาดี้
              1. การตรวจร่ างกายเพื่อแยกโรคอื่นให้ชดเจน
                                                     ั
              2. การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเคมีในเลือด ค่าการทางานของตับ และค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ ง เช่น CA 19-9, CEA เป็ นต้น
              3. การตรวจทางรังสี ที่ตบและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า
                                     ั
              4. การส่งตรวจชิ้นเนื้อในตาแหน่งที่สงสัยว่าจะเป็ นมะเร็ ง
การรักษามะเร็งตับมะเร็งถุงนาดี
                                     ้
             ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีการแพร่ กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดโดยการผ่าตัดให้หมดก้อนมีขนาดใหญ่ ซึ่งการ
     ผ่าตัดไม่สามารถทาได้ อาจพิจารณาในเรื่ องการฉายแสง จากภาย
             นอกเพื่อช่วยทาลายเซลล์มะเร็ ง อาจร่ วมกับการให้ยาเคมีบาบัดด้วยก็ได้กลุ่มที่มีการแพร่ กระจายของตัวโรค ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วน
     อื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ ของร่ างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบาบัด




        การบอกระยะโรคมะเร็ ง คือ การตรวจหาว่ามะเร็ งกระจายตัวไปเพียงใด ซึ่งเป็ นปัจจัยสาคัญในการวางแผนการรักษามะเร็งตับ ระบบที่ใช้ใน
การบอกระยะโรคมีหลายระบบ โดยระบบหลักที่แพทย์ใช้อธิบายระยะของโรคมะเร็ งคือ
        American joint Committee on Cancer (AJCC) TNM system ระยะโรคจะเขียนด้วยเลขโรมัน I-IV (1-4) ระยะที่ III (3) แบ่งออกเป็ น A, B
และ C เลขที่นอยกว่า แปลว่าระยะโรคน้อยกว่า นอกจากนี้ยงมีระบบอื่นๆ ที่ใช้พิจารณาความสามารถในการทางานของตับสาหรับเป้ าหมายในการ
                ้                                        ั
รักษามะเร็ งตับ
                                                                                                                         ่
        แพทย์จะพิจารณาว่ามะเร็ งนั้นสามารถผ่าตัดออกได้หมดหรื อไม่เช่น หากเป็ นระยะแรกๆ ของโรคและตับที่เหลืออยูในสภาพดี ก็มีโอกาส
รักษาให้หายขาดได้ดวยการผ่าตัด เรี ยกว่า respectable แต่ก็มีหลายสาเหตุที่ทาให้มะเร็ งนั้นผ่าตัดไม่ได้ เรี ยกว่า unrespectable ถ้ามะเร็ งนั้นมีการ
                    ้
กระจายออกนอกตับ เรี ยกว่า ระยะลุกลาม (advanced)n เนื่องจากอาการของมะเร็ งมักไม่แสดงออกจนกว่ามีการลุกลามแล้ว ดังนั้นจึงมีผป่วยมะเร็ งู้
ตับจานวนน้อยที่ตรวจพบมะเร็ งตั้งแต่ระยะเริ่ มแรกและสามารถผ่าตัดได้เนื่องจากผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งมักเป็ นตับแข็งร่ วมด้วย แพทย์จึงต้องติดตาม
                                                                                ้
ดูดวยว่าอาการของตับแข็งแย่ลงหรื อไม่ ด้วยการตรวจเลือด ตรวจน้ าในช่องท้องผูป่วยมะเร็งตับควรสอบถามเกี่ยวกับระยะโรคมะเร็ งของตนเองจาก
    ้                                                                         ้
แพทย์ โดยให้แพทย์อธิบายให้ฟังด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผป่วยมะเร็ งตับและแพทย์สามารถตัดสิ นใจร่ วมกันเกี่ยวกับวิธีการรักษามะเร็ งตับ
                                                                ู้
ที่เหมาะสมที่สุดสาหรับผูป่วยมะเร็ งตับ
                        ้




การวินิจฉัยมะเร็ งตับในระยะเริ่ มแรก ทาได้ยาก เนื่องจากไม่แสดงอาการใดๆ ผูป่วยมะเร็ งตับส่วนใหญ่ที่มีอาการ มักมาพบแพทย์ เมื่อก้อนโตมาก
                                                                             ้
แล้วเกิน 4-5 ซม. หรื อเกือบถึง 10 ซม. หรื อกระจายเป็ นหลายๆ ก้อนทัวตับ ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ยาก ผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับบางรายเป็ น
                                                                  ่                                      ้
โรคตับแข็งอยูก่อนแล้ว หากผูป่วยมะเร็ งตับโรคตับแข็งมีอาการแย่ลงเร็ วมักต้องสงสัยว่าอาจเป็ นจากมะเร็ งตับ การส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการ
               ่                ้
วินิจฉัย มีดงนี้ให้การวางแผนการรักษามะเร็ งตับถือเป็ นขั้นตอนสาคัญ การวางแผนรักษามะเร็ งตับ ระยะโรคเป็ นสิ่ งสาคัญที่ตองนามาพิจารณา
             ั                                                                                                            ้
            ็ั
นอกจากนี้กยงต้องคานึงถึงอายุสุขภาพโดยทัวไป รวมทั้งความต้องการของผูป่วยมะเร็ งตับด้วย
                                            ่                           ้
    1.                                                                                                                          ั ่
                                                         โดยการเจาะเลือดไปตรวจ โปรตีน alpha fetoprotein พบได้เป็ นปกติในทารกที่ยงอยูใน
         ครรภ์มารดา แต่ระดับโปรตีนจะลดลงและหายไปจากกระแสเลือดภายหลังการคลอดไม่นาน หากตรวจพบโปรตีนชนิดนี้ในผูใหญ่มกเป็ น             ้       ั
         ตัวบ่งชี้วาอาจเป็ นมะเร็ งตับ หรื อมะเร็ งชนิดอื่นได้ ซึ่งแพทย์มกจะเลือกตรวจ AFP ในผุป่วยที่มีความเสี่ ยงสูงต่อการเป็ นมะเร็ งตับ แต่ก็มี
                   ่                                                     ั                    ้
         มะเร็ งบางชนิดที่ไม่ค่อยสร้างโปรตีนชนิดนี้ ดังนั้นเมื่อตรวจพบโปรตีน alpha fetoprotein ในเลือด มะเร็ งก็อาจจะมีขนาดใหญ่มากจน
         ผ่าตัดไม่ได้หรื อกระจายออกไปนอกตับแล้ว นอกจากนี้โรคตับอื่นๆ บางชนิดก็สามารถทาให้โปรตีนชนิ ดนี้สูงได้เช่นกัน การตรวจเลือด
         หาสาร AFP แพทย์อาจสังตรวจไว้ท้ งก่อนและหลังการรักษามะเร็ งตับเพื่อติดตามดูผลของการรักษามะเร็ งตับ นอกจากนี้การตรวจเลือดยัง
                                    ่          ั
         สามารถใช้ดูการทางานของตับที่เหลืออยู่ รวมทั้งการทางานของอวัยวะอื่นๆ ได้วาเป็ นอย่างไร ช่วยในการตัดสิ นใจของแพทย์วาผูป่วย
                                                                                         ่                                                ่ ้
มะเร็ งตับจะสามารถผ่าตัดได้หรื อไม่ และจะมักเจาะในรายที่สงสัยว่าจะเป็ นมะเร็งตับ และเพื่อติดตามการรักษามะเร็ งตับว่ามะเร็ งกลับเป็ น
     ซ้ าหรื อไม่

2.                                             เป็ นการตรวจโดยใช้คลื่นเสี ยงสร้างภาพจากอวัยวะภายใน เช่น ตับ โดยผูป่วยมะเร็ งตับจะนอน
                                                                                                                 ้
         ่
     อยูบนเตียงตรวจ แพทย์จะใช้หวตรวจวางลงบนตัวผูป่วยมะเร็ งตับแล้วขยับหัวตรวจไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อสร้างภาพบนหน้าจอใช้ตรวจ
                                        ั                    ้
     ผูป่วยมะเร็งตับที่มีปัจจัยเสี่ ยงต่อการเป็ นมะเร็ งตับ เพื่อคัดกรองหามะเร็ งตั้งแต่ระยะเริ่ มแรก หรื ออาจใช้ตรวจดูก่อนการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่ง
       ้
                                                                            ่
     ตรวจทางพยาธิวทยาว่าก้อนนั้นมีโอกาสเป็ นมะเร็งหรื อไม่ ตรวจดูวามีมะเร็ งหรื อไม่ ถ้ามีเป็ นชนิดไหน- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computer
                      ิ
     tomography: CT) ใช้รังสี เอกซเรย์สร้างภาพของร่ างกาย แล้วแบ่งภาพออกเป็ นส่วนเบาๆ ใช้บอกขนาด รู ปร่ าง ตาแหน่งของมะเร็ งทั้งใน
     และนอกตับ ผูป่วยมะเร็ งตับจะได้รับการฉี ดสารทึบรังสี เพื่อช่วยให้เห็นอวัยวะชัดเจนขึ้นและต้องนอนหงายนิ่งๆ ระหว่างการตรวจ ใช้
                    ้
     เวลาในการตรวจประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะสามารถเห็นก้อนได้ต้งแต่ขนาด 1 เซนติเมตร ดังนั้น ผูมีโอกาสเสี่ ยงมะเร็ งตับ ควรได้รับการ
                                                                          ั                                 ้
     ตรวจเช็คด้วยอุลตร้าซาวด์อย่างน้อยปี ละ 1-2 ครั้ง ถึงแม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เพื่อตรวจเช็คหามะเร็ งตับตั้งแต่ระยะเริ่ มแรก
3.                 บริ เวณตับเพื่อหาก้อนมะเร็ ง การตรวจด้วยการถ่ายภาพ (Imaging test) เพื่อตรวจหาเนื้องอกที่อาจเป็ นมะเร็งได้ รวมทั้งดูการ
     กระจายของโรคและใช้ติดตามผลการรักษามะเร็ งตับ
4.                         คือการเอกซเรย์เส้นเลือดแดง ฉี ดสี เข้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตับ แพทย์จะทาในบางรายเพื่อวางแผนผ่าตัดการฉี ดสารทึบ
                                                                    ่
     รังสี เข้าเส้นเลือดแดงก่อนการถ่ายภาพ สารทึบรังสี จะฉาบอยูภายในเส้นเลือด ทาให้มองเห็นว่ามีเส้นเลือดใดที่เข้าไปเลี้ยงก้อนมะเร็ งตับ
                         ั        ั            ่
     บ้าง เพื่อช่วยให้ศลยแพทย์ตดสิ นใจได้วาก้อนมะเร็งนั้นสามารถผ่าตัดออกได้หรื อไม่ และวางแผนเลือกวิธีการผ่าตัดที่จะได้ผลดีที่สุด การ
     ตรวจวิธีน้ ีผป่วยมะเร็ งตับอาจรู ้สึกไม่สบายได้เล็กน้อย เนื่องจากต้องสวนสายเครื่ องมือขนาดเล็กเข้าไปในเส้นเลือดแดงบริ เวณขาหนีบขึ้น
                   ู้
     ไปที่ตบ โดยแพทย์จะฉี ดยาชาให้ผป่วยมะเร็งตับก่อนทาการตรวจ
             ั                             ู้
5.                                                        ่
                          คือส่องกล้องเข้าช่องท้องเพื่อดูวามะเร็ งแพร่ กระจายเข้าท้องหรื อยัง เป็ นการวางแผนก่อนผ่าตัด การส่องกล้อง โดย
     แพทย์จะเจาะรู ขนาดเล็กบริ เวณหน้าท้องแล้วใส่ท่อขนาดเล็กซึ่งมีกล้องติดอยูเ่ ข้าไป เพื่อตรวจดูตบและอวัยวะภายในช่องท้อง วิธีน้ ี
                                                                                                  ั
     สามารถใช้ช่วยพิจารณาวางแผนการผ่าตัดหรื อการรักษามะเร็ งตับอื่นๆ ได้ และสามารถตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวทยาได้ โดยแพทย์จะ
                                                                                                               ิ
     ให้ยา ให้ผป่วยมะเร็งตับหลับก่อนทาการตรวจ
               ู้
6.               คือการนาชิ้นเนื้อที่สงสัยส่งตรวจทางพยาธิ วิธีการนาชิ้นเนื้อสามทาได้โดย การใช้เข็มเจาะ หรื อการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อนั้นส่ง
     ตรวจ การตรวจชิ้นเนื้อ เป็ นวิธีที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัยมะเร็ งตับ การที่จะทาให้ได้ชิ้นเนื้อมาตรวจนั้นทาได้หลายวิธี โดยแพทย์จะฉีดยาชา
     ตรงบริ เวณที่จะเจาะก่อน หรื ออาจใช้วธีตดชิ้นเนื้อระหว่างที่ส่องกล้อง เมื่อมองเห็นบริ เวณเนื้อตับที่ผดปกติ
                                            ิ ั                                                           ิ
7.                                                             ภาพสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้ า ใช้คลื่นวิทยุร่วมกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้ าในการสร้าง
     ภาพ สามารถใช้แยกเนื้องอกธรรมดาออกจากมะเร็ งได้ ระยะเวลาในการตรวจจะนานกว่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์



 ผูที่มีความเสี่ ยงสูงต่อการเป็ นมะเร็ งตับจะได้รับการตรวจคัดกรอง ซึ่งก็มกจะได้ตรวจตั้งแต่ผป่วยมะเร็ งตับยังไม่มีอาการผิดปกติ เช่น
        ้                                                                     ั               ู้
  ผูป่วยมะเร็งตับ ตับแข็ง โดยเฉพาะผูที่อยูระหว่างรอรับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ ซึ่งมะเร็ งอาจจะเกิดขึ้นมาในระหว่างช่วงเวลานี้ก็ได้ และก็
    ้                                     ้ ่
                                                                                 ็
  อาจจะเป็ นมากจนไม่สามารถรักษาได้หากตรวจพบว่าเป็ นมะเร็ งตับ แพทย์กจาเป็ นต้องเลื่อนคิวการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับของผูป่วยมะเร็ ง
                                                                                                                            ้
  ตับให้เร็ วขึ้น
 ผูป่วยมะเร็งตับบางรายที่เป็ นไวรัสตับอักเสบเรื้ อรังชนิด ปี หรื อซี ก็ควรได้รับการตรวจคัดกรอง โดยเฉพาะผูที่มีประวัติคนในครอบครัว
      ้                                                                                                      ้
  เป็ นมะเร็ งตับ สาหรับผูป่วยมะเร็งตับที่มีปัจจัยเสี่ ยงอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ประโยชน์ของการตรวจคัดกรองยังไม่ชดเจน
                            ้                                                                                  ั
1.   การรักษามะเร็งตับด้ วยการผ่าตัด จะทาได้กต่อเมื่อมะเร็งนั้นอยูเ่ ฉพาะที่ตบ และขนาดไม่ใหญ่มาก และต้องไม่มีโรคอื่น เช่นตับแข็ง
                                                   ็                             ั
    2.   การรักษามะเร็งตับด้ วยการฉายแสง ไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากตับที่ดีมีผลเสี ยจากรังสี
    3.   การรักษามะเร็งตับด้ วยการใช้ ยาเคมีบาบัด เนื่องจากโรคมะเร็งตับมักจะดื้อต่อยาเคมี จึงไม่ค่อยได้ผล
    4.   การรักษามะเร็งตับโดยใช้ คลืนวิทยุ ทาลายเนื้องอกที่ตบ (Radio-Frequency Ablation (RFA) of liver tumors)
                                    ่                       ั




                                            ้                 ้                                          ่
       การรักษามะเร็ งตับสามารถรักษาได้ดวยการผ่าตัด แต่มีขอแม้หลายประการคือต้องเป็ นก้อนเดียว และอยูในตาแหน่งที่ไม่ลึกมาก หรื อเฉพาะ
                             ่    ้                                                          ่
ในกลีบซ้ายของตับ แต่โดยทัวไปผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับในบ้านเรา มักมาพบแพทย์ เมื่ออยูในระยะที่ไม่สามารถที่จะผ่าตัดให้หายขาดได้ รวมไป
ถึงบางรายที่แม้ผาไปแล้ว ต่อมาพบมะเร็ งเกิดขึ้นซ้ าอีก เนื่องมาจากมะเร็ งได้กระจายไปในระดับเซลล์แล้วตั้งแต่ก่อนผ่าตัด แต่ยงไม่ถึงกับเป็ นก้อน
                 ่                                                                                                       ั
                                ้                ่          ่
ให้ตรวจพบได้ ก่อนหน้านี้ เมื่อผูป่วยมะเร็งตับอยูในระยะที่ผาตัดไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีวธีรักษาอื่นอีก แพทย์มกแนะนาให้ญาติกลับไปดูแลผูป่วยมะเร็ ง
                                                                                 ิ                    ั                           ้
ตับเองที่บาน หรื อให้เพียงการรักษามะเร็ งตับประคับประคองกับผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากมะเร็ งตับ ในปัจจุบน มีการรักษามะเร็ งตับอีก
          ้                                                                                                       ั
ทางหนึ่งซึ่งจะช่วยยืดอายุผป่วยมะเร็ งตับมะเร็งตับให้ยนยาวต่อไป ได้อีก เรี ยกทางการแพทย์วา
                          ู้                         ื                                     ่

        Trans arterial Oily-chemoembolization ( TOCE ) เป็ นการรักษามะเร็ งตับโดยรังสี แพทย์ หลักการคือการนายาเข้าไปรักษาที่ตวก้อนเนื้อ
                                                                                                                             ั
งอกในตับโดยตรง การใช้รังสี แพทย์จะใช้สายสวนหลอดเลือดขนาดเล็กประมาณไส้ปากกา สอดเข้าหลอดเลือดแดงจากบริ เวณขาหนีบ และอาศัย
กระบวนการภายใต้เครื่ องเอ็กซเรย์ท่ีเห็นภาพเคลื่อนไหวจากจอได้ตลอดเวลา เพื่อให้สายสวนขึ้นไปที่บริ เวณตับ และไปยังเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตัว
                                                 ้
เนื้องอกโดยตรง แล้วฉี ดยา ผ่านสายสวนเข้าไปที่กอนเนื้องอก ระหว่างทา ผูป่วยมะเร็ งตับไม่ตองถูกวางยาสลบ เพราะไม่มีการเจ็บปวดใดๆ แผลที่
                                                                         ้              ้
                                                                       ่
เจาะเส้นเลือดแดงบริ เวณขาหนีบมีขนาดไม่ถึงครึ่ งเซ็นติเมตร และใช้เวลาอยูโรงพยาบาลประมาณ 2 - 3 วัน

      การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีจะทาให้เนื้องอกได้รับยาอย่างเต็มที่ ยาสามารถออกฤทธิ์อยูได้นาน ทาให้เนื้องอกฝ่ อเป็ นบางส่ วน เนื้องอกยุบตัว และ
                                                                                       ่
ขนาดเล็กลง อย่างไรก็ตาม วิธีน้ ีก็ยงไม่สามารถทาให้หายขาดได้ แต่เมื่อเทียบกับการที่ไม่ได้รับการรักษามะเร็ งตับใดเลย ผูป่วยมะเร็ งตับอาจมีอายุ
                                     ั                                                                                     ้
เพิ่มขึ้นได้อีกหลายเดือน หรื ออาจจะเลยปี บางรายอาจถึงสองปี แต่อย่างน้อยที่สุด ผูป่วยมะเร็ งตับจะเจ็บปวดและทรมานจากโรคน้อยลง สามารถมี
                                                                                   ้
    ิ ่
ชีวตอยูอย่างสบายขึ้น
ในปัจจุบนการผ่าตัดเป็ นทางเลือกเดียวที่จะช่วยรักษามะเร็ งตับให้หายขาดได้ การผ่าตัดเป็ นทั้งการเอาก้อนเนื้องอกออกและรวมไปถึงการ
                 ั
ผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ ถ้าศัลยแพทย์สามารถมองเห็นก้อนมะเร็ งทั้งหมดได้ขณะทาการผ่าตัด ถือว่าเป็ นผลดีต่อโอกาสรอดชีวตของคุณ แต่โอกาสที่จะ
                                                                                                                     ิ
ผ่าตัดเอามะเร็ งออกได้ท้ งหมดนั้นมักเป็ นไปได้ยาก เนื่องจากก้อนมะเร็ งมักมีขนาดใหญ่และมีการกระจายไปทัวๆ ตับ หรื อกระจายออกไปนอกตับ
                         ั                                                                                ่
แล้ว นอกจากนี้ผป่วยมะเร็ งตับที่เป็ นตับแข็งร่ วมด้วยก็มกจะไม่เหลือเนื้อตับดีมากพอที่จะใช้วธีการรักษามะเร็ งตับด้วยการผ่าตัดได้ สาหรับผูป่วย
                   ู้                                   ั                                  ิ                                            ้
                                                            มะเร็ งตับมะเร็งตับ

                                                                        การผ่าตัดรักษามะเร็งตับช่วยเพิ่มโอกาสในการหายขาดจากโรคหรื อโอกาส
                                                           รอดชีวตที่ยาวนานขึ้น และเป็ นวิธีที่มนใจได้มากที่สุดว่าสามารถกาจัดมะเร็ งออกได้
                                                                    ิ                                  ั่
                                                           หมดและป้ องกันการกระจายของมะเร็ งตับไปที่ส่วนอื่นของร่ างกาย เนื้อตับที่เหลืออยู่
                                                                 ก็ยงสามารถทางานต่อไปได้แม้จะถูกตัดออกไปบางส่วนก็ตามผูป่วยมะเร็ งตับที่
                                                                      ั                                                       ้
                                                           เหมาะสมต่อการรักษามะเร็งตับด้วยวิธีการผ่าตัด ผูป่วยมะเร็ งตับส่วนใหญ่ที่แพทย์
                                                                                                                  ้
                                                           เลือกการรักษามะเร็ งตับด้วยการผ่าตัดจะมีกอนมะเร็งอยูเ่ ฉพาะในตับ ซึ่งผูป่วยมะเร็ ง
                                                                                                           ้                       ้
                                                              ตับต้องมีเนื้อตับปกติเหลือมากพอที่จะทางานได้หลังจากที่ตบส่วนที่เป็ นโรคถูกตัด
                                                                                                                        ั
                                                           ออกไปแล้วสามารถผ่าตัดเนื้อตับออกไปได้ประมาณ 75% โดยที่เนื้อตับที่เหลืออยู่
                                                           ต้องยังมีสภาพดี วิธีการผ่าตัดขึ้นอยูกบตาแหน่งของก้อนมะเร็ง หากก้อนมะเร็ งอยู่
                                                                                                   ่ ั
                                                                  ั
                                                           ใกล้กบเส้นเลือดสาคัญของตับ การผ่าตัดจะใช้วธี radiofrequency ablation (RFA)
                                                                                                                ิ
ผูป่วยมะเร็งตับที่เป็ นตับแข็งร่ วมด้วยมักไม่สามารถทนต่อการผ่าตัดได้เท่ากับผูป่วยมะเร็ งตับที่ไม่ได้เป็ นตับแข็ง การพิจารณาว่าการผ่าตัดนั้นจะ
  ้                                                                           ้
                                                                                                                    ่
ได้ผลหรื อไม่ แพทย์จะพิจารณาจากผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โดยดูจานวน ขนาด และตาแหน่งของก้อนมะเร็ งและดูวามะเร็ งมีการกระจายออกไป
นอกตับหรื อไม่




ผูป่วยมะเร็งตับมะเร็ งตับมักมีการทาลายของเนื้อตับบริ เวณอื่นด้วย ศัลยแพทย์ตองพยายามผ่าตัดเอาเนื้อตับออกให้มากพอที่จะกาจัดมะเร็ งออกไปได้
  ้                                                                        ้
หมด แต่ก็ตองเหลือเนื้อตับไว้ให้มากพอที่จะทางานต่อไปได้เช่นกันการมีเลือดออกภายหลังการผ่าตัดรักษามะเร็ งตับเป็ นภาวะแทรกซ้อนสาคัญที่
          ้
ต้องเฝ้ าระวัง เนื้อตับปกติมีหน้าที่สร้างสารที่ใช้ในการแข็งตัวของเลือด การที่เนื้อตับถูกทาลาย (ทั้งก่อนการผ่าตัดและจากการผ่าตัด) อาจก่อให้เกิด
ปั ญหานี้ สิ่ งที่ตองเฝ้ าระวังหลังการผ่าตัดรักษามะเร็งตับอีกอย่างคือ เนื้อตับที่เหลืออาจยังมีมะเร็งหลงเหลืออยู่ ทาให้มะเร็ งเจริ ญเติบโตขึ้นมาใหม่ได้
                   ้
อีกในภายหลัง




การผ่าตัดรักษามะเร็งตับโดยเฉพาะมะเร็ งตับในระยะเริ่ มต้นจะหายขาด แต่ในบางกรณี ที่มะเร็งตับมีขนาดใหญ่ หรื อมีบางเร็งบางชนิดมีการ
แพร่ กระจาย มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นอาจจะจาเป็ นต้องให้เคมีหรื อฉายแสงฆ่าเซลล์มะเร็ งตับส่วนที่ตดออกไม่หมด
                                                                                                     ั
แพทย์จะผ่าตัดเอาเนื้องอกออกให้หมด บางครั้งอาจจะต้องผ่าเอาเนื้อดีรอบเนื้องอกออกไปด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าได้ตดเนื้องอกออกหมดจึงต้องส่งชิ้น
                                                                                                            ั
                                                                                                               ั              ่
เนื้อรอบๆ เนื้องอกเพื่อส่องกล้องว่ามีเซลล์มะเร็ งตับหลงเหลือหรื อไม่ นอกจากนั้นแพทย์จะผ่าเอาต่อมน้ าเหลืองใกล้กบที่เนื้องอกอยูออกไปด้วย
และเพื่อให้แน่ใจว่าจะกาจัดเนื้องอกได้หมดแพทย์จะทาการฉายแสง หรื อให้เคมีบาบัด หรื อให้ฮอร์โมน

                                                                          ่
    การผ่าตัดรักษามะเร็ งตับ จะใช้เวลาประมาณ 3 ชัวโมง แต่หากก้อนมะเร็ งอยูในตาแหน่งที่เข้าถึงได้ยาก อาจต้องใช้เวลาผ่าตัดนานขึ้นเป็ น 4-6
                                                 ่
ชัวโมง ในผูป่วยมะเร็งตับบางราย
  ่          ้

        หลังจากที่ให้ยาสลบแก่ผป่วยมะเร็ งตับแล้ว ศัลยแพทย์จะลงมีดที่หน้าท้องบริ เวณใต้ชายโครงขวาและจะผ่าตัดเอาก้อนมะเร็ งรวมทั้งเนื้อเยือ
                              ู้                                                                                                        ่
      ่
ที่อยูรอบๆ ก้อนมะเร็ งออกอย่างระมัดระวังโดยการใช้ ultrasonic scalpel dissector ซึ่งจะช่วยลดการเสี ยเลือดระหว่างผ่าตัด ระหว่างการผ่าตัด
หัวอัลตร้าซาวน์ปลอดเชื้อจะถูกนามาใช้เพื่อดูตาแหน่งของก้อนมะเร็ งว่าจะตัดออกได้อย่างไร        รวมทั้งช่วยในการตรวจหาก้อนมะเร็ งที่อาจไม่
สามารถตรวจพบได้จากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อนการผ่าตัด ซึ่งถ้าตรวจพบก็จะผ่าตัดออกหรื อทาลายด้วยการใช้ radiofrequency thermal ablation
(RFA)

        ภายหลังการผ่าตัดรักษามะเร็งตับ ผูป่วยมะเร็ งตับจะต้องใส่สายระบายชัวคราวที่หน้าท้องใต้ต่อแผลผ่าตัด เพื่อติดตามว่ามีอาการเลือดออก
                                                  ้                                ่
หรื อท่อน้ าดีรั่วจากการผ่าตัดตับหรื อไม่ ภาวะท่อน้ าดีรั่วพบได้นอยกว่า 10% ของผูป่วยมะเร็ งตับที่รับการผ่าตัดตับ แต่หากเกิดขึ้นต้องแก้ไขด้วยการ
                                                                 ้                     ้
อุดท่อน้ าดีที่รั่วนั้นโดยเร็ ว โดยที่อาจยังไม่ตองตรวจทาง intervention เพิ่มเติม ผูป่วยมะเร็ งตับส่วนใหญ่จะได้รับการเอาสายระบายออกก่อนได้ออก
                                                ้                                    ้
จากโรงพยาบาล

        การระงับปวดหลังการผ่าตัดรักษามะเร็ งตับอาจใช้วธีฉีดยาเข้าทางไขสันหลัง โดยสายที่ใช้ให้ยาจะใส่ไว้โดยวิสญญีแพทย์ต้ งแต่ก่อนการ
                                                          ิ                                                          ั            ั
ผ่าตัด หรื ออาจใช้เป็ น patient-control-analgesic (PCA) pumpโดยผูป่วยมะเร็งตับสามารถกดเครื่ องปั๊ มยาได้เองเวลาที่ปวด เครื่ องก็จะปล่อยยาเข้าสู่
                                                                 ้
เส้นเลือดดา โดยปกติหลังผ่าตัดประมาณ 3 วัน ผูป่วยมะเร็ งตับก็มกจะสามารถเปลี่ยนมาเป็ นยาแก้ปวดแบบกินได้
                                                 ้            ั

        ผูป่วยมะเร็งตับต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อ 4-5 วันหลังการผ่าตัด จะเริ่ มจิบน้ าได้ในวันที่ 1 หลังการผ่าตัด และจะเริ่ มกินอาหารปกติ
          ้
ได้ภายใน 2-3 วันต่อมา หลังจากออกจากโรงพยาบาล จะนัดผูป่วยมะเร็ งตับมาติดตามอาการที่ 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจดูความเรี ยบร้อยของแผลผ่าตัด
                                                          ้
ที่หน้าท้อง รวมทั้งเพื่อวางแผนการรักษามะเร็ งตับเพิ่มเติม

         นัดติดตามการรักษามะเร็ งตับต่อในระยะยาวการผ่าตัดตับด้วยการส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง โดยศัลยแพทย์จะผ่าตัดก้อนมะเร็งออกด้วย
การส่องกล้องผ่านทางช่องที่เจาะบริ เวณหน้าท้องประมาณ 3-4 ช่อง คล้ายกับวิธีท่ีใช้ในการผ่าตัดถุงน้ าดีดวยการส่องกล้อง วิธีการนี้ช่วยให้ผป่วย
                                                                                                    ้                                ู้
มะเร็ งตับได้รับความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อยกว่าและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็ วขึ้นตั้งแต่วนที่ 2 หลังการผ่าตัด โดยมีเพียงแผลขนาดเล็ก
                                                                                             ั
3-4 แผลที่หน้าท้องและสามารถกลับไปทางานได้เร็ วขึ้นด้วย ศัลยแพทย์จะพิจารณาว่าผูป่วยมะเร็ งตับสามารถผ่าตัดด้วยวิธีน้ ีได้หรื อไม่โดยดูจาก
                                                                                   ้
ขนาดและตาแหน่งของก้อนมะเร็ง




       แพทย์จะพบกับคุณที่หองผ่าตัดก่อนที่คุณจะเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งคุณจะต้องมีญาติมาด้วยในวันผ่าตัด ญาติรอที่หองรับรอง แพทย์จะไปพบ
                           ้                                                                                  ้
ญาติ และแจ้งเกี่ยวกับอาการหลังจากที่ผาตัดรักษามะเร็งตับเรี ยบร้อยแล้ว
                                     ่
การนัดติดตามครั้งแรกจะนัดหลังการผ่าตัดประมาณ 10-14 วัน แพทย์จะประเมินเกี่ยวกับความแข็งแรงและความสามารถในการดาเนิน
                                                                                                                  ่
กิจวัตรประจาวันของคุณ เรื่ องการกินอาหาร ความเรี ยบร้อยของแผลผ่าตัด และการควบคุมความปวด หากคุณมีลวดเย็บแผลอยูที่หน้าท้อง ก็จะ
                                                                                                                    ่
ได้รับการเอาออกในวันนี้ การนัดติดตามแบบผูป่วยมะเร็ งตับนอกครั้งต่อไปจะนัดอีก 3 เดือน เพื่อตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูวามะเร็ งกลับมา
                                                  ้
เป็ นอีกหรื อไม่หากคุณมีไข้ หรื ออาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนท้องร่ วง ควรรี บปรึ กษาแพทย์




       การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับเป็ นทางเลือกรักษาสาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่เป็ นมะเร็งตับขนาดเล็ก
                                                        ้                                               ปัจจุบนการเปลี่ยนถ่ายตับมีไว้สาหรับผูป่วย
                                                                                                              ั                              ้
มะเร็ งตับที่เป็ นมะเร็ งตับขนาดเล็กแต่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมด ซึ่งสาเหตุอาจเป็ นจากตาแหน่งของมะเร็ งหรื อจากการที่ไม่มีเนื้อตับดีเหลือมาก
พอปั จจุบนยังไม่มีตบหรับเปลี่ยนถ่ายมากพอสาหรับผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับ เนื่องจากมักต้องเก็บไว้ใช้
         ั         ั                            ้

ในผูป่วยมะเร็ งตับอื่นที่สามารถรักษาให้หายได้มากกว่ามะเร็ งตับ ผูป่วยมะเร็งตับมะเร็ งจึงมักต้องรอเป็ นเวลานานกว่าจะได้เปลี่ยนถ่ายตับ แพทย์จึง
    ้                                                            ้
            ่
มักแนะนาให้ผาตัดเอาก้อนมะเร็ งออกไปก่อน            และค่อยเปลี่ยนถ่ายตับเมื่อมะเร็ งกลับมาเป็ นซ้ าการที่มีผหนมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการบริ จาค
                                                                                                            ู้ ั
                                                ่
อวัยวะมากขึ้น ช่วยให้การรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีผาตัดเปลี่ยนถ่ายตับนี้สามารถช่วยผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับได้มากขึ้น รวมถึงผูป่วยมะเร็ งตับโรค
                                                                                 ้                                          ้
                                 ่                              ้          ั ิ                         ั ้
ตับอื่นๆ ด้วยทางเลือกหนึ่งซึ่งเพิงมีมาไม่นานนี้คือ การขอตับจากผูบริ จาคที่ยงมีชีวต โดยจะเปลี่ยนถ่ายให้กบผูป่วยมะเร็งตับที่เป็ นญาติใกล้ชิดทาง
สายเลือดกับผูบริ จาค
             ้            เป็ นวิธีที่ได้ผลแต่ก็เพิมความเสี่ ยงให้แก่ผบริ จาคมีการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากผูบริ จาคที่ยงมีชีวตอยูให้แก่ผป่วยมะเร็ งตับ
                                                  ่                   ู้                                   ้          ั ิ ่            ู้
ประมาณ 300 รายต่อปี ในประเทศอเมริ กา แต่มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ทาในผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับ
                                                                         ้



ผูป่วยมะเร็งตับที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายตับต้องได้รับยากดภูมิคุมกันและยาป้ องกันการต่อต้านของร่ างกายต่ออวัยวะใหม่ ยาเหล่านี้มีความเสี่ ยงและ
  ้                                                          ้
ผลข้างเคียง โดยเฉพาะเพิ่มโอกาสเสี่ ยงในการติดเชื้อ ยาบางตัวที่ใช้ป้องกันการต่อต้านอวัยวะใหม่ส่งผลให้เกิดปั ญหาสุขภาพอย่างอื่น การพัฒนา
ความก้าวหน้าของยาหวังเพื่อลดความเสี่ ยงต่อการต่อต้านอวัยวะใหม่และลดผลข้างเคียงจากยา




                                                                                หรื อการอุดเส้นเลือดก็เป็ นวิธีรักษาอีกแบบหนึ่งสาหรับผูป่วยมะเร็ ง
                                                                                                                                       ้
                                                ตับมะเร็งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยใส่สารเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง เพื่อป้ องกัน
                                                ไม่ให้เลือดไปเลี้ยงก้อนมะเร็ งได้ ทาให้มะเร็ งเจริ ญเติบโตได้ยากการอุดเส้นเลือดด้วยยาเคมีหรื อ
                                                                               ่
                                                chemoembolization กาลังอยูระหว่างการศึกษาว่าจะได้ผลดีกว่าการอุดเส้นเลือดแบบเดิมหรื อไม่
                                                การอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี หรื อ radio embolization โดยการใส่สารกัมมันตรังสี ขนาด
                                                                                                   ่
                                                เล็กเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ ก็กาลังอยูระหว่างการศึกษาเช่นกัน การรักษามะเร็ งตับ
                                                 การฉี ดสารบางอย่างให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็งทาให้มะเร็งขาดเลือดเป็ นการรักษามะเร็ งตับ
                                                ในภาวะที่ผป่วยมะเร็ งตับไม่เหมาะในการผ่าตัด และ Tumor ablation ก็เป็ นวิธีรักษามะเร็ งตับที่
                                                            ู้
                                                                                                                                ้
                                                ทาลายเซลล์มะเร็ งโดยที่ไม่ได้เอาก้อนมะเร็ งออกไป ใช้สาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่มีกอนมะเร็ งขนาด
                                                                                                              ้
เล็กจานวนไม่มาก และไม่สามารถเอาออกได้ดวยการผ่าตัด เป็ นวิธีรักษาที่ไม่สามารถทาให้หายขาดจากมะเร็ ง แต่ช่วยให้ผป่วยมะเร็งตับมีชีวตอยูได้
                                      ้                                                                      ู้                ิ ่
นานขึ้น


                                                                                                               ่
                                                       คือ จะไม่มีเลือดผ่านออกจากก้อนมะเร็ ง ดังนั้นยาเคมีจะอยูในก้อนมะเร็ งเป็ นเวลานานได้ถึง 1
เดือนหลังจากที่ฉีดยาเคมี วิธีน้ ีกอนมะเร็ งจะได้รับปริ มาณยาเคมีมากถึง 20-200 เท่าเมื่อเทียบกับการฉี ดยาเข้าเส้นเลือดดาที่แขน เพราะยาจะค้างอยู่
                                  ้
ภายในก้อนมะเร็ งแทนที่จะกระจายไปทัวร่ างกาย เนื้อตับส่วนอื่นก็จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบและผลข้างเคียงก็ลดลงผูป่วยมะเร็ งตับที่เหมาะสมต่อ
                                        ่                                                                            ้
การรักษามะเร็ งตับด้วย intrahepatic chemoembolization




                                                                                       รังสี รักษา เป็ นการรักษามะเร็ งตับโดยใช้รังสี พลังงานสูง เช่น
                                                                                                                          ้
                                                                             เอกซเรย์ไปทาลายเซลล์มะเร็งและทาให้กอนเนื้องอกนั้นยุบลง การ
                                                                             ฉายรังสี จากภายนอก (External radiation) เป็ นการนารังสีจาก
                                                                                                                                       ่
                                                                              แหล่งกาเนิดรังสี ภายนอกเข้าไปทาลายเซลล์มะเร็ งที่อยูภายในร่ างกาย
                                                                                 แต่การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีไม่สามารถใช้รังสี ในปริ มาณที่สูงมากได้
                                                                                                              ่
                                                                             เนื่องจากจะทาให้เนื้อตับที่อยูรอบๆ ถูกทาลายไปด้วย การรักษามะเร็ ง
                                                                             ตับวิธีน้ ีเพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ งและช่วยลดอาการปวด แต่ไม่
                                                                             สามารถรักษามะเร็ งให้หายขาดได้ และไม่สามารถช่วยให้ผป่วยมะเร็ งู้
                                                                                        ิ ่
                                                                             ตับมีชีวตอยูนานขึ้นได้ รังสี รักษาสามมิติ (3DCRT) เป็ นเทคนิคใหม่
                                                                             ของการฉายรังสี จากภายนอก               โดยใช้คอมพิวเตอร์วาดตาแหน่งที่
                                                                             แน่นอนของก้อนมะเร็ ง ช่วยลดการทางายของรังสี ต่ออวัยวะข้างเคียง
                                                                             รวมทั้งช่วยให้สามารถใช้ปริ มาณรังสี ได้มากขึ้น            ในอนาคตหาก
                                                                                         ่
วิธีการนี้สามารถใช้งานได้ดี น่าจะเป็ นวิธีที่ใช้แทนการรักษามะเร็ งตับมาตรฐานที่ใช้อยูในปั จจุบน   ั
           สาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่ตองทาการรักษามะเร็ งตับจะใช้เวลาในการฉายรังสี ประมาณ 1 - 2 เดือน หรื อ ประมาณ 20 - 30 แสง ระหว่างการ
                      ้              ้
รักษามะเร็ งตับผูป่วยมะเร็ งตับจะมีอาการไอบ้าง เพราะแสงจากรังสี ที่ฉายไปยังตับ ทาให้ตบได้รับความระคายเคืองจึงทาให้ไอได้ แต่เรื่ องนี้ ไม่ตอง
                    ้                                                                         ั                                                   ้
กังวลเพราะแพทย์จะให้ยาระงับอาการไอ เพียงให้บอกแพทย์ผรักษา ทราบ การรักษามะเร็ งตับด้วยรังสี น้ ีจะทาให้ร่างกายอ่อนเพลีย คอแห้ง เบื่อ
                                                               ู้
อาหาร โลหิ ตจาง เพราะรังสี ที่ฉายไปทาลายไขกระดูกทาให้การสร้างเม็ดเลือดน้อยลง การพยายามรับประทานอาหารจะช่วยให้ร่างกายมีกาลังที่จะ
       ้ ั
ต่อสูกบโรค ขน หรื อผมบริ เวณที่ถูกแสงจะร่ วง แต่ถาไม่ได้ฉายรังสี ที่บริ เวณศีรษะ ก็จะไม่ทาให้ ศีรษะล้าน ซึ่งผูป่วยมะเร็ งตับส่วนมากจะกังวลเรื่ อง
                                                    ้                                                             ้
นี้ ผิวบริ เวณที่ถูกรังสี จะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อนเสมือนถูกแดดเผา หรื อตากแดดนาน ๆ อาการนี้พอหยุด ฉายรังสี ไม่นานก็จะเป็ นปกติ

           รังสี รักษามะเร็ งตับเป็ นการรักษามะเร็ งตับที่ไม่มีความเจ็บปวด ไม่เสี ยเลือด และการรักษามะเร็ งตับด้วยรังสี ส่วนใหญ่เป็ นการรักษามะเร็ ง
ตับแบบผูป่วยมะเร็ งตับนอก ไม่ตองนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เผลทางด้านรังสี ยงไม่เกิดขึ้นทันที แต่เมื่อผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับได้รับการฉาย
              ้                        ้                                                 ั                      ้
รังสี เป็ นระยะเวลาหนึ่ง จึงจะเริ่ มมีผลข้างเคียงหรื อผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการฉายรังสี เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, ผมร่ วง, ผิวหนังมีสีคล้ าขึ้น เป็ นต้น
ผลข้ างเคียงของรังสีรักษา เช่น ผิวหนังอักเสบเหมือนถูกแสงแดดบริ เวณที่เป็ นตาแหน่งฉายรังสี คลืนไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อาการเหล่านี ้
                                                                                                    ่
จะค่อยๆ หายไปหลังหยุดการรักษามะเร็ งตับ การฉายรังสีอาจทาให้ อาการข้ างเคียงจากการได้ รับยาเคมีแย่ลง




                                                                                เคมีบาบัด คือ การรักษามะเร็ งตับด้วยยาเพื่อควบคุมหรื อทาลาย
                                                                                เซลล์มะเร็ งตับ การออกฤทธิ์ยบยั้งการเจริ ญเติบโตและแบ่งตัว
                                                                                                                ั
                                                                                ของเซลล์มะเร็งตับ และทาลายเซลล์มะเร็ งตับ การรักษามะเร็งตับ
                                                                                ด้วยเคมีบาบัดอาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปากอักเสบ
                                                                                                           ่ ั
                                                                                ผมร่ วง มากหรื อน้อยขึ้นอยูกบชนิดของยา สภาวะความแข็งแรง
                                                                                ของร่ างกาย ความพร้อมทางด้านจิตใจของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ ง
                                                                                                                            ้
                                                                                ตับด้วย


                                                                             การให้ยามักใช้วธีฉีดเข้าเส้นเลือดดาหรื อการกิจ
                                                                                            ิ                               เมื่อยาเข้าสู่
กระแสเลือดจะกระจายไปทัวร่ างกาย เป็ นประโยชน์สาหรับมะเร็งระยะที่กระจายไปที่การฉี ดยาเคมีเข้าหลอดเลือดบริ เวณตับหรื อการฉี ดสารเพื่ออุด
                            ่
กั้นหลอดเลือดที่เลี้ยงมะเร็งตับ(Intrahepatic Chemotherapy/Chemoembolization)
    ยารักษามะเร็งตับชนิดฉีดเข้ าหลอดเลือดแดง                  (Chemoembolization)        ทาได้โดยการฉีดยาเคมีบาบัดเข้าเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยง
       ก้อนมะเร็ งในตับ เส้นเลือดก็จะถูกอุดตันด้วยยาที่มีส่วนผสมของน้ ามันหรื ออนุภาคขนาดเล็ก ทาให้มีเลือดไปเลี้ยงก้อนมะเร็งลดลง ตับ มี
       ลักษณะพิเศษ คือ ได้รับเลือดจาก 2 ทาง คือ เส้นเลือดแดงตับ (hepatic artery) และเส้นเลือดดา (portal vein) โดยได้เลือดจากเส้นเลือดดา
                                                 ้
       75% และเส้นเลือดแดงเพียง 25% แต่กอนมะเร็ งมักจะได้รับเลือดจากเส้นเลือดแดง ดังนั้นเมื่อเส้นเลือดแดงถูกทาให้อดตัน ก้อนมะเร็ งก็จะ
                                                                                                                           ุ
       ขาดออกซิเจนและสารอาหาร แต่ตบก็ยงได้เลือดเลี้ยงจากเส้นเลือดดา portal vein
                                             ั ั
การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีสามารถใช้ได้ท้ งกับมะเร็ งตับปฐมภูมิและทุติยภูม แต่จะไม่ได้ส่งผลต่อมะเร็ งส่วนอื่นของร่ างกาย ตัวอย่างของมะเร็ งตับที่
                                         ั
สามารถรักษาได้ดวยวิธี chemoembolization ได้แก่
                  ้
               Hepatoma
               Cholangiocarcinoma
               Metastasis
               Carcinoid
               Ocular melanoma
               Sarcomas
ต้องมีการตรวจหลายอย่างก่อนการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ี ได้แก่ การตรวจเลือดดูการทางานของตับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรื อ การ
ตรวจด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้ า (MRI) โดยแพทย์จะดูผลการตรวจเหล่านี้เพื่อคาดคะเนภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ ซึ่งอาจทาให้ผป่วย           ู้
มะเร็ งตับบางรายไม่
เหมาะกับการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ี เช่น
                 เส้นเลือดดาในตับอุดตัน (blockage of the portal vein)
                 ตับแข็ง (cirrhosis)
                 ท่อน้ าดีอุดตัน (blockage of bile duct)
   การเตรี ยมตัวก่อนการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ี ผูป่วยมะเร็ งตับต้องงดน้ างดอาหารหลังเที่ยงคืนก่อนมาโรงพยาบาลและผูป่วยมะเร็ งตับจะได้รับ
                                                     ้                                                                   ้
สารน้ าทางเส้นเลือดดาที่โรงพยาบาลเพื่อเอาไว้ให้ยาฆ่าเชื้อและยาอื่นๆ หลังจากทาหัตถการเสร็ จเรี ยบร้อย ผูป่วยมะเร็งตับจะได้กลับมาที่หองพัก
                                                                                                            ้                          ้
และต้องนอนราบบนเตียงนาน 6 ชัวโมง และจะได้รับสารน้ าทางเส้นเลือดดาต่อ ผูป่วยมะเร็งตับสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่ งขึ้น
                                        ่                                             ้
ผลข้างเคียงที่สาคัญของการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธี chemoembolization คือ อาการปวด ไข้ และคลื่นไส้อาเจียน อาการอาจมากน้อยแตกต่างกัน แต่
มักมีอาการอยูเ่ ป็ นชัวโมงถึงเป็ นวันหลังการรักษามะเร็ งตับ ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดวยการกินยา ผูป่วยมะเร็ งตับบางรายอาจมีผมร่ วงได้
                      ่                                                                       ้           ้
เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผูป่วยมะเร็ งตับมีโอกาสเสี่ ยงเล็กน้อยที่จะเกิดภาวะตับวาย หรื อการติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งถือเป็ นภาวะแทรกซ้อนที่อนตราย
                             ้                                                                                                       ั
จากการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธี chemoembolization แต่มีโอกาสเกิดได้นอยมาก้


                                        ่ ั
          ระยะเวลารักษามะเร็งตับขึ้นอยูกบ ชนิดและระยะของมะเร็ งตับที่ผป่วยมะเร็ งตับเป็ น รวมทั้งผลการตอบสนองต่อยารักษามะเร็ งตับของ
                                                                       ู้
ผูป่วยมะเร็งตับแต่ละราย โดยแพทย์ผเู ้ ชี่ยวชาญจะเป็ นผูวเิ คราะห์แนะนาและกาหนดเวลาตลอดจนเลือกยารักษามะเร็ งตับที่ได้ผลดีที่สุดต่อผูป่วย
  ้                                                      ้                                                                         ้
                                                        ่ ั
มะเร็ งตับ ความถี่ของการให้ยาเคมีบาบัดแตกต่างกันขึ้นอยูกบสูตรยารักษามะเร็ งตับที่ใช้ และสภาพร่ างกายของผูป่วยมะเร็งตับ เช่น ทุกวัน ทุก
                                                                                                         ้
สัปดาห์ หรื อทุกเดือน บางครั้งอาจต้องหยุดยารักษามะเร็งตับชัวคราว เพื่อให้ร่างกายมีเวลาพัก และซ่อมแซมเซลล์ปกติให้แข็งแรงพอที่จะให้ยา
                                                              ่
รักษามะเร็ งตับครั้งต่อไปได้
          ผูป่วยมะเร็งตับมะเร็ งตับบางรายอาจท้อแท้ เนื่องจากระยะเวลารักษามะเร็ งตับยาวนาน หากกังวลใจ ควรปรึ กษาแพทย์ แพทย์อาจ
            ้
ปรับปรุ งแผนการรักษามะเร็งตับให้เหมาะสมขึ้น ควรติดตามผลการรักษามะเร็ งตับเป็ นระยะ มาตรวจตรงตามแพทย์นด ทานยารักษามะเร็ งตับตรง
                                                                                                             ั
ตามแผนการรักษามะเร็งตับรักษามะเร็ งตับ การได้ยาไม่ครบหรื อระยะเวลาไม่ตรงกาหนด ก่อให้เกิดผลเสี ยต่อการรักษามะเร็ งตับ ถ้ามีเหตุจาเป็ นที่
จะต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยารักษามะเร็ งตับควรปรึ กษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง


เมื่อได้รับยาเคมีบาบัดรักษามะเร็งตับ ผูป่วยมะเร็ งตับบางรายอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ การบาบัดรักษามะเร็ งตับตั้งแต่เริ่ มต้นจะได้ผลดีกว่าการ
                                        ้
รักษามะเร็ งตับเมื่อเป็ นมากแล้ว ผลข้างเคียงการรักษามะเร็ งตับบางประการถ้าไม่รักษาทันท่วงที อาจนาไปสู่ผลแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ นาไปสู่
อาการช็อคจากการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ อาการข้างเคียงสาคัญที่ควรปรึ กษาแพทย์ อาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปหลังหยุดการรักษา
มะเร็ งตับ หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งแพทย์ เพื่อการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม น้ าหนักลด หรื อเพิ่มอย่างรวดเร็ ว พอสรุ ปได้ดงนี้
                                                                                                                      ั
                แสบปาก
                การรับรสลดลง
                ผมร่ วง
                คลื่นไส้อาเจียน
                เพิ่มโอกาสเสี่ ยงต่อการติดเชื้อ จากเม็ดเลือดขาวลดลง
                เลือดออกง่าย เป็ นจ้ าเลือด จากเกร็ ดเลือดลดลง
                อ่อนเพลีย หอบเหนื่อย จากเม็ดเลือดแดงลดลง
RFA เป็ นการรักษามะเร็ งตับแบบใหม่ ใช้รักษามะเร็ งตับที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์จะสอดเครื่ องมือผ่านทางหน้าท้องโดยอาศัยอัลตร้าซาวน์นา
             ้
ทางเข้าไปที่กอนมะเร็ ง และส่งผ่านคลื่นวิทยุเข้าไปเกิดความร้อนเฉพาะที่บริ เวณก้อนและทาลายเซลล์มะเร็ งด้วยตาแหน่งที่แม่นยา มีผป่วยมะเร็งตับ
                                                                                                                            ู้
ประมาณ 1000 ราย ในอเมริ กาและยุโรปที่ใช้วธีการรักษามะเร็ งตับนี้
                                         ิ




  หลักการรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีคือ ช่วยให้ผป่วยมะเร็งตับได้รับความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อย ซึ่งมีวธีการทาหลายวิธี เช่น
                                            ู้                                                    ิ

    1. โดยการสอดสายผ่านทางผิวหนัง

                                                                                2. โดยการส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง

                                                                                3. โดยการผ่าตัดเปิ ดช่องท้อง




              ้          ่                                 ่                                                    ั ่
  ในบางรายที่กอนมะเร็งอยูต้ืนอาจผ่าตัดออกได้ ส่วนก้อนที่อยูลึกจะใช้วธีทาลายด้วย RFAเป็ นการช่วยรักษาเนื้อตับที่ยงดีอยูไว้ให้มากที่สุด การ
                                                                    ิ
                                                    ่ ั
พิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผูป่วยมะเร็ งตับขึ้นอยูกบจานวนและตาแหน่งของก้อนมะเร็ ง โดยส่วนใหญ่การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีเพียงครั้งเดียวก็
                               ้
สามารถกาจัดก้อนมะเร็ งออกไปได้ อย่างไรก็ตาม ก้อนมะเร็ งขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถรักษาได้ดวยวิธี RFA คือ 5 ซม.
                                                                                       ้                                 ระยะเวลาในการรักษา
                                            ่           ่ ั
มะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ีประมาณ 20 นาทีถึง 2 ชัวโมง ขึ้นอยูกบขนาดและจานวนของก้อนมะเร็ ง ผูป่วยมะเร็ งตับมักทนต่อการรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีได้ดี
                                                                                       ้
อาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยหรื อไม่ปวดเลยหลังการรักษามะเร็ งตับ ผูป่วยมะเร็ งตับบางรายอาจมีไข้ต่าๆ ได้ 2-3 วันหลังการรักษามะเร็ งตับ
                                                                 ้
โอกาสเสี่ ยงต่อการเสี ยเลือดหรื อการติดเชื้อหลังการรักษามะเร็ งตับมีนอยมาก ผูป่วยมะเร็งตับสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่ งขึ้นหลังการ
                                                                     ้       ้
รักษามะเร็ งตับด้วยวิธีสอดสายผ่านทางผิวหนังหรื อวิธีส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง                                  ่
                                                                                    สาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่ผาตัดเปิ ดช่องท้อง
                                                                                            ้                                     มักต้องอยู่
โรงพยาบาลต่ออีก 2-4 วัน หลังการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธี RFA ต้องตรวจติดตามด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เป็ นระยะเพื่อเฝ้ าระวังการกลับเป็ นซ้ า
ของมะเร็ ง
ภายหลังจากการรักษามะเร็ งตับครบแล้ว ผูป่วยมะเร็ งตับจะได้รับการนัดตรวจต่อเนื่อง โดยแพทย์จะนัดมาเพื่อซักถามอาการ ตรวจร่ างกาย ตรวจ
                                        ้
                                                                                                  ่
เลือดหรื อการถ่ายภาพ เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรื อการตรวจด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็ก เพื่อติดตามดูวามีการกลับมาของมะเร็งหรื อไม่ หรื อดู
ว่ามีการกระจายของมะเร็ งหรื อไม่ และติดตามดูผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ งตับ ผูป่วยมะเร็งตับสามารถซักถามเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับ
                                                                               ้
                             ่ ั
โรคหรื อสิ่ งที่เป็ นกังกลอยูกบแพทย์ได้      หากผูป่วยมะเร็ งตับได้รับการรักษามะเร็ งตับด้วยการผ่าตัดหรื อการเปลี่ยนถ่ายตับ แพทย์จะติดตามตรวจ
                                                  ้
ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรื อเอกซเรย์แม่เหล็กและเจาะเลือดทุก 3-6 เดือน ภายในช่วง 2 ปี แรกหลังจากนั้นทุก 6-12 เดือน การรักษามะเร็ งตับส่วน
ใหญ่มกเกิดผลข้างเคียง อาการบางอย่างอาจใช้เวลาเป็ นสัปดาห์หรื อเป็ นเดือนจึงจะดีข้ ึน แต่อาการบางอย่างอาจเป็ นถาวร หากมีอาการใดผิดปกติ
     ั
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไปการรักษามะเร็ งตับด้วยยาต้านไวรัส           หากผูป่วยมะเร็งตับติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรื อ
                                                                                                    ้
ซี แพทย์จะรักษาด้วยการให้กินยาเพื่อรักษาหรื อควบคุมการติดเชื้อ การป่ วยเป็ นโรคมะเร็งและต้องรับการรักษามะเร็งตับต่างๆ อาจทาให้เสี ยเวลา
และเสี ยกาลังใจ คุณอาจลองปรับเปลี่ยนทัศนคติในการมองชีวตใหม่ และคิดหาวิธีดูแลรักษาสุขภาพในระยะยาวต่อไป
                                                      ิ



  หากผูป่วยมะเร็ งตับจาเป็ นต้องพบแพทย์คนใหม่ ผูป่วยมะเร็งตับต้องสามารถบอกแพทย์เกี่ยวกับการวินิจฉัยและการรักษามะเร็งตับโรคที่เคย
       ้                                        ้
ได้รับได้ จึงควรถ่ายเอกสารเกี่ยวกับสิ่ งเหล่านี้เก็บไว้

  1.   ใบรายงานผลทางพยาธิวทยา จากการตรวจชิ้นเนื้อหรื อการผ่าตัด
                          ิ
  2.   ใบรายงานการผ่าตัด ถ้าได้รับการผ่าตัด
  3.   ใบสรุ ปประวัติการรักษามะเร็งตับตัวในโรงพยาบาล ถ้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
  4.   ใบสรุ ปชนิดและปริ มาณรังสี ที่ได้รับ ถ้าได้รับการรักษามะเร็งตับด้วยการฉายรังสี
  5.   ใบสรุ ปชนิดของยา ขนาดยา และวันที่ได้รับยา ถ้าได้รับการรักษามะเร็ งตับด้วยยาเคมีบาบัด



        ผูป่วยมะเร็งตับจานวนน้อยเท่านั้นที่สามารถตรวจพบมะเร็ งตับได้ต้ งแต่ระยะแรกๆ และสามารถผ่าตัดออกได้ อัตราการรอดชีวตที่ระยะเวลา
           ้                                                             ั                                                     ิ
               ้                                                               ่
5 ปี ของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับที่ตรวจพบโรคระยะแรกและได้รับการผ่าตัดอยูที่ 30-60% อัตรานี้จะลดลงไปในผูป่วยมะเร็ งตับที่เป็ นมะเร็ งระยะ
                                                                                                               ้
ท้ายๆ หรื อเป็ นโรคตับอื่นๆ ร่ วมด้วย
                          ิ                                           ้                       ิ ่
        อัตราการรอดชีวตที่ระยะเวลา 5 ปี หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของผูป่วยมะเร็ งตับที่สามารถมีชีวตอยูได้อย่างน้อย 5 ปี ภายหลังได้รับการวินิจฉัยว่า
                                                                                                     ิ ่
เป็ นมะเร็ ง กาหนดค่านี้ข้ ึนมาเพื่อใช้บอกพยากรณ์โรคอย่างไรก็ตามผูป่วยมะเร็งตับบางรายก็สามารถมีชีวตอยูได้นานกว่า 5 ปี
                                                                    ้
        อัตราการรอดชีวตที่ระยะเวลา 5 ปี ของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็งระยะท้ายหรื อระยะที่มีการกระจายไปนอกตับแล้ว น้อยกว่า 5% และโดยเฉลี่ย
                            ิ                   ้
แล้วมักมีชีวตอยูได้อีกไม่กี่เดือนหลังตรวจพบมะเร็ง ดังนั้นอัตราการรอดชีวตของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับทั้งหมดจึงน้อยกว่า 10% เหตุผลส่วนหนึ่ง
                 ิ ่                                                       ิ     ้
มาจากว่าผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็งตับส่วนใหญ่มีปัญหาอื่นเกี่ยวกับตับร่ วมด้วย เช่น ตับแข็ง ซึ่งโดยปกติตวโรคตับแข็งเองก็อาจเป็ นอันตรายถึงชีวตได้
             ้                                                                                     ั                                    ิ
ผูป่วยมะเร็งตับแต่ละคนต่างกัน ตัวเลขและสถิติต่างๆ อาจใช้บอกภาพรวมของโรคได้ แต่เราต้องระลึกไว้เสมอว่าคนแต่ละคนแตกต่างกัน พยากรณ์
  ้
โรคของผูป่วยมะเร็ งตับแต่ละรายอาจไม่เท่ากัน คุณควรปรึ กษากับทีมแพทย์เกี่ยวกับโอกาสในการรักษามะเร็ งตับของคุณ หรื อระยะเวลาที่คาดว่า
        ้
คุณจะสามารถมีชีวตอยูได้ ซึ่งทีมแพทย์ที่ดูแลคุณจะเป็ นผูที่ให้ขอมูลเกี่ยวกับโรคของคุณได้ดีที่สุด
                 ิ ่                                   ้      ้

ศูนย์การรักษามะเร็งตับ หลักการแพทย์ทางเลือก Wholly Medical Center




    1. โปรแกรมการรักษามะเร็ งตับ NATURAL KILLER CELL AND TARGET CELL THERAPY (เซลล์เพชฌมาต)
    2. โปรแกรมการรักษามะเร็งตับ TUMOR FIGHTER (เสริ มภูมิตานเซลล์มะเร็ งตับ)
                                                          ้
    3. โปรแกรมการรักษามะเร็งตับ NEW REGENERIST TUMOR FIGHTER
    4. โปรแกรมการรักษามะเร็งตับ MEGA C PLUS
    1. การตรวจโรคมะเร็ งตับด้วยการถอดรหัสพันธุกรรม GENE DIAGNOSTICS


               สอบถามเพิมเติมเกียวกับรายละเอียดการรักษามะเร็งตับโดยตรงที่ Wholly Medical Center
                        ่       ่
                                                  ้
                                        ตึก 253 ชัน 21 อโศก ซอยสุขมวิท 21
                                                                   ุ
                              ตรงข ้าม มศว. ประสานมิตร ติดรถไฟฟ้ าใต ้ดินสถานีเพชรบุรี

                              โทร.02-664-3027 9.00 - 19.00 น. ทุกวันไม่เว ้นวันหยุดราชการ
                                   Email:crm@whollymedical.com ตลอด 24 ชัวโมง   ่


               ข้ อมูลอ้ างอิง whollymedical.com , นพ.สมยศ ชัยธีระสุเวท รังสีแพทย์ thaiclinic.com, chulacancer.net

การรักษามะเร็งตับ

  • 1.
    มะเร็ งตับ หรือชื่อทางการแพทย์ ว่า Hematoma หรื อ Hepatocellular carcinoma เกิดขึ้นจากหลายปั จจัย ไม่มี สามารถระบุได้แน่ชด แต่มีปัจจัยเสี่ ยงมากมายที่เชื่อว่าเป็ นสาเหตุที่เพิ่มโอกาส ั ให้เกิดมะเร็ งตับ แนวทางที่จะกล่าวนี้ นามาจากความคิดเห็นของทีมแพทย์และ พยาบาลซึ่งทางานใน American Cancer Society's Cancer Information Database Editorial Board โดยนามาจากการแปลผลของการศึกษาวิจยที่ได้ลง ั วารสารการแพทย์ประกอบกับประสบการณ์เฉพาะทางของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่แนวปฏิบติอย่างเป็ นทางการที่จะนาไปใช้แทนวิธีการรักษามะเร็ งตับของ ั ทีมแพทย์ที่ดูแลคุณอยู่ แต่เพียงใช้ช่วยในการพิจารณาตัดสิ นใจของคุณและ ครอบครัวเกี่ยวกับการรักษามะเร็งตับร่ วมกับแพทย์ของคุณแพทย์ของคุณอาจมีเหตุผลในการเลือกวิธีการรักษามะเร็ งตับที่อาจแตกต่างไป อย่าลังเล ที่จะซักถามเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษามะเร็ งตับของคุณกับแพทย์ ผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับระยะเริ่ มแรกมักไม่มีอาการอะไรผิดปกติ จนกว่าโรค ้ จะดาเนินไปถึงระยะท้ายๆ แล้ว ทาให้ยากต่อการตรวจพบมะเร็ งตับตั้งแต่ระยะแรก ดังนั้นจึงยังไม่มีการตรวจมะเร็ งตับระยะเริ่ มแรก และ มะเร็ งตับ ขนาดเล็กนี้ตรวจพบได้ยากจากการตรวจร่ างกายอีกด้วย  โรคอ้วน  โรคเบาหวาน โดยเฉพาะผูที่ดื่มแอลกอฮอล์มากและ/หรื อมีภาวะตับอักเสบร่ วมด้วย ้  โรคตับแข็ง เซลล์ตบจะถูกทาลายและแทนที่ดวยรอยแผลเป็ น สาเหตุมกเกิดจากการดื่ม ั ้ ั  พยาธิใบไม้ในตับ การบริ โภคอาหารดิบ  เพศชายมีโอกาสเสี่ ยงมากกว่าเพศหญิง อาจเป็ นผลมาจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่  การเสื่ อมสมรรถภาพทางเพศ พบว่ามีการเพิ่มความเสี่ ยงต่อมะเร็ งตับ  เชื้อชาติ เช่น เอเชียอเมริ กา ชาวเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มีโอกาสเป็ นมะเร็ งตับสูง  ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็ นสาเหตุของโรคตับแข็ง สามารถติดต่อได้ทาง  เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉี ดยาร่ วมกัน จากมารดาสู่ทารกในครรภ์ และการรับเลือด  แอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงภาวะธาตุเหล็กเกินในร่ างกาย  ่ Alfa toxins เป็ นสารที่สร้างมาจากเชื้อราซึ่งอยูในพืชตระกูลถัวชนิดต่างๆ ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด เป็ นต้น การได้รับสารชนิดนี้เป็ น ่ เวลานานเพิ่มโอกาสเสี่ ยงในการเป็ นมะเร็ งตับ  Vinyl chloride and Thorium dioxide แต่ในปัจจุบนได้ถกกฎหมายควบคุมการใช้แล้ว ั ู  Anabolic steroids หรื อฮอร์โมนเพศชาย ที่นกกีฬาบางคนใช้เป็ นยากระตุนกาลัง ั ้
  • 2.
     สารหนู หากได้รับติดต่อกันก็เพิ่มปัจจัยเสี่ ยงต่อมะเร็ งตับ  สาเหตุอ่ืนๆ ที่รองลงมา ได้แก่ การสูบบุหรี่ รวมถึงยาเม็ดคุมกาเนิดบางชนิด ซึ่งเคยมีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ ยงในการเป็ นมะเร็ งตับ แต่ไม่มี ั ที่ใช้กนแล้วในปัจจุบน ั  แนะนาให้ฉีดวัคซีนป้ องกันไวรัสตับอักเสบ บี แก่เด็กทุกราย รวมทั้งให้ความรู ้แก่ประชาชนถึงวิธีการติดต่อของไวรัสตับอักเสบ บี และซี ในระยะแรกมะเร็ งตับ มักไม่มีอาการที่ทาให้สงเกตุได้ จนกว่าก้อนมะเร็ งจะโตขึ้น จนผูป่วยมะเร็ งตับเริ่ มมีอาการแน่นอึดอัดท้องเหมือน ั ้ ่ อาหารไม่ยอย จนวินิจฉัยได้ยาก หรื อมีอาการคล้ายกับเป็ นโรคแผลในกระเพาะอาหารผูป่วยมะเร็งตับบางรายอาจมีอาการปวดเฉพาะที่บริ เวณชาย ้ โครงขวา ซึ่งเป็ นตาแหน่งของตับ เมื่อก้อนโตมากขึ้นอีกเช่น เบื่ออาหาร น้ าหนักลด ถ้าเป็ นมากขึ้นอาจมีทองบวมขึ้นเหมือนท้องมาร เนื่องจากมีน้ า ้ แทรกในช่องท้อง นอกจากนี้ยงมีอาการมะเร็ งตับอื่น ๆ เช่น ั 1. มีไข้ 2. ท้องบวม 3. คันตามตัว 4. ปวดท้องเรื้ อรัง 5. เบื่ออาหารเรื้ อรัง 6. ตัวเหลือง ตาเหลือง 7. คลื่นไส้อาเจียนบ่อย 8. น้ าหนักลด (โดยที่ไม่ได้พยายามลดน้ าหนักหรื อควบคุมอาหาร) 9. จุกแน่นท้องหลังกินอาหารเพียงปริ มาณไม่มาก ้ 10. ตับโตหรื อคลาได้กอนใต้ชายโครงขวา ้ 11. ม้ามโตหรื อคาได้กอนใต้ชายโครงซ้าย 12. เส้นเลือดดาบริ เวณหน้าท้องโป่ งพอง 13. อาการของตับอักเสบเรื้ อรังหรื อตับแข็งแย่ลง นอกจากนี้ มะเร็ งตับบางชนิดอาจสร้างฮอร์โมนบางอย่าง ซึ่งอาจทาให้มีอาการดังต่อไปนี้ 1. แคลเซียมในเลือดสูง ทาให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก สับสน กล้ามเนื้ออ่อนแรง 2. น้ าตาลในเลือดต่า ทาให้มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืดเป็ นลม 3. เต้านมมีขนาดใหญ่ข้ ึน และ/หรื อ อัณฑะมีขนาดเล็กลงในเพศชาย อาการเหล่านี้อาจทาให้แพทย์คิดถึงโรคทางระบบประสาทหรื อต่อมไร้ท่อมากกว่าโรคตับ ต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัย 1. เป็ นมะเร็ งที่พบได้บ่อยในผูป่วยมะเร็งตับที่เป็ นโรคตับอักเสบเรื้ อรังจากไวรัส ้ ตับอักเสบ การทานอาหารที่มีเชื้อราอัลฟาท๊อกซิน และตับแข็งเรื้ อรัง โดยพบได้บ่อยในผูชายมากกว่าผูหญิง ในกลุ่มของผูป่วยมะเร็ งตับที่ ้ ้ ้ มีความเสี่ ยงสูงต่อการเป็ นมะเร็ งชนิดนี้ ควรตรวจเลือดดูค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ ง (AFP) และทาอัลตราซาวด์ตบ เพื่อคัดกรองเป็ นระยะๆ ั
  • 3.
    ด้วย มีอาการ ตับโตแน่นท้องด้านขวาบน บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ดานขวาได้ เบื่ออาหาร น้ าหนักลด ตัวเหลืองตาเหลือง ้ เป็ นต้น การตรวจวินิจฉัยมะเร็งตับ 1. ตรวจเลือดดูการทางานของตับ, ไวรัสตับอักเสบ, AFP 2. การตรวจทางรังสี ที่ตบและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า ั 3. การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวทยา ซึ่งอาจใช้เข็มเจาะผ่านทางหน้าท้องไปยังตาแหน่งของก้อนก็ได้ ิ การรักษามะเร็งตับ ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีการแพร่ กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาด โดยการผ่าตัดให้หมด หรื อพิจารณาการฉี ด สารเคมีเข้าไปที่ตวก้อนเพื่อให้เซลล์มะเร็ งตายก้อนมีขนาดใหญ่ ซึ่งการผ่าตัดไม่สามารถทาได้ อาจพิจารณาในเรื่ องการฉายแสง จาก ั ภายนอกเพื่อช่วยทาลายเซลล์มะเร็ ง รื อการฉี ดสารเคมีเข้าไปที่ตวก้อนเพื่อทาลายเซลล์มะเร็ ง กลุ่มที่มีการแพร่ กระจายของตัวโรค ซึ่งมักจะ ั พบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ ของร่ างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมี บาบัดมะเร็ งตับชนิดอื่น ๆ 2. มะเร็ งชนิดนี้เกิดที่บริ เวณทางเดินน้ าดี โดยแบ่งได้เป็ น 2 กลุ่ม คือ ทางเดินน้ าดี ที่อยูภายในตับและทางเดินน้ าดีที่อยูนอกตับ ช่วงอายุที่พบได้บ่อย ประมาณ 50-70 ปี เพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย ในประเทศไทยนั้น ่ ่ ปั จจัยเสี่ ยงที่สาคัญต่อมะเร็ งชนิดนี้ คือ พยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งพบมากในปลาน้ าจืดที่ทาไม่สุก เช่น ปลาร้า เป็ นต้น ดังนั้นอุบติการณ์ จึงพบมาก ั ในภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ ปั จจัยเสี่ ยงอย่างอื่น ได้แก่ การเป็ นโรคทางเดินน้ าดีอกเสบเรื้ อรัง, นิ่วในทางเดินน้ าดี, โรคตับเรื้ อรังเป็ นต้น จะมี ั อาการตัวเหลืองตาเหลือง ปวดท้อง เบื่ออาหาร น้ าหนักลด การตรวจวินิจฉัยมะเร็งทางเดินนาดี ้ 1. ตรวจร่ างกายเพื่อแยกโรคอื่นให้ชดเจน ั 2. การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเคมีในเลือด ค่าการทางานของตับ และค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ งเช่น CA 19-9, CEA เป็ นต้น 3. การตรวจทางรังสี ที่ตบและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า ั การรักษามะเร็งตับมะเร็งทางเดินนาดี ้ ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีการแพร่ กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดโดยการผ่าตัดให้หมดก้อนมีขนาดใหญ่ ซึ่งการ ผ่าตัดไม่สามารถทาได้ อาจพิจารณาในเรื่ องการฉายแสงจากภายนอกเพื่อช่วยทาลายเซลล์มะเร็ ง อาจร่ วมกับการให้ยาเคมีบาบัดด้วยก็ได้กลุ่มที่ มีการแพร่ กระจายของตัวโรค ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ ของร่ างกายคงมี ความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบาบัด 3. เป็ นมะเร็งที่พบได้นอยกว่ามะเร็ งชนิดอื่นในบริ เวณนี้ เริ่ มต้นเกิดจากเซลล์เยือบุขางใน ้ ่ ้ ของถุงน้ าดีมีการเปลี่ยนแปลงเป็ นมะเร็ ง และลุกลามออกมาข้างนอก โรคนี้มกพบในระยะที่ตวโรคมีขนาดใหญ่แล้ว เนื่องจากอาการค่อนข้าง ั ั ่ คล้ายๆ กับโรคอื่นในทางเดินอาหารและถุงน้ าดีอยูหลังตับทาให้ตรวจพบได้ยาก มีอาการปวดท้องเหนือกระเพาะอาหาร, ตัวเหลืองตาเหลือง, เบื่ออาหาร, น้ าหนักลด การตรวจวินิจฉัยมะเร็งถุงนาดี้ 1. การตรวจร่ างกายเพื่อแยกโรคอื่นให้ชดเจน ั 2. การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเคมีในเลือด ค่าการทางานของตับ และค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ ง เช่น CA 19-9, CEA เป็ นต้น 3. การตรวจทางรังสี ที่ตบและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า ั 4. การส่งตรวจชิ้นเนื้อในตาแหน่งที่สงสัยว่าจะเป็ นมะเร็ ง
  • 4.
    การรักษามะเร็งตับมะเร็งถุงนาดี ้ ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีการแพร่ กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดโดยการผ่าตัดให้หมดก้อนมีขนาดใหญ่ ซึ่งการ ผ่าตัดไม่สามารถทาได้ อาจพิจารณาในเรื่ องการฉายแสง จากภาย นอกเพื่อช่วยทาลายเซลล์มะเร็ ง อาจร่ วมกับการให้ยาเคมีบาบัดด้วยก็ได้กลุ่มที่มีการแพร่ กระจายของตัวโรค ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วน อื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ ของร่ างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบาบัด การบอกระยะโรคมะเร็ ง คือ การตรวจหาว่ามะเร็ งกระจายตัวไปเพียงใด ซึ่งเป็ นปัจจัยสาคัญในการวางแผนการรักษามะเร็งตับ ระบบที่ใช้ใน การบอกระยะโรคมีหลายระบบ โดยระบบหลักที่แพทย์ใช้อธิบายระยะของโรคมะเร็ งคือ American joint Committee on Cancer (AJCC) TNM system ระยะโรคจะเขียนด้วยเลขโรมัน I-IV (1-4) ระยะที่ III (3) แบ่งออกเป็ น A, B และ C เลขที่นอยกว่า แปลว่าระยะโรคน้อยกว่า นอกจากนี้ยงมีระบบอื่นๆ ที่ใช้พิจารณาความสามารถในการทางานของตับสาหรับเป้ าหมายในการ ้ ั รักษามะเร็ งตับ ่ แพทย์จะพิจารณาว่ามะเร็ งนั้นสามารถผ่าตัดออกได้หมดหรื อไม่เช่น หากเป็ นระยะแรกๆ ของโรคและตับที่เหลืออยูในสภาพดี ก็มีโอกาส รักษาให้หายขาดได้ดวยการผ่าตัด เรี ยกว่า respectable แต่ก็มีหลายสาเหตุที่ทาให้มะเร็ งนั้นผ่าตัดไม่ได้ เรี ยกว่า unrespectable ถ้ามะเร็ งนั้นมีการ ้ กระจายออกนอกตับ เรี ยกว่า ระยะลุกลาม (advanced)n เนื่องจากอาการของมะเร็ งมักไม่แสดงออกจนกว่ามีการลุกลามแล้ว ดังนั้นจึงมีผป่วยมะเร็ งู้ ตับจานวนน้อยที่ตรวจพบมะเร็ งตั้งแต่ระยะเริ่ มแรกและสามารถผ่าตัดได้เนื่องจากผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งมักเป็ นตับแข็งร่ วมด้วย แพทย์จึงต้องติดตาม ้ ดูดวยว่าอาการของตับแข็งแย่ลงหรื อไม่ ด้วยการตรวจเลือด ตรวจน้ าในช่องท้องผูป่วยมะเร็งตับควรสอบถามเกี่ยวกับระยะโรคมะเร็ งของตนเองจาก ้ ้ แพทย์ โดยให้แพทย์อธิบายให้ฟังด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผป่วยมะเร็ งตับและแพทย์สามารถตัดสิ นใจร่ วมกันเกี่ยวกับวิธีการรักษามะเร็ งตับ ู้ ที่เหมาะสมที่สุดสาหรับผูป่วยมะเร็ งตับ ้ การวินิจฉัยมะเร็ งตับในระยะเริ่ มแรก ทาได้ยาก เนื่องจากไม่แสดงอาการใดๆ ผูป่วยมะเร็ งตับส่วนใหญ่ที่มีอาการ มักมาพบแพทย์ เมื่อก้อนโตมาก ้ แล้วเกิน 4-5 ซม. หรื อเกือบถึง 10 ซม. หรื อกระจายเป็ นหลายๆ ก้อนทัวตับ ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ยาก ผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับบางรายเป็ น ่ ้ โรคตับแข็งอยูก่อนแล้ว หากผูป่วยมะเร็ งตับโรคตับแข็งมีอาการแย่ลงเร็ วมักต้องสงสัยว่าอาจเป็ นจากมะเร็ งตับ การส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการ ่ ้ วินิจฉัย มีดงนี้ให้การวางแผนการรักษามะเร็ งตับถือเป็ นขั้นตอนสาคัญ การวางแผนรักษามะเร็ งตับ ระยะโรคเป็ นสิ่ งสาคัญที่ตองนามาพิจารณา ั ้ ็ั นอกจากนี้กยงต้องคานึงถึงอายุสุขภาพโดยทัวไป รวมทั้งความต้องการของผูป่วยมะเร็ งตับด้วย ่ ้ 1. ั ่ โดยการเจาะเลือดไปตรวจ โปรตีน alpha fetoprotein พบได้เป็ นปกติในทารกที่ยงอยูใน ครรภ์มารดา แต่ระดับโปรตีนจะลดลงและหายไปจากกระแสเลือดภายหลังการคลอดไม่นาน หากตรวจพบโปรตีนชนิดนี้ในผูใหญ่มกเป็ น ้ ั ตัวบ่งชี้วาอาจเป็ นมะเร็ งตับ หรื อมะเร็ งชนิดอื่นได้ ซึ่งแพทย์มกจะเลือกตรวจ AFP ในผุป่วยที่มีความเสี่ ยงสูงต่อการเป็ นมะเร็ งตับ แต่ก็มี ่ ั ้ มะเร็ งบางชนิดที่ไม่ค่อยสร้างโปรตีนชนิดนี้ ดังนั้นเมื่อตรวจพบโปรตีน alpha fetoprotein ในเลือด มะเร็ งก็อาจจะมีขนาดใหญ่มากจน ผ่าตัดไม่ได้หรื อกระจายออกไปนอกตับแล้ว นอกจากนี้โรคตับอื่นๆ บางชนิดก็สามารถทาให้โปรตีนชนิ ดนี้สูงได้เช่นกัน การตรวจเลือด หาสาร AFP แพทย์อาจสังตรวจไว้ท้ งก่อนและหลังการรักษามะเร็ งตับเพื่อติดตามดูผลของการรักษามะเร็ งตับ นอกจากนี้การตรวจเลือดยัง ่ ั สามารถใช้ดูการทางานของตับที่เหลืออยู่ รวมทั้งการทางานของอวัยวะอื่นๆ ได้วาเป็ นอย่างไร ช่วยในการตัดสิ นใจของแพทย์วาผูป่วย ่ ่ ้
  • 5.
    มะเร็ งตับจะสามารถผ่าตัดได้หรื อไม่และจะมักเจาะในรายที่สงสัยว่าจะเป็ นมะเร็งตับ และเพื่อติดตามการรักษามะเร็ งตับว่ามะเร็ งกลับเป็ น ซ้ าหรื อไม่ 2. เป็ นการตรวจโดยใช้คลื่นเสี ยงสร้างภาพจากอวัยวะภายใน เช่น ตับ โดยผูป่วยมะเร็ งตับจะนอน ้ ่ อยูบนเตียงตรวจ แพทย์จะใช้หวตรวจวางลงบนตัวผูป่วยมะเร็ งตับแล้วขยับหัวตรวจไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อสร้างภาพบนหน้าจอใช้ตรวจ ั ้ ผูป่วยมะเร็งตับที่มีปัจจัยเสี่ ยงต่อการเป็ นมะเร็ งตับ เพื่อคัดกรองหามะเร็ งตั้งแต่ระยะเริ่ มแรก หรื ออาจใช้ตรวจดูก่อนการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่ง ้ ่ ตรวจทางพยาธิวทยาว่าก้อนนั้นมีโอกาสเป็ นมะเร็งหรื อไม่ ตรวจดูวามีมะเร็ งหรื อไม่ ถ้ามีเป็ นชนิดไหน- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computer ิ tomography: CT) ใช้รังสี เอกซเรย์สร้างภาพของร่ างกาย แล้วแบ่งภาพออกเป็ นส่วนเบาๆ ใช้บอกขนาด รู ปร่ าง ตาแหน่งของมะเร็ งทั้งใน และนอกตับ ผูป่วยมะเร็ งตับจะได้รับการฉี ดสารทึบรังสี เพื่อช่วยให้เห็นอวัยวะชัดเจนขึ้นและต้องนอนหงายนิ่งๆ ระหว่างการตรวจ ใช้ ้ เวลาในการตรวจประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะสามารถเห็นก้อนได้ต้งแต่ขนาด 1 เซนติเมตร ดังนั้น ผูมีโอกาสเสี่ ยงมะเร็ งตับ ควรได้รับการ ั ้ ตรวจเช็คด้วยอุลตร้าซาวด์อย่างน้อยปี ละ 1-2 ครั้ง ถึงแม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เพื่อตรวจเช็คหามะเร็ งตับตั้งแต่ระยะเริ่ มแรก 3. บริ เวณตับเพื่อหาก้อนมะเร็ ง การตรวจด้วยการถ่ายภาพ (Imaging test) เพื่อตรวจหาเนื้องอกที่อาจเป็ นมะเร็งได้ รวมทั้งดูการ กระจายของโรคและใช้ติดตามผลการรักษามะเร็ งตับ 4. คือการเอกซเรย์เส้นเลือดแดง ฉี ดสี เข้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตับ แพทย์จะทาในบางรายเพื่อวางแผนผ่าตัดการฉี ดสารทึบ ่ รังสี เข้าเส้นเลือดแดงก่อนการถ่ายภาพ สารทึบรังสี จะฉาบอยูภายในเส้นเลือด ทาให้มองเห็นว่ามีเส้นเลือดใดที่เข้าไปเลี้ยงก้อนมะเร็ งตับ ั ั ่ บ้าง เพื่อช่วยให้ศลยแพทย์ตดสิ นใจได้วาก้อนมะเร็งนั้นสามารถผ่าตัดออกได้หรื อไม่ และวางแผนเลือกวิธีการผ่าตัดที่จะได้ผลดีที่สุด การ ตรวจวิธีน้ ีผป่วยมะเร็ งตับอาจรู ้สึกไม่สบายได้เล็กน้อย เนื่องจากต้องสวนสายเครื่ องมือขนาดเล็กเข้าไปในเส้นเลือดแดงบริ เวณขาหนีบขึ้น ู้ ไปที่ตบ โดยแพทย์จะฉี ดยาชาให้ผป่วยมะเร็งตับก่อนทาการตรวจ ั ู้ 5. ่ คือส่องกล้องเข้าช่องท้องเพื่อดูวามะเร็ งแพร่ กระจายเข้าท้องหรื อยัง เป็ นการวางแผนก่อนผ่าตัด การส่องกล้อง โดย แพทย์จะเจาะรู ขนาดเล็กบริ เวณหน้าท้องแล้วใส่ท่อขนาดเล็กซึ่งมีกล้องติดอยูเ่ ข้าไป เพื่อตรวจดูตบและอวัยวะภายในช่องท้อง วิธีน้ ี ั สามารถใช้ช่วยพิจารณาวางแผนการผ่าตัดหรื อการรักษามะเร็ งตับอื่นๆ ได้ และสามารถตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวทยาได้ โดยแพทย์จะ ิ ให้ยา ให้ผป่วยมะเร็งตับหลับก่อนทาการตรวจ ู้ 6. คือการนาชิ้นเนื้อที่สงสัยส่งตรวจทางพยาธิ วิธีการนาชิ้นเนื้อสามทาได้โดย การใช้เข็มเจาะ หรื อการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อนั้นส่ง ตรวจ การตรวจชิ้นเนื้อ เป็ นวิธีที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัยมะเร็ งตับ การที่จะทาให้ได้ชิ้นเนื้อมาตรวจนั้นทาได้หลายวิธี โดยแพทย์จะฉีดยาชา ตรงบริ เวณที่จะเจาะก่อน หรื ออาจใช้วธีตดชิ้นเนื้อระหว่างที่ส่องกล้อง เมื่อมองเห็นบริ เวณเนื้อตับที่ผดปกติ ิ ั ิ 7. ภาพสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้ า ใช้คลื่นวิทยุร่วมกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้ าในการสร้าง ภาพ สามารถใช้แยกเนื้องอกธรรมดาออกจากมะเร็ งได้ ระยะเวลาในการตรวจจะนานกว่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์  ผูที่มีความเสี่ ยงสูงต่อการเป็ นมะเร็ งตับจะได้รับการตรวจคัดกรอง ซึ่งก็มกจะได้ตรวจตั้งแต่ผป่วยมะเร็ งตับยังไม่มีอาการผิดปกติ เช่น ้ ั ู้ ผูป่วยมะเร็งตับ ตับแข็ง โดยเฉพาะผูที่อยูระหว่างรอรับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ ซึ่งมะเร็ งอาจจะเกิดขึ้นมาในระหว่างช่วงเวลานี้ก็ได้ และก็ ้ ้ ่ ็ อาจจะเป็ นมากจนไม่สามารถรักษาได้หากตรวจพบว่าเป็ นมะเร็ งตับ แพทย์กจาเป็ นต้องเลื่อนคิวการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับของผูป่วยมะเร็ ง ้ ตับให้เร็ วขึ้น  ผูป่วยมะเร็งตับบางรายที่เป็ นไวรัสตับอักเสบเรื้ อรังชนิด ปี หรื อซี ก็ควรได้รับการตรวจคัดกรอง โดยเฉพาะผูที่มีประวัติคนในครอบครัว ้ ้ เป็ นมะเร็ งตับ สาหรับผูป่วยมะเร็งตับที่มีปัจจัยเสี่ ยงอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ประโยชน์ของการตรวจคัดกรองยังไม่ชดเจน ้ ั
  • 6.
    1. การรักษามะเร็งตับด้ วยการผ่าตัด จะทาได้กต่อเมื่อมะเร็งนั้นอยูเ่ ฉพาะที่ตบ และขนาดไม่ใหญ่มาก และต้องไม่มีโรคอื่น เช่นตับแข็ง ็ ั 2. การรักษามะเร็งตับด้ วยการฉายแสง ไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากตับที่ดีมีผลเสี ยจากรังสี 3. การรักษามะเร็งตับด้ วยการใช้ ยาเคมีบาบัด เนื่องจากโรคมะเร็งตับมักจะดื้อต่อยาเคมี จึงไม่ค่อยได้ผล 4. การรักษามะเร็งตับโดยใช้ คลืนวิทยุ ทาลายเนื้องอกที่ตบ (Radio-Frequency Ablation (RFA) of liver tumors) ่ ั ้ ้ ่ การรักษามะเร็ งตับสามารถรักษาได้ดวยการผ่าตัด แต่มีขอแม้หลายประการคือต้องเป็ นก้อนเดียว และอยูในตาแหน่งที่ไม่ลึกมาก หรื อเฉพาะ ่ ้ ่ ในกลีบซ้ายของตับ แต่โดยทัวไปผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับในบ้านเรา มักมาพบแพทย์ เมื่ออยูในระยะที่ไม่สามารถที่จะผ่าตัดให้หายขาดได้ รวมไป ถึงบางรายที่แม้ผาไปแล้ว ต่อมาพบมะเร็ งเกิดขึ้นซ้ าอีก เนื่องมาจากมะเร็ งได้กระจายไปในระดับเซลล์แล้วตั้งแต่ก่อนผ่าตัด แต่ยงไม่ถึงกับเป็ นก้อน ่ ั ้ ่ ่ ให้ตรวจพบได้ ก่อนหน้านี้ เมื่อผูป่วยมะเร็งตับอยูในระยะที่ผาตัดไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีวธีรักษาอื่นอีก แพทย์มกแนะนาให้ญาติกลับไปดูแลผูป่วยมะเร็ ง ิ ั ้ ตับเองที่บาน หรื อให้เพียงการรักษามะเร็ งตับประคับประคองกับผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากมะเร็ งตับ ในปัจจุบน มีการรักษามะเร็ งตับอีก ้ ั ทางหนึ่งซึ่งจะช่วยยืดอายุผป่วยมะเร็ งตับมะเร็งตับให้ยนยาวต่อไป ได้อีก เรี ยกทางการแพทย์วา ู้ ื ่ Trans arterial Oily-chemoembolization ( TOCE ) เป็ นการรักษามะเร็ งตับโดยรังสี แพทย์ หลักการคือการนายาเข้าไปรักษาที่ตวก้อนเนื้อ ั งอกในตับโดยตรง การใช้รังสี แพทย์จะใช้สายสวนหลอดเลือดขนาดเล็กประมาณไส้ปากกา สอดเข้าหลอดเลือดแดงจากบริ เวณขาหนีบ และอาศัย กระบวนการภายใต้เครื่ องเอ็กซเรย์ท่ีเห็นภาพเคลื่อนไหวจากจอได้ตลอดเวลา เพื่อให้สายสวนขึ้นไปที่บริ เวณตับ และไปยังเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตัว ้ เนื้องอกโดยตรง แล้วฉี ดยา ผ่านสายสวนเข้าไปที่กอนเนื้องอก ระหว่างทา ผูป่วยมะเร็ งตับไม่ตองถูกวางยาสลบ เพราะไม่มีการเจ็บปวดใดๆ แผลที่ ้ ้ ่ เจาะเส้นเลือดแดงบริ เวณขาหนีบมีขนาดไม่ถึงครึ่ งเซ็นติเมตร และใช้เวลาอยูโรงพยาบาลประมาณ 2 - 3 วัน การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีจะทาให้เนื้องอกได้รับยาอย่างเต็มที่ ยาสามารถออกฤทธิ์อยูได้นาน ทาให้เนื้องอกฝ่ อเป็ นบางส่ วน เนื้องอกยุบตัว และ ่ ขนาดเล็กลง อย่างไรก็ตาม วิธีน้ ีก็ยงไม่สามารถทาให้หายขาดได้ แต่เมื่อเทียบกับการที่ไม่ได้รับการรักษามะเร็ งตับใดเลย ผูป่วยมะเร็ งตับอาจมีอายุ ั ้ เพิ่มขึ้นได้อีกหลายเดือน หรื ออาจจะเลยปี บางรายอาจถึงสองปี แต่อย่างน้อยที่สุด ผูป่วยมะเร็ งตับจะเจ็บปวดและทรมานจากโรคน้อยลง สามารถมี ้ ิ ่ ชีวตอยูอย่างสบายขึ้น
  • 7.
    ในปัจจุบนการผ่าตัดเป็ นทางเลือกเดียวที่จะช่วยรักษามะเร็ งตับให้หายขาดได้การผ่าตัดเป็ นทั้งการเอาก้อนเนื้องอกออกและรวมไปถึงการ ั ผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ ถ้าศัลยแพทย์สามารถมองเห็นก้อนมะเร็ งทั้งหมดได้ขณะทาการผ่าตัด ถือว่าเป็ นผลดีต่อโอกาสรอดชีวตของคุณ แต่โอกาสที่จะ ิ ผ่าตัดเอามะเร็ งออกได้ท้ งหมดนั้นมักเป็ นไปได้ยาก เนื่องจากก้อนมะเร็ งมักมีขนาดใหญ่และมีการกระจายไปทัวๆ ตับ หรื อกระจายออกไปนอกตับ ั ่ แล้ว นอกจากนี้ผป่วยมะเร็ งตับที่เป็ นตับแข็งร่ วมด้วยก็มกจะไม่เหลือเนื้อตับดีมากพอที่จะใช้วธีการรักษามะเร็ งตับด้วยการผ่าตัดได้ สาหรับผูป่วย ู้ ั ิ ้ มะเร็ งตับมะเร็งตับ การผ่าตัดรักษามะเร็งตับช่วยเพิ่มโอกาสในการหายขาดจากโรคหรื อโอกาส รอดชีวตที่ยาวนานขึ้น และเป็ นวิธีที่มนใจได้มากที่สุดว่าสามารถกาจัดมะเร็ งออกได้ ิ ั่ หมดและป้ องกันการกระจายของมะเร็ งตับไปที่ส่วนอื่นของร่ างกาย เนื้อตับที่เหลืออยู่ ก็ยงสามารถทางานต่อไปได้แม้จะถูกตัดออกไปบางส่วนก็ตามผูป่วยมะเร็ งตับที่ ั ้ เหมาะสมต่อการรักษามะเร็งตับด้วยวิธีการผ่าตัด ผูป่วยมะเร็ งตับส่วนใหญ่ที่แพทย์ ้ เลือกการรักษามะเร็ งตับด้วยการผ่าตัดจะมีกอนมะเร็งอยูเ่ ฉพาะในตับ ซึ่งผูป่วยมะเร็ ง ้ ้ ตับต้องมีเนื้อตับปกติเหลือมากพอที่จะทางานได้หลังจากที่ตบส่วนที่เป็ นโรคถูกตัด ั ออกไปแล้วสามารถผ่าตัดเนื้อตับออกไปได้ประมาณ 75% โดยที่เนื้อตับที่เหลืออยู่ ต้องยังมีสภาพดี วิธีการผ่าตัดขึ้นอยูกบตาแหน่งของก้อนมะเร็ง หากก้อนมะเร็ งอยู่ ่ ั ั ใกล้กบเส้นเลือดสาคัญของตับ การผ่าตัดจะใช้วธี radiofrequency ablation (RFA) ิ ผูป่วยมะเร็งตับที่เป็ นตับแข็งร่ วมด้วยมักไม่สามารถทนต่อการผ่าตัดได้เท่ากับผูป่วยมะเร็ งตับที่ไม่ได้เป็ นตับแข็ง การพิจารณาว่าการผ่าตัดนั้นจะ ้ ้ ่ ได้ผลหรื อไม่ แพทย์จะพิจารณาจากผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โดยดูจานวน ขนาด และตาแหน่งของก้อนมะเร็ งและดูวามะเร็ งมีการกระจายออกไป นอกตับหรื อไม่ ผูป่วยมะเร็งตับมะเร็ งตับมักมีการทาลายของเนื้อตับบริ เวณอื่นด้วย ศัลยแพทย์ตองพยายามผ่าตัดเอาเนื้อตับออกให้มากพอที่จะกาจัดมะเร็ งออกไปได้ ้ ้ หมด แต่ก็ตองเหลือเนื้อตับไว้ให้มากพอที่จะทางานต่อไปได้เช่นกันการมีเลือดออกภายหลังการผ่าตัดรักษามะเร็ งตับเป็ นภาวะแทรกซ้อนสาคัญที่ ้ ต้องเฝ้ าระวัง เนื้อตับปกติมีหน้าที่สร้างสารที่ใช้ในการแข็งตัวของเลือด การที่เนื้อตับถูกทาลาย (ทั้งก่อนการผ่าตัดและจากการผ่าตัด) อาจก่อให้เกิด ปั ญหานี้ สิ่ งที่ตองเฝ้ าระวังหลังการผ่าตัดรักษามะเร็งตับอีกอย่างคือ เนื้อตับที่เหลืออาจยังมีมะเร็งหลงเหลืออยู่ ทาให้มะเร็ งเจริ ญเติบโตขึ้นมาใหม่ได้ ้ อีกในภายหลัง การผ่าตัดรักษามะเร็งตับโดยเฉพาะมะเร็ งตับในระยะเริ่ มต้นจะหายขาด แต่ในบางกรณี ที่มะเร็งตับมีขนาดใหญ่ หรื อมีบางเร็งบางชนิดมีการ แพร่ กระจาย มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นอาจจะจาเป็ นต้องให้เคมีหรื อฉายแสงฆ่าเซลล์มะเร็ งตับส่วนที่ตดออกไม่หมด ั
  • 8.
    แพทย์จะผ่าตัดเอาเนื้องอกออกให้หมด บางครั้งอาจจะต้องผ่าเอาเนื้อดีรอบเนื้องอกออกไปด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าได้ตดเนื้องอกออกหมดจึงต้องส่งชิ้น ั ั ่ เนื้อรอบๆ เนื้องอกเพื่อส่องกล้องว่ามีเซลล์มะเร็ งตับหลงเหลือหรื อไม่ นอกจากนั้นแพทย์จะผ่าเอาต่อมน้ าเหลืองใกล้กบที่เนื้องอกอยูออกไปด้วย และเพื่อให้แน่ใจว่าจะกาจัดเนื้องอกได้หมดแพทย์จะทาการฉายแสง หรื อให้เคมีบาบัด หรื อให้ฮอร์โมน ่ การผ่าตัดรักษามะเร็ งตับ จะใช้เวลาประมาณ 3 ชัวโมง แต่หากก้อนมะเร็ งอยูในตาแหน่งที่เข้าถึงได้ยาก อาจต้องใช้เวลาผ่าตัดนานขึ้นเป็ น 4-6 ่ ชัวโมง ในผูป่วยมะเร็งตับบางราย ่ ้ หลังจากที่ให้ยาสลบแก่ผป่วยมะเร็ งตับแล้ว ศัลยแพทย์จะลงมีดที่หน้าท้องบริ เวณใต้ชายโครงขวาและจะผ่าตัดเอาก้อนมะเร็ งรวมทั้งเนื้อเยือ ู้ ่ ่ ที่อยูรอบๆ ก้อนมะเร็ งออกอย่างระมัดระวังโดยการใช้ ultrasonic scalpel dissector ซึ่งจะช่วยลดการเสี ยเลือดระหว่างผ่าตัด ระหว่างการผ่าตัด หัวอัลตร้าซาวน์ปลอดเชื้อจะถูกนามาใช้เพื่อดูตาแหน่งของก้อนมะเร็ งว่าจะตัดออกได้อย่างไร รวมทั้งช่วยในการตรวจหาก้อนมะเร็ งที่อาจไม่ สามารถตรวจพบได้จากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อนการผ่าตัด ซึ่งถ้าตรวจพบก็จะผ่าตัดออกหรื อทาลายด้วยการใช้ radiofrequency thermal ablation (RFA) ภายหลังการผ่าตัดรักษามะเร็งตับ ผูป่วยมะเร็ งตับจะต้องใส่สายระบายชัวคราวที่หน้าท้องใต้ต่อแผลผ่าตัด เพื่อติดตามว่ามีอาการเลือดออก ้ ่ หรื อท่อน้ าดีรั่วจากการผ่าตัดตับหรื อไม่ ภาวะท่อน้ าดีรั่วพบได้นอยกว่า 10% ของผูป่วยมะเร็ งตับที่รับการผ่าตัดตับ แต่หากเกิดขึ้นต้องแก้ไขด้วยการ ้ ้ อุดท่อน้ าดีที่รั่วนั้นโดยเร็ ว โดยที่อาจยังไม่ตองตรวจทาง intervention เพิ่มเติม ผูป่วยมะเร็ งตับส่วนใหญ่จะได้รับการเอาสายระบายออกก่อนได้ออก ้ ้ จากโรงพยาบาล การระงับปวดหลังการผ่าตัดรักษามะเร็ งตับอาจใช้วธีฉีดยาเข้าทางไขสันหลัง โดยสายที่ใช้ให้ยาจะใส่ไว้โดยวิสญญีแพทย์ต้ งแต่ก่อนการ ิ ั ั ผ่าตัด หรื ออาจใช้เป็ น patient-control-analgesic (PCA) pumpโดยผูป่วยมะเร็งตับสามารถกดเครื่ องปั๊ มยาได้เองเวลาที่ปวด เครื่ องก็จะปล่อยยาเข้าสู่ ้ เส้นเลือดดา โดยปกติหลังผ่าตัดประมาณ 3 วัน ผูป่วยมะเร็ งตับก็มกจะสามารถเปลี่ยนมาเป็ นยาแก้ปวดแบบกินได้ ้ ั ผูป่วยมะเร็งตับต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อ 4-5 วันหลังการผ่าตัด จะเริ่ มจิบน้ าได้ในวันที่ 1 หลังการผ่าตัด และจะเริ่ มกินอาหารปกติ ้ ได้ภายใน 2-3 วันต่อมา หลังจากออกจากโรงพยาบาล จะนัดผูป่วยมะเร็ งตับมาติดตามอาการที่ 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจดูความเรี ยบร้อยของแผลผ่าตัด ้ ที่หน้าท้อง รวมทั้งเพื่อวางแผนการรักษามะเร็ งตับเพิ่มเติม นัดติดตามการรักษามะเร็ งตับต่อในระยะยาวการผ่าตัดตับด้วยการส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง โดยศัลยแพทย์จะผ่าตัดก้อนมะเร็งออกด้วย การส่องกล้องผ่านทางช่องที่เจาะบริ เวณหน้าท้องประมาณ 3-4 ช่อง คล้ายกับวิธีท่ีใช้ในการผ่าตัดถุงน้ าดีดวยการส่องกล้อง วิธีการนี้ช่วยให้ผป่วย ้ ู้ มะเร็ งตับได้รับความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อยกว่าและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็ วขึ้นตั้งแต่วนที่ 2 หลังการผ่าตัด โดยมีเพียงแผลขนาดเล็ก ั 3-4 แผลที่หน้าท้องและสามารถกลับไปทางานได้เร็ วขึ้นด้วย ศัลยแพทย์จะพิจารณาว่าผูป่วยมะเร็ งตับสามารถผ่าตัดด้วยวิธีน้ ีได้หรื อไม่โดยดูจาก ้ ขนาดและตาแหน่งของก้อนมะเร็ง แพทย์จะพบกับคุณที่หองผ่าตัดก่อนที่คุณจะเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งคุณจะต้องมีญาติมาด้วยในวันผ่าตัด ญาติรอที่หองรับรอง แพทย์จะไปพบ ้ ้ ญาติ และแจ้งเกี่ยวกับอาการหลังจากที่ผาตัดรักษามะเร็งตับเรี ยบร้อยแล้ว ่
  • 9.
    การนัดติดตามครั้งแรกจะนัดหลังการผ่าตัดประมาณ 10-14 วันแพทย์จะประเมินเกี่ยวกับความแข็งแรงและความสามารถในการดาเนิน ่ กิจวัตรประจาวันของคุณ เรื่ องการกินอาหาร ความเรี ยบร้อยของแผลผ่าตัด และการควบคุมความปวด หากคุณมีลวดเย็บแผลอยูที่หน้าท้อง ก็จะ ่ ได้รับการเอาออกในวันนี้ การนัดติดตามแบบผูป่วยมะเร็ งตับนอกครั้งต่อไปจะนัดอีก 3 เดือน เพื่อตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูวามะเร็ งกลับมา ้ เป็ นอีกหรื อไม่หากคุณมีไข้ หรื ออาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนท้องร่ วง ควรรี บปรึ กษาแพทย์ การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับเป็ นทางเลือกรักษาสาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่เป็ นมะเร็งตับขนาดเล็ก ้ ปัจจุบนการเปลี่ยนถ่ายตับมีไว้สาหรับผูป่วย ั ้ มะเร็ งตับที่เป็ นมะเร็ งตับขนาดเล็กแต่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมด ซึ่งสาเหตุอาจเป็ นจากตาแหน่งของมะเร็ งหรื อจากการที่ไม่มีเนื้อตับดีเหลือมาก พอปั จจุบนยังไม่มีตบหรับเปลี่ยนถ่ายมากพอสาหรับผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับ เนื่องจากมักต้องเก็บไว้ใช้ ั ั ้ ในผูป่วยมะเร็ งตับอื่นที่สามารถรักษาให้หายได้มากกว่ามะเร็ งตับ ผูป่วยมะเร็งตับมะเร็ งจึงมักต้องรอเป็ นเวลานานกว่าจะได้เปลี่ยนถ่ายตับ แพทย์จึง ้ ้ ่ มักแนะนาให้ผาตัดเอาก้อนมะเร็ งออกไปก่อน และค่อยเปลี่ยนถ่ายตับเมื่อมะเร็ งกลับมาเป็ นซ้ าการที่มีผหนมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการบริ จาค ู้ ั ่ อวัยวะมากขึ้น ช่วยให้การรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีผาตัดเปลี่ยนถ่ายตับนี้สามารถช่วยผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับได้มากขึ้น รวมถึงผูป่วยมะเร็ งตับโรค ้ ้ ่ ้ ั ิ ั ้ ตับอื่นๆ ด้วยทางเลือกหนึ่งซึ่งเพิงมีมาไม่นานนี้คือ การขอตับจากผูบริ จาคที่ยงมีชีวต โดยจะเปลี่ยนถ่ายให้กบผูป่วยมะเร็งตับที่เป็ นญาติใกล้ชิดทาง สายเลือดกับผูบริ จาค ้ เป็ นวิธีที่ได้ผลแต่ก็เพิมความเสี่ ยงให้แก่ผบริ จาคมีการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากผูบริ จาคที่ยงมีชีวตอยูให้แก่ผป่วยมะเร็ งตับ ่ ู้ ้ ั ิ ่ ู้ ประมาณ 300 รายต่อปี ในประเทศอเมริ กา แต่มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ทาในผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับ ้ ผูป่วยมะเร็งตับที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายตับต้องได้รับยากดภูมิคุมกันและยาป้ องกันการต่อต้านของร่ างกายต่ออวัยวะใหม่ ยาเหล่านี้มีความเสี่ ยงและ ้ ้ ผลข้างเคียง โดยเฉพาะเพิ่มโอกาสเสี่ ยงในการติดเชื้อ ยาบางตัวที่ใช้ป้องกันการต่อต้านอวัยวะใหม่ส่งผลให้เกิดปั ญหาสุขภาพอย่างอื่น การพัฒนา ความก้าวหน้าของยาหวังเพื่อลดความเสี่ ยงต่อการต่อต้านอวัยวะใหม่และลดผลข้างเคียงจากยา หรื อการอุดเส้นเลือดก็เป็ นวิธีรักษาอีกแบบหนึ่งสาหรับผูป่วยมะเร็ ง ้ ตับมะเร็งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยใส่สารเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง เพื่อป้ องกัน ไม่ให้เลือดไปเลี้ยงก้อนมะเร็ งได้ ทาให้มะเร็ งเจริ ญเติบโตได้ยากการอุดเส้นเลือดด้วยยาเคมีหรื อ ่ chemoembolization กาลังอยูระหว่างการศึกษาว่าจะได้ผลดีกว่าการอุดเส้นเลือดแบบเดิมหรื อไม่ การอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี หรื อ radio embolization โดยการใส่สารกัมมันตรังสี ขนาด ่ เล็กเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ ก็กาลังอยูระหว่างการศึกษาเช่นกัน การรักษามะเร็ งตับ การฉี ดสารบางอย่างให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็งทาให้มะเร็งขาดเลือดเป็ นการรักษามะเร็ งตับ ในภาวะที่ผป่วยมะเร็ งตับไม่เหมาะในการผ่าตัด และ Tumor ablation ก็เป็ นวิธีรักษามะเร็ งตับที่ ู้ ้ ทาลายเซลล์มะเร็ งโดยที่ไม่ได้เอาก้อนมะเร็ งออกไป ใช้สาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่มีกอนมะเร็ งขนาด ้
  • 10.
    เล็กจานวนไม่มาก และไม่สามารถเอาออกได้ดวยการผ่าตัด เป็นวิธีรักษาที่ไม่สามารถทาให้หายขาดจากมะเร็ ง แต่ช่วยให้ผป่วยมะเร็งตับมีชีวตอยูได้ ้ ู้ ิ ่ นานขึ้น ่ คือ จะไม่มีเลือดผ่านออกจากก้อนมะเร็ ง ดังนั้นยาเคมีจะอยูในก้อนมะเร็ งเป็ นเวลานานได้ถึง 1 เดือนหลังจากที่ฉีดยาเคมี วิธีน้ ีกอนมะเร็ งจะได้รับปริ มาณยาเคมีมากถึง 20-200 เท่าเมื่อเทียบกับการฉี ดยาเข้าเส้นเลือดดาที่แขน เพราะยาจะค้างอยู่ ้ ภายในก้อนมะเร็ งแทนที่จะกระจายไปทัวร่ างกาย เนื้อตับส่วนอื่นก็จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบและผลข้างเคียงก็ลดลงผูป่วยมะเร็ งตับที่เหมาะสมต่อ ่ ้ การรักษามะเร็ งตับด้วย intrahepatic chemoembolization รังสี รักษา เป็ นการรักษามะเร็ งตับโดยใช้รังสี พลังงานสูง เช่น ้ เอกซเรย์ไปทาลายเซลล์มะเร็งและทาให้กอนเนื้องอกนั้นยุบลง การ ฉายรังสี จากภายนอก (External radiation) เป็ นการนารังสีจาก ่ แหล่งกาเนิดรังสี ภายนอกเข้าไปทาลายเซลล์มะเร็ งที่อยูภายในร่ างกาย แต่การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีไม่สามารถใช้รังสี ในปริ มาณที่สูงมากได้ ่ เนื่องจากจะทาให้เนื้อตับที่อยูรอบๆ ถูกทาลายไปด้วย การรักษามะเร็ ง ตับวิธีน้ ีเพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ งและช่วยลดอาการปวด แต่ไม่ สามารถรักษามะเร็ งให้หายขาดได้ และไม่สามารถช่วยให้ผป่วยมะเร็ งู้ ิ ่ ตับมีชีวตอยูนานขึ้นได้ รังสี รักษาสามมิติ (3DCRT) เป็ นเทคนิคใหม่ ของการฉายรังสี จากภายนอก โดยใช้คอมพิวเตอร์วาดตาแหน่งที่ แน่นอนของก้อนมะเร็ ง ช่วยลดการทางายของรังสี ต่ออวัยวะข้างเคียง รวมทั้งช่วยให้สามารถใช้ปริ มาณรังสี ได้มากขึ้น ในอนาคตหาก ่ วิธีการนี้สามารถใช้งานได้ดี น่าจะเป็ นวิธีที่ใช้แทนการรักษามะเร็ งตับมาตรฐานที่ใช้อยูในปั จจุบน ั สาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่ตองทาการรักษามะเร็ งตับจะใช้เวลาในการฉายรังสี ประมาณ 1 - 2 เดือน หรื อ ประมาณ 20 - 30 แสง ระหว่างการ ้ ้ รักษามะเร็ งตับผูป่วยมะเร็ งตับจะมีอาการไอบ้าง เพราะแสงจากรังสี ที่ฉายไปยังตับ ทาให้ตบได้รับความระคายเคืองจึงทาให้ไอได้ แต่เรื่ องนี้ ไม่ตอง ้ ั ้ กังวลเพราะแพทย์จะให้ยาระงับอาการไอ เพียงให้บอกแพทย์ผรักษา ทราบ การรักษามะเร็ งตับด้วยรังสี น้ ีจะทาให้ร่างกายอ่อนเพลีย คอแห้ง เบื่อ ู้ อาหาร โลหิ ตจาง เพราะรังสี ที่ฉายไปทาลายไขกระดูกทาให้การสร้างเม็ดเลือดน้อยลง การพยายามรับประทานอาหารจะช่วยให้ร่างกายมีกาลังที่จะ ้ ั ต่อสูกบโรค ขน หรื อผมบริ เวณที่ถูกแสงจะร่ วง แต่ถาไม่ได้ฉายรังสี ที่บริ เวณศีรษะ ก็จะไม่ทาให้ ศีรษะล้าน ซึ่งผูป่วยมะเร็ งตับส่วนมากจะกังวลเรื่ อง ้ ้ นี้ ผิวบริ เวณที่ถูกรังสี จะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อนเสมือนถูกแดดเผา หรื อตากแดดนาน ๆ อาการนี้พอหยุด ฉายรังสี ไม่นานก็จะเป็ นปกติ รังสี รักษามะเร็ งตับเป็ นการรักษามะเร็ งตับที่ไม่มีความเจ็บปวด ไม่เสี ยเลือด และการรักษามะเร็ งตับด้วยรังสี ส่วนใหญ่เป็ นการรักษามะเร็ ง ตับแบบผูป่วยมะเร็ งตับนอก ไม่ตองนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เผลทางด้านรังสี ยงไม่เกิดขึ้นทันที แต่เมื่อผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับได้รับการฉาย ้ ้ ั ้ รังสี เป็ นระยะเวลาหนึ่ง จึงจะเริ่ มมีผลข้างเคียงหรื อผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการฉายรังสี เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, ผมร่ วง, ผิวหนังมีสีคล้ าขึ้น เป็ นต้น
  • 11.
    ผลข้ างเคียงของรังสีรักษา เช่นผิวหนังอักเสบเหมือนถูกแสงแดดบริ เวณที่เป็ นตาแหน่งฉายรังสี คลืนไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อาการเหล่านี ้ ่ จะค่อยๆ หายไปหลังหยุดการรักษามะเร็ งตับ การฉายรังสีอาจทาให้ อาการข้ างเคียงจากการได้ รับยาเคมีแย่ลง เคมีบาบัด คือ การรักษามะเร็ งตับด้วยยาเพื่อควบคุมหรื อทาลาย เซลล์มะเร็ งตับ การออกฤทธิ์ยบยั้งการเจริ ญเติบโตและแบ่งตัว ั ของเซลล์มะเร็งตับ และทาลายเซลล์มะเร็ งตับ การรักษามะเร็งตับ ด้วยเคมีบาบัดอาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปากอักเสบ ่ ั ผมร่ วง มากหรื อน้อยขึ้นอยูกบชนิดของยา สภาวะความแข็งแรง ของร่ างกาย ความพร้อมทางด้านจิตใจของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ ง ้ ตับด้วย การให้ยามักใช้วธีฉีดเข้าเส้นเลือดดาหรื อการกิจ ิ เมื่อยาเข้าสู่ กระแสเลือดจะกระจายไปทัวร่ างกาย เป็ นประโยชน์สาหรับมะเร็งระยะที่กระจายไปที่การฉี ดยาเคมีเข้าหลอดเลือดบริ เวณตับหรื อการฉี ดสารเพื่ออุด ่ กั้นหลอดเลือดที่เลี้ยงมะเร็งตับ(Intrahepatic Chemotherapy/Chemoembolization)  ยารักษามะเร็งตับชนิดฉีดเข้ าหลอดเลือดแดง (Chemoembolization) ทาได้โดยการฉีดยาเคมีบาบัดเข้าเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยง ก้อนมะเร็ งในตับ เส้นเลือดก็จะถูกอุดตันด้วยยาที่มีส่วนผสมของน้ ามันหรื ออนุภาคขนาดเล็ก ทาให้มีเลือดไปเลี้ยงก้อนมะเร็งลดลง ตับ มี ลักษณะพิเศษ คือ ได้รับเลือดจาก 2 ทาง คือ เส้นเลือดแดงตับ (hepatic artery) และเส้นเลือดดา (portal vein) โดยได้เลือดจากเส้นเลือดดา ้ 75% และเส้นเลือดแดงเพียง 25% แต่กอนมะเร็ งมักจะได้รับเลือดจากเส้นเลือดแดง ดังนั้นเมื่อเส้นเลือดแดงถูกทาให้อดตัน ก้อนมะเร็ งก็จะ ุ ขาดออกซิเจนและสารอาหาร แต่ตบก็ยงได้เลือดเลี้ยงจากเส้นเลือดดา portal vein ั ั การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีสามารถใช้ได้ท้ งกับมะเร็ งตับปฐมภูมิและทุติยภูม แต่จะไม่ได้ส่งผลต่อมะเร็ งส่วนอื่นของร่ างกาย ตัวอย่างของมะเร็ งตับที่ ั สามารถรักษาได้ดวยวิธี chemoembolization ได้แก่ ้  Hepatoma  Cholangiocarcinoma  Metastasis  Carcinoid  Ocular melanoma  Sarcomas
  • 12.
    ต้องมีการตรวจหลายอย่างก่อนการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ีได้แก่ การตรวจเลือดดูการทางานของตับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรื อ การ ตรวจด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้ า (MRI) โดยแพทย์จะดูผลการตรวจเหล่านี้เพื่อคาดคะเนภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ ซึ่งอาจทาให้ผป่วย ู้ มะเร็ งตับบางรายไม่ เหมาะกับการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ี เช่น  เส้นเลือดดาในตับอุดตัน (blockage of the portal vein)  ตับแข็ง (cirrhosis)  ท่อน้ าดีอุดตัน (blockage of bile duct) การเตรี ยมตัวก่อนการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ี ผูป่วยมะเร็ งตับต้องงดน้ างดอาหารหลังเที่ยงคืนก่อนมาโรงพยาบาลและผูป่วยมะเร็ งตับจะได้รับ ้ ้ สารน้ าทางเส้นเลือดดาที่โรงพยาบาลเพื่อเอาไว้ให้ยาฆ่าเชื้อและยาอื่นๆ หลังจากทาหัตถการเสร็ จเรี ยบร้อย ผูป่วยมะเร็งตับจะได้กลับมาที่หองพัก ้ ้ และต้องนอนราบบนเตียงนาน 6 ชัวโมง และจะได้รับสารน้ าทางเส้นเลือดดาต่อ ผูป่วยมะเร็งตับสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่ งขึ้น ่ ้ ผลข้างเคียงที่สาคัญของการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธี chemoembolization คือ อาการปวด ไข้ และคลื่นไส้อาเจียน อาการอาจมากน้อยแตกต่างกัน แต่ มักมีอาการอยูเ่ ป็ นชัวโมงถึงเป็ นวันหลังการรักษามะเร็ งตับ ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดวยการกินยา ผูป่วยมะเร็ งตับบางรายอาจมีผมร่ วงได้ ่ ้ ้ เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผูป่วยมะเร็ งตับมีโอกาสเสี่ ยงเล็กน้อยที่จะเกิดภาวะตับวาย หรื อการติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งถือเป็ นภาวะแทรกซ้อนที่อนตราย ้ ั จากการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธี chemoembolization แต่มีโอกาสเกิดได้นอยมาก้ ่ ั ระยะเวลารักษามะเร็งตับขึ้นอยูกบ ชนิดและระยะของมะเร็ งตับที่ผป่วยมะเร็ งตับเป็ น รวมทั้งผลการตอบสนองต่อยารักษามะเร็ งตับของ ู้ ผูป่วยมะเร็งตับแต่ละราย โดยแพทย์ผเู ้ ชี่ยวชาญจะเป็ นผูวเิ คราะห์แนะนาและกาหนดเวลาตลอดจนเลือกยารักษามะเร็ งตับที่ได้ผลดีที่สุดต่อผูป่วย ้ ้ ้ ่ ั มะเร็ งตับ ความถี่ของการให้ยาเคมีบาบัดแตกต่างกันขึ้นอยูกบสูตรยารักษามะเร็ งตับที่ใช้ และสภาพร่ างกายของผูป่วยมะเร็งตับ เช่น ทุกวัน ทุก ้ สัปดาห์ หรื อทุกเดือน บางครั้งอาจต้องหยุดยารักษามะเร็งตับชัวคราว เพื่อให้ร่างกายมีเวลาพัก และซ่อมแซมเซลล์ปกติให้แข็งแรงพอที่จะให้ยา ่ รักษามะเร็ งตับครั้งต่อไปได้ ผูป่วยมะเร็งตับมะเร็ งตับบางรายอาจท้อแท้ เนื่องจากระยะเวลารักษามะเร็ งตับยาวนาน หากกังวลใจ ควรปรึ กษาแพทย์ แพทย์อาจ ้ ปรับปรุ งแผนการรักษามะเร็งตับให้เหมาะสมขึ้น ควรติดตามผลการรักษามะเร็ งตับเป็ นระยะ มาตรวจตรงตามแพทย์นด ทานยารักษามะเร็ งตับตรง ั ตามแผนการรักษามะเร็งตับรักษามะเร็ งตับ การได้ยาไม่ครบหรื อระยะเวลาไม่ตรงกาหนด ก่อให้เกิดผลเสี ยต่อการรักษามะเร็ งตับ ถ้ามีเหตุจาเป็ นที่ จะต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยารักษามะเร็ งตับควรปรึ กษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เมื่อได้รับยาเคมีบาบัดรักษามะเร็งตับ ผูป่วยมะเร็ งตับบางรายอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ การบาบัดรักษามะเร็ งตับตั้งแต่เริ่ มต้นจะได้ผลดีกว่าการ ้ รักษามะเร็ งตับเมื่อเป็ นมากแล้ว ผลข้างเคียงการรักษามะเร็ งตับบางประการถ้าไม่รักษาทันท่วงที อาจนาไปสู่ผลแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ นาไปสู่ อาการช็อคจากการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ อาการข้างเคียงสาคัญที่ควรปรึ กษาแพทย์ อาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปหลังหยุดการรักษา มะเร็ งตับ หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งแพทย์ เพื่อการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม น้ าหนักลด หรื อเพิ่มอย่างรวดเร็ ว พอสรุ ปได้ดงนี้ ั  แสบปาก  การรับรสลดลง  ผมร่ วง  คลื่นไส้อาเจียน  เพิ่มโอกาสเสี่ ยงต่อการติดเชื้อ จากเม็ดเลือดขาวลดลง  เลือดออกง่าย เป็ นจ้ าเลือด จากเกร็ ดเลือดลดลง  อ่อนเพลีย หอบเหนื่อย จากเม็ดเลือดแดงลดลง
  • 13.
    RFA เป็ นการรักษามะเร็งตับแบบใหม่ ใช้รักษามะเร็ งตับที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์จะสอดเครื่ องมือผ่านทางหน้าท้องโดยอาศัยอัลตร้าซาวน์นา ้ ทางเข้าไปที่กอนมะเร็ ง และส่งผ่านคลื่นวิทยุเข้าไปเกิดความร้อนเฉพาะที่บริ เวณก้อนและทาลายเซลล์มะเร็ งด้วยตาแหน่งที่แม่นยา มีผป่วยมะเร็งตับ ู้ ประมาณ 1000 ราย ในอเมริ กาและยุโรปที่ใช้วธีการรักษามะเร็ งตับนี้ ิ หลักการรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีคือ ช่วยให้ผป่วยมะเร็งตับได้รับความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อย ซึ่งมีวธีการทาหลายวิธี เช่น ู้ ิ 1. โดยการสอดสายผ่านทางผิวหนัง 2. โดยการส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง 3. โดยการผ่าตัดเปิ ดช่องท้อง ้ ่ ่ ั ่ ในบางรายที่กอนมะเร็งอยูต้ืนอาจผ่าตัดออกได้ ส่วนก้อนที่อยูลึกจะใช้วธีทาลายด้วย RFAเป็ นการช่วยรักษาเนื้อตับที่ยงดีอยูไว้ให้มากที่สุด การ ิ ่ ั พิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผูป่วยมะเร็ งตับขึ้นอยูกบจานวนและตาแหน่งของก้อนมะเร็ ง โดยส่วนใหญ่การรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีเพียงครั้งเดียวก็ ้ สามารถกาจัดก้อนมะเร็ งออกไปได้ อย่างไรก็ตาม ก้อนมะเร็ งขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถรักษาได้ดวยวิธี RFA คือ 5 ซม. ้ ระยะเวลาในการรักษา ่ ่ ั มะเร็ งตับด้วยวิธีน้ ีประมาณ 20 นาทีถึง 2 ชัวโมง ขึ้นอยูกบขนาดและจานวนของก้อนมะเร็ ง ผูป่วยมะเร็ งตับมักทนต่อการรักษามะเร็ งตับวิธีน้ ีได้ดี ้ อาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยหรื อไม่ปวดเลยหลังการรักษามะเร็ งตับ ผูป่วยมะเร็ งตับบางรายอาจมีไข้ต่าๆ ได้ 2-3 วันหลังการรักษามะเร็ งตับ ้ โอกาสเสี่ ยงต่อการเสี ยเลือดหรื อการติดเชื้อหลังการรักษามะเร็ งตับมีนอยมาก ผูป่วยมะเร็งตับสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่ งขึ้นหลังการ ้ ้ รักษามะเร็ งตับด้วยวิธีสอดสายผ่านทางผิวหนังหรื อวิธีส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง ่ สาหรับผูป่วยมะเร็ งตับที่ผาตัดเปิ ดช่องท้อง ้ มักต้องอยู่ โรงพยาบาลต่ออีก 2-4 วัน หลังการรักษามะเร็ งตับด้วยวิธี RFA ต้องตรวจติดตามด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เป็ นระยะเพื่อเฝ้ าระวังการกลับเป็ นซ้ า ของมะเร็ ง
  • 14.
    ภายหลังจากการรักษามะเร็ งตับครบแล้ว ผูป่วยมะเร็งตับจะได้รับการนัดตรวจต่อเนื่อง โดยแพทย์จะนัดมาเพื่อซักถามอาการ ตรวจร่ างกาย ตรวจ ้ ่ เลือดหรื อการถ่ายภาพ เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรื อการตรวจด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็ก เพื่อติดตามดูวามีการกลับมาของมะเร็งหรื อไม่ หรื อดู ว่ามีการกระจายของมะเร็ งหรื อไม่ และติดตามดูผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ งตับ ผูป่วยมะเร็งตับสามารถซักถามเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับ ้ ่ ั โรคหรื อสิ่ งที่เป็ นกังกลอยูกบแพทย์ได้ หากผูป่วยมะเร็ งตับได้รับการรักษามะเร็ งตับด้วยการผ่าตัดหรื อการเปลี่ยนถ่ายตับ แพทย์จะติดตามตรวจ ้ ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรื อเอกซเรย์แม่เหล็กและเจาะเลือดทุก 3-6 เดือน ภายในช่วง 2 ปี แรกหลังจากนั้นทุก 6-12 เดือน การรักษามะเร็ งตับส่วน ใหญ่มกเกิดผลข้างเคียง อาการบางอย่างอาจใช้เวลาเป็ นสัปดาห์หรื อเป็ นเดือนจึงจะดีข้ ึน แต่อาการบางอย่างอาจเป็ นถาวร หากมีอาการใดผิดปกติ ั ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไปการรักษามะเร็ งตับด้วยยาต้านไวรัส หากผูป่วยมะเร็งตับติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรื อ ้ ซี แพทย์จะรักษาด้วยการให้กินยาเพื่อรักษาหรื อควบคุมการติดเชื้อ การป่ วยเป็ นโรคมะเร็งและต้องรับการรักษามะเร็งตับต่างๆ อาจทาให้เสี ยเวลา และเสี ยกาลังใจ คุณอาจลองปรับเปลี่ยนทัศนคติในการมองชีวตใหม่ และคิดหาวิธีดูแลรักษาสุขภาพในระยะยาวต่อไป ิ หากผูป่วยมะเร็ งตับจาเป็ นต้องพบแพทย์คนใหม่ ผูป่วยมะเร็งตับต้องสามารถบอกแพทย์เกี่ยวกับการวินิจฉัยและการรักษามะเร็งตับโรคที่เคย ้ ้ ได้รับได้ จึงควรถ่ายเอกสารเกี่ยวกับสิ่ งเหล่านี้เก็บไว้ 1. ใบรายงานผลทางพยาธิวทยา จากการตรวจชิ้นเนื้อหรื อการผ่าตัด ิ 2. ใบรายงานการผ่าตัด ถ้าได้รับการผ่าตัด 3. ใบสรุ ปประวัติการรักษามะเร็งตับตัวในโรงพยาบาล ถ้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 4. ใบสรุ ปชนิดและปริ มาณรังสี ที่ได้รับ ถ้าได้รับการรักษามะเร็งตับด้วยการฉายรังสี 5. ใบสรุ ปชนิดของยา ขนาดยา และวันที่ได้รับยา ถ้าได้รับการรักษามะเร็ งตับด้วยยาเคมีบาบัด ผูป่วยมะเร็งตับจานวนน้อยเท่านั้นที่สามารถตรวจพบมะเร็ งตับได้ต้ งแต่ระยะแรกๆ และสามารถผ่าตัดออกได้ อัตราการรอดชีวตที่ระยะเวลา ้ ั ิ ้ ่ 5 ปี ของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับที่ตรวจพบโรคระยะแรกและได้รับการผ่าตัดอยูที่ 30-60% อัตรานี้จะลดลงไปในผูป่วยมะเร็ งตับที่เป็ นมะเร็ งระยะ ้ ท้ายๆ หรื อเป็ นโรคตับอื่นๆ ร่ วมด้วย ิ ้ ิ ่ อัตราการรอดชีวตที่ระยะเวลา 5 ปี หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของผูป่วยมะเร็ งตับที่สามารถมีชีวตอยูได้อย่างน้อย 5 ปี ภายหลังได้รับการวินิจฉัยว่า ิ ่ เป็ นมะเร็ ง กาหนดค่านี้ข้ ึนมาเพื่อใช้บอกพยากรณ์โรคอย่างไรก็ตามผูป่วยมะเร็งตับบางรายก็สามารถมีชีวตอยูได้นานกว่า 5 ปี ้ อัตราการรอดชีวตที่ระยะเวลา 5 ปี ของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็งระยะท้ายหรื อระยะที่มีการกระจายไปนอกตับแล้ว น้อยกว่า 5% และโดยเฉลี่ย ิ ้ แล้วมักมีชีวตอยูได้อีกไม่กี่เดือนหลังตรวจพบมะเร็ง ดังนั้นอัตราการรอดชีวตของผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็ งตับทั้งหมดจึงน้อยกว่า 10% เหตุผลส่วนหนึ่ง ิ ่ ิ ้ มาจากว่าผูป่วยมะเร็ งตับมะเร็งตับส่วนใหญ่มีปัญหาอื่นเกี่ยวกับตับร่ วมด้วย เช่น ตับแข็ง ซึ่งโดยปกติตวโรคตับแข็งเองก็อาจเป็ นอันตรายถึงชีวตได้ ้ ั ิ ผูป่วยมะเร็งตับแต่ละคนต่างกัน ตัวเลขและสถิติต่างๆ อาจใช้บอกภาพรวมของโรคได้ แต่เราต้องระลึกไว้เสมอว่าคนแต่ละคนแตกต่างกัน พยากรณ์ ้
  • 15.
    โรคของผูป่วยมะเร็ งตับแต่ละรายอาจไม่เท่ากัน คุณควรปรึกษากับทีมแพทย์เกี่ยวกับโอกาสในการรักษามะเร็ งตับของคุณ หรื อระยะเวลาที่คาดว่า ้ คุณจะสามารถมีชีวตอยูได้ ซึ่งทีมแพทย์ที่ดูแลคุณจะเป็ นผูที่ให้ขอมูลเกี่ยวกับโรคของคุณได้ดีที่สุด ิ ่ ้ ้ ศูนย์การรักษามะเร็งตับ หลักการแพทย์ทางเลือก Wholly Medical Center 1. โปรแกรมการรักษามะเร็ งตับ NATURAL KILLER CELL AND TARGET CELL THERAPY (เซลล์เพชฌมาต) 2. โปรแกรมการรักษามะเร็งตับ TUMOR FIGHTER (เสริ มภูมิตานเซลล์มะเร็ งตับ) ้ 3. โปรแกรมการรักษามะเร็งตับ NEW REGENERIST TUMOR FIGHTER 4. โปรแกรมการรักษามะเร็งตับ MEGA C PLUS 1. การตรวจโรคมะเร็ งตับด้วยการถอดรหัสพันธุกรรม GENE DIAGNOSTICS สอบถามเพิมเติมเกียวกับรายละเอียดการรักษามะเร็งตับโดยตรงที่ Wholly Medical Center ่ ่ ้ ตึก 253 ชัน 21 อโศก ซอยสุขมวิท 21 ุ ตรงข ้าม มศว. ประสานมิตร ติดรถไฟฟ้ าใต ้ดินสถานีเพชรบุรี โทร.02-664-3027 9.00 - 19.00 น. ทุกวันไม่เว ้นวันหยุดราชการ Email:crm@whollymedical.com ตลอด 24 ชัวโมง ่ ข้ อมูลอ้ างอิง whollymedical.com , นพ.สมยศ ชัยธีระสุเวท รังสีแพทย์ thaiclinic.com, chulacancer.net