1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6
ปีการศึกษา 2560
ชื่อโครงงาน Workshop in Chiang Mai
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาว วิสิตา ขันแก้ว เลขที่ 26 ชั้น ม.6 ห้อง 4
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
นางสาว วิสิตา ขันแก้ว เลขที่ 26 ชั้น ม.6 ห้อง 4
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
ร้านทางานในเชียงใหม่
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Workshop in Chiang Mai
ประเภทโครงงาน โครงงานประเภทสารวจ เพื่อหาความเหมาะสมกับผู้ที่ใช้บริการร้านทางาน
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว วิสิตา ขันแก้ว เลขที่ 26 ชั้น ม.6/4
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
สังคมในปัจจุบันมีการทางานทั้งในบริษัท โรงเรียน หรือนอกสถานที่ แต่ความนิยมส่วนใหญ่เป็นการทางานนอก
สถานที่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการทา ดิฉันจึงสนใจในการทา
หัวข้อ Workshop in Chiang Mai ที่เลือกในเชียงใหม่เพราะ ดิฉันอาศัยอยู่ในจังหวัดนี้ จึงทาให้การศึกษาสารวจ
สถานที่สะดวกมากขึ้น การทาโครงงาน Workshop in Chiang Mai เป็นการสารวจเพื่อหาความเหมาะสมของ
สถานที่ทางาน โดยคานึงถึงบรรยากาศ วิธีการทางาน เส้นทางการเดินทางไปยังร้านนั้นๆ
การทางานนอกสถานที่ หรือ Workshop มีข้อดีคือ ความรู้สึกการนั่งทางานที่ไม่รู้สึกเหมือนนั่งทางานเพราะการ
นั่งทางานในบรรยากาศของร้านกาแฟ มันเป็นความรู้สึกใหม่ที่ไม่เหมือนกับการนั่งในบริษัท มีสิ่งให้มองรอบตัว มีคน
เคลื่อนไหว มีอาหารให้สั่ง ที่สาคัญคือถ้าเบื่อบรรยากาศเดิมๆ ก็เปลี่ยนร้านเวียนไปได้เรื่อยๆตามความชอบของเรา
หากไม่มีสถานที่ทางานก็สามารถมาทางานที่ Workshop ได้ โดยเรามีโอกาสได้พบกับความคิดสร้างสรรค์และแรง
บันดาลใจมากมาย เป็นสิ่งที่หาอะไรมาเทียบได้ยากมาก มันเป็นสถานที่ที่คนแปลกหน้า ในสาธารณะมารวมตัวกันใน
เวลากลางวัน แล้วก็มีบรรยากาศที่ดีเป็นทุนเดิม เวลาคุณนั่งคิดงาน ถ้าได้เหลือบมองไปเห็นโคมไฟ ถ้วยกาแฟ หนังสือ
หรือโปสเตอร์บนผนัง ได้ยินเสียงคุยกันของคนที่นั่งอยู่ ได้เห็นความเคลื่อนไหวของคนตลอดเวลา มันทาให้เรารู้สึกเป็น
ส่วนหนึ่งของสังคมนี้ และทาให้รู้สึกมีพลังในการทางานมากขึ้น การไปเป็นขาประจา เราจะเริ่มมองเห็นเอกลักษณ์ของ
3
ร้านนั้นๆ และเริ่มทาความรู้จักกับคนในร้านได้มากขึ้น ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนเป็นการวางไข่ความเคยชินเอาไว้
เหมือนเป็นที่ประจาส่วนตัว ที่มากี่ครั้งก็ได้แรงบันดาลใจได้ไฟในการทางานทุกครั้ง สุดท้ายเราจะได้ประสบการณ์และ
สังคมใหม่ๆ อาจพบความสุขที่อยู่ใกล้ตัวเราเพียงแต่เราแค่ก้าวออกไปหาสิ่งใหม่ให้กับตัวเอง
เหตุผลสาคัญที่ทาให้เกิดร้านทางาน บนโลกนี้เกิดขึ้น เพราะมันคือที่ที่คนมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วต่าง
คนต่างก็มีความชอบและความสนใจของตัวเอง บางทีขั้นตอนของการเลือกนั่งร้านกาแฟร้านโปรดสักร้านมันเหมือน
เป็นการ Filter ความชอบความสนใจของคนๆนึงมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเจอหน้ากันบ่อย โอกาสพูดคุยก็มีเพิ่มมากขึ้น
เหตุการณ์ที่นั่งใกล้กับใครสักคน แล้วสิ่งที่ทาอยู่ในคอมเป็นเรื่องสนใจ จนคุยเป็นเพื่อนกันหรือร่วมงานกันในอนาคต
มองจากภาพรวมแล้ว ดูไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยในมุมของเรา
การทางานโครงงาน Workshop in Chiang Mai จะเป็นอีกเรื่องที่ทาให้ผู้ที่สนใจในการทางานนอกสถานที่ได้
ลองศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งนี้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นที่นิยมในสังคมการทาเรื่องนี้จึงเป็นเนื้อหาที่มีความ
ทันสมัยกับโลกปัจจุบัน ดิฉันได้ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีในการศึกษาความนิยมในสังคมโซเชียล เก็บข้อมูลนอก
สถานที่ นามาวิเคราะห์และแนะนาให้เหมาะสมกับทุกคน เผยแพร่ในสังคมออนไลน์เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาสถานที่ที่ทางานเป็นที่นิยมในจังหวัดเชียงใหม่
2 .เพื่อให้ผู้คนหาประสบการณ์ใหม่ๆในการทางานนอกสถานที่
3. เพื่อเป็นการค้นคว้าหาความคิด แรงบันดาลใจ เปลี่ยนบรรยากาศ ในการทางานนอกสถานที่
4. ความรู้เรื่อง Blog ให้เกิดประโยชน์เผยแพร่ให้กับคนในสังคมได้
5 .ฝึกกระบวนการคิด ในการวางแผน
ขอบเขตโครงงาน
ร้านทางานที่เป็นที่นิยมในจังหวัดเชียงใหม่
หลักการและทฤษฎี
เป็นการใช้ความรู้ทางด้านจิตวิทยาในการศึกษาความนิยมในการทางานนอกสถานที่ ใช้หลักสถิติในวิชา
คณิตศาสตร์ สารวจ วิเคราะห์ คานวณความเป็นไปได้ในการที่ผู้ใช้บริการจะกลับมาใช้บริการอีก
บริษัท แกลลัพ จากัด ผู้นาด้านการวิจัยตลาดและผู้ให้คาปรึกษาทางธุรกิจระดับโลกที่มีประสบการณ์มากกว่า
80 ปี เผยผลวิจัยครั้งล่าสุดกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า พนักงานออฟฟิศชาวอเมริกันทางานนอกสานักงาน
เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นระยะเวลานานขึ้นด้วย
ผลสารวจจากกลุ่มตัวอย่างวัยทางานทั้งหมด 1.5 หมื่นคนในปี 2559 ชี้ว่า 43% ของพนักงานชาวอเมริกัน
ยอมรับว่า พวกเขาทางานนอกสานักงานในบางครั้ง ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงอัตราส่วนของพนักงานที่ทางานนอก
สานักงานเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับงานวิจัยในปี 2555 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้
หางาน ทั้งนี้ พนักงานส่วนที่บอกว่า พวกเขาใช้เวลาเพียง 1 วันหรือน้อยกว่านั้นต่อสัปดาห์ในการทางานนอกออฟฟิศ
4
มีจานวนน้อยลงมากคือ จากเดิม 34% (ในปี 2555) เหลือเพียง 25% ในปีที่ผ่านมา (2559) ส่วนพนักงานที่บอกว่า
พวกเขาทางานนอกสถานที่สัปดาห์ละ 4-5 วันมีอัตราเพิ่มขึ้นจากเดิม 24 % เป็น 31% ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น
มีรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากแกลลัพว่า “ตารางเวลาที่มีความยืดหยุ่น” และ “การให้โอกาสทางานจากที่
บ้าน” เป็นปัจจัยสาคัญและมีผลต่อการตัดสินใจทางานหรือลาออกของพนักงาน และด้วยเหตุนี้ พนักงานจึงพยายาม
ผลักดันให้บริษัทเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรรูปแบบเก่าที่ใช้กันมาอย่างยาวนานและปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ ที่มีผลต่อ
วันทางานหรือตารางเวลาทางานของพวกเขา
พนักงานและหัวหน้างานบางคนเห็นด้วยกับระบบการทางานที่มีความยืดหยุ่นในลักษณะนี้ โดยให้เหตุผลว่า
พนักงานที่ทางานนอกสถานที่สามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทางานที่มีความยืดหยุ่นใน
ลักษณะนี้จะช่วยลดช่องว่างความแตกต่างทางเพศอีกด้วย
ผลงานวิจัยในอดีตเมื่อครั้งปี 2555 พบว่า พนักงานกลุ่มที่รู้สึกมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่นที่จะเห็นความสาเร็จ
ขององค์กรสูงที่สุดเป็นกลุ่มที่ใช้เวลาในการทางานนอกสานักงานน้อยที่สุด แต่มาในปี 2559ผลงานวิจัยล่าสุดกลับ
พบว่าแนวคิดนี้ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป
ในปี 2559 รายงานผลการสารวจระบุว่า พนักงานที่ไม่เคยทางานนอกสถานที่เลย กับพนักงานที่ทางานนอก
สถานที่ตลอดเวลา ต่างมีความรู้สึกมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่นที่จะเห็นความสาเร็จขององค์กรเท่าๆกัน
พนักงานกลุ่มที่ใช้เวลาทางานนอกสานักงาน 60 ถึง 80% ต่อสัปดาห์เป็นกลุ่มที่รู้สึกมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่น
ที่จะเห็นความสาเร็จขององค์กรสูงที่สุด ทั้งๆ ที่พนักงานกลุ่มที่ได้ทางานนอกสถานที่เป็นกลุ่มที่ต้องใช้เวลาบางส่วน
ห่างจากผู้จัดการและเพื่อนร่วมงาน แต่พนักงานกลุ่มนี้กลับเป็นส่วนใหญ่ของพนักงานที่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า คนใน
ที่ทางานใส่ใจพวกเขาและมีคนที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพวกเขาและได้พูดคุยกับพวกเขาถึงความเป็นไปใน
การทางาน
นอกเหนือจากนี้ รายงานของแกลลัพยังเผยว่า พนักงานกลุ่มที่ใช้เวลาสามถึงสี่วันต่อสัปดาห์ในการทางานนอก
สานักงานเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะรู้สึกว่าพวกเขามีเพื่อนที่ดีที่สุดในองค์กรและมีโอกาสในการเติบโตในสาย
งานอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้การทางานนอกสานักงานจะมีความนิยมแพร่หลายมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะถูก
นามาใช้ปฏิบัติได้ในทุกวงการ ธุรกิจส่วนใหญ่ยอมรับแนวคิดนี้ อาทิ ธุรกิจด้านขนส่ง คอมพิวเตอร์ระบบฐานข้อมูลและ
คณิตศาสตร์ ธุรกิจด้านศิลปะ การออกแบบ ความบันเทิง กีฬา และสื่อสารมวลชน แต่ที่น่าจับตาคือ ธุรกิจด้านการเงิน
และอสังหาริมทรัพย์ แนวคิดนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว คือมีสัดส่วนการทางานนอกสถานที่เพิ่มขึ้นถึง 8%
5
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
งบประมาณ
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
__________________________________________________________________
___________________________________________________________________
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
6
สถานที่ดาเนินการ
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________

โครงร่างโครงงาน

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปีการศึกษา 2560 ชื่อโครงงาน Workshop in Chiang Mai ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว วิสิตา ขันแก้ว เลขที่ 26 ชั้น ม.6 ห้อง 4 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม นางสาว วิสิตา ขันแก้วเลขที่ 26 ชั้น ม.6 ห้อง 4 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ร้านทางานในเชียงใหม่ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Workshop in Chiang Mai ประเภทโครงงาน โครงงานประเภทสารวจ เพื่อหาความเหมาะสมกับผู้ที่ใช้บริการร้านทางาน ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว วิสิตา ขันแก้ว เลขที่ 26 ชั้น ม.6/4 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน สังคมในปัจจุบันมีการทางานทั้งในบริษัท โรงเรียน หรือนอกสถานที่ แต่ความนิยมส่วนใหญ่เป็นการทางานนอก สถานที่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการทา ดิฉันจึงสนใจในการทา หัวข้อ Workshop in Chiang Mai ที่เลือกในเชียงใหม่เพราะ ดิฉันอาศัยอยู่ในจังหวัดนี้ จึงทาให้การศึกษาสารวจ สถานที่สะดวกมากขึ้น การทาโครงงาน Workshop in Chiang Mai เป็นการสารวจเพื่อหาความเหมาะสมของ สถานที่ทางาน โดยคานึงถึงบรรยากาศ วิธีการทางาน เส้นทางการเดินทางไปยังร้านนั้นๆ การทางานนอกสถานที่ หรือ Workshop มีข้อดีคือ ความรู้สึกการนั่งทางานที่ไม่รู้สึกเหมือนนั่งทางานเพราะการ นั่งทางานในบรรยากาศของร้านกาแฟ มันเป็นความรู้สึกใหม่ที่ไม่เหมือนกับการนั่งในบริษัท มีสิ่งให้มองรอบตัว มีคน เคลื่อนไหว มีอาหารให้สั่ง ที่สาคัญคือถ้าเบื่อบรรยากาศเดิมๆ ก็เปลี่ยนร้านเวียนไปได้เรื่อยๆตามความชอบของเรา หากไม่มีสถานที่ทางานก็สามารถมาทางานที่ Workshop ได้ โดยเรามีโอกาสได้พบกับความคิดสร้างสรรค์และแรง บันดาลใจมากมาย เป็นสิ่งที่หาอะไรมาเทียบได้ยากมาก มันเป็นสถานที่ที่คนแปลกหน้า ในสาธารณะมารวมตัวกันใน เวลากลางวัน แล้วก็มีบรรยากาศที่ดีเป็นทุนเดิม เวลาคุณนั่งคิดงาน ถ้าได้เหลือบมองไปเห็นโคมไฟ ถ้วยกาแฟ หนังสือ หรือโปสเตอร์บนผนัง ได้ยินเสียงคุยกันของคนที่นั่งอยู่ ได้เห็นความเคลื่อนไหวของคนตลอดเวลา มันทาให้เรารู้สึกเป็น ส่วนหนึ่งของสังคมนี้ และทาให้รู้สึกมีพลังในการทางานมากขึ้น การไปเป็นขาประจา เราจะเริ่มมองเห็นเอกลักษณ์ของ
  • 3.
    3 ร้านนั้นๆ และเริ่มทาความรู้จักกับคนในร้านได้มากขึ้น ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนเป็นการวางไข่ความเคยชินเอาไว้ เหมือนเป็นที่ประจาส่วนตัวที่มากี่ครั้งก็ได้แรงบันดาลใจได้ไฟในการทางานทุกครั้ง สุดท้ายเราจะได้ประสบการณ์และ สังคมใหม่ๆ อาจพบความสุขที่อยู่ใกล้ตัวเราเพียงแต่เราแค่ก้าวออกไปหาสิ่งใหม่ให้กับตัวเอง เหตุผลสาคัญที่ทาให้เกิดร้านทางาน บนโลกนี้เกิดขึ้น เพราะมันคือที่ที่คนมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วต่าง คนต่างก็มีความชอบและความสนใจของตัวเอง บางทีขั้นตอนของการเลือกนั่งร้านกาแฟร้านโปรดสักร้านมันเหมือน เป็นการ Filter ความชอบความสนใจของคนๆนึงมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเจอหน้ากันบ่อย โอกาสพูดคุยก็มีเพิ่มมากขึ้น เหตุการณ์ที่นั่งใกล้กับใครสักคน แล้วสิ่งที่ทาอยู่ในคอมเป็นเรื่องสนใจ จนคุยเป็นเพื่อนกันหรือร่วมงานกันในอนาคต มองจากภาพรวมแล้ว ดูไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยในมุมของเรา การทางานโครงงาน Workshop in Chiang Mai จะเป็นอีกเรื่องที่ทาให้ผู้ที่สนใจในการทางานนอกสถานที่ได้ ลองศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งนี้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นที่นิยมในสังคมการทาเรื่องนี้จึงเป็นเนื้อหาที่มีความ ทันสมัยกับโลกปัจจุบัน ดิฉันได้ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีในการศึกษาความนิยมในสังคมโซเชียล เก็บข้อมูลนอก สถานที่ นามาวิเคราะห์และแนะนาให้เหมาะสมกับทุกคน เผยแพร่ในสังคมออนไลน์เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีสื่อ อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสถานที่ที่ทางานเป็นที่นิยมในจังหวัดเชียงใหม่ 2 .เพื่อให้ผู้คนหาประสบการณ์ใหม่ๆในการทางานนอกสถานที่ 3. เพื่อเป็นการค้นคว้าหาความคิด แรงบันดาลใจ เปลี่ยนบรรยากาศ ในการทางานนอกสถานที่ 4. ความรู้เรื่อง Blog ให้เกิดประโยชน์เผยแพร่ให้กับคนในสังคมได้ 5 .ฝึกกระบวนการคิด ในการวางแผน ขอบเขตโครงงาน ร้านทางานที่เป็นที่นิยมในจังหวัดเชียงใหม่ หลักการและทฤษฎี เป็นการใช้ความรู้ทางด้านจิตวิทยาในการศึกษาความนิยมในการทางานนอกสถานที่ ใช้หลักสถิติในวิชา คณิตศาสตร์ สารวจ วิเคราะห์ คานวณความเป็นไปได้ในการที่ผู้ใช้บริการจะกลับมาใช้บริการอีก บริษัท แกลลัพ จากัด ผู้นาด้านการวิจัยตลาดและผู้ให้คาปรึกษาทางธุรกิจระดับโลกที่มีประสบการณ์มากกว่า 80 ปี เผยผลวิจัยครั้งล่าสุดกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า พนักงานออฟฟิศชาวอเมริกันทางานนอกสานักงาน เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นระยะเวลานานขึ้นด้วย ผลสารวจจากกลุ่มตัวอย่างวัยทางานทั้งหมด 1.5 หมื่นคนในปี 2559 ชี้ว่า 43% ของพนักงานชาวอเมริกัน ยอมรับว่า พวกเขาทางานนอกสานักงานในบางครั้ง ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงอัตราส่วนของพนักงานที่ทางานนอก สานักงานเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับงานวิจัยในปี 2555 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้ หางาน ทั้งนี้ พนักงานส่วนที่บอกว่า พวกเขาใช้เวลาเพียง 1 วันหรือน้อยกว่านั้นต่อสัปดาห์ในการทางานนอกออฟฟิศ
  • 4.
    4 มีจานวนน้อยลงมากคือ จากเดิม 34%(ในปี 2555) เหลือเพียง 25% ในปีที่ผ่านมา (2559) ส่วนพนักงานที่บอกว่า พวกเขาทางานนอกสถานที่สัปดาห์ละ 4-5 วันมีอัตราเพิ่มขึ้นจากเดิม 24 % เป็น 31% ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากแกลลัพว่า “ตารางเวลาที่มีความยืดหยุ่น” และ “การให้โอกาสทางานจากที่ บ้าน” เป็นปัจจัยสาคัญและมีผลต่อการตัดสินใจทางานหรือลาออกของพนักงาน และด้วยเหตุนี้ พนักงานจึงพยายาม ผลักดันให้บริษัทเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรรูปแบบเก่าที่ใช้กันมาอย่างยาวนานและปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ ที่มีผลต่อ วันทางานหรือตารางเวลาทางานของพวกเขา พนักงานและหัวหน้างานบางคนเห็นด้วยกับระบบการทางานที่มีความยืดหยุ่นในลักษณะนี้ โดยให้เหตุผลว่า พนักงานที่ทางานนอกสถานที่สามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทางานที่มีความยืดหยุ่นใน ลักษณะนี้จะช่วยลดช่องว่างความแตกต่างทางเพศอีกด้วย ผลงานวิจัยในอดีตเมื่อครั้งปี 2555 พบว่า พนักงานกลุ่มที่รู้สึกมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่นที่จะเห็นความสาเร็จ ขององค์กรสูงที่สุดเป็นกลุ่มที่ใช้เวลาในการทางานนอกสานักงานน้อยที่สุด แต่มาในปี 2559ผลงานวิจัยล่าสุดกลับ พบว่าแนวคิดนี้ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป ในปี 2559 รายงานผลการสารวจระบุว่า พนักงานที่ไม่เคยทางานนอกสถานที่เลย กับพนักงานที่ทางานนอก สถานที่ตลอดเวลา ต่างมีความรู้สึกมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่นที่จะเห็นความสาเร็จขององค์กรเท่าๆกัน พนักงานกลุ่มที่ใช้เวลาทางานนอกสานักงาน 60 ถึง 80% ต่อสัปดาห์เป็นกลุ่มที่รู้สึกมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่น ที่จะเห็นความสาเร็จขององค์กรสูงที่สุด ทั้งๆ ที่พนักงานกลุ่มที่ได้ทางานนอกสถานที่เป็นกลุ่มที่ต้องใช้เวลาบางส่วน ห่างจากผู้จัดการและเพื่อนร่วมงาน แต่พนักงานกลุ่มนี้กลับเป็นส่วนใหญ่ของพนักงานที่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า คนใน ที่ทางานใส่ใจพวกเขาและมีคนที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพวกเขาและได้พูดคุยกับพวกเขาถึงความเป็นไปใน การทางาน นอกเหนือจากนี้ รายงานของแกลลัพยังเผยว่า พนักงานกลุ่มที่ใช้เวลาสามถึงสี่วันต่อสัปดาห์ในการทางานนอก สานักงานเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะรู้สึกว่าพวกเขามีเพื่อนที่ดีที่สุดในองค์กรและมีโอกาสในการเติบโตในสาย งานอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้การทางานนอกสานักงานจะมีความนิยมแพร่หลายมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะถูก นามาใช้ปฏิบัติได้ในทุกวงการ ธุรกิจส่วนใหญ่ยอมรับแนวคิดนี้ อาทิ ธุรกิจด้านขนส่ง คอมพิวเตอร์ระบบฐานข้อมูลและ คณิตศาสตร์ ธุรกิจด้านศิลปะ การออกแบบ ความบันเทิง กีฬา และสื่อสารมวลชน แต่ที่น่าจับตาคือ ธุรกิจด้านการเงิน และอสังหาริมทรัพย์ แนวคิดนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว คือมีสัดส่วนการทางานนอกสถานที่เพิ่มขึ้นถึง 8%
  • 5.
    5 วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ งบประมาณ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ __________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 12 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________
  • 6.
    6 สถานที่ดาเนินการ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________