LOGO




       การจัด การเรีย นรู้
ผู้จ ัด ทำา


              1 นายปิย วิท ย์
                            ภาโน
                มัย รหัส 030
              2 นายชริน ทร์ จ่า ไธ
                สง รหัส 024
ความหมายและประเภท
ของความรู้
 ความรู้ (Knowledge) คือ อะไร?
    ความรู้ คือ สารสนเทศที่นำาไปสู่การปฏิบติ
                                          ั
เป็นเนื้อหาข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริง
ความคิดเห็น ทฤษฎี หลักการ รูปแบบ กรอบ
ความคิด หรือข้อมูลอื่นๆ ที่มีความจำาเป็น และ
เป็นกรอบของการผสมผสานระหว่าง
ประสบการณ์ ค่านิยม ความรอบรู้ในบริบท
สำาหรับการประเมินค่า และการนำาเอา
ประสบการณ์กับสารสนเทศใหม่ ๆ มาผสม
รวมเข้าด้วยกัน
Diagram




    ข้อ มูล                       ความรู้
  สาระสนเทศ   ขั้น ของความรู้ ความเฉลีย วฉลาด
                                   Text




               เชาวน์ป ัญ ญา
ชัน ของความรู้เ ป็น
  ้
อย่า งไร?

  ข้อ มูล (Data)
    ข้อ มูล (Data) เป็น ข้อมูลดิบที่ยังไม่
  ได้ผ่านกระบวนการประมวลผล หรือ
  เป็นกลุ่มของข้อมูลดิบที่เกิดขึ้นจากการ
  ปฏิบัติงาน
 สาระสนเทศ
 สารสนเทศ (Information) เป็น
 ข้อมูลที่ผานกระบวนการประมวลผลโดย
           ่
 รวบรวมและสังเคราะห์เอาเฉพาะข้อมูลที่
 มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่องานที่
 ทำา
 ความรู้ (Knowledge)
   ความรู้ (Knowledge) เป็น ผลจาก
 การขัดเกลาและเลือกใช้สารสนเทศ โดย
 มีการจัดระบบความคิด เสียใหม่ให้เป็น
 “ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง”
เชาวน์ป ญ ญา
         ั
 เชาวน์ป ญ ญา (Intelligence) เป็น
           ั
 ผลจากการปรุงแต่งและจดจำาความรู้และ
 ใช้ความเฉลียวฉลาดต่าง ๆในสมอง
 ทำาให้เกิดความคิดที่รวดเร็วและฉับไว
 สามารถใช้ความรู้และความเฉลียวฉลาด
 โดยใช้ช่วงเวลาสันกว่า
                  ้
ประเภทของความรู้
  1. ความรู้ในตัวของมนุษย์หรือความรู้โดยนัย
  (Tacit Knowledge) หมายถึง ความรู้เฉพาะตัว
  ทีเกิดจากประสบการณ์ การศึกษา การสนทนา
    ่
  การฝึกอบรม เจตคติของแต่ละบุคคล เป็นความรู้
  บวกกับสติปัญญาและประสบการณ์
  2. ความรู้เชิงประจักษ์ทปรากฏชัดเจน (Explicit
                          ี่
  Knowledge) หมายถึง ความรู้ทได้รับการ
                                 ี่
  ถ่ายทอดจากบุคคลออกมาในรูปของการบันทึก
  ตามรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นสารสนเทศนั่นเอง
  3. ความรู้ทเกิดจากวัฒนธรรม (Culture
              ี่
  Knowledge) หมายถึง ความรู้ทเกิดจากความ
                                    ี่
  เชื่อ ความศรัทธา ซึ่งเกิดจากผลสะท้อนกลับของ
  ความรู้ และสภาพแวดล้อมทัวไปขององค์กร
                             ่
ประเภทความรู้ใ นตัว คน

  1. การสนทนา (Face-to-face
  Conversation)
 2. การนำาทีมและฝึกอบรม
 (Mentoring & Training)
 3. อบรมเข้มข้น (Coaching)
 4. การแนะนำา (Customer
 Knowledge)
 5. การเข้ากลุ่ม (Staff
 Knowledge)
 6. การใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอก
 (Outside Expert)
 7. การสั่งการ (Top Manager /
 Top Management Support )
 8. การเผยแพร่สู่สาธารณะหรือทุน
 ทางสังคม ( Social Capital)
เป้า หมายของการ
จัด การความรู้

     1. พัฒนางานให้มีคณภาพและ
                        ุ
     ผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น

     2. พัฒนาคน


     3. พัฒนาฐานความรู้
     ขององค์กร
1.พัฒ นางานให้ม ีค ุณ ภาพ
และผลสัม ฤทธิ์ย ิ่ง ขึ้น
     พัฒ นางานให้ม ีค ณ ภาพและผล
                         ุ
สัม ฤทธิย ิ่ง ขึ้น คือ พัฒ นากระบวนการ
         ์
ทำา งานทั้ง ให้เ กิด ประสิท ธิภ าพ เช่น
ความผิด พลาดลดลง, ปรับ ปรุง
พัฒ นากระบวนการให้ท ัน ต่อ
สถานการณ์
2. พัฒ นาคน

     พัฒ นาคน เพื่อ ให้บ ค ลากรเกิด
                         ุ
 การเรีย นรู้ มีค วามคล่อ งตัว ในการ
 ทำา งาน และบุค ลากรเกิด ความพึง
 พอใจในการทำา งาน
3. พัฒ นาฐานความรู้
ขององค์ก ร
   พัฒ นาองค์ก ร คือ สามารถบรรลุ
 เป้า หมายที่ก ำา หนดไว้ต ามวิส ย ทัศ น์ /
                                 ั
 ยุท ธศาสตร์ เช่น ผูร ับ บริก ารมีค วาม
                     ้
 พึง พอใจ
ประโยชน์ข องการ
จัด การเรีย นรู้
   1. ช่ว ยเพิ่ม ประสิท ธิภ าพขององค์ก ร
   2. ป้อ งกัน การสูญ หายของภูม ิป ัญ ญา
   3. เพิ่ม ศัก ยภาพในการแข่ง ขัน และความอยู่
    รอด
   4. เป็น การลงทุน ในต้น ทุน มนุษ ย์
   5. ช่ว ยเพิ่ม ขีด ความสามารถในการตัด สิน ใจ
   6. ผู้บ ัง คับ บัญ ชาสามารถทำา งานเชื่อ มโยงกับ ผู้
    ใต้บ ัง คับ บัญ ชาให้ใ กล้ช ิด กัน มากขึ้น
   7. เมื่อ พบข้อ ผิด พลาดจากการปฏิบ ัต ิง าน ก็
    สามารถหาวิธ ีแ ก้ไ ขได้ท ัน ท่ว งที 
   8. แปรรูป ความรู้ใ ห้เ ป็น ทุน
   9. เพื่อ การสร้า งสรรค์ และบรรลุเ ป้า หมายของ
    จิน ตนาการที่ย ิ่ง ใหญ่
   10. เปลี่ย นวัฒ นธรรม จาก วัฒ นธรรมอำา นาจ
ประโยชน์ข องการ
จัด การเรีย นรู้
  เกิด ขึ้น เมื่อ ได ?
   “การจัดการความรู้” จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ
   วัฒนธรรมการทำางานของคนในองค์การ
   ปรับเปลี่ยนจากเดิมมาสู่การมีวินยใน
                                  ั
   ตนเอง มีการศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้
   ตลอดชีวิต ยอมรับฟังความคิดเห็นของ
   คนอื่น
การจัด การความรู้ 3 ยุค
1.ยุคเน้นเทคโนโลยี
   สารสนเทศ
นเทคโนโลยีส ารสนเทศ เน้น การจัด การสารสนเทศ
2. ยุคเซ็กกี้

   ยุคเซ็กกี้ (SECI = Socialization,
Externalization, Combination,
Internalization) เน้นวงจรยกระดับความรู้
แบบฝังลึก (tacit knowledge) และ ความรู้
เปิดเผย (explicit knowledge)
3.ยุคปัจจุบน
           ั

   ยุคปัจจุบัน เน้น Complex Knowlegde และ
Organic Knowledge Management มีการนำา
ศาสตร์แห่งความซับซ้อน ทฤษฎีไร้ระเบียบ
(Chaos Theory) ระบบที่ซับซ้อนและปรับ
ตัว(Complex-Adaptive System) มาประยุกต์
ใช้
อ้า งอิง
     เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. “ความแตกต่างระหว่างการจัดการ
 สารสนเทศกับการจัดการความรู้” สร้า งสรรค์ สื่อ กลาง วันที่
 16-31 ตุลาคม 2547.
     เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. “ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดการความ
 รู” งานวัน นี้
   ้
 วันที่ 5-12 พฤษภาคม 2545.
     บุญดี บุญญากิจ และคณะ การจัด การความรู้.......จาก
 ทฤษฎีส ู่ก ารปฏิบ ัต ิ กรุงเทพ : จิรวัฒน์ เอ็กซ์เพรส 2547.
     ศุภามนต์ ศุภกานต์ Biz wisdom การจัด การความรู้แ บบ
 ที่ถ ูก ต้อ งนั้น เป็น อย่า งไร ?
 Knowledge Today กุมภาพันธ์ 2547.
     วิจารณ์ พานิช “ความรูยุคใหม่ อยู่ในคนมากกว่าตำารา” สาน
                               ้
 ปฏิร ูป ธันวาคม 2547.
                           www.google.com
LOGO

การจัดการการเรียนรู้

  • 1.
    LOGO การจัด การเรีย นรู้
  • 2.
    ผู้จ ัด ทำา 1 นายปิย วิท ย์ ภาโน มัย รหัส 030 2 นายชริน ทร์ จ่า ไธ สง รหัส 024
  • 4.
    ความหมายและประเภท ของความรู้ ความรู้ (Knowledge)คือ อะไร? ความรู้ คือ สารสนเทศที่นำาไปสู่การปฏิบติ ั เป็นเนื้อหาข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริง ความคิดเห็น ทฤษฎี หลักการ รูปแบบ กรอบ ความคิด หรือข้อมูลอื่นๆ ที่มีความจำาเป็น และ เป็นกรอบของการผสมผสานระหว่าง ประสบการณ์ ค่านิยม ความรอบรู้ในบริบท สำาหรับการประเมินค่า และการนำาเอา ประสบการณ์กับสารสนเทศใหม่ ๆ มาผสม รวมเข้าด้วยกัน
  • 5.
    Diagram ข้อ มูล ความรู้ สาระสนเทศ ขั้น ของความรู้ ความเฉลีย วฉลาด Text เชาวน์ป ัญ ญา
  • 6.
    ชัน ของความรู้เ ป็น ้ อย่า งไร?  ข้อ มูล (Data) ข้อ มูล (Data) เป็น ข้อมูลดิบที่ยังไม่ ได้ผ่านกระบวนการประมวลผล หรือ เป็นกลุ่มของข้อมูลดิบที่เกิดขึ้นจากการ ปฏิบัติงาน
  • 7.
     สาระสนเทศ สารสนเทศ(Information) เป็น ข้อมูลที่ผานกระบวนการประมวลผลโดย ่ รวบรวมและสังเคราะห์เอาเฉพาะข้อมูลที่ มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่องานที่ ทำา
  • 8.
     ความรู้ (Knowledge) ความรู้ (Knowledge) เป็น ผลจาก การขัดเกลาและเลือกใช้สารสนเทศ โดย มีการจัดระบบความคิด เสียใหม่ให้เป็น “ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง”
  • 9.
    เชาวน์ป ญ ญา ั เชาวน์ป ญ ญา (Intelligence) เป็น ั ผลจากการปรุงแต่งและจดจำาความรู้และ ใช้ความเฉลียวฉลาดต่าง ๆในสมอง ทำาให้เกิดความคิดที่รวดเร็วและฉับไว สามารถใช้ความรู้และความเฉลียวฉลาด โดยใช้ช่วงเวลาสันกว่า ้
  • 10.
    ประเภทของความรู้ 1.ความรู้ในตัวของมนุษย์หรือความรู้โดยนัย (Tacit Knowledge) หมายถึง ความรู้เฉพาะตัว ทีเกิดจากประสบการณ์ การศึกษา การสนทนา ่ การฝึกอบรม เจตคติของแต่ละบุคคล เป็นความรู้ บวกกับสติปัญญาและประสบการณ์ 2. ความรู้เชิงประจักษ์ทปรากฏชัดเจน (Explicit ี่ Knowledge) หมายถึง ความรู้ทได้รับการ ี่ ถ่ายทอดจากบุคคลออกมาในรูปของการบันทึก ตามรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นสารสนเทศนั่นเอง 3. ความรู้ทเกิดจากวัฒนธรรม (Culture ี่ Knowledge) หมายถึง ความรู้ทเกิดจากความ ี่ เชื่อ ความศรัทธา ซึ่งเกิดจากผลสะท้อนกลับของ ความรู้ และสภาพแวดล้อมทัวไปขององค์กร ่
  • 11.
    ประเภทความรู้ใ นตัว คน  1. การสนทนา (Face-to-face Conversation)
  • 12.
  • 13.
  • 14.
  • 15.
  • 16.
  • 17.
     7. การสั่งการ(Top Manager / Top Management Support )
  • 18.
  • 20.
    เป้า หมายของการ จัด การความรู้ 1. พัฒนางานให้มีคณภาพและ ุ ผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น 2. พัฒนาคน 3. พัฒนาฐานความรู้ ขององค์กร
  • 21.
    1.พัฒ นางานให้ม ีคุณ ภาพ และผลสัม ฤทธิ์ย ิ่ง ขึ้น พัฒ นางานให้ม ีค ณ ภาพและผล ุ สัม ฤทธิย ิ่ง ขึ้น คือ พัฒ นากระบวนการ ์ ทำา งานทั้ง ให้เ กิด ประสิท ธิภ าพ เช่น ความผิด พลาดลดลง, ปรับ ปรุง พัฒ นากระบวนการให้ท ัน ต่อ สถานการณ์
  • 22.
    2. พัฒ นาคน พัฒ นาคน เพื่อ ให้บ ค ลากรเกิด ุ การเรีย นรู้ มีค วามคล่อ งตัว ในการ ทำา งาน และบุค ลากรเกิด ความพึง พอใจในการทำา งาน
  • 23.
    3. พัฒ นาฐานความรู้ ขององค์กร พัฒ นาองค์ก ร คือ สามารถบรรลุ เป้า หมายที่ก ำา หนดไว้ต ามวิส ย ทัศ น์ / ั ยุท ธศาสตร์ เช่น ผูร ับ บริก ารมีค วาม ้ พึง พอใจ
  • 25.
    ประโยชน์ข องการ จัด การเรียนรู้  1. ช่ว ยเพิ่ม ประสิท ธิภ าพขององค์ก ร  2. ป้อ งกัน การสูญ หายของภูม ิป ัญ ญา  3. เพิ่ม ศัก ยภาพในการแข่ง ขัน และความอยู่ รอด  4. เป็น การลงทุน ในต้น ทุน มนุษ ย์  5. ช่ว ยเพิ่ม ขีด ความสามารถในการตัด สิน ใจ  6. ผู้บ ัง คับ บัญ ชาสามารถทำา งานเชื่อ มโยงกับ ผู้ ใต้บ ัง คับ บัญ ชาให้ใ กล้ช ิด กัน มากขึ้น  7. เมื่อ พบข้อ ผิด พลาดจากการปฏิบ ัต ิง าน ก็ สามารถหาวิธ ีแ ก้ไ ขได้ท ัน ท่ว งที   8. แปรรูป ความรู้ใ ห้เ ป็น ทุน  9. เพื่อ การสร้า งสรรค์ และบรรลุเ ป้า หมายของ จิน ตนาการที่ย ิ่ง ใหญ่  10. เปลี่ย นวัฒ นธรรม จาก วัฒ นธรรมอำา นาจ
  • 26.
    ประโยชน์ข องการ จัด การเรียนรู้ เกิด ขึ้น เมื่อ ได ? “การจัดการความรู้” จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ วัฒนธรรมการทำางานของคนในองค์การ ปรับเปลี่ยนจากเดิมมาสู่การมีวินยใน ั ตนเอง มีการศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้ ตลอดชีวิต ยอมรับฟังความคิดเห็นของ คนอื่น
  • 28.
  • 29.
    1.ยุคเน้นเทคโนโลยี สารสนเทศ นเทคโนโลยีส ารสนเทศ เน้น การจัด การสารสนเทศ
  • 30.
    2. ยุคเซ็กกี้ ยุคเซ็กกี้ (SECI = Socialization, Externalization, Combination, Internalization) เน้นวงจรยกระดับความรู้ แบบฝังลึก (tacit knowledge) และ ความรู้ เปิดเผย (explicit knowledge)
  • 31.
    3.ยุคปัจจุบน ั ยุคปัจจุบัน เน้น Complex Knowlegde และ Organic Knowledge Management มีการนำา ศาสตร์แห่งความซับซ้อน ทฤษฎีไร้ระเบียบ (Chaos Theory) ระบบที่ซับซ้อนและปรับ ตัว(Complex-Adaptive System) มาประยุกต์ ใช้
  • 32.
    อ้า งอิง เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. “ความแตกต่างระหว่างการจัดการ สารสนเทศกับการจัดการความรู้” สร้า งสรรค์ สื่อ กลาง วันที่ 16-31 ตุลาคม 2547. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. “ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดการความ รู” งานวัน นี้ ้ วันที่ 5-12 พฤษภาคม 2545. บุญดี บุญญากิจ และคณะ การจัด การความรู้.......จาก ทฤษฎีส ู่ก ารปฏิบ ัต ิ กรุงเทพ : จิรวัฒน์ เอ็กซ์เพรส 2547. ศุภามนต์ ศุภกานต์ Biz wisdom การจัด การความรู้แ บบ ที่ถ ูก ต้อ งนั้น เป็น อย่า งไร ? Knowledge Today กุมภาพันธ์ 2547. วิจารณ์ พานิช “ความรูยุคใหม่ อยู่ในคนมากกว่าตำารา” สาน ้ ปฏิร ูป ธันวาคม 2547. www.google.com
  • 33.