Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Smile1 unit1

14,313 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Smile1 unit1

  1. 1. แผนการจัดการเรียนรู้ Unit 1 First day at school รหัสวิชา/ชื่อรายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน กลุ่มสาระการ เรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 เวลาเรียน 6 ชั่วโมง ภาคเรียนที่____________ ผู้สอน _______________________________ โรงเรียน___________________________________ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด 1. ปฏิบัติตามคำาสั่งง่ายๆ ที่ฟัง 2. ระบุตัวอักษรและเสียง อ่านออกเสียงและสะกดคำาง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลก เปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. พูดโต้ตอบด้วยคำาสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่าง บุคคลตามแบบที่ฟัง 2. ใช้คำาสั่งง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง 4. พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบที่ฟัง สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด 1. พูดและทำาท่าประกอบ ตามวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา 3. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ วัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 15
  2. 2. ตัวชี้วัด 1. ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่าง ประเทศ และภาษาไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้ง ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด 1. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐาน ในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว 2. สาระสำาคัญ/ ความคิดรวบยอด การเรียนรู้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ คำาและประโยคที่ใช้ในการ ทักทาย แนะนำาตัวเองและผู้อื่น พร้อมทั้งมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา ตลอดจนถึงการพูดและปฏิบัติตามคำาสั่งในห้องเรียน ทำาให้ผู้เรียนสามารถนำาภาษาอังกฤษไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำาวัน 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย และประโยคที่ใช้แนะนำาตัว เอง - คำาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน เช่น look, listen, stand up, sit down, open your book - คำาศัพท์ และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น What’s your name? My name’s ……. . - คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น บอกชื่อ - วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การสัมผัสมือ - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การ ร้องเพลง 16
  3. 3. - ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย - การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้น ในห้องเรียน - การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อต่างๆ 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะสำาคัญของผู้เรียน - ความสามารถในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต 6. ชิ้นงาน/ ภาระงาน - การทำาหุ่นกระดาษและพูดแนะนำาตัวเอง - การร้องเพลงภาษาอังกฤษที่กำาหนด - การทำาโครงงาน Me and my friends - การรวบรวมคำาศัพท์ใน My word book 7. การวัดและการประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ประเมินการทำาแบบทดสอบ 7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - ประเมินการทำาแบบฝึกหัด - ประเมินการทำาแบบทดสอบย่อย (English Test) - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทำากิจกรรม 17
  4. 4. 7.3 การประเมินหลังการเรียน - ประเมินการทำาแบบทดสอบ - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการทำาหุ่นกระดาษและพูดแนะนำาตัวเอง - ประเมินการร้องเพลงภาษาอังกฤษที่กำาหนด - ประเมินการทำาโครงงาน Me and my friends - ประเมินการรวบรวมคำาศัพท์ใน My word book 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - กิจกรรมนำาสู่การ เรียน - กิจกรรม พัฒนาการเรียนรู้ ดังแนบมาพร้อมนี้ - กิจกรรมรวบยอด 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน Smile ป. 1 2. แบบฝึกหัด Smile ป. 1 3. Audio CD Smile ป. 1 4. บัตรภาพ บัตรคำา แถบประโยค 5. เกมต่างๆ 6. หุ่นกระบอกมือ หุ่นกระดาษ 18
  5. 5. แผนการจัดการเรียนรู้ Unit 1 First day at school (Lesson 1) 1. สาระสำาคัญ การเรียนรู้คำาและประโยคที่ใช้ในการทักทาย แนะนำาตัวเอง และผู้อื่น พร้อมทั้งมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อนำาไปใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำา วัน 2. ตัวชี้วัด/ จุดประสงค์การเรียนรู้ - พูดทักทาย แนะนำาตัวเองและผู้อื่นได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม - พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่นได้ - เล่นเกมและร้องเพลงภาษาอังกฤษได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย และประโยคที่ใช้แนะนำาตัว เอง - คำาศัพท์ และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น What’s your name? My name’s ……. . - คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น บอกชื่อ - วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การสัมผัสมือ 19
  6. 6. - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การ ร้องเพลง - การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้น ในห้องเรียน 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะสำาคัญของผู้เรียน - ความสามารถในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต 6. กิจกรรมการเรียนรู้ 6.1 ชั่วโมงที่ 1-2 กิจกรรมนำาสู่การเรียน 1. ครูทักทายนักเรียนเมื่อเดินเข้าห้องเรียน Teacher: Good morning (afternoon). How are you? เมื่อนักเรียนตอบไม่ได้ ครูจึงสอนนักเรียนให้พูดตอบครู จน นักเรียนพูดได้คล่อง และเข้าใจความหมาย Students: I’m fine, thank you. And how are you? Teacher: I’m fine, thanks. 2. ครูเดินไปทักทายนักเรียน 1 คน แถวหน้า Teacher: Hello, Suchada. Suchada:Hello, Ms. Sompong. ครูทักทายนักเรียนแถวกลางๆ (ไม่ได้เตรียมกันมา) Teacher: Hello, Suchart. Suchart: Hello, Ms. Sompong. ครูทักทายนักเรียนแถวหลัง Teacher: Hi, Manop. Manop: Hi, Ms. Sompong. 20
  7. 7. ครูชูบัตรคำา Hello! และ Hi! ให้นักเรียนดู และอธิบายว่าเราใช้ คำา “Hello” ซึ่งแปลว่า “ ”สวัสดี เพื่อทักทายทั่วๆไป ส่วน “Hi” แปลว่า “ ”สวัสดี เช่นกัน เป็นคำาทักทายอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อ ใช้ทักทายเพื่อน คนที่สนิทกันมาก หรือผู้ที่อายุน้อยกว่า ครูพูด ทักทาย ด.ช. มานพอีกครั้ง Teacher: Hi, Manop. Manop: Hello, Ms. Sompong. Background Information Ms. อ่านออกเสียงว่า มิส เป็นคำานำาหน้าชื่อของผููู้หญิงที่ แต่งงานแล้ว หรือ ยังไม่แต่ง 3. ครูให้นักเรียนพูดประโยคคำาถาม What’s your name? ตามครูหลายๆ ครั้ง จากนั้นครูนำาบัตรภาพ ตัวละครที่อยู่ ในหนังสือเรียน หน้า 4-6 มาแสดงให้นักเรียนดูทีละภาพ โดยให้ นักเรียนพูดประโยคคำาถาม What’s your name? แล้วครูจึงบอก ชื่อตัวละครที่ครูหยิบบัตรภาพขึ้นมาแสดง เช่น Students: What’s your name? Teacher: My name is Jenny. (ครูหยิบบัตรภาพ Jenny ขึ้นมาปิดหน้าตัว เองและพูดชื่อ) Students: What’s your name? Teacher: My name is Bobo. (ครูหยิบบัตรภาพหุ่นยนต์ ขึ้นมาปิดหน้าตัว เองและพูดชื่อ) 4. ครูบอกนักเรียนว่า วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการทักทายกันต่อ การแนะนำาชื่อตนเอง การทักทายผู้อื่น และการกล่าวลา ครูขอให้นักเรียนที่มาช้า เข้าเรียนให้ตรงเวลาในการเรียนครั้งต่อ ไป เพราะนอกจากจะทำาให้นักเรียนเรียนไม่ทันเพื่อนแล้ว การเข้า ห้องสายยังทำาให้การเรียนการสอนสะดุด ทำาให้เพื่อนๆ เสียสมาธิ ในการเรียนได้ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ 21
  8. 8. 1. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หน้า 4 ข้อ 1 Listen, point and say. ครูถามนักเรียนว่าเห็นใครในภาพบ้าง โดยครูชี้นิ้วที่ ภาพทีละภาพ เมื่อนักเรียนตอบว่า เห็น Jenny, Bobo และ Sam แล้ว ครูบอกนักเรียนว่า นักเรียนจะได้ฟังบทสนทนาของ Jenny, Bobo และ Sam ที่พูดทักทายกัน และแนะนำาตนเอง จากนั้นครู เปิด CD/track 5 ให้นักเรียนฟังก่อน 1 ครั้ง Jenny: Hi! I’m Jenny. Bobo: Hi! I’m Bobo. What’s your name? Sam: Hello! My name is Sam. Nice to meet you. Sam: Goodbye! ครูเปิด CD/track 5 อีกครั้ง ให้นักเรียนฟูัง CD และใช้นิ้วชี้บท สนทนาในหนังสือเรียนตามไปด้วย แล้วฝึกพูดตาม CD อีก หลายๆ ครั้ง จนพูดได้คล่อง จากนั้นให้นักเรียนลองอ่านด้วย ตนเอง ถ้ายังอ่านไม่ได้ ครูอ่านออกเสียงนำา เพื่อให้นักเรียนอ่าน ตาม ครูชี้นิ้วไปตามบทสนทนาให้นักเรียนเห็น เพื่อจะได้อ่านถูก ประโยค 2. ครูอธิบายประโยคในการแนะนำาตนเองอย่างง่ายๆ โดย เขียนโครงสร้างประโยคบนกระดาน ดังนี้ 3. นักเรียนเล่นเกม Double Balls Game (เกมลูกบอลคู่) เพื่อฝึก การพูดทักทาย โดยมีวิธีการเล่น ดังนี้ 1) นักเรียนยืนล้อมรอบกันเป็นวงกลม 1 วง หรือนั่งก็ได้ 2) ครูโยนลูกบอลไปในวงกลม 2 ลูก ให้นักเรียนโยน เล่นหรือส่งต่อกันไปมา ครูเปิดเพลงประกอบขณะนักเรียน ทำากิจกรรม 3) ครูปิดเพลง ถ้าลูกบอลทั้ง 2 ลูกตกอยู่กับผู้ใด ให้ นักเรียน 2 คนนั้น เดินออกมายืนกลางวง แล้วกล่าว ทักทายกัน โดยใช้ชื่อจริงของตัวเอง e.g. Sunee: Hello! I’m Sunee. (นักเรียนอาจพูด “Hi” แทนได้) 22 Hello!/Hi! I + am + name .
  9. 9. Wipa: Hello! I’m Wipa. (แล้วจับมือกัน shake hand) 4) ผู้ที่ได้ทักทายกันแล้ว ครูอนุญาตให้ไปพักผ่อน นอกวงกลม นักเรียนที่เหลือเล่นเกมต่อไปจน วงกลมมีขนาดเล็กลง และหมดผู้เล่นจึงถือว่าจบเกม ครูสรุปในตอนท้ายว่า การทักทายเพื่อนหรือผู้ที่ มีอายุเท่ากัน และแนะนำาตนเอง เราใช้คำาว่า “Hello” แล้วตามด้วยประโยคแนะนำาตนเองว่า “I am + ชื่อ.” Background Information มารยาทของการจับมือ (shaking hands) 1. ให้จับมือทักทายกันด้วยมือขวา จับแน่นแต่พอควร อย่าให้แน่นเกินไป หรือบีบแรงเกินไป ขณะจับมือ ทักทายกันควรสะบัดมือเล็กน้อยพองาม 2. ผู้ชายมักจะจับมือกับผู้ชายด้วยกัน เมื่อมีการ แนะนำาให้รู้จักกัน หรือขณะกล่าวคำาอำาลา แต่เมื่อมี การแนะนำาให้ผู้ชายกับผู้หญิงรู้จักกัน ฝ่ายชายจะ ไม่จับมือทักทายกับฝ่ายหญิง เว้นแต่ฝ่ายหญิงจะยื่น มือมาให้ ฝ่ายชายจึงจะจับมือกับฝ่ายหญิงได้ 3. ถ้าเป็นคนเพศเดียวกันและมีอาวุโสเท่ากัน ใครจะ ยื่นมือให้จับก่อนก็ได้ แต่ถ้าต่างอาวุโสกัน คนที่มี อาวุโสมากกว่า ควรเป็นฝ่ายยื่นมือให้ก่อน 4. ถ้าเป็นคนต่างเพศกัน ผู้ชายต้องรอให้ผู้หญิงยื่น มือมาให้ก่อนจึงจะจับมือได้ ส่วนฝ่ายหญิงจะยื่นมือ ให้จับหรือไม่ เป็นสิทธิของฝ่ายหญิงที่จะพิจารณา ว่าสมควรหรือไม่ แต่ถ้าฝ่ายหญิงเป็นเจ้าภาพหรือ เจ้าของบ้าน ฝ่ายหญิงจะจับมือทักทายกับแขกที่มา 5. ผู้หญิงอาจจับมือทักทายโดยไม่ต้องถอดถุงมือ ออก แต่ผู้ชายควรถอดถุงมือของมือขวาออกเสีย ก่อน ยกเว้นเมื่อสวมเครื่องแบบเท่านั้น ที่มา: http://www.kroobannok.com/1813 23
  10. 10. 4. ครูชูแถบประโยค What’s your name? แล้วพูดประโยคนี้ หลายๆ ครั้ง โดยให้นักเรียนพูดตามครู จากนั้นครูให้นักเรียนพูด ประโยคนี้พร้อมๆ กัน อีกครั้ง แล้วครูพูดตอบว่า My name’s Sompong. ครูสุ่มถามคำาถาม What’s your name? กับนักเรียนในห้อง ประมาณ 4-5 คน เพื่อให้นักเรียนฝึกพูดตอบคำาถามดังกล่าว Teacher: What’s your name? Malinee: My name is Malinee. ครูอธิบายรูปแบบประโยคคำาถามเพื่อถามชื่อบุคคล และการตอบ โดยการเขียนรูปแบบ (Pattern) บนกระดานดำา แล้วให้นักเรียน อ่านตามครู จากนั้นครูถามคำาถาม What’s your name? กับนักเรียนอีก 4-5 คน เพื่อให้นักเรียนฝึกพูดบอกชื่อของตนเอง ครูชูแถบประโยค Nice to meet you. แล้วอ่านออกเสียง ให้ นักเรียนอ่านตามหลายๆ ครั้ง จากนั้นนักเรียนอ่านบทสนทนาในหนังสือเรียน หน้า 5 ข้อ 3 Ask and answer. ตามครูและใช้นิ้วชี้ ไปตาม ประโยคที่อ่าน เพื่อให้มั่นใจว่าอ่านถูกประโยค เมื่อนักเรียนอ่านบทสนทนาจบแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คน เพื่อฝึกพูดสนทนาทักทายกับครู เช่น Teacher: Hi! What’s your name? 24 What’s your name? My name is (name) . รูปย่อ What’s = What is - Hi! What’s your name? - Hello! My name is ….. What’s your name? - I’m Tina. Nice to
  11. 11. Malinee: Hello! My name is Malinee. What’s your name? Teacher: I’m Sompong. Nice to meet you. จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน ฝึกพูดสนทนาทักทายกัน 5. ครูเตรียมตัวละครหุ่นกระบอกมือ 3 ตัว และเขียนชื่อบนหัว ของหุ่นกระบอกเหล่านี้ จากนั้นครูจึงพูดบทสนทนา โดยเมื่อตัวละครตัวใดตัวหนึ่งพูด ครู ขยับให้ตัวละครนั้นเคลื่อนไหว ดังนี้ ครูหันหน้า Jenny ไปหา Tina - Hi! Tina. This is Sam. ครูหันหน้า Sam ไปหา Tina - Hi! Tina. Nice to meet you. ครูหันหน้า Tina ไปหา Sam - Hi! Sam. Nice to meet you. ครูหันหน้า Jenny ไปหา Tina - Goodbye! จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านบทสนทนาในหนังสือเรียน หน้า 5 ข้อ 4 Say it again. ตามครู ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การพูดแนะนำาผู้อื่นให้รู้จักกัน เราจะใช้ โครงสร้างประโยค ดังนี้ ครูเขียนบนกระดาน ครูอ่านดังๆ นักเรียนอ่านตามครู 25 ^ ^ $ ∪ -_ Jen ny # # $ ∪ Sa m ^ - $ ∪ Tin a ครูขยับตัว Jenny ให้เคลื่อนไหว ครูขยับตัว Sam - Hi! Tina. This is Sam. - Hi! Tina. Nice to meet you. - Hi! Sam. Nice to This is (name) . ครูขยับตัว Tina ครูขยับตัว Jenny ให้เคลื่อนไหว
  12. 12. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2 คน ให้เดินออกมาหน้าชั้นเรียน คือ ด.ช. เดช และ ด.ญ. น้อย โดยครูยืนอยู่ตรงกลาง เพื่อ แนะนำา ด.ช. เดช และ ด.ญ. น้อย ให้รู้จักกัน ครูบอกให้ นักเรียนทุกคนสังเกตพฤติกรรมและบทสนทนาหน้าห้องเรียน Teacher: (หันหน้าไปพูดกับ ด.ช. เดช และ ผายมือไปทาง ด.ญ. น้อย) Hi! Dej. This is Noi. Dej: (หันหน้าไปทาง ด.ญ. น้อย) Hi! Noi. Nice to meet you. (ยิ้มแย้ม) Noi: Hi! Dej. Nice to meet you, too. ตามธรรมเนียมสากลฝ่ายหญิงควรยื่นมือออกไปก่อน ฝ่ายชายจึง จะสามารถจับมือเขย่าได้ และเขย่าเพียงเบาๆ ให้สุภาพ สายตา จ้องประสานกันและยิ้มแต่พองาม 6. นักเรียนเล่นเกมสามคนอลเวง เกมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ นักเรียนฝึกพูดสนทนาแนะนำาผู้อื่น กล่าวต้อนรับเพื่อนใหม่และ กล่าวลา ด้วยวิธีการที่สนุกสนานในรูปแบบของเกม วิธีการเล่นมี ดังนี้ 1) นักเรียนทุกคนเดินเรียงแถวไปรอบๆ ห้องเรียน 2) เมื่อครูเป่านกหวีด ทุกคนวิ่งหากลุ่ม โดยกำาหนดให้กลุ่ม ละ 3 คน 3) นักเรียนทั้ง 3 คน พูดสนทนาและแสดงท่าทาง ประกอบคำาพูดให้สมจริง โดยครูเขียน รูปแบบการสนทนาบนกระดาน ดังนี้ A : Hi! B . This is C . (ผายมือ ไปทาง ด.ช. ซี) B: Hi! C . (ด.ช. บี หัน หน้าไปทาง ด.ช. ซี) Nice to meet you. ยิ้มแย้ม C: Hi! B. Nice to meet you. (ด.ช. บี และ ซี ต่างจับมือกัน) A: Goodbye. (ด.ช. เอ โบกมือลา) 7. เมื่อครูเป่านกหวีด ทุกคนรีบวิ่งไปหากลุ่มที่มีสมาชิกกลุ่มไม่ ซำ้ากับกลุ่มเดิม แล้วเริ่มต้นสนทนาแนะนำาผู้อื่นอีกครั้ง 26
  13. 13. 8. ครูเป่านกหวีด 4-5 ครั้ง เพื่อให้นักเรียนเปลี่ยนกลุ่มเรื่อยๆ และฝึกพูดแนะนำาตัว โดยให้แต่ละคนได้สลับบทบาทเป็นทั้ง A, B และ C จนครูมั่นใจว่านักเรียนทุกคนสามารถพูดได้คล่อง ครูสุ่มตัวอย่างนักเรียน 3 กลุ่ม ให้ออกมาพูดสนทนาหน้า ชั้นเรียนทีละกลุ่ม 9. ครูเขียนประโยค What’s your name? บนกระดาน แล้วให้ นักเรียนอ่านประโยคนี้พร้อมๆ กัน ครูบอกว่าวันนี้ นักเรียนจะได้ร้องเพลง What’s your name? ในหนังสือเรียน หน้า 6 ข้อ 5 Listen and say. จากนั้นครูเปิด CD/track 6 ให้นักเรียนฟังก่อน 1 ครั้ง โดยไม่ดูเนื้อเพลงในหนังสือเรียน เพื่อมุ่งความสนใจไปยังเสียงเพลงเท่านั้น What’s your name? What’s your name? What’s your name? What’s your name? What’s your name? My name is Jenny. My name is Bobby. My name is Brainy. Nice to meet you! ครูเปิด CD/track 6 ให้นักเรียนฟังอีกหลายๆ ครั้งและร้องเพลง ตามจนคล่อง จากนั้นครูให้นักเรียนร้องเพลงพร้อมๆ กัน โดยใน ท่อน My name is ________. ให้นักเรียนร้องโดยใส่ชื่อของ ตนเองแทน เสร็จแล้วครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ฝึกร้องเพลง What’s your name? ภายในกลุ่มของตนเอง โดยครูสุ่มเรียก นักเรียน 3-4 กลุ่ม ให้ยืนขึ้นร้องเพลงโดยใช้ชื่อจริงของตน และ ให้ผู้ฟังปรบมือให้จังหวะเพลงตามไปด้วย 10. นักเรียนเล่นเกม Puppet game (หุ่นกระดาษ) โดยครูให้ นักเรียนหาภาพตัวการ์ตูนที่นักเรียน ชื่นชอบมา เช่น Doraemon, Mickey mouse ครูเตรียมอุปกรณ์ให้นักเรียน ได้แก่ กาวลาเท็กซ์ กระดาษแข็ง ไม้ไอศกรีม แล้วให้นักเรียน 27
  14. 14. แต่ละคนประกอบหุ่นกระดาษของตนเอง โดยการนำากระดาษแข็ง ไปปิดหลังภาพการ์ตูน แล้วตัดตามภาพ จากนั้นจึงติดไม้ไอศกรีม (ชนิดหวานเย็น) หลังหุ่นกระดาษนี้ นักเรียนดูตัวอย่างหุ่นกระดาษที่ทำาเสร็จแล้วได้ในหนังสือเรียน หน้า 7 ข้อ 6 Make a puppet. และพูดประโยคแนะนำาตัว เองตามโครงสร้างที่กำาหนดให้ ครูแบ่งนักเรียนในชั้นเรียนออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆ กัน (Team work) ให้นักเรียนแต่ละคนถือหุ่นกระดาษของตนเอง จากนั้นครู ให้ทั้ง 2 กลุ่ม นั่งเป็นวงกลมบนพื้น แต่ละกลุ่มคัดเลือกตัวแทนให้ ลุกขึ้นพร้อมหุ่นกระดาษของตนเอง ทั้ง 2 คน เดินมาหากันและ ทักทายกัน ดังนี้ ตัวแทนกลุ่ม A: Hi! I’m Pranee. (ชูหุ่น กระดาษของตนเอง) ตัวแทนกลุ่ม B: Hi! I’m Theeradej. (ชูหุ่น กระดาษของตนเอง) จากนั้นตัวแทนทั้ง 2 คน เป่ายิ้งฉุบกัน คนที่แพ้ ต้องกลับเข้าไป อยู่ในวงตามเดิม คนที่เป่ายิ้งฉุบชนะให้ออกมาอยู่นอกวงกลม เสร็จแล้วแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนคนใหม่ออกมาทักทายกันพร้อมหุ่น กระดาษ เมื่อกลุ่มใดไม่เหลือสมาชิกในวงแล้ว กลุ่มนั้นจะเป็นผู้ ชนะ 11. นักเรียนทำากิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 7 ข้อ 7 Draw your picture and say your name. โดยวาดภาพใบหน้า ของตนเองลงในกระดาษ A4 นักเรียนคนใดนึกภาพใบหน้าของ ตนเองไม่ออก สามารถเดินไปส่องกระจกที่ครูนำามาวางไว้ที่หน้า ชั้นเรียนได้ จากนั้นจึงระบายสีภาพใบหน้าตนเองให้สวยงาม และเขียนชื่อตนเองที่ด้านล่างของภาพ ซึ่งครูได้สอนนักเรียนให้ สะกดชื่อตนเองเป็นภาษาอังกฤษแล้วใน Starter Unit แต่ถ้า นักเรียนคนใดลืม ครูช่วยเหลือนักเรียนให้เขียนชื่อให้ถูกต้อง (เขียนเฉพาะชื่อ ไม่ต้องเขียนนามสกุล) นักเรียนอาจปรึกษากับ เพื่อนๆ จากนั้นจึงแลกเปลี่ยนกันดูผลงานกับเพื่อน 12. นักเรียนทบทวนการอ่านตัวอักษร a, b, c ถึง z บนกระดาน จัดแสดงผลงาน (Display board) ซึ่งครูได้ติด (Poster) ไว้ อย่างถาวร เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวอักษร โดยนักเรียนอ่าน ตามครูทีละตัว จากนั้นนักเรียนลองอ่านเอง 28
  15. 15. ครูเรียกนักเรียนออกมาทีละ 5 คน ให้เขียน a-z แล้วสังเกตว่า นักเรียนแต่ละคนลากเส้นตัวอักษรถูกต้องตามหลักการเขียนหรือ ไม่ 13. ครูรวบรวมคำาศัพท์ใน Lesson 1 พิมพ์ใส่กระดาษแผ่นเล็ก แจกนักเรียน เพื่อให้นักเรียนไปอ่านทบทวน (ยังไม่ต้องท่องจำา เพราะนักเรียนอาจยังอ่านไม่คล่อง) เพราะครูจะทดสอบในชั่วโมง หน้า ครูเน้นให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบ หมายของตนเอง กิจกรรมรวบยอด 1. ครูทบทวนเนื้อหาที่เรียนมาแล้วอีกครั้ง โดยพูดสนทนา ทักทายกับนักเรียน 3-4 คนในห้อง เช่น Teacher: Hi! What’s your name? Nittaya: Hello! My name is Nittaya. What’s your name? Teacher: I’m Sompong. Nice to meet you. จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนักเรียนชายและกลุ่ม นักเรียนหญิง โดยให้กลุ่มนักเรียนชายชื่อว่า สมชาย กลุ่มนักเรียน หญิงชื่อว่า สมหญิง และฝึกพูดทักทายกันอีกครั้ง Boys: Hi! What’s your name? Girls: Hello! My name is Somying. What’s your name? Boys: I’m Somchai. Nice to meet you. 2. นักเรียนดูภาพในแบบฝึกหัด หน้า 4 ข้อ 1 Trace the words. แล้วบอกครูว่าเห็นใครอยู่ในภาพบ้าง 29 Hello! สวัสดี name ชื่อ Puppet หุ่นกระบอก Hi! สวัสดี (กันเองกว่า) I ฉัน This is … นี่คือ Goodbye! ลาก่อน You ท่าน, คุณ is เป็น
  16. 16. จากนั้นครูให้นักเรียนเขียนประโยคโดยลากเส้นตามรอยจุดที่ กำาหนดให้ โดยครูอาจสอนวิธีการลากเส้นตัวอักษรเพื่อเขียน ประโยคดังกล่าวให้นักเรียนดูบนกระดานก่อน แล้วจึงให้นักเรียน เขียน เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้นักเรียนอ่านประโยคดังกล่าวพร้อมๆ กัน 3. นักเรียนฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กของมือ โดยการลากเส้นตาม รอยจุดในประโยคที่กำาหนดให้ ในแบบฝึกหัด หน้า 4 ข้อ 2 Trace and match. แล้วให้นักเรียนจับคู่คำาพูดดังกล่าวกับภาพ ตัวละคร ครูเฉลยคำาตอบโดยการบอกนักเรียนว่า ประโยค My name’s Jenny. จับคู่กับตัวละครที่เป็นผู้หญิง เพราะ Jenny เป็นชื่อของผู้หญิง ส่วน My name’s Sam. จับคู่ กับตัวละครผู้ชาย เพราะชื่อ Sam เป็นชื่อของเด็กผู้ชาย 4. นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อช่วยกันหา ชื่อตัวละคร 4 ชื่อ ในภาพที่กำาหนดให้ ในแบบฝึกหัด หน้า 5 ข้อ 3 Look at the picture. Find the names and colour them. โดยก่อนอื่นนักเรียนอ่านชื่อ ทั้ง 4 ชื่อพร้อมๆ กันก่อน ตามครู Teacher: Jenny, Sam, Bobby, Brainy (ครูชี้ไปที่ ชื่อทีละชื่อ) Students: อ่านตามครู และชี้นิ้วตาม นักเรียนทุกกลุ่มช่วยกันหาชื่อที่ซ่อนอยู่ในรูปภาพ เมื่อหาพบแล้ว ให้วงกลมรอบชื่อแล้วบอกครู ครูรวบรวมรายชื่อที่ นักเรียนพบ แล้วเขียนบนกระดาน นักเรียนอ่านชื่อเหล่านี้ตามครู อีกครั้ง ครูถามนักเรียนว่าชื่อคนมักขึ้นต้นด้วยตัว อักษรพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก นักเรียนตอบพร้อมเพรียงกันว่า ตัว อักษรพิมพ์ใหญ่ จากนั้นครูให้เวลานักเรียนในการระบายสีรูปภาพ ดังกล่าว 5. นักเรียนจับคู่รูปภาพกับประโยค ในแบบฝึกหัด หน้า 6 ข้อ 4 Match the pictures and the sentences.ให้ สัมพันธ์กัน โดยนักเรียนทำางานคู่กับเพื่อนข้างเคียง (Pair work) เพื่อช่วยกันคิด จากนั้นจึงโยงเส้นจากรูปภาพไปยังประโยค นักเรียนช่วยกันเฉลย โดยครูสรุปเฉลยในตอนท้าย จากนั้นจึง อ่านประโยคทั้งหมดพร้อมๆ กัน ถ้านักเรียนยังอ่านไม่คล่องให้ นักเรียนอ่านตามครู แล้วจึงให้นักเรียนอ่านด้วยตนเองพร้อมๆ 30
  17. 17. กันทุกคน ครูสุ่มเรียกนักเรียนจากแถวหน้า 2 คน ให้ยืนขึ้น อ่านทีละคน รูปที่ 1 Nice to meet you. รูปที่ 2 Goodbye! รูปที่ 3 Hi! I’m Bobby. รูปที่ 4 This is Bobo. 6. นักเรียนเล่นเกม Dangerous ball (ลูกบอลมหาภัย) เพื่อ ให้นักเรียนฝึกทักษะการพูดด้วยการเล่นเกม โดยมีวิธีการเล่นดังนี้ 1) นักเรียนนั่งล้อมวงเป็นวงกลมขนาดใหญ่ 2) ครูเป็นผู้เริ่มต้นเป็นคนแรก ครูยืนกลางวง มือถือ ลูกบอล แล้วพูดประโยคดังนี้ Teacher: My name is (ชื่อ) . (หรือ I am (ชื่อ) .) ครูโยนลูกบอลไปยังนักเรียนคนหนึ่ง นักเรียนคนนั้นรับ บอลอย่างรวดเร็ว ครูพูดต่อ What’s your name? (ครูเดินออกจากวง ไป) ในที่นี้ ด.ช. ศักดิ์ รับลูกบอลได้ จึงลุกขึ้น ไปยืนอยู่กลางวง แล้วกล่าวด้วยประโยคเดิม Sak: I am Sak.(โยนลูกบอลไปที่ ด.ช. เดช) What’s your name? (ด.ช. ศักดิ์ เดินออกจากวงไป) 3) นักเรียนคนใดรับลูกบอลพลาด และไม่สามารถแนะนำา ตนเองหรือถามชื่อผู้เล่นได้ ถือว่าแพ้ (ต่อตนเอง) ให้นักเรียนคนนั้นออกจากวงกลม ไป 4) ผู้เล่นที่เหลือเป็นคนสุดท้าย ถือว่าเป็นผู้ชนะ แต่ อย่างไรก็ดี ผู้ชนะต้องแนะนำาตนเองกับครูและถามชื่อครู เช่นกัน 31
  18. 18. 7. การวัดและประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ประเมินการทำาแบบทดสอบ 7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - ประเมินการทำาแบบฝึกหัด - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทำากิจกรรม 7.3 การประเมินหลังการเรียน - ประเมินการทำาแบบทดสอบ - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการทำาหุ่นกระดาษและพูดแนะนำาตัวเอง - ประเมินการร้องเพลงภาษาอังกฤษที่กำาหนด 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน Smile ป. 1 2. แบบฝึกหัด Smile ป. 1 3. Audio CD Smile ป. 1 4. บัตรภาพ บัตรคำา 5. เกม Double Ball Game/ เกม Puppet Game / เกม Dangerous Ball 6. หุ่นกระบอกมือ หุ่นกระดาษ แผนการจัดการเรียนรู้ Unit 1 First day at school (Lesson 2) 1. สาระสำาคัญ การเรียนรู้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ การพูดและปฏิบัติตามคำาสั่งใน ห้องเรียน การทบทวนเกี่ยวกับ การแนะนำาตัวเอง การทักทาย เป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อนำาไปใช้ ในการสื่อสารในชีวิตประจำาวัน 32
  19. 19. 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ - อ่านออกเสียง สะกดคำา และบอกความหมายคำาสั่งในชั้น เรียนได้ - พูดและระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก a-z ได้ - พูดและปฏิบัติตามคำาสั่งในห้องเรียนได้ - ร้องเพลงและเล่นเกมภาษาอังกฤษได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - คำาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน เช่น look, listen, stand up, sit down, open your book, close your book - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การ ร้องเพลง - ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษา ไทย - การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้น ในห้องเรียน - การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ใกล้ตัว จากสื่อต่างๆ 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะสำาคัญของผู้เรียน - ความสามารถในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต 6. กิจกรรมการเรียนรู้ 6.1 ชั่วโมงที่ 3-4 33
  20. 20. กิจกรรมนำาสู่การเรียน 1. ครูเดินเข้าห้องเรียน และชมเชยนักเรียนบางคนที่ กระตือรือร้นรีบเข้าห้องเรียนก่อนครู ครูสอนเรื่องระเบียบวินัย และการเคารพกฎของห้องเรียน คือ มาเรียนให้ตรงเวลา และไม่ พูดคุยระหว่างเรียน ครูทักทายนักเรียนตามเวลาที่เป็นจริง Teacher: Good afternoon (morning). How are you? Students: I’m fine, thank you. And how are you? Teacher: I’m fine, thanks. 2. ครูสอนการทักทายในแต่ละช่วงเวลา โดยติดแถบประโยค 3 แถบบนกระดาน ได้แก่ ครูชี้แถบประโยคทีละแผ่น แล้วพูดออกเสียง ให้นักเรียนออกเสียง ตามครู ครูติดบัตรภาพไก่ขันในเวลาเช้า พร้อมพระอาทิตย์กำาลังขึ้น ใต้ แถบประโยค ครูติดบัตรภาพพระอาทิตย์สวมแว่นตาดำา ใต้แถบประโยค ครูติดบัตรภาพพระอาทิตย์กำาลังลับขอบฟ้า และมีภาพนก กำาลังบิน ใต้แถบประโยค ครูอ่านแถบประโยคทั้ง 3 อีกครั้ง แล้วชี้ไปที่ภาพทีละภาพ นักเรียนอ่านตามครู Background Information Good morning. - สวัสดียามเช้า - ใช้กล่าว ทักทายกันระหว่างช่วงเช้า ถึงเที่ยงวัน Good afternoon.- สวัสดียามบ่าย - ใช้กล่าว ทักทายกันระหว่างช่วงเที่ยง ถึงเย็น (ประมาณ 17:00 น.) Good evening. - สวัสดียามเย็น - ใช้กล่าว ทักทายกันยามเย็น (17:00 น. – คำ่า) 34 Good morning Good afternoon Good evening. Good morning. Good afternoo Good evening.
  21. 21. 3. ครูทดสอบคำำศัพท์ของนักเรียน โดยครูแจกกระดำษทดสอบ ซึ่งถ่ำยเอกสำรจำกส่วนท้ำยของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้นี้ให้แก่ นักเรียน คนละ 1 ชุด แล้วให้นักเรียนเขียนหมำยเลข 1-10 หน้ำคำำศัพท์ที่ครูพูด ซึ่งมีดังนี้ ครูพูด 1 This is4 You 7 What 10 Hello! 2 Puppet 5 I 8 Goodbye 3 nice 6 name 9 Hi! e.g. เมื่อครูพูดว่ำ “number one ……… this is” นักเรียน เขียนหมำยเลข 1 หน้ำ This is ครูพูดข้อละ 2 ครั้ง ครู เขียนเฉลยคำำตอบบนกระดำน นักเรียนแลกเปลี่ยนแบบ ทดสอบกับเพื่อน เพื่อแลกกันตรวจ ครูอธิบำยว่ำนักเรียนที่ ทำำแบบทดสอบถูกเกินกว่ำ 7 ข้อ ถือว่ำผ่ำนเกณฑ์ ครูให้ นักเรียนที่ทำำแบบทดสอบผ่ำนเกณฑ์ลุกขึ้นยืน และให้เพื่อนๆ ปรบมือให้ 4. นักเรียนเล่นเกม Whisper game (ซุบซิบ) โดยแบ่งนักเรียนใน ห้อง ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8-10 คน มีวิธีกำรเล่น ดังต่อไปนี้ 1) ให้ผู้เล่นยืนเรียงเป็นแถวยำว หันหน้ำไปในทิศทำง เดียวกัน ในที่นี้ชั้นเรียน 1 ห้อง จะได้ประมำณ 3-4 แถว 2) ผู้ที่อยู่เป็นคนสุดท้ำยของแถว ประมำณ 3-4 คน เดิน มำฟังประโยคที่ครูพูด แล้วกลับไปที่แถวของตน ในที่นี้ ครูพูดว่ำ “Hello, my name is Fred. Nice to meet you.” ครูให้นักเรียนปลำยแถวดูแถบประโยคที่ครูพูด ด้วย 3) นักเรียนที่ได้ฟังครูพูดเริ่มกระซิบที่ข้ำงหูของคนที่อยู่ หน้ำตน ต่อจำกนั้นจึงกระซิบต่อๆ กันไป จนถึงหัวแถว 4) นักเรียนที่อยู่ต้นแถว ของแต่ละแถวเดินออกมำหน้ำชั้น เรียน แล้วพูดประโยคที่ตน ได้ยินต่อๆ กันมำ เสร็จแล้วครูเฉลยโดยติดแถบประโยค ที่ถูกต้องบนกระดำน ดังนี้ 35 Hello! My name is Fred. Nice to meet
  22. 22. ครูสรุปว่ำกำรที่เรำได้ยินสิ่งใดมำ โดยเฉพำะจำกปำกผู้อื่น เรำไม่ ควรเชื่อสิ่งนั้นง่ำยๆ เพรำะเนื้อหำใจควำมมักเปลี่ยนไปจำกควำม เป็นจริง 5. ครูบอกนักเรียนว่ำในบทเรียนต่อไปนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้กำรใช้ ประโยคคำำสั่งง่ำยๆ ในชั้นเรียน ตัวอักษรพิมพ์เล็ก a-z และร่วม กันร้องเพลง a b c กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้ 1. ครูแนะนำำประโยคคำำสั่งที่นักเรียนจะได้เรียนใน หนังสือเรียน หน้ำ 8 ข้อ 1 Listen and point. โดยติดแถบประโยคคำำสั่ง บนกระดำน แล้วทำำท่ำทำง ให้นักเรียนฝึกพูดประโยคตำมครู ดังนี้ ครูติดแถบประโยคคำำสั่ง Sit down. บนกระดำน และพูดว่ำ Sit down. แล้วนั่งบนเก้ำอี้ ให้นักเรียนพูดประโยคนี้ตำมครูอีก 2-3 ครั้ง ครูติดแถบประโยคคำำสั่ง Stand up. และพูดว่ำ Stand up. แล้วทำำท่ำลุกขึ้นยืน ให้นักเรียนพูดประโยคนี้ตำมครูอีก 2-3 ครั้ง ครูติดแถบประโยคคำำสั่ง Close your book. และพูดว่ำ Close your book. แล้วทำำท่ำปิดหนังสือ ให้นักเรียนพูด ประโยคนี้ตำมครูอีก 2-3 ครั้ง ครูติดแถบประโยคคำำสั่ง Open your book. และพูดว่ำ Open your book. แล้วทำำท่ำเปิดหนังสือ ให้นักเรียนพูด ประโยคนี้ตำมครูอีก 2-3 ครั้ง ครูติดแถบประโยคคำำสั่ง Look. ครูอ่ำนออกเสียง แล้ว ทำำท่ำจ้องมองสิ่งของบำงอย่ำง ให้นักเรียนพูดประโยคนี้ตำมครูอีก 2-3 ครั้ง 36
  23. 23. ครูติดแถบประโยคคำำสั่ง Listen. ครูอ่ำนออกเสียง แล้ว ทำำท่ำมือป้องหูประกอบ ให้นักเรียนพูดประโยคนี้ตำมครูอีก 2-3 ครั้ง เมื่อครูแนะนำำประโยคคำำสั่งครบแล้ว ครูให้นักเรียนดูภำพตัวละคร ทีละตัวในหนังสือเรียน หน้ำ 8 ข้อ 1 Listen and point. แล้วพูดบอกครูว่ำตัวละครแต่ละตัวทำำท่ำทำงอะไรอยู่ Students: Sit down. Stand up. Close your book. Open your book. Look. Listen. Teacher: Very good! จำกนั้นครูเปิด CD/track 7 ให้นักเรียนฟังและชี้ภำพในหนังสือ เรียนตำมไปด้วย เสร็จแล้วครูเปิด CD อีกครั้ง และให้นักเรียนทุก คนปฏิบัติตำมคำำสั่งที่ได้ยินจำก CD จำกนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนที ละ 5 คน ให้ลุกขึ้นยืนและปฏิบัติตำมคำำสั่งที่ครูพูด 2. นักเรียนดูภำพกริยำทั้ง 6 ในหนังสือเรียน หน้ำ 8 ข้อ 2 Look and say. แล้วอ่ำนออกเสียงตำมครู จำกนั้นจึงอ่ำน ออกเสียงเองพร้อมๆ กัน โดยชี้นิ้วไปที่ภำพทีละภำพ ครูพูดคำำศัพท์ ทีละคำำ (ไม่เรียงลำำดับตำมภำพในหนังสือเรียน) แล้วให้นักเรียน ทุกคนปฏิบัติตำมพร้อมๆ กัน จำกนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมำ ครั้งละ 1 คน ให้เป็นผู้ออกคำำสั่ง และให้นักเรียนคนอื่นๆ ในห้อง ปฏิบัติตำม แล้วสุ่มเลือกคนที่ทำำท่ำทำงผิด ออกมำเป็นผู้ออกคำำสั่ง หน้ำห้อง 3. ครูชี้ที่รูปภำพในหนังสือเรียน หน้ำ 9 ข้อ 3 Listen and circle. แล้วให้นักเรียนพูดคำำศัพท์ตำมครู จำกนั้นครูเปิด CD/track 8 ให้นักเรียนฟังอีก 2 ครั้ง และให้ นักเรียนชี้นิ้วที่ภำพตำมไปด้วย เสร็จแล้วครูเฉลยคำำตอบด้วยกำร วำดภำพง่ำยๆ หรือเขียนคำำศัพท์บนกระดำน แล้วเปิด CD อีกครั้ง โดยหยุด CD ทีละประโยค ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้ออกมำวงกลม คำำตอบบนกระดำน Sit down. Stand up. Close your book. Open your book. 37
  24. 24. Look. Listen. ครูเปิด CD อีกครั้ง แล้วชี้ที่รูปภำพทีละภำพตำมเสียง CD และให้ นักเรียนออกเสียงตำมพร้อมๆ กัน 4. ครูให้นักเรียนดูรูปภำพ ในหนังสือเรียน หน้ำ 9 ข้อ 4 Look and say. Then act it out. และบอกว่ำให้นักเรียนเป็น Bobo พูดออกคำำสั่งให้ Sam และ Jenny ปฏิบัติตำม โดยจะให้ Sam หรือ Jenny ปฏิบัติอะไรนั้น ให้ใช้นิ้วลำกไปตำมเส้น เช่น Bobo: Stand up, Sam. Close your book, Sam. Open your book, Sam. Look, Jenny. Sit down, Jenny. Listen, Jenny. จำกนั้นครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนชำยกับ กลุ่มนักเรียนหญิง โดยให้กลุ่มนักเรียนชำยเป็น Sam พูดสั่ง Jenny และให้กลุ่มนักเรียนหญิงเป็น Jenny พูดสั่ง Sam Boys: Look, Jenny. Sit down, Jenny. Open your book, Jenny. Listen, Jenny. Girls: Stand up, Sam. Close your book, Sam. Open your book, Sam. 5. ครูชี้ให้นักเรียนดูคำำว่ำ look กับ book ในกรอบ Say it! ใน หนังสือเรียน หน้ำ 9 แล้วออกเสียงให้นักเรียนฟัง 2-3 ครั้ง โดยครูควรออกเสียงท้ำยคำำให้ชัดเจน จำกนั้นครูแสดงบัตรคำำทั้ง 2 คำำ สลับกันไปมำ เพื่อให้นักเรียนฝึกออกเสียง 6. ครูบอกนักเรียนว่ำกำรเริ่มต้นเรียนภำษำอังกฤษก็เหมือนกับเริ่มต้น เรียนภำษำไทย นั่นคือ นักเรียนต้องเริ่มต้นจำกกำรเรียนรู้ตัว อักษร A-Z เหมือนดังที่นักเรียนต้องเรียนรู้ ก-ฮ นั่นเอง แต่ตัว อักษรของภำษำอังกฤษมีเพียง 26 ตัว ในขณะที่ตัวอักษรของ ภำษำไทยมี 44 ตัว ครูเปิด CD/track 9 ให้นักเรียนฟังเพลง a b c โดยให้นักเรียน ดูตัวอักษร a-z ในหนังสือเรียน หน้ำ 10 ข้อ 5 Listen and 38
  25. 25. sing. ประกอบไปด้วย หรือครูอำจให้นักเรียนดูตัวอักษร a-z ที่ครู ติดอย่ำงถำวรบนกระดำนสำำหรับแสดงผลงำน (Display board) ครูใช้ไม้บรรทัดชี้ไปที่ตัวอักษรทีละตัวตำมเสียงเพลง และให้ นักเรียนร้องเพลงตำม CD a b c a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z 7. ครูถ่ำยเอกสำรภำพตัวกำร์ตูนในหนังสือเรียน หน้ำ 11 ข้อ 6 Look and join the dots. ให้นักเรียน คนละ 1 แผ่น ครูให้นักเรียนช่วยกันทำยว่ำตัวกำร์ตูนที่เห็นคือตัวอะไร Teacher: Look. What’s this? (ครูออกเสียงโดย เน้นเสียงท้ำยคำำให้ชัดเจน) Students: หมำ แมว หนู ครูบอกว่ำถ้ำอยำกทรำบว่ำเป็นตัวอะไร ให้นักเรียนใช้ดินสอลำก เส้นจำกตัวอักษร a-z ตำมลำำดับ ครูอำจช่วยนักเรียนด้วยกำรพูด a ถึง z ช้ำๆ ชัดๆ นักเรียนลำกเส้นตำมที่ครูพูดหรือตำมตัวอักษร จำก a ถึง z เมื่อนักเรียนลำกเส้นเสร็จแล้ว ครูถำมนักเรียนว่ำ Teacher: What’s this? Students: It’s a dog. นักเรียนระบำยสีภำพสุนัขให้สวยงำม แล้วแลกเปลี่ยนผลงำนกันดู กับเพื่อน ในระหว่ำงทำำกิจกรรม ครูเดินสังเกตกำร ทำำงำนของนักเรียนอย่ำงใกล้ชิด 8. ครูถำมชื่อนักเรียนแถวหน้ำ 1 คน Teacher: What’s your name? Mana: My name is Mana. ครูเขียนชื่อ Mana บนกระดำนดำำ แล้วสะกดทีละตัว Teacher: M - a - n - a Mana ครูเขียนชื่อตนเองบนกระดำน แล้วพูด Teacher: S - o - m - p - o - n - g Sompong (ชี้ที่ตนเอง) นักเรียนอ่ำนชื่อของตัวละครทั้ง 4 ตัว ในหนังสือเรียน หน้ำ 11 ข้อ 7 Spell your name. แล้วสะกดชื่อทีละชื่อตำมครู ดังนี้ 39
  26. 26. Teacher: T - o - m Tom A - n - n - a Anna J - o - h - n John T - o - n - y Tony นักเรียนฝึกหัดสะกดชื่อของตนเอง ครูคอยช่วยเหลือนักเรียนที่ยัง ไม่สำมำรถสะกดตัวอักษรได้ หรือนักเรียนที่เรียนอ่อน ครูสุ่มเรียกนักเรียน 4 คน ให้ยืนขึ้นสะกดชื่อของตัวเอง Suda: S - U - D - A Suda Manee: M - A - N - E - E Manee etc. Background Information ในกำรสะกดชื่อ ให้ออกเสียงสูงพยัญชนะทุกตัว ยกเว้น พยัญชนะตัวสุดท้ำย ให้ออกเสียงลดตำ่ำลง เช่น A – N – N - A 9. นักเรียนเรียนรู้วิธีกำรที่ถูกต้องในกำรจับดินสอ กำรวำงสมุด และท่ำนั่ง เพื่อเขียนตัวอักษรภำษำอังกฤษ นักเรียนฝึกควำมแข็ง แรงของกล้ำมเนื้อมือมัดเล็ก โดยฝึกลำกเส้นมำตรฐำนจำกเอกสำร เสริมที่ครูจัดหำให้ทั้งตัวอักษรพิมพ์เล็ก และตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ทั้ง 26 ตัวอักษร ครูมอบหมำยให้นักเรียนฝึก เขียนเป็นกำรบ้ำน 10. นักเรียนจัดทำำสมุดคำำศัพท์เล่มเล็ก โดยให้นักเรียนนำำกระดำษ A4 ที่ใช้แล้ว 1 หน้ำ ประมำณ 2-3 แผ่น มำพับครึ่ง แล้วเย็บแม็ กกลำงเพื่อทำำเป็น My word book สำำหรับรวบรวมคำำศัพท์ เมื่อ เรียนจบในแต่ละบทเรียน ดังนี้ listen - ฟัง look- มองดู point - ชี้ book - หนังสือ circle - วงกลม sing - ร้องเพลง stand up - ยืนขึ้น song - เพลง sit down - นั่งลง spell - สะกดคำำ open - เปิด close - ปิด ฯลฯ 40
  27. 27. ครูบอกนักเรียนให้ท่องจำำคำำศัพท์เหล่ำนี้ เพรำะครูจะทดสอบใน ชั่วโมงถัดไป 11. นักเรียนเล่นเกม a b c ball (ลูกบอลเพลง a b c) โดยมีวิธี กำรเล่น ดังนี้ 1) นักเรียนยืนเป็นวงกลมขนำดใหญ่ 1 วง ครูก็ร่วมเล่น เกมนี้ด้วย 2) ครูถือลูกบอลขนำดใหญ่ แล้วเริ่มต้นเล่นก่อน โดยร้อง เพลง a b c ท่อนแรก Teacher: a b c d e f g 3) ครูโยนลูกบอลไปให้นักเรียนคนใด นักเรียนคนนั้นต้อง ร้องเพลงท่อนต่อไป Sri: h i j k l m n o p ด.ญ. ศรี โยน ลูกบอลไปให้ ด.ช. ลพ Lop: q r s t u v ด.ช. ลพ โยน ลูกบอลไปให้ ด.ญ. ติ๋ม Tim: w x y z 4) ผู้ที่ได้ร้องเพลงไปแล้ว จะค่อยๆ ขยับตัวออกจำกวง จน วงแคบลงเรื่อยๆ โดยวิธีนี้จะทำำให้ครูทรำบว่ำ นักเรียน ออกเสียง a-z ได้คล่องหรือไม่ Background Information Z เรียกว่ำ “ซี” หรือ “แซด” ในภำษำอังกฤษ ทั่วไปจะเรียกว่ำ “เซด” หรือ “แซด” ใน ขณะที่อังกฤษอเมริกัน (American English) จะเรียกว่ำ “ซี” ซึ่งมีที่มำจำกสำำเนียงหนึ่งของภำษำอังกฤษในช่วง ปลำยคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยจะเห็นได้จำกเพลงตัว อักษรของภำษำอังกฤษ ที่เสียงของตัวอักษร Z ออกเสียง ว่ำ ซี เพื่อให้มีสัมผัสกับตัวอักษร V (วี) ในวรรคก่อนหน้ำ ในประเทศไทยนิยมออกเสียง “แซด” เพื่อให้แตกต่ำงกับ “ซี” จำกตัวอักษร C และในหลักกำรถอดเสียงอ่ำนจำก รำชบัณฑิตยสถำนกำำหนดไว้ ให้ออกเสียง แซด ที่มำ: http://th.wikipedia.org/wiki /Z กิจกรรมรวบยอด 41
  28. 28. 1. นักเรียนชี้ตัวอักษรพิมพ์เล็ก a-z ในแบบฝึกหัด หน้ำ 7 ข้อ 5 Point and say. ทีละตัวช้ำๆ แล้วอ่ำนออกเสียง จำกนั้นครูแบ่ง นักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน เพื่อแข่งขันกันอ่ำน a-z ที ละกลุ่ม โดยพิจำรณำจำกกำรออกเสียงถูกต้อง และควำมพร้อม เพรียงสำมัคคี กลุ่มที่ชนะจะได้รับรำงวัลเล็กๆ น้อยๆ จำกครู ได้แก่ อุปกรณ์กำรเรียน เช่น ไม้บรรทัด ยำงลบ ดินสอ ฯลฯ 2. นักเรียนดูรูปภำพใน แบบฝึกหัด หน้ำ 7 ข้อ 6 Look and connect the dots. และให้นักเรียนช่วยกันเดำว่ำเป็นรูป อะไร Teacher: Look. What’s this? Students: a dog, a cat, a rabbit (ช่วย กันตอบ) Teacher: (ชมเชย) Well done! หมำยเหตุ: ตำมหลักทำงจิตวิทยำ ไม่ว่ำนักเรียนจะตอบ ถูกหรือผิด หรือออกนอกลู่นอกทำง ครูควรกล่ำวชมเชย ทุกครั้ง (ที่กล้ำตอบ และกล้ำแสดงออก) ครูมิควรใช้คำำ พูดถำกถำง เสียดสี หรือใช้สำยตำดูหมิ่นดูแคลนควำม คิดเห็นของนักเรียน เพรำะจะทำำให้นักเรียนไม่กล้ำตอบ คำำถำมอีกในภำยหลัง ครูควรหำวิธีนำำคำำตอบของ นักเรียนไปสู่จุดประสงค์ในกำรสอน ครูบอกนักเรียนว่ำถ้ำอยำกทรำบว่ำเป็นรูปอะไร ให้นักเรียนใช้ ดินสอลำกเส้นจำกตัวอักษร a ถึง z และครูถำมนักเรียนว่ำตัว อักษรที่นักเรียนเห็นนี้เป็นอักษรตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวพิมพ์เล็ก นักเรียนช่วยกันตอบว่ำเป็นตัวพิมพ์เล็ก เมื่อลำกเส้นจำก a-z เสร็จ แล้ว จะปรำกฏเป็นรูปแมว (a cat) 3. นักเรียนดูภำพคนทั้ง 4 ใน แบบฝึกหัด หน้ำ 8 ข้อ 7 Write the names. ครูถำมนักเรียนว่ำคนทั้ง 4 ในภำพมีชื่อว่ำ อะไร โดยครูชี้ไปที่ภำพทีละภำพ แล้วให้นักเรียนพูดตอบ เสร็จแล้วจึงให้นักเรียนเขียนตอบลงในแบบฝึกหัด เมื่อนักเรียน เขียนเสร็จแล้ว ให้อ่ำนประโยค ในหนังสือเรียนตำมครู จำกนั้นจึงอ่ำนด้วยตนเองพร้อมๆ กัน ดังนี้ - Hello. I’m Jenny. - Hello. My name’s Bobby. - Hello. I’m Jimmy. 42
  29. 29. - Hello. My name’s Brainy. 4. นักเรียนดูภำพประกอบในแบบฝึกหัด หน้ำ 9 ข้อ 8 Look and say. ครูชี้ไปที่ภำพหุ่นยนต์ทั้ง 2 ตัวแล้วพูดแนะนำำชื่อ ดังนี้ Teacher: Look. This is Bobo. (ชี้รูปหุ่นยนต์ทำง ซ้ำยมือ) What’s his name? Students: Bobo. Teacher: Look. This is Kiddy. (ชี้รูปหุ่นยนต์ทำง ขวำมือ) What’s her name? Students: Kiddy. นักเรียนอ่ำนประโยคทั้งหมดในกิจกรรมนี้ ถ้ำยังอ่ำนไม่คล่องให้ นักเรียนอ่ำนตำมครูก่อน แล้วจึงฝึกอ่ำนด้วยตัวเอง 5. นักเรียนวำดภำพใบหน้ำของตนเอง ลงในแบบฝึกหัด หน้ำ 9 ข้อ 9 Draw and write. แล้วเขียนประโยคเหมือนในบทอ่ำน ข้อ 8 ข้ำงต้น แต่ใช้ชื่อจริงของตนเอง (Suggested answer) Hello! My name is Yupin. What is your name? นักเรียนแลกเปลี่ยนผลงำนของตนเองกับเพื่อน เพื่อดูควำมแตก ต่ำงของงำน และวิจำรณ์ ครูสุ่มเรียกนักเรียนแถวหน้ำ แถว กลำง และแถวหลัง รวม 3 คน ให้ยืนขึ้นอ่ำนประโยคที่ตนเอง เขียนและแสดงภำพวำดให้ทุกคนดู 6. ครูมอบหมำยให้นักเรียนทำำแบบฝึกหัด หน้ำ 10 ข้อ 10 Draw yourself and write your name. เป็นกำรบ้ำน โดย ให้นักเรียนวำดภำพของตนเองให้เหมือนจริงมำกที่สุดในกรอบที่ กำำหนดให้ แล้วเขียนชื่อของตนเองลงในกรอบคำำพูด เสร็จแล้วให้ นักเรียนตกแต่งผลงำนให้สวยงำม 6.2 ชั่วโมงที่ 5-6 43
  30. 30. กิจกรรมนำำสู่กำรเรียน 1. ครูให้นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับตัวอักษรภำษำอังกฤษ โดยให้ นักเรียนร้องเพลง a b c พร้อมๆ กัน จำกนั้นอำจแบ่งนักเรียน เป็นกลุ่มย่อย แล้วร้องเพลง a b c แข่งกัน 2. นักเรียนเล่นเกม Action! เพื่อฝึกปฏิบัติตำมคำำสั่ง โดยมีวิธีกำร เล่นเกม ดังต่อไปนี้ 1) นักเรียนทั้งชั้นลงคะแนนแบบประชำธิปไตย เลือกผู้เล่น ออกมำหน้ำชั้นเรียน 8 คน 2) นักเรียนทั้ง 8 คน รอฟังคำำสั่งจำกครู และปฏิบัติตำม คำำสั่ง เช่น Teacher: Sit down. นักเรียน 8 คน นั่งบนพื้นห้อง Stand up. นักเรียนยืนขึ้น Stand up. นักเรียนคนที่นั่งลง ต้องออกจำกเกมไป ครูออกคำำสั่งประมำณ 10 คำำสั่ง ผู้ที่ทำำตำมคำำสั่งได้ ถูกต้องทุกครั้ง คือ ผู้ชนะ 3) นักเรียนคัดเลือกตัวแทนให้ออกไปเล่นเกมอีก 8 คน เป็นรอบที่ 2 ผู้ที่เล่นไปแล้ว รอบแรกกลับมำนั่งที่ ของตน ครูพูดประโยคคำำสั่งอีก 10 คำำสั่ง 4) นักเรียนทุกคนจะได้มีโอกำสออกไปเล่นเกมหน้ำชั้นเรียน 3. ครูบอกนักเรียนว่ำในบทเรียนนี้ นักเรียนจะได้ทบทวนเกี่ยว กับตัวอักษรภำษำอังกฤษ และประโยคคำำสั่งในชั้นเรียน กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้ 1. ครูถ่ำยเอกสำรภำพร่ำงใบหน้ำของตัวละคร ทั้ง 4 ตัว ใน หนังสือเรียน หน้ำ 12 ข้อ 1 Join the dots. Look and match. ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนลำกเส้นเชื่อม โยงจำกตัวอักษร a-z ในแต่ละใบหน้ำ เพื่อให้เป็นใบหน้ำที่ สมบูรณ์ เสร็จแล้วให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่ประโยคแนะนำำชื่อตัว ละครให้ตรงกับภำพใบหน้ำของตัวละคร เสร็จแล้วจึงอ่ำนประโยค เหล่ำนี้พร้อมๆ กัน Teacher: This is Brainy. (นักเรียนชี้ภำพให้ตรงกับชื่อที่อ่ำนด้วย เป็นกำรเฉลย) This is Jimmy. This is Jenny. This is Bobby. 44
  31. 31. 2. นักเรียนดูภาพตัวละครซึ่งทำาท่าทางต่างๆ กัน ในหนังสือเรียน หน้า 13 ข้อ 2 Look and match. แล้วให้นักเรียน ช่วยกันพูดภาษาไทยว่าตัวละครในแต่ละภาพทำาอะไร จากนั้น นักเรียนอ่านประโยคคำาสั่งที่กำาหนดให้ แล้วจับคู่ประโยคคำาสั่งกับ ภาพให้ถูกต้อง เสร็จแล้วเฉลยคำาตอบพร้อมกัน 3. ครูบอกนักเรียนว่าจากที่นักเรียนได้เรียนมาแล้ว ขอให้ นักเรียนช่วยกันจำาแนกชื่อภาษาอังกฤษ โดยแบ่งตามเพศหญิง และเพศชาย และไม่ลืมว่าชื่อภาษาอังกฤษมักขึ้นต้นด้วยตัวอักษร พิมพ์ใหญ่เสมอ นักเรียนแบ่งกลุ่มทำางาน กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อ ช่วยกันคิด ครูเขียนตารางบนกระดาน และเขียนชื่อลงไปตามที่ นักเรียนบอก ดังนี้ Men - ชาย Women - หญิง Sam Jimmy Bobby Brainy Bobo Jenny Tina Kiddy ครูชี้ชื่อบนกระดานทีละชื่อ แล้วอ่านออกเสียง เพื่อให้นักเรียนออก เสียงตาม และให้นักเรียนสังเกตว่าชื่อมักขึ้นต้นด้วยตัวอักษรพิมพ์ ใหญ่ 4. ครูสอนนักเรียนถึงวิธีการพับกระดาษให้เป็น “ ”ลูกเต๋า ด้วยแผ่น กระดาษสำาเร็จรูปที่ครูจัดหาให้ ครูสอนคำาศัพท์ลูกเต๋าด้วยบัตรคำา คำาว่า “dice” โดยอ่านออกเสีย งดังๆ พร้อมโชว์ลูกเต๋า และให้นักเรียนออกเสียงตาม เมื่อทราบ ความหมายของคำาว่า “dice” จากลูกเต๋าในมือครูแล้ว ครูกำาชับ นักเรียนให้นำาลูกเต๋ามาใช้เล่นเพื่อความบันเทิง ห้ามนำาไปใช้เล่น เพื่อการพนันเด็ดขาด ครูบอกกฎกติกาการเล่นเกม ในหนังสือ เรียน หน้า 15 ข้อ 1 Roll the dice and say. หัวข้อ Smile time ดังนี้ 45 - ถ้าทอดลูกเต๋าได้ 1 แต้ม ให้กล่าว Hello เพื่อ ทักทาย Bobby - ถ้าทอดลูกเต๋าได้ 2 แต้ม ให้กล่าว Hello เพื่อ ทักทาย Brainy - ถ้าทอดลูกเต๋าได้ 3 แต้ม ให้กล่าว Hello เพื่อ ทักทาย Jenny - แต่ถ้าทอดลูกเต๋าได้ 4 แต้ม ให้กล่าว Goodbye เพื่อลา Bobby
  32. 32. จากนั้นครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน (Group work) เพื่อเล่นเกมทอดลูกเต๋า และกล่าวประโยคทักทายหรือ กล่าวลา ตามจำานวนแต้มที่ปรากฏ นักเรียนทุกคนต่างเล่นด้วย ความรวดเร็ว ผู้ใดกล่าวผิด หรือกล่าวช้าเกินไปต้องออกจากเกม e.g. ด.ช. นน: Goodbye! Jenny. (ได้ 6 แต้ม) ด.ญ. วลี: Hello! Brainy. (ได้ 2 แต้ม) ด.ช. เดชา: Goodbye! Bobby. (ได้ 4 แต้ม) ก่อนเล่นเกม ครูแนะนำาประโยคที่จะใช้ในการเล่นเกม ดังนี้ It’s my/your turn. ตา(รอบ)ของฉัน/ของเธอ (ใน การเล่นเกม) Roll the dice. โยนหรือทอดลูกเต๋า กิจกรรมรวบยอด 1. นักเรียนทำาโครงงาน Me and my friends ในหนังสือ เรียน หน้า 14 ข้อ 1 Ask your friends’ names and draw the pictures. โดยให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน ต่างถามชื่อ ซึ่งกันและกัน จากนั้นให้แต่ละคนสังเกตหน้าตาของเพื่อนตัวเอง เพื่อสังเกตลักษณะเด่นบนใบหน้า แล้ววาดภาพใบหน้าของเพื่อน ตามความเป็นจริง ครูแจกกระดาษขนาด A4 ให้แก่ทุกคน เมื่อ วาดภาพใบหน้าเสร็จ ให้นักเรียนเขียนชื่อของเพื่อนลงไปที่ด้าน ล่างของรูป แล้วแลกเปลี่ยนผลงานกันดูกับเพื่อน 46 Hello! What’s your name? ใบหน้าเพื่อน My name’s (ชื่อ เพื่อน) .
  33. 33. นักเรียนอ่านประโยคในชิ้นงานของเพื่อนที่มีชื่อของตนเอง ให้ เพื่อนฟัง และสะกดชื่อด้วย e.g. Somsri: Hello! What’s your name? My name’s Somsri, S - o - m - s - r - i. นักเรียนทุกคนนำาผลงานมาส่งครู ครูรวบรวมผลงานของนักเรียน ทุกคนมาเย็บรวมเป็นเล่มหรือใส่ในแฟ้มแสดงผลงานเพื่อทำาเป็น a class book เหมือนดังตัวอย่างในหนังสือเรียน หน้า 14 ข้อ 2 Make a class book. จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 6-7 คน ให้ออกมาหน้าชั้นเรียนทีละคนและเปิด a class book แล้วพูด แนะนำาภาพว่าเป็นภาพของใคร คนละ 1 ภาพ 2. นักเรียนฝึกเขียนประโยคคำาสั่งง่ายๆ โดยใช้ดินสอลากเส้น ตามรอยจุดที่กำาหนดให้ ในแบบฝึกหัด หน้า 11 ข้อ 11 Trace. ก่อนอื่นครูทบทวนวิธีการลากเส้นเพื่อเขียนตัวอักษร ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องบนกระดาน จากนั้นจึงให้นักเรียนลากเส้น ตามรอยจุดที่กำาหนดให้ เพื่อเขียนเป็นประโยคคำาสั่งทั้ง 6 ประโยค ครูคอยเดินดูเพื่อชี้แนะและให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ ยังเขียนไม่ถูกต้อง เมื่อเขียนเสร็จแล้ว นักเรียนอ่านประโยคคำาสั่ง เหล่านี้พร้อมๆ กัน ครูสุ่มเรียกนักเรียนจากแถวหลัง 3 คน ให้ยืนขึ้นอ่านประโยคคำาสั่ง (อ่านทั้ง 6 ประโยค) 3. นักเรียนทำางานเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (Group work) เพื่อจับคู่รูปภาพกริยาทั้ง 6 ทางด้านซ้ายมือ กับประโยคคำาสั่งทาง ด้านขวามือ ในแบบฝึกหัด หน้า 12 ข้อ 12 Look and match. โดยก่อนอื่นนักเรียนอ่านประโยคคำาสั่งพร้อมกัน Students: Open your book. Stand up. Sit down. Listen. Close your book. Look. จากนั้นจึงใช้ดินสอโยงเส้นจากรูปภาพมายังประโยคคำาสั่งที่มี ความหมายสัมพันธ์กัน แล้วช่วยกันเฉลย ครูเขียนเฉลยบน กระดาน ให้นักเรียนตรวจทานและแก้ไขงานของตนเอง 1 Listen. 4 Stand up. 47 This is (name) .
  34. 34. 2 Close your book. 5 Open your book. 3 Look. 6 Sit down. 4. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนข้างเคียง เพื่อหาคำาศัพท์ที่กำาหนดให้ ในตารางตัวอักษร ในแบบฝึกหัด หน้า 13 ข้อ 13 Find the words. นักเรียนอ่านออกเสียงคำากริยาทั้ง 4 ข้้างต้น พร้อมๆ กัน จากนั้นจึงช่วยกันหาคำาศัพท์ เมื่อพบแล้วให้ใช้ดินสอ วงล้อมรอบคำาศัพท์เหล่านั้น เสร็จแล้วจึงช่วยกันเฉลยคำาตอบ 5. นักเรียนเล่นเกม Quick ABC (ABC เร็วๆ หน่อย) เพื่อ ฝึกความไวของสายตานักเรียนให้สัมพันธ์กับความสามารถในการ จำาตัวอักษร โดยมีวิธีการเล่น ดังนี้ 1) นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 ทีม เท่าๆ กัน (Team work) แต่ละทีมฝึกหัดท่องจำา ABC ทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อม 2) ครูจัดทำาบัตรตัวอักษร A-Z ทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ ใหญ่ (รวมเป็น 2 ชุด) แล้วนำามาวางคละกันบนโต๊ะครู 3) นักเรียนส่งตัวแทนออกมาหน้าชั้นเรียน ทีมละ 3 คน 4) เริ่มเล่นเกมโดยการให้ตัวแทนของแต่ละทีมค้นหาตัวอักษร ทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ ตามที่ครูพูด ครูพูดอักษรตัว ละ 2 ครั้ง ช้าๆ ชัดๆ นักเรียนดูปากครูเวลาครูออกเสียง e.g. Teacher: C c , F f , W w แต่ละทีมต้องใช้ความรวดเร็วในการหยิบบัตรตัวอักษรที่ครู บอกทั้งตัวพิมพ์เล็กและ ตัวพิมพ์ใหญ่มาสะสมไว้ 5) ตัวแทนทั้ง 3 กลับไปยังทีมของตน แล้วให้ตัวแทนคนใหม่ อีก 3 คน ออกมาค้นหาตัวอักษรต่อไป ครูพูดตัวอักษรต่างๆ จนครบ 26 ตัว โดยไม่ได้เรียงลำาดับก่อนหลัง 6) เมื่อจบเกม ทีมที่สะสมบัตรตัวอักษรได้มากที่สุด (ทั้งบัตรตัว อักษรพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่รวมกัน) ถือว่าชนะ 7) รางวัลสำาหรับผู้แพ้ ครูพูดปลอบใจทีมที่แพ้ และให้กำาลังใจ พร้อมมอบลูกอมให้แก่ทั้ง 2 ทีม จากนั้นนักเรียนทั้ง 2 ทีม ร่วมกันร้องเพลง a b c และปรบมือให้จังหวะเพลง หรือเต้นรำาประกอบเพลง (Free style) ครูคอยสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และจดบันทึก 48

×