Biology
สรุปชีววิทยา ม.ปลาย
Aj.Nunnapat ph.
(ครูโหน่ง)
1Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 1 ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
2Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
วิธีการทางวิทยาศาสตร์
3Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 2 เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
4Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
โมเลกุลของน้้า
สารชีวโมเลกุลที่เป็น Polymer
โปรตีน กับ พันธะเปปไทด์
5Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
กรดนิวคลีอิก
ลิพิด
คาร์โบไฮเดรต
6Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
ปฏิกิริยาและการท้างานของ Enzyme
7Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต
8Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
เซลล์ของสิ่งมีชีวิต
9Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Mitosis VS Meiosis
10Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
11Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Meiosis
12Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
แบบทดสอบทบทวนความรู้ 1
พื้นฐานทางชีววิทยา
ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและการศึกษาชีววิทยา
1) คุณสมบัติข้อใดของสิ่งมีชีวิตไม่ถูกต้อง
1. พารามีเซียมมีคอนแทร็กไทล์แวคิวโอลไว้เพื่อรักษาสมดุลของน้้าในเซลล์
2. แบคทีเรียสร้างสปอร์ไว้เพื่อขยายพันธุ์
3. หนอนไหมมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ขนาด และรูปร่างขณะเจริญเติบโต
4. พืชไร่มีอายุเพียงหนึ่งฤดูกาลเพาะปลูก
2) ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ที่นักชีววิทยาใช้ในการก้าหนดคุณสมบัติของสิ่งมีชีวิต
1. มีลักษณะที่จ้าเพาะ 2. มีวิวัฒนาการ
3. มีการจัดระบบ 4. มีการสืบพันธุ์
3) จากการทดลองฉีดพ่นต้นกล้าถั่วลันเตาด้วยฮอร์โมนจิบเบอเรลลินความเข้มข้น 10 ppm เปรียบเทียบกับฉีดพ่น
น้้ากลั่น พบว่าความยาวของต้นถั่วลันเตาไม่มีความแตกต่างกัน การทดลองนี้สรุปผลได้อย่างไร
1. ความเข้มข้นของฮอร์โมนจิบเบอเรลลินที่ใช้ไม่เหมาะสม
2. ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินไม่มีผลต่อการยืดยาวของล้าต้นถั่วลันเตา
3. การทดลองไม่เหมาะสมเพราะไม่มีชุดควบคุมเชิงบวก
4. การทดลองผิดพลาดเนื่องจากฮอร์โมนเสื่อมสภาพ
4) ข้อใดเป็นการตั้งสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด
1. ถ้าหอยเป็นผู้ที่กินตะกอนของซากอินทรีย์ดังนั้นในแหล่งน้้าที่มีหอยอาศัยอยู่มากย่อมมีความสะอาด
มากกว่า
2. ถ้าความชื้นในดินมีผลต่อการเจริญของพืชดังนั้นพืชที่ได้รับความชื้นเพียงพอย่อมเจริญเติบโตได้ดีกว่าพืช
ที่อาศัยในดินที่แห้ง
3. ถ้าการมีพืชปกคลุมดินมีผลต่อปริมาณแมลงในดินดังนั้นดินที่มีพืชปกคลุมจะพบความหนาแน่นประชากร
ของแมลงมากกว่าดินที่ไม่มีอะไรปกคลุม
4. ถ้าการให้วิตามินเสริมมีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาดังนั้นหนูทดลองที่ได้รับวิตามินเสริมอย่างต่อเนื่องจะมี
ความฉลาดมากกว่าหนูที่ไม่ได้รับวิตามินเสริม
เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
5) ข้อใดสัมพันธ์กัน
1. ไคตินและเซลลูโลสเป็นโพลีเมอร์ของกลูโคส
2. ลิพิดและไกลโคเจนเป็นโพลีเมอร์ของกรดไขมัน
3. ดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอเป็นโพลีเมอร์ของกรดนิวคลีอิก
4. ฮีโมโกลบินและคอลลาเจนเป็นโพลีเมอร์ของกรดอะมิโน
13Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
6) หมู่ฟังก์ชันกลุ่มใดที่พบในโปรตีน
ก. ไฮดรอกซิล ข. คาร์บอกซิล
ค. ซัลล์ไฮดริล ง. อะมิโน
จ. คีโตน
1. ก, ข, ค
2. ข, ค, ง
3. ค, ง, จ
4. ข, ง, จ
7) การทดลองใช้เอนไซม์อะไมเลสที่เตรียมจากแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติทาง pH เป็นกลาง ย่อยแป้งในเวลา 10 นาที
จ้านวน 6 หลอด โดยแต่ละหลอดมีความเข้มข้นของกรดมากไปหาน้อย (10, 10-1
, 10-2
, 10-3
, 10-4
, 10-5
ตามล้าดับ) หลังจากนั้นแบ่งสารละลายออกเป็นสองส่วน น้าไปทดสอบแป้งที่เหลือ โดยการหยดน้้ายาไอโอดีน และ
ทดสอบน้้าตาลที่เกิดขึ้นโดยการเติมสารละลายเบเนดิกซ์แล้วน้าไปต้ม จะพบผลการทดลองเป็นอย่างไร
1. หลอดที่มีความเข้มข้นของกรดมากที่สุดมีสีของสารละลายเป็นสีอิฐหรือสีส้ม
2. หลอดที่มีความเข้มข้นของกรดน้อยที่สุดมีสีของสารละลายเป็นสีน้้าเงิน
3. หลอดที่มีความเข้มข้นของกรดน้อยที่สุดมีสีของสารละลายเป็นสีอิฐหรือสีส้ม
4. ไม่มีหลอดใดเกิดการเปลี่ยนแปลง
8) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกรดนิวคลีอิก
1. เป็นสารที่ให้พลังงาน
2. ท้าหน้าที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
3. ท้าหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตและกระบวนการต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต
4. มีน้้าตาลคาร์บอน 6 อะตอม เป็นส่วนประกอบ
9) จากตัวเลือกที่ก้าหนดให้ ข้อใดมีความสัมพันธ์กับมอลโทสมากที่สุด
ก. ไกลโคเจน
ข. เดกซ์ทริน
ค. ฟรักโทส
ง. มอลเทส
1. ก, ข 2. ข, ค
3. ค, ง 4. ก, ค
10) ข้อใดกล่าวถึงปริมาณสารที่พบในร่างกายมนุษย์ได้ถูกต้อง
1. น้้าคือสารอินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุด
2. แร่ธาตุคือสารอนินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุด
3. ไขมันคือสารชีวโมเลกุลที่มีปริมาณน้อยที่สุด
4. โปรตีนคือสารชีวโมเลกุลที่มีปริมาณมากที่สุด
11) ข้อใดจับคู่กับหมู่ฟังก์ชันกับสารชีวโมเลกุล ไม่ถูกต้อง
1. ไฮดรอกซิล - น้้าตาล
2. คาร์บอกซิล - กรดนิวคลีอิก
3. แอลดีไฮด์ - น้้าตาล
4. ซัลฟ์ไฮดริล - โปรตีน
14Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
12) จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยากับความเข้มข้นของสารตั้งต้นเหตุใดเส้นกราฟช่วงท้ายจึงคงที่
1. มีสารยับยั้งเกิดขึ้นในปฏิกิริยา
2. มีการใช้พลังงานกระตุ้นคงที่
3. บริเวณเร่งของเอนไซม์อิ่มตัวด้วยสารตั้งต้น
4. สารตั้งต้นถูกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์หมดแล้ว
13) เมื่อทดลองใช้เอนไซม์อะไมเลสย่อยแป้งในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดต่างๆ กันปรากฏผลดังนี้
หลอดที่ ค่า pH เวลาที่ใช้ย่อย
1 3 15 นาที
2 6 6 นาที
3 7.5 3 นาที
4 10 ไม่เปลี่ยนแปลง
การทดลองนี้สรุปผลอย่างไร
1. เอนไซม์ย่อยสารได้ช้าที่สุดที่ค่าพีเอช 3
2. เอนไซม์ย่อยสารได้ช้าที่สุดค่าพีเอชประมาณ 10
3. เอนไซม์ถูกท้าลายและสลายตัวหากค่าพีเอชเกิน 7.5
4. เอนไซม์ท้างานได้ดีที่สุดค่าพีเอชประมาณ 7.5
เซลล์ของสิ่งมีชีวิต
14) ออร์แกเนลล์ใดที่มีลักษณะเยื่อหุ้มของโครงสร้างแบบเดียวกัน
1. ไรโบโซม และเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม
2. คลอโรพลาสต์ และไลโซโซม
3. กอลจิคอมเพลกซ์ และเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม
4. ไมโทคอนเดรีย และไรโบโซม
15) ออร์แกเนลล์ใดที่ไม่มีเยื่อหุ้มและไม่พบในเซลล์พืช
1. ไรโบโซม
2. เซนทริโอล
3. ไลโซโซม
4. กอลจิบอดี
15Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
16) ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ภาพ ก พบในเซลล์ของแบคทีเรีย พารามีเซียม และสัตว์
2. ภาพ ข พบในราก ล้าต้น และใบพืชดอก
3. ภาพ ค สะสมและล้าเลียงสารประกอบพวกโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
4. ภาพ ง มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นสารประกอบของพวกโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
17) ออร์แกเนลล์ใดที่มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น
A คลอโรพลาสต์
B ไมโทคอนเดรีย
C ไลโซโซม
D แอนโดพลาสมิกเรติคูลัม
E กอลจิคอมเพล็กซ์
1. A, B 2. B, C
3. A, D 4. B, E
18) ข้อใดกล่าวถึงนิวคลีโอลัสถูกต้อง
1. เห็นได้ชัดขณะที่มีการแบ่งเซลล์
2. เห็นได้ชัดเจนขณะที่เซลล์มีการสังเคราะห์โปรตีน
3. เป็นโครงสร้างที่มีเยื่อหุ้ม 1 ชั้นเหมือนกับไรโบโซม
4. เป็นโครงสร้างที่มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้นเหมือนกับไมโทคอนเดรีย
19) ข้อใดเรียงล้าดับขนาดของไซโตสเกเลตันจากมากไปหาน้อยได้ถูกต้อง
1. ไมโครฟิลาเมนท์ อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ ไมโครทิวบูล
2. ไมโครทิวบูล อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ ไมโครฟิลาเมนท์
3. ไมโครฟิลาเมนท์ ไมโครทิวบูล อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์
4. ไมโครทิวบูล ไมโครฟิลาเมนท์ อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์
20) ข้อใดเป็นสารพันธุกรรมที่พบในบริเวณไซโทพลาสซึมของยูคาริโอติกเซลล์
1. กรดไขมัน
2. กรดอะมิโน
3. กรดไรโบนิวคลีอิก
4. กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก
16Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
21) เมื่อน้าตัวอักษร ข ไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ และเลื่อนสไลด์ไปทางด้านซ้าย ลักษณะของภาพที่เห็นและ
ทิศทางการเคลื่อนที่ของอักษร ข ข้อใดถูกต้อง
1. 2.
3. 4.
22) ข้อใดถูกต้อง
1. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมีก้าลังขยายสูงสุดถึง 50,000 เท่า
2. ภาพที่เกิดขึ้นกับกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดต้องผ่านการเคลือบด้วยทองค้า
3. ตัวอย่างที่ต้องการน้ามาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดต้องผ่านการเคลือบด้วยทองค้า
4. เอิร์น รุสกา และคณะ เป็นนักวิทยาศาสตร์กลุ่มแรกที่สร้างกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่งกราด
23) ข้อใดเป็นการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงที่ไม่ถูกต้อง
1. การปรับไดอะแฟรมช่วยท้าให้เห็นภาพวัตถุได้ชัดเจนขึ้น
2. การเปลี่ยนเลนส์ใกล้วัตถุ ควรหมุนที่แป้นยึดเลนส์ใกล้วัตถุ
3. การเปลี่ยนก้าลังขยาย 10X เป็น 40X จะต้องเลื่อนแท่นวางวัตถุลงก่อน
4. การใช้เลนส์วัตถุก้าลังขยาย 100X ต้องหยดน้้ามันลงบนแผ่นกระจกปิดสไลด์
24) กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้มีก้าลังขยายเป็น 40 เท่า 100 เท่า และ 400 เท่า เมื่อใช้ไม้บรรทัดใสวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ก้าลังต่้าได้ 2.5 มิลลิเมตร เมื่อน้าไดอะตอมไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์นี้ที่ก้าลังขยาย 400 เท่า พบว่าไดอะตอม
มีความยาวประมาณ 1/5 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ไดอะตอมเซลล์นี้มีความยาวกี่มิลลิเมตร
1. 0.05
2. 0.25
3. 0.50
4. 2.50
25) ต้องการวาดภาพขนาดขยาย 400 เท่า ของพารามีเซียม ซึ่งมีความยาว 250 ไมโครเมตร ภาพที่วาดนี้จะมี
ความยาวกี่ cm
1. 6.25 2. 10.00
3. 16.00 4. 20.00
26) กระบวนการล้าเลียงสารแบบใดที่ล้าไส้เล็กใช้ในการดูดซึมสารเข้าสู่ร่างกาย
1. กรดไขมันใช้วิธีการแพร่ กรดอะมิโนและกลูโคสใช้วิธีการล้าเลียงแบบแอคทีฟทรานสปอร์ต
2. กรดไขมันใช้วิธีการแพร่ กรดอะมิโนและกลูโคสใช้วิธีการแพร่แบบฟาซิลิเทต
3. กรดไขมันและกรดอะมิโนใช้วิธีการแพร่แบบฟาซิลิเทต กลูโคสใช้วิธีการล้าเลียงแบบแอคทีฟทรานสปอร์ต
4. กรดไขมัน กรดอะมิโน และกลูโคสใช้การแพร่แบบฟาซิลิเทต
27) ค้าศัพท์ใดไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการน้าอาหารเข้าสู่เซลล์และหรือการย่อยอาหาร
1. พิโนไซโตซิส 2. ฟาโกไซโตซิส
3. เอกโซไซโตซิส 4. ไฮโดรไลซิส
17Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
28) เมื่อน้าชิ้นมันฝรั่งลงในสารละลายน้้าตาลความเข้มข้นต่างๆ เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง แล้วน้าไปชั่งหาน้้าหนักของ
ชิ้นมันฝรั่ง กราฟข้อใดแสดงความสัมพันธ์ความเข้มข้นของสารละลายกับน้้าหนักมันฝรั่งหลังแช่
29) ระยะใดของการแบ่งนิวเคลียสที่มีการเพิ่มจ้านวนโครโมโซมจาก 2n เป็น 4n
1. โพรเฟส
2. เมทาเฟส
3. แอนาเฟส
4. เทโลเฟส
30) การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสในเม็ดเลือดขาวของคน จ้านวนโครมาทิดทั้งหมดในระยะเมทาเฟสจะมีจ้านวนเท่าใด
1. 23
2. 44
3. 46
4. 92
31) ในวัฎจักรของการแบ่งเซลล์ ระยะใดที่มีการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ
1. M 2. G1
3. S 4. G2
32) จากแผนภาพข้างล่าง ข้อใดคือล้าดับการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (egg)
1. 1  5  6  9  10 2. 9  5  11  3  2
3. 8  5  3  7  2 4. 1  9  4  6  10
18Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
33) เซลล์ที่อยู่ในระยะใด ที่ 1 โครโมโซมมี 1 โครมาติด
ก. เมทาเฟส ข. แอนาเฟส
ค. เทโลเฟส ง. G1 อินเตอร์เฟส
จ. G2 อินเตอร์เฟส
1. ก และ ค 2. ข และ จ
3. ข ค และ ง 4. ก ง และ จ
34) เซลล์ในข้อใดที่สามารถเจริญเข้าสู่วัฎจักรของเซลล์ได้อย่างต่อเนื่อง
ก. เซลล์ไข่ (ovum) ข. เซลล์ประสาท
ค. เซลล์ผิวหนัง ง. เซลล์ไขกระดูก
1. ก 2. ข
3. ก และ ข 4. ค และ ง
---------------------------------
19Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 4 การย่อยอาหารและการสลายอาหารระดับเซลล์
20Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Cellular Respiration
21Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
22Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Electron transport chain and Chemiosmosis
23Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
24Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
25Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 5 การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์
26Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
27Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
28Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Growth and development
29Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 6 การรักษาดุลยภาพในร่างกาย
30Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Circulatory system
กลไกการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล
31Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 7 การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
32Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 8 ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
33Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Brain structure
ภาพแสดงโครงสร้างของ Cerebral cortex
34Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 9 ระบบต่อมไร้ท่อ
35Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 10 พฤติกรรมของสัตว์
36Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
แบบทดสอบทบทวนความรู้ 2
ชีวิตและกระบวนการด้ารงชีวิตของสัตว์
การย่อยอาหารและการสลายสารอาหารระดับเซลล์
1) ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับซีครีติน
ก. กระตุ้นการหดตัวของท่อน้้าดี ข. กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน
ค. สร้างมาจากล้าไส้ส่วนดูโอดีนัม ง. กระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งแกสตริน
1. ก และ ข 2. ก และ ค
3. ข และ ค 4. ข ค และ ง
2) หากต้องการจ้าลองสภาวะการย่อยในกระเพาะอาหารของคนมาไว้ในหลอดทดลอง ข้อใดจะเกิดการย่อยได้ดีที่สุด
1. ใส่ pepsinogen + หมูบด ในหลอดทดลอง
2. ใส่ pepsinogen + HCl + หมูบด ในหลอดทดลอง
3. ใส่ pepsinogen + gastrin + NaHCO3 + หมูบด ในหลอดทดลอง
4. ใส่ pepsinogen + gastrin + HCl + ในหลอดทดลอง น้าไปต้มน้้าเดือดแล้วเติมหมูบด
3) ข้อใดเป็นจริงเกี่ยวกับการท้างานของแบคทีเรียในกระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง
ก. ย่อยสลายเซลลูโลสได้แอมโมเนียและกลูโคส
ข. สังเคราะห์กรดอะมิโนจากแอมโมเนีย
ค. สร้างวิตามินเคและบี 12
1. ก , ข 2. ข , ค
3. ก , ค 4. ก , ข , ค
4) ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนจะมีผลกระทบต่อระบบใดบ้าง
ก. การย่อยน้้าตาลแลคโตส
ข. การควบคุมระดับน้้าตาล
ค. การย่อยอาหารพวกโปรตีน
1. ก , ข 2. ข , ค
3. ก , ค 4. ก , ข , ค
5) เอนไซม์อะไมเลสจะพบได้ที่ทางเดินอาหารส่วนใดของร่างกาย
1. ช่องปาก
2. ช่องปากและกระเพาะอาหาร
3. ช่องปากและล้าไส้เล็ก
4. ช่องปาก กระเพาะอาหารและล้าไส้เล็ก
6) เอนไซม์อะไมเลสย่อยอะไมโลสได้แต่ไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้เพราะสาเหตุใด
1. เซลลูโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4
2. เซลลูโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4
3. อะไมโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4
4. อะไมโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4
37Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
7) โรคหัวใจขาดเลือดอาจมีผลจากการรับประทานอาหารข้อใดมากเกินไป
1. น้้ามันจากปาล์ม
2. น้้ามันจากข้าวโพด
3. น้้ามันจากถั่วเหลือง
4. น้้ามันจากเมล็ดทานตะวัน
8) การสลายโมเลกุลกรดไพรูวิกให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นที่ส่วนใดของเซลล์ กระบวนการนี้เรียกว่า
อย่างไร และในกระบวนการนี้จะได้พลังงานรวมทั้งหมดเท่าใด
1. ไมโทคอนเดรีย, วัฎจักรเครบส์, NADH 6 โมเลกุล FADH2 2 โมเลกุล ATP 2 โมเลกุล
2. ไซโทซอลและไมโทคอนเดรีย, ไกลโคไลซิสและวัฎจักรเครบส์, NADH 8 โมเลกุล FADH2 2 โมเลกุล
ATP 2 โมเลกุล
3. ไมโทคอนเดรีย, โคเอนไซม์ เอ และวัฎจักรเครบส์, NADH 8 โมเลกุล FADH2 2 โมเลกุล ATP 2
โมเลกุล
4. ไมโทคอนเดรีย, ไกลโคไลซิส, FADH2 2 โมเลกุล ATP 4 โมเลกุล
9) ข้อใดคือตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในกระบวนการหมักของแบคทีเรีย
1. NAD+
2. กรดไพรูวิก
3. แอซิตัลดีไฮด์ 4. ข้อ 1 และ 2
10) เมื่อสิ้นสุดกระบวนการไกลโคไลซิส คาร์บอนจากน้้าตาลกลูโคสจะอยู่ที่ใด
1. รวมตัวกับ O2 เกิดเป็น CO2 2. รวมตัวกับ ADP แล้วเกิดเป็น ATP
3. ถูกปลดปล่อยในรูปของ CO2 4. ถูกเปลี่ยนไปอยู่ในโมเลกุลของ pyruvate
11) เมื่อน้ายีสต์ที่เคยเลี้ยงในสภาพ aerobic มาเลี้ยงในสภาพ anaerobic ยีสต์ต้องมีอัตราการใช้กลูโคสเปลี่ยนไปอย่างไร
เพื่อที่จะให้สามารถผลิต ATP ได้เท่าเดิมเหมือนในสภาพ aerobic
1. เพิ่มขึ้น 2 เท่า 2. ลดลง 2 เท่า
3. เพิ่มขึ้น 19 เท่า 4. ลดลง 19 เท่า
12) ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการสลายโมเลกุลสารอาหาร
1. ผลลัพธ์ของไกลโคลิซิสคือ 4ATP + 2NADH + 2 pyruvic acid
2. กลีเซอรอลและกรดไขมันถูกเปลี่ยนเป็นสารตัวกลางในวัฎจักรเครบส์
3. ATP ถูกใช้กระบวนการไกลโคไลซิสเท่านั้น
4. กรดอะมิโนทุกชนิดถูกเปลี่ยนเป็นกรดไพรูวิกเพื่อเข้าสู่ไกลโคไลซิส
13) ในคนที่ได้รับสารไซยาไนด์ การสลายมอลโทส 1 โมเลกุลโดยเซลล์ตับจะได้พลังงานที่อยู่ในรูป ATP ทั้งหมด
กี่โมเลกุล
1. 4 2. 8
3. 38 4. 76
การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์
14) โครงสร้างใดท้าหน้าที่ในทั้งระบบขับถ่ายและระบบสืบพันธุ์เพศชาย
1. Urethra
2. Ureter
3. Seminiferous tubule
4. Vas deferens
38Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
15) จากรูป เป็นแผนภาพการแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ในรังไข่ของผู้หญิงก่อนวัยเจริญพันธุ์จะพบในเซลล์ใด
1. 1
2. 2
3. 3
4. 4
16) การเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมีผลต่อสเปิร์มในแง่ใด
1. หน้าที่ 2. รูปร่าง
3. การเคลื่อนที่ 4. จ้านวน
17) โครงสร้างข้อใดท้าหน้าที่น้อยที่สุดในตัวอ่อนของคน
1. รก 2. สายสะดือ
3. ถุงน้้าคร่้า 4. ถุงแอลแลนทอยส์
18) ภาวะใดไม่จัดเป็นภาวะการมีบุตรยาก
1. ในน้้าอสุจิขาดน้้าตาลฟรักโตส
2. ช่องคลอดหรือท่อน้าไข่ตีบตัน
3. การขาดฮอร์โมนโดยเฉพาะโปรเจสเตอโรน
4. จ้านวนอสุจิมีมากกว่า 30 ล้านเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
19) กระบวนการเจริญของตัวอ่อนที่เซลล์มีการเคลื่อนที่ และจัดเรียงตัวเป็นเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ มีชื่อเรียกว่าอะไร
1. Blastulation
2. Cleavage
3. Gastrulation
4. Organogenesis
20) ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์สืบพันธุ์และระยะเวลาของการสร้างในมนุษย์วัยเจริญพันธุ์
1. อสุจิสร้างได้ตลอดเวลา
2. เซลล์ไข่ (ovum) สร้างขึ้นทุกเดือน
3. โพลาร์บอดีระยะที่หนึ่งสร้างขึ้นทุกเดือน
4. โอโอไซต์ระยะที่สองสร้างขึ้นทุกเดือน
21) ในรังไข่ของเด็กแรกเกิด จะตรวจพบเซลล์ไข่เจริญอยู่ในระยะใด
1. Oogonium
2. Primary oocyte
3. Secondary oocyte
4. Primordial germ cell
22) ข้อใดไม่ใช่การปรับตัวของเอมบริโอของสัตว์ที่ขึ้นมาอาศัยอยู่บนบก
1. มีถุงคอเรียนท้าหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส
2. มีถุงแอลแลนทอยส์เพื่อเก็บสะสมกรดยูริก
3. มีถุงน้้าคร่้าเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน
4. เซลล์ไข่มีปริมาณไข่แดงสะสมอยู่ปริมาณมาก
39Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
23) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของสัตว์
1. สัตว์มีกระดูกสันหลังบางชนิดมีการปฏิสนธินอกตัว
2. สัตว์มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่มีอวัยวะเพศแยกกันอยู่คนละตัว
3. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดมีอวัยวะเพศทั้งสองเพศในตัวเดียวกัน
4. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังไม่มีชนิดการสอดใส่อวัยวะเพศผู้เข้าสู่อวัยวะเพศเมีย
ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต
24) การแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์ในข้อใดไม่ต้องอาศัยถุงลม (alveolus)
1. กิ้งก่า งูดิน วาฬ
2. ปลาดุก นกเอี้ยง ดาวทะเล
3. ลูกอ๊อดกบ ม้าน้้า คางคก
4. งูดิน ค้างคาว นกกระจอก
25) ปฏิกิริยา CO2 + H2O  H2CO3 พบได้ที่ใด
1. พลาสมาในเส้นเลือดฝอยรอบถุงลมปอด
2. พลาสมาในเส้นเลือดฝอยรอบเซลล์ร่างกาย
3. เม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดฝอยรอบถุงลมปอด
4. เม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดฝอยรอบเซลล์ร่างกาย
26) เมื่อเลือดมีฤทธิ์เป็นกรด ข้อความใดมีผลสอดคล้องกันมากที่สุด
1. จะกระตุ้นสมองส่วนพอนส์และเมดัลลาให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับ
การหายใจให้หายใจเร็วขึ้น
2. จะกระตุ้นสมองส่วนพอนส์และเมดัลลาให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับ
การหายใจให้หายใจช้าลง
3. จะกระตุ้นสมองส่วนซีรีบรัลคอร์เทกซ์ ไฮโปทัลลามัสและซีรีเบลลัมให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้น
กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจให้หายใจเร็วขึ้น
4. จะกระตุ้นสมองส่วนซีรีบรัลคอร์เทกซ์ ไฮโปทัลลามัสและซีรีเบลลัมให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้น
กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจให้หายใจช้าลง
27) สิ่งที่ก้าหนดให้ ข้อใดที่มีความจ้าเป็นต่อการแลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์
ก. การแพร่ ข. ผนังบาง และมีผิวเปียกขึ้น
ค. เซลล์เม็ดเลือดแดง ง. ฮีโมโกลบิน
1. ก และ ข
2. ค และ ง
3. ก ข และ ค
4. ข ค และ ง
28) สัตว์ในข้อใดมีการก้าจัดของเสียที่เป็นสารประกอบไนโตรเจนชนิดเดียวกัน
1. วาฬ ฉลาม คางคก
2. กบ จิ้งจก ไส้เดือนดิน
3. ฟองน้้า หอยทาก พลานาเรีย
4. ปลานิล จิ้งหรีด ไส้เดือนดิน
40Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
29) ข้อใดถูกเกี่ยวกับการขับถ่ายที่ไตของคน
ก. ยูเรียจะถูกขับออกมาในปัสสาวะทั้งหมด
ข. การกรองที่โกลเมอรูลัสลดลงในเวลากลางคืน
ค. HCO3 จะถูกดูดกลับที่ท่อขดส่วนต้นและที่ท่อรวม
ง. การดูดกลับของ Na และ H2O เกิดได้ทุกส่วนของท่อหน่วยไต
1. ก และ ข 2. ก และ ค
3. ข และ ง 4. ข ค และ ง
30) อวัยวะหรือออร์แกเนลล์ชนิดใดที่ไม่ได้ใช้ขับของเสียพวกสารประกอบไนโตรเจนจากร่างกาย
1. เฟลมเซลล์ 2. เนฟริเดียม
3. ท่อมัลพิเกียน 4. คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล
31) เมื่อเราเข้าห้องอบไอน้้านานๆ จะไม่มีปรากฎการณ์ใดเกิดขึ้น
1. ขนลุก 2. เหงื่อออก
3. ตัวร้อนกว่าปกติ 4. หน้าแดง ตัวแดง
32) คนที่รับประทานยาลดความดันที่มีคุณสมบัติเป็นกรดไดยูเรติก ควรได้รับการแนะน้าให้รับประทานผักและผลไม้
ที่ก้าหนดในข้อใด
ก. กล้วย ข. แตงโม
ค. ผักโขม ง. ใบชะพลู
1. ก และ ข
2. ค และ ง
3. ก และ ค
4. ข ค และ ง
33) สารที่ก้าหนดให้ ข้อใดพบในของเหลวที่กรองผ่านโกลเมอรูลัสของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ก. เกลือแร่ ข. ยูเรีย
ค. กลูโคส ง. กรดอะมิโน
จ. โปรตีนในน้้าเลือด
1. ค และ จ 2. ก ง และ จ
3. ก ข ค และ ง 4. ก ข ค และ จ
34) ข้อใดไม่ใช่การปรับตัวสู่สภาวะเดิมของร่างกาย เมื่อ pH ของเลือดลดลง
1. อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น
2. การขับ H+
ออกทางไตเพิ่มขึ้น
3. ความดัน CO2 ของเลือดเพิ่มขึ้น
4. ตัวรับสารเคมีของเลือดแดงถูกกระตุ้น
35) สารใดไม่จ้าเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดในร่างกายของคน
1. แคลเซียม 2. วิตามิน เค
3. ไฟบริโนเจน 4. โปแตสเซียม
36) อวัยวะใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนเลือด ระบบน้้าเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
1. ต่อมทอนซิล 2. ต่อมไทมัส
3. ต่อมไทรอยด์ 4. ไขกระดูก
41Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
37) สัตว์ในข้อใดมีระบบเลือดแบบเดียวกัน
ก. ไส้เดือน ข. แมลงสาบ
ค. กุ้ง ง. ปลา
จ. กบ
1. ก, ข, ค 2. ก, ง, จ
3. ข, ค, จ 4. ค, ง, จ
38) การตรวจเลือดในผู้ป่วยเอดส์จะพบเม็ดเลือดขาวชนิดใดน้อยที่สุด
1. eosinophil
2. basophil
3. neutrophil
4. lymphocyte
39) ข้อใดเกี่ยวกับการรักษาสมดุลของระดับแคลเซียมในร่างกายมนุษย์
1. วิตามินดี 2. วิตามินอี
3. วิตามินซี 4. วิตามินเอ
40) สารในข้อใดมีความจ้าเป็นต่อสารแข็งตัวของเลือด
1. แคลเซียม เฮปาริน โปรทอมบิน
2. เฮปาริน โปรทอมบิน วิตามินเค
3. แคลเซียม โปรทอมบิน วิตามินเค
4. แคลเซียม เฮปาริน โปรทอมบิน วิตามินเค
41) เพราะเหตุใดจึงต้องน้าเอาทารกที่คลอดก่อนก้าหนดไปเลี้ยงต่อในตู้อบระยะหนึ่งก่อน
ก. ระบบหายใจยังไม่ท้างาน
ข. ระบบขับถ่ายยังไม่ท้างาน
ค. ระบบหมุนเวียนโลหิตยังไม่ท้างาน
ง. ระบบควบคุมอุณหภูมิยังไม่ท้างาน
1. ก และ ค 2. ข และ ค
3. ก และ ง 4. ข ค และ ง
42) สตรีที่ก้าลังตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการได้รับวัคซีนในข้อใด
ก. คางทูม ข. ไทฟอยด์
ค. โปลิโอ ง. หัดเยอรมัน
จ. อหิวาตกโรค
1. ก ข และ ค 2. ก ค และ ง
3. ข ง และ จ 4. ค ง และ จ
43) การฉีดวัคซีนและการฉีดเซรุ่มเข้าสู่ร่างกายมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
1. เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นการฉีดแอนติบอดีเข้าสู่ร่างกายเพื่อต้านเชื้อโรค
2. เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต้านเชื้อโรค
3. ต่างกัน เพราะวัคซีนเป็นการฉีดแอนติเจน ส่วนซีรัมเป็นการฉีดแอนติบอดีเข้าสู่ร่างกาย
4. ต่างกัน เพราะวัคซีนเป็นการฉีดแอนติบอดี ส่วนซีรัมเป็นการฉีดแอนติเจนเข้าสู่ร่างกาย
42Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
44) สัตว์ในข้อใดที่อาศัยระบบการเคลื่อนที่แบบเดียวกัน
1. ไส้เดือนดิน วาฬ หมึก
2. หมึก ดาวทะเล หอยกาบ
3. ไฮดรา ดอกไม้ทะเล แมลงดานา
4. หนอนตัวกลม พลานาเรีย แมงกะพรุน
45) การท้างานของกล้ามเนื้อแบบแอนตาโกนิซึม พบในสัตว์ชนิดใดบ้าง
1. ไส้เดือนดิน ตั๊กแตน ไฮดรา
2. ตั๊กแตน ไฮดรา ดอกไม้ทะเล
3. ไส้เดือนดิน ตั๊กแตน พลานาเรีย
4. ไส้เดือนดิน ดอกไม้ทะเล พลานาเรีย
46) ข้อต่อระหว่างกระดูกข้อนิ้วมือเป็นการต่อแบบใด
1. แบบเดือย 2. แบบอานม้า
3. แบบสไลด์ 4. แบบบานพับ
47) ข้อใดเรียงล้าดับขนาดได้ถูกต้อง
1. muscle fiber > myofibril > myosin
2. muscle cell > muscle fiber > myosin
3. myofibril > muscle fiber > myosin
4. myofibril > muscle cell > myosin
48) ข้อต่อกระดูกที่ใดที่เคลื่อนไหวไม่ได้
1. ซี่โครง
2. กะโหลกศีรษะ
3. กระดูกสันหลัง
4. กระดูกปลายแขนต่อกับมือ
49) ข้อความข้อใดผิด
1. เมื่อกล้ามเนื้อไบเซพหดตัวและไตรเซพคลายตัวท้าให้แขนเหยียดออก
2. การหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดจากการเคลื่อนตัวของแอกตินเข้าหากันตรงกลาง
3. เซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจจะมีรูปร่างทรงกระบอก มีลาย แต่ตอนปลายของเซลล์มีการแตกแขนงและ
เชื่อมโยงติดต่อกันกับเซลล์ข้างเคียง
4. เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวจะเกิดแรงดึงให้กระดูกทั้งท่อนเคลื่อนไหวได้เพราะระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกมีเอ็น
ยึดกระดูกยึดอยู่ด้วยกัน
ระบบประสาทและการตอบสนองของสิ่งมีชีวิต
50) การดื่มเหล้าแล้วเสียการทรงตัว เนื่องจากการควบคุมของสมองส่วนใด
1. cerebrum
2. cerebellum
3. medulla oblongata
4. brain stem
43Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
51) คนที่ฉลาดแก้ไขปัญหาเก่ง จะมีเซลล์ประสาทในข้อใดมาก
52) สัตว์มีกระดูกสันหลังประเภทใดที่มีสมองส่วนซีรีบรัมเจริญมากที่สุด
1. นก 2. ปลา
3. สัตว์เลื้อยคลาน 4. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
53) สารใดไม่จัดเป็น neurotransmitter
1. Acetylene 2. Acetylcholine
3. Endorphin 4. Norepinephrine
54) CN VII และ CN IX จะท้าหน้าที่ร่วมกันรับความรู้สึกที่อวัยวะใด
1. หู 2. จมูก
3. ผิวหนัง 4. ลิ้น
55) ข้อใดถูกต้อง
ก. ขนาดของกระแสประสาทขึ้นอยู่กับความแรงของการกระตุ้น
ข. ความเร็วของกระแสประสาทจะเพิ่มขึ้นเมื่อความแรงของการกระตุ้นเพิ่มขึ้น
ค. จ้านวนของเส้นใยประสาทที่ถูกกระตุ้นจะเพิ่มขึ้นเมื่อความแรงของการกระตุ้นเพิ่มขึ้น
ง. ความเร็วของการส่งกระแสประสาทขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของแอกซอน
1. ก และ ข 2. ค และ ง
3. ก ข และ ค 4. ก ข ค และ ง
56) ข้อใดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับเซลล์ประสาทที่มีศักย์ไฟฟ้า = +50 มิลลิโวลต์
1. เกิดรีโพราไรเซซั่น (repolarization) และมี Na+
ภายในเซลล์มากกว่านอกเซลล์
2. เกิดรีโพราไรเซซั่น (repolarization) และมี Na+
ภายนอกเซลล์มากกว่าในเซลล์
3. เกิดดีโพราไรเซซั่น (depolarization) และมี Na+
ภายในเซลล์มากกว่านอกเซลล์
4. เกิดดีโพราไรเซซั่น (depolarization) และมี Na+
ภายนอกเซลล์มากกว่าในเซลล์
57) “การยกมือขึ้นไปปัดมดที่ไต่บนใบหน้า” มีล้าดับเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงกับข้อใด
ก. ผิวหนัง ข. กล้ามเนื้อแขน
ค. ไขสันหลัง ง. สมอง
จ. กล้ามเนื้อมือ
1. ก  ค  ข  จ 2. ก  ง  ค  จ
3. ก  ข  ค  ง  จ 4. ก  ง  ค  ข  จ
44Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
58) ข้อใดเป็นสาเหตุให้คนที่รับประทานยาบ้า หรือ แอมเฟตามีน มีอาการตื่นตัวและหัวใจเต้นเร็ว
1. แอมเฟตามีนเข้าไปแย่งจับกับตัวรับได้ดีกว่าสารสื่อประสาท
2. แอมเฟตามีนท้าให้มีการสร้างตัวรับที่จะจับกับสารสื่อประสาทมากขึ้น
3. แอมเฟตามีนไปยับยั้งการท้างานของเอนไซม์ที่จะสลายสารสื่อประสาท
4. แอมเฟตามีนไปกระตุ้นให้แอกซอนปล่อยสารสื่อประสาทออกมามากยิ่งขึ้น
ระบบต่อมไร้ท่อ
59) ต่อมไร้ท่อในข้อใดที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากต่อมใต้สมอง
1. ไทมัส รังไข่ ตับอ่อน 2. ไพเนียล ตับอ่อน พาราไทรอยด์
3. รังไข่ ไทรอยด์ ต่อมหมวกไตชั้นนอก 4. ไพเนียล ไทรอยด์ ต่อมหมวกไตชั้นใน
60) ฮอร์โมนใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาระดับน้้าตาล
1. Calcitonin 2. Epinephrine
3. Glucagons 4. Insulin
61) ข้อใดไม่ใช่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ต่อมไทรอยด์
1. Simple goiter 2. Myxedema
3. Cushing’s syndrome 4. Cretinism
62) หญิงคนหนึ่งมีประจ้าเดือนครั้งสุดท้ายวันที่ 25 – 28 พฤศจิกายน ถ้าตรวจระดับฮอร์โมน LH ของหญิงคนนี้
จะพบปริมาณสูงสุดในวันที่เท่าไร
1. 1 - 13 ธันวาคม 2. 6 - 8 ธันวาคม
3. 11 - 12 ธันวาคม 4. 21 - 23 ธันวาคม
63) ฮอร์โมนชนิดใดที่ไม่ได้ผลิตจากต่อมใต้สมอง
1. Growth hormone 2. Gonadotrophin
3. Melatonin 4. Prolactin
64) ขณะที่หญิงสาวมีการตกไข่ ระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศของหญิงในข้อใดถูกต้องที่สุด
1. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจน โพรเจสเทอโรสต่้าที่สุด
2. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจน โพรเจสเทอโรสสูงที่สุด
3. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจนต่้าที่สุด โพเจสเทอโรสเริ่มสูง
4. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจนสูงที่สุด โพรเจสเทอโรนเริ่มลดต่้าลง
65) แพทย์ฉีดฮอร์โมนชนิดใดเพิ่มให้แก่หญิงมีครรภ์ที่มีปัญหาขณะคลอด
1. prolactin
2. progesterone
3. vasopressin
4. oxytocin
66) แมลงสาบตัวเมียสามารถปล่อยฟีโรโมนเพื่อดึงดูดตัวผู้ให้มาผสมพันธุ์ได้ แมลงสาบตัวผู้รับพีโรโมนนี้ผ่านทางใด
1. การกิน
2. การได้ยิน
3. การดูดซึม
4. การดมกลิ่น
45Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
พฤติกรรมของสัตว์
67) พฤติกรรมใดเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายใน
1. สมชายถึงกับกลืนน้้าลาย เมื่อนึกถึงข้าวหมูแดง
2. กลิ่นเน่าของซากหมู ท้าให้สมชายรู้สึกคลื่นไส้
3. สมหญิงรีบเดินไปซื้ออาหาร หลังจากทนหิวในห้องประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง
4. สมศรีหน้าซีด เมื่อพยาบาลแจ้งว่าระดับน้้าตาลในเลือดของเธอสูงกว่าปกติ
68) บ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าของบ้านเลี้ยงสุนัขไว้หนึ่งตัว ทุกครั้งที่เครื่องบินผ่านบ้าน
สุนัขตัวนี้จะวิ่งเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะ เมื่อเวลา 3 เดือนผ่านไป สุนัขตัวนี้ก็ไม่วิ่งหนีอีกต่อไป เป็นพฤติกรรมแบบใด
1. habituation 2. imprinting
3. reasoning 4. trial and error
69) ถ้าน้าลูกสุนัขตัวผู้มาเลี้ยงไว้ในห้องทดลองตัวเดียว โดยไม่เคยพบสุนัขตัวอื่นเลยตั้งแต่อายุ 3 เดือน จนอายุ 10 ปี
จึงน้าสุนัขตัวเมียที่พร้อมจะผสมพันธุ์มาอยู่ด้วยกัน สุนัขตัวผู้มีพฤติกรรมแบบใด
1. สามารถผสมพันธุ์ส้าเร็จ เนื่องจากเป็นสัญชาตญาณ
2. สามารถผสมพันธุ์ส้าเร็จ เนื่องจากเรียนรู้ได้เร็ว
3. ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ เนื่องจากไม่สามารถเรียนรู้ได้ (ไม่เคยเห็นตัวอย่างมาก่อน)
4. ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ เนื่องจากไม่สามารถเรียนรู้ได้ (อายุมากเกินกว่าระยะการฝังใจ)
70) พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่องไม่พบในสัตว์ที่ก้าหนดให้ข้อใด
ก. นก ข. โปรติสต์
ค. หนอนตัวแบน ง. กระต่าย
1. ก 2. ข
3. ข และ ค 4. ก และ ง
71) ปลาว่ายน้้าในลักษณะที่หลังตั้งฉากกับแสงอาทิตย์ และคางคกไม่ยอมกินแมลงที่มีรูปร่างคล้ายผึ้งคือพฤติกรรม
ข้อใด ตามล้าดับ
1. orientation , habituation
2. orientation , trial and error
3. conditioning , learning behavior
4. learning behavior , trial and error
72) ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมที่มีมาแต่ก้าเนิด
1. คางคกเลือกกินเฉพาะแมลงที่ไม่มีพิษ
2. ปลาแซลมอนว่ายทวนน้้ากลับไปวางไข่ในแม่น้้า
3. นกเขาตัวผู้และตัวเมียช่วยกันสร้างรังก่อนที่ตัวเมียจะวางไข่
4. ปลากัดตัวผู้แสดงพฤติกรรมการต่อสู้ได้ดีกว่าปลากัดตัวเมีย
73) การสื่อสารระหว่างสัตว์มีกี่รูปแบบ ได้แก่อะไรบ้าง
1. 4 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง กระแสไฟฟ้าหรือแม่เหล็กโลก การสัมผัส และสารเคมี
2. 4 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง ภาพหรือท่าทาง สารเคมี และการสัมผัส
3. 5 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง กลิ่น กระแสไฟฟ้าหรือแม่เหล็กโลก การสัมผัส และสารเคมี
4. 5 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง กลิ่น ภาพหรือท่าทาง การสัมผัส และสารเคมี
-----------------------------------
46Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 11 โครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก
47Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
48Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
49Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
50Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
51Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 12 การสังเคราะห์ด้วยแสง
52Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Photosynthesis
53Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
54Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
พืช C3 และ C4
55Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
56Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 13 การสืบพันธุ์ของพืชดอก
57Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Alternation of generation
58Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
Gametophyte ของพืชดอก
59Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
60Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
61Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 14 การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช
62Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
แบบทดสอบทบทวนความรู้ 3
ชีวิตและกระบวนการด้ารงชีวิตของพืช
โครงสร้างของพืชดอก
1) เนื้อเยื่อชนิดใดของต้นสักที่น้ามาเป็นไม้กระดานและเสาบ้าน
1. คอร์ก 2. คอร์เทกซ์
3. ไซเลม 4. โฟลเอม
2) ข้อใดเป็นจริงกับเนื้อเยื่อผิวใบ
1. ผิวใบด้านบนของบัวไม่มีปากใบ
2. เฉพาะเซลล์คุมเท่านั้น ที่มีคลอโรพลาสต์
3. เซลล์ทุกเซลล์ของเนื้อเยื่อผิวใบ มีคลอโรพลาสต์
4. ผิวใบด้านบนของชบามีจ้านวนปากใบมากกว่าด้านล่าง
จากลักษณะของพืชต่อไปนี้ จงตอบคาถามข้อ 3 และข้อ 4
A = มีเอนโดเดอมิส B = ไม่มีเอนโดเดอมิส
C = จ้านวนแฉกของไซเลม ไม่เกิน 5 D = มีจ้านวนแฉกของไซเลม เกิน 10
E = มัดท่อล้าเลียงมี 1 มัด อยู่ตรงกลาง F = มัดท่อล้าเลียงมีหลายมัดเรียงเป็น 1 วง
G = มัดท่อล้าเลียงมีหลายมัดเรียงกระจัดกระจาย H = มีเพริไซเคิล
I = ไม่มีเพริไซเคิล J = มีวาสคิวลาร์แคมเบียม
K = ไม่มีวาสคิวลาร์แคมเบียม
3) รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลักษณะตรงกับข้อใด
1. A, C, G, I 2. B, D, E, H
3. C, G, I, J 4. D, E, H, K
4) ล้าต้นพืชใบเลี้ยงคู่ มีลักษณะตรงกับข้อใด
1. A, F, I, J 2. D, E, H, K
3. B, F, I, J 4. C, F, I, K
5) เนื้อเยื่อใดที่ใช้ย้อมซาฟรานีนแล้วติดสีแดง
1. ไซเลมขั้นแรก พิธ โฟลเอมขั้นแรก
2. ไซเลมขั้นแรก โฟลเอมขั้นที่สอง คอร์กแคมเบียม
3. ไซเลมขั้นแรกและขั้นที่สอง โฟลเอมขั้นแรก สเคอเรงคิมา
4. ไซเลมขั้นแรกและขั้นที่สอง โฟลเอมขั้นแรกและขั้นที่สอง ไฟเบอร์
6) โครงสร้างในภาพ พบที่ส่วนใดของพืช
1. ใบของพืชใบเลี้ยงคู่
2. ล้าต้นของพืชใบเลี้ยงคู่
3. ใบของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
4. ล้าต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
63Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
7) เมื่อสิบปีที่แล้ว ได้ตอกตะปูลงบนต้นล้าไยขนาดใหญ่ต้นหนึ่งที่ระดับสูงจากพื้นดิน 1 เมตร ในปัจจุบันตะปูนั้น
อยู่ต้าแหน่งใด และต้นไม้มีลักษณะเป็นอย่างไร
1. ต้าแหน่งเดิม ต้นไม้สูงขึ้น และล้าต้นกว้างขึ้น
2. ต้าแหน่งเดิม ต้นไม้สูงขึ้น แต่ล้าต้นกว้างเท่าเดิม
3. ต้าแหน่งสูงกว่าเดิม ต้นไม้สูงขึ้น และล้าต้นกว้างขึ้น
4. ต้าแหน่งสูงกว่าเดิม ต้นไม้สูงขึ้น แต่ล้าต้นกว้างเท่าเดิม
8) ข้อใดถูกต้องที่สุด
1. รากแขนงเกิดจากผิวด้านนอกของเซลล์ที่ยืดยาวออกมา
2. ส่วนที่อยู่ปลายสุดของรากพืชที่เป็นเนื้อเยื่อเจริญ
3. เทรคีดจัดเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อไซเลม
4. ขนรากเจริญมาจากเพอริไซเคิล
9) ข้อใดไม่ใช่รากที่สะสมอาหาร
1. มันฝรั่ง
2. มันส้าปะหลัง
3. หัวไชเท้า
4. กระชาย
10) ธาตุอาหารทุกตัวในข้อใดเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมาก (macronutrients)
1. C, H, O, Zn
2. N, P, K, Mn
3. Mg, K, S, Ca
4. P, Ca, Mg, Cl
11) ธาตุอาหารชนิดใดมีบทบาทส้าคัญในการรักษาสมดุลของไอออนภายในเซลล์
1. N 2. P
3. K 4. Na
12) ข้อใดไม่ถูกต้องในเรื่องการล้าเลียงในพืช
1. ขนาดของท่อไซเลมใหญ่กว่าท่อโฟลเอม
2. ไม่มีท่อโฟลเอมและท่อไซเลมในขนรากที่ดูดน้้า
3. พืชล้าเลียงน้้าทางท่อไซเลม และล้าเลียงซูโครสทางท่อโฟลเอม
4. พืชล้าเลียงแป้งที่สร้างจากใบไปสะสมที่ราก และล้าเลียงน้้าตาลไปใช้ที่ยอดทางท่อโฟลเอม
13) การจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อชนิดใดในใบที่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง
1. พาลิเสดเซลล์และปากใบ
2. สปันจีเซลล์และปากใบ
3. เนื้อเยื่อล้าเลียงและพาลิเสดเซลล์
4. พาลิเสดเซลล์และสปันจีเซลล์
14) เมื่อทดลองปลูกต้นมะเขือเทศในสารละลายเป็นเวลานาน 3 เดือน พบว่าใบอ่อนหงิกงอ ต้นผลมีรอยบุ๋มและมีสีด้า
ต้นมะเขือเทศนี้ขาดธาตุอาหารชนิดใด
1. คลอรีน 2. แคลเซียม
3. ฟอสฟอรัส 4. โพแทสเซียม
64Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
15) น้้าที่พืชดูดขึ้นไปจากดินนั้น ส่วนใหญ่แล้วพืชน้าไปใช้ในกระบวนการอะไร
1. การล้าเลียงอาหาร และ การสังเคราะห์ด้วยแสง
2. การล้าเลียงอาหาร และ การลดอุณหภูมิของใบ
3. การลดอุณหภูมิของใบ และ การคายน้้า
4. การคายน้้า และ การสังเคราะห์ด้วยแสง
16) ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับการล้าเลียงของพืชได้ถูกต้อง
1. ในพืชพบธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ในปริมาณชนิดละมากกว่า 1%
2. การเคลื่อนที่ของน้้าผ่านทางช่องว่างระหว่างผนังเซลล์เรียกซิมพลาส
3. การล้าเลียงสารอาหารเกิดขึ้นโดยผ่านทางโฟลเอม ซึ่งมีทิศทางการล้าเลียงจากรากขึ้นสู่ยอด
4. ถ้าตัดต้นมะเขือให้มีล้าต้นสูงจากพื้นดินประมาณ 5 ซม. ของเหลวที่ค่อยๆ ซึมออกมาจากรอยตัดเกิดขึ้น
เนื่องจากแรงดันราก
การสังเคราะห์ด้วยแสง
17) สิ่งใดต่อไปนี้พบได้ในคลอโรพลาสต์
ก. สโตรมา ข. ไทลาคอยด์
ค. DNA ง. ไรโบโซม
จ. ไมโทคอนเดรีย
1. ก, ข
2. ก, ข, ค
3. ก, ข, ค, ง
4. ก, ข, ค, ง, จ
18) ปัจจุบันมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน
ถ้าหากปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปัจจุบัน เรื่องใดที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
1. อัตราการสร้าง ATP และ NADPH
2. อัตราการสังเคราะห์ oxaloacetate ของพืช C4
3. อัตราการสังเคราะห์ phosphoglycerate ของพืช C3
4. อัตราการเกิดโฟโตเรสไพเรชันของพืช C3
19) สารคู่ใดเป็นสารที่มีคาร์บอน 3 อะตอม
1. phosphoglycerate ribulose bisphosphate
2. glyceraldehydes-3-phosphate, pyruvic acid
3. oxaloacetic acid, phosphoglycerate
4. pyruvic acid, malic acid
20) ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. กล้วยไม้ และว่านหางจระเข้เป็นพืชแบบ CAM
2. ใบด้านบนของข้าวโพดมีสีเข้ม เนื่องจากเป็นที่อยู่ของชั้นพาลิเซดมีโซฟิลล์
3. ในวัฎจักรคาร์บอนของพืช C4 ขั้นตอนการเปลี่ยนกรดไพรูวิกเป็น PEP จะต้องใช้พลังงานจาก ATP
4. สับปะรดสามารถสังเคราะห์แสงโดยใช้วัฎจักรคัลวินเพียงอย่างเดียวหรือสามารถสังเคราะห์แสง
แบบพืช CAM ได้
65Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
21) จากแผนภาพการสังเคราะห์ด้วยแสงของข้าวโพด สาร ก และ ค คือสารใดตามล้าดับ
1. กรดมาลิก, PGA 2. กรดแอซิติก PEP
3. กรดไพรูวิก, OAA 4. กรดออกซาลิก, CO2
22) ขบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนของปฏิกิริยาแสงในพืช ตัวที่รับอิเล็กตรอนและตัวที่ให้อิเล็กตรอนคืออะไร
ตามล้าดับ
1. H2O, NADPH 2. NADP+
, H2O
3. ATP, plastoquinone 4. ไซโทโครมคอมเพล็กซ์, NADP+
23) แก๊สในบรรยากาศชนิดใดที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง ภายใต้สภาวะของความเข้มแสงที่เหมาะสม
ที่สุด
1. ไฮโดรเจน
2. ไนโตรเจน
3. ออกซิเจน
4. คาร์บอนไดออกไซด์
24) ข้อใดกล่าวถึงการสังเคราะห์แสงในช่วง light reaction ได้ถูกต้อง
1. สารสีที่อยู่ในสโตรมาท้าหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง
2. มีการใช้ ATP ในการแยกสลายโมเลกุลของน้้าเป็นออกซิเจนและโปรตอน
3. ที่เยื่อไทลาคอยด์มีคลอโรฟิลล์เอเพียงชนิดเดียวที่ท้าหน้าที่ดูดพลังงานแสง
4. น้้าเป็นตัวให้อิเล็กตรอน และ NADP+
เป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย
25) ข้อใดกล่าวถึงการสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ถูกต้อง
1. CO2 เข้าสู่วัฎจักรคัลวินโดยท้าปฏิกิริยากับ RuBP
2. น้้าตาลกลูโคสถูกสร้างในช่วง light reaction
3. ปฏิกิริยาในวัฎคัลวินเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ใช้แสง
4. ปฏิกิริยาการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นที่บริเวณสโตรมาของคลอโรพลาสต์
การสืบพันธุ์ของพืชดอก
26) ในพืชชนิดหนึ่งมี megaspore mother cells และ microspore mother cells จ้านวน 6 เซลล์เท่าๆ กัน เมื่อสิ้นสุด
กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ใน embryo จะมีกี่ nuclei จะได้ pollen กี่อัน
1. 24 , 12 2. 12 , 12
3. 48 , 24 4. 48 , 48
66Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
27) เซลล์ในระยะใดเรียกได้เป็น แกมีโตไฟต์เพศผู้ (male gametophyte)
1. ระยะไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์
2. ระยะไมโครสปอร์ (2n)
3. ระยะไมโครสปอร์ (1n)
4. ระยะเป็น generative nucleus และ tube nucleus
28) ข้อใดคือ male gametophyte
1. anther 2. pollen grain
3. microspore 4. microspore mother cell
29) จากภาพไดอะแกรมนี้ จ้านวนชุดโครโมโซมข้อใดถูกต้อง
1. หมายเลข 5 = n หมายเลข 2 = 3n
2. หมายเลข 4 = 2n หมายเลข 3 = 2n
3. หมายเลข 3 = n หมายเลข 5 = 2n
4. หมายเลข 1 = 2n หมายเลข 2 = n
30) การปฏิสนธิซ้อนของพืชดอกหมายถึงข้อใด
1. microspore อันหนึ่งผสมกับเซลล์ไข่ และอีกอันหนึ่งผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ
2. สเปิร์มนิวเคลียส อันหนึ่งผสมกับเซลล์ไข่ และอีกอันหนึ่งผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ
3. ทิวป์นิวเคลียสผสมกับเซลล์ไข่ และสเปิร์มนิวเคลียสผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ
4. สเปิร์มนิวเคลียสผสมกับเซลล์ไข่ และทิวป์นิวเคลียสผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ
31) เมล็ดพืชในข้อใดที่จัดเป็นผล (fruit) ทั้งหมด
1. เมล็ดข้าวเจ้า เมล็ดข้าวโพด เมล็ดถั่วเหลือง
2. เมล็ดข้าวโพด เมล็ดงา เมล็ดถั่วเขียว
3. เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดข้าวเจ้า เมล็ดงา
4. เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดข้าวเจ้า เมล็ดข้าวโพด
32) ข้อใดถูกต้อง
1. ข้าวแต่ละเม็ด คือ 1 ผล (fruit)
2. ข้าวแต่ละเม็ด คือ 1 เมล็ด (seed)
3. แกลบ คือ เปลือกหุ้มเมล็ด (seed coat)
4. แกลบ คือ ส่วนที่เจริญมาจากผนังรังไข่ (ovary)
33) พืชในข้อใดที่ดอกแต่ละดอกมีหลายรังไข่ (ovary)
1. ฟักทอง กล้วย ขนุน 2. ยอ สับปะรด หม่อน
3. การเวก ทุเรียน บัวหลวง 4. จ้าปา กระดังงา สตรอเบอรี
67Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
34) ข้อใดเรียงล้าดับ ผลเดี่ยว ผลกลุ่ม ผลรวม ได้ถูกต้องทั้งหมด
1. ทุเรียน น้อยหน่า ขนุน 2. ล้าไย สับปะรด สตรอเบอรี่
3. สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ ขนุน 4. เงาะ ขนุน สับปะรด
35) เมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดละหุ่งมีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร
1. เหมือนกัน เพราะมีใบเลี้ยงท้าหน้าที่สะสมอาหาร
2. เหมือนกัน เพราะมีเอนโดสเปิร์มท้าหน้าที่สะสมอาหาร
3. ต่างกัน ถั่วเขียวสะสมอาหารในเอนโดสเปิร์ม ละหุ่งสะสมอาหารในใบเลี้ยง
4. ต่างกัน ถั่วเขียวสะสมอาหารในใบเลี้ยง ละหุ่งสะสมอาหารในเอนโดสเปิร์ม
36) ขณะที่เมล็ดถั่วเขียวเริ่มงอกเป็นต้น โครงสร้างส่วนใดที่โผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นอับดับแรก
1. ใบเลี้ยง 2. เอพิคอทิล
3. ไฮโพคอทิล 4. ยอดแรกเกิด
การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช
37) มีฮอร์โมนพืชชนิดใดบ้างที่เกี่ยวกับการควบคุมการงอกของเมล็ดข้าว
1. ออกซิน จิบเบอเรลลิน ไซโทโคนิน 2. จิบเบอเรลลิน ไซโทไคนิน กรดแอบไซซิก
3. ไซโทไคนิน กรดแอบไซซิก เอทิลีน 4. กรดแอบไซซิก ออกซิน จิบเบอเรลลิน
38) สารเคมีชนิดใดที่พืชสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อท้าให้ปากใบปิด
1. ออกซิน 2. ไซโทไคนิน
3. จิบเบอเรลลิน 4. กรดแอบไซซิก
39) ข้อใดเป็นหน้าที่ของจิบเบอเรลลิน
ก. ยับยั้งการเจริญของตาข้าง
ข. กระตุ้นการงอกของเมล็ด
ค. กระตุ้นการเกิดของตาข้าง
ง. กระตุ้นการออกดอกของพืชบางชนิด
จ. พัฒนารังไข่ไปเป็นผลโดยไม่ต้องปฏิสนธิ
1. ก, ข, ง 2. ข, ง, จ
3. ข, ง, ค 4. ค, ง, จ
40) ข้อใดไม่ใช่การเคลื่อนไหวของพืชที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่งภายในพืช
1. การพันหลักของต้นพลูด่าง
2. การหุบและกางใบของไมยราบ และการปิด-เปิดของปากใบ
3. การแตกของผลต้อยติ่งเมื่อถูกฝน และการนอนของใบพืชตระกูลถั่ว
4. การบานของดอกกุหลาบ และการหุบของใบกาบหอยแครง
41) ข้อใดไม่ใช่ทรอปิกมูฟเมนต์
1. ดอกมะลิบานรับแสงตอนเช้า
2. รากของต้นถั่วเขียวงอกเข้าหาดินที่มีความชื้นสูง
3. การงอกของหลอดละอองเรณูเข้าหารังไข่
4. มือเกาะของต้นต้าลึงพันกับรั้วลวดหนาม
-------------------------------------
68Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 15 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
69Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 16 ยีนและโครโมโซม
70Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
71Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
72Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 17 พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง DNA
73Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 18 วิวัฒนาการ
74Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 19 ความหลากหลายทางชีวภาพ
75Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
แบบทดสอบทบทวนความรู้ 4
พันธุศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
1) สัตว์ชนิดหนึ่งมีจีโนไทป์เป็น Aabb จีโนไทป์ของสเปอร์มาโทโกเนียมของสัตว์ตัวนี้คือข้อใด
1. Aabb 2. AAbb
3. Ab และ ab 4. Aa และ bb
2) ในการผสมพันธุ์หนูระหว่างตัวผู้ที่มีจีโนไทป์ AaBbCcDD กับตัวเมียที่มีจีโนไทป์ AabbCcDd และยีนแต่ละคู่ตั้งบน
โครโมโซมคนละแท่ง โอกาสที่จะได้ลูกที่มีจีโนไทป์เป็น AaBbCcDd มีกี่ตัว ถ้าลูกที่เกิดจากการผสมพันธุ์มีทั้งหมด
2,560 ตัว
1. 10 2. 80
3. 160 4. 640
3) หมู่เลือดระบบ ABO ในคนควบคุมด้วยยีนบนออโตโซม โรคตาบอดสีควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซมเพศ
พ่อและแม่มีหมู่เลือด A และตาปกติทั้งคู่ มีลูกชายคนหนึ่งมีหมู่เลือด O และตาบอดสี จงหาอัตราส่วนของ
ฟีโนไทป์ที่จะได้ลูกสาวของพ่อแม่คู่นี้มีหมู่เลือด O และตาปกติ
1. 1/4
2. 3/4
3. 1/2
4. 1/8
4) หมู่เลือดในคนควบคุมด้วยยีนบนออโตโซม โรคตาบอดสีควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซมเพศ พ่อและแม่มี
หมู่เลือด B และตาปกติทั้งคู่ มีลูกชายคนหนึ่งมีหมู่เลือด O และตาบอดสี จงหาอัตราส่วนของฟีโนไทป์ที่จะได้
ลูกชายที่มีหมู่เลือด B และตาปกติ
1. 1/10
2. 3/16
3. 1/8
4. 3/8
5) หญิงคนหนึ่งตาปกติ มีพ่อเป็นโรคตาบอดสี แต่งงานกับชายตาบอดสี มีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคนจงหา
ร้อยละของลูกชายและลูกสาวทั้งสองคนนี้ที่ตาบอดสี ตามล้าดับ
1. 25 และ 25
2. 25 และ 50
3. 50 และ 25
4. 50 และ 50
6) ผู้ชายหมู่เลือดเอ ตาสีฟ้า แต่งงานกับผู้หญิงหมู่เลือดบี ตาสีน้้าตาล ซึ่งมีพ่อตาสีฟ้า โอกาสที่สามีภรรยาคู่นี้จะมีลูก
ที่มีหมู่เลือดโอ และตาสีฟ้าเป็นร้อยละเท่าไร
1. 1.0 2. 6.25
3. 12.5 4. 4.25
76Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
7) ถ้าน้ามะเขือเทศที่มีลักษณะผลสีเหลือง ไปผสมกับมะเขือเทศที่มีลักษณะผลสีแดงต้นที่หนึ่ง และมะเขือเทศที่มี
ลักษณะผลสีแดงต้นที่สอง พบว่าลูก F1 ของมะเขือเทศต้นที่หนึ่ง มีลักษณะผลสีแดงและผลสีเหลืองในอัตราส่วน
เท่าๆ กัน ส่วนลูก F1 ของมะเขือเทศต้นที่สอง มีลักษณะผลสีแดงทั้งหมด ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ยีนลักษณะสีผลของมะเขือเทศต้นที่หนึ่งเป็นเฮเทอโรไซกัส
2. ลักษณะผลสีแดงของมะเขือเทศเป็นยีนเด่น
3. ลักษณะผลสีเหลืองเป็นฮอโมไซกัส
4. มะเขือเทศที่มีลักษณะผลสีแดงต้นที่หนึ่งและต้นที่สองมีจีโนไทป์เหมือนกัน
8) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. ลูกสาวหัวล้านต้องมีพ่อหัวล้าน
2. แม่หัวล้านจะมีลูกชายหัวล้านเสมอ
3. แม่ปกติอาจจะมีลูกชายหัวล้าน
4. แม่ปกติจะมีลูกชายปกติเสมอ
9) หญิงศีรษะไม่ล้านแต่งงานกับชายศีรษะล้าน ได้ลูกสาวศีรษะล้าน โอกาสที่ลูกสาวและลูกชายจะมีศีรษะล้านเป็น
อย่างไร
1. โอกาสที่ลูกชายและลูกสาวจะมีศีรษะล้านได้เท่าๆ กัน
2. โอกาสที่ลูกชายมีศีรษะล้าน 50% ส่วนลูกสาวมีโอกาส 25%
3. โอกาสที่ลูกชายมีศีรษะล้าน 75% ส่วนลูกสาวมีโอกาส 25%
4. โอกาสที่ลูกชายมีศีรษะล้าน 100% ส่วนลูกสาวมีโอกาส 25%
10)
จากข้อมูลข้างบน ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. F1 จะเป็นสีเทา ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ codominance
2. F1 จะเป็นสีขาวสลับด้า ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ incomplete dominance
3. F2 จะเป็นสีด้า : สีขาว = 1 : 1 ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ complete dominance
4. F2 จะเป็นสีด้า : สีเทา : สีขาว = 2 : 4 : 2 ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ incomplete dominance
11) จากการผสมแมลงหวี่ตัวสีน้้าตาลปีกตรง (AaBb) x แมลงหวี่สีด้าปีกกุด (aabb) ถ้าการถ่ายทอดยีนที่ควบคุม
เป็นแบบลิงค์ยีน จะมีสัดส่วนของรุ่น F1 ออกมาเป็นเท่าไร
1. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกกุด : = 2 : 1
2. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกกุด : = 1 : 1
3. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกตรง : ตัวสีน้้าตาลปีกกุด : สีด้าปีกกุด = 9 : 3 : 2 : 1
4. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกตรง : ตัวสีน้้าตาลปีกกุด : สีด้าปีกกุด = 1 : 2 : 2 : 1
P สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสีด้า (พันธุ์แท้) x สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสีขาว (พันธุ์แท้)
F1 สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสี________
F2 (น้า F1 ผสมกันเอง)
F2 (น้า F1 ผสมกันเอง)
77Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
ยีนและโครโมโซม
12) ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบของดีเอ็นเอ
1. ไนโตรจีนัสเบสเชื่อมกับน้้าตาลที่คาร์บอนต้าแหน่งที่ 1
2. มีหมู่ฟอสเฟสเชื่อมกับน้้าตาลที่คาร์บอนต้าแหน่งที่ 3
3. นิวคลีโอไทด์ประกอบด้วยน้้าตาลเพนโตสคือน้้าตาลไรโบส
4. มีไนโตรจีนัสเบสพิวรีน ได้แก่ อะดีนีน ไทมีน และไพริมิดีน ได้แก่ กวานีน ไซโทซีน
13) ดีเอ็นเอโมเลกุลหนึ่งพบปริมาณของ G C เป็นร้อยละ 52 และจากล้าดับเบสของยีนบนดีเอ็นเอโมเลกุลนี้พบว่า
มีสัดส่วนระหว่าง A กับ T เป็น 1 : 3 mRNA ที่ถอดรหัสจากยีนบนดีเอ็นเอโมเลกุลนี้จะมี U อยู่ร้อยละเท่าไร
1. 12
2. 16
3. 24
4. 36
14) โมเลกุลของ DNA ของสัตว์ X และสัตว์ Y ประกอบด้วย 1,500 นิวคลีโอไทด์เท่ากัน และมีอัตราส่วนของ
เบส A เท่ากับ 28% และ 32% ตามล้าดับ ข้อใดถูกต้อง
ก. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีจ้านวนของเบส G มากกว่าสัตว์ Y
ข. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีจ้านวนของเบส G น้อยกว่าสัตว์ Y
ค. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีอุณหภูมิการหลอมเหลวสูงกว่าสัตว์ Y
ง. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีอุณหภูมิการหลอมเหลวต่้ากว่าสัตว์ Y
1. ก และ ค 2. ก และ ง
3. ข และ ค 4. ข และ ง
15) กระบวนการข้อใดไม่มีดีเอ็นเอเกี่ยวข้อง
1. ทราบสคริบชันในยูคาริโอต 2. ทรานสเลชันในยูคาริโอต
3. ทรานสคริบชันในโปรคาริโอต 4. ทรานสเลชันในโปรคาริโอต
16) รหัสพันธุกรรมคืออะไร
1. ล้าดับเบสของยีน
2. ยีนทั้งหมดที่อยู่บนโครโมโซม
3. การแสดงออกทางพันธุกรรมหรือการท้างานของยีน
4. กฎที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างล้าดับนิวคลีโอไทด์กับกรดอะมิโน
17) ก้าหนดให้ สายดีเอ็นเอเป็นดังนี้ 5’ ACGTCAG 3’ เมื่อถอดรหัสเป็น mRNA จะมีล้าดับเป็นอย่างไร
1. 3’ CTGUCGT 5’ 2. 3’ CUGACGU 5’
3. 5’ CTGUCGT 3’ 4. 5’ CUGACGU 3’
18) ถ้าเกิด non-disjunction ที่เซลล์สืบพันธุ์ของแม่ จะมีโอกาสเกิดลูกที่ผิดปกติแบบใดบ้าง
ก. XO ข. OY
ค. XXX ง. XXY
1. ก, ข 2. ข, ค
3. ค, ง 4. ก, ข, ค, ง
19) Down syndrome เกิดมาจากสาเหตุใด
1. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 21 เกิน 1 แท่ง 2. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 21 ขาด 1 แท่ง
3. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 22 เกิน 1 แท่ง 4. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 22 ขาด 1 แท่ง
78Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
20) คนป่วยที่แสดงอาการคริดูชาร์ต (Cri du chat) มีจ้านวนชุดโครโมโซมแบบใด
1. 44 + XO 2. 44 + OY
3. 44 + XY 4. 45 + XX
เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์และดีเอ็นเอ
21) เทคนิคพอลิเมอเรสเชนรีแอกชันเป็นเทคนิคที่เลียนแบบกระบวนการใดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
1. เรพลิเคชัน
2. ทรานสคริบชัน
3. ทรานสเลชัน
4. ไลเกชัน
22) ผลผลิตดีเอ็นเอที่ได้หลังจากการท้าปฏิกิริยาพีซีอาร์นั้นตรงกับกราฟข้อใดมากที่สุดโดยให้แกนตั้งเป็นปริมาณ
ดีเอ็นเอที่ได้ในปฏิกิริยา ส่วนแกนนอนเป็นจ้านวนรอบของการใช้อุณหภูมิในปฏิกิริยา
1. 2.
3. 4.
23) ข้อใดเป็นการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs)
ก. การโคลนนิ่งแกะดอลลี่
ข. การผลิตข้าวที่มีวิตามินเอ (golden rice)
ค. การผลิตฝ้ายบีทีต้านทานหนอนเจาะสมอฝ้าย
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ก และ ค 4. ก ข และ ค
24) ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการ Cloning ของสัตว์
1. ดอลลี่เป็นแกะที่มีพันธุกรรมเหมือนตัวแม่ที่คลอดมันออกมา
2. ดอลลี่เป็นแกะที่สร้างจากเนื้อเยื่อเต้านมของแกะเพศเมียตัวหนึ่ง
3. ดอลลี่เป็นแกะที่สร้างจากเซลล์ตั้งต้นที่มีโครโมโซมเป็น 2n
4. ดอลลี่เป็นแกะที่สร้างโดยใช้วิธี ICSI เข้าช่วย
25) ลายพิมพ์ดีเอ็นเอเหมาะที่จะน้าไปใช้ในกรณีใด
1. ยีนบ้าบัด
2. สร้างยีสต์ที่ผลิตอินซูลิน
3. พิสูจน์บุคคลนิรนาม
4. ตรวจหายีนที่กลายพันธุ์
79Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
วิวัฒนาการ
26) ในประชากรจ้านวนหนึ่งพบว่าลักษณะห่อลิ้นได้เป็นลักษณะเด่น และมีคนห่อลิ้นได้ร้อยละ 91 แอลลีลเด่นและ
แอลลีลด้อย มีความถี่เป็นร้อยละเท่าใดในประชากรกลุ่มนี้
1. 70 , 30 2. 30 , 70
3. 91 , 9 4. 9 , 91
27) ส้ารวจการมีติ่งหูในประชากรภาคเหนือ พบว่าในทุกๆ 100 คน จะมีติ่งอยู่ 64 คน ในจ้านวนนี้จะมี heterozygous
กี่คน
1. 16 2. 32
3. 42 4. 48
28) ประชากรมนุษย์ในสมดุลฮาร์ดี - ไวน์เบิร์ก เป็นคนเผือกซึ่งเป็นลักษณะด้อย 1% นอกนั้นเป็นคนปกติซึ่งมี
ลักษณะเด่น จงหาว่าประชากร 1,000 คน จะเป็น heterozygous กี่คน
1. 90 2. 180
3. 400 4. 810
29) การศึกษาสาขาใดที่ท้าให้ทราบถึงแนวคิดทฤษฎีวิวัฒนาการสังเคราะห์ได้ดีที่สุด
1. ชีวภูมิศาสตร์ 2. อนุกรมวิธาน
3. บรรพชีวินวิทยา 4. พันธุศาสตร์ประชากร
30) ปรากฎการณ์คอขวดมีความส้าคัญอย่างไร
1. ได้ลักษณะทางพันธุกรรมที่ดียิ่งขึ้นในประชากรรุ่นใหม่
2. ท้าให้ประชากรที่ย้ายไปที่อยู่ใหม่มีความถี่ของอัลลีลเปลี่ยนไป
3. ส่งผลต่อการถ่ายเทเคลื่อนย้ายยีนระหว่างประชากรต่างกลุ่มในที่ต่างๆ
4. ท้าให้โครงสร้างพันธุกรรมประชากรเปลี่ยนไปเพราะประชากรมีขนาดเล็กลง
31) ผู้ป่วยรายหนึ่งกินยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน จนเกิดการดื้อยาท้าให้ต้องเปลี่ยนยาให้แรงขึ้นไปเรื่อยๆ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากปรากฎการณ์ใด
ก. Adaptation ข. Mutation
ค. Natural selection ง. Convolution
1. ก, ข 2. ข, ค
3. ค, ง 4. ก, ข, ค
32) ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ท้าให้ความถี่ของอัลลีลเปลี่ยนแปลง
1. ประชากรลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากแผ่นดินไหว
2. การอพยพย้ายถิ่นระหว่างฐานประชากร
3. สัตว์เพศเมียเลือกเพศผู้ที่มีสีสดใส
4. ลูกผสมที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน
33) การส้ารวจนกแซวสวรรค์ในประเทศไทย พบว่า มีทั้งชนิดสีขาวและสีน้้าตาล โดยเฉพาะชนิดสีขาวอยู่ทางภาคใต้
มากกว่าภาคเหนือ ถ้านักเรียนเป็นนักส้ารวจจะสรุปว่านกแซวสวรรค์ทั้งสองสีที่พบในภาคใต้และภาคเหนือเป็น
นกชนิดเดียวกัน จะต้องพิจารณาจากข้อใด
1. กินแมลงชนิดเดียวกัน
2. อยู่ในป่าแบบชื้นเหมือนกัน
3. สามารถผสมพันธุ์กันและออกลูกได้
4. มีลักษณะของตัวอ่อนในไข่เหมือนกัน
80Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
34) ในการเกิดสปีชีส์ใหม่ปัจจัยข้อใดที่มีผลน้อยที่สุด
1. สภาพภูมิศาสตร์ 2. จ้านวนโครโมโซม
3. พฤติกรรมการผสมพันธุ์ 4. ลักษณะทางสัณฐานวิทยา
35) มนุษย์กลุ่มใดที่เริ่มท้าให้เริ่มเกิดการสูญเสียความหลายทางชีวภาพ
1. มนุษย์ปักกิ่ง 2. มนุษย์ปัจจุบัน
3. มนุษย์โครแมนยัง 4. มนุษย์นีแอลเดอร์ทัล
ความหลากหลายทางชีวภาพ
36) โลกของเราเริ่มมีมนุษย์ปรากฎขึ้นมาในยุคใด
1. มหายุคมีโซโซอิก ยุคไทรแอสซิก
2. มหายุคมีโซโซอิก ยุคครีเทเชียส
3. มหายุคซิโนโซอิก ยุคควอเทอนารี
4. มหายุคซีโนโซอิก ยุคเทอเทียรี
37) ชื่อวิทยาศาสตร์ในข้อใดเขียนได้ถูกต้องที่สุด
1. Craseonycteris Tonglongyai Hill
2. Momordica charantia Linn.
3. Dugong dugon Muller
4. Tapirus inducus Desmarest, 1819
38) ล้าดับขั้นการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตข้อใดผิด
1. phylum > class > family > species
2. division > family > order > genus
3. phylum > class > genus > species
4. division > class > order > species
39) ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงโดเมนในการจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต
1. โดเมนสร้างจากข้อมูลกายวิภาคที่ได้จากซากฟอสซิล
2. ไมโครสปอริเดียและดิโพลโมแนดอยู่ในโดเมนเดียวกัน
3. ประกอบด้วยโดเมนหลักและโดเมนย่อยอีกหลายโดเมน
4. เอนเทอโรแบคทีเรียจัดอยู่ในโดเมนกลุ่มที่สร้างมีเทน
40) สิ่งมีชีวิตกลุ่มใดที่สามารถสร้างอาหารเองได้คล้ายพืช
1. โพรทีโอแบคทีเรียและไซยาโนแบคทีเรีย
2. คลาไมเดียและสไปโรคีท
3. โพรทีโอแบคทีเรียและสไปโรคีท
4. คลาไมเดียและไซยาโนแบคทีเรีย
41) ปรากฎการณ์ “ขี้ปลาวาฬ” เกิดขึ้นจากสาเหตุในข้อใด
1. แบคทีเรียแกรมบวกย่อยสลายของเสียจากสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้้า
2. ยูกลีโนซัวเพิ่มจ้านวนอย่างรวดเร็วเนื่องจากปรากฎการณ์โลกร้อน
3. ไดโนแฟลคเจลเลตเพิ่มจ้านวนอย่างรวดเร็วเนื่องจากในน้้ามีสารอาหารสูง
4. สาหร่ายสีเขียวเพิ่มจ้านวนอย่างรวดเร็วเมื่อมีแสงแดดเพียงพอ
81Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
42) ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ระยะแกมีโทไฟต์ของไซแคโดไฟตาสั้นกว่าแอนโทซีโรไฟตา
2. ฟังไจมีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการที่ใกล้ชิดพืชมากกว่าสัตว์
3. สัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดามีการกระจายตัวอยู่แทบทุกแห่งบนโลกเนื่องจากปรับตัวได้ดี
4. สัตว์ในคลาสออสติดไทอิสส่วนใหญ่มีการปฏิสนธิภายนอกและมีความส้าคัญทางเศรษฐกิจ
43) ข้อใดคือลักษณะของยูกลีนา
ก. สังเคราะห์ด้วยแสงได้คล้ายสาหร่าย
ข. ดูดซับสารอินทรีย์จากสิ่งแวดล้อมได้คล้ายรา
ค. เคลื่อนที่ได้และประกอบด้วยหลายเซลล์คล้ายสัตว์
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ก และ ค 4. ก ข และ ค
44) ข้อใดคือลักษณะที่พบทั้งในมอสและปรง
ก. มีเนื้อเยื่อล้าเลียง
ข. มีต้นแกมีโทไฟต์และสปอโรไฟต์
ค. สเปิร์มใช้แฟลคเจลลัมในการเคลื่อนที่และอาศัยน้้าในการปฏิสนธิ
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ก และ ค 4. ก ข และ ค
45) ล้าดับขั้นการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตข้อใดถูกต้อง
1. มอส > ปรง > ตีนตุ๊กแก > บัว
2. ตีนตุ๊กแก > มอส > ปรง > บัว
3. ตีนตุ๊กแก > ปรง > มอส > บัว
4. มอส > ตีนตุ๊กแก > ปรง > บัว
46) ข้อใดเป็นลักษณะร่วมของฟังไจ
1. สร้างไฮฟา 2. สร้างสปอร์ที่มีแฟลกเจลลา
3. สร้างฟรุตติง บอดี 4. ผนังเซลล์มีไคทิน
47) สัตว์ในกลุ่มใดที่สมมาตรแตกต่างกัน
1. มอลลัสกา อาร์โทรโพดา แอนเนลิดา 2. นีมาโทดา แอเนลิดา คอร์ดาตา
3. อาร์โทรโพดา คอร์ดาตา มอลลัสกา 4. นีมาโทดา ไนดาเรีย อาร์โทรโพดา
48) สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรืออยู่รวมกันเป็นโคโลนี ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส อาจมีหรือไม่มีคลอโรฟิลล์จัดอยู่ใน
Kingdom ใด
1. Animalia 2. Fungi
3. Monera 4. Protista
49) สิ่งมีชีวิตมีลักษณะล้าตัวเรียวยาว แหลมหัวแหลมท้าย ไม่มีปล้องที่แท้จริง มีช่องว่างในล้าตัวแบบเทียม
(pseudocoelom) จัดอยู่ใน phylum ใด
1. Annelida 2. Coelenterata
3. Echinodermata 4. Nematode
50) สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่คาดว่าท้าให้บรรยากาศของโลกในอดีต มีปริมาณออกซิเจนมากขึ้น
1. ไซยาโนแบคทีเรีย 2. ไดอะตอม
3. สาหร่ายสีเขียว 4. พืชไม่มีท่อล้าเลียง
82Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
51) สิ่งมีชีวิตในไฟลัมใดที่สามารถย่อยสลายลิกนินในซากพืชได้ดี
1. ไคทริดิโอไมโคตา 2. เบสิดิโอไมโคตา
3. แอสโคไมโคตา 4. ไซโกไมโคตา
52) ข้อใดเป็นลักษณะของฟองน้้าถูตัว
1. สมมาตรแบบด้านข้าง
2. โครงร่างเป็นเส้นใยโปรตีน
3. ตัวอ่อนมีรูปร่างแบบเมดูซาว่ายน้้าเป็นอิสระ
4. มีช่องตรงกลางล้าตัวเป็นช่องน้้าเข้าขนาดใหญ่
53) “.....ชายหนุ่มถูกหมัดกัดก่อนพบตะขาบฝอยที่อาศัยอยู่ใต้กระถางต้นไม้...” จากค้ากล่าวนี้มีสัตว์ในคลาสใดบ้าง
1. อินเซ็คตา แมมมาเลีย ชิโลโพดา
2. ชิโลโพดา อะแรคนิดา แมมมาเลีย
3. แมมมาเลีย ไดโพลโพดา อะแรคนิดา
4. อะแรคนิดา ไดโพลโพดา อินเช็คตา
54) โรคเอดส์หรือโรคที่มีอาการของภูมิคุ้มกันบกพร่อง อันเกิดจากเชื้อไวรัสชนิด HIV มีสารพันธุกรรมเป็นแบบใด
ซึ่งเมื่อเข้าสู่เซลล์จะสร้างสารพันธุกรรมในรูปใด และแทรกเข้าไปอยู่ในส่วนใดของเซลล์ตามล้าดับ
1. DNA RNA และ RNA
2. RNA DNA และ DNA
3. RNA RNA และ DNA
4. RNA DNA และ RNA
55) ข้อใดเป็นลักษณะส้าคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา
1. สามารถด้ารงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีชีวิตอื่นไม่สามารถทนได้
2. มีผนังเซลล์เป็นสารประกอบเพปทิโดไกลแคน
3. มีรูปร่างเป็นทรงกลม ทรงท่อน และทรงเกลียว
4. สารพันธุกรรมในเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้ม
56) ข้อใดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิสตา
1. สาหร่ายผมนาง 2. สาหร่ายหางกระรอก
3. สาหร่ายไฟ 4. สาหร่ายสีน้้าตาล
57) ข้อใดเป็นพืชที่มีเมล็ด
1. หญ้าถอดปล้อง 2. หญ้าคา
3. ย่านลิเภา 4. ผักแว่น
58) ข้อใดเป็นสัตว์เลือดอุ่น
1. จระเข้ 2. ตุ่นปากเป็ด
3. ซาลามานเดอร์ 4. จิ้งเหลน
-------------------------------------------------
83Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 20 ระบบนิเวศ
84Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
ชนิดของไบโอม ลักษณะส้าคัญ
พบบริเวณเส้นศูนย์สูตร ปริมาณน้้าฝนเฉลี่ย 200-400 เซนติเมตรต่อปี
มีฝนตกตลอดปี มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก
มีปริมาณน้้าฝนเฉลี่ย 100 เซนติเมตรต่อปี อากาศค่อนข้างเย็น
พบในเขตละติจูดกลาง ป่าผลัดใบก่อนฤดูหนาว และผลิใบหลังพ้นฤดูหนาว
เขียวชะอุ่มตลอดปี พบในแคนาดา อเมริกา และเขตละติจูด 45-67 องศาเหนือ
มีพืชเด่น คือ ไพน์ เฟอ สพรูซ เฮมลอค
มีน้้าฝนเฉลี่ย 25-50 เซนติเมตรต่อปี รู้จักกันดี เช่น ทุ่งหญ้าแพรี่ (อเมริกาเหนือ)
และทุ่งหญ้าสเตปส์ (รัสเซีย) เหมาะต่อการกสิกรรมและปศุสัตว์
เพราะดินอุดมสมบูรณ์
พบได้ในแอฟริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อากาศร้อน พืชส่วนใหญ่เป็นหญ้า ฤดูร้อนเกิดไฟป่าอยู่เสมอ
มีน้้าฝนเฉลี่ยน้อยกว่า 25 เซนติเมตรต่อปี บางแห่งร้อนมาก อุณหภูมิเหนือพื้นดิน
สูงถึง 60 องศาเซลเซียส ใบพืชจะลดรูปเป็นหนาม ล้าต้นอวบน้้า รู้จักกันดี เช่น
ทะเลทรายโกบี (จีน) ซาฮารา (แอฟริกา) โมฮาวี (อเมริกา)
มีฤดูหนาวยาวนาน ลักษณะเด่น คือ ชั้นดินด้านล่างจะจับตัวเป็นน้้าแข็งอย่างถาวร
พบทางตอนเหนือของอเมริกา ยุโรป เอเชีย มักพบไม้ดอก ไม้พุ่ม และไลเคน
ความหลากหลายของระบบนิเวศ
ระบบนิเวศ
ระบบนิเวศในน้้า
แหล่งน้้าจืด
แหล่งน้้านิ่ง
แหล่งน้้าไหล
แหล่งน้้ากร่อย แหล่งน้้าเค็ม
หาดทราย
หาดหิน
แนวปะการัง
ระบบนิเวศบนบก
ป่าไม้
ป่าผลัดใบ
ป่าเบญจพรรณ
ป่าเต็งรัง
ป่าไม่ผลัดใบ
ป่าดิบชื้น
ป่าดิบแล้ง
ป่าดิบเขา
ป่าสนเขา
ป่าชายเลน
ป่าพรุ
ไบโอมบนบก ใช้ปริมาณน้าฝนและอุณหภูมิเป็นเกณฑ์
85Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
การถ่ายทอดพลังงานในสิ่งมีชีวิต
ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
ปัจจัยทางกายภาพ
อุณหภูมิ
ความชื้น
แสงสว่าง
แก๊ส
ดิน แร่ธาตุ
ความเป็นกรดเบสของดินและน้้า
ปัจจัยทางชีวภาพ
ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน
ภาวะพึ่งพา
ภาวะอิงอาศัย
ภาวะการล่าเหยื่อ
ภาวะปรสิต
ภาวะการแก่งแย่งแข่งขัน
โซ่อาหาร
(Food Chain)
คือ ความสัมพันธ์เชิงอาหารที่มีการถ่ายทอดพลังงานเคมี โดยการ
กินกันเป็นทอดๆ จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค และจากผู้บริโภคไปยัง
ผู้บริโภคล้าดับถัดไป
เช่น ผักกาด  หนอน  นก  คน
ห่วงโซ่อาหาร แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ แบบจับกิน แบบปรสิต
และแบบดีไทรทัส (การย่อยสลาย)
สายใยอาหาร
(Food Web)
คือ ความสัมพันธ์ระหว่างโซ่อาหาร ตั้งแต่ 2 โซ่อาหารขึ้นไป ท้าให้
มีโอกาสถ่ายทอดพลังงานได้หลายทิศทาง
86Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
การหมุนเวียนของสารในระบบนิเวศ
แบ่งเป็น
 การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ (ecological succession)
1. การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ (Primary Succession) คือ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของ
กลุ่มสิ่งมีชีวิต โดยเริ่มต้นจากสถานที่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ก่อน เช่น บริเวณที่เกิดภูเขาไฟระเบิด
2. การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ (Secondary Succession) คือ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของ
กลุ่มสิ่งมีชีวิตในบริเวณที่เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อน แต่ถูกท้าลายด้วยปัจจัยบางอย่าง ตัวอย่าง เช่น
น้้าท่วม ไฟไหม้ป่า ฯลฯ
Climax Community (กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด) หมายถึง สภาพกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันในภาวะที่
ค่อนข้างสมดุล ใช้ระยะเวลาอันยาวนาน หากเกิดการเสียสมดุล เช่น ไฟไหม้ป่า ฯลฯ ก็จะท้าให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ
วัฏจักรแบบสมบูรณ์ (ผ่านดิน น้้า อากาศ) เช่น น้้า ไนโตรเจน คาร์บอน ก้ามะถัน
วัฏจักรแบบไม่สมบูรณ์ (ไม่ผ่านอากาศ) เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม
87Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 21 ประชากร
88Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
กราฟประชากร
89Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
จากภาพพีระมิดโครงสร้างอายุประชากรมนุษย์
ท้าให้สามารถคาดคะเนแนวโน้มของประชากรในประเทศนั้นๆ ได้ เช่น
แบบ ก.
พีระมิดฐานกว้างยอดแหลม
แบบ ข.
พีระมิดรูปกรวยปากแคบ
แบบ ค.
พีระมิดรูประฆังคว่้า
แบบ ง.
พีระมิดรูปดอกบัวตูม
90Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
บทที่ 22 มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
91Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
แบบทดสอบทบทวนความรู้ 5
ชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ระบบนิเวศ
1) ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในข้อใดที่เป็นการแก่งแย่งแข่งขัน
1. ต้นไทรที่เจริญอยู่บนต้นสัก 2. ต้นกกและปลานิลในสระน้้า
3. ดอกไม้ทะเลที่เกาะอยู่บนหลังของปูเสฉวน 4. กาฝากบนต้นมะม่วง
2) นกกาเหว่ามักจะวางไข่ของตัวเองในรังนกกา นกทั้งสองชนิดมีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด
1. ภาวะปรสิต 2. ภาวะอิงอาศัย
3. ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน 4. การแก่งแย่งแข่งขัน
3) การแบ่งไบโอม (Biome) บนบกใช้เกณฑ์ใดเป็นตัวก้าหนด
1. ปริมาณน้้าฝนและความชื้นสัมพัทธ์
2. ปริมาณน้้าฝนและอุณหภูมิ
3. อุณหภูมิและความสูงจากระดับน้้าทะเล
4. อุณหภูมิและปริมาณความชื้น
4) ไบโอมทุนดรามีลักษณะพิเศษที่ต่างจากไบโอมอื่นอย่างไร
1. พบพรุในบางบริเวณ 2. มีปริมาณน้้าฝนตลอดทั้งปี
3. อุณหภูมิต่้าในช่วงหน้าร้อน 4. พบชั้นของดินเป็นน้้าแข็งอย่างถาวร
5) ป่าดิบชื้นพบมากในบริเวณใดของประเทศไทย
1. ภาคเหนือ 2. ภาคตะวันตก
3. ภาคตะวันออก 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
6) เหตุใดจึงพบปะการังเฉพาะบริเวณน้้าตื้น
1. มีออกซิเจนสูงเหมาะแก่การด้ารงชีวิต
2. มีแสงเพียงพอต่อการสร้างสารอาหาร
3. มีแพลงตอนสัตว์ที่เป็นอาหารของปะการังจ้านวนมาก
4. มีอุณหภูมิอบอุ่นเหมาะต่อการสร้างโครงสร้างหินปูน
7) พีระมิดทางนิเวศวิทยา (ecological pyramid) ของระบบนิเวศแบบใดที่บางครั้งกลับหัวโดยมียอดแหลมอยู่ด้านล่าง
1. พีระมิดพลังงาน
2. พีระมิดจ้านวน
3. พีระมิดมวลชีวภาพของระบบนิเวศป่า
4. พีระมิดมวลชีวภาพของระบบนิเวศน้้า
8) วัฎจักรสารในข้อใด ที่ต้องอาศัยจุลินทรีย์ในการรักษาสมดุลของวัฎจักรมากที่สุด
1. คาร์บอน 2. ไนโตรเจน
3. ฟอสฟอรัส 4. น้้า
92Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
9) ข้อใดเกิดการแทนที่แบบทุติยภูมิ (secondary succession)
1. พื้นที่หลังการระเบิดของภูเขาไฟ
2. การเจริญของกลุ่มจุลินทรีย์ในน้้าต้มฟางข้าว
3. พื้นที่หลังการละลายของธารน้้าแข็ง
4. บริเวณไร่เลื่อนลอย
ประชากร
10) การจัดตั้งพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่ประสบผลส้าเร็จมากที่สุดควรเป็นแบบใด
1. มีความหลากหลายของถิ่นอาศัยสูง
2. มีขนาดเล็ก กระจายอยู่บริเวณต่างๆ
3. มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
4. มีถนนตัดผ่านเพื่อความสะดวกในการดูแล
11) การส้ารวจจ้านวนประชากรโดยวิธีการจับซ้้า (capture and recapture method) มีข้อแม้อย่างไร
1. ประชากรต้องมีจ้านวนมากและเป็นกลุ่มใหญ่
2. ประชากรต้องมีการอพยพเข้าและอพยพออก
3. ประชากรแต่ละตัวมีโอกาสตายและถูกจับเท่ากัน
4. ประชากรต้องมีอัตราการเกิดสูง
12) ในการส้ารวจประชากรต้นหญ้าคาในพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร โดยใช้กรอบนับประชากรขนาดกว้าง 2 เมตร
ยาว 2 เมตร สุ่มนับต้นหญ้าคาได้ดังนี้
สุ่มครั้งที่ จ้านวนต้นหญ้า
1 10
2 6
3 13
4 5
5 3
6 11
ในพื้นที่แห่งนี้มีจ้านวนประชากรต้นหญ้าโดยเฉลี่ยเท่ากับกี่ต้น
1. 200
2. 400
3. 800
4. 1,200
13) การกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบการจับกลุ่ม (clumped distribution) พบเมื่อใด
1. สภาพแวดล้อมมีความแตกต่างกัน
2. สภาพแวดล้อมไม่มีความแตกต่างกัน
3. สภาพแวดล้อมไม่มีผลต่อการด้ารงชีวิต
4. ถูกทุกข้อ
93Concept in Biology ; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
14) ข้อใดถูกต้องที่สุด
1. การท้าปิรามิดอายุประชากรของแมลง ประชากรที่มีอายุมากที่สุดอยู่ที่ฐานของปิรามิด
2. หากปิรามิดอายุของประชากรแมลงเป็นรูปโกศ แสดงว่าประชากรมีอัตราการเกิดสูง
3. ระยะวัยหลังการเจริญพันธุ์ของแมลง เป็นระยะที่ส้าคัญในการท้าปิรามิดอายุ
4. แมลงส่วนใหญ่มีระยะวัยก่อนเจริญพันธุ์ยาวนานกว่าระยะอื่น
15) ในปัจจุบันแผนภาพโครงสร้างอายุของประชากร (Age structure diagram) ซึ่งแสดงในรูปพีระมิดของประเทศไทย
เป็นแบบใด และถ้าในอีก 20 ปีข้างหน้าอัตราการเกิดลดลงอย่างมากและมีกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น รูปพีระมิดจะ
เปลี่ยนเป็นแบบใด
1. ฐานกว้างยอดแหลม เปลี่ยนเป็นรูประฆังคว่้า
2. รูประฆังคว่้า เปลี่ยนเป็นรูปกรวยปากแคบ
3. รูปกรวยปากแคบ เปลี่ยนเป็นรูปดอกบัวตูม
4. รูปกรวยปากแคบ เปลี่ยนเป็นรูประฆังคว่้า
มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
16) แนวทางบันไดสามขั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมคือข้อใด
1. การป้องกัน การระมัดระวัง และการก้าจัด
2. การป้องกัน การสืบพบ และการก้าจัด
3. การระมัดระวัง การสืบพบ และการก้าจัด
4. การระมัดระวัง การป้องกัน และการวิจัย
17) ปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวในปัจจุบันเกิดมาจากสารชนิดใดที่ปนเปื้อนในน้้าทะเล
1. ครีมกันแดด 2. ผงซักฟอก
3. สารก้าจัดศัตรูพืชและแมลง 4. น้้ามันและคราบน้้ามัน
18) ข้อใดเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งของเอเชียและแปซิฟิก
1. การคุกคามพื้นที่ปะการัง
2. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าขยายตัวมากขึ้น
3. การปล่อยของเสียลงไปในชายฝั่งและทะเล
4. การจับปลาในน้้าเกินก้าลังการทดแทนตามธรรมชาติ
19) หากโลกยังมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น น้้าแข็งที่ขั้วโลกจะละลายมากยิ่งขึ้น ผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นคือข้อใด
1. ปริมาณน้้าทะเลจะเพิ่มขึ้น
2. ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง
3. ระบบนิเวศชายฝั่งและปะการังถูกท้าลาย
4. ก๊าซ CH4 จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้นและจะท้าให้โลกร้อนยิ่งขึ้น
20) วัฎจักรข้อใดได้รับผลกระทบมากที่สุดจากปรากฎการณ์โลกร้อน
ก. ไนโตรเจน ข. น้้า
ค. คาร์บอน ง. ซัลเฟอร์
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ค และ ง 4. ก และ ง
-------------------------------------------

รวมสรุปเนื้อหาชีววิทยา

  • 1.
  • 2.
    1Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 1 ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
  • 3.
    2Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา วิธีการทางวิทยาศาสตร์
  • 4.
    3Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 2 เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
  • 5.
    4Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา โมเลกุลของน้้า สารชีวโมเลกุลที่เป็น Polymer โปรตีน กับ พันธะเปปไทด์
  • 6.
    5Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา กรดนิวคลีอิก ลิพิด คาร์โบไฮเดรต
  • 7.
    6Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา ปฏิกิริยาและการท้างานของ Enzyme
  • 8.
    7Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต
  • 9.
    8Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา เซลล์ของสิ่งมีชีวิต
  • 10.
    9Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Mitosis VS Meiosis
  • 11.
    10Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 12.
    11Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Meiosis
  • 13.
    12Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา แบบทดสอบทบทวนความรู้ 1 พื้นฐานทางชีววิทยา ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและการศึกษาชีววิทยา 1) คุณสมบัติข้อใดของสิ่งมีชีวิตไม่ถูกต้อง 1. พารามีเซียมมีคอนแทร็กไทล์แวคิวโอลไว้เพื่อรักษาสมดุลของน้้าในเซลล์ 2. แบคทีเรียสร้างสปอร์ไว้เพื่อขยายพันธุ์ 3. หนอนไหมมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ขนาด และรูปร่างขณะเจริญเติบโต 4. พืชไร่มีอายุเพียงหนึ่งฤดูกาลเพาะปลูก 2) ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ที่นักชีววิทยาใช้ในการก้าหนดคุณสมบัติของสิ่งมีชีวิต 1. มีลักษณะที่จ้าเพาะ 2. มีวิวัฒนาการ 3. มีการจัดระบบ 4. มีการสืบพันธุ์ 3) จากการทดลองฉีดพ่นต้นกล้าถั่วลันเตาด้วยฮอร์โมนจิบเบอเรลลินความเข้มข้น 10 ppm เปรียบเทียบกับฉีดพ่น น้้ากลั่น พบว่าความยาวของต้นถั่วลันเตาไม่มีความแตกต่างกัน การทดลองนี้สรุปผลได้อย่างไร 1. ความเข้มข้นของฮอร์โมนจิบเบอเรลลินที่ใช้ไม่เหมาะสม 2. ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินไม่มีผลต่อการยืดยาวของล้าต้นถั่วลันเตา 3. การทดลองไม่เหมาะสมเพราะไม่มีชุดควบคุมเชิงบวก 4. การทดลองผิดพลาดเนื่องจากฮอร์โมนเสื่อมสภาพ 4) ข้อใดเป็นการตั้งสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด 1. ถ้าหอยเป็นผู้ที่กินตะกอนของซากอินทรีย์ดังนั้นในแหล่งน้้าที่มีหอยอาศัยอยู่มากย่อมมีความสะอาด มากกว่า 2. ถ้าความชื้นในดินมีผลต่อการเจริญของพืชดังนั้นพืชที่ได้รับความชื้นเพียงพอย่อมเจริญเติบโตได้ดีกว่าพืช ที่อาศัยในดินที่แห้ง 3. ถ้าการมีพืชปกคลุมดินมีผลต่อปริมาณแมลงในดินดังนั้นดินที่มีพืชปกคลุมจะพบความหนาแน่นประชากร ของแมลงมากกว่าดินที่ไม่มีอะไรปกคลุม 4. ถ้าการให้วิตามินเสริมมีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาดังนั้นหนูทดลองที่ได้รับวิตามินเสริมอย่างต่อเนื่องจะมี ความฉลาดมากกว่าหนูที่ไม่ได้รับวิตามินเสริม เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต 5) ข้อใดสัมพันธ์กัน 1. ไคตินและเซลลูโลสเป็นโพลีเมอร์ของกลูโคส 2. ลิพิดและไกลโคเจนเป็นโพลีเมอร์ของกรดไขมัน 3. ดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอเป็นโพลีเมอร์ของกรดนิวคลีอิก 4. ฮีโมโกลบินและคอลลาเจนเป็นโพลีเมอร์ของกรดอะมิโน
  • 14.
    13Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 6) หมู่ฟังก์ชันกลุ่มใดที่พบในโปรตีน ก. ไฮดรอกซิล ข. คาร์บอกซิล ค. ซัลล์ไฮดริล ง. อะมิโน จ. คีโตน 1. ก, ข, ค 2. ข, ค, ง 3. ค, ง, จ 4. ข, ง, จ 7) การทดลองใช้เอนไซม์อะไมเลสที่เตรียมจากแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติทาง pH เป็นกลาง ย่อยแป้งในเวลา 10 นาที จ้านวน 6 หลอด โดยแต่ละหลอดมีความเข้มข้นของกรดมากไปหาน้อย (10, 10-1 , 10-2 , 10-3 , 10-4 , 10-5 ตามล้าดับ) หลังจากนั้นแบ่งสารละลายออกเป็นสองส่วน น้าไปทดสอบแป้งที่เหลือ โดยการหยดน้้ายาไอโอดีน และ ทดสอบน้้าตาลที่เกิดขึ้นโดยการเติมสารละลายเบเนดิกซ์แล้วน้าไปต้ม จะพบผลการทดลองเป็นอย่างไร 1. หลอดที่มีความเข้มข้นของกรดมากที่สุดมีสีของสารละลายเป็นสีอิฐหรือสีส้ม 2. หลอดที่มีความเข้มข้นของกรดน้อยที่สุดมีสีของสารละลายเป็นสีน้้าเงิน 3. หลอดที่มีความเข้มข้นของกรดน้อยที่สุดมีสีของสารละลายเป็นสีอิฐหรือสีส้ม 4. ไม่มีหลอดใดเกิดการเปลี่ยนแปลง 8) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกรดนิวคลีอิก 1. เป็นสารที่ให้พลังงาน 2. ท้าหน้าที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต 3. ท้าหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตและกระบวนการต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต 4. มีน้้าตาลคาร์บอน 6 อะตอม เป็นส่วนประกอบ 9) จากตัวเลือกที่ก้าหนดให้ ข้อใดมีความสัมพันธ์กับมอลโทสมากที่สุด ก. ไกลโคเจน ข. เดกซ์ทริน ค. ฟรักโทส ง. มอลเทส 1. ก, ข 2. ข, ค 3. ค, ง 4. ก, ค 10) ข้อใดกล่าวถึงปริมาณสารที่พบในร่างกายมนุษย์ได้ถูกต้อง 1. น้้าคือสารอินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุด 2. แร่ธาตุคือสารอนินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุด 3. ไขมันคือสารชีวโมเลกุลที่มีปริมาณน้อยที่สุด 4. โปรตีนคือสารชีวโมเลกุลที่มีปริมาณมากที่สุด 11) ข้อใดจับคู่กับหมู่ฟังก์ชันกับสารชีวโมเลกุล ไม่ถูกต้อง 1. ไฮดรอกซิล - น้้าตาล 2. คาร์บอกซิล - กรดนิวคลีอิก 3. แอลดีไฮด์ - น้้าตาล 4. ซัลฟ์ไฮดริล - โปรตีน
  • 15.
    14Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 12) จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยากับความเข้มข้นของสารตั้งต้นเหตุใดเส้นกราฟช่วงท้ายจึงคงที่ 1. มีสารยับยั้งเกิดขึ้นในปฏิกิริยา 2. มีการใช้พลังงานกระตุ้นคงที่ 3. บริเวณเร่งของเอนไซม์อิ่มตัวด้วยสารตั้งต้น 4. สารตั้งต้นถูกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์หมดแล้ว 13) เมื่อทดลองใช้เอนไซม์อะไมเลสย่อยแป้งในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดต่างๆ กันปรากฏผลดังนี้ หลอดที่ ค่า pH เวลาที่ใช้ย่อย 1 3 15 นาที 2 6 6 นาที 3 7.5 3 นาที 4 10 ไม่เปลี่ยนแปลง การทดลองนี้สรุปผลอย่างไร 1. เอนไซม์ย่อยสารได้ช้าที่สุดที่ค่าพีเอช 3 2. เอนไซม์ย่อยสารได้ช้าที่สุดค่าพีเอชประมาณ 10 3. เอนไซม์ถูกท้าลายและสลายตัวหากค่าพีเอชเกิน 7.5 4. เอนไซม์ท้างานได้ดีที่สุดค่าพีเอชประมาณ 7.5 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต 14) ออร์แกเนลล์ใดที่มีลักษณะเยื่อหุ้มของโครงสร้างแบบเดียวกัน 1. ไรโบโซม และเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม 2. คลอโรพลาสต์ และไลโซโซม 3. กอลจิคอมเพลกซ์ และเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม 4. ไมโทคอนเดรีย และไรโบโซม 15) ออร์แกเนลล์ใดที่ไม่มีเยื่อหุ้มและไม่พบในเซลล์พืช 1. ไรโบโซม 2. เซนทริโอล 3. ไลโซโซม 4. กอลจิบอดี
  • 16.
    15Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 16) ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ภาพ ก พบในเซลล์ของแบคทีเรีย พารามีเซียม และสัตว์ 2. ภาพ ข พบในราก ล้าต้น และใบพืชดอก 3. ภาพ ค สะสมและล้าเลียงสารประกอบพวกโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต 4. ภาพ ง มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นสารประกอบของพวกโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต 17) ออร์แกเนลล์ใดที่มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น A คลอโรพลาสต์ B ไมโทคอนเดรีย C ไลโซโซม D แอนโดพลาสมิกเรติคูลัม E กอลจิคอมเพล็กซ์ 1. A, B 2. B, C 3. A, D 4. B, E 18) ข้อใดกล่าวถึงนิวคลีโอลัสถูกต้อง 1. เห็นได้ชัดขณะที่มีการแบ่งเซลล์ 2. เห็นได้ชัดเจนขณะที่เซลล์มีการสังเคราะห์โปรตีน 3. เป็นโครงสร้างที่มีเยื่อหุ้ม 1 ชั้นเหมือนกับไรโบโซม 4. เป็นโครงสร้างที่มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้นเหมือนกับไมโทคอนเดรีย 19) ข้อใดเรียงล้าดับขนาดของไซโตสเกเลตันจากมากไปหาน้อยได้ถูกต้อง 1. ไมโครฟิลาเมนท์ อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ ไมโครทิวบูล 2. ไมโครทิวบูล อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ ไมโครฟิลาเมนท์ 3. ไมโครฟิลาเมนท์ ไมโครทิวบูล อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ 4. ไมโครทิวบูล ไมโครฟิลาเมนท์ อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ 20) ข้อใดเป็นสารพันธุกรรมที่พบในบริเวณไซโทพลาสซึมของยูคาริโอติกเซลล์ 1. กรดไขมัน 2. กรดอะมิโน 3. กรดไรโบนิวคลีอิก 4. กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก
  • 17.
    16Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 21) เมื่อน้าตัวอักษร ข ไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ และเลื่อนสไลด์ไปทางด้านซ้าย ลักษณะของภาพที่เห็นและ ทิศทางการเคลื่อนที่ของอักษร ข ข้อใดถูกต้อง 1. 2. 3. 4. 22) ข้อใดถูกต้อง 1. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมีก้าลังขยายสูงสุดถึง 50,000 เท่า 2. ภาพที่เกิดขึ้นกับกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดต้องผ่านการเคลือบด้วยทองค้า 3. ตัวอย่างที่ต้องการน้ามาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดต้องผ่านการเคลือบด้วยทองค้า 4. เอิร์น รุสกา และคณะ เป็นนักวิทยาศาสตร์กลุ่มแรกที่สร้างกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่งกราด 23) ข้อใดเป็นการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงที่ไม่ถูกต้อง 1. การปรับไดอะแฟรมช่วยท้าให้เห็นภาพวัตถุได้ชัดเจนขึ้น 2. การเปลี่ยนเลนส์ใกล้วัตถุ ควรหมุนที่แป้นยึดเลนส์ใกล้วัตถุ 3. การเปลี่ยนก้าลังขยาย 10X เป็น 40X จะต้องเลื่อนแท่นวางวัตถุลงก่อน 4. การใช้เลนส์วัตถุก้าลังขยาย 100X ต้องหยดน้้ามันลงบนแผ่นกระจกปิดสไลด์ 24) กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้มีก้าลังขยายเป็น 40 เท่า 100 เท่า และ 400 เท่า เมื่อใช้ไม้บรรทัดใสวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ก้าลังต่้าได้ 2.5 มิลลิเมตร เมื่อน้าไดอะตอมไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์นี้ที่ก้าลังขยาย 400 เท่า พบว่าไดอะตอม มีความยาวประมาณ 1/5 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ไดอะตอมเซลล์นี้มีความยาวกี่มิลลิเมตร 1. 0.05 2. 0.25 3. 0.50 4. 2.50 25) ต้องการวาดภาพขนาดขยาย 400 เท่า ของพารามีเซียม ซึ่งมีความยาว 250 ไมโครเมตร ภาพที่วาดนี้จะมี ความยาวกี่ cm 1. 6.25 2. 10.00 3. 16.00 4. 20.00 26) กระบวนการล้าเลียงสารแบบใดที่ล้าไส้เล็กใช้ในการดูดซึมสารเข้าสู่ร่างกาย 1. กรดไขมันใช้วิธีการแพร่ กรดอะมิโนและกลูโคสใช้วิธีการล้าเลียงแบบแอคทีฟทรานสปอร์ต 2. กรดไขมันใช้วิธีการแพร่ กรดอะมิโนและกลูโคสใช้วิธีการแพร่แบบฟาซิลิเทต 3. กรดไขมันและกรดอะมิโนใช้วิธีการแพร่แบบฟาซิลิเทต กลูโคสใช้วิธีการล้าเลียงแบบแอคทีฟทรานสปอร์ต 4. กรดไขมัน กรดอะมิโน และกลูโคสใช้การแพร่แบบฟาซิลิเทต 27) ค้าศัพท์ใดไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการน้าอาหารเข้าสู่เซลล์และหรือการย่อยอาหาร 1. พิโนไซโตซิส 2. ฟาโกไซโตซิส 3. เอกโซไซโตซิส 4. ไฮโดรไลซิส
  • 18.
    17Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 28) เมื่อน้าชิ้นมันฝรั่งลงในสารละลายน้้าตาลความเข้มข้นต่างๆ เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง แล้วน้าไปชั่งหาน้้าหนักของ ชิ้นมันฝรั่ง กราฟข้อใดแสดงความสัมพันธ์ความเข้มข้นของสารละลายกับน้้าหนักมันฝรั่งหลังแช่ 29) ระยะใดของการแบ่งนิวเคลียสที่มีการเพิ่มจ้านวนโครโมโซมจาก 2n เป็น 4n 1. โพรเฟส 2. เมทาเฟส 3. แอนาเฟส 4. เทโลเฟส 30) การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสในเม็ดเลือดขาวของคน จ้านวนโครมาทิดทั้งหมดในระยะเมทาเฟสจะมีจ้านวนเท่าใด 1. 23 2. 44 3. 46 4. 92 31) ในวัฎจักรของการแบ่งเซลล์ ระยะใดที่มีการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ 1. M 2. G1 3. S 4. G2 32) จากแผนภาพข้างล่าง ข้อใดคือล้าดับการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (egg) 1. 1  5  6  9  10 2. 9  5  11  3  2 3. 8  5  3  7  2 4. 1  9  4  6  10
  • 19.
    18Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 33) เซลล์ที่อยู่ในระยะใด ที่ 1 โครโมโซมมี 1 โครมาติด ก. เมทาเฟส ข. แอนาเฟส ค. เทโลเฟส ง. G1 อินเตอร์เฟส จ. G2 อินเตอร์เฟส 1. ก และ ค 2. ข และ จ 3. ข ค และ ง 4. ก ง และ จ 34) เซลล์ในข้อใดที่สามารถเจริญเข้าสู่วัฎจักรของเซลล์ได้อย่างต่อเนื่อง ก. เซลล์ไข่ (ovum) ข. เซลล์ประสาท ค. เซลล์ผิวหนัง ง. เซลล์ไขกระดูก 1. ก 2. ข 3. ก และ ข 4. ค และ ง ---------------------------------
  • 20.
    19Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 4 การย่อยอาหารและการสลายอาหารระดับเซลล์
  • 21.
    20Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Cellular Respiration
  • 22.
    21Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 23.
    22Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Electron transport chain and Chemiosmosis
  • 24.
    23Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 25.
    24Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 26.
    25Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 5 การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์
  • 27.
    26Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 28.
    27Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 29.
    28Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Growth and development
  • 30.
    29Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 6 การรักษาดุลยภาพในร่างกาย
  • 31.
    30Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Circulatory system กลไกการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล
  • 32.
    31Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 7 การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
  • 33.
    32Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 8 ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
  • 34.
    33Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Brain structure ภาพแสดงโครงสร้างของ Cerebral cortex
  • 35.
    34Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 9 ระบบต่อมไร้ท่อ
  • 36.
    35Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 10 พฤติกรรมของสัตว์
  • 37.
    36Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา แบบทดสอบทบทวนความรู้ 2 ชีวิตและกระบวนการด้ารงชีวิตของสัตว์ การย่อยอาหารและการสลายสารอาหารระดับเซลล์ 1) ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับซีครีติน ก. กระตุ้นการหดตัวของท่อน้้าดี ข. กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน ค. สร้างมาจากล้าไส้ส่วนดูโอดีนัม ง. กระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งแกสตริน 1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข และ ค 4. ข ค และ ง 2) หากต้องการจ้าลองสภาวะการย่อยในกระเพาะอาหารของคนมาไว้ในหลอดทดลอง ข้อใดจะเกิดการย่อยได้ดีที่สุด 1. ใส่ pepsinogen + หมูบด ในหลอดทดลอง 2. ใส่ pepsinogen + HCl + หมูบด ในหลอดทดลอง 3. ใส่ pepsinogen + gastrin + NaHCO3 + หมูบด ในหลอดทดลอง 4. ใส่ pepsinogen + gastrin + HCl + ในหลอดทดลอง น้าไปต้มน้้าเดือดแล้วเติมหมูบด 3) ข้อใดเป็นจริงเกี่ยวกับการท้างานของแบคทีเรียในกระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง ก. ย่อยสลายเซลลูโลสได้แอมโมเนียและกลูโคส ข. สังเคราะห์กรดอะมิโนจากแอมโมเนีย ค. สร้างวิตามินเคและบี 12 1. ก , ข 2. ข , ค 3. ก , ค 4. ก , ข , ค 4) ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนจะมีผลกระทบต่อระบบใดบ้าง ก. การย่อยน้้าตาลแลคโตส ข. การควบคุมระดับน้้าตาล ค. การย่อยอาหารพวกโปรตีน 1. ก , ข 2. ข , ค 3. ก , ค 4. ก , ข , ค 5) เอนไซม์อะไมเลสจะพบได้ที่ทางเดินอาหารส่วนใดของร่างกาย 1. ช่องปาก 2. ช่องปากและกระเพาะอาหาร 3. ช่องปากและล้าไส้เล็ก 4. ช่องปาก กระเพาะอาหารและล้าไส้เล็ก 6) เอนไซม์อะไมเลสย่อยอะไมโลสได้แต่ไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้เพราะสาเหตุใด 1. เซลลูโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4 2. เซลลูโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4 3. อะไมโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4 4. อะไมโลสประกอบด้วยกลูโคสที่ต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิกแบบ  1-4
  • 38.
    37Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 7) โรคหัวใจขาดเลือดอาจมีผลจากการรับประทานอาหารข้อใดมากเกินไป 1. น้้ามันจากปาล์ม 2. น้้ามันจากข้าวโพด 3. น้้ามันจากถั่วเหลือง 4. น้้ามันจากเมล็ดทานตะวัน 8) การสลายโมเลกุลกรดไพรูวิกให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นที่ส่วนใดของเซลล์ กระบวนการนี้เรียกว่า อย่างไร และในกระบวนการนี้จะได้พลังงานรวมทั้งหมดเท่าใด 1. ไมโทคอนเดรีย, วัฎจักรเครบส์, NADH 6 โมเลกุล FADH2 2 โมเลกุล ATP 2 โมเลกุล 2. ไซโทซอลและไมโทคอนเดรีย, ไกลโคไลซิสและวัฎจักรเครบส์, NADH 8 โมเลกุล FADH2 2 โมเลกุล ATP 2 โมเลกุล 3. ไมโทคอนเดรีย, โคเอนไซม์ เอ และวัฎจักรเครบส์, NADH 8 โมเลกุล FADH2 2 โมเลกุล ATP 2 โมเลกุล 4. ไมโทคอนเดรีย, ไกลโคไลซิส, FADH2 2 โมเลกุล ATP 4 โมเลกุล 9) ข้อใดคือตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในกระบวนการหมักของแบคทีเรีย 1. NAD+ 2. กรดไพรูวิก 3. แอซิตัลดีไฮด์ 4. ข้อ 1 และ 2 10) เมื่อสิ้นสุดกระบวนการไกลโคไลซิส คาร์บอนจากน้้าตาลกลูโคสจะอยู่ที่ใด 1. รวมตัวกับ O2 เกิดเป็น CO2 2. รวมตัวกับ ADP แล้วเกิดเป็น ATP 3. ถูกปลดปล่อยในรูปของ CO2 4. ถูกเปลี่ยนไปอยู่ในโมเลกุลของ pyruvate 11) เมื่อน้ายีสต์ที่เคยเลี้ยงในสภาพ aerobic มาเลี้ยงในสภาพ anaerobic ยีสต์ต้องมีอัตราการใช้กลูโคสเปลี่ยนไปอย่างไร เพื่อที่จะให้สามารถผลิต ATP ได้เท่าเดิมเหมือนในสภาพ aerobic 1. เพิ่มขึ้น 2 เท่า 2. ลดลง 2 เท่า 3. เพิ่มขึ้น 19 เท่า 4. ลดลง 19 เท่า 12) ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการสลายโมเลกุลสารอาหาร 1. ผลลัพธ์ของไกลโคลิซิสคือ 4ATP + 2NADH + 2 pyruvic acid 2. กลีเซอรอลและกรดไขมันถูกเปลี่ยนเป็นสารตัวกลางในวัฎจักรเครบส์ 3. ATP ถูกใช้กระบวนการไกลโคไลซิสเท่านั้น 4. กรดอะมิโนทุกชนิดถูกเปลี่ยนเป็นกรดไพรูวิกเพื่อเข้าสู่ไกลโคไลซิส 13) ในคนที่ได้รับสารไซยาไนด์ การสลายมอลโทส 1 โมเลกุลโดยเซลล์ตับจะได้พลังงานที่อยู่ในรูป ATP ทั้งหมด กี่โมเลกุล 1. 4 2. 8 3. 38 4. 76 การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์ 14) โครงสร้างใดท้าหน้าที่ในทั้งระบบขับถ่ายและระบบสืบพันธุ์เพศชาย 1. Urethra 2. Ureter 3. Seminiferous tubule 4. Vas deferens
  • 39.
    38Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 15) จากรูป เป็นแผนภาพการแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ในรังไข่ของผู้หญิงก่อนวัยเจริญพันธุ์จะพบในเซลล์ใด 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 16) การเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมีผลต่อสเปิร์มในแง่ใด 1. หน้าที่ 2. รูปร่าง 3. การเคลื่อนที่ 4. จ้านวน 17) โครงสร้างข้อใดท้าหน้าที่น้อยที่สุดในตัวอ่อนของคน 1. รก 2. สายสะดือ 3. ถุงน้้าคร่้า 4. ถุงแอลแลนทอยส์ 18) ภาวะใดไม่จัดเป็นภาวะการมีบุตรยาก 1. ในน้้าอสุจิขาดน้้าตาลฟรักโตส 2. ช่องคลอดหรือท่อน้าไข่ตีบตัน 3. การขาดฮอร์โมนโดยเฉพาะโปรเจสเตอโรน 4. จ้านวนอสุจิมีมากกว่า 30 ล้านเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร 19) กระบวนการเจริญของตัวอ่อนที่เซลล์มีการเคลื่อนที่ และจัดเรียงตัวเป็นเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ มีชื่อเรียกว่าอะไร 1. Blastulation 2. Cleavage 3. Gastrulation 4. Organogenesis 20) ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์สืบพันธุ์และระยะเวลาของการสร้างในมนุษย์วัยเจริญพันธุ์ 1. อสุจิสร้างได้ตลอดเวลา 2. เซลล์ไข่ (ovum) สร้างขึ้นทุกเดือน 3. โพลาร์บอดีระยะที่หนึ่งสร้างขึ้นทุกเดือน 4. โอโอไซต์ระยะที่สองสร้างขึ้นทุกเดือน 21) ในรังไข่ของเด็กแรกเกิด จะตรวจพบเซลล์ไข่เจริญอยู่ในระยะใด 1. Oogonium 2. Primary oocyte 3. Secondary oocyte 4. Primordial germ cell 22) ข้อใดไม่ใช่การปรับตัวของเอมบริโอของสัตว์ที่ขึ้นมาอาศัยอยู่บนบก 1. มีถุงคอเรียนท้าหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส 2. มีถุงแอลแลนทอยส์เพื่อเก็บสะสมกรดยูริก 3. มีถุงน้้าคร่้าเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน 4. เซลล์ไข่มีปริมาณไข่แดงสะสมอยู่ปริมาณมาก
  • 40.
    39Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 23) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของสัตว์ 1. สัตว์มีกระดูกสันหลังบางชนิดมีการปฏิสนธินอกตัว 2. สัตว์มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่มีอวัยวะเพศแยกกันอยู่คนละตัว 3. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดมีอวัยวะเพศทั้งสองเพศในตัวเดียวกัน 4. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังไม่มีชนิดการสอดใส่อวัยวะเพศผู้เข้าสู่อวัยวะเพศเมีย ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต 24) การแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์ในข้อใดไม่ต้องอาศัยถุงลม (alveolus) 1. กิ้งก่า งูดิน วาฬ 2. ปลาดุก นกเอี้ยง ดาวทะเล 3. ลูกอ๊อดกบ ม้าน้้า คางคก 4. งูดิน ค้างคาว นกกระจอก 25) ปฏิกิริยา CO2 + H2O  H2CO3 พบได้ที่ใด 1. พลาสมาในเส้นเลือดฝอยรอบถุงลมปอด 2. พลาสมาในเส้นเลือดฝอยรอบเซลล์ร่างกาย 3. เม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดฝอยรอบถุงลมปอด 4. เม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดฝอยรอบเซลล์ร่างกาย 26) เมื่อเลือดมีฤทธิ์เป็นกรด ข้อความใดมีผลสอดคล้องกันมากที่สุด 1. จะกระตุ้นสมองส่วนพอนส์และเมดัลลาให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับ การหายใจให้หายใจเร็วขึ้น 2. จะกระตุ้นสมองส่วนพอนส์และเมดัลลาให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับ การหายใจให้หายใจช้าลง 3. จะกระตุ้นสมองส่วนซีรีบรัลคอร์เทกซ์ ไฮโปทัลลามัสและซีรีเบลลัมให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้น กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจให้หายใจเร็วขึ้น 4. จะกระตุ้นสมองส่วนซีรีบรัลคอร์เทกซ์ ไฮโปทัลลามัสและซีรีเบลลัมให้ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้น กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจให้หายใจช้าลง 27) สิ่งที่ก้าหนดให้ ข้อใดที่มีความจ้าเป็นต่อการแลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์ ก. การแพร่ ข. ผนังบาง และมีผิวเปียกขึ้น ค. เซลล์เม็ดเลือดแดง ง. ฮีโมโกลบิน 1. ก และ ข 2. ค และ ง 3. ก ข และ ค 4. ข ค และ ง 28) สัตว์ในข้อใดมีการก้าจัดของเสียที่เป็นสารประกอบไนโตรเจนชนิดเดียวกัน 1. วาฬ ฉลาม คางคก 2. กบ จิ้งจก ไส้เดือนดิน 3. ฟองน้้า หอยทาก พลานาเรีย 4. ปลานิล จิ้งหรีด ไส้เดือนดิน
  • 41.
    40Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 29) ข้อใดถูกเกี่ยวกับการขับถ่ายที่ไตของคน ก. ยูเรียจะถูกขับออกมาในปัสสาวะทั้งหมด ข. การกรองที่โกลเมอรูลัสลดลงในเวลากลางคืน ค. HCO3 จะถูกดูดกลับที่ท่อขดส่วนต้นและที่ท่อรวม ง. การดูดกลับของ Na และ H2O เกิดได้ทุกส่วนของท่อหน่วยไต 1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข และ ง 4. ข ค และ ง 30) อวัยวะหรือออร์แกเนลล์ชนิดใดที่ไม่ได้ใช้ขับของเสียพวกสารประกอบไนโตรเจนจากร่างกาย 1. เฟลมเซลล์ 2. เนฟริเดียม 3. ท่อมัลพิเกียน 4. คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล 31) เมื่อเราเข้าห้องอบไอน้้านานๆ จะไม่มีปรากฎการณ์ใดเกิดขึ้น 1. ขนลุก 2. เหงื่อออก 3. ตัวร้อนกว่าปกติ 4. หน้าแดง ตัวแดง 32) คนที่รับประทานยาลดความดันที่มีคุณสมบัติเป็นกรดไดยูเรติก ควรได้รับการแนะน้าให้รับประทานผักและผลไม้ ที่ก้าหนดในข้อใด ก. กล้วย ข. แตงโม ค. ผักโขม ง. ใบชะพลู 1. ก และ ข 2. ค และ ง 3. ก และ ค 4. ข ค และ ง 33) สารที่ก้าหนดให้ ข้อใดพบในของเหลวที่กรองผ่านโกลเมอรูลัสของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ก. เกลือแร่ ข. ยูเรีย ค. กลูโคส ง. กรดอะมิโน จ. โปรตีนในน้้าเลือด 1. ค และ จ 2. ก ง และ จ 3. ก ข ค และ ง 4. ก ข ค และ จ 34) ข้อใดไม่ใช่การปรับตัวสู่สภาวะเดิมของร่างกาย เมื่อ pH ของเลือดลดลง 1. อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น 2. การขับ H+ ออกทางไตเพิ่มขึ้น 3. ความดัน CO2 ของเลือดเพิ่มขึ้น 4. ตัวรับสารเคมีของเลือดแดงถูกกระตุ้น 35) สารใดไม่จ้าเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดในร่างกายของคน 1. แคลเซียม 2. วิตามิน เค 3. ไฟบริโนเจน 4. โปแตสเซียม 36) อวัยวะใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนเลือด ระบบน้้าเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน 1. ต่อมทอนซิล 2. ต่อมไทมัส 3. ต่อมไทรอยด์ 4. ไขกระดูก
  • 42.
    41Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 37) สัตว์ในข้อใดมีระบบเลือดแบบเดียวกัน ก. ไส้เดือน ข. แมลงสาบ ค. กุ้ง ง. ปลา จ. กบ 1. ก, ข, ค 2. ก, ง, จ 3. ข, ค, จ 4. ค, ง, จ 38) การตรวจเลือดในผู้ป่วยเอดส์จะพบเม็ดเลือดขาวชนิดใดน้อยที่สุด 1. eosinophil 2. basophil 3. neutrophil 4. lymphocyte 39) ข้อใดเกี่ยวกับการรักษาสมดุลของระดับแคลเซียมในร่างกายมนุษย์ 1. วิตามินดี 2. วิตามินอี 3. วิตามินซี 4. วิตามินเอ 40) สารในข้อใดมีความจ้าเป็นต่อสารแข็งตัวของเลือด 1. แคลเซียม เฮปาริน โปรทอมบิน 2. เฮปาริน โปรทอมบิน วิตามินเค 3. แคลเซียม โปรทอมบิน วิตามินเค 4. แคลเซียม เฮปาริน โปรทอมบิน วิตามินเค 41) เพราะเหตุใดจึงต้องน้าเอาทารกที่คลอดก่อนก้าหนดไปเลี้ยงต่อในตู้อบระยะหนึ่งก่อน ก. ระบบหายใจยังไม่ท้างาน ข. ระบบขับถ่ายยังไม่ท้างาน ค. ระบบหมุนเวียนโลหิตยังไม่ท้างาน ง. ระบบควบคุมอุณหภูมิยังไม่ท้างาน 1. ก และ ค 2. ข และ ค 3. ก และ ง 4. ข ค และ ง 42) สตรีที่ก้าลังตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการได้รับวัคซีนในข้อใด ก. คางทูม ข. ไทฟอยด์ ค. โปลิโอ ง. หัดเยอรมัน จ. อหิวาตกโรค 1. ก ข และ ค 2. ก ค และ ง 3. ข ง และ จ 4. ค ง และ จ 43) การฉีดวัคซีนและการฉีดเซรุ่มเข้าสู่ร่างกายมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร 1. เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นการฉีดแอนติบอดีเข้าสู่ร่างกายเพื่อต้านเชื้อโรค 2. เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต้านเชื้อโรค 3. ต่างกัน เพราะวัคซีนเป็นการฉีดแอนติเจน ส่วนซีรัมเป็นการฉีดแอนติบอดีเข้าสู่ร่างกาย 4. ต่างกัน เพราะวัคซีนเป็นการฉีดแอนติบอดี ส่วนซีรัมเป็นการฉีดแอนติเจนเข้าสู่ร่างกาย
  • 43.
    42Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต 44) สัตว์ในข้อใดที่อาศัยระบบการเคลื่อนที่แบบเดียวกัน 1. ไส้เดือนดิน วาฬ หมึก 2. หมึก ดาวทะเล หอยกาบ 3. ไฮดรา ดอกไม้ทะเล แมลงดานา 4. หนอนตัวกลม พลานาเรีย แมงกะพรุน 45) การท้างานของกล้ามเนื้อแบบแอนตาโกนิซึม พบในสัตว์ชนิดใดบ้าง 1. ไส้เดือนดิน ตั๊กแตน ไฮดรา 2. ตั๊กแตน ไฮดรา ดอกไม้ทะเล 3. ไส้เดือนดิน ตั๊กแตน พลานาเรีย 4. ไส้เดือนดิน ดอกไม้ทะเล พลานาเรีย 46) ข้อต่อระหว่างกระดูกข้อนิ้วมือเป็นการต่อแบบใด 1. แบบเดือย 2. แบบอานม้า 3. แบบสไลด์ 4. แบบบานพับ 47) ข้อใดเรียงล้าดับขนาดได้ถูกต้อง 1. muscle fiber > myofibril > myosin 2. muscle cell > muscle fiber > myosin 3. myofibril > muscle fiber > myosin 4. myofibril > muscle cell > myosin 48) ข้อต่อกระดูกที่ใดที่เคลื่อนไหวไม่ได้ 1. ซี่โครง 2. กะโหลกศีรษะ 3. กระดูกสันหลัง 4. กระดูกปลายแขนต่อกับมือ 49) ข้อความข้อใดผิด 1. เมื่อกล้ามเนื้อไบเซพหดตัวและไตรเซพคลายตัวท้าให้แขนเหยียดออก 2. การหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดจากการเคลื่อนตัวของแอกตินเข้าหากันตรงกลาง 3. เซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจจะมีรูปร่างทรงกระบอก มีลาย แต่ตอนปลายของเซลล์มีการแตกแขนงและ เชื่อมโยงติดต่อกันกับเซลล์ข้างเคียง 4. เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวจะเกิดแรงดึงให้กระดูกทั้งท่อนเคลื่อนไหวได้เพราะระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกมีเอ็น ยึดกระดูกยึดอยู่ด้วยกัน ระบบประสาทและการตอบสนองของสิ่งมีชีวิต 50) การดื่มเหล้าแล้วเสียการทรงตัว เนื่องจากการควบคุมของสมองส่วนใด 1. cerebrum 2. cerebellum 3. medulla oblongata 4. brain stem
  • 44.
    43Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 51) คนที่ฉลาดแก้ไขปัญหาเก่ง จะมีเซลล์ประสาทในข้อใดมาก 52) สัตว์มีกระดูกสันหลังประเภทใดที่มีสมองส่วนซีรีบรัมเจริญมากที่สุด 1. นก 2. ปลา 3. สัตว์เลื้อยคลาน 4. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 53) สารใดไม่จัดเป็น neurotransmitter 1. Acetylene 2. Acetylcholine 3. Endorphin 4. Norepinephrine 54) CN VII และ CN IX จะท้าหน้าที่ร่วมกันรับความรู้สึกที่อวัยวะใด 1. หู 2. จมูก 3. ผิวหนัง 4. ลิ้น 55) ข้อใดถูกต้อง ก. ขนาดของกระแสประสาทขึ้นอยู่กับความแรงของการกระตุ้น ข. ความเร็วของกระแสประสาทจะเพิ่มขึ้นเมื่อความแรงของการกระตุ้นเพิ่มขึ้น ค. จ้านวนของเส้นใยประสาทที่ถูกกระตุ้นจะเพิ่มขึ้นเมื่อความแรงของการกระตุ้นเพิ่มขึ้น ง. ความเร็วของการส่งกระแสประสาทขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของแอกซอน 1. ก และ ข 2. ค และ ง 3. ก ข และ ค 4. ก ข ค และ ง 56) ข้อใดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับเซลล์ประสาทที่มีศักย์ไฟฟ้า = +50 มิลลิโวลต์ 1. เกิดรีโพราไรเซซั่น (repolarization) และมี Na+ ภายในเซลล์มากกว่านอกเซลล์ 2. เกิดรีโพราไรเซซั่น (repolarization) และมี Na+ ภายนอกเซลล์มากกว่าในเซลล์ 3. เกิดดีโพราไรเซซั่น (depolarization) และมี Na+ ภายในเซลล์มากกว่านอกเซลล์ 4. เกิดดีโพราไรเซซั่น (depolarization) และมี Na+ ภายนอกเซลล์มากกว่าในเซลล์ 57) “การยกมือขึ้นไปปัดมดที่ไต่บนใบหน้า” มีล้าดับเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงกับข้อใด ก. ผิวหนัง ข. กล้ามเนื้อแขน ค. ไขสันหลัง ง. สมอง จ. กล้ามเนื้อมือ 1. ก  ค  ข  จ 2. ก  ง  ค  จ 3. ก  ข  ค  ง  จ 4. ก  ง  ค  ข  จ
  • 45.
    44Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 58) ข้อใดเป็นสาเหตุให้คนที่รับประทานยาบ้า หรือ แอมเฟตามีน มีอาการตื่นตัวและหัวใจเต้นเร็ว 1. แอมเฟตามีนเข้าไปแย่งจับกับตัวรับได้ดีกว่าสารสื่อประสาท 2. แอมเฟตามีนท้าให้มีการสร้างตัวรับที่จะจับกับสารสื่อประสาทมากขึ้น 3. แอมเฟตามีนไปยับยั้งการท้างานของเอนไซม์ที่จะสลายสารสื่อประสาท 4. แอมเฟตามีนไปกระตุ้นให้แอกซอนปล่อยสารสื่อประสาทออกมามากยิ่งขึ้น ระบบต่อมไร้ท่อ 59) ต่อมไร้ท่อในข้อใดที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากต่อมใต้สมอง 1. ไทมัส รังไข่ ตับอ่อน 2. ไพเนียล ตับอ่อน พาราไทรอยด์ 3. รังไข่ ไทรอยด์ ต่อมหมวกไตชั้นนอก 4. ไพเนียล ไทรอยด์ ต่อมหมวกไตชั้นใน 60) ฮอร์โมนใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาระดับน้้าตาล 1. Calcitonin 2. Epinephrine 3. Glucagons 4. Insulin 61) ข้อใดไม่ใช่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ต่อมไทรอยด์ 1. Simple goiter 2. Myxedema 3. Cushing’s syndrome 4. Cretinism 62) หญิงคนหนึ่งมีประจ้าเดือนครั้งสุดท้ายวันที่ 25 – 28 พฤศจิกายน ถ้าตรวจระดับฮอร์โมน LH ของหญิงคนนี้ จะพบปริมาณสูงสุดในวันที่เท่าไร 1. 1 - 13 ธันวาคม 2. 6 - 8 ธันวาคม 3. 11 - 12 ธันวาคม 4. 21 - 23 ธันวาคม 63) ฮอร์โมนชนิดใดที่ไม่ได้ผลิตจากต่อมใต้สมอง 1. Growth hormone 2. Gonadotrophin 3. Melatonin 4. Prolactin 64) ขณะที่หญิงสาวมีการตกไข่ ระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศของหญิงในข้อใดถูกต้องที่สุด 1. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจน โพรเจสเทอโรสต่้าที่สุด 2. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจน โพรเจสเทอโรสสูงที่สุด 3. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจนต่้าที่สุด โพเจสเทอโรสเริ่มสูง 4. ระดับฮอร์โมนของ FSH, LH, เอสโตรเจนสูงที่สุด โพรเจสเทอโรนเริ่มลดต่้าลง 65) แพทย์ฉีดฮอร์โมนชนิดใดเพิ่มให้แก่หญิงมีครรภ์ที่มีปัญหาขณะคลอด 1. prolactin 2. progesterone 3. vasopressin 4. oxytocin 66) แมลงสาบตัวเมียสามารถปล่อยฟีโรโมนเพื่อดึงดูดตัวผู้ให้มาผสมพันธุ์ได้ แมลงสาบตัวผู้รับพีโรโมนนี้ผ่านทางใด 1. การกิน 2. การได้ยิน 3. การดูดซึม 4. การดมกลิ่น
  • 46.
    45Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา พฤติกรรมของสัตว์ 67) พฤติกรรมใดเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายใน 1. สมชายถึงกับกลืนน้้าลาย เมื่อนึกถึงข้าวหมูแดง 2. กลิ่นเน่าของซากหมู ท้าให้สมชายรู้สึกคลื่นไส้ 3. สมหญิงรีบเดินไปซื้ออาหาร หลังจากทนหิวในห้องประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง 4. สมศรีหน้าซีด เมื่อพยาบาลแจ้งว่าระดับน้้าตาลในเลือดของเธอสูงกว่าปกติ 68) บ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าของบ้านเลี้ยงสุนัขไว้หนึ่งตัว ทุกครั้งที่เครื่องบินผ่านบ้าน สุนัขตัวนี้จะวิ่งเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะ เมื่อเวลา 3 เดือนผ่านไป สุนัขตัวนี้ก็ไม่วิ่งหนีอีกต่อไป เป็นพฤติกรรมแบบใด 1. habituation 2. imprinting 3. reasoning 4. trial and error 69) ถ้าน้าลูกสุนัขตัวผู้มาเลี้ยงไว้ในห้องทดลองตัวเดียว โดยไม่เคยพบสุนัขตัวอื่นเลยตั้งแต่อายุ 3 เดือน จนอายุ 10 ปี จึงน้าสุนัขตัวเมียที่พร้อมจะผสมพันธุ์มาอยู่ด้วยกัน สุนัขตัวผู้มีพฤติกรรมแบบใด 1. สามารถผสมพันธุ์ส้าเร็จ เนื่องจากเป็นสัญชาตญาณ 2. สามารถผสมพันธุ์ส้าเร็จ เนื่องจากเรียนรู้ได้เร็ว 3. ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ เนื่องจากไม่สามารถเรียนรู้ได้ (ไม่เคยเห็นตัวอย่างมาก่อน) 4. ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ เนื่องจากไม่สามารถเรียนรู้ได้ (อายุมากเกินกว่าระยะการฝังใจ) 70) พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่องไม่พบในสัตว์ที่ก้าหนดให้ข้อใด ก. นก ข. โปรติสต์ ค. หนอนตัวแบน ง. กระต่าย 1. ก 2. ข 3. ข และ ค 4. ก และ ง 71) ปลาว่ายน้้าในลักษณะที่หลังตั้งฉากกับแสงอาทิตย์ และคางคกไม่ยอมกินแมลงที่มีรูปร่างคล้ายผึ้งคือพฤติกรรม ข้อใด ตามล้าดับ 1. orientation , habituation 2. orientation , trial and error 3. conditioning , learning behavior 4. learning behavior , trial and error 72) ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมที่มีมาแต่ก้าเนิด 1. คางคกเลือกกินเฉพาะแมลงที่ไม่มีพิษ 2. ปลาแซลมอนว่ายทวนน้้ากลับไปวางไข่ในแม่น้้า 3. นกเขาตัวผู้และตัวเมียช่วยกันสร้างรังก่อนที่ตัวเมียจะวางไข่ 4. ปลากัดตัวผู้แสดงพฤติกรรมการต่อสู้ได้ดีกว่าปลากัดตัวเมีย 73) การสื่อสารระหว่างสัตว์มีกี่รูปแบบ ได้แก่อะไรบ้าง 1. 4 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง กระแสไฟฟ้าหรือแม่เหล็กโลก การสัมผัส และสารเคมี 2. 4 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง ภาพหรือท่าทาง สารเคมี และการสัมผัส 3. 5 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง กลิ่น กระแสไฟฟ้าหรือแม่เหล็กโลก การสัมผัส และสารเคมี 4. 5 รูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารด้วยเสียง กลิ่น ภาพหรือท่าทาง การสัมผัส และสารเคมี -----------------------------------
  • 47.
    46Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 11 โครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก
  • 48.
    47Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 49.
    48Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 50.
    49Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 51.
    50Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 52.
    51Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 12 การสังเคราะห์ด้วยแสง
  • 53.
    52Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Photosynthesis
  • 54.
    53Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 55.
    54Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา พืช C3 และ C4
  • 56.
    55Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 57.
    56Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 13 การสืบพันธุ์ของพืชดอก
  • 58.
    57Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Alternation of generation
  • 59.
    58Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา Gametophyte ของพืชดอก
  • 60.
    59Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 61.
    60Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 62.
    61Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 14 การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช
  • 63.
    62Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา แบบทดสอบทบทวนความรู้ 3 ชีวิตและกระบวนการด้ารงชีวิตของพืช โครงสร้างของพืชดอก 1) เนื้อเยื่อชนิดใดของต้นสักที่น้ามาเป็นไม้กระดานและเสาบ้าน 1. คอร์ก 2. คอร์เทกซ์ 3. ไซเลม 4. โฟลเอม 2) ข้อใดเป็นจริงกับเนื้อเยื่อผิวใบ 1. ผิวใบด้านบนของบัวไม่มีปากใบ 2. เฉพาะเซลล์คุมเท่านั้น ที่มีคลอโรพลาสต์ 3. เซลล์ทุกเซลล์ของเนื้อเยื่อผิวใบ มีคลอโรพลาสต์ 4. ผิวใบด้านบนของชบามีจ้านวนปากใบมากกว่าด้านล่าง จากลักษณะของพืชต่อไปนี้ จงตอบคาถามข้อ 3 และข้อ 4 A = มีเอนโดเดอมิส B = ไม่มีเอนโดเดอมิส C = จ้านวนแฉกของไซเลม ไม่เกิน 5 D = มีจ้านวนแฉกของไซเลม เกิน 10 E = มัดท่อล้าเลียงมี 1 มัด อยู่ตรงกลาง F = มัดท่อล้าเลียงมีหลายมัดเรียงเป็น 1 วง G = มัดท่อล้าเลียงมีหลายมัดเรียงกระจัดกระจาย H = มีเพริไซเคิล I = ไม่มีเพริไซเคิล J = มีวาสคิวลาร์แคมเบียม K = ไม่มีวาสคิวลาร์แคมเบียม 3) รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลักษณะตรงกับข้อใด 1. A, C, G, I 2. B, D, E, H 3. C, G, I, J 4. D, E, H, K 4) ล้าต้นพืชใบเลี้ยงคู่ มีลักษณะตรงกับข้อใด 1. A, F, I, J 2. D, E, H, K 3. B, F, I, J 4. C, F, I, K 5) เนื้อเยื่อใดที่ใช้ย้อมซาฟรานีนแล้วติดสีแดง 1. ไซเลมขั้นแรก พิธ โฟลเอมขั้นแรก 2. ไซเลมขั้นแรก โฟลเอมขั้นที่สอง คอร์กแคมเบียม 3. ไซเลมขั้นแรกและขั้นที่สอง โฟลเอมขั้นแรก สเคอเรงคิมา 4. ไซเลมขั้นแรกและขั้นที่สอง โฟลเอมขั้นแรกและขั้นที่สอง ไฟเบอร์ 6) โครงสร้างในภาพ พบที่ส่วนใดของพืช 1. ใบของพืชใบเลี้ยงคู่ 2. ล้าต้นของพืชใบเลี้ยงคู่ 3. ใบของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 4. ล้าต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
  • 64.
    63Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 7) เมื่อสิบปีที่แล้ว ได้ตอกตะปูลงบนต้นล้าไยขนาดใหญ่ต้นหนึ่งที่ระดับสูงจากพื้นดิน 1 เมตร ในปัจจุบันตะปูนั้น อยู่ต้าแหน่งใด และต้นไม้มีลักษณะเป็นอย่างไร 1. ต้าแหน่งเดิม ต้นไม้สูงขึ้น และล้าต้นกว้างขึ้น 2. ต้าแหน่งเดิม ต้นไม้สูงขึ้น แต่ล้าต้นกว้างเท่าเดิม 3. ต้าแหน่งสูงกว่าเดิม ต้นไม้สูงขึ้น และล้าต้นกว้างขึ้น 4. ต้าแหน่งสูงกว่าเดิม ต้นไม้สูงขึ้น แต่ล้าต้นกว้างเท่าเดิม 8) ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. รากแขนงเกิดจากผิวด้านนอกของเซลล์ที่ยืดยาวออกมา 2. ส่วนที่อยู่ปลายสุดของรากพืชที่เป็นเนื้อเยื่อเจริญ 3. เทรคีดจัดเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อไซเลม 4. ขนรากเจริญมาจากเพอริไซเคิล 9) ข้อใดไม่ใช่รากที่สะสมอาหาร 1. มันฝรั่ง 2. มันส้าปะหลัง 3. หัวไชเท้า 4. กระชาย 10) ธาตุอาหารทุกตัวในข้อใดเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมาก (macronutrients) 1. C, H, O, Zn 2. N, P, K, Mn 3. Mg, K, S, Ca 4. P, Ca, Mg, Cl 11) ธาตุอาหารชนิดใดมีบทบาทส้าคัญในการรักษาสมดุลของไอออนภายในเซลล์ 1. N 2. P 3. K 4. Na 12) ข้อใดไม่ถูกต้องในเรื่องการล้าเลียงในพืช 1. ขนาดของท่อไซเลมใหญ่กว่าท่อโฟลเอม 2. ไม่มีท่อโฟลเอมและท่อไซเลมในขนรากที่ดูดน้้า 3. พืชล้าเลียงน้้าทางท่อไซเลม และล้าเลียงซูโครสทางท่อโฟลเอม 4. พืชล้าเลียงแป้งที่สร้างจากใบไปสะสมที่ราก และล้าเลียงน้้าตาลไปใช้ที่ยอดทางท่อโฟลเอม 13) การจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อชนิดใดในใบที่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง 1. พาลิเสดเซลล์และปากใบ 2. สปันจีเซลล์และปากใบ 3. เนื้อเยื่อล้าเลียงและพาลิเสดเซลล์ 4. พาลิเสดเซลล์และสปันจีเซลล์ 14) เมื่อทดลองปลูกต้นมะเขือเทศในสารละลายเป็นเวลานาน 3 เดือน พบว่าใบอ่อนหงิกงอ ต้นผลมีรอยบุ๋มและมีสีด้า ต้นมะเขือเทศนี้ขาดธาตุอาหารชนิดใด 1. คลอรีน 2. แคลเซียม 3. ฟอสฟอรัส 4. โพแทสเซียม
  • 65.
    64Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 15) น้้าที่พืชดูดขึ้นไปจากดินนั้น ส่วนใหญ่แล้วพืชน้าไปใช้ในกระบวนการอะไร 1. การล้าเลียงอาหาร และ การสังเคราะห์ด้วยแสง 2. การล้าเลียงอาหาร และ การลดอุณหภูมิของใบ 3. การลดอุณหภูมิของใบ และ การคายน้้า 4. การคายน้้า และ การสังเคราะห์ด้วยแสง 16) ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับการล้าเลียงของพืชได้ถูกต้อง 1. ในพืชพบธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ในปริมาณชนิดละมากกว่า 1% 2. การเคลื่อนที่ของน้้าผ่านทางช่องว่างระหว่างผนังเซลล์เรียกซิมพลาส 3. การล้าเลียงสารอาหารเกิดขึ้นโดยผ่านทางโฟลเอม ซึ่งมีทิศทางการล้าเลียงจากรากขึ้นสู่ยอด 4. ถ้าตัดต้นมะเขือให้มีล้าต้นสูงจากพื้นดินประมาณ 5 ซม. ของเหลวที่ค่อยๆ ซึมออกมาจากรอยตัดเกิดขึ้น เนื่องจากแรงดันราก การสังเคราะห์ด้วยแสง 17) สิ่งใดต่อไปนี้พบได้ในคลอโรพลาสต์ ก. สโตรมา ข. ไทลาคอยด์ ค. DNA ง. ไรโบโซม จ. ไมโทคอนเดรีย 1. ก, ข 2. ก, ข, ค 3. ก, ข, ค, ง 4. ก, ข, ค, ง, จ 18) ปัจจุบันมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน ถ้าหากปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปัจจุบัน เรื่องใดที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 1. อัตราการสร้าง ATP และ NADPH 2. อัตราการสังเคราะห์ oxaloacetate ของพืช C4 3. อัตราการสังเคราะห์ phosphoglycerate ของพืช C3 4. อัตราการเกิดโฟโตเรสไพเรชันของพืช C3 19) สารคู่ใดเป็นสารที่มีคาร์บอน 3 อะตอม 1. phosphoglycerate ribulose bisphosphate 2. glyceraldehydes-3-phosphate, pyruvic acid 3. oxaloacetic acid, phosphoglycerate 4. pyruvic acid, malic acid 20) ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. กล้วยไม้ และว่านหางจระเข้เป็นพืชแบบ CAM 2. ใบด้านบนของข้าวโพดมีสีเข้ม เนื่องจากเป็นที่อยู่ของชั้นพาลิเซดมีโซฟิลล์ 3. ในวัฎจักรคาร์บอนของพืช C4 ขั้นตอนการเปลี่ยนกรดไพรูวิกเป็น PEP จะต้องใช้พลังงานจาก ATP 4. สับปะรดสามารถสังเคราะห์แสงโดยใช้วัฎจักรคัลวินเพียงอย่างเดียวหรือสามารถสังเคราะห์แสง แบบพืช CAM ได้
  • 66.
    65Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 21) จากแผนภาพการสังเคราะห์ด้วยแสงของข้าวโพด สาร ก และ ค คือสารใดตามล้าดับ 1. กรดมาลิก, PGA 2. กรดแอซิติก PEP 3. กรดไพรูวิก, OAA 4. กรดออกซาลิก, CO2 22) ขบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนของปฏิกิริยาแสงในพืช ตัวที่รับอิเล็กตรอนและตัวที่ให้อิเล็กตรอนคืออะไร ตามล้าดับ 1. H2O, NADPH 2. NADP+ , H2O 3. ATP, plastoquinone 4. ไซโทโครมคอมเพล็กซ์, NADP+ 23) แก๊สในบรรยากาศชนิดใดที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง ภายใต้สภาวะของความเข้มแสงที่เหมาะสม ที่สุด 1. ไฮโดรเจน 2. ไนโตรเจน 3. ออกซิเจน 4. คาร์บอนไดออกไซด์ 24) ข้อใดกล่าวถึงการสังเคราะห์แสงในช่วง light reaction ได้ถูกต้อง 1. สารสีที่อยู่ในสโตรมาท้าหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง 2. มีการใช้ ATP ในการแยกสลายโมเลกุลของน้้าเป็นออกซิเจนและโปรตอน 3. ที่เยื่อไทลาคอยด์มีคลอโรฟิลล์เอเพียงชนิดเดียวที่ท้าหน้าที่ดูดพลังงานแสง 4. น้้าเป็นตัวให้อิเล็กตรอน และ NADP+ เป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย 25) ข้อใดกล่าวถึงการสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ถูกต้อง 1. CO2 เข้าสู่วัฎจักรคัลวินโดยท้าปฏิกิริยากับ RuBP 2. น้้าตาลกลูโคสถูกสร้างในช่วง light reaction 3. ปฏิกิริยาในวัฎคัลวินเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ใช้แสง 4. ปฏิกิริยาการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นที่บริเวณสโตรมาของคลอโรพลาสต์ การสืบพันธุ์ของพืชดอก 26) ในพืชชนิดหนึ่งมี megaspore mother cells และ microspore mother cells จ้านวน 6 เซลล์เท่าๆ กัน เมื่อสิ้นสุด กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ใน embryo จะมีกี่ nuclei จะได้ pollen กี่อัน 1. 24 , 12 2. 12 , 12 3. 48 , 24 4. 48 , 48
  • 67.
    66Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 27) เซลล์ในระยะใดเรียกได้เป็น แกมีโตไฟต์เพศผู้ (male gametophyte) 1. ระยะไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ 2. ระยะไมโครสปอร์ (2n) 3. ระยะไมโครสปอร์ (1n) 4. ระยะเป็น generative nucleus และ tube nucleus 28) ข้อใดคือ male gametophyte 1. anther 2. pollen grain 3. microspore 4. microspore mother cell 29) จากภาพไดอะแกรมนี้ จ้านวนชุดโครโมโซมข้อใดถูกต้อง 1. หมายเลข 5 = n หมายเลข 2 = 3n 2. หมายเลข 4 = 2n หมายเลข 3 = 2n 3. หมายเลข 3 = n หมายเลข 5 = 2n 4. หมายเลข 1 = 2n หมายเลข 2 = n 30) การปฏิสนธิซ้อนของพืชดอกหมายถึงข้อใด 1. microspore อันหนึ่งผสมกับเซลล์ไข่ และอีกอันหนึ่งผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ 2. สเปิร์มนิวเคลียส อันหนึ่งผสมกับเซลล์ไข่ และอีกอันหนึ่งผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ 3. ทิวป์นิวเคลียสผสมกับเซลล์ไข่ และสเปิร์มนิวเคลียสผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ 4. สเปิร์มนิวเคลียสผสมกับเซลล์ไข่ และทิวป์นิวเคลียสผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลีไอ 31) เมล็ดพืชในข้อใดที่จัดเป็นผล (fruit) ทั้งหมด 1. เมล็ดข้าวเจ้า เมล็ดข้าวโพด เมล็ดถั่วเหลือง 2. เมล็ดข้าวโพด เมล็ดงา เมล็ดถั่วเขียว 3. เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดข้าวเจ้า เมล็ดงา 4. เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดข้าวเจ้า เมล็ดข้าวโพด 32) ข้อใดถูกต้อง 1. ข้าวแต่ละเม็ด คือ 1 ผล (fruit) 2. ข้าวแต่ละเม็ด คือ 1 เมล็ด (seed) 3. แกลบ คือ เปลือกหุ้มเมล็ด (seed coat) 4. แกลบ คือ ส่วนที่เจริญมาจากผนังรังไข่ (ovary) 33) พืชในข้อใดที่ดอกแต่ละดอกมีหลายรังไข่ (ovary) 1. ฟักทอง กล้วย ขนุน 2. ยอ สับปะรด หม่อน 3. การเวก ทุเรียน บัวหลวง 4. จ้าปา กระดังงา สตรอเบอรี
  • 68.
    67Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 34) ข้อใดเรียงล้าดับ ผลเดี่ยว ผลกลุ่ม ผลรวม ได้ถูกต้องทั้งหมด 1. ทุเรียน น้อยหน่า ขนุน 2. ล้าไย สับปะรด สตรอเบอรี่ 3. สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ ขนุน 4. เงาะ ขนุน สับปะรด 35) เมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดละหุ่งมีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร 1. เหมือนกัน เพราะมีใบเลี้ยงท้าหน้าที่สะสมอาหาร 2. เหมือนกัน เพราะมีเอนโดสเปิร์มท้าหน้าที่สะสมอาหาร 3. ต่างกัน ถั่วเขียวสะสมอาหารในเอนโดสเปิร์ม ละหุ่งสะสมอาหารในใบเลี้ยง 4. ต่างกัน ถั่วเขียวสะสมอาหารในใบเลี้ยง ละหุ่งสะสมอาหารในเอนโดสเปิร์ม 36) ขณะที่เมล็ดถั่วเขียวเริ่มงอกเป็นต้น โครงสร้างส่วนใดที่โผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นอับดับแรก 1. ใบเลี้ยง 2. เอพิคอทิล 3. ไฮโพคอทิล 4. ยอดแรกเกิด การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช 37) มีฮอร์โมนพืชชนิดใดบ้างที่เกี่ยวกับการควบคุมการงอกของเมล็ดข้าว 1. ออกซิน จิบเบอเรลลิน ไซโทโคนิน 2. จิบเบอเรลลิน ไซโทไคนิน กรดแอบไซซิก 3. ไซโทไคนิน กรดแอบไซซิก เอทิลีน 4. กรดแอบไซซิก ออกซิน จิบเบอเรลลิน 38) สารเคมีชนิดใดที่พืชสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อท้าให้ปากใบปิด 1. ออกซิน 2. ไซโทไคนิน 3. จิบเบอเรลลิน 4. กรดแอบไซซิก 39) ข้อใดเป็นหน้าที่ของจิบเบอเรลลิน ก. ยับยั้งการเจริญของตาข้าง ข. กระตุ้นการงอกของเมล็ด ค. กระตุ้นการเกิดของตาข้าง ง. กระตุ้นการออกดอกของพืชบางชนิด จ. พัฒนารังไข่ไปเป็นผลโดยไม่ต้องปฏิสนธิ 1. ก, ข, ง 2. ข, ง, จ 3. ข, ง, ค 4. ค, ง, จ 40) ข้อใดไม่ใช่การเคลื่อนไหวของพืชที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่งภายในพืช 1. การพันหลักของต้นพลูด่าง 2. การหุบและกางใบของไมยราบ และการปิด-เปิดของปากใบ 3. การแตกของผลต้อยติ่งเมื่อถูกฝน และการนอนของใบพืชตระกูลถั่ว 4. การบานของดอกกุหลาบ และการหุบของใบกาบหอยแครง 41) ข้อใดไม่ใช่ทรอปิกมูฟเมนต์ 1. ดอกมะลิบานรับแสงตอนเช้า 2. รากของต้นถั่วเขียวงอกเข้าหาดินที่มีความชื้นสูง 3. การงอกของหลอดละอองเรณูเข้าหารังไข่ 4. มือเกาะของต้นต้าลึงพันกับรั้วลวดหนาม -------------------------------------
  • 69.
    68Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 15 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
  • 70.
    69Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 16 ยีนและโครโมโซม
  • 71.
    70Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 72.
    71Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา
  • 73.
    72Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 17 พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง DNA
  • 74.
    73Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 18 วิวัฒนาการ
  • 75.
    74Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 19 ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • 76.
    75Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา แบบทดสอบทบทวนความรู้ 4 พันธุศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 1) สัตว์ชนิดหนึ่งมีจีโนไทป์เป็น Aabb จีโนไทป์ของสเปอร์มาโทโกเนียมของสัตว์ตัวนี้คือข้อใด 1. Aabb 2. AAbb 3. Ab และ ab 4. Aa และ bb 2) ในการผสมพันธุ์หนูระหว่างตัวผู้ที่มีจีโนไทป์ AaBbCcDD กับตัวเมียที่มีจีโนไทป์ AabbCcDd และยีนแต่ละคู่ตั้งบน โครโมโซมคนละแท่ง โอกาสที่จะได้ลูกที่มีจีโนไทป์เป็น AaBbCcDd มีกี่ตัว ถ้าลูกที่เกิดจากการผสมพันธุ์มีทั้งหมด 2,560 ตัว 1. 10 2. 80 3. 160 4. 640 3) หมู่เลือดระบบ ABO ในคนควบคุมด้วยยีนบนออโตโซม โรคตาบอดสีควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซมเพศ พ่อและแม่มีหมู่เลือด A และตาปกติทั้งคู่ มีลูกชายคนหนึ่งมีหมู่เลือด O และตาบอดสี จงหาอัตราส่วนของ ฟีโนไทป์ที่จะได้ลูกสาวของพ่อแม่คู่นี้มีหมู่เลือด O และตาปกติ 1. 1/4 2. 3/4 3. 1/2 4. 1/8 4) หมู่เลือดในคนควบคุมด้วยยีนบนออโตโซม โรคตาบอดสีควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซมเพศ พ่อและแม่มี หมู่เลือด B และตาปกติทั้งคู่ มีลูกชายคนหนึ่งมีหมู่เลือด O และตาบอดสี จงหาอัตราส่วนของฟีโนไทป์ที่จะได้ ลูกชายที่มีหมู่เลือด B และตาปกติ 1. 1/10 2. 3/16 3. 1/8 4. 3/8 5) หญิงคนหนึ่งตาปกติ มีพ่อเป็นโรคตาบอดสี แต่งงานกับชายตาบอดสี มีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคนจงหา ร้อยละของลูกชายและลูกสาวทั้งสองคนนี้ที่ตาบอดสี ตามล้าดับ 1. 25 และ 25 2. 25 และ 50 3. 50 และ 25 4. 50 และ 50 6) ผู้ชายหมู่เลือดเอ ตาสีฟ้า แต่งงานกับผู้หญิงหมู่เลือดบี ตาสีน้้าตาล ซึ่งมีพ่อตาสีฟ้า โอกาสที่สามีภรรยาคู่นี้จะมีลูก ที่มีหมู่เลือดโอ และตาสีฟ้าเป็นร้อยละเท่าไร 1. 1.0 2. 6.25 3. 12.5 4. 4.25
  • 77.
    76Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 7) ถ้าน้ามะเขือเทศที่มีลักษณะผลสีเหลือง ไปผสมกับมะเขือเทศที่มีลักษณะผลสีแดงต้นที่หนึ่ง และมะเขือเทศที่มี ลักษณะผลสีแดงต้นที่สอง พบว่าลูก F1 ของมะเขือเทศต้นที่หนึ่ง มีลักษณะผลสีแดงและผลสีเหลืองในอัตราส่วน เท่าๆ กัน ส่วนลูก F1 ของมะเขือเทศต้นที่สอง มีลักษณะผลสีแดงทั้งหมด ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ยีนลักษณะสีผลของมะเขือเทศต้นที่หนึ่งเป็นเฮเทอโรไซกัส 2. ลักษณะผลสีแดงของมะเขือเทศเป็นยีนเด่น 3. ลักษณะผลสีเหลืองเป็นฮอโมไซกัส 4. มะเขือเทศที่มีลักษณะผลสีแดงต้นที่หนึ่งและต้นที่สองมีจีโนไทป์เหมือนกัน 8) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. ลูกสาวหัวล้านต้องมีพ่อหัวล้าน 2. แม่หัวล้านจะมีลูกชายหัวล้านเสมอ 3. แม่ปกติอาจจะมีลูกชายหัวล้าน 4. แม่ปกติจะมีลูกชายปกติเสมอ 9) หญิงศีรษะไม่ล้านแต่งงานกับชายศีรษะล้าน ได้ลูกสาวศีรษะล้าน โอกาสที่ลูกสาวและลูกชายจะมีศีรษะล้านเป็น อย่างไร 1. โอกาสที่ลูกชายและลูกสาวจะมีศีรษะล้านได้เท่าๆ กัน 2. โอกาสที่ลูกชายมีศีรษะล้าน 50% ส่วนลูกสาวมีโอกาส 25% 3. โอกาสที่ลูกชายมีศีรษะล้าน 75% ส่วนลูกสาวมีโอกาส 25% 4. โอกาสที่ลูกชายมีศีรษะล้าน 100% ส่วนลูกสาวมีโอกาส 25% 10) จากข้อมูลข้างบน ข้อใดกล่าวถูกต้อง 1. F1 จะเป็นสีเทา ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ codominance 2. F1 จะเป็นสีขาวสลับด้า ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ incomplete dominance 3. F2 จะเป็นสีด้า : สีขาว = 1 : 1 ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ complete dominance 4. F2 จะเป็นสีด้า : สีเทา : สีขาว = 2 : 4 : 2 ถ้าลักษณะนี้ถูกควบคุมแบบ incomplete dominance 11) จากการผสมแมลงหวี่ตัวสีน้้าตาลปีกตรง (AaBb) x แมลงหวี่สีด้าปีกกุด (aabb) ถ้าการถ่ายทอดยีนที่ควบคุม เป็นแบบลิงค์ยีน จะมีสัดส่วนของรุ่น F1 ออกมาเป็นเท่าไร 1. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกกุด : = 2 : 1 2. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกกุด : = 1 : 1 3. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกตรง : ตัวสีน้้าตาลปีกกุด : สีด้าปีกกุด = 9 : 3 : 2 : 1 4. ตัวสีน้้าตาลปีกตรง : สีด้าปีกตรง : ตัวสีน้้าตาลปีกกุด : สีด้าปีกกุด = 1 : 2 : 2 : 1 P สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสีด้า (พันธุ์แท้) x สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสีขาว (พันธุ์แท้) F1 สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสี________ F2 (น้า F1 ผสมกันเอง) F2 (น้า F1 ผสมกันเอง)
  • 78.
    77Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา ยีนและโครโมโซม 12) ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบของดีเอ็นเอ 1. ไนโตรจีนัสเบสเชื่อมกับน้้าตาลที่คาร์บอนต้าแหน่งที่ 1 2. มีหมู่ฟอสเฟสเชื่อมกับน้้าตาลที่คาร์บอนต้าแหน่งที่ 3 3. นิวคลีโอไทด์ประกอบด้วยน้้าตาลเพนโตสคือน้้าตาลไรโบส 4. มีไนโตรจีนัสเบสพิวรีน ได้แก่ อะดีนีน ไทมีน และไพริมิดีน ได้แก่ กวานีน ไซโทซีน 13) ดีเอ็นเอโมเลกุลหนึ่งพบปริมาณของ G C เป็นร้อยละ 52 และจากล้าดับเบสของยีนบนดีเอ็นเอโมเลกุลนี้พบว่า มีสัดส่วนระหว่าง A กับ T เป็น 1 : 3 mRNA ที่ถอดรหัสจากยีนบนดีเอ็นเอโมเลกุลนี้จะมี U อยู่ร้อยละเท่าไร 1. 12 2. 16 3. 24 4. 36 14) โมเลกุลของ DNA ของสัตว์ X และสัตว์ Y ประกอบด้วย 1,500 นิวคลีโอไทด์เท่ากัน และมีอัตราส่วนของ เบส A เท่ากับ 28% และ 32% ตามล้าดับ ข้อใดถูกต้อง ก. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีจ้านวนของเบส G มากกว่าสัตว์ Y ข. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีจ้านวนของเบส G น้อยกว่าสัตว์ Y ค. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีอุณหภูมิการหลอมเหลวสูงกว่าสัตว์ Y ง. โมเลกุล DNA ของสัตว์ X มีอุณหภูมิการหลอมเหลวต่้ากว่าสัตว์ Y 1. ก และ ค 2. ก และ ง 3. ข และ ค 4. ข และ ง 15) กระบวนการข้อใดไม่มีดีเอ็นเอเกี่ยวข้อง 1. ทราบสคริบชันในยูคาริโอต 2. ทรานสเลชันในยูคาริโอต 3. ทรานสคริบชันในโปรคาริโอต 4. ทรานสเลชันในโปรคาริโอต 16) รหัสพันธุกรรมคืออะไร 1. ล้าดับเบสของยีน 2. ยีนทั้งหมดที่อยู่บนโครโมโซม 3. การแสดงออกทางพันธุกรรมหรือการท้างานของยีน 4. กฎที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างล้าดับนิวคลีโอไทด์กับกรดอะมิโน 17) ก้าหนดให้ สายดีเอ็นเอเป็นดังนี้ 5’ ACGTCAG 3’ เมื่อถอดรหัสเป็น mRNA จะมีล้าดับเป็นอย่างไร 1. 3’ CTGUCGT 5’ 2. 3’ CUGACGU 5’ 3. 5’ CTGUCGT 3’ 4. 5’ CUGACGU 3’ 18) ถ้าเกิด non-disjunction ที่เซลล์สืบพันธุ์ของแม่ จะมีโอกาสเกิดลูกที่ผิดปกติแบบใดบ้าง ก. XO ข. OY ค. XXX ง. XXY 1. ก, ข 2. ข, ค 3. ค, ง 4. ก, ข, ค, ง 19) Down syndrome เกิดมาจากสาเหตุใด 1. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 21 เกิน 1 แท่ง 2. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 21 ขาด 1 แท่ง 3. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 22 เกิน 1 แท่ง 4. จ้านวนโครโมโซมคู่ที่ 22 ขาด 1 แท่ง
  • 79.
    78Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 20) คนป่วยที่แสดงอาการคริดูชาร์ต (Cri du chat) มีจ้านวนชุดโครโมโซมแบบใด 1. 44 + XO 2. 44 + OY 3. 44 + XY 4. 45 + XX เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์และดีเอ็นเอ 21) เทคนิคพอลิเมอเรสเชนรีแอกชันเป็นเทคนิคที่เลียนแบบกระบวนการใดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ 1. เรพลิเคชัน 2. ทรานสคริบชัน 3. ทรานสเลชัน 4. ไลเกชัน 22) ผลผลิตดีเอ็นเอที่ได้หลังจากการท้าปฏิกิริยาพีซีอาร์นั้นตรงกับกราฟข้อใดมากที่สุดโดยให้แกนตั้งเป็นปริมาณ ดีเอ็นเอที่ได้ในปฏิกิริยา ส่วนแกนนอนเป็นจ้านวนรอบของการใช้อุณหภูมิในปฏิกิริยา 1. 2. 3. 4. 23) ข้อใดเป็นการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) ก. การโคลนนิ่งแกะดอลลี่ ข. การผลิตข้าวที่มีวิตามินเอ (golden rice) ค. การผลิตฝ้ายบีทีต้านทานหนอนเจาะสมอฝ้าย 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ก และ ค 4. ก ข และ ค 24) ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการ Cloning ของสัตว์ 1. ดอลลี่เป็นแกะที่มีพันธุกรรมเหมือนตัวแม่ที่คลอดมันออกมา 2. ดอลลี่เป็นแกะที่สร้างจากเนื้อเยื่อเต้านมของแกะเพศเมียตัวหนึ่ง 3. ดอลลี่เป็นแกะที่สร้างจากเซลล์ตั้งต้นที่มีโครโมโซมเป็น 2n 4. ดอลลี่เป็นแกะที่สร้างโดยใช้วิธี ICSI เข้าช่วย 25) ลายพิมพ์ดีเอ็นเอเหมาะที่จะน้าไปใช้ในกรณีใด 1. ยีนบ้าบัด 2. สร้างยีสต์ที่ผลิตอินซูลิน 3. พิสูจน์บุคคลนิรนาม 4. ตรวจหายีนที่กลายพันธุ์
  • 80.
    79Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา วิวัฒนาการ 26) ในประชากรจ้านวนหนึ่งพบว่าลักษณะห่อลิ้นได้เป็นลักษณะเด่น และมีคนห่อลิ้นได้ร้อยละ 91 แอลลีลเด่นและ แอลลีลด้อย มีความถี่เป็นร้อยละเท่าใดในประชากรกลุ่มนี้ 1. 70 , 30 2. 30 , 70 3. 91 , 9 4. 9 , 91 27) ส้ารวจการมีติ่งหูในประชากรภาคเหนือ พบว่าในทุกๆ 100 คน จะมีติ่งอยู่ 64 คน ในจ้านวนนี้จะมี heterozygous กี่คน 1. 16 2. 32 3. 42 4. 48 28) ประชากรมนุษย์ในสมดุลฮาร์ดี - ไวน์เบิร์ก เป็นคนเผือกซึ่งเป็นลักษณะด้อย 1% นอกนั้นเป็นคนปกติซึ่งมี ลักษณะเด่น จงหาว่าประชากร 1,000 คน จะเป็น heterozygous กี่คน 1. 90 2. 180 3. 400 4. 810 29) การศึกษาสาขาใดที่ท้าให้ทราบถึงแนวคิดทฤษฎีวิวัฒนาการสังเคราะห์ได้ดีที่สุด 1. ชีวภูมิศาสตร์ 2. อนุกรมวิธาน 3. บรรพชีวินวิทยา 4. พันธุศาสตร์ประชากร 30) ปรากฎการณ์คอขวดมีความส้าคัญอย่างไร 1. ได้ลักษณะทางพันธุกรรมที่ดียิ่งขึ้นในประชากรรุ่นใหม่ 2. ท้าให้ประชากรที่ย้ายไปที่อยู่ใหม่มีความถี่ของอัลลีลเปลี่ยนไป 3. ส่งผลต่อการถ่ายเทเคลื่อนย้ายยีนระหว่างประชากรต่างกลุ่มในที่ต่างๆ 4. ท้าให้โครงสร้างพันธุกรรมประชากรเปลี่ยนไปเพราะประชากรมีขนาดเล็กลง 31) ผู้ป่วยรายหนึ่งกินยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน จนเกิดการดื้อยาท้าให้ต้องเปลี่ยนยาให้แรงขึ้นไปเรื่อยๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากปรากฎการณ์ใด ก. Adaptation ข. Mutation ค. Natural selection ง. Convolution 1. ก, ข 2. ข, ค 3. ค, ง 4. ก, ข, ค 32) ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ท้าให้ความถี่ของอัลลีลเปลี่ยนแปลง 1. ประชากรลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากแผ่นดินไหว 2. การอพยพย้ายถิ่นระหว่างฐานประชากร 3. สัตว์เพศเมียเลือกเพศผู้ที่มีสีสดใส 4. ลูกผสมที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน 33) การส้ารวจนกแซวสวรรค์ในประเทศไทย พบว่า มีทั้งชนิดสีขาวและสีน้้าตาล โดยเฉพาะชนิดสีขาวอยู่ทางภาคใต้ มากกว่าภาคเหนือ ถ้านักเรียนเป็นนักส้ารวจจะสรุปว่านกแซวสวรรค์ทั้งสองสีที่พบในภาคใต้และภาคเหนือเป็น นกชนิดเดียวกัน จะต้องพิจารณาจากข้อใด 1. กินแมลงชนิดเดียวกัน 2. อยู่ในป่าแบบชื้นเหมือนกัน 3. สามารถผสมพันธุ์กันและออกลูกได้ 4. มีลักษณะของตัวอ่อนในไข่เหมือนกัน
  • 81.
    80Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 34) ในการเกิดสปีชีส์ใหม่ปัจจัยข้อใดที่มีผลน้อยที่สุด 1. สภาพภูมิศาสตร์ 2. จ้านวนโครโมโซม 3. พฤติกรรมการผสมพันธุ์ 4. ลักษณะทางสัณฐานวิทยา 35) มนุษย์กลุ่มใดที่เริ่มท้าให้เริ่มเกิดการสูญเสียความหลายทางชีวภาพ 1. มนุษย์ปักกิ่ง 2. มนุษย์ปัจจุบัน 3. มนุษย์โครแมนยัง 4. มนุษย์นีแอลเดอร์ทัล ความหลากหลายทางชีวภาพ 36) โลกของเราเริ่มมีมนุษย์ปรากฎขึ้นมาในยุคใด 1. มหายุคมีโซโซอิก ยุคไทรแอสซิก 2. มหายุคมีโซโซอิก ยุคครีเทเชียส 3. มหายุคซิโนโซอิก ยุคควอเทอนารี 4. มหายุคซีโนโซอิก ยุคเทอเทียรี 37) ชื่อวิทยาศาสตร์ในข้อใดเขียนได้ถูกต้องที่สุด 1. Craseonycteris Tonglongyai Hill 2. Momordica charantia Linn. 3. Dugong dugon Muller 4. Tapirus inducus Desmarest, 1819 38) ล้าดับขั้นการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตข้อใดผิด 1. phylum > class > family > species 2. division > family > order > genus 3. phylum > class > genus > species 4. division > class > order > species 39) ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงโดเมนในการจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต 1. โดเมนสร้างจากข้อมูลกายวิภาคที่ได้จากซากฟอสซิล 2. ไมโครสปอริเดียและดิโพลโมแนดอยู่ในโดเมนเดียวกัน 3. ประกอบด้วยโดเมนหลักและโดเมนย่อยอีกหลายโดเมน 4. เอนเทอโรแบคทีเรียจัดอยู่ในโดเมนกลุ่มที่สร้างมีเทน 40) สิ่งมีชีวิตกลุ่มใดที่สามารถสร้างอาหารเองได้คล้ายพืช 1. โพรทีโอแบคทีเรียและไซยาโนแบคทีเรีย 2. คลาไมเดียและสไปโรคีท 3. โพรทีโอแบคทีเรียและสไปโรคีท 4. คลาไมเดียและไซยาโนแบคทีเรีย 41) ปรากฎการณ์ “ขี้ปลาวาฬ” เกิดขึ้นจากสาเหตุในข้อใด 1. แบคทีเรียแกรมบวกย่อยสลายของเสียจากสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้้า 2. ยูกลีโนซัวเพิ่มจ้านวนอย่างรวดเร็วเนื่องจากปรากฎการณ์โลกร้อน 3. ไดโนแฟลคเจลเลตเพิ่มจ้านวนอย่างรวดเร็วเนื่องจากในน้้ามีสารอาหารสูง 4. สาหร่ายสีเขียวเพิ่มจ้านวนอย่างรวดเร็วเมื่อมีแสงแดดเพียงพอ
  • 82.
    81Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 42) ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ระยะแกมีโทไฟต์ของไซแคโดไฟตาสั้นกว่าแอนโทซีโรไฟตา 2. ฟังไจมีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการที่ใกล้ชิดพืชมากกว่าสัตว์ 3. สัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดามีการกระจายตัวอยู่แทบทุกแห่งบนโลกเนื่องจากปรับตัวได้ดี 4. สัตว์ในคลาสออสติดไทอิสส่วนใหญ่มีการปฏิสนธิภายนอกและมีความส้าคัญทางเศรษฐกิจ 43) ข้อใดคือลักษณะของยูกลีนา ก. สังเคราะห์ด้วยแสงได้คล้ายสาหร่าย ข. ดูดซับสารอินทรีย์จากสิ่งแวดล้อมได้คล้ายรา ค. เคลื่อนที่ได้และประกอบด้วยหลายเซลล์คล้ายสัตว์ 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ก และ ค 4. ก ข และ ค 44) ข้อใดคือลักษณะที่พบทั้งในมอสและปรง ก. มีเนื้อเยื่อล้าเลียง ข. มีต้นแกมีโทไฟต์และสปอโรไฟต์ ค. สเปิร์มใช้แฟลคเจลลัมในการเคลื่อนที่และอาศัยน้้าในการปฏิสนธิ 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ก และ ค 4. ก ข และ ค 45) ล้าดับขั้นการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตข้อใดถูกต้อง 1. มอส > ปรง > ตีนตุ๊กแก > บัว 2. ตีนตุ๊กแก > มอส > ปรง > บัว 3. ตีนตุ๊กแก > ปรง > มอส > บัว 4. มอส > ตีนตุ๊กแก > ปรง > บัว 46) ข้อใดเป็นลักษณะร่วมของฟังไจ 1. สร้างไฮฟา 2. สร้างสปอร์ที่มีแฟลกเจลลา 3. สร้างฟรุตติง บอดี 4. ผนังเซลล์มีไคทิน 47) สัตว์ในกลุ่มใดที่สมมาตรแตกต่างกัน 1. มอลลัสกา อาร์โทรโพดา แอนเนลิดา 2. นีมาโทดา แอเนลิดา คอร์ดาตา 3. อาร์โทรโพดา คอร์ดาตา มอลลัสกา 4. นีมาโทดา ไนดาเรีย อาร์โทรโพดา 48) สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรืออยู่รวมกันเป็นโคโลนี ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส อาจมีหรือไม่มีคลอโรฟิลล์จัดอยู่ใน Kingdom ใด 1. Animalia 2. Fungi 3. Monera 4. Protista 49) สิ่งมีชีวิตมีลักษณะล้าตัวเรียวยาว แหลมหัวแหลมท้าย ไม่มีปล้องที่แท้จริง มีช่องว่างในล้าตัวแบบเทียม (pseudocoelom) จัดอยู่ใน phylum ใด 1. Annelida 2. Coelenterata 3. Echinodermata 4. Nematode 50) สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่คาดว่าท้าให้บรรยากาศของโลกในอดีต มีปริมาณออกซิเจนมากขึ้น 1. ไซยาโนแบคทีเรีย 2. ไดอะตอม 3. สาหร่ายสีเขียว 4. พืชไม่มีท่อล้าเลียง
  • 83.
    82Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 51) สิ่งมีชีวิตในไฟลัมใดที่สามารถย่อยสลายลิกนินในซากพืชได้ดี 1. ไคทริดิโอไมโคตา 2. เบสิดิโอไมโคตา 3. แอสโคไมโคตา 4. ไซโกไมโคตา 52) ข้อใดเป็นลักษณะของฟองน้้าถูตัว 1. สมมาตรแบบด้านข้าง 2. โครงร่างเป็นเส้นใยโปรตีน 3. ตัวอ่อนมีรูปร่างแบบเมดูซาว่ายน้้าเป็นอิสระ 4. มีช่องตรงกลางล้าตัวเป็นช่องน้้าเข้าขนาดใหญ่ 53) “.....ชายหนุ่มถูกหมัดกัดก่อนพบตะขาบฝอยที่อาศัยอยู่ใต้กระถางต้นไม้...” จากค้ากล่าวนี้มีสัตว์ในคลาสใดบ้าง 1. อินเซ็คตา แมมมาเลีย ชิโลโพดา 2. ชิโลโพดา อะแรคนิดา แมมมาเลีย 3. แมมมาเลีย ไดโพลโพดา อะแรคนิดา 4. อะแรคนิดา ไดโพลโพดา อินเช็คตา 54) โรคเอดส์หรือโรคที่มีอาการของภูมิคุ้มกันบกพร่อง อันเกิดจากเชื้อไวรัสชนิด HIV มีสารพันธุกรรมเป็นแบบใด ซึ่งเมื่อเข้าสู่เซลล์จะสร้างสารพันธุกรรมในรูปใด และแทรกเข้าไปอยู่ในส่วนใดของเซลล์ตามล้าดับ 1. DNA RNA และ RNA 2. RNA DNA และ DNA 3. RNA RNA และ DNA 4. RNA DNA และ RNA 55) ข้อใดเป็นลักษณะส้าคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา 1. สามารถด้ารงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีชีวิตอื่นไม่สามารถทนได้ 2. มีผนังเซลล์เป็นสารประกอบเพปทิโดไกลแคน 3. มีรูปร่างเป็นทรงกลม ทรงท่อน และทรงเกลียว 4. สารพันธุกรรมในเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้ม 56) ข้อใดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิสตา 1. สาหร่ายผมนาง 2. สาหร่ายหางกระรอก 3. สาหร่ายไฟ 4. สาหร่ายสีน้้าตาล 57) ข้อใดเป็นพืชที่มีเมล็ด 1. หญ้าถอดปล้อง 2. หญ้าคา 3. ย่านลิเภา 4. ผักแว่น 58) ข้อใดเป็นสัตว์เลือดอุ่น 1. จระเข้ 2. ตุ่นปากเป็ด 3. ซาลามานเดอร์ 4. จิ้งเหลน -------------------------------------------------
  • 84.
    83Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 20 ระบบนิเวศ
  • 85.
    84Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา ชนิดของไบโอม ลักษณะส้าคัญ พบบริเวณเส้นศูนย์สูตร ปริมาณน้้าฝนเฉลี่ย 200-400 เซนติเมตรต่อปี มีฝนตกตลอดปี มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก มีปริมาณน้้าฝนเฉลี่ย 100 เซนติเมตรต่อปี อากาศค่อนข้างเย็น พบในเขตละติจูดกลาง ป่าผลัดใบก่อนฤดูหนาว และผลิใบหลังพ้นฤดูหนาว เขียวชะอุ่มตลอดปี พบในแคนาดา อเมริกา และเขตละติจูด 45-67 องศาเหนือ มีพืชเด่น คือ ไพน์ เฟอ สพรูซ เฮมลอค มีน้้าฝนเฉลี่ย 25-50 เซนติเมตรต่อปี รู้จักกันดี เช่น ทุ่งหญ้าแพรี่ (อเมริกาเหนือ) และทุ่งหญ้าสเตปส์ (รัสเซีย) เหมาะต่อการกสิกรรมและปศุสัตว์ เพราะดินอุดมสมบูรณ์ พบได้ในแอฟริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อากาศร้อน พืชส่วนใหญ่เป็นหญ้า ฤดูร้อนเกิดไฟป่าอยู่เสมอ มีน้้าฝนเฉลี่ยน้อยกว่า 25 เซนติเมตรต่อปี บางแห่งร้อนมาก อุณหภูมิเหนือพื้นดิน สูงถึง 60 องศาเซลเซียส ใบพืชจะลดรูปเป็นหนาม ล้าต้นอวบน้้า รู้จักกันดี เช่น ทะเลทรายโกบี (จีน) ซาฮารา (แอฟริกา) โมฮาวี (อเมริกา) มีฤดูหนาวยาวนาน ลักษณะเด่น คือ ชั้นดินด้านล่างจะจับตัวเป็นน้้าแข็งอย่างถาวร พบทางตอนเหนือของอเมริกา ยุโรป เอเชีย มักพบไม้ดอก ไม้พุ่ม และไลเคน ความหลากหลายของระบบนิเวศ ระบบนิเวศ ระบบนิเวศในน้้า แหล่งน้้าจืด แหล่งน้้านิ่ง แหล่งน้้าไหล แหล่งน้้ากร่อย แหล่งน้้าเค็ม หาดทราย หาดหิน แนวปะการัง ระบบนิเวศบนบก ป่าไม้ ป่าผลัดใบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าไม่ผลัดใบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าชายเลน ป่าพรุ ไบโอมบนบก ใช้ปริมาณน้าฝนและอุณหภูมิเป็นเกณฑ์
  • 86.
    85Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงานในสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ ปัจจัยทางกายภาพ อุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง แก๊ส ดิน แร่ธาตุ ความเป็นกรดเบสของดินและน้้า ปัจจัยทางชีวภาพ ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน ภาวะพึ่งพา ภาวะอิงอาศัย ภาวะการล่าเหยื่อ ภาวะปรสิต ภาวะการแก่งแย่งแข่งขัน โซ่อาหาร (Food Chain) คือ ความสัมพันธ์เชิงอาหารที่มีการถ่ายทอดพลังงานเคมี โดยการ กินกันเป็นทอดๆ จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค และจากผู้บริโภคไปยัง ผู้บริโภคล้าดับถัดไป เช่น ผักกาด  หนอน  นก  คน ห่วงโซ่อาหาร แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ แบบจับกิน แบบปรสิต และแบบดีไทรทัส (การย่อยสลาย) สายใยอาหาร (Food Web) คือ ความสัมพันธ์ระหว่างโซ่อาหาร ตั้งแต่ 2 โซ่อาหารขึ้นไป ท้าให้ มีโอกาสถ่ายทอดพลังงานได้หลายทิศทาง
  • 87.
    86Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา การหมุนเวียนของสารในระบบนิเวศ แบ่งเป็น  การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ (ecological succession) 1. การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ (Primary Succession) คือ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของ กลุ่มสิ่งมีชีวิต โดยเริ่มต้นจากสถานที่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ก่อน เช่น บริเวณที่เกิดภูเขาไฟระเบิด 2. การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ (Secondary Succession) คือ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของ กลุ่มสิ่งมีชีวิตในบริเวณที่เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อน แต่ถูกท้าลายด้วยปัจจัยบางอย่าง ตัวอย่าง เช่น น้้าท่วม ไฟไหม้ป่า ฯลฯ Climax Community (กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด) หมายถึง สภาพกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันในภาวะที่ ค่อนข้างสมดุล ใช้ระยะเวลาอันยาวนาน หากเกิดการเสียสมดุล เช่น ไฟไหม้ป่า ฯลฯ ก็จะท้าให้เกิด การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ วัฏจักรแบบสมบูรณ์ (ผ่านดิน น้้า อากาศ) เช่น น้้า ไนโตรเจน คาร์บอน ก้ามะถัน วัฏจักรแบบไม่สมบูรณ์ (ไม่ผ่านอากาศ) เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม
  • 88.
    87Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 21 ประชากร
  • 89.
    88Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา กราฟประชากร
  • 90.
    89Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา จากภาพพีระมิดโครงสร้างอายุประชากรมนุษย์ ท้าให้สามารถคาดคะเนแนวโน้มของประชากรในประเทศนั้นๆ ได้ เช่น แบบ ก. พีระมิดฐานกว้างยอดแหลม แบบ ข. พีระมิดรูปกรวยปากแคบ แบบ ค. พีระมิดรูประฆังคว่้า แบบ ง. พีระมิดรูปดอกบัวตูม
  • 91.
    90Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา บทที่ 22 มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
  • 92.
    91Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา แบบทดสอบทบทวนความรู้ 5 ชีวิตและสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ 1) ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในข้อใดที่เป็นการแก่งแย่งแข่งขัน 1. ต้นไทรที่เจริญอยู่บนต้นสัก 2. ต้นกกและปลานิลในสระน้้า 3. ดอกไม้ทะเลที่เกาะอยู่บนหลังของปูเสฉวน 4. กาฝากบนต้นมะม่วง 2) นกกาเหว่ามักจะวางไข่ของตัวเองในรังนกกา นกทั้งสองชนิดมีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด 1. ภาวะปรสิต 2. ภาวะอิงอาศัย 3. ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน 4. การแก่งแย่งแข่งขัน 3) การแบ่งไบโอม (Biome) บนบกใช้เกณฑ์ใดเป็นตัวก้าหนด 1. ปริมาณน้้าฝนและความชื้นสัมพัทธ์ 2. ปริมาณน้้าฝนและอุณหภูมิ 3. อุณหภูมิและความสูงจากระดับน้้าทะเล 4. อุณหภูมิและปริมาณความชื้น 4) ไบโอมทุนดรามีลักษณะพิเศษที่ต่างจากไบโอมอื่นอย่างไร 1. พบพรุในบางบริเวณ 2. มีปริมาณน้้าฝนตลอดทั้งปี 3. อุณหภูมิต่้าในช่วงหน้าร้อน 4. พบชั้นของดินเป็นน้้าแข็งอย่างถาวร 5) ป่าดิบชื้นพบมากในบริเวณใดของประเทศไทย 1. ภาคเหนือ 2. ภาคตะวันตก 3. ภาคตะวันออก 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6) เหตุใดจึงพบปะการังเฉพาะบริเวณน้้าตื้น 1. มีออกซิเจนสูงเหมาะแก่การด้ารงชีวิต 2. มีแสงเพียงพอต่อการสร้างสารอาหาร 3. มีแพลงตอนสัตว์ที่เป็นอาหารของปะการังจ้านวนมาก 4. มีอุณหภูมิอบอุ่นเหมาะต่อการสร้างโครงสร้างหินปูน 7) พีระมิดทางนิเวศวิทยา (ecological pyramid) ของระบบนิเวศแบบใดที่บางครั้งกลับหัวโดยมียอดแหลมอยู่ด้านล่าง 1. พีระมิดพลังงาน 2. พีระมิดจ้านวน 3. พีระมิดมวลชีวภาพของระบบนิเวศป่า 4. พีระมิดมวลชีวภาพของระบบนิเวศน้้า 8) วัฎจักรสารในข้อใด ที่ต้องอาศัยจุลินทรีย์ในการรักษาสมดุลของวัฎจักรมากที่สุด 1. คาร์บอน 2. ไนโตรเจน 3. ฟอสฟอรัส 4. น้้า
  • 93.
    92Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 9) ข้อใดเกิดการแทนที่แบบทุติยภูมิ (secondary succession) 1. พื้นที่หลังการระเบิดของภูเขาไฟ 2. การเจริญของกลุ่มจุลินทรีย์ในน้้าต้มฟางข้าว 3. พื้นที่หลังการละลายของธารน้้าแข็ง 4. บริเวณไร่เลื่อนลอย ประชากร 10) การจัดตั้งพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่ประสบผลส้าเร็จมากที่สุดควรเป็นแบบใด 1. มีความหลากหลายของถิ่นอาศัยสูง 2. มีขนาดเล็ก กระจายอยู่บริเวณต่างๆ 3. มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า 4. มีถนนตัดผ่านเพื่อความสะดวกในการดูแล 11) การส้ารวจจ้านวนประชากรโดยวิธีการจับซ้้า (capture and recapture method) มีข้อแม้อย่างไร 1. ประชากรต้องมีจ้านวนมากและเป็นกลุ่มใหญ่ 2. ประชากรต้องมีการอพยพเข้าและอพยพออก 3. ประชากรแต่ละตัวมีโอกาสตายและถูกจับเท่ากัน 4. ประชากรต้องมีอัตราการเกิดสูง 12) ในการส้ารวจประชากรต้นหญ้าคาในพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร โดยใช้กรอบนับประชากรขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร สุ่มนับต้นหญ้าคาได้ดังนี้ สุ่มครั้งที่ จ้านวนต้นหญ้า 1 10 2 6 3 13 4 5 5 3 6 11 ในพื้นที่แห่งนี้มีจ้านวนประชากรต้นหญ้าโดยเฉลี่ยเท่ากับกี่ต้น 1. 200 2. 400 3. 800 4. 1,200 13) การกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบการจับกลุ่ม (clumped distribution) พบเมื่อใด 1. สภาพแวดล้อมมีความแตกต่างกัน 2. สภาพแวดล้อมไม่มีความแตกต่างกัน 3. สภาพแวดล้อมไม่มีผลต่อการด้ารงชีวิต 4. ถูกทุกข้อ
  • 94.
    93Concept in Biology; สรุปเนื้อหาชีววิทยา 14) ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. การท้าปิรามิดอายุประชากรของแมลง ประชากรที่มีอายุมากที่สุดอยู่ที่ฐานของปิรามิด 2. หากปิรามิดอายุของประชากรแมลงเป็นรูปโกศ แสดงว่าประชากรมีอัตราการเกิดสูง 3. ระยะวัยหลังการเจริญพันธุ์ของแมลง เป็นระยะที่ส้าคัญในการท้าปิรามิดอายุ 4. แมลงส่วนใหญ่มีระยะวัยก่อนเจริญพันธุ์ยาวนานกว่าระยะอื่น 15) ในปัจจุบันแผนภาพโครงสร้างอายุของประชากร (Age structure diagram) ซึ่งแสดงในรูปพีระมิดของประเทศไทย เป็นแบบใด และถ้าในอีก 20 ปีข้างหน้าอัตราการเกิดลดลงอย่างมากและมีกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น รูปพีระมิดจะ เปลี่ยนเป็นแบบใด 1. ฐานกว้างยอดแหลม เปลี่ยนเป็นรูประฆังคว่้า 2. รูประฆังคว่้า เปลี่ยนเป็นรูปกรวยปากแคบ 3. รูปกรวยปากแคบ เปลี่ยนเป็นรูปดอกบัวตูม 4. รูปกรวยปากแคบ เปลี่ยนเป็นรูประฆังคว่้า มนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม 16) แนวทางบันไดสามขั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมคือข้อใด 1. การป้องกัน การระมัดระวัง และการก้าจัด 2. การป้องกัน การสืบพบ และการก้าจัด 3. การระมัดระวัง การสืบพบ และการก้าจัด 4. การระมัดระวัง การป้องกัน และการวิจัย 17) ปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวในปัจจุบันเกิดมาจากสารชนิดใดที่ปนเปื้อนในน้้าทะเล 1. ครีมกันแดด 2. ผงซักฟอก 3. สารก้าจัดศัตรูพืชและแมลง 4. น้้ามันและคราบน้้ามัน 18) ข้อใดเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งของเอเชียและแปซิฟิก 1. การคุกคามพื้นที่ปะการัง 2. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าขยายตัวมากขึ้น 3. การปล่อยของเสียลงไปในชายฝั่งและทะเล 4. การจับปลาในน้้าเกินก้าลังการทดแทนตามธรรมชาติ 19) หากโลกยังมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น น้้าแข็งที่ขั้วโลกจะละลายมากยิ่งขึ้น ผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นคือข้อใด 1. ปริมาณน้้าทะเลจะเพิ่มขึ้น 2. ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง 3. ระบบนิเวศชายฝั่งและปะการังถูกท้าลาย 4. ก๊าซ CH4 จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้นและจะท้าให้โลกร้อนยิ่งขึ้น 20) วัฎจักรข้อใดได้รับผลกระทบมากที่สุดจากปรากฎการณ์โลกร้อน ก. ไนโตรเจน ข. น้้า ค. คาร์บอน ง. ซัลเฟอร์ 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ค และ ง 4. ก และ ง -------------------------------------------