More Related Content
PPT
สัปดาห์ที่ 5 6 ทฤษฎีสังคมวิทยา แนวคิด PDF
PPT
PDF
PPTX
ทฤษฎีทางการเมือง (Political theory) PPTX
Part1 ความเชื่อ และ วิทยาศาสตร์ ในสังคมไทย PDF
PPT
อิทธิผลของดวงอาทิตย์ที่มีผลต่อโลก What's hot
DOCX
PDF
PDF
PDF
PDF
ลำดับเรขาคณิต (Geometric sequence) PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบน้ำหยดประหยัดน้ำเลียนแบบต้นกล้วย PPTX
หน่วยที่1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น PDF
KEY
PPTX
หน่วยที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น PDF
PDF
PPT
DOC
PPTX
อภิปรัชญา ความจริงของโลก และ มนุษย์ PDF
โครงงาน สุดยอดว่านหางจระเข้ PPTX
PDF
PDF
PDF
Viewers also liked
PPTX
Presentation [Full] Effective Communication Skills PDF
How to create a really GOOD Presentation PDF
Visual definitions of UX ( Restored ) PDF
5 Ways To Surprise Your Audience (and keep their attention) PDF
PDF
How to Do a Good Presentation (especially for FYP) PDF
THE ROLE OF DESIGN THINKING PDF
Effective Presentation & Communication Skills For Business Leaders PDF
เพรซี่-Prezi-พิมพ์ไทยได้แล้ว PDF
PDF
PowerPoint's Best Kept Secret by @damonify PPT
PowerPoint Tutorial Presentation - 100 Pictures PPTX
PDF
PPTX
Attract Your Audience ( Presentation Tips ) PDF
Design Thinking - Designing for People PPTX
PDF
PPTX
Tips for a Good Presentation PPT
Similar to สัปดาห์ที่ 1 การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา
PDF
โมเดลและทฤษฎีที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการความรู้ (Km) PPSX
Power point โมเดลและทฤษฏีที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการความรู้ PPT
Introduction to Knowledge Management PDF
แนวคิดทฤษฏีเกี่ยวกับการจัดการความรู้ PPT
การจัดการความรู้เพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ PPTX
แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการความรู้ PPT
PDF
โมเดลและทฤษฎีที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการความรู้ Km PDF
โมเดลและทฤษฎีที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการความรู้ (Km) PDF
การจัดการความรู้ 2.0 - KM 2.0 ODP
PPT
PPT
PDF
โมเดลและทฤษฏีที่สำคัญ เกี่ยวกับการจัดการความรู้ ODP
ODP
PDF
PPT
DOCX
แนวคิดทฤษฎีสำหรับการบริหารจัดการความรู้ PDF
More from Sani Satjachaliao
PPT
PPT
Research10 sample selection PPT
สัปดาห์ที่ 1 กลุ่ม 2 ทำความรู้จัก spss PPT
การทดสอบสมมติฐาน สัปดาห์ที่ 10 PPT
Research11 conceptual framework PPT
427 305 สัปดาห์ที่ 16 correlational analysis PPT
Research8 research concept_1_2553 PPT
PPT
สัปดาห์ที่ 7 8 (2 dec 2010) PPT
427 305 week17 relational analysis PPT
T test 8 10 สีปดาห์ ที่ 11 PPT
Week 7 conceptual_framework PPT
Research9 writing research_report PPT
Week 5 scale_and_measurement PPT
PPT
Research6 qualitative research_methods PPT
สัปดาห์ที่ 3 4 5 6 ทำความรู้จัก spss ยะลา PPT
Week 8 conceptual_framework PPT
PPT
Elaboration analysis สัปดาห์ที่ 14 สัปดาห์ที่ 1 การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา
- 1.
สัปดาห์ที่ 1เอกสารประกอบการสอน วิชา 427-303 Sociological Theories ภาคเรียนที่ 1/2553 เรื่อง การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา - 2.
วิชา 427-303 ทฤษฎีทางสังคมวิทยา (Sociological Theory) จำนวน 3 หน่วยกิต ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2553 - 3.
- 4.
วัตถุประสงค์รายวิชา (Objectives) 1. เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการสร้างสมมติฐานเชิงทฤษฎีและแนวทางในการทดสอบทฤษฎีสังคมวิทยา 2. เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจทฤษฎีทางสังคมวิทยาระดับพื้นฐาน - 5.
1 . 1.ธรรมชาติขององค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์เน้นสังคมวิทยา 2. ปัญหาว่าด้วยองค์ความรู้ 3. ภูมิหลังแห่งภูมิปัญญาของมนุษยชาติ 4. พัฒนาการองค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์เน้นสังคมวิทยา 5. ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับสังคมศาสตร์ - 6.
2-3. 1. กระบวนทัศน์ทางสังคมวิทยา : กระบวนทัศน์แบบพหุลักษณ์ ประกอบด้วย กระบวนทัศน์ 1) แบบหน้าที่นิยม 2) แบบวิวาทลักษณ์ และ 3) แบบพฤติกรรมจิตวิทยาสังคม 2. ความรู้เบื้องต้นโดยสังเขปเกี่ยวกับทฤษฎีความขัดแย้ง , หน้าที่นิยมและสัมพันธ์สัญลักษณ์นิยม 3. ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีและการวิจัยทางสังคมวิทยา - 7.
4-5. 1. นิยามทฤษฎีสังคมวิทยา2. หน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของทฤษฎีสังคมวิทยา 3. โครงสร้างทฤษฎีสังคมวิทยาซึ่งประกอบด้วย 3.1 กระบวนทัศน์ 3.2 แนวคิดหรือจินตภาพ 3.3 ตัวแปร 3.4 ประพจน์หรือข้อความเสนอ 3.5 ทฤษฎี : การตั้งทฤษฎีด้วยหลักการแห่งความสัมพันธ์เชิงเหตุหรือซิลโลจิสม์ - 8.
6. 1. รูปแบบทฤษฎีสังคมศาสตร์เน้นสังคมวิทยา1.1 รูปแบบประมวลกฎหรือสัจพจน์ 1.2 ทฤษฎีแบบกระบวนการเชิงสาเหตุ 1.3 ทฤษฎีแบบจัดหมวดหมู่หรือ แทกโซโนมี 2. การตรวจสอบทฤษฎีสังคมวิทยา (verification) 3. การแก้ไขและปรับปรุงทฤษฎี (modification) - 9.
7. ทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ ออกุส กองต์ 1. ภูมิหลังทางสังคมและภูมิปัญญาที่มีอิทธิพลต่อ กองต์ 2. กระบวนทัศน์ทางสังคมวิทยา : กระบวนทัศน์แบบองค์รวม (holism) 3. วิธีวิทยาการศึกษาทางสังคมวิทยา : ปฏิฐานนิยม 4. สังคมสถิตและการบูรณาการทางสังคม 5. สังคมพลวัตและขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม - 10.
8-9. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของเดอร์ไคม์ 1.ภูมิหลังทางสังคมและภูมิปัญญาของเดอร์ไคม์ 2. กระบวนทัศน์ทางสังคมวิทยา : หน้าที่นิยม 3. วิธีวิทยาทางสังคมวิทยา เน้นระเบียบวิธีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 4. โครงสร้างและหน้าที่ทางสังคม 5. บูรณาการทางสังคมภาวะไร้ปทัสถาน 6. การเปลี่ยนแปลงทางสังคม 7. อัตวินิบาตตกรรม สอบกลางภาค - 11.
- 12.
- 13.
14. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาในยุคปัจจุบัน 1.แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ พาร์สันส์ หน้าที่นิยม ( บูรณาการหรือสมานลักษณ์นิยม ) 2. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ ดาห์เรนดอร์ฟ : ทฤษฎีความขัดแย้ง ( วิวาทลักษณ์เนื่องเพราะอำนาจ ) - 14.
- 15.
17. Grand Theories ทั้ง 5 : เปรียบเทียบ แนวคิด พัฒนาการ จากยุค classics ถึง ปัจจุบันและความสัมพันธ์กับแนวคิดหลังสมัยใหม่ - 16.
- 17.
Term papers มี 2 ชิ้น ผู้เรียนต้องจัดการเรียนรู้ งานกลุ่ม งานเดี่ยว - 18.
topic functional conflictsymbolic exchange phenomenology ส่งเป็นผลงาน กระบวนการเรียนรู้ กลุ่มนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ Knowledge management ค้นคว้า ทบทวน จากที่เรียนมา คำแนะนำจากผู้สอน Review จากผลการศึกษา วิจัย ทฤษฎีระดับกลาง (Middle Range Theories) Empirical generalization - 19.
- 20.
ความรู้มี 2 ประเภท 1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) 2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) - 21.
1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือ สัญชาตญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือ การคิดเชิงวิเคราะห์ บางคนจึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม - 22.
2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม - 23.
- 24.
Externalization Internalization Combinationการ จัดการ ความรู้ คือการ สร้าง “ เกลียวความรู้ ” ให้เกิดขึ้นเพื่อนำมาใช้ แก้ปัญหา / พัฒนางาน ความรู้ หมุนเวียนเคลื่อนที่ ได้ ตามกระบวนการ SECI หรือ Knowledge Spiral ของ Nonaka Tacit Tacit Socialization Explicit Explicit - 25.
- 26.
กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) 1. การบ่งชี้ความรู้ ( Knowledge Identification) 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ ( Knowledge Creation and Acquisition) 3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ ( Knowledge Codification and Refinement) 5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) 6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) 7. การเรียนรู้ (Learning) เราต้องมีความรู้เรื่องอะไร เรามีความรู้เรื่องนั้นหรือยัง ความรู้นั้นทำให้เกิดประโยชน์กับองค์กรหรือไม่ ทำให้องค์กรดีขึ้นหรือไม่ มีการแบ่งปันความรู้ให้กันหรือไม่ เรานำความรู้มาใช้งานได้ง่ายหรือไม่ ความรู้อยู่ที่ใคร อยู่ในรูปแบบอะไร จะเอามาเก็บรวมกันได้อย่างไร จะแบ่งประเภท หัวข้ออย่างไร จะทำให้เข้าใจง่ายและสมบูรณ์อย่างไร - 27.
กระบวนการจัดการความรู้ (KnowledgeManagement Process) เป็นกระบวนการแบบหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงขั้นตอนที่ทำให้เกิดกระบวนการจัดการความรู้ หรือพัฒนาการของความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน - 28.
1. การบ่งชี้ความรู้ ( Knowledge Identification) เช่นพิจารณาว่า วิสัยทัศน์ / พันธกิจ / เป้าหมาย คืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจำเป็นต้องรู้อะไร , ขณะนี้เรามีความรู้อะไรบ้าง , อยู่ในรูปแบบใด , อยู่ที่ใคร - 29.
2. การสร้างและแสวงหาความรู้ ( Knowledge Creation and Acquisition) เช่น การสร้างความรู้ใหม่ , แสวงหาความรู้จากภายนอก , รักษาความรู้เก่า , กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว - 30.
3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เป็นการวางโครงสร้างความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้ อย่างเป็นระบบในอนาคต - 31.
4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ ( Knowledge Codification and Refinement) เช่นปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน , ใช้ภาษาเดียวกัน , ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ - 32.
5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้นั้นเข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), Web board , บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น - 33.
6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) ทำได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทำเป็น เอกสาร , ฐานความรู้ , เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกรณีเป็น Tacit Knowledge อาจจัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน , กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม , ชุมชนแห่งการเรียนรู้ , ระบบพี่เลี้ยง , การสับเปลี่ยนงาน , การยืมตัว , เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น - 34.
7. การเรียนรู้ (Learning) ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่นเกิดระบบการเรียนรู้จาก สร้างองค์ความรู้ > นำความรู้ไปใช้ > เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง - 35.
แนวคิดเรื่อง KM เรียนรู้ / ยกระดับ รวบรวม / จัดเก็บ นำไปปรับใช้ เข้าถึง / ตีความ ความรู้เด่นชัด Explicit Knowledge ความรู้ซ่อนเร้น Tacit Knowledge สร้าง / ยกระดับ มีใจ / แบ่งปัน เรียนรู้ร่วมกัน เน้น “ 2T” Tool & Technology เน้น “ 2P” Process & People create/leverage care & share access/validate capture & learn store apply/utilize - 36.
KM ส่วนใหญ่ไป “ ผิดทาง” ให้ความสำคัญกับ “ 2P” People & Processes ให้ความสำคัญกับ “ 2T” Tool & Technology อย่าลืมว่า ต้อง “สมดุล” - 37.
KM Model “ปลาทู ” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) Knowledge Assets (KA) KV KS KA แนวทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้ “ไม่ไปผิดทาง” ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision Knowledge Sharing ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) Knowledge Assets ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs - 38.
ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหนต้องตอบได้ว่า “ ทำ KM ไปเพื่ออะไร ” ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “ หัวใจ ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง ” สร้างพลังจาก CoPs TUNA Model Knowledge Sharing (KS) Knowledge Vision (KV) Knowledge Assets (KA) - 39.
TUNA Model ( T hai – UNA ids Model ) เป็นการมองประเด็นของการจัดการความรู้อย่างง่าย ๆ โดยแบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1) Knowledge Vision (KV) เป็นส่วนที่ต้องตอบให้ได้ว่าทำการจัดการความรู้ไปเพื่ออะไร 2) Knowledge Sharing ( KS) เป็นส่วนที่สำคัญมากเพราะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเวทีจริง และเวทีเสมือนเช่นผ่านเครือข่าย Internet 3) Knowledge Assets (KA) เป็นส่วนขุมความรู้ที่ทำให้มีการนำความรู้ไปใช้งานและมีการต่อยอดยกระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ดร . ประพนธ์ ผาสุขยืด - 40.
ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ”ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) จาก KV สู่ KS ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) - 41.
ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs จาก KS สู่ KA ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) Knowledge Assets (KA) - 42.
ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs จาก KS สู่ KA ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) Knowledge Assets (KA) - 43.
- 44.
..... เป็นขุมความรู้ (Knowledge Assets) ที่มีบริบท และรายละเอียด ตามกาละ และเทศะที่ต้องการความรู้นั้น ประเด็น / หลักการ แหล่งข้อมูล / บุคคล โทร . ... “ “ “ “ เรื่องเล่า & คำพูด “ เราทดลองวิธีการใหม่ …” - 45.
ขุมทรัพย์ความรู้ เรื่อง .......................... แหล่งข้อมูล / สอบถาม ตัวอย่างประสบการณ์ / เรื่องเล่า คำแนะนำ / ประเด็นความรู้ที่ได้ - 46.
Knowledge Practitioners CKOKnowledge F acilitators “ คุณกิจ” “ คุณอำนวย” “ คุณเอื้อ” Chief Knowledge Officer Knowledge Assets (KA) Knowledge Vision (KV) ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ ทำ KM ไปเพื่ออะไร ” Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “ หัวใจ ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT สร้าง CoPs ที่มีพลัง ดุจดั่งปลา “สะบัดหาง”
Editor's Notes
- #27 Learning ใน 7 ขั้นตอนเป็นการเรียนรู้ว่าความรู้ที่กำหนดนั้นเป็นความรู้ที่ต้องการหรือไม่