Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
maruay songtanin
DOCX, PDF
91 views
๑๖. สิริมาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]).docx
๑๖. สิริมาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางสิริมา
Spiritual
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 8
2
/ 8
3
/ 8
4
/ 8
Most read
5
/ 8
Most read
6
/ 8
Most read
7
/ 8
8
/ 8
More Related Content
DOCX
๔๑. ราชปุตตเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬ...
by
maruay songtanin
PDF
ผญา
by
Nueng New
PDF
คู่มือทำวัตรเช้า เย็น แปลไทย
by
Sarod Paichayonrittha
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Phimwaree
PPTX
พระพุทธศาสนา
by
Padvee Academy
PDF
วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน พร้อมแบบฝึกหัด
by
Thiranan Suphiphongsakorn
PPTX
ศาสนาอิสลาม
by
Padvee Academy
PDF
แนวคิดเรื่องกรรมและความจริงสูงสุดของศาสนาเชน
by
Tongsamut vorasan
๔๑. ราชปุตตเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬ...
by
maruay songtanin
ผญา
by
Nueng New
คู่มือทำวัตรเช้า เย็น แปลไทย
by
Sarod Paichayonrittha
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Phimwaree
พระพุทธศาสนา
by
Padvee Academy
วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน พร้อมแบบฝึกหัด
by
Thiranan Suphiphongsakorn
ศาสนาอิสลาม
by
Padvee Academy
แนวคิดเรื่องกรรมและความจริงสูงสุดของศาสนาเชน
by
Tongsamut vorasan
What's hot
PDF
กฎหมายในชีวิตประจำวัน
by
napapun54
PDF
ไตรภูมิพระร่วง
by
New Oil
PPTX
ปรัชญาทั่วไป ตอน ปรัชญาอินเดีย
by
Padvee Academy
PPTX
ศาสนาซิกข์
by
Padvee Academy
DOCX
สรุปวิชานักธรรมชั้นเอก ปี 2567 / สรุปวิชานักธรรมชั้นเอก ปี 2567
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
PPT
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
by
sudchaleom
PDF
ปัญหาและเฉลยนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก และธรรมศึกษาทุกชั้น ปี พ.ศ. 2567.pdf
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
PPTX
อารยธรรมจีน
by
Infinity FonFn
PDF
กฎเกณฑ์-คำแนะนำการอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอด
by
Visanu Euarchukiati
PPTX
ปรัชญาจีน ตอนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับปรัชญาจีน
by
Padvee Academy
PDF
อารยธรรมจีน
by
Pannaray Kaewmarueang
PDF
พัฒนาการยุโรป
by
Kittayaporn Changpan
PPTX
อิเหนา
by
ณรงค์ศักดิ์ กาหลง
PDF
พัฒนาการทางด้านสังคม วัฒนธรรม
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
พุทธอภิปรัชญา ความจริงเกี่ยวกับจักรวาล โลก มนุษย์และสังสารวัฏ
by
CUPress
PDF
สามัคคีเภทคำฉันท์
by
Kannaree Jar
PPTX
วิชาปรัชญาจีน ตอน ปรัชญาฮั่นเฟยจื๊อ
by
Padvee Academy
PDF
ปัญหาเฉลย-นักธรรมชั้นตรี (ปี 2549 - 2564).pdf
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
PDF
ตัวละครในกัณฑ์ชูชก
by
nnbtt
PDF
ปัญหาเฉลย-นักธรรมชั้นโท (ปี 2549 - 2564).pdf
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
กฎหมายในชีวิตประจำวัน
by
napapun54
ไตรภูมิพระร่วง
by
New Oil
ปรัชญาทั่วไป ตอน ปรัชญาอินเดีย
by
Padvee Academy
ศาสนาซิกข์
by
Padvee Academy
สรุปวิชานักธรรมชั้นเอก ปี 2567 / สรุปวิชานักธรรมชั้นเอก ปี 2567
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
by
sudchaleom
ปัญหาและเฉลยนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก และธรรมศึกษาทุกชั้น ปี พ.ศ. 2567.pdf
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
อารยธรรมจีน
by
Infinity FonFn
กฎเกณฑ์-คำแนะนำการอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอด
by
Visanu Euarchukiati
ปรัชญาจีน ตอนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับปรัชญาจีน
by
Padvee Academy
อารยธรรมจีน
by
Pannaray Kaewmarueang
พัฒนาการยุโรป
by
Kittayaporn Changpan
อิเหนา
by
ณรงค์ศักดิ์ กาหลง
พัฒนาการทางด้านสังคม วัฒนธรรม
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
พุทธอภิปรัชญา ความจริงเกี่ยวกับจักรวาล โลก มนุษย์และสังสารวัฏ
by
CUPress
สามัคคีเภทคำฉันท์
by
Kannaree Jar
วิชาปรัชญาจีน ตอน ปรัชญาฮั่นเฟยจื๊อ
by
Padvee Academy
ปัญหาเฉลย-นักธรรมชั้นตรี (ปี 2549 - 2564).pdf
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
ตัวละครในกัณฑ์ชูชก
by
nnbtt
ปัญหาเฉลย-นักธรรมชั้นโท (ปี 2549 - 2564).pdf
by
สุเมธี ตี่พนมโอรัล / សុមេធី ទីភ្នំឱរ៉ាល់ (Sumedhi TyPhnomAoral)
Similar to ๑๖. สิริมาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]).docx
DOCX
๔๔. วิหารวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ])...
by
maruay songtanin
DOCX
๑๕. อุตตราวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]...
by
maruay songtanin
DOCX
๒๒. ภัททิตถิกาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุ...
by
maruay songtanin
DOCX
๒๖. สุทินนาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
๓๑. ปัลลังกวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
๓๘. นันทกเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
๒๓. โสณทินนาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬา...
by
maruay songtanin
DOCX
๒๕. สุนิททาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
๔๐. ปภัสสรวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]...
by
maruay songtanin
DOCX
๒๐. อาจามทายิกาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจ...
by
maruay songtanin
DOCX
๕๒. เรวตีวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ])...
by
maruay songtanin
DOCX
๔๗. ปีตวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]).docx
by
maruay songtanin
DOCX
๐๖. ภูริทัตตชาดก (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๐ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
๑๑. นาคเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]....
by
maruay songtanin
DOCX
๓๔. ทัททัลลวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
๑๙. ลขุมาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ])...
by
maruay songtanin
PDF
(๑๔) กุมารกัสสปเถระ มจร.pdf
by
maruay songtanin
PDF
(๙) พระอัญญาโกณฑัญญเถราปทาน มจร.pdf
by
maruay songtanin
DOCX
๒๑. จัณฑาลีวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
PDF
พุทธทำนาย
by
Aunkrublive
๔๔. วิหารวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ])...
by
maruay songtanin
๑๕. อุตตราวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]...
by
maruay songtanin
๒๒. ภัททิตถิกาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุ...
by
maruay songtanin
๒๖. สุทินนาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
๓๑. ปัลลังกวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
๓๘. นันทกเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
๒๓. โสณทินนาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬา...
by
maruay songtanin
๒๕. สุนิททาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
๔๐. ปภัสสรวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]...
by
maruay songtanin
๒๐. อาจามทายิกาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจ...
by
maruay songtanin
๕๒. เรวตีวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ])...
by
maruay songtanin
๔๗. ปีตวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]).docx
by
maruay songtanin
๐๖. ภูริทัตตชาดก (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๐ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
๑๑. นาคเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]....
by
maruay songtanin
๓๔. ทัททัลลวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
๑๙. ลขุมาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ])...
by
maruay songtanin
(๑๔) กุมารกัสสปเถระ มจร.pdf
by
maruay songtanin
(๙) พระอัญญาโกณฑัญญเถราปทาน มจร.pdf
by
maruay songtanin
๒๑. จัณฑาลีวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
พุทธทำนาย
by
Aunkrublive
More from maruay songtanin
PDF
วิเคราะห์ผู้ได้รับรางวัลด้านการศึกษา Baldrige Educational Winners.pdf
by
maruay songtanin
PDF
วิธีการให้คะแนนโดยใช้เกณฑ์ SCG; How to Score with SCG.pdf
by
maruay songtanin
PDF
75 คำคมเกี่ยวกับภาวะผู้นำ 75 inspirational leadership quotes.pdf
by
maruay songtanin
DOCX
25. อักโกธสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
24. อัจจยสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
23. สัมพริมายาสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
DOCX
22. ทุพพัณณิยสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]...
by
maruay songtanin
DOCX
21. ฆัตวาสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
20. ตติยสักกนมัสสนสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจ...
by
maruay songtanin
DOCX
19. ทุติยสักกนมัสสนสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหา...
by
maruay songtanin
DOCX
18. ปฐมสักกนมัสสนสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุ...
by
maruay songtanin
DOCX
17. วันทนาสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
16. ยชมานสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
15. รามเณยยกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]....
by
maruay songtanin
DOCX
14. ทฬิททสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
13. ตติยเทวสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
12. ทุติยเทวสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]....
by
maruay songtanin
DOCX
11. ปฐมเทวสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
10. สมุททกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
DOCX
09. อารัญญกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
วิเคราะห์ผู้ได้รับรางวัลด้านการศึกษา Baldrige Educational Winners.pdf
by
maruay songtanin
วิธีการให้คะแนนโดยใช้เกณฑ์ SCG; How to Score with SCG.pdf
by
maruay songtanin
75 คำคมเกี่ยวกับภาวะผู้นำ 75 inspirational leadership quotes.pdf
by
maruay songtanin
25. อักโกธสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
24. อัจจยสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
23. สัมพริมายาสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ...
by
maruay songtanin
22. ทุพพัณณิยสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]...
by
maruay songtanin
21. ฆัตวาสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
20. ตติยสักกนมัสสนสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจ...
by
maruay songtanin
19. ทุติยสักกนมัสสนสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหา...
by
maruay songtanin
18. ปฐมสักกนมัสสนสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุ...
by
maruay songtanin
17. วันทนาสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
16. ยชมานสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
15. รามเณยยกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]....
by
maruay songtanin
14. ทฬิททสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
13. ตติยเทวสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
12. ทุติยเทวสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]....
by
maruay songtanin
11. ปฐมเทวสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
10. สมุททกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
09. อารัญญกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ].docx
by
maruay songtanin
๑๖. สิริมาวิมาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]).docx
1.
1 สิริมาวิมาน พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่
๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๖. สิริมาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางสิริมา (พระวังคีสะประสงค์จะให้นางสิริมา (นางสิริมา เดิมเป็นหญิงโสเภณี ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าได้บรรลุโสดาบันจึงเลิกอาชีพโสเภณี ได้ตั้งสลากภัตร ๘ ที่ ถวายสงฆ์ทุกวัน ต่อมานางป่วยหนักเสียชีวิตแต่ยังสาว ได้ไปเกิดเป็นเทพธิดาอยู่ในวิมานนี้) เทพธิดาประกาศบุญกรรมที่นางได้ทาไว้ใน ครั้งก่อนจึงถามนางด้วยคาถาเหล่านี้ว่า) [๑๓๗] ม้าสาหรับเทียมรถของเธอ ตกแต่งด้วยเครื่องประดับชั้นดีเยี่ยม มีพลัง แคล่วคล่องว่องไว เหาะทะยานลงไป รถเทียมม้า ๕๐๐ คัน ที่บุญกุศลเนรมิตเพื่อเธอ และม้าเหล่านั้นเหมือนถูกนายสารถีกระตุ้นเตือน ย่อมแล่นตามเธอไป [๑๓๘] เธอประดับองค์ สถิตบนรถอันเลอเลิศ เปล่งรัศมีสว่างรุ่งเรืองอยู่ประดุจดวงไฟอันโชติช่วง เทพธิดาผู้มีรูปงาม น่าชม มองแล้วไม่เบื่อ อาตมาขอถามว่า “เธอมาจากเทพหมู่ไหนหนอจึงเข้ามาเฝ้ าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งหาใครเลิศยิ่งกว่าไม่ได้แล้ว (สิริมาเทพธิดานั้นตอบพระเถระว่า) [๑๓๙] ถัดลงมาจากหมู่ปรนิมมิตวสวัตดีเทพ (เป็นชื่อของหมู่เทพในสวรรค์ชั้นที่ ๖ (สวรรค์มี ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี) เมื่อต้องการอะไรจะให้เทพชั้นที่ ๕ นิรมิตให้) ผู้ถึงความเป็นเลิศด้วยกามคุณ ที่บัณฑิตกล่าวชมว่ายอดเยี่ยมนั้น มีนิมมานรดีเทพซึ่งเนรมิตสมบัติได้เองแล้วชื่นชมอยู่ ดิฉันเป็ นนางอัปสรจากหมู่นิมมานรดีเทพนั้น ซึ่งมีรูปร่างน่าพึงใจ ประสงค์จะนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งหาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ จึงมาสู่มนุษยโลกนี้ (พระเถระถามว่า) [๑๔๐] ชาติก่อนแต่จะมาเป็นเทพธิดานี้ เธอได้ประพฤติสุจริตกรรมอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีบริวารยศอยู่มากมาย เปี่ยมไปด้วยความสุข อนึ่ง เธอมีฤทธิ์ที่หาฤทธิ์ใดเทียมเท่ามิได้ เหาะไปในอากาศได้ ทั้งมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วสิบทิศ
2.
2 [๑๔๑] เทพธิดา อนึ่ง
เธอมีมวลเทพห้อมล้อม สักการะ เธอจุติมาจากคติ (คติ (ภพที่สัตว์ไปเกิด) ๕ คือ นรก กาเนิดดิรัจฉาน เปรต มนุษย์ และสวรรค์) ไหนจึงมาถึงสุคติภพนี้ หรือว่าเธอได้ทาตามคาสอนของพระศาสดาพระองค์ไหน หากเธอเป็นสาวิกาของพระพุทธเจ้าจริง ขอจงบอกอาตมาเถิด (สิริมาเทพธิดาตอบว่า) [๑๔๒] ดิฉันเป็นพระสนมของพระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ (พระเจ้าพิมพิสาร ผู้ครองกรุงราชคฤห์) มีพระสิริ อยู่ในพระนครซึ่งสถาปนาไว้เป็ นอย่างดีท่ามกลางขุนเขา มีความชานาญอย่างยิ่งในการฟ้ อนรา ขับร้อง ชาวเมืองราชคฤห์ได้พากันเรียกขานดิฉันว่า สิริมา [๑๔๓] พระพุทธเจ้าทรงองอาจกว่าหมู่ผู้เป็นฤษี ทรงแนะนาเวไนยสัตว์ ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจว่าเป็นสภาวะที่ไม่เที่ยง ทรงแสดงทุกขนิโรธสัจซึ่งปราศจากปัจจัยปรุงแต่งว่าเป็ นสภาวะคงที่ และทรงแสดงมรรคสัจนี้ซึ่งเป็ นทางไม่อ้อมค้อม เป็นทางตรง และเป็นทางปลอดโปร่งแก่ดิฉัน [๑๔๔] ดิฉันครั้นฟังธรรมอันเป็ นทางไม่ตาย ปราศจากปัจจัยปรุงแต่ง เป็นคาสอนของพระตถาคตเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ สารวมในศีลทั้งหลายอย่างเคร่งครัดเป็นอันดี มั่นอยู่ในธรรมที่พระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่านรชนทรงแสดงไว้แล้ว [๑๔๕] ครั้นรู้ทางที่ปราศจากกิเลสประดุจธุลีซึ่งปราศจากปัจจัยปรุงแต่ง อันพระตถาคตเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ทรงแสดงไว้แล้ว ได้สัมผัสสมถสมาธิ (สมถสมาธิ คือ โลกุตตรสมาธิที่ตัดกิเลสได้เด็ดขาด) ในอัตภาพนั้นเอง การได้สัมผัสสมถสมาธินั้นแหละ เป็นภาวะแน่นอนอย่างยิ่งสาหรับดิฉัน [๑๔๖] ดิฉันได้อมตธรรมอันประเสริฐ ที่ทาให้ต่างจากปุถุชน มีความเชื่อมั่น (เชื่อมั่นในพระรัตนตรัย) บรรลุคุณวิเศษเพราะรู้แจ้ง (รู้แจ้งอริยสัจ) แล้ว หมดความลังเลสงสัย ได้รับการบูชาจากคนจานวนมาก ความยินดีไม่น้อย [๑๔๗] ตามที่กราบเรียนมานี้ ดิฉันจึงเป็ นเทพธิดาผู้เห็นอมตธรรม เป็นสาวิกาของพระตถาคตเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ ได้เห็นธรรม ดารงอยู่ในโสดาปัตติผล เป็นโสดาบันบุคคล ทุคติเป็นอันไม่มีแก่ดิฉันอีกแล้ว [๑๔๘] ดิฉันนั้นมาหมายจะถวายอภิวาท พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ หมายจะนมัสการบรรดาภิกษุผู้น่าเลื่อมใส ซึ่งยินดีในกุศลธรรม (นิพพาน) และหมายจะเข้าไปนั่งใกล้สมาคมของสมณะที่ปลอดภัย ดิฉันมีความเคารพพระธรรมราชา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงสิริ
3.
3 [๑๔๙] ครั้นได้เห็นพระจอมมุนีแล้ว ดิฉันก็มีใจเบิกบาน
เอิบอิ่ม จึงขอถวายอภิวาทพระองค์ผู้เป็นพระตถาคตเลิศกว่านรชน ฝึกคนที่ควรฝึก ทรงตัดตัณหาได้ ทรงยินดีในกุศลธรรม ทรงแนะนาเวไนยสัตว์ให้ข้ามพ้นจากทุกข์ได้ ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกด้วยความเกื้อกูลอย่างยิ่ง สิริมาวิมานที่ ๑๖ จบ ---------------------------- คาอธิบายเพิ่มเติมนี้ นามาจากบางส่วนของ อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑ ๑๖. สิริมาวิมาน อรรถกถาสิริมาวิมาน สิริมาวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร? พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน กรุงราชคฤห์. สมัยนั้น โสเภณีชื่อสิริมาที่กล่าวไว้ในเรื่องติดต่อมาในหนหลัง [อุตตราวิมาน] สละงานที่เศ ร้าหมอง [การเป็ นโสเภณี] เพราะบรรลุโสดาปัตติผล ได้ตั้งสลากภัต ๘ กองแก่พระสงฆ์. ตั้งแต่ต้นมา ภิกษุ ๘ รูปก็มาเรือนนางเป็ นประจา. นางสิริมานั้นกล่าวคาเป็ นต้นว่า โปรดรับเนยใส โปรดรับนมสด แล้วบรรจุบาตรของภิกษุเหล่านั้นจนเต็ม. ของที่ภิกษุรูปหนึ่งได้ไปย่อมพอแก่ภิกษุ ๓ รูปบ้าง ๔ รูปบ้าง นางถวายบิณฑบาตโดยค่าใช้สอย ๑๖ กหาปณะทุกวัน. ต่อมาวันหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งฉันสลากภัตกองที่ครบ ๘ ในเรือนของนางแล้วก็ไปยังวิหารแห่งหนึ่งไกลออกไป ๓ โยชน์. ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงถามภิกษุรูปนั้นซึ่งนั่งในที่ปรนนิบัติพระเถระเวลาเย็นว่า ผู้มีอายุ ท่านรับภิกษาที่ไหนจึงมาที่นี่. ตอบว่า ผมฉันสลากภัตกองที่ ๘ ของนางสิริมา. ถามว่า ผู้มีอายุ นางสิริมาถวายสลากภัตนั้นยังน่าพอใจอยู่หรือ. ภิกษุนั้นจึงพรรณนาคุณของนางว่า ผมไม่อาจพรรณนาอาหารของนางได้ นางถวายแต่ของประณีตเหลือเกิน ของที่ภิกษุรูปหนึ่งได้ไปยังพอแก่ภิกษุ ๓ รูปบ้าง ๔ รูปบ้าง. แต่การเห็นนางต่างหากที่สาคัญกว่าไทยธรรมของนาง. จริงอยู่ หญิงนั้นงามเห็นปานนี้ งามเห็นปานนั้น. ลาดับนั้น ภิกษุรูปหนึ่งฟังคาพรรณนาคุณของนางสิริมานั้นแล้ว แม้ไม่ได้เห็นตัวก็เกิดสิเนหาโดยได้ยินเท่านั้น คิดว่า เราควรจะไปดูนางในที่นั้น
4.
4 จึงบอกพรรษาสุดท้ายของตนแล้วถามภิกษุรูปนั้นซึ่งยังอยู่ ฟังคาของภิกษุรูปนั้นว่า ผู้มีอายุ พรุ่งนี้ท่านเป็นสังฆเถระก็จักได้สลากภัตกองที่
๘ ในเรือนหลังนั้น แล้วก็ถือบาตรจีวรกลับไปในทันใดนั่นเอง พออรุณขึ้นตอนเช้าตรู่ก็เข้าไปยืนยังโรงสลาก เป็ นสังฆเถระได้สลากภัตกองที่ ๘ ในเรือนนาง. ในเวลาที่ภิกษุซึ่งฉันเมื่อวันวานกลับไปแล้ว โรคก็เกิดขึ้นในเรือนร่างของนาง เพราะฉะนั้น นางจึงนอนเปลื้องเครื่องประดับทั้งหลาย. ขณะนั้น เหล่าทาสีเห็นภิกษุทั้งหลายมาเพื่อรับสลากภัตกองที่ ๘ จึงบอกนาง. นางไม่อาจจะไปวางอาหารลงในบาตรด้วยมือตนเอง หรือนิมนต์ให้ท่านนั่งได้ ได้แต่ใช้เหล่าทาสี สั่งว่า แม่คุณเอ๋ย พวกเจ้าจงรับบาตรนิมนต์ให้ท่านนั่ง ให้ท่านดื่มข้าวต้ม แล้วถวายของเคี้ยว เวลาอาหารจงบรรจุบาตรให้เต็มแล้วถวาย. ทาสีเหล่านั้นรับคาว่าดีแล้วแม่นาย แล้วนิมนต์ให้ท่านเข้าไปให้ดื่มข้าวต้มถวายของเคี้ยว เวลาอาหารบรรจุอาหารเต็มบาตรแล้วก็บอกนาง. นางกล่าวว่า พวกเจ้าจงช่วยกันพยุงเราไป จักไหว้พระผู้เป็นเจ้า แล้วทาสีเหล่านั้นช่วยกันพยุงนางไปหาภิกษุทั้งหลาย ไหว้ภิกษุทั้งหลายด้วยเรือนร่างที่สั่นเทาอยู่. ภิกษุนั้นดูนางแล้วก็คิดว่า นางกาลังป่วย รูปยังงามถึงเพียงนี้ เวลานางไม่ป่วย ประดับด้วยอาภรณ์ครบถ้วนจักงามสักเพียงไหน. ขณะนั้นกิเลสที่สะสมไว้หลายโกฏิปีของภิกษุนั้นก็ฟุ้ งขึ้น. ภิกษุนั้นไม่มีญาณ ไม่อาจฉันอาหาร ได้ถือบาตรกลับวิหารปิดบาตรเก็บไว้ ณ ที่แห่งหนึ่ง คลี่ชายจีวรลงปูนอน. ขณะนั้น ภิกษุผู้สหายรูปหนึ่งแม้อ้อนวอนก็ไม่อาจให้เธอฉันอาหารได้. ภิกษุนั้นก็อดอาหาร. เวลาเย็นวันนั้นนั่นเอง นางสิริมาก็ตาย. พระราชาทรงส่งข่าวไปทูลพระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นางสิริมาน้องสาวของหมอชีวก ตายเสียแล้ว พระเจ้าข้า. พระศาสดาทรงทราบข่าวนั้นแล้ว ทรงส่งข่าวถวายพระราชาว่า อย่าเพิ่งทาฌาปนกิจสิริมา ขอได้โปรดนาไปป่าช้าศพสด ให้นอน ให้รักษาไว้โดยวิธีที่ฝูงกาเป็นต้นจะไม่จิกกิน. พระราชาก็ทรงปฏิบัติตามพระพุทธประสงค์. ล่วงเวลาไป ๓ วันตามลาดับ วันที่ ๔ ร่างของนางก็พองขึ้น. เหล่าหนอนก็ไหลออกจากปากแผลทั้ง ๙. ทั่วเรือนร่างก็เป็ นเหมือนถาดข้าวสาลีแตก.
5.
5 พระราชาก็โปรดให้ตีกลองป่าวประกาศไปในพระนครว่า ยกเว้นเด็กเฝ้ าบ้านเสีย คนที่ไม่มาดูนางสิริมา
ต้องเสียค่าปรับไหม ๘ กหาปณะ ทรงส่งข่าวไปทูลพระศาสดาว่า เขาว่าพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็ นประมุข จะเสด็จมาดูนางสิริมา. พระศาสดาจึงตรัสบอกภิกษุทั้งหลายว่า จักไปดูนางสิริมา. ภิกษุหนุ่มแม้รูปนั้นไม่เชื่อฟังคาของใครๆ นอนอดอาหารอยู่ ๔ วัน. อาหารในบาตรก็บูด บาตรก็ขึ้นสนิม. ภิกษุรูปนั้นถูกเพื่อนภิกษุเข้าไปหาพูดว่าท่าน พระศาสดาจะเสด็จไปดูนางสิริมานะ แม้จะถูกความหิวครอบงา แต่พอได้ยินเพื่อนภิกษุออกชื่อว่าสิริมา ก็รีบลุกขึ้นถามว่าท่านพูดอะไร ถูกเพื่อนภิกษุกล่าวว่า พระศาสดาจะเสด็จไปดูนางสิริมา ตัวท่านจักไปไหมเล่า. ก็ตอบว่า ไปสิขอรับ แล้วเทอาหารทิ้ง ล้างบาตรเก็บใส่ถลก ก็ไปพร้อมกับภิกษุสงฆ์. พระศาสดามีหมู่ภิกษุแวดล้อม ประทับยืนอยู่ข้างหนึ่ง ทั้งภิกษุสงฆ์ ทั้งราชบุรุษ ทั้งอุบาสกบริษัท ทั้งอุบาสิกาบริษัท ก็พากันยืนอยู่แต่ละข้างๆ. พระศาสดาตรัสถามพระราชาว่า ถวายพระพรมหาบพิตร นั่นใคร. พระราชาทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้องสาวของหมอชีวก ชื่อสิริมา พระเจ้าข้า. ตรัสถามว่า นั่นสิริมาหรือ. ทูลว่า พระเจ้าข้าขอรับ. ตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น โปรดให้ตีกลองป่าวประกาศไปในพระนครว่า คนทั้งหลายจงให้ทรัพย์พันหนึ่งแล้วรับสิริมาไป. พระราชาตรัสสั่งให้ปฏิบัติตามพระพุทธประสงค์. บรรดาคนเหล่านั้น ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะพูดว่าฉันรับ. พระราชาจึงกราบทูลพระศาสดาว่า ไม่มีคนรับ พระเจ้าข้า. ตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น ก็จงลดราคาลงมาสิ มหาบพิตร. พระราชาก็ให้ตีกลองป่าวประกาศว่า ใครให้ทรัพย์ ๕๐๐ ก็จงรับสิริมาไป ไม่ทรงเห็นใครๆ ที่จะรับ จึงให้ตีกลองป่าวประกาศลดราคาลง ๒๕๐, ๒๐๐, ๑๐๐, ๕๐, ๒๕, ๒๐, ๑๐, ๕, ๑ กหาปณะ ครึ่งบาท ๑ มาสก ๑ กากณึก, ให้เปล่าๆ [ไม่คิดราคา] บรรดาชนแม้เหล่านั้น ก็ไม่มีใครพูดว่าฉันรับๆ. พระราชาจึงกราบทูลว่า ให้เปล่าๆ ก็ไม่มีคนรับ พระเจ้าข้า. พระศาสดาทรงแสดงว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูมาตุคามซึ่งเป็ นที่รักของมหาชน แต่ก่อน คนทั้งหลายในพระนครนี้ให้ทรัพย์พันหนึ่ง ก็ได้นางไปตลอดวันหนึ่ง บัดนี้ให้เปล่าๆ ก็ไม่มีคนรับ นามรูปเห็นปานนี้ ถึงความสิ้นไปเสื่อมไปเป็นธรรมดา ทาให้งดงามด้วยเครื่องประดับภายนอกก็ยังมีแผล โดยปากแผลทั้ง ๙ อันกระดูก
6.
6 ๓๐๐ ท่อนสร้างเป็ นโครงขึ้น
อาดูรเดือดร้อนอยู่เป็ นประจา ชื่อว่ามีความดาริมาก เพราะมหาชนผู้เขลาดาริโดยส่วนมากอย่างเดียว อัตภาพที่ไม่ยั่งยืน ดังนี้. จึงตรัสพระคาถาว่า ปสฺส จิตฺตกต พิมฺพ อรุกาย สมุสฺสิต อาตุร พหุสงฺกปฺป ยสฺส นตฺถิ ธุว ฐิตี เธอจงดูรูปกาย ที่ปัจจัยทาให้งดงาม มีแผล กระดูกสร้างเป็ นโครงขึ้น มีความเดือดร้อน มีความดาริมาก ซึ่งไม่มีความยืนยงคงที่เลย. จบเทศนา ภิกษุที่มีจิตติดพันนางสิริมา ก็ปราศจากฉันทราคะ เจริญวิปัสสนาแล้วก็บรรลุพระอรหัต. สัตว์ประมาณ ๘๔,๐๐๐ ก็ได้ธรรมาภิสมัย ตรัสรู้ธรรม. สมัยนั้น สิริมาเทพกัญญาสารวจความสาเร็จแห่งสมบัติของตน ตรวจดูที่มาก็เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้ามีภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับยืน และหมู่มหาชนประชุมกันใกล้เรือนร่างของตนในอัตภาพก่อน จึงมีเทพกัญญา ๕๐๐ ห้อมล้อมมาปรากฏกายกับรถ ๕๐๐ ลงจากรถแล้ว มีบริวารตามมาถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ยืนทาอัญชลีประนมมือไหว้. สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะยืนอยู่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า การถามปัญหาข้อหนึ่งแจ่มแจ้งกะข้าพระองค์ พระเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนวังคีสะ การถามปัญหาจงแจ่มแจ้งกะเธอเถิด [ทรงอนุญาตให้ถามปัญหากะเทพธิดาได้]. ท่านพระวังคีสะจึงได้ถามสิริมาเทพธิดาว่า ม้าทั้งหลายของท่านเทียมรถแล้ว ประดับอย่างวิเศษ บ่ายหน้าลงไปในอากาศ [เหาะได้] มีกาลังว่องไว ม้าทั้งหลายของท่านเทียมรถ ๕๐๐ อันบุญกรรมเนรมิตแล้ว สารถีเตือนแล้วก็พาท่านไป. ท่านประดับองค์แล้ว ส่องแสงสว่างราวกะดวงไฟโชติช่วง ยืนอยู่เหนือรถอันเพริศแพร้ว. ดูก่อนเทพธิดาผู้อ่าองค์ ดูไม่จืดเลย อาตมาขอถามท่าน ท่านมาจากเทพหมู่ไร จึงเข้าเฝ้ าพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ไม่มีผู้ใดประเสริฐยิ่งกว่า. เทวดานั้นถูกพระเถระถามอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงองค์จึงกล่าวคาถาว่า บัณฑิตกล่าวเทพ [ชั้นปรนิมมิตวสวัดดี] ที่เป็นผู้เลิศด้วยกาม [กามาวจร] หมู่ใดว่าเป็นเทวดาผู้ยอดเยี่ยมยินดีด้วยกามสมบัติที่เหล่าเทพชั้นนิมมานรดีเนรมิ ตให้ ดีฉันเป็ นเทพอัปสรมีวรรณะงามจากเทพหมู่นั้น มาในที่นี้ก็เพื่อนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่ไม่มีใครประเสริฐยิ่งกว่า.
7.
7 เมื่อเทวดากล่าวบอกความที่ตนเป็นเทวดาชั้นนิมมานรดีอย่างนี้แล้ว พระเถระประสงค์จะให้นางกล่าวถึงภพก่อน บุญที่ทาในภพนั้นและลัทธิของนาง จึงได้กล่าวสองคาถาว่า ท่านสร้างสมสุจริตอะไร ในอัตภาพเทวดานี้ไว้ในภพก่อน เพราะบุญอะไร
ท่านจึงนั่งม้าเป็ นพาหนะ มียศนับไม่ได้ จาเริญสุข และฤทธิ์ของท่านไม่มี ฤทธิ์อื่นประเสริฐกว่า ยังเหาะได้ ทั้งวรรณะของท่านก็รุ่งโรจน์ไปทั้งสิบทิศ. ดูก่อนเทวดา ท่านอันทวยเทพแวดล้อมและสักการะแล้ว ท่านจุติจากที่ไหนจึงถึงสุคติ หรือท่านเชื่อฟังคาสั่งสอนของศาสดาองค์ใด หากท่านเป็นพุทธสาวิกา ขอท่านโปรดบอกอาตมาด้วยเถิด. เทวดาเมื่อจะกล่าวความที่พระเถระถามอย่างนี้ จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า ดีฉันเป็นปริจาริกาของพระราชาผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีสิริ ณ มหานคร ซึ่งสถาปนาไว้เป็ นอันดี ณ กลางภูผา [๕ ลูก] เป็นผู้ชานาญเยี่ยมด้วยศิลปะฟ้ อนราขับร้อง. คนทั้งหลายในกรุงราชคฤห์ ได้รู้จักดีฉันในนามว่า สิริมา เจ้าข้า. พระพุทธเจ้าผู้เป็นฤษีประเสริฐสุด เป็ นผู้แนะนา ได้ทรงแสดงทุกขสัจ สมุทัยสัจ ทุกขนิโรธสัจที่ปัจจัย ปรุงแต่งไม่ได้ และมรรคสัจนี้ ที่ไม่คด เป็นทางตรง ทางเกษม. ดีฉันสดับอมตบท ที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ เป็นคาสอนของพระตถาคต ผู้ที่ไม่มีผู้อื่นประเสริฐกว่า ดีฉันเป็ นผู้สารวมอย่างยิ่งในศีลทั้งหลาย ตั้งอยู่ในธรรมอันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นนระประเสริฐทรงแสดงแล้ว. ดีฉันรู้บทที่ปราศจากกิเลสดุจธุลี ที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ ซึ่งพระตถาคตผู้ที่ไม่มีผู้อื่นประเสริฐกว่า ทรงแสดงแล้ว ดีฉันได้สัมผัสสมาธิจากสมถะ ในอัตภาพนั้นนั่นแล อันนั้นได้เป็ นความแน่นอนอย่างยิ่ง [ที่จะบรรลุมรรคผล] สาหรับดีฉัน. ดีฉันได้อมตธรรมอันประเสริฐ ทาให้แปลกจากปุถุชน มีความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัยส่วนเดียว บรรลุคุณวิเศษเพราะตรัสรู้ ไม่มีความสงสัยอันชนเป็นอันมากบูชาแล้ว ดีฉันเสวยความยินดีระเริงเล่นไม่น้อยเลย. ดีฉันเป็นเทวดาเห็นอมตธรรมอย่างนี้ เป็นสาวิกาของพระตถาคต ผู้ที่ไม่มีผู้อื่นประเสริฐกว่า เห็นธรรมก็ตั้งอยู่ในผลระดับแรก [โสดาปัตติผล] เป็นพระโสดาบัน ทุคติเป็ นอันไม่มีอีกละ.
8.
8 ดีฉันนั้นเข้ามาเพื่อถวายบังคมพระองค์ผู้ที่ไม่มีผู้อื่นประเสริฐกว่ า และเหล่าภิกษุผู้ยินดีในกุศลที่น่าเลื่อมใส เพื่อนมัสการสมณสมาคมอันรุ่งเรือง ดีฉันมีความเคารพในพระธรรมราชาผู้ทรงสิ ริ. ดีฉันพบพระมุนีแล้ว
ก็มีใจบันเทิงเอิบอิ่ม ขอถวายบังคมพระตถาคต ผู้ทรงเป็นสารถีฝึกคนดีที่ควรฝึก ทรงตัดตัณหา ยินดีในกุศล เป็นผู้นาสัตว์ ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง. สิริมาเทพธิดา ครั้นประกาศความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย โดยมุขคือประกาศลัทธิของตนอย่างนี้แล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ ทาประทักษิณเวียนขวาแล้วก็กลับเทวโลกแห่งเดิม พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทาเรื่องที่มาถึงแล้วนั้นนั่นแหละ ให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ เกิดเรื่องแล้วทรงแสดงธรรม. จบเทศนา ภิกษุผู้กระสันก็บรรลุพระอรหัต พระธรรมเทศนานั้นเกิดประโยชน์แม้แก่บริษัทที่ประชุมกันแล. จบอรรถกถาสิริมาวิมาน -----------------------------------------------------
Download