เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




สาระสาคัญและข้อสอบตามสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

            รายวิชาชีววิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

                                จัดทาโดย

                          ครูสุรชัย ผิวเหลือง
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

                                             สาระสาคัญ

สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดารงชีวิต

มาตรฐาน ว 1.1 เข๎าใจหนํวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร๎าง และหน๎าที่ของระบบตํางๆ
ของสิ่งมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู๎ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎และนาความรู๎ไปใช๎ใน
การดารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต

ตัวชี้วัดที1 ทดลองและอธิบายการรักษาดุลยภาพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
           ่
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




ตัวอย่างข้อสอบ

1. ลอกผิวใบวํานกาบหอยแล๎วแชํลงในสารละลายน้าตาลกลูโคส เมื่อนามาสํองด๎วยกล๎องจุลทรรศน์เห็น
ลักษณะ ดังภาพ (O-NET 50)




สารละลายกลูโคสนี้เป็นสารละลายประเภทใด เมื่อเทียบกับสารละลายในเซลล์ผิวใบ
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

        ก. สารละลายไฮโพโทนิค                                ข. สารละลายไอโซโทนิค

        ค. สารละลายไฮเพอร์โทนิค                             ง. สารละลายซูเปอไอโซโทนิค

2. จาการตรวจเซลล์ 4 ชนิด พบสํวนประกอบดังนี้ (O-NET 49)

                            เซลล์     ผนังเซลล์     นิวเคลียส     คลอโรพลาสต์

                              1.          /             -                -

                              2.          /             /                /

                              3.          /             /                -

                              4.          -             /                -

    ข๎อใดเป็นเซลล์ที่มาจากพืช

        ก. 1 และ 2                         ข. 2 และ 3               ค. 3 และ 4                 ง. 2 และ 4

3. ปรากฏการณ์ใดตํอไปนี้จะเกิดกับเซลล์พืชที่แชํในสารละลายไฮโพโทนิค (O-NET 49)

        ก. เซลล์เตํง                ข. เซลล์แตก             ค. เซลล์เหี่ยว            ง. เซลล์เหมือนเดิม

4. ข๎อใดตํอไปนี้อาศัยกระบวนการเอกโซไซโทซิส (O-NET 51)

        ก. การทาลายเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว

        ข. การนาอนุภาคขนาดใหญํเข๎าสูํเซลล์ของอะมีบา

        ค.การขับเกลือแรํสํวนเกินออกทางเหงือกของปลาทะเล

        ง. การหลั่งเอนไซม์ยํอยอาหารออกมาจากเยื่อบุผิวลาไส๎เล็ก

5. เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวนาแบคทีเรียเข๎าสูํเซลล์แล๎วออร์แกเนลใดทาหน๎าที่ยํอยทาลายแบคทีเรียนั้น (O-NET 51)

        ก. ไรโบโซม                                 ข. ไลโซโซม

        ค. ไมโทคอนเดรีย                            ง. กอลจิคอมเพลกซ์
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

6. เมื่อนากระเพาะปัสสาวะของสุกรมาบรรจุสารละลายน้าตาล รัดปลายทั้งสองด๎านให๎แนํนและนาไปชั่ง
น้าหนัก จากนั้นจึงนาไปแชํในน้ากลั่นและชั่งน้าหนักเป็นระยะๆ กราฟใดแสดงการเปลี่ยนแปลงน้าหนักของ
กระเพาะปัสสาวะได๎ถูกต๎อง (O-NET 52)




ก.                         ข.                        ค.                         ง.

7. นักเรียนจะต๎องหยดเลือดลงในภาชนะบรรจุสารละลายที่มีความเข๎มข๎นเทําใด จึงจะทาให๎เซลล์เม็ดเลือด
แดงแตก (O-NET 52)

        ก. 0.4 โมลาร์                ข. 0.6 โมลาร์                     ค. 1.0 โมลาร์          ง. 1.6 โมลาร์

8. ออร์แกเนลล์ใดในเซลล์พืชที่ไมํพบดีเอ็นเอ (O-NET 52)

        ก. นิวเคลียส                 ข. แวคิวโอล              ค. คลอโรพลาสต์           ง. ไมโทคอนเดรีย

9. เซลล์ที่มีสํวนประกอบดังตํอไปนี้ : ดีเอ็นเอ ไรโบโซม เยื่อหุ๎มเซลล์ เอนไซม์ และไมโทคอนเดรีย เป็นเซลล์
ของสิ่งมีชีวิตในข๎อใด (O-NET 53)

        ก. แบคทีเรีย                                 ข. พืชเทํานั้น

        ค. สัตว์เทํานั้น                             ง. อาจเป็นได๎ทั้งพืชหรือสัตว์

10. เมื่อหยดน้าเกลือลงบนสไลด์ที่มีใบสาหรํายหางกระรอกอยูํ จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์คล๎าย
กับที่เกิดขึ้นเมื่อหยดสารใดมากที่สุดและเกิดเร็วที่สุด (O-NET 53)

        ก. น้ากลั่น                  ข. น้าเชื่อม             ค. น้านมสด               ง. แอลกอฮอล์
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

ตัวชี้วัดที่ 2 ทดลองและอธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้าในพืช




        กลไกส้าคัญในการรักษาดุลยภาพของน้้าในพืช คือ ควบคุมสมดุลระหว่างการคายน้าผ่านปากใบและการดูดน้า
                                                                              ้                    ้
ที่ราก ถ้าคายน้้ามากก็ต้องดูดน้าเข้าทางรากมากเช่นกัน ส่วนมากจะคายน้้าที่ปากใบ
                               ้

        การคายน้้าทางปากใบ เรียกว่า สโตมาทอล ทรานสพิเรชัน ( stomatal            transpiration )   เป็นการคายน้้าที่
เกิดขึ้นมากถึง 90 %

ตัวอย่างข้อสอบ

11. ต๎นมะมํวงตอบสนองตํอภาวะแห๎งแล๎งเนื่องจากฝนไมํต๎องตกตามฤดูกาลอยํางไร (O-NET 50)
        ก. ทิ้งใบบางสํวน เพื่อลดการคายน้า

        ข. รากใช๎พลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให๎สามารถดูดน้าได๎

        ค. ปากใบเปิดกว๎างมากขึ้น เพื่อรับน้าจากอากาศปาก

        ง. ใบปิดเฉพาะเวลากลางคืน เพื่อป้องกันการสูญเสียน้า
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

12. ข๎อใดตํอไปนี้เกี่ยวข๎องน๎อยที่สุดกับการปรับตัวเพื่อลดการคายน้าของพืช (O-NET 52)

        ก. การมีเปลือกแข็งหุ๎มลาต๎น             ข. การมีใบเข็มของต๎นกระบองเพชร

        ค. การสังเคราะห์ด๎วยแสงในเวลากลางคืน ง. การมีปากใบด๎านหลัง (ventral) ใบของผักตบชวา

13. การหลั่งเพปซิโนเจนออกจากเซลล์ผนังกระเพาะอาหารอาศัยกระบวนการใด (O-NET 49)

        ก.กระบวนการแพรํ                         ข.การลาเลียงแบบใช๎พลังงาน

        ค. การลาเลียงแบบฟาซิลิเทต               ง. กระบวนการเอกโซไซโทซิส

ตัวชี้วัดที่ 3 สืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกการควบคุมดุลยภาพของน้า แร่ธาตุ และอุณหภูมิของมนุษย์
และสัตว์อื่น ๆ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




14. อวัยวะใดที่ไมํทาหน๎าที่ขับเกลือออกจากรํางกายของปลาทะเลสํวนใหญํ (O-NET 49)

        ก. ไต                    ข. เหงือก              ค. ผิวหนัง              ง. ทวารหนัก

15. สัตว์ข๎อใดที่อุณหภูมิรํางกายแปรผันตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล๎อม (O-NET 50)

        ก. ม๎าน้า                ข. แมวน้า              ค. นกเป็ดน้า            ง. หมูน้า

16. สัตว์ชนิดใดที่ไมํมีกลไกการักษาอุณหภูมิของรํางกายให๎คงที่ อุณหภูมิของรํางกายจึงแปรผันไปตามอุณหภูมิ

ของสิ่งแวดล๎อม (O-NET 51)

        ก. พยูน                  ข. จระเข๎              ค. ปลาวาฬ               ง. นกเพนกวิน
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

17. ก. และ ข.เป็นกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหวํางอุณหภูมิรํางกายและอุณหภูมิสิ่งแวดล๎อมของสัตว์ชนิดใด
ตามลาดับ (O-NET 50)




        ก. เตํา และ โลมา                           ข. ปลาฉลาม และ คน

        ค. หนูและ นกเพนกวิน                        ง. นกกางเขน และ กิ้งกํา
18. ข๎อใดกลําวถึงการรักษาดุลยภาพของน้าและแรํธาตุของปลาน้าจืดได๎ถูกต๎อง

        ก. ไตขับปัสสาวะเจือจางและปริมาณน๎อย                 ข. ไตขับปัสสาวะเจือจางและปริมาณมาก

        ค. ไตขับปัสสาวะที่มีความเข๎มข๎นและปริมาณน๎อย ง. ไตขับปัสสาวะที่มีความเข๎มข๎นสูงและปริมาณมาก

19. คอนแทร็กไทล์ แวคิวโอล (contractile vacuole) ที่พบในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ทาหน๎าที่ใด (O-NET 49)

        ก. ยํอยอาหาร              ข. กาจัดกากอาหาร           ค. กาจัดน้า             ง. ข๎อ ข และ ค
20. หลังจากออกกาลังกายกลางแดดนานๆรํางกายมีกลไกในการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิอยํางไร (O-NET 49)

        ก. ลดอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดขยายตัว ข. ลดอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดหดตัว

        ค. เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดขยายตัว ง. เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดหดตัว
21. ขณะที่สิ่งแวดล๎อมมีอุณหภูมิสูงขึ้น ข๎อใดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรํางกายของเรา (O-NET 51)
              ข๎อ อัตราแทบอลิซึม        หลอดเลือดฝอยที่ผิวหนัง      กล๎ามเนื้อยึดโคนเส๎นขน

              ก. สูงขึ้น                ขยายตัว                     คลายตัว

              ข. ลดลง                   ขยายตัว                     คลายตัว

              ค. สูงขึ้น                หดตัว                       หดตัว

              ง.    ลดลง                หดตัว                       หดตัว
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




22. สารใดที่ไมํพบในปัสสาวะของคนปกติ (O-NET 49)

        ก. โปรตีน                ข. ยูเรีย                      ค. ยูริก                ง. เกลือโซเดียม

23. หลังการออกกาลังกายอยํางหนักเลือดในรํางกายจะมีสภาพอยํางไร (O-NET 51)

        ก. เลือดมีสภาพเป็นเบส เพราะมี OH- ในเลือดต่า ข. เลือดมีสภาพเป็นเบส เพราะมี OH- ในเลือดสูง

        ค. เลือดมีสภาพเป็นกรด เพราะมี H+ ในเลือดต่า             ง. เลือดมีสภาพเป็นกรด เพราะมี H+ ในเลือดสูง

24. ข๎อใดแสดงสภาวะของเลือดในคนกํอนและหลังการออกกาลังกายใหมํๆ ไมํถูกต๎อง (O-NET 52)

                                  คําที่วัด                                  กํอนออกกาลัง      หลังออกกาลัง
                                                                                 กาย               กาย

     ก คํา pH ของเลือด                                                            7.4               7.8

     ข ความเข๎มข๎นของออกซิเจน (หนํวย/ซม3)                                         30                20

     ค ความเข๎มข๎นของคาร์บอนไดออกไซด์ (หนํวย/ซม3)                                 60                65

     ง ความเข๎มข๎นของกรดแลกติก (หนํวย/ซม3)                                        15                35

25. โครงสร๎างของสิ่งมีชีวิตในข๎อใดตํอไปนี้ที่ไมํได๎ทาหน๎าที่ป้องกันการสูญเสียน้าจากรํางกาย (O-NET 52)

        ก. ขนนก                               ข. เกล็ดปลา

        ค. ผนังลาตัวแมลง                      ง. เยื่อหุ๎มเซลล์พารามีเซียม

26. กระบวนการใดไมํพบในกระบวนการดูดน้ากลับที่ทํอหนํวยไต (O-NET 53)

        ก. การแพรํ                                     ข. ออสโมซิส

        ค. เอนโดไซโทซิส                                ง. การลาเลียงแบบใช๎พลังงาน
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

27. พิจารณาแผนภาพข๎างลํางที่แสดงกลไกการรักษาสมดุลอุณหภูมิในรํางกายมนุษย์




การตอบสนองในข๎อใดไมํถูกต๎อง (O-NET 52)

        ก. (ก) และ (ข)          ข. (ค) และ (ฉ)           ค. (ง) และ (ช)        ง. (จ) และ (ซ)

28. เหตุใดผู๎ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์จึงมักปัสสาวะบํอยกวําปกติ (O-NET 53)

        ก. ไตทางานอยํางมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

        ข. การหลั่งฮอร์โมนวาโซเปรสซินลดลง

        ค. แอลกอฮอล์เป็นพิษตํอรํางกาย จึงถูกกาจัดทิ้งอยํางรวดเร็ว

        ง. รํางกายควบคุมการทางานของกล๎ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไมํได๎

29. การดื่มน้าส๎มเป็นปริมาณมาก ทาให๎เลือดมีสภาวะเป็นกรดจริงหรือไมํ เพราะเหตุใด (O-NET 53)

        ก. เป็นกรดจริง เพราะวิตามินซีละลายน้าได๎

        ข. เป็นกรดจริง เพราะน้าส๎มมีรสเปรี้ยวและมีปริมาณกรดสูง

        ค. ไมํเป็นกรด เพราะเลือดมีสมบัติเป็นสารละลายบัฟเฟอร์

        ง. ไมํเป็นกรด เพราะรํางกายจะได๎รับอันตรายได๎หากเลือดมีสภาวะเป็นกรด
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

ตัวชี้วัดที่ 4 อธิบายเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและนาความรู้ไปใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




ตัวอย่างข้อสอบ
30. การรณรงค์ให๎เลี้ยงลูกด๎วยน้านมแมํในระยะหลังคลอดเนื่องด๎วยเหตุผลสาคัญในข๎อใด (O-NET 49)

       ก. น้านมแมํมีโปรตีนสูง                  ข. น้านมแมํไมํมีเชื้อโรค

       ค. น้านมแมํมีแอนติบอดี                  ง. น้านมแมํมีแอนติเจน

31. วัคซีนที่ใช๎หลอดป้องกันโรคโปลิโอในเด็กเป็นสารใด (O-NET 49)

       ก. แอนติบอดี             ข. แอนติเจน            ค. เอนไซม์            ง. แอนติไบโอติก
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

32. ถ๎าตรวจเลือดแล๎วพบวําเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติแสดงวําเป็นโรคใด (O-NET 50)

        ก. เอดส์                 ข.ติดเชื้อ                ค. โลหิตจาง           ง. ธาลัสซีเมีย

33. ข๎อใดเป็นความจริง (O-NET 51)

        ก. ภูมิคุ๎มกันที่ทารกได๎จากแมํสามารถคุ๎มกันโรคได๎ทุกชนิด

        ข. วัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ผลิตจากจุลินทรีย์ที่มีชีวิต

        ค. ม๎ามเป็นอวัยวะน้าเหลืองขนาดใหญํที่สุดของมนุษย์

        ง. สํวนประกอบหลักของเซรุํมคือสารพิษของจุลินทรีย์ที่หมดสภาพความเป็นพิษแล๎ว

34. อวัยวะในข๎อใดตํอไปนี้ไมํเป็นสํวนหนึ่งของระบบน้าเหลืองในรํางกายมนุษย์ (O-NET 52)

        ก. ม๎าม                                            ข. ทอนซิล

        ค. ตํอมไทมัส                                       ง. ตํอมหมวกไต

35. เมื่อเชื้อโรคเข๎าสูํรํางกายคน รํางกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยสร๎างสารใดมาตํอสู๎ (O-NET 53)

        ก. ซีรุํม                ข. แอนติเจน               ค. ทอกซอยด์           ง. แอนติบอดี

36. ข๎อใดเป็นแผนภาพการให๎เลือดที่ถูกต๎องตามหมูํเลือด (O-NET 50)
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

มาตรฐาน ว1.2 เข๎าใจกระบวนการและความสาคัญของการถํายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการ
                ของสิ่ งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีว ภาพ การใช๎เทคโนโลยีชีว ภาพที่มีผลกระทบตํอ
                มนุษย์และสิ่งแวดล๎อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู๎และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่
                เรียนรู๎ และนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์

ตัวชี้วัดที่ 1 อธิบายกระบวนการถํายทอดสารพันธุกรรม การแปรผันทางพันธุกรรม มิวเทชัน และการเกิด
ความหลากหลายทางชีวภาพ
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




37. ข๎อความใดถูกต๎องเกี่ยวกับการแบํงเซลล์บริเวณปลายรากหอม (O-NET 51)

       ก. เป็นการแบํงเซลล์แบบไมโอซิส             ข. เมื่อสิ้นสุดการแบํงเซลล์จะได๎เซลล์ใหมํ 4 เซลล์

       ค. เซลล์ใหมํที่เกิดขึ้นมีจานวนโครโมโซมเทําเดิม    ง. เซลล์ใหมํที่เกิดขึ้นจากการคอดของเยื่อหุ๎มเซลล์

38. การสร๎างเซลล์สืบพันธุ์ของคนเกิดจากการแบํงเซลล์แบบใด (O-NET 49)

       ก. ไมโทซิสที่มีการลดจานวนโครโมโซม                 ข. ไมโทซิสที่ไมํมีการลดจานวนโครโมโซม

       ค. ไมโอซิสที่มีการลดจานวนโครโมโซม                 ง. ไมโอซิสที่ไมํมีการลดจานวนโครโมโซม
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

39. สารพันธุกรรมเป็นสารประเภทใด (O-NET 49)

        ก. ลิพิด                ข.โปรตีน                 ค.คาร์โบไฮเดรต          ง. กรดนิวคลีอค
                                                                                              ิ

40. ข๎อใดไมํใชํองค์ประกอบของดีเอ็นเอ (O-NET 51)

        ก. กรดอะมิโน            ข. ไนโตรเจนเบส           ค. หมูํฟอสเฟต          ง. น้าตาลเพนโทส

41. ชายคนหนึ่งมีลักษณะนิ้วเกินที่แตํงงานกับหญิงที่มีนิ้วปกติ มีบุตรชาย 1 คนและบุตรสาว 1 คน ที่มี
ลักษณะนิ้วเกินบุตรชายแตํงงานกับหญิงที่มีจานวนนิ้วปกติและบุตรชาย 2 คน ที่มีจานวนนิ้วปกติ ข๎อใดคือ
เพดดิกรีของครอบครัวนี้ (O-NET 49)

        ก.                                               ข.




        ค.                                               ง.



42. คนมีจานวนโครโมโซมในเซลล์รํางกาย46 แทํง ระหวํางการแบํงเซลล์แตํล ะโครโมโซมประกอบด๎วย
กี่โครมาติด(O-NET 50)

        ก. 2                    ข. 23                    ค. 46                   ง. 92

43. ชายคนหนึ่งมีลักษณะผิวเผือกแตํงงานกับหญิงผิวปกติ มีบุตรชายผิวปกติ 1 คนและบุตรสาวผิวเผือก 1 คน

บุตรชายแตํงงานกับหญิงผิวปกติและมีบุตรสาว 2 คน ที่มีผิวปกติข๎อใดคือเพดดีกรีของครอบครัวนี้ (O-NET 51)

        ก.                                               ข.




        ค.                                               ง.
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

44. จากเพดดิกรีตาบอดสีตํอไปนี้ ข๎อใดคือ จีโนไทป์ของบุคคลที่ 2 ในรุํนที่ I (O-NET 50)




        ก. XCXC                  ข. XCXc                  ค. XCY                   ง. XcY

45. สามีภรรยาคูํหนึ่งเป็นพาหะของธาลัสซีเมียที่เหมือนกัน โอกาสที่ลูกคนแรกจะเป็นธาลัสซีเมียมีเทําใด

(O-NET 49)

             1                        1
        ก.                       ข.                       ค. 1                     ง.   3
             2                        3                        4                        4

46. สามีภรรยาคูํหนึ่งเป็นพาหะของธาลัสซีเมียที่เหมือนกัน โอกาสที่ลูกคนแรกจะไม่เป็นธาลัสซีเมียมีเทําใด

(O-NET 51)

             1                        2                        3                        1
        ก.                       ข.                       ค.                       ง.
             2                        3                        4                        4

47. ลักษณะผิวเผือกควบคุมโดยยีน a ที่อยูํบนออโตโซม สํวนลักษณะผิดปกติควบคุมโดยยีน A ครอบครัวหนึ่ง
พํอแมํผิวปกติมีบุตรคนแรกลักษณะผิวเผือกโอกาสที่บุตรคนตํอไปจะมีฟีโนไทป์ปกติเทําใด (O-NET 50)

        ก. 0%                    ข.20%                    ค.25%                    ง. 75%

48. ลักษณะพันธุกรรมของคนในข๎อใด ที่มียีนควบคุมอยูํบนออโตโซม (autosome) (O-NET 49)

        ก. โรคธาลัสซีเมีย                        ข. โรคฮีโมฟิเลีย(โรคเลือดไหลไมํหยุด)

        ค. ตาบอดสี                               ง. ภาวะพรํองเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอตเฟต ดีไฮโดรจีเนส

49. ลักษณะพันธุกรรมของคนในข๎อใด ที่ไมํมียีนอยูํบนโครโมโซมเพศ (O-NET 51)

        ก. ลักษณะผิวเผือก                        ข. ตาบอดสี

        ค. ลักษณะนิ้วเกิน                        ง.โรคธาลัสซีเมีย
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

50. ลักษณะตาบอดสีพบในเพศชายมากกวําเพศหญิง เพราะเหตุใด (O-NET 49)

         ก. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนด๎อยบนโครโมโซม X และเพศชายมีโครโมโซม X เพียง 1 โครโมโซม

         ข. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนเดํนบนโครโมโซม X และเพศชายมีโครโมโซม X เพียง 1 โครโมโซม

         ค. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนด๎อยบนโครโมโซม Y และแสดงออกเมื่อมีฮอร์โมนเพศชาย

         ง. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนเดํนบนโครโมโซม Y และแสดงออกเมื่อมีฮอร์โมนเพศชาย

51. หมูํเลือดของพํอแมํคูํใดที่ลูกทุกคนจะมีหมูํเลือดเดียวกัน (O-NET 50)

         ก. A X A                 ข. B X B                   ค. AB X AB                ง. O X O

52. พํอมีหมูํเลือด O แมํมีหมูํเลือด AB ลูกของพํอแมํคูํนี้จะมีหมูํเลือดใดได๎บ๎าง (O-NET 49)

         ก. หมูํ A หรือ AB                          ข. หมูํ B หรือ AB

         ค. หมูํ A หรือ B                           ง. หมูํ O หรือ AB

53. หญิงหมูํเลือด A มีลูกหมูํเลือด O ซึ่งหญิงคนนี้ อ๎างวําเป็นลูกของชายที่มีหมูํเลือด AB ชายผู๎นี้สามารถ

ปฏิเสธข๎อกลําวหานี้ได๎หรือไมํ (O-NET 51)

    ก.   ปฏิเสธได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้ไมํมียีน i
    ข.   ปฏิเสธได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้มียีน i
    ค.   ปฏิเสธไมํได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้มียีน i
    ง.   ปฏิเสธไมํได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้มียีน IA และ IB
54. ข๎อความในข๎อตํอไปนี้ ถกต๎องมากที่สุด (O-NET 51)

         ก. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมเพศของเซลล์ใด ๆ จะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎

         ข. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมเพศของเซลล์รํางกายจะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎

         ค. มิวเทชันที่เกิดกับออโตโซมของเซลล์รํางกายจะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎

         ง. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมใด ๆ ของเซลล์สืบพันธุ์จะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

55. ข๎อความใดตํอไปนี้ไม่ถูกต๎อง (O-NET 50)

        ก. รังสีหรือสารเคมีบางชนิดทาให๎อัตราการเกิดมิวเทชันสูงขึ้น

        ข. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมเพศเทํานั้นจึงจะถํายทอดให๎ลูกได๎

        ค.มิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์จะถํายทอดไปรุํนลูกหลานได๎

        ง. มิวเทชันเกิดขึ้นได๎กับสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติโดยไมํทราบสาเหตุ

56. การมิวเทชันตามธรรมชาติเกิดจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใดของดีเอ็นเอ (O-NET 50)

        ก. ชนิดของน้าตาลเพนโทส                       ข. ลาดับเบสของนิวคลีโอไทป์

        ค. จานวนหมูํฟอตเฟต                           ง. จานวนสายนิวคลีโอไทด์

57. ลักษณะทางพันธุกรรมในข๎อใดตํอไปนี้ถูกควบคุมด๎วยยีนบนออโตโซม (O-NET 52)

        (1) ผมหยิก                (2) ฮีโมฟิเลีย            (3) หมูํเลือด AB          (4) ตาบอดสี

        ก. (1) และ (2)            ข. (3) และ (4)            ค. (1) และ (3)            ง. (2) และ (4)

58. ถ๎าแมํมีหมูํเลือด AB และลูกมีหมูํเลือด A พํอจะมีหมูํเลือดใดได๎บ๎าง (O-NET 52)

        ก. A หรือ O                         ข. A หรือ AB

        ค. A หรือ B หรือ AB                 ง. AหรือBหรือABหรือO

59. ถ๎าสิ่งมีชีวิตไมํเกิดมิวเทชันเลย อาจจะเกิดเหตุการณ์ใดตํอไปนี้ (O-NET 52)

        ก. สิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจสูญพันธุ์                   ข. จานวนประชากรของสิ่งมีชีวิตจะคงที่

        ค. จานวนเผําพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจะเทําเดิม          ง. สิ่งมีชีวิตในอดีตและปัจจุบันไมํแตกตํางกัน

60. วิธีการขยายพันธุ์มะมํวงพันธุ์ดีในข๎อใดที่ทาให๎มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์สูงที่สุด (O-NET 52)

        ก. ติดตา                                            ข. ตํอกิ่ง

        ค. ตอนกิ่ง                                          ง. เพาะเมล็ด
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

61. ข๎อใดไมํถูกต๎องเกี่ยวกับดีเอ็นเอ (O-NET 53)

        ก. ดีเอ็นเอพบได๎ในคลอโรพลาสต์

        ข. ดีเอ็นเอทาหน๎าที่กาหนดชนิดของโปรตีน

        ค. สิ่งมีชีวิตแตํละชนิดมีปริมาณดีเอ็นเอไมํเทํากัน

        ง. ไนโตรเจนเบสชนิดกวานีนและไซโทซีนจะจับคูํกันด๎วยพันธะคูํเสมอ

62. ถ๎าพํอมีหมูํเลือด B แมํมีหมูํเลือด A และมีลูกชายที่มีหมูํเลือด O โอกาสที่จะได๎ลูกสาวที่มีหมูํเลือด O เป็น
เทําใด (O-NET 53)

        ก. 1/2                     ข. 1/4                    ค. 1/8                     ง. 1/16

63. ข๎อใดไมํถูกต๎องเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย (O-NET 53)

        ก. เป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง

        ข. ผู๎ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

        ค. เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร๎างโกลบิน

        ง. ผู๎ที่ได๎รับแอลลีลผิดปกติจากพํอหรือแมํเพียงฝ่ายเดียวมีโอกาสเป็นโรคได๎

64. ข๎อใดถูกต๎องเกี่ยวกับมิวเทชัน (O-NET 53)

        ก. มีอัตราการเกิดได๎สูงตามธรรมชาติ

        ข. เกิดได๎ทั้งระดับโครโมโซมและดีเอ็นเอ

        ค. เกิดขึ้นได๎เฉพาะในเซลล์ที่กาลังแบํงตัว

        ง. มิวเทชันในเซลล์ทุกชนิดสามารถถํายทอดไปยังรุํนลูกหลานได๎
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




ตัวชี้วัด ที่ 2 สืบค้น ข้อมูลและอภิปรายผลของเทคโนโลยี ชีวภาพที่มีต่อมนุษย์แ ละสิ่งแวดล้อมและน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์




65. สิ่งใดตํอไปนี้ไมํสามารถใช๎ในการตรวจลายพิมพ์ดีเอนเอเพื่อใช๎พิสูจน์บุคคล (O-NET 50)

        ก. กระดูก                ข. เลือด                  ค. น้าเหลือง               ง. ปลายเส๎นผม

66. ข๎อใดตํอไปนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผํานกระบวนการพันธุวิศวกรรม (O-NET 51)

        ก. มะละกอพันธุ์ต๎านไวรัสที่ได๎จากการผสมและคัดเลือกพันธุ์

        ข. ข๎าวพันธุ์ กข 6 ที่ได๎จากการปรับปรุงพันธุ์ข๎าวดอกมะลิ 105 ด๎วยรังสีแกมมา

        ค. ฝ้ายบีทีซึ่งเป็นฝ้ายที่ได๎รับการถํายฝากยีนของแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis

        ง. วัวนมชื่อ อิง ที่ได๎จากการโคลนโดยใช๎เซลล์ใบหู

67. การเปลี่ยนแปลงในข๎อใดที่เกิดขึ้นกับพืชดัดแปรพันธุกรรม(GMO) (O-NET 50)

   1. มีจานวนโครโมโซมเพิ่มขึ้น 2. มียีนใหมํอยูํภายในเซลล์       3. มีการสร๎างโปรตีนชนิดใหมํ

        ก. 1 และ 2               ข.2 และ 3                 ค. 1 และ 3                 ง. 1 2 และ 3

68. สิ่งมีชีวิตในข๎อใดจัดเป็นจีเอ็มโอ (GMO) (O-NET 49)

        ก. เซลล์แบคทีเรียที่มียีนอินซูลินของคน             ข. ต๎นเปล๎าน๎อยที่ได๎จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

        ค. พุทธรักษาพันธุ์กลายที่เกิดจากการฉายรังสี        ง. แตงโมสี่เหลี่ยม
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

69. จากพาดหัวขําวหนังสือพิมพ์วํา “นักวิชาการหวั่นตํางชาติแอบโคลนเงาะพันธุ์ใหมํ” คาวําโคลน หมายถึง
(O-NET 49)

        ก. นาต๎นเงาะพันธุ์ใหมํไปขยายพันธุ์โดยการตอน

        ข. นาเงาะพันธุ์ใหมํไปตัดตํอยีนได๎เป็นพันธุ์ใหมํที่ดีขึ้น

        ค. นาเงาะพันธุ์ใหมํ ไปผสมพันธุ์กับพันธุ์อื่นทาให๎ลักษณะดีขึ้น

        ง. นาเมล็ดของเงาะพันธุ์ใหมํไปเพาะขยายพันธุ์

70. เทคโนโลยีชีวภาพในข๎อใดถือวําเป็นเทคโนโลยีที่เกําแกํที่สุด (O-NET 52)

        ก. เทคโนโลยีการหมัก                                    ข. เทคโนโลยีการถํายยีน

        ค. เทคโนโลยีการผสมเทียม                                ง. เทคโนโลยีการผลิตวัคซีน

71. สมบัติของฝ้ายบีที (BT) คือข๎อใด (O-NET 52)

        ก. ต๎านทานยาปราบวัชพืชในไรํฝ้าย                        ข. ปลูกได๎ในพื้นที่ที่มีความแห๎งแล๎ง

        ค. ต๎านทานหนอนเจาะสมอฝ้าย                              ง. ต๎านทานโรคฝ้ายที่เกิดจากเชื้อไวรัส

72. ข๎อใดไมํถูกต๎องเกี่ยวกับการโคลน (O-NET 53)

        ก. ได๎สัตว์ตัวใหมํที่มีเพศเดียวกับสัตว์ต๎นแบบ

        ข. เป็นการสร๎างสัตว์ตัวใหมํโดยไมํต๎องอาศัยเซลล์สืบพันธุ์

        ค. แฝดเหมือนคือตัวอยํางของการโคลนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

        ง. แกะดอลลีเกิดจากการโคลนโดยใช๎เซลล์บริเวณเต๎านมเป็นต๎นแบบ

73. ข๎อใดจัดเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (O-NET 53)

        ก. แตงโมไมํมีเมล็ด                                     ข. กล๎วยไม๎ที่ได๎จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

        ค. แบคทีเรียที่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน               ง. กล๎วยไม๎พันธุ์ใหมํที่ได๎จากการฉายรังสีแกมมา
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

74. หลักฐานในข๎อใดที่ไมํสามารถใช๎ตรวจหาฆาตกรโดยใช๎ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ (O-NET 53)

        ก. เส๎นผม                   ข. ลายนิ้วมือ            ค. คราบอสุจิ         ง. คราบเลือด

ตัวชี้วัดที่ 3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลองความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

75. ข๎อใดไมํใชํลักษณะเฉพาะของไวรัส HIV (O-NET 51)

        ก. ทาลายเซลล์เม็ดเลือดแดงทุกชนิด

        ข. กลายพันธุ์ได๎งําย

        ค. ถํายทอดทางเพศสัมพันธ์ หรือรับเลือดจากผู๎ติดเชื้อ

        ง. เพิ่มจานวนโดยใช๎วัตถุดิบจากเซลล์ที่ถูกทาลาย

76. ไวรัสที่ทาให๎เกิดโรคไข๎หวักนก 2009 เป็นสายพันธุ์ใด (O-NET 50)

        ก. H5 N1                    ข. H5 N2                 ค. H1 N5             ง. H2 N5

มาตรฐาน ว 2. 2 เข๎าใจสิ่งแวดล๎อมในท๎องถิ่น ความสัมพันธ์ระหวํางสิ่งแวดล๎อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์
                    ระหวํางสิ่งมีชีวิตตําง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู๎และจิตวิทยา
                    ศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎และนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555




ตัวชี้วัดที่ 1 อธิบายดุลยภาพของระบบนิเวศ

77. สายใยอาหารข๎างลํางนี้ ค. และ ง เป็นสิ่งมีชีวิตกลุํมใดตามลาดับ (O-NET 49)




    ก. ผู๎ผลิต และผู๎บริโภค                        ข. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์และผู๎ยํอยสลายอินทรียสาร

    ค. ผู๎บริโภคพืชและผู๎บริโภคสัตว์               ง. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์ และผู๎บริโภคสัตว์



78. แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหวํางการสังเคราะห์ด๎วยแสงและการหายใจ 1.และ 2. อาจเป็นสารใด
ตามลาดับ(O-NET 49)

                          1.

 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง       กระบวนการหายใจ


                          2.


        ก. CO2, H2O                 ข. CO2, O2             ค. O2 , CO2                ง. H2O, O2
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

79. เมื่อนาเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยูํในสระน้าทั่วไปมาตรวจหาปริมาณสารกาจัดแมลงหนึ่งที่ปนเปื้อนอยูํ
ในน้า พบวํา มีการสะสมของสารนี้สูงสุดในปลาชํอนเสมอ แสดงวําปลาชํอนเป็น (O-NET 50)

        ก. ผู๎บริโภคพืชลาดับแรกของโซํอาหาร                  ข. ผู๎บริโภคทั้งสัตว์และพืช

        ค. ผู๎บริโภคสัตว์ลาดับแรกของโซํอาหาร                ง. ผู๎บริโภคสัตว์ลาดับสุดท๎ายของโซํอาหาร

80. แก๏สในข๎อใดจัดเป็นแก๏สเรือนกระจก (O-NET 50)

        ก. คาร์บอนไดออกไซด์ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน มีเทน

        ข. มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน

        ค. ไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์

        ง. มีเทน ออกไซด์ของไนโตรเจน คลอโรฟลูออโรคาร์บอน

81. สายใยอาหารข๎างลํางนี้ ข. และ ง เป็นสิ่งมีชีวิตกลุํมใดตามลาดับ (O-NET 51)




    ก. ผู๎ผลิต และผู๎บริโภคสัตว์                   ข. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์และผู๎ยํอยสลายอินทรียสาร

    ค. ผู๎บริโภคพืชและผู๎บริโภคสัตว์               ง. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์ และผู๎บริโภคสัตว์

82. นักปักษีวิทยาศึกษาจานวนประชากรนกบนเกาะช๎างโดยจับนกมาติดเครื่องหมาย 50 ตัว แล๎วปลํอยไป
หนึ่งเดือนตํอมา จับนกอีกครั้งได๎จานวน 100 ตัว พบวําในจานวนนี้มีนกที่ติดเครื่องหมายอยูํแล๎ว 2 ตัว ดังนั้น
ประชากรนกบนเกาะนี้มีจานวนประมาณเทําใด (O-NET 52)

        ก. 250 ตัว                                 ข. 1,250 ตัว

        ค. 2,500 ตัว                               ง. 10,000 ตัว
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

83. ข๎อใดสนับสนุนคากลําวที่วํา “ระบบนิเวศป่าฝนเขตร๎อน มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุด” (O-NET 52)

        ก. ป่าลุํมน้าอะเมซอนในอเมริกาใต๎เป็นถิ่นกาเนิดของปลาปิรันยา

        ข. ป่าฝนเขตร๎อนมีฝนตกหนัก ความชื้นสูง และอุณหภูมิเฉลี่ย 25–27 °C

        ค. ผืนป่าภาคใต๎ของไทยมีพืชเถาวัลย์ชื่อยํานลิเภากระจายอยูํทั่วไปถึง 200,000 ต๎น

        ง. อุทยานแหํงชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม 93 ชนิดนก 153 ชนิด
สัตว์เลื้อยคลาน 69 ชนิด และสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก 27 ชนิด

84. แบคทีเรีย Escherichia coli ที่อาศัยในลาไส๎คน มีความสัมพันธ์แบบเดียวกับสิ่งมีชีวิตในข๎อใด (O-NET 52)

        ก. ดอกไม๎กับแมลง                          ข. กล๎วยไม๎บนต๎นไม๎ใหญํ

        ค. พยาธิใบไม๎ในตับกับมนุษย์               ง. แหนแดงกับไซยาโนแบคทีเรีย

85. ภาพปิรามิดนี้แสดงถึงจานวนของสิ่งมีชีวิตในโซํอาหารใด (O-NET 52)

                                          ก. หญ๎า → กระตําย → งู → เหยี่ยว

                                          ข. หญ๎า → ตั๊กแตน → แมงมุม → กบ

                                          ค. ต๎นไม๎ → เพลี้ย → ด๎วงเตําลาย → นก

                                          ง. ต๎นไม๎ → หนอนผีเสื้อ → แตนเบียน → ผู๎ยํอยสลายอินทรียสาร



86. วัฎจักรของสารใดในระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดฝนกรดมากที่สุด (O-NET 52)

        ก. คาร์บอน                ข. กามะถัน               ค. แคลเซียม              ง. ไฮโดรเจน

87. วิธีการในข๎อใดที่ใช๎ควบคุมโรคไวรัสในพืชได๎ผลดีที่สุด (O-NET 53)

        ก. การเผาทาลายพืช                         ข. การฉีดวัคซีน

        ค. การใช๎ยาปฏิชีวนะ                       ง. การเพิ่มไนโตรเจนในดิน
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

88. ในระบบนิเวศซึ่งประกอบด๎วย เหยี่ยว งู กระรอก หญ๎า และตั๊กแตน สิ่งมีชีวิตในข๎อใดมีมวลชีวภาพน๎อย
ที่สุด (O-NET 53)

        ก. งู                                     ข. เหยี่ยว

        ค. หญ๎า                                   ง. กระรอกและตั๊กแตน

ตัวชี้วัดที่ 2 อธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต

89. ถ๎าต๎องการลดการทาลายโอโซนในบรรยากาศเราควรปฏิบัติอยํางไร (O-NET 49)

        ก. ลดการตัดต๎นไม๎                                  ข. ลดการใช๎สาร CFC

        ค. ลดการใช๎น้ามัน                                  ง. ลดการใช๎เชื้อเพลิงฟอสซิล

90. กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบใดนาไปสูํการเกิดระบบนิเวศหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟบน
เกาะหนึ่ง (O-NET 53)

        ก. แบบปฐมภูมิ                                      ข. แบบทุติยภูมิ

        ค. แบบตติยภูมิ                                     ง. แบบจตุรภูมิ

ตัวชี้วัดที่ 3 อธิบายความสาคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และเสนอแนะแนวทางในการดูแล และรักษา

91. ข๎อใดไมํนับวําเป็นสํวนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพ (O-NET 53)

        ก. ความหลากหลายของสปีชีส์

        ข. ความหลากหลายของพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต

        ค. ความหลากหลายของแหลํงที่อยูํของสิ่งมีชีวิต

        ง. ความหลากหลายของสารเคมีตําง ๆ รอบสิ่งมีชีวิต

มาตรฐาน ว 2.2          เข๎าใจความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช๎ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท๎องถิ่น
                    ประเทศ และโลกนาความรู๎ไปใช๎ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมใน
                    ท๎องถิ่นอยํางยั่งยืน
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

ตัวชี้วัดที่ 1 วิเคราะห์สภาพปัญหา สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล๎อมและทรัพยากรธรรมชาติในระดับท๎องถิ่น
ระดับประเทศ และระดับโลก

92. ดัชนีที่แสดงวําน้าในแหลํงน้าธรรมชาติมีคุณภาพดีคือข๎อใด (O-NET 52)

        ก. น้าที่มีคํา OD สูง                        ข. น้าที่มีคํา COD สูง

        ค. น้าที่มีคํา BOD ต่า                       ง. น้ามีอณหภูมิสูงและมีคํา DO ต่า
                                                              ุ

93. ข๎อใดตํอไปนี้กลําวไมํถูกต๎องเกี่ยวกับภาวะโลกร๎อน(O-NET 52)

        ก. ภาวะโลกร๎อนมีผลน๎อยมากตํอการอยูํรอดของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร

        ข. ภาวะโลกร๎อนทาให๎บริเวณที่ชุํมชื้นมีฝนตกมากขึ้น และเกิดพายุรุนแรง

        ค. ภาวะโลกร๎อนทาให๎เกิดความแห๎งแล๎งจนอาจทาให๎บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย

        ง. ภาวะโลกร๎อนทาให๎สารประกอบมีเทนเยือกแข็งที่ฝังตัวอยูํในชั้นน้าแข็งหลอมเหลวและระเหยเป็นแก๏สมากขึ้น

94. เมื่อมีสารประกอบไนเตรตและฟอสเฟตสะสมอยูํในแหลํงน้าเป็นปริมาณมากปรากฏการณ์ใดจะเกิดขึ้นเป็น
อันดับแรก (O-NET 53)

        ก. ปริมาณแพลงตอนสัตว์จะเพิ่มขึ้น

        ข. จานวนของแพลงตอนพืช สาหรําย และพืชน้าจะเพิ่มขึ้น

        ค. สารพิษตกค๎าง เชํน สารกาจัดแมลง จะมีปริมาณการสะสมสูงขึ้น

        ง. ปริมาณสัตว์น้า เชํน ปลา สัตว์ไมํมีกระดูกสันหลังอื่นๆ จะเพิ่มขึ้น

95. สัตว์ป่าในข๎อใดมีสถานภาพปัจจุบันแตกตํางไปจากข๎ออื่นทั้งหมด (O-NET 53)

        ก. พะยูน ช๎าง                                ข. ควายป่า กระทิง วัวแดง

        ค. นกเจ๎าฟ้าหญิงสิรินธร กูปรี                ง. นกแต๎วแล๎วท๎องดา เลียงผา
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

ตัวชี้วัดที่ 2 อภิปรายแนวทางในการป้องกัน แก๎ไข ปัญหา สิ่งแวดล๎อมและทรัพยากรธรรมชาติ

96. ทรัพยากรที่เกิดขึ้นทดแทนใหมํได๎ในข๎อใดที่มนุษย์นามาใช๎ประโยชน์มากที่สุดในปัจจุบัน (O-NET 53)

        ก. พลังงานน้า                             ข. พลังงานลม

        ค. พลังงานจากคลื่น                        ง. พลังงานแสงอาทิตย์

97. คาวําการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความหมายสอดคล๎องกับข๎อใดมากที่สุด

        ก. การใช๎ทรัพยากรตามที่กฎหมายบัญญัติ             ข. การใช๎ทรัพยากรหลายชนิดพร๎อมกัน

        ค. การใช๎ทรัพยากรธรรมชาติอยํางประหยัดคุ๎มคํา ง. การใช๎ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการอุตสาหกรรม

98. ปัญหาดินในประเทศไทยกาลังประสบปัญหาในข๎อใดมากที่สุด

        ก. การปลูกพืชไมํถูกวิธี ข. การตกค๎างในดินของสารปราบศัตรูพืชและการใช๎ปุ๋ยเคมี

        ค. ดินเปรี้ยวเพราะมีกรดกามะถันมาก         ง. การพังทลายของดินเนื่องจากการตัดไม๎ทาลายป่า

99. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหมายถึงอะไร

        ก. การมีมาตรการเพื่อการป้องกันและคุ๎มครอง

        ข. การควบคุมมิให๎มีการทาลายทรัพยากร

        ค. การใช๎ทรัพยากรให๎มีคุณภาพตํอชีวิตมนุษย์

        ง. การใช๎ทรัพยากรอยํางเหมาะสมโดยให๎เกิดสภาพสมดุล

100. ปรากฏการณ์ภาวะเรือนกระจกและภาวะโลกร๎อนมีผลกระทบตํอประเทศไทยในข๎อใด

        ก. สัตว์ป่าถูกทาลายและไมํมีที่อยูํอาศัย

        ข. ฝนแล๎งรุนแรงและอาจตกรุนแรงไมํตามฤดูกาล

        ค. เหตุการณ์สึนามิ

        ง. การย๎ายถิ่นของประชากร
                                          *************************
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

                                                     เฉลย

1. ข๎ อ ค   จากรู ป ใบวํ า นกาบหอยที่ แ ชํ ใ นสารละลายน้ าตาลกลู โ คสจะเห็ น cell                         membrane
            แยกออกหํางจาก cell wall ก๎อน protoplasm ยุบปริมาตรลงแสดงวําเซลล์เสียน้า
            (เกิด Plasmolysis)เซลล์ต๎องแชํในสารละลายที่เข๎มข๎น (Hypertonic solution)

2. ข๎อ ข    เซลล์พืชจะมี cell wall มี chloroplast และมี Nucleus ยกเว๎นเซลล์บางเซลล์ อาจ
            ไมํมีคลอโรพลาสต์ เชํน เซลล์รากพืช

3. ข๎อ ก    ปรากฎการณ์ ที่ เ กิ ด กั บ เซลล์ พื ช ที่ แ ชํ ใ นสารละลายเจื อ จาง (Hypotonic                   solution)
            คือเซลล์จะเตํง (plasmoptysis)

4. ข๎อ ง    กระบวนการ exocytosis                 คื อ การหลั่ ง สารโมเลกุ ล ใหญํออกจากเซลล์ เชํน การหลั่ ง
            เอนไซม์ที่ทาหน๎าที่ยํอยอาหาร การหลั่งฮอร์โมน

5. ข๎อ ข    ภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่กินแบคทีเรีย ภายในเซลล์ จะมีไลโซโซมจานวนมากโดย
            ภายในไลโซโซมจะมีน้ ายํอยพวกไฮโดรไลติกเอนไซม์ยํอยเซลล์แบคทีเรียและไมํสามารถ
            ทาให๎เกิดโรคได๎

6. ข๎อ ค    จากกราฟจะเห็นได๎วํา เมื่อนากระเพาะปัสสาวะสุกรที่บรรจุด๎วยสารละลายน้าตาลไปแชํ
            ในน้ ากลั่ น จะพบวํ า ในชํ ว งแรกน้ าจะแพรํ เ ข๎ า ไปในกระเพาะปั ส สาวะเป็ น จ านวนมาก
            น้ าหนั ก จึ ง เพิ่ ม ขึ้ น อยํ า งรวดเร็ ว ตํ อ มาน้ าจะแพรํ เ ข๎ า น๎ อ ยลง น้ าหนั ก จะเพิ่ ม ขึ้ น น๎ อ ย
            เนื่ องจากสารละลายน้ าตาลเจือจางลงและกระเพาะปัส สาวะนั้นจะตึงตัว มากขึ้นเกิดแรง
            ต๎านในที่สุดจะเกิดสภาพสมดุล

7. ข๎อ ก    น้าเกลื อที่มีความเข๎มข๎นเทํากับเลือดมีความเข๎มข๎น 0.85% ดังนั้นสารละลายที่จะทาให๎
            เม็ดเลือดแดงแตกได๎ ต๎องมีความเข๎มข๎นน๎อยกวํา 0.85% เชํน น้ากลั่น หรือน้าประปาใน
            ที่นี้ 0.4 โมลาร์ เป็นคําที่ต่าที่สุดจึงมีโอกาสทาให๎เม็ดเลือดแดงแตกได๎งํายที่สุด

8. ข๎อ ข    ดีเอ็น เอ จะพบได๎ ในนิ ว เคลี ย ส คลอโรพลาสต์ ไมโทคอนเดรีย แตํจะไมํพบในแวคิว โอล
            เพราะแวคิวโอลไมํได๎มีปฏิกิริยาที่เฉพาะเจาะจง แตํมีหน๎าที่สะสมอาหาร สะสมสารละลาย
            และกาจัดของเสียในรูปของสารละลาย
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

9. ข๎อ ค    เซลล์ ที่มี สํ ว นประกอบดังกลํ าวนําจะเป็นเซลล์ ของสั ตว์ เนื่อ งจากไมํ มีสํ ว นประกอบใดที่
            แสดงวําเป็นเซลล์ของพืชเลย สาหรับแบคทีเรีย ไมํมี mitochondria

10. ข๎อ ข   การหยดแอลกอฮอล์ ลงบนสไลด์ ที่มีใบสาหรํายหางกระรอกจะมีผลทาให๎ใบสาหรํายหาง
            กระรอกเหี่ยวลง (คล๎ายหยดน้าเกลือ) แตํแอลกอฮอล์ จะดึงน้าออกทาให๎เซลล์เหี่ยวคล๎าย
            หยดน้าเชื่อมแตํเร็วกวํา

11. ข๎อ ก   การป้องกันตนเองของพืชเมื่อขาดน้า คือ ใบเหี่ยว หรือทิ้งใบบางสํวนเพื่อลดการคายน้า
            ทางปากใบจะปิดเนื่องจากแรงดันเตํงมีน๎อยจะทาให๎สงวนรักษาน้าไว๎ในต๎น

12. ข๎อ ง   การมีปากใบทางด๎านหลังใบของผักตบชวาไมํได๎ปรับตัวเพื่อลดการคายน้าของพืช แตํเป็น
            การปรับตัวให๎คายน้าได๎มากขึ้น เนื่องจากผักตบชวาเป็นพืชลอยน้าได๎รับน้ามากจึงต๎อง
            กาจัดน้าสํวนเกิน มีปากใบทางด๎านหลังใบน้าระเหยเร็วขึ้น

13. ข๎อ ง   การหลั่งเอนไซม์ เชํน เพปซิโนเจน เป็นสารโมเลกุลใหญํ จะใช๎วิธีเอกโซไซโทซิส การหลั่ง
            สารโมเลกุลใหญํ อื่นๆ เชํน ฮอร์โมน ก็ใช๎วิธีนี้เชํนเดียวกัน

14. ข๎อ ค   ปลาทะเลสูญเสียเกลือแรํให๎แกํ น้าทะเลทางเหงือกซึ่งสัมผัสกับน้าทะเล ดังนั้นเหงือกปลา
            ทะเลจะทาหน๎าที่ดูดซึมเกลือแรํเข๎าสูํรํางกาย เพื่อชดเชยเกลือแรํที่เสียไป ไตและทวารหนัก
            จะทาหน๎าที่ขับเกลือออกจากรํางกายสํวนผิวหนัง ซึ่งมีเกล็ดหรือเมือกลื่นจะไมํทาหน๎าที่กาจัด
            เกลือ

15. ข๎อ ก   ม๎ า น้ าเป็ น ปลากระดู ก แข็ ง จั ด เป็ น สั ต ว์ เ ลื อ ดเย็ น เชํ น เดี ย วกั บ สั ต ว์ ค รึ่ ง น้ าครึ่ ง บอก
            สัตว์เลื้อยคลาน อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไปตามสภาพสิ่งแวดล๎อมไมํสามารถควบคุม อุณหภูมิ
            ของรํางกายให๎คงที่อยูํได๎

16. ข๎อ ข   สัตว์ที่ไมํมีกลไกรักษาอุณหภูมิของรํางกายให๎คงที่ คือ สัตว์เลือดเย็น ได๎แกํ สัตว์ครึ่งน้าครึ่งบก
            และสัตว์เลื้อยคลาน ในที่นี้ ได๎แกํ จระเข๎

17. ข๎อ ง   ก. คือ สัตว์เลือดอุํน คือ สัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม ในที่นี้ คือ นกกางเขน

            ข. คือ สัตว์เลือดเย็น คือ สัตว์ครึ่งน้าครึ่งบก และสัตว์เลื้อยคลาน ในที่นี้ คือ กิ้งกํา
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

18. ข๎อ ข   ปลาน้ าจื ด จะได๎ รั บ น้ าจากแหลํ ง น้ าที่ มั น อาศั ย อยูํ ท างเหงื อกเสมอ ดั ง นั้ น เพื่ อ ให๎ แ รงดั น
            ออสโมติกสมดุลอยูํได๎ ปลาน้าจืดจึงต๎องขับปัสสาวะจานวนมากออกทางไตและปัสสาวะนั้น
            จะเจือจาง เพราะปลาได๎รับน้ามากความเข๎มข๎นของปัสสาวะจึงต่า

19. ข๎อ ค   คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล จะพบมากในโพรโทซัวน้าจืด มีหน๎าที่กาจัดน้าสํวนเกินและและของ
            เสียที่เกิดจากเมแทบอลิซึม (ไมํใชํกากอาหาร) ออกจากเซลล์

20. ข๎อ ก   เมื่อออกกาลังกายนาน ๆ อุณหภูมิของรํางกายจะสูงขึ้นเมื่อพักอัตราเมแทบอลิซึมจะลดลง
            หลอดเลือดที่ผิวหนังจะขยายตัว เลือดมาเลี้ยงผิวหนังมากขึ้นทาให๎หลั่ งเหงื่อมากขึ้น อุณหภูมิ
            ของรํางกายจึงลดลง

21. ข๎อ 2   เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นศูนย์ควบคุมระดับอุณหภูมิในไฮโพทาลามัสจะสั่งการไปยังอวัยวะแสดงผล
            ให๎ลดเมแทบอลิซึมลง หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว เลือดไปเลี้ยงผิวหนังมากขึ้นทาให๎หลั่ง
            เหงื่อมากขึ้น และกล๎ามเนื้อยึดโคนเส๎นขนคลายตัว เส๎นขนราบทาให๎ความร๎อนระบายออก
            ได๎มากยิ่งขึ้น

22. ข๎อ 1   สารโปรตีน เป็ นสารโมเลกุล ขนาดใหญํไมํส ามารถผํ านกรองที่โ กลเมอรูลั สได๎ จึงไมํพบใน
            ปัสสาวะของคนปกติ แตํอาจพบในปัสสาวะของคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับไตได๎

23. ข๎อ ง   เลื อดมี ส ภาพเป็ น กรดเพิ่ม มากขึ้ น เนื่ องจากเมื่ อออกกาลั งกายอยํางหนักจะมีการสะสม
            คาร์บอนไดออกไซด์

24. ข๎อ ก   คํ า pH ของเลื อ ดกํ อ นออกก าลั ง กายเทํ า กั บ 7. 4 เมื่ อ ออกก าลั ง กายปริ ม าณ
            คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดจะเพิ่มมากขึ้นทาให๎ pH ของเลือดลดลงไมํใชํ pH เพิ่มเป็น 7.8

25. ข๎อ ง   ขนนก เกล็ ด ปลา ผนั ง ล าตั ว แมลง มี ห น๎ า ที่ป กป้อ งคุ๎ มครองรํ างกายของสั ต ว์แ ตํ ล ะชนิ ด
            นอกจากนี้ยังป้องกันการสูญเสียน้าให๎แกํรํางกายด๎วย สํวนเยื่อเซลล์ของพารามีเซียมน้าจะ
            แพรํเขาหรือออกจากเซลล์ได๎ตามสภาพของสิ่งแวดล๎อมที่เซลล์พารามีเซียมอยูํ

26. ข๎อ ง   กระบวนการแพรํ การออสโมซิส และเอนโดไซโทซิส สามารถพบได๎ในกระบวนการดูดน้า
            กลั บ ที่ ทํอ หนํ ว ยไต ยกเว๎น การล าเลี ยงแบบใช๎พ ลั ง งาน เพราะการดูด น้ากลั บไมํต๎ องใช๎
            พลังงาน
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

27. ข๎อ ง    ข๎อที่อธิบายผิด คือ จ และ ซ โดย เมื่ออากาศหนาวอัตราเมแทบอลิซึมจะเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่ม
             อุณหภูมิให๎แกํรํางกาย สํวนเส๎นขนลุกชันและเส๎นเลือดฝอยหดตัว เพื่อป้องกันการสูญเสี ย
             ความร๎อน เมื่ออากาศร๎อน อัตราเมแทบอลิซึมจะลดลง เพื่อลดอุณหภูมิให๎แกํรํางกาย สํวน
             เส๎นขนนอนราบและเส๎นเลือดฝอยขยายตัวก็เพื่อระบายความร๎อนออกจากรํางกายเพื่อลด
             อุณหภูมิ

28. ข๎อ ข    แอลกอฮอล์ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน วาโซเปรสซิน จึงมีผลทาให๎ทํอหนํวยไตด๎านไกลและทํอ
             รวมดูดน้ากลับได๎น๎อยลง จึงมีอาการปัสสาวะบํอยกวําปกติ

29. ข๎อ ค    เลือดของคนเรามีสมบัติเป็นสารละลายบัฟเฟอร์ จะชํวยปรับ pH ของเลือดให๎อยูํที่ประมาณ
             7.4 การดื่มน้าส๎มปริมาณมากจะไมํมีผลทาให๎เลือดมีสภาวะเป็นกรด

30. ข๎อ ค    น้านมแมํหลังคลอดจะมีสารซึ่งเป็นภูมิคุ๎มกันอยูํด๎วย เรียกวํา นมน้าเหลือง

31. ข๎อ ข    วัคซีน คือ เชื้อจุลิน ทรี ย์ที่ทาให๎หมดพิษหรือตายแล๎วจัดเป็นสารแอนติเจนเพื่อกระตุ๎นให๎
             รํางกายสร๎างแอนติบอดีขึ้นมาตํอต๎าน ดังนั้น เมื่อได๎รับเชื้อจริงจึงไมํเป็นอันตราย

32. ข๎อ ข    การที่เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นแสดงวํา รํางกายต๎องติดเชื้อ เชํน แบคทีเรีย รา เพราะวําเม็ดเลือด
             ขาวมีห น๎ าที่ตํอต๎านเชื้อโรคตําง ๆ ที่เข๎าสูํ รํางกาย ดังนั้นเมื่อติดเชื้อเม็ดเลื อดขาวจึงต๎อง
             ทางานมากขึ้นและเพิ่มจานวนขึ้น

33. ข๎อ ค    ม๎ามเป็น อวัย วะน้ าเหลืองที่มีขนาดใหญํ ที่สุดของมนุษย์ โดยอวัยวะน้าเหลือง ได๎แกํ ตํอม
             น้าเหลือง ตํอมทอนซิลและม๎าม

34. ข๎อ ง    อวัยวะที่เป็นสํวนหนึ่งของระบบน้าเหลือง คือ ม๎าม ตํอมน้าเหลือง ตํอมทอนซิล ตํอมไทมัส
             สํวนตํอมหมวกไตอยูํในระบบตํอมไร๎ทํอทาหน๎าที่สร๎างฮอร์โมน

35. ข๎อ ง    เมื่ อ เชื้ อ โรคเข๎ าสูํ รํ า งกายของคนเรา รํ า งกายจะมี ป ฏิกิ ริ ย าตอบสนองโดยการสร๎ างสาร
             แอนติบอดี มาตํอสู๎กับเชื้อโรค

36. ข๎อ ค.   เหตุผล การให๎เลือดที่ถูกต๎อง
             - หมูํ O ให๎ได๎ทุกหมูํ (ผู๎ให๎เลือดสากล)
             - หมูํ AB ผู๎รับเลือดสากล
             - ตรงกับแผนภาพที่ 3
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555


37. ข๎อ ค.   เหตุผล เซลล์ปลายราก ถือเป็นเซลล์รํางกาย (Somatic cell) ของพืช ดังนั้นการแบํงเซลล์
             บริเวณปลายรากหอม ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเจริญ จึงเป็นการแบํงเซลล์แบบ mitosis ผลที่ได๎คือ
             เซลล์ใหมํ 2 เซลล์ซึ่งมีจานวนโครโมโซมเทําเดิม (2n       2n)

38. ข๎อ ค.   เหตุผล เซลล์สืบพันธุ์ ถูกสร๎างโดยการแบํงเซลล์แบบไมโอซิส ซึ่งมีการแบํงนิวเคลียส 2 ครั้ง
             คือ ไมโอซิส I (แบํงฮอมอโลกัสโครโมโซม)และไมโอซิส II (แบํงโครมาทิด) ทาให๎ได๎เซลล์ลูกที่
             มีจานวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง (2n           2n)

39. ข๎อ ง.   เหตุผล สารพันธุกรรม คือ โมเลกุล DNA (deoxyribonucleic acid) เป็นสารโมเลกุลที่
             เรียกวํา กรดนิวคลีอิก (พอลินิวคลีโอไทด์) ที่เป็นสายยาวแตํขดกันแนํนกลายเป็นแทํง
             โครโมโซมในนิวเคลียสของเซลล์

40. ข๎อ ก.   เหตุผล DNA เป็นสารโมเลกุลใหญํที่เรียกวํา กรดนิวคลีอิก มีโครงสร๎างประกอบด๎วย
             พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย ที่มีกลุํมไนโตรจีนัสเบสจับกัน ทาให๎มีลักษณะเป็นเส๎นเกลียวคูํ
             นิวคลีโอไทด์แตํละกลุํม ประกอบด๎วย 3 กลุํม กลุํมฟอสเฟต 1 กลุํม กลุํมน้าตาลเพนโทส
             1 กลุํม กลุํมไนโตรจีนัสเบส 1 กลุํม

41. ข๎อ ค.   เหตุผล นิ้วเกิน เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจาก ยีนเดํนบนออโตโซม ดังนั้นลักษณะนิ้วเกินไมํ
             เกี่ยวกับเพศ

42. ข๎อ ก.   เหตุผล ในการแบํงเซลล์รํางกาย (ไมโทซิส) เซลล์ตั้งต๎น 1 เซลล์ แบํงเซลล์แล๎วได๎เซลล์ลูก 2
             เซลล์ที่ยังคงมีจานวนโครโมโซมเทําเดิม เนื่องจากกํอนการแบํงเซลล์ ในระยะอินเทอร์เฟส
             เซลล์มีการเตรียมพร๎อมโดยสังเคราะห์สารตํางๆที่จาเป็นสาหรับการแบํงเซลล์ โดยเฉพาะการ
             จาลองตัวเองของดีเอ็นเอเพิ่มขึ้นอีก 1 ชุด

43. ข๎อ ง.   เหตุผล เพดดิกรี คือ การเขียนแผนผังแสดงการถํายทอดลักษณะพันธุกรรม โดยใช๎สัญลักษณ์
             แทนบุคคลตํางๆในครอบครัว ดังนั้น พํอผิวเผือกแตํงงานกับหญิงผิวปกติ 1 คน และบุตรสาว
             ผิวเผือก 1 คน และบุตรชายผิวปกติแตํงงานกับหญิงผิวปกติ มีบุตรสาวผิวปกติ 2 คน จะ
             เขียนเพดดิกรีของครอบครัวนี้ ได๎ดัง ข๎อ ง.

44. ข๎อ ข.   เหตุผล ยีนตาบอดสี ถูกควบคุมโดยยีนด๎อยบนโครโมโซม X จากเพดดิกรีจะเห็นได๎วํา บุคคล
             ในรุํน II ลูกชาย(1)ตาบอดสี สํวนลูกสาว(2)ตาปกติ และเนื่องจากยีนตาบอดสีเป็นยีนด๎อยที่อยูํ
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

             บนโครโมโซม X แสดงวําลูกชายได๎รับการถํายทอดยีนตาบอดสีมาจากแมํ นั่นคือ แมํเป็น
             พาหะของตาบอดสี ดังนั้น จีโนไทป์ของแมํ จึงเป็นข๎อ ข.

45. ข๎อ ค.      เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม
               (autosome) ดังนั้นสามี ภรรยาเป็นพาหะ และหาโอกาสที่ลูกคนแรกเป็นธาลัสซีเมียได๎
               ดังนี้
                รุํนพํอแมํ                      Tt(พาหะ)                x               Tt(พาหะ)
                เซลล์สืบพันธุ์                  T t                                     T t
                ลูกผสม                                        TT                 2Tt              tt
                                                     (ปกติ)                   (ปกติ-พาหะ) เป็นโรค
                ดังนั้น โอกาสที่ลูกคนแรกเป็นโรค มีโอกาสเป็น 1 ใน 4




46. ข๎อ ค.     เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม
               (autosome) ดังนั้นสามีภรรยาเป็นพาหะ และหาโอกาสที่ลูกคนแรกเป็นธาลัสซีเมียได๎
               ดังนี้
                 รุํนพํอแมํ                     Tt(พาหะ)                x               Tt(พาหะ)
                 เซลล์สบพันธุ์
                       ื                        T t                                     T t
                   ลูกผสม                       TT                      2Tt             tt
                                                  (ปกติ)           (ปกติ-พาหะ)          เป็นโรค
                 ดังนั้น         โอกาสที่ลูกคนแรกจะไมํเป็นโรค มีโอกาสเป็น 1 ใน 4

47. ข๎อ ง.     เหตุผล ลักษณะผิวเผือก เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจาก ยีนด๎อยบนออโตโซม
                พํอแมํผิวปกติ แตํมีบุตรคนแรกผิวเผือก แสดงวํา ทั้งพํอและแมํมียีนผิวเผือกแฝงอยูํ
               จีโนไทป์ ของพํอ แมํ คือ Aa ดังนั้น ลูกที่มีผิวปกติ มีโอกาส 3 ใน สี หรือ 75 %
                    รุํนพํอแมํ                  Aa                      x               Aa
                    เซลล์สืบพันธุ์                         A a                   A a
                    ลูกผสม                      AA                      2Aa             aa
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

                                             (ปกติ)                      (ปกติ)             เผือก
                ดังนั้น     โอกาสที่ลูกผิวปกติ มีโอกาสเป็น 3 ใน 4 หรือ 75 %
48. ข๎อ ก.   เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม
             (autosome) สํวนตาบอดสี โรคฮีโมฟิเลีย และภาวะพรํองเอนไซม์กลูโคส – 6 – ฟอสเฟต
             ดีไฮโดรจีเนส เป็นการถํายทอดพันธุกรรมโดยติดมากับเพศ โดยเป็นยีนด๎อยบน X –
             Chromosome

49. ข๎อ ค.   เหตุผล ตาบอดสี เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจาก ยีนด๎อยบนโครโมโซมเพศ
50. ข๎อ ก.   เหตุผล ยีนตาบอดสี ควบคุมโดยยีนด๎อยบนโครโมโซม X ลูกชายได๎รับโครโมโซม Y จาก
             พํอ ดังนั้นได๎รับ X จากแมํเพียงยีนเดียว ก็จะมีลักษณะตาบอดสี

51. ข๎อ ง.   เหตุผล พํอแมํที่มีหมูเลือด O ทั้งคูํ (จีโนไทด์ ii) จะมีลูกหมูํเลือด O เหมือนกันทุกคน

52. ข๎อ ค.   เหตุผล จากโจทย์พํอมีโอกาสมี genetypeแบบเดียว คือ ii สํวนแมํมี genotype แบบ
             เดียวเชํนเดียวกัน คือ
                   IAIB ดังนั้นเมื่อผสม ลูกที่ได๎จะมีโอกาสได๎ เลือดหมูํ A หรือ B เทํานั้น

53. ข๎อ ก.   เหตุผล ถ๎าแมํมีเลือดหมูํ A พํอมีเลือดหมูํ AB ลูกจะมีเลือดหมูํ A,B และ AB เทํานั้น ไมํมี
             โอกาสที่จะมีเลือดหมูํ O เพราะพํอไมํมีจีโนไทด์ i
54. ข๎อ ง.   เหตุผล มิวเทชัน คือ การเปลี่ยนแปลงที่โครโมโซม หรือการเปลี่ยนแปลงที่ลาดับเบสของ
             DNA ที่โครโมโซมเส๎นใดก็ได๎ (ออโตโซมหรือโครโมโซมเพศ) ซึ่งเกิดขึ้นได๎กับทุกเซลล์ (เซลล์
             รํางกายและเซลล์สืบพันธุ์) แตํมิวเมชันที่ถํายทอดไปสูํลูกหลานได๎ ต๎องเป็นมิวเทชันของ
             เซลล์สืบพันธุ์เทํานั้น เพราะลูกหลานเกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์สืบพันธุ์

55. ข๎อ ง.   เหตุผล มิวเมชัน มี 2 แบบ คือ มิวเทชันแบบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (ทราบหรือไมํ
             ทราบสาเหตุ) และมิวเทชันที่เกิดจากการกระตุ๎นของสิ่งกํอกลายพันธุ์

56. ข๎อ ข.   เหตุผล มิวเทชันหรือ การกลายพันธุ์ คือ การเปลี่ยนแปลงของยีน ทาให๎สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้น
             ใหมํมีลักษณะแตกตํางไปจากกลุํมปกติ มิวเทชัน แบํงออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับ
             โครโมโซม เชํน การขาดหายไปของโครโมโซม หรือการเพิ่มจานวนชุดโครโมโซม ซึ่ง
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

             สามารถถํายทอดสูํรุํนลูกหลานได๎ และมิวเทชันระดับยีน คือการเปลี่ยนแปลงที่เบสของ
             โมเลกุล DNA

57. ข๎อ ค.   เหตุผล ผมหยิก และหมูํเลือด AB เกิดจากยีนเดํนที่อยูํบนออโตโซม

58. ข๎อ ง.   เหตุผล ถ๎าแมํที่มีหมูเลือด AB และลูกมีหมูเลือด A แสดงวํา ลูกได๎รับแอลลีล IA หรือ I จาก
             พํอ ดังนั้นพํออาจมีเลือดหมูํ A หมูํ AB หมูํ B หรือหมูํ O ก็ได๎

59. ข๎อ ก.   เหตุผล ในสิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบไมํอาศัยเพศ ถ๎าไมํมีการเกิดมิวเทชันหรือการกลาย
             พันธุ์เลย ลูกหลานจะมีลักษณะเหมือนเดิมทุกรุํน ถ๎ามีการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล๎อม
             แล๎วปรับตัวไมํได๎จะตายทั้งหมด เกิดการสูญพันธุ์ได๎

60. ข๎อ ง.   เหตุผล ต๎นอํอนที่เกิดจากเมล็ด มีลักษณะแปรผันไปจากต๎นแมํ เพราะเมล็ดที่เกิดจากการ
             สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เซลล์ไซโกตที่เจริญขึ้นเป็นต๎นอํอนในเมล็ด เกิดจากการรวมตัวกัน
             ของเซลล์สืบพันธุ์ 2 เซลล์ คือ ละอองเกสรตัวผู๎ และเซลล์ไขํ

61. ข๎อ ง.   เหตุผล ทุกข๎อถูกต๎อง แตํเบสไซโทซีน (C) จะจับคูํกับเบสกวานีน (G) ด๎วยพันธะไฮโดรเจน
             3 พันธะ (ไมํใชํพันธะคูํ) คือ C = G แตํ A = T (จับด๎วยพันธะคูํ)

62. ข๎อ ค.   เหตุผล พํอมีหมูํเลือด B แมํมีหมูํเลือด A มีลูกชายเลือดหมูํ O แสดงวํา พํอ – แมํ มี
             ลักษณะพันธุ์ทางของหมูํเลือด ดังกลําว

             โอกาสมีบุตรเลือดหมูํ O =      ดังนั้น โอกาสที่จะมีบุตรสาวเลือดหมูํ O = × =

63. ข๎อ ง.   เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็น Autosomal recessive ดังนั้น ผู๎ที่ป่วยเป็นโรคจะต๎องได๎รับ
             แอลลีลผิดปกติจากพํอและแมํ (ไมํใชํจากพํอ หรือจากแมํเพียงฝ่ายเดียว) Genotype ต๎อง
             เป็น aa (พํอ – แมํ เป็น Aa)
64. ข๎อ ข.   เหตุผล ข๎ออื่นๆไมํถูกต๎อง เพราะมิวเทชัน
             - มีอัตราการเกิดต่าตามธรรมชาติ (นอกจากโดนรังสี หรือเคมี)
             - อาจเกิดในเซลล์รํางการทั่วไปก็ได๎
             - ถ๎าเกิดในเซลล์รํางกายจะไมํถํายทอดไปยังลูกหลาน (ยกเว๎น เกิดในเซลล์สืบพันธุ์)
             - มิวเทชัน เกิดได๎ทั้งระบบดีเอ็นเอ และโครโมโซม
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

65. ข๎อ ง.   เหตุผล ปลายรากผมไมํมีเซลล์ (ตัวเซลล์อยูํที่โคนรากผม) ดังนั้นไมํสามารถสกัด DNA มาใช๎
             ในการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์บุคคล

66. ข๎อ ค.   เหตุผล ต๎นฝ้ายบีที ที่เกิดจากการเคลื่อนย๎ายยีนของแบคทีเรียบีทีเข๎าไปในยีนของฝ้าย ทา
             ให๎ได๎ต๎นฝ้ายพันธุ์ใหมํที่สามารถสร๎างโปรตีนที่เป็นพิษตํอแมลงที่เจาะสมอฝ้าย

67. ข๎อ ข.   เหตุผล พืช GMO คือ พืชดัดแปรพันธุกรรม ที่เกิดจากการตัดตํอยีน นายีนของสิ่งมีชีวิต
             ชนิดอื่นเข๎าไปเพื่อทาให๎มีการสร๎างโปรตีนชนิดใหมํที่มีลักษณะแตกตํางไปจากพืชเดิม การ
             ตัดตํอยีน เป็นเพียงการใสํทํอนสั้นๆของโมเลกุล DNA แทรกเข๎าไปในโครโมโซม ไมํมีผล
             เพิ่มหรือลดจานวนโครโมโซม

68. ข๎อ ก.   เหตุผล เซลล์แบคทีเรียที่มียีนอินซูลินของคน คือ สิ่งมีชีวิตจีเอ็มโอ ที่ตัดตํอยีนของคนใสํ
             เข๎าไปในยีนของแบคทีเรีย ทาให๎แบคทีเรียสามารถสังเคราะห์ฮอร์โมนอินซูลินของคนได๎

69. ข๎อ ก.   เหตุผล การขยายพันธุ์พืชโดยการตอน คือ การโคลน

70. ข๎อ ก.   เหตุผล เทคโนโลยีชีวภาพที่เกําแกํที่สุด คือ เทคโนโลยีการหมัก เชํน การหมักดองอาหาร
             การหมักน้าปลา ปลาร๎า

71. ข๎อ ค.   เหตุผล ข๎อดีของฝ้ายบีที คือ ทาให๎เกษตรกรสามารถลดการใช๎สารเคมีกาจัดแมลงศัตรูพืช
             ลดการใช๎แรงงาน และได๎ผลผลิตฝ้ายสูงขึ้น ข๎อเสียของฝ้ายบีที คือ เมล็ดพันธุ์ฝ้ายบีทีมี
             ราคาสูง หนอนเจาะสมอฝ้ายอาจกลายพันธุ์มีความต๎านทานตํอฝ้ายบีทีในอนาคต รวมทั้ง
             ผลเสียอื่นๆตํอสิ่งแวดล๎อมที่อาจเกิดขึ้น

72. ข๎อ ข.   เหตุผล เพราะการโคลน ต๎องอาศัยเซลล์ไขํ ซึ่งจะถูกเอานิวเคลียสออกไป จากนั้นจะนา
             นิวเคลียสของเซลล์ต๎นแบบของเซลล์รํางกายอื่นมาใสํเข๎าไป เชํน เซลล์จากเต๎านม กระตุ๎น
             ด๎วยไฟฟ้าให๎เกิดการแบํงตัว (การโคลน จะไมํต๎องอาศัย สเปิร์ม จากพํอมาปฏิสนธิ)

73. ข๎อ ค.   เหตุผล สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมต๎องมีการตัดตํอยีนโดยเทคนิควิศวพันธุศาสตร์ ได๎ดีเอ็น
             เอสายผสมสร๎างสิ่งที่เราต๎องการ เชํน แบคทีเรียที่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน
74. ข๎อ ข.   เหตุผล ลายนิ้วมือ มีไขมัน แรํธาตุ จึงไมํสามารถใช๎ตรวจหาฆาตกรโดยใช๎ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ
             ได๎ (เพราะเราต๎องใช๎โครโมโซม จากเซลล์ที่มีนิวเคลียส) ลายนิ้วมือไมํมีเซลล์ใดๆ
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

75. ข๎อ ก   ไวรัส HIV เป็นไวรัสโรคเอดส์ที่ทาลายเม็ดเลือดขาวบางชนิดไมํได๎ทาลายเม็ดเลือดขาวทุกชนิด

76. ข๎อ ก   ไวรัสที่ทาให๎เกิดไข๎หวัดนกเป็นไวรัสชนิด H5N1 สํวนไวรัสที่ทาให๎เกิดโรคไข๎หวัด H1N1

77. ข๎อ ง   ก คือ พืช

            ข คือ ผู๎บริโภคพืช (ก)

            ค คือ ผู๎บริโภคทั้งพืช (ก) และบริโภคสัตว์ (ข)

            ง คือ ผู๎บริโภคสัตว์ (ค)

78. ข๎อ     ก คือ แก๏สออกซิเจน ซึ่งเกิดจากการสังเคราะห์ด๎วยแสงของพืชและถูกใช๎ในกระบวนการ
            หายใจตํอไป

            ข คื อ แก๏ ส คาร์ บ อนไดออกไซด์ ซึ่ ง เกิ ด จากการหายใจและถู ก ไปใช๎ ใ นกระบวนการ
            สังเคราะห์ด๎วยแสง

79. ข๎อ ง   เป็ น ผู๎ บ ริ โ ภคสั ต ว์ ล าดั บ สุ ด ท๎ า ยของโซํ อ าหาร เนื่ อ งจากการสะสมสารพิ ษ จะเพิ่ ม ขึ้ น
            ตามลาดับ การกินอาหารซึ่งเป็นไปตามลักษณะที่เรียกวํา food chain

80. ข๎อ ก   แก๏สเรือนกระจกประกอบด๎วยแก๏ส CO2 CFC CH4

81. ข๎อ ค   ก. คือ พืชเพราะได๎รับแสงในการสร๎างอาหารได๎

            ข. คือ ผู๎บริโภคพืชโดยกินพืชอยํางเดียว

            ค. คือ ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์

            ง. ผู๎บริโภคสัตว์ เพราะกินแตํ ค

82. ข๎อ ค   นกบนเกาะมีจานวนประมาณ 2500 ตัว คานวณจาก

               =

            P = จานวนนกทั้งหมด

            M = จานวนนกที่ทาเครื่องหมายแล๎วปลํอย
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

            p = จานวนนกที่จับได๎

            m = จานวนนกที่จับได๎และมีเครื่องหมาย

                                        =

                               P        = 2500 ตัว

83. ข๎อ ง   เพราะมีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม นก สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งน้าครึ่งบกจานวนหลายร๎อย
            ชนิด

84. ข๎อ ง   แบคทีเรียในลาไส๎คนมีความสัมพันธ์กับคน แบบภาวะที่ต๎องพึงพา (+,+) แหนแดงและไซยา
            โนแบคทีเรียก็มีความสัมพันธ์แบบภาวะที่ต๎องพึ่งพา ดอกไม๎ กับแมลงเป็นแบบได๎ประโยชน์
            รํวมกัน (+,+) กล๎วยไม๎บนต๎นไม๎ใหญํเป็นแบบอิงอาศัย (+,0) พยาธิใบไม๎ตับมนุษย์เป็นแบบ
            ปรสิต (+,-)

85. ข๎อ ค   ปิรามิดจานวน จะเห็นได๎วํา

            ต๎นไม๎             มีจานวนน๎อยที่สุด (แตํมีขนาดใหญํ)

            เพลี้ย             มีมากที่สุดกินน้าเลี้ยงจากต๎นไม๎

            ด๎วงเตําลาย        กินเพลี้ยจะมีจานวนน๎อยกวําเพลี้ย

            นก                 กินด๎วยเตําลาย จึงมีจานวนน๎อยที่สุด

86. ข๎อ ข   วัฏจักรของกามะถันจะทาให๎เกิดฝนกรดมากที่สุด

87. ข๎อ ก   เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทาลายไวรัส

88. ข๎อ ข   สิ่งมีชีวิตที่มีมวลชีวภาพน๎อยที่สุด คือ ผู๎บริโภคลาดับสุดท๎าย คือ เหยี่ยว

89. ข๎อ ข   ลดการใช๎สาร CFC มีผลการทาลายชั้นโอโซน ซึ่งมาจากสารทาความเย็น การเผาโฟม

90. ข๎อ ก   หลังจากการระเบิดของภูเขาไฟบนเกาะแหํงหนึ่งจะมีไลเคนส์มาเกิดบนก๎อนหิน ตํอมาจะเกิด
            มอส เฟิร์น ไม๎พุํม ไม๎ยืนต๎น ตามลาดับ ถือวําเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ
เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา 2555

91. ข๎อ ง     ความหลากหลายทางชี ว ภาพมี 3 ระดั บ คื อ ความหลากหลายของพั น ธุ ก รรม ความ
              หลากหลายของสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายของระบบนิเวศหรือแหลํงที่อยูํ

92. ข๎อ ค     น้าที่มีคํา BOD ต่า แสดงวํามีส ารอินทรีย์เจือปนอยูํน๎อย ดังนั้นแหลํงน้าใดมีคํา BOD ต่า
              แหลํงน้านั้นจึงเป็นแหลํงน้าที่มีคุณภาพดี

93. ข๎อ ก     ข๎อ ข ค และ ง เป็นเรื่องสาคัญที่มีปัญหามาจากโลกร๎อน

94. ข๎อ ข     เมื่ อ มี ส ารประกอบไนเตรตและฟอสเฟต สะสมในแหลํ ง น้ าเป็ น ปริ ม าณมากจะ
              เกิดปรากฎการณ์ Algal bloom จานวนแพลงตอนพืช สาหรํายและพืชน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น
              อันดับแรก

95. ข๎อ 1,2   พะยูน ควายป่า นกเจ๎าฟ้าหญิงสิรินธร กูปรี นกแต๎วแร๎วท๎องดา เลียงผา เป็นสัตว์สงวน มี
              จานวนน๎อยมาก ใกล๎จะสูญพันธุ์ กระทิง และวัวแดง เป็นสัตว์ป่าคุ๎มครองประเภทที่ 2 ช๎าง
              ไมํได๎จัดไว๎ในสัตว์ 2 ประเภทดังกลําว

96. ข๎อ ก     ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นทดแทนใหมํได๎มนุษย์นามาใช๎มากที่สุด คือ พลังงานน้า

97. ข๎อ ค     การพัฒนาที่ยั่งยืนคือการรํวมกันใช๎ทรัพยากรอยํางคุ๎มคํามากที่สุด

98. ข๎อ ง     ปัญหาการบุรุกตัดไม๎ทาลายป่าในพื้นที่ป่าสงวนสํงผลให๎เกิดการพังทลายของดิน

99. ข๎อ ง     การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการใช๎ทรัพยากรอยํางเหมาะสมและให๎เกิดสมดุลมีการ
              ปลูกทดแทนอยํางตํอเนื่อง

100. ข๎อ ข    ภาวะเรือนกระจก หรือโลกอุณหภูมิสูงขึ้นสํงผลตํอประเทศไทยโดยตรงในเรื่องของลมฟ้า
              อากาศที่มีความแปรปรวน ฝนตกไมํตามฤดูกาล ยากตํอการพยากรณ์
                                       *************************

โจทย์รายมาตรฐาน ชีววิทยา

  • 1.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 สาระสาคัญและข้อสอบตามสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จัดทาโดย ครูสุรชัย ผิวเหลือง
  • 2.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 สาระสาคัญ สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 เข๎าใจหนํวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร๎าง และหน๎าที่ของระบบตํางๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู๎ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎และนาความรู๎ไปใช๎ใน การดารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ตัวชี้วัดที1 ทดลองและอธิบายการรักษาดุลยภาพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ่
  • 3.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวอย่างข้อสอบ 1. ลอกผิวใบวํานกาบหอยแล๎วแชํลงในสารละลายน้าตาลกลูโคส เมื่อนามาสํองด๎วยกล๎องจุลทรรศน์เห็น ลักษณะ ดังภาพ (O-NET 50) สารละลายกลูโคสนี้เป็นสารละลายประเภทใด เมื่อเทียบกับสารละลายในเซลล์ผิวใบ
  • 4.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ก. สารละลายไฮโพโทนิค ข. สารละลายไอโซโทนิค ค. สารละลายไฮเพอร์โทนิค ง. สารละลายซูเปอไอโซโทนิค 2. จาการตรวจเซลล์ 4 ชนิด พบสํวนประกอบดังนี้ (O-NET 49) เซลล์ ผนังเซลล์ นิวเคลียส คลอโรพลาสต์ 1. / - - 2. / / / 3. / / - 4. - / - ข๎อใดเป็นเซลล์ที่มาจากพืช ก. 1 และ 2 ข. 2 และ 3 ค. 3 และ 4 ง. 2 และ 4 3. ปรากฏการณ์ใดตํอไปนี้จะเกิดกับเซลล์พืชที่แชํในสารละลายไฮโพโทนิค (O-NET 49) ก. เซลล์เตํง ข. เซลล์แตก ค. เซลล์เหี่ยว ง. เซลล์เหมือนเดิม 4. ข๎อใดตํอไปนี้อาศัยกระบวนการเอกโซไซโทซิส (O-NET 51) ก. การทาลายเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว ข. การนาอนุภาคขนาดใหญํเข๎าสูํเซลล์ของอะมีบา ค.การขับเกลือแรํสํวนเกินออกทางเหงือกของปลาทะเล ง. การหลั่งเอนไซม์ยํอยอาหารออกมาจากเยื่อบุผิวลาไส๎เล็ก 5. เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวนาแบคทีเรียเข๎าสูํเซลล์แล๎วออร์แกเนลใดทาหน๎าที่ยํอยทาลายแบคทีเรียนั้น (O-NET 51) ก. ไรโบโซม ข. ไลโซโซม ค. ไมโทคอนเดรีย ง. กอลจิคอมเพลกซ์
  • 5.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 6. เมื่อนากระเพาะปัสสาวะของสุกรมาบรรจุสารละลายน้าตาล รัดปลายทั้งสองด๎านให๎แนํนและนาไปชั่ง น้าหนัก จากนั้นจึงนาไปแชํในน้ากลั่นและชั่งน้าหนักเป็นระยะๆ กราฟใดแสดงการเปลี่ยนแปลงน้าหนักของ กระเพาะปัสสาวะได๎ถูกต๎อง (O-NET 52) ก. ข. ค. ง. 7. นักเรียนจะต๎องหยดเลือดลงในภาชนะบรรจุสารละลายที่มีความเข๎มข๎นเทําใด จึงจะทาให๎เซลล์เม็ดเลือด แดงแตก (O-NET 52) ก. 0.4 โมลาร์ ข. 0.6 โมลาร์ ค. 1.0 โมลาร์ ง. 1.6 โมลาร์ 8. ออร์แกเนลล์ใดในเซลล์พืชที่ไมํพบดีเอ็นเอ (O-NET 52) ก. นิวเคลียส ข. แวคิวโอล ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรีย 9. เซลล์ที่มีสํวนประกอบดังตํอไปนี้ : ดีเอ็นเอ ไรโบโซม เยื่อหุ๎มเซลล์ เอนไซม์ และไมโทคอนเดรีย เป็นเซลล์ ของสิ่งมีชีวิตในข๎อใด (O-NET 53) ก. แบคทีเรีย ข. พืชเทํานั้น ค. สัตว์เทํานั้น ง. อาจเป็นได๎ทั้งพืชหรือสัตว์ 10. เมื่อหยดน้าเกลือลงบนสไลด์ที่มีใบสาหรํายหางกระรอกอยูํ จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์คล๎าย กับที่เกิดขึ้นเมื่อหยดสารใดมากที่สุดและเกิดเร็วที่สุด (O-NET 53) ก. น้ากลั่น ข. น้าเชื่อม ค. น้านมสด ง. แอลกอฮอล์
  • 6.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวชี้วัดที่ 2 ทดลองและอธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้าในพืช กลไกส้าคัญในการรักษาดุลยภาพของน้้าในพืช คือ ควบคุมสมดุลระหว่างการคายน้าผ่านปากใบและการดูดน้า ้ ้ ที่ราก ถ้าคายน้้ามากก็ต้องดูดน้าเข้าทางรากมากเช่นกัน ส่วนมากจะคายน้้าที่ปากใบ ้ การคายน้้าทางปากใบ เรียกว่า สโตมาทอล ทรานสพิเรชัน ( stomatal transpiration ) เป็นการคายน้้าที่ เกิดขึ้นมากถึง 90 % ตัวอย่างข้อสอบ 11. ต๎นมะมํวงตอบสนองตํอภาวะแห๎งแล๎งเนื่องจากฝนไมํต๎องตกตามฤดูกาลอยํางไร (O-NET 50) ก. ทิ้งใบบางสํวน เพื่อลดการคายน้า ข. รากใช๎พลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให๎สามารถดูดน้าได๎ ค. ปากใบเปิดกว๎างมากขึ้น เพื่อรับน้าจากอากาศปาก ง. ใบปิดเฉพาะเวลากลางคืน เพื่อป้องกันการสูญเสียน้า
  • 7.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 12. ข๎อใดตํอไปนี้เกี่ยวข๎องน๎อยที่สุดกับการปรับตัวเพื่อลดการคายน้าของพืช (O-NET 52) ก. การมีเปลือกแข็งหุ๎มลาต๎น ข. การมีใบเข็มของต๎นกระบองเพชร ค. การสังเคราะห์ด๎วยแสงในเวลากลางคืน ง. การมีปากใบด๎านหลัง (ventral) ใบของผักตบชวา 13. การหลั่งเพปซิโนเจนออกจากเซลล์ผนังกระเพาะอาหารอาศัยกระบวนการใด (O-NET 49) ก.กระบวนการแพรํ ข.การลาเลียงแบบใช๎พลังงาน ค. การลาเลียงแบบฟาซิลิเทต ง. กระบวนการเอกโซไซโทซิส ตัวชี้วัดที่ 3 สืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกการควบคุมดุลยภาพของน้า แร่ธาตุ และอุณหภูมิของมนุษย์ และสัตว์อื่น ๆ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
  • 8.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 14. อวัยวะใดที่ไมํทาหน๎าที่ขับเกลือออกจากรํางกายของปลาทะเลสํวนใหญํ (O-NET 49) ก. ไต ข. เหงือก ค. ผิวหนัง ง. ทวารหนัก 15. สัตว์ข๎อใดที่อุณหภูมิรํางกายแปรผันตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล๎อม (O-NET 50) ก. ม๎าน้า ข. แมวน้า ค. นกเป็ดน้า ง. หมูน้า 16. สัตว์ชนิดใดที่ไมํมีกลไกการักษาอุณหภูมิของรํางกายให๎คงที่ อุณหภูมิของรํางกายจึงแปรผันไปตามอุณหภูมิ ของสิ่งแวดล๎อม (O-NET 51) ก. พยูน ข. จระเข๎ ค. ปลาวาฬ ง. นกเพนกวิน
  • 9.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 17. ก. และ ข.เป็นกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหวํางอุณหภูมิรํางกายและอุณหภูมิสิ่งแวดล๎อมของสัตว์ชนิดใด ตามลาดับ (O-NET 50) ก. เตํา และ โลมา ข. ปลาฉลาม และ คน ค. หนูและ นกเพนกวิน ง. นกกางเขน และ กิ้งกํา 18. ข๎อใดกลําวถึงการรักษาดุลยภาพของน้าและแรํธาตุของปลาน้าจืดได๎ถูกต๎อง ก. ไตขับปัสสาวะเจือจางและปริมาณน๎อย ข. ไตขับปัสสาวะเจือจางและปริมาณมาก ค. ไตขับปัสสาวะที่มีความเข๎มข๎นและปริมาณน๎อย ง. ไตขับปัสสาวะที่มีความเข๎มข๎นสูงและปริมาณมาก 19. คอนแทร็กไทล์ แวคิวโอล (contractile vacuole) ที่พบในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ทาหน๎าที่ใด (O-NET 49) ก. ยํอยอาหาร ข. กาจัดกากอาหาร ค. กาจัดน้า ง. ข๎อ ข และ ค 20. หลังจากออกกาลังกายกลางแดดนานๆรํางกายมีกลไกในการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิอยํางไร (O-NET 49) ก. ลดอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดขยายตัว ข. ลดอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดหดตัว ค. เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดขยายตัว ง. เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมและหลอดเลือดหดตัว 21. ขณะที่สิ่งแวดล๎อมมีอุณหภูมิสูงขึ้น ข๎อใดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรํางกายของเรา (O-NET 51) ข๎อ อัตราแทบอลิซึม หลอดเลือดฝอยที่ผิวหนัง กล๎ามเนื้อยึดโคนเส๎นขน ก. สูงขึ้น ขยายตัว คลายตัว ข. ลดลง ขยายตัว คลายตัว ค. สูงขึ้น หดตัว หดตัว ง. ลดลง หดตัว หดตัว
  • 10.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 22. สารใดที่ไมํพบในปัสสาวะของคนปกติ (O-NET 49) ก. โปรตีน ข. ยูเรีย ค. ยูริก ง. เกลือโซเดียม 23. หลังการออกกาลังกายอยํางหนักเลือดในรํางกายจะมีสภาพอยํางไร (O-NET 51) ก. เลือดมีสภาพเป็นเบส เพราะมี OH- ในเลือดต่า ข. เลือดมีสภาพเป็นเบส เพราะมี OH- ในเลือดสูง ค. เลือดมีสภาพเป็นกรด เพราะมี H+ ในเลือดต่า ง. เลือดมีสภาพเป็นกรด เพราะมี H+ ในเลือดสูง 24. ข๎อใดแสดงสภาวะของเลือดในคนกํอนและหลังการออกกาลังกายใหมํๆ ไมํถูกต๎อง (O-NET 52) คําที่วัด กํอนออกกาลัง หลังออกกาลัง กาย กาย ก คํา pH ของเลือด 7.4 7.8 ข ความเข๎มข๎นของออกซิเจน (หนํวย/ซม3) 30 20 ค ความเข๎มข๎นของคาร์บอนไดออกไซด์ (หนํวย/ซม3) 60 65 ง ความเข๎มข๎นของกรดแลกติก (หนํวย/ซม3) 15 35 25. โครงสร๎างของสิ่งมีชีวิตในข๎อใดตํอไปนี้ที่ไมํได๎ทาหน๎าที่ป้องกันการสูญเสียน้าจากรํางกาย (O-NET 52) ก. ขนนก ข. เกล็ดปลา ค. ผนังลาตัวแมลง ง. เยื่อหุ๎มเซลล์พารามีเซียม 26. กระบวนการใดไมํพบในกระบวนการดูดน้ากลับที่ทํอหนํวยไต (O-NET 53) ก. การแพรํ ข. ออสโมซิส ค. เอนโดไซโทซิส ง. การลาเลียงแบบใช๎พลังงาน
  • 11.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 27. พิจารณาแผนภาพข๎างลํางที่แสดงกลไกการรักษาสมดุลอุณหภูมิในรํางกายมนุษย์ การตอบสนองในข๎อใดไมํถูกต๎อง (O-NET 52) ก. (ก) และ (ข) ข. (ค) และ (ฉ) ค. (ง) และ (ช) ง. (จ) และ (ซ) 28. เหตุใดผู๎ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์จึงมักปัสสาวะบํอยกวําปกติ (O-NET 53) ก. ไตทางานอยํางมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ข. การหลั่งฮอร์โมนวาโซเปรสซินลดลง ค. แอลกอฮอล์เป็นพิษตํอรํางกาย จึงถูกกาจัดทิ้งอยํางรวดเร็ว ง. รํางกายควบคุมการทางานของกล๎ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไมํได๎ 29. การดื่มน้าส๎มเป็นปริมาณมาก ทาให๎เลือดมีสภาวะเป็นกรดจริงหรือไมํ เพราะเหตุใด (O-NET 53) ก. เป็นกรดจริง เพราะวิตามินซีละลายน้าได๎ ข. เป็นกรดจริง เพราะน้าส๎มมีรสเปรี้ยวและมีปริมาณกรดสูง ค. ไมํเป็นกรด เพราะเลือดมีสมบัติเป็นสารละลายบัฟเฟอร์ ง. ไมํเป็นกรด เพราะรํางกายจะได๎รับอันตรายได๎หากเลือดมีสภาวะเป็นกรด
  • 12.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวชี้วัดที่ 4 อธิบายเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและนาความรู้ไปใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ
  • 13.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวอย่างข้อสอบ 30. การรณรงค์ให๎เลี้ยงลูกด๎วยน้านมแมํในระยะหลังคลอดเนื่องด๎วยเหตุผลสาคัญในข๎อใด (O-NET 49) ก. น้านมแมํมีโปรตีนสูง ข. น้านมแมํไมํมีเชื้อโรค ค. น้านมแมํมีแอนติบอดี ง. น้านมแมํมีแอนติเจน 31. วัคซีนที่ใช๎หลอดป้องกันโรคโปลิโอในเด็กเป็นสารใด (O-NET 49) ก. แอนติบอดี ข. แอนติเจน ค. เอนไซม์ ง. แอนติไบโอติก
  • 14.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 32. ถ๎าตรวจเลือดแล๎วพบวําเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติแสดงวําเป็นโรคใด (O-NET 50) ก. เอดส์ ข.ติดเชื้อ ค. โลหิตจาง ง. ธาลัสซีเมีย 33. ข๎อใดเป็นความจริง (O-NET 51) ก. ภูมิคุ๎มกันที่ทารกได๎จากแมํสามารถคุ๎มกันโรคได๎ทุกชนิด ข. วัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ผลิตจากจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ค. ม๎ามเป็นอวัยวะน้าเหลืองขนาดใหญํที่สุดของมนุษย์ ง. สํวนประกอบหลักของเซรุํมคือสารพิษของจุลินทรีย์ที่หมดสภาพความเป็นพิษแล๎ว 34. อวัยวะในข๎อใดตํอไปนี้ไมํเป็นสํวนหนึ่งของระบบน้าเหลืองในรํางกายมนุษย์ (O-NET 52) ก. ม๎าม ข. ทอนซิล ค. ตํอมไทมัส ง. ตํอมหมวกไต 35. เมื่อเชื้อโรคเข๎าสูํรํางกายคน รํางกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยสร๎างสารใดมาตํอสู๎ (O-NET 53) ก. ซีรุํม ข. แอนติเจน ค. ทอกซอยด์ ง. แอนติบอดี 36. ข๎อใดเป็นแผนภาพการให๎เลือดที่ถูกต๎องตามหมูํเลือด (O-NET 50)
  • 15.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 มาตรฐาน ว1.2 เข๎าใจกระบวนการและความสาคัญของการถํายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการ ของสิ่ งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีว ภาพ การใช๎เทคโนโลยีชีว ภาพที่มีผลกระทบตํอ มนุษย์และสิ่งแวดล๎อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู๎และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่ เรียนรู๎ และนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ ตัวชี้วัดที่ 1 อธิบายกระบวนการถํายทอดสารพันธุกรรม การแปรผันทางพันธุกรรม มิวเทชัน และการเกิด ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • 16.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 37. ข๎อความใดถูกต๎องเกี่ยวกับการแบํงเซลล์บริเวณปลายรากหอม (O-NET 51) ก. เป็นการแบํงเซลล์แบบไมโอซิส ข. เมื่อสิ้นสุดการแบํงเซลล์จะได๎เซลล์ใหมํ 4 เซลล์ ค. เซลล์ใหมํที่เกิดขึ้นมีจานวนโครโมโซมเทําเดิม ง. เซลล์ใหมํที่เกิดขึ้นจากการคอดของเยื่อหุ๎มเซลล์ 38. การสร๎างเซลล์สืบพันธุ์ของคนเกิดจากการแบํงเซลล์แบบใด (O-NET 49) ก. ไมโทซิสที่มีการลดจานวนโครโมโซม ข. ไมโทซิสที่ไมํมีการลดจานวนโครโมโซม ค. ไมโอซิสที่มีการลดจานวนโครโมโซม ง. ไมโอซิสที่ไมํมีการลดจานวนโครโมโซม
  • 17.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 39. สารพันธุกรรมเป็นสารประเภทใด (O-NET 49) ก. ลิพิด ข.โปรตีน ค.คาร์โบไฮเดรต ง. กรดนิวคลีอค ิ 40. ข๎อใดไมํใชํองค์ประกอบของดีเอ็นเอ (O-NET 51) ก. กรดอะมิโน ข. ไนโตรเจนเบส ค. หมูํฟอสเฟต ง. น้าตาลเพนโทส 41. ชายคนหนึ่งมีลักษณะนิ้วเกินที่แตํงงานกับหญิงที่มีนิ้วปกติ มีบุตรชาย 1 คนและบุตรสาว 1 คน ที่มี ลักษณะนิ้วเกินบุตรชายแตํงงานกับหญิงที่มีจานวนนิ้วปกติและบุตรชาย 2 คน ที่มีจานวนนิ้วปกติ ข๎อใดคือ เพดดิกรีของครอบครัวนี้ (O-NET 49) ก. ข. ค. ง. 42. คนมีจานวนโครโมโซมในเซลล์รํางกาย46 แทํง ระหวํางการแบํงเซลล์แตํล ะโครโมโซมประกอบด๎วย กี่โครมาติด(O-NET 50) ก. 2 ข. 23 ค. 46 ง. 92 43. ชายคนหนึ่งมีลักษณะผิวเผือกแตํงงานกับหญิงผิวปกติ มีบุตรชายผิวปกติ 1 คนและบุตรสาวผิวเผือก 1 คน บุตรชายแตํงงานกับหญิงผิวปกติและมีบุตรสาว 2 คน ที่มีผิวปกติข๎อใดคือเพดดีกรีของครอบครัวนี้ (O-NET 51) ก. ข. ค. ง.
  • 18.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 44. จากเพดดิกรีตาบอดสีตํอไปนี้ ข๎อใดคือ จีโนไทป์ของบุคคลที่ 2 ในรุํนที่ I (O-NET 50) ก. XCXC ข. XCXc ค. XCY ง. XcY 45. สามีภรรยาคูํหนึ่งเป็นพาหะของธาลัสซีเมียที่เหมือนกัน โอกาสที่ลูกคนแรกจะเป็นธาลัสซีเมียมีเทําใด (O-NET 49) 1 1 ก. ข. ค. 1 ง. 3 2 3 4 4 46. สามีภรรยาคูํหนึ่งเป็นพาหะของธาลัสซีเมียที่เหมือนกัน โอกาสที่ลูกคนแรกจะไม่เป็นธาลัสซีเมียมีเทําใด (O-NET 51) 1 2 3 1 ก. ข. ค. ง. 2 3 4 4 47. ลักษณะผิวเผือกควบคุมโดยยีน a ที่อยูํบนออโตโซม สํวนลักษณะผิดปกติควบคุมโดยยีน A ครอบครัวหนึ่ง พํอแมํผิวปกติมีบุตรคนแรกลักษณะผิวเผือกโอกาสที่บุตรคนตํอไปจะมีฟีโนไทป์ปกติเทําใด (O-NET 50) ก. 0% ข.20% ค.25% ง. 75% 48. ลักษณะพันธุกรรมของคนในข๎อใด ที่มียีนควบคุมอยูํบนออโตโซม (autosome) (O-NET 49) ก. โรคธาลัสซีเมีย ข. โรคฮีโมฟิเลีย(โรคเลือดไหลไมํหยุด) ค. ตาบอดสี ง. ภาวะพรํองเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอตเฟต ดีไฮโดรจีเนส 49. ลักษณะพันธุกรรมของคนในข๎อใด ที่ไมํมียีนอยูํบนโครโมโซมเพศ (O-NET 51) ก. ลักษณะผิวเผือก ข. ตาบอดสี ค. ลักษณะนิ้วเกิน ง.โรคธาลัสซีเมีย
  • 19.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 50. ลักษณะตาบอดสีพบในเพศชายมากกวําเพศหญิง เพราะเหตุใด (O-NET 49) ก. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนด๎อยบนโครโมโซม X และเพศชายมีโครโมโซม X เพียง 1 โครโมโซม ข. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนเดํนบนโครโมโซม X และเพศชายมีโครโมโซม X เพียง 1 โครโมโซม ค. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนด๎อยบนโครโมโซม Y และแสดงออกเมื่อมีฮอร์โมนเพศชาย ง. ลักษณะตาบอดสีเกิดจากยีนเดํนบนโครโมโซม Y และแสดงออกเมื่อมีฮอร์โมนเพศชาย 51. หมูํเลือดของพํอแมํคูํใดที่ลูกทุกคนจะมีหมูํเลือดเดียวกัน (O-NET 50) ก. A X A ข. B X B ค. AB X AB ง. O X O 52. พํอมีหมูํเลือด O แมํมีหมูํเลือด AB ลูกของพํอแมํคูํนี้จะมีหมูํเลือดใดได๎บ๎าง (O-NET 49) ก. หมูํ A หรือ AB ข. หมูํ B หรือ AB ค. หมูํ A หรือ B ง. หมูํ O หรือ AB 53. หญิงหมูํเลือด A มีลูกหมูํเลือด O ซึ่งหญิงคนนี้ อ๎างวําเป็นลูกของชายที่มีหมูํเลือด AB ชายผู๎นี้สามารถ ปฏิเสธข๎อกลําวหานี้ได๎หรือไมํ (O-NET 51) ก. ปฏิเสธได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้ไมํมียีน i ข. ปฏิเสธได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้มียีน i ค. ปฏิเสธไมํได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้มียีน i ง. ปฏิเสธไมํได๎ เพราะ จีโนไทป์ของชายคนนนี้มียีน IA และ IB 54. ข๎อความในข๎อตํอไปนี้ ถกต๎องมากที่สุด (O-NET 51) ก. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมเพศของเซลล์ใด ๆ จะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎ ข. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมเพศของเซลล์รํางกายจะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎ ค. มิวเทชันที่เกิดกับออโตโซมของเซลล์รํางกายจะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎ ง. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมใด ๆ ของเซลล์สืบพันธุ์จะถํายทอดไปยังลูกหลานได๎
  • 20.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 55. ข๎อความใดตํอไปนี้ไม่ถูกต๎อง (O-NET 50) ก. รังสีหรือสารเคมีบางชนิดทาให๎อัตราการเกิดมิวเทชันสูงขึ้น ข. มิวเทชันที่เกิดกับโครโมโซมเพศเทํานั้นจึงจะถํายทอดให๎ลูกได๎ ค.มิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์จะถํายทอดไปรุํนลูกหลานได๎ ง. มิวเทชันเกิดขึ้นได๎กับสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติโดยไมํทราบสาเหตุ 56. การมิวเทชันตามธรรมชาติเกิดจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใดของดีเอ็นเอ (O-NET 50) ก. ชนิดของน้าตาลเพนโทส ข. ลาดับเบสของนิวคลีโอไทป์ ค. จานวนหมูํฟอตเฟต ง. จานวนสายนิวคลีโอไทด์ 57. ลักษณะทางพันธุกรรมในข๎อใดตํอไปนี้ถูกควบคุมด๎วยยีนบนออโตโซม (O-NET 52) (1) ผมหยิก (2) ฮีโมฟิเลีย (3) หมูํเลือด AB (4) ตาบอดสี ก. (1) และ (2) ข. (3) และ (4) ค. (1) และ (3) ง. (2) และ (4) 58. ถ๎าแมํมีหมูํเลือด AB และลูกมีหมูํเลือด A พํอจะมีหมูํเลือดใดได๎บ๎าง (O-NET 52) ก. A หรือ O ข. A หรือ AB ค. A หรือ B หรือ AB ง. AหรือBหรือABหรือO 59. ถ๎าสิ่งมีชีวิตไมํเกิดมิวเทชันเลย อาจจะเกิดเหตุการณ์ใดตํอไปนี้ (O-NET 52) ก. สิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจสูญพันธุ์ ข. จานวนประชากรของสิ่งมีชีวิตจะคงที่ ค. จานวนเผําพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจะเทําเดิม ง. สิ่งมีชีวิตในอดีตและปัจจุบันไมํแตกตํางกัน 60. วิธีการขยายพันธุ์มะมํวงพันธุ์ดีในข๎อใดที่ทาให๎มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์สูงที่สุด (O-NET 52) ก. ติดตา ข. ตํอกิ่ง ค. ตอนกิ่ง ง. เพาะเมล็ด
  • 21.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 61. ข๎อใดไมํถูกต๎องเกี่ยวกับดีเอ็นเอ (O-NET 53) ก. ดีเอ็นเอพบได๎ในคลอโรพลาสต์ ข. ดีเอ็นเอทาหน๎าที่กาหนดชนิดของโปรตีน ค. สิ่งมีชีวิตแตํละชนิดมีปริมาณดีเอ็นเอไมํเทํากัน ง. ไนโตรเจนเบสชนิดกวานีนและไซโทซีนจะจับคูํกันด๎วยพันธะคูํเสมอ 62. ถ๎าพํอมีหมูํเลือด B แมํมีหมูํเลือด A และมีลูกชายที่มีหมูํเลือด O โอกาสที่จะได๎ลูกสาวที่มีหมูํเลือด O เป็น เทําใด (O-NET 53) ก. 1/2 ข. 1/4 ค. 1/8 ง. 1/16 63. ข๎อใดไมํถูกต๎องเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย (O-NET 53) ก. เป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง ข. ผู๎ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ค. เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร๎างโกลบิน ง. ผู๎ที่ได๎รับแอลลีลผิดปกติจากพํอหรือแมํเพียงฝ่ายเดียวมีโอกาสเป็นโรคได๎ 64. ข๎อใดถูกต๎องเกี่ยวกับมิวเทชัน (O-NET 53) ก. มีอัตราการเกิดได๎สูงตามธรรมชาติ ข. เกิดได๎ทั้งระดับโครโมโซมและดีเอ็นเอ ค. เกิดขึ้นได๎เฉพาะในเซลล์ที่กาลังแบํงตัว ง. มิวเทชันในเซลล์ทุกชนิดสามารถถํายทอดไปยังรุํนลูกหลานได๎
  • 22.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวชี้วัด ที่ 2 สืบค้น ข้อมูลและอภิปรายผลของเทคโนโลยี ชีวภาพที่มีต่อมนุษย์แ ละสิ่งแวดล้อมและน า ความรู้ไปใช้ประโยชน์ 65. สิ่งใดตํอไปนี้ไมํสามารถใช๎ในการตรวจลายพิมพ์ดีเอนเอเพื่อใช๎พิสูจน์บุคคล (O-NET 50) ก. กระดูก ข. เลือด ค. น้าเหลือง ง. ปลายเส๎นผม 66. ข๎อใดตํอไปนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผํานกระบวนการพันธุวิศวกรรม (O-NET 51) ก. มะละกอพันธุ์ต๎านไวรัสที่ได๎จากการผสมและคัดเลือกพันธุ์ ข. ข๎าวพันธุ์ กข 6 ที่ได๎จากการปรับปรุงพันธุ์ข๎าวดอกมะลิ 105 ด๎วยรังสีแกมมา ค. ฝ้ายบีทีซึ่งเป็นฝ้ายที่ได๎รับการถํายฝากยีนของแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis ง. วัวนมชื่อ อิง ที่ได๎จากการโคลนโดยใช๎เซลล์ใบหู 67. การเปลี่ยนแปลงในข๎อใดที่เกิดขึ้นกับพืชดัดแปรพันธุกรรม(GMO) (O-NET 50) 1. มีจานวนโครโมโซมเพิ่มขึ้น 2. มียีนใหมํอยูํภายในเซลล์ 3. มีการสร๎างโปรตีนชนิดใหมํ ก. 1 และ 2 ข.2 และ 3 ค. 1 และ 3 ง. 1 2 และ 3 68. สิ่งมีชีวิตในข๎อใดจัดเป็นจีเอ็มโอ (GMO) (O-NET 49) ก. เซลล์แบคทีเรียที่มียีนอินซูลินของคน ข. ต๎นเปล๎าน๎อยที่ได๎จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ค. พุทธรักษาพันธุ์กลายที่เกิดจากการฉายรังสี ง. แตงโมสี่เหลี่ยม
  • 23.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 69. จากพาดหัวขําวหนังสือพิมพ์วํา “นักวิชาการหวั่นตํางชาติแอบโคลนเงาะพันธุ์ใหมํ” คาวําโคลน หมายถึง (O-NET 49) ก. นาต๎นเงาะพันธุ์ใหมํไปขยายพันธุ์โดยการตอน ข. นาเงาะพันธุ์ใหมํไปตัดตํอยีนได๎เป็นพันธุ์ใหมํที่ดีขึ้น ค. นาเงาะพันธุ์ใหมํ ไปผสมพันธุ์กับพันธุ์อื่นทาให๎ลักษณะดีขึ้น ง. นาเมล็ดของเงาะพันธุ์ใหมํไปเพาะขยายพันธุ์ 70. เทคโนโลยีชีวภาพในข๎อใดถือวําเป็นเทคโนโลยีที่เกําแกํที่สุด (O-NET 52) ก. เทคโนโลยีการหมัก ข. เทคโนโลยีการถํายยีน ค. เทคโนโลยีการผสมเทียม ง. เทคโนโลยีการผลิตวัคซีน 71. สมบัติของฝ้ายบีที (BT) คือข๎อใด (O-NET 52) ก. ต๎านทานยาปราบวัชพืชในไรํฝ้าย ข. ปลูกได๎ในพื้นที่ที่มีความแห๎งแล๎ง ค. ต๎านทานหนอนเจาะสมอฝ้าย ง. ต๎านทานโรคฝ้ายที่เกิดจากเชื้อไวรัส 72. ข๎อใดไมํถูกต๎องเกี่ยวกับการโคลน (O-NET 53) ก. ได๎สัตว์ตัวใหมํที่มีเพศเดียวกับสัตว์ต๎นแบบ ข. เป็นการสร๎างสัตว์ตัวใหมํโดยไมํต๎องอาศัยเซลล์สืบพันธุ์ ค. แฝดเหมือนคือตัวอยํางของการโคลนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ง. แกะดอลลีเกิดจากการโคลนโดยใช๎เซลล์บริเวณเต๎านมเป็นต๎นแบบ 73. ข๎อใดจัดเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (O-NET 53) ก. แตงโมไมํมีเมล็ด ข. กล๎วยไม๎ที่ได๎จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ค. แบคทีเรียที่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ง. กล๎วยไม๎พันธุ์ใหมํที่ได๎จากการฉายรังสีแกมมา
  • 24.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 74. หลักฐานในข๎อใดที่ไมํสามารถใช๎ตรวจหาฆาตกรโดยใช๎ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ (O-NET 53) ก. เส๎นผม ข. ลายนิ้วมือ ค. คราบอสุจิ ง. คราบเลือด ตัวชี้วัดที่ 3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลองความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 75. ข๎อใดไมํใชํลักษณะเฉพาะของไวรัส HIV (O-NET 51) ก. ทาลายเซลล์เม็ดเลือดแดงทุกชนิด ข. กลายพันธุ์ได๎งําย ค. ถํายทอดทางเพศสัมพันธ์ หรือรับเลือดจากผู๎ติดเชื้อ ง. เพิ่มจานวนโดยใช๎วัตถุดิบจากเซลล์ที่ถูกทาลาย 76. ไวรัสที่ทาให๎เกิดโรคไข๎หวักนก 2009 เป็นสายพันธุ์ใด (O-NET 50) ก. H5 N1 ข. H5 N2 ค. H1 N5 ง. H2 N5 มาตรฐาน ว 2. 2 เข๎าใจสิ่งแวดล๎อมในท๎องถิ่น ความสัมพันธ์ระหวํางสิ่งแวดล๎อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ ระหวํางสิ่งมีชีวิตตําง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู๎และจิตวิทยา ศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู๎และนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์
  • 25.
  • 26.
  • 27.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวชี้วัดที่ 1 อธิบายดุลยภาพของระบบนิเวศ 77. สายใยอาหารข๎างลํางนี้ ค. และ ง เป็นสิ่งมีชีวิตกลุํมใดตามลาดับ (O-NET 49) ก. ผู๎ผลิต และผู๎บริโภค ข. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์และผู๎ยํอยสลายอินทรียสาร ค. ผู๎บริโภคพืชและผู๎บริโภคสัตว์ ง. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์ และผู๎บริโภคสัตว์ 78. แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหวํางการสังเคราะห์ด๎วยแสงและการหายใจ 1.และ 2. อาจเป็นสารใด ตามลาดับ(O-NET 49) 1. กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการหายใจ 2. ก. CO2, H2O ข. CO2, O2 ค. O2 , CO2 ง. H2O, O2
  • 28.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 79. เมื่อนาเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยูํในสระน้าทั่วไปมาตรวจหาปริมาณสารกาจัดแมลงหนึ่งที่ปนเปื้อนอยูํ ในน้า พบวํา มีการสะสมของสารนี้สูงสุดในปลาชํอนเสมอ แสดงวําปลาชํอนเป็น (O-NET 50) ก. ผู๎บริโภคพืชลาดับแรกของโซํอาหาร ข. ผู๎บริโภคทั้งสัตว์และพืช ค. ผู๎บริโภคสัตว์ลาดับแรกของโซํอาหาร ง. ผู๎บริโภคสัตว์ลาดับสุดท๎ายของโซํอาหาร 80. แก๏สในข๎อใดจัดเป็นแก๏สเรือนกระจก (O-NET 50) ก. คาร์บอนไดออกไซด์ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน มีเทน ข. มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน ค. ไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ง. มีเทน ออกไซด์ของไนโตรเจน คลอโรฟลูออโรคาร์บอน 81. สายใยอาหารข๎างลํางนี้ ข. และ ง เป็นสิ่งมีชีวิตกลุํมใดตามลาดับ (O-NET 51) ก. ผู๎ผลิต และผู๎บริโภคสัตว์ ข. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์และผู๎ยํอยสลายอินทรียสาร ค. ผู๎บริโภคพืชและผู๎บริโภคสัตว์ ง. ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์ และผู๎บริโภคสัตว์ 82. นักปักษีวิทยาศึกษาจานวนประชากรนกบนเกาะช๎างโดยจับนกมาติดเครื่องหมาย 50 ตัว แล๎วปลํอยไป หนึ่งเดือนตํอมา จับนกอีกครั้งได๎จานวน 100 ตัว พบวําในจานวนนี้มีนกที่ติดเครื่องหมายอยูํแล๎ว 2 ตัว ดังนั้น ประชากรนกบนเกาะนี้มีจานวนประมาณเทําใด (O-NET 52) ก. 250 ตัว ข. 1,250 ตัว ค. 2,500 ตัว ง. 10,000 ตัว
  • 29.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 83. ข๎อใดสนับสนุนคากลําวที่วํา “ระบบนิเวศป่าฝนเขตร๎อน มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุด” (O-NET 52) ก. ป่าลุํมน้าอะเมซอนในอเมริกาใต๎เป็นถิ่นกาเนิดของปลาปิรันยา ข. ป่าฝนเขตร๎อนมีฝนตกหนัก ความชื้นสูง และอุณหภูมิเฉลี่ย 25–27 °C ค. ผืนป่าภาคใต๎ของไทยมีพืชเถาวัลย์ชื่อยํานลิเภากระจายอยูํทั่วไปถึง 200,000 ต๎น ง. อุทยานแหํงชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม 93 ชนิดนก 153 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 69 ชนิด และสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก 27 ชนิด 84. แบคทีเรีย Escherichia coli ที่อาศัยในลาไส๎คน มีความสัมพันธ์แบบเดียวกับสิ่งมีชีวิตในข๎อใด (O-NET 52) ก. ดอกไม๎กับแมลง ข. กล๎วยไม๎บนต๎นไม๎ใหญํ ค. พยาธิใบไม๎ในตับกับมนุษย์ ง. แหนแดงกับไซยาโนแบคทีเรีย 85. ภาพปิรามิดนี้แสดงถึงจานวนของสิ่งมีชีวิตในโซํอาหารใด (O-NET 52) ก. หญ๎า → กระตําย → งู → เหยี่ยว ข. หญ๎า → ตั๊กแตน → แมงมุม → กบ ค. ต๎นไม๎ → เพลี้ย → ด๎วงเตําลาย → นก ง. ต๎นไม๎ → หนอนผีเสื้อ → แตนเบียน → ผู๎ยํอยสลายอินทรียสาร 86. วัฎจักรของสารใดในระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดฝนกรดมากที่สุด (O-NET 52) ก. คาร์บอน ข. กามะถัน ค. แคลเซียม ง. ไฮโดรเจน 87. วิธีการในข๎อใดที่ใช๎ควบคุมโรคไวรัสในพืชได๎ผลดีที่สุด (O-NET 53) ก. การเผาทาลายพืช ข. การฉีดวัคซีน ค. การใช๎ยาปฏิชีวนะ ง. การเพิ่มไนโตรเจนในดิน
  • 30.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 88. ในระบบนิเวศซึ่งประกอบด๎วย เหยี่ยว งู กระรอก หญ๎า และตั๊กแตน สิ่งมีชีวิตในข๎อใดมีมวลชีวภาพน๎อย ที่สุด (O-NET 53) ก. งู ข. เหยี่ยว ค. หญ๎า ง. กระรอกและตั๊กแตน ตัวชี้วัดที่ 2 อธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต 89. ถ๎าต๎องการลดการทาลายโอโซนในบรรยากาศเราควรปฏิบัติอยํางไร (O-NET 49) ก. ลดการตัดต๎นไม๎ ข. ลดการใช๎สาร CFC ค. ลดการใช๎น้ามัน ง. ลดการใช๎เชื้อเพลิงฟอสซิล 90. กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบใดนาไปสูํการเกิดระบบนิเวศหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟบน เกาะหนึ่ง (O-NET 53) ก. แบบปฐมภูมิ ข. แบบทุติยภูมิ ค. แบบตติยภูมิ ง. แบบจตุรภูมิ ตัวชี้วัดที่ 3 อธิบายความสาคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และเสนอแนะแนวทางในการดูแล และรักษา 91. ข๎อใดไมํนับวําเป็นสํวนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพ (O-NET 53) ก. ความหลากหลายของสปีชีส์ ข. ความหลากหลายของพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต ค. ความหลากหลายของแหลํงที่อยูํของสิ่งมีชีวิต ง. ความหลากหลายของสารเคมีตําง ๆ รอบสิ่งมีชีวิต มาตรฐาน ว 2.2 เข๎าใจความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช๎ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท๎องถิ่น ประเทศ และโลกนาความรู๎ไปใช๎ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมใน ท๎องถิ่นอยํางยั่งยืน
  • 31.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวชี้วัดที่ 1 วิเคราะห์สภาพปัญหา สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล๎อมและทรัพยากรธรรมชาติในระดับท๎องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก 92. ดัชนีที่แสดงวําน้าในแหลํงน้าธรรมชาติมีคุณภาพดีคือข๎อใด (O-NET 52) ก. น้าที่มีคํา OD สูง ข. น้าที่มีคํา COD สูง ค. น้าที่มีคํา BOD ต่า ง. น้ามีอณหภูมิสูงและมีคํา DO ต่า ุ 93. ข๎อใดตํอไปนี้กลําวไมํถูกต๎องเกี่ยวกับภาวะโลกร๎อน(O-NET 52) ก. ภาวะโลกร๎อนมีผลน๎อยมากตํอการอยูํรอดของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร ข. ภาวะโลกร๎อนทาให๎บริเวณที่ชุํมชื้นมีฝนตกมากขึ้น และเกิดพายุรุนแรง ค. ภาวะโลกร๎อนทาให๎เกิดความแห๎งแล๎งจนอาจทาให๎บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย ง. ภาวะโลกร๎อนทาให๎สารประกอบมีเทนเยือกแข็งที่ฝังตัวอยูํในชั้นน้าแข็งหลอมเหลวและระเหยเป็นแก๏สมากขึ้น 94. เมื่อมีสารประกอบไนเตรตและฟอสเฟตสะสมอยูํในแหลํงน้าเป็นปริมาณมากปรากฏการณ์ใดจะเกิดขึ้นเป็น อันดับแรก (O-NET 53) ก. ปริมาณแพลงตอนสัตว์จะเพิ่มขึ้น ข. จานวนของแพลงตอนพืช สาหรําย และพืชน้าจะเพิ่มขึ้น ค. สารพิษตกค๎าง เชํน สารกาจัดแมลง จะมีปริมาณการสะสมสูงขึ้น ง. ปริมาณสัตว์น้า เชํน ปลา สัตว์ไมํมีกระดูกสันหลังอื่นๆ จะเพิ่มขึ้น 95. สัตว์ป่าในข๎อใดมีสถานภาพปัจจุบันแตกตํางไปจากข๎ออื่นทั้งหมด (O-NET 53) ก. พะยูน ช๎าง ข. ควายป่า กระทิง วัวแดง ค. นกเจ๎าฟ้าหญิงสิรินธร กูปรี ง. นกแต๎วแล๎วท๎องดา เลียงผา
  • 32.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 ตัวชี้วัดที่ 2 อภิปรายแนวทางในการป้องกัน แก๎ไข ปัญหา สิ่งแวดล๎อมและทรัพยากรธรรมชาติ 96. ทรัพยากรที่เกิดขึ้นทดแทนใหมํได๎ในข๎อใดที่มนุษย์นามาใช๎ประโยชน์มากที่สุดในปัจจุบัน (O-NET 53) ก. พลังงานน้า ข. พลังงานลม ค. พลังงานจากคลื่น ง. พลังงานแสงอาทิตย์ 97. คาวําการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความหมายสอดคล๎องกับข๎อใดมากที่สุด ก. การใช๎ทรัพยากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ข. การใช๎ทรัพยากรหลายชนิดพร๎อมกัน ค. การใช๎ทรัพยากรธรรมชาติอยํางประหยัดคุ๎มคํา ง. การใช๎ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการอุตสาหกรรม 98. ปัญหาดินในประเทศไทยกาลังประสบปัญหาในข๎อใดมากที่สุด ก. การปลูกพืชไมํถูกวิธี ข. การตกค๎างในดินของสารปราบศัตรูพืชและการใช๎ปุ๋ยเคมี ค. ดินเปรี้ยวเพราะมีกรดกามะถันมาก ง. การพังทลายของดินเนื่องจากการตัดไม๎ทาลายป่า 99. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหมายถึงอะไร ก. การมีมาตรการเพื่อการป้องกันและคุ๎มครอง ข. การควบคุมมิให๎มีการทาลายทรัพยากร ค. การใช๎ทรัพยากรให๎มีคุณภาพตํอชีวิตมนุษย์ ง. การใช๎ทรัพยากรอยํางเหมาะสมโดยให๎เกิดสภาพสมดุล 100. ปรากฏการณ์ภาวะเรือนกระจกและภาวะโลกร๎อนมีผลกระทบตํอประเทศไทยในข๎อใด ก. สัตว์ป่าถูกทาลายและไมํมีที่อยูํอาศัย ข. ฝนแล๎งรุนแรงและอาจตกรุนแรงไมํตามฤดูกาล ค. เหตุการณ์สึนามิ ง. การย๎ายถิ่นของประชากร *************************
  • 33.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 เฉลย 1. ข๎ อ ค จากรู ป ใบวํ า นกาบหอยที่ แ ชํ ใ นสารละลายน้ าตาลกลู โ คสจะเห็ น cell membrane แยกออกหํางจาก cell wall ก๎อน protoplasm ยุบปริมาตรลงแสดงวําเซลล์เสียน้า (เกิด Plasmolysis)เซลล์ต๎องแชํในสารละลายที่เข๎มข๎น (Hypertonic solution) 2. ข๎อ ข เซลล์พืชจะมี cell wall มี chloroplast และมี Nucleus ยกเว๎นเซลล์บางเซลล์ อาจ ไมํมีคลอโรพลาสต์ เชํน เซลล์รากพืช 3. ข๎อ ก ปรากฎการณ์ ที่ เ กิ ด กั บ เซลล์ พื ช ที่ แ ชํ ใ นสารละลายเจื อ จาง (Hypotonic solution) คือเซลล์จะเตํง (plasmoptysis) 4. ข๎อ ง กระบวนการ exocytosis คื อ การหลั่ ง สารโมเลกุ ล ใหญํออกจากเซลล์ เชํน การหลั่ ง เอนไซม์ที่ทาหน๎าที่ยํอยอาหาร การหลั่งฮอร์โมน 5. ข๎อ ข ภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่กินแบคทีเรีย ภายในเซลล์ จะมีไลโซโซมจานวนมากโดย ภายในไลโซโซมจะมีน้ ายํอยพวกไฮโดรไลติกเอนไซม์ยํอยเซลล์แบคทีเรียและไมํสามารถ ทาให๎เกิดโรคได๎ 6. ข๎อ ค จากกราฟจะเห็นได๎วํา เมื่อนากระเพาะปัสสาวะสุกรที่บรรจุด๎วยสารละลายน้าตาลไปแชํ ในน้ ากลั่ น จะพบวํ า ในชํ ว งแรกน้ าจะแพรํ เ ข๎ า ไปในกระเพาะปั ส สาวะเป็ น จ านวนมาก น้ าหนั ก จึ ง เพิ่ ม ขึ้ น อยํ า งรวดเร็ ว ตํ อ มาน้ าจะแพรํ เ ข๎ า น๎ อ ยลง น้ าหนั ก จะเพิ่ ม ขึ้ น น๎ อ ย เนื่ องจากสารละลายน้ าตาลเจือจางลงและกระเพาะปัส สาวะนั้นจะตึงตัว มากขึ้นเกิดแรง ต๎านในที่สุดจะเกิดสภาพสมดุล 7. ข๎อ ก น้าเกลื อที่มีความเข๎มข๎นเทํากับเลือดมีความเข๎มข๎น 0.85% ดังนั้นสารละลายที่จะทาให๎ เม็ดเลือดแดงแตกได๎ ต๎องมีความเข๎มข๎นน๎อยกวํา 0.85% เชํน น้ากลั่น หรือน้าประปาใน ที่นี้ 0.4 โมลาร์ เป็นคําที่ต่าที่สุดจึงมีโอกาสทาให๎เม็ดเลือดแดงแตกได๎งํายที่สุด 8. ข๎อ ข ดีเอ็น เอ จะพบได๎ ในนิ ว เคลี ย ส คลอโรพลาสต์ ไมโทคอนเดรีย แตํจะไมํพบในแวคิว โอล เพราะแวคิวโอลไมํได๎มีปฏิกิริยาที่เฉพาะเจาะจง แตํมีหน๎าที่สะสมอาหาร สะสมสารละลาย และกาจัดของเสียในรูปของสารละลาย
  • 34.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 9. ข๎อ ค เซลล์ ที่มี สํ ว นประกอบดังกลํ าวนําจะเป็นเซลล์ ของสั ตว์ เนื่อ งจากไมํ มีสํ ว นประกอบใดที่ แสดงวําเป็นเซลล์ของพืชเลย สาหรับแบคทีเรีย ไมํมี mitochondria 10. ข๎อ ข การหยดแอลกอฮอล์ ลงบนสไลด์ ที่มีใบสาหรํายหางกระรอกจะมีผลทาให๎ใบสาหรํายหาง กระรอกเหี่ยวลง (คล๎ายหยดน้าเกลือ) แตํแอลกอฮอล์ จะดึงน้าออกทาให๎เซลล์เหี่ยวคล๎าย หยดน้าเชื่อมแตํเร็วกวํา 11. ข๎อ ก การป้องกันตนเองของพืชเมื่อขาดน้า คือ ใบเหี่ยว หรือทิ้งใบบางสํวนเพื่อลดการคายน้า ทางปากใบจะปิดเนื่องจากแรงดันเตํงมีน๎อยจะทาให๎สงวนรักษาน้าไว๎ในต๎น 12. ข๎อ ง การมีปากใบทางด๎านหลังใบของผักตบชวาไมํได๎ปรับตัวเพื่อลดการคายน้าของพืช แตํเป็น การปรับตัวให๎คายน้าได๎มากขึ้น เนื่องจากผักตบชวาเป็นพืชลอยน้าได๎รับน้ามากจึงต๎อง กาจัดน้าสํวนเกิน มีปากใบทางด๎านหลังใบน้าระเหยเร็วขึ้น 13. ข๎อ ง การหลั่งเอนไซม์ เชํน เพปซิโนเจน เป็นสารโมเลกุลใหญํ จะใช๎วิธีเอกโซไซโทซิส การหลั่ง สารโมเลกุลใหญํ อื่นๆ เชํน ฮอร์โมน ก็ใช๎วิธีนี้เชํนเดียวกัน 14. ข๎อ ค ปลาทะเลสูญเสียเกลือแรํให๎แกํ น้าทะเลทางเหงือกซึ่งสัมผัสกับน้าทะเล ดังนั้นเหงือกปลา ทะเลจะทาหน๎าที่ดูดซึมเกลือแรํเข๎าสูํรํางกาย เพื่อชดเชยเกลือแรํที่เสียไป ไตและทวารหนัก จะทาหน๎าที่ขับเกลือออกจากรํางกายสํวนผิวหนัง ซึ่งมีเกล็ดหรือเมือกลื่นจะไมํทาหน๎าที่กาจัด เกลือ 15. ข๎อ ก ม๎ า น้ าเป็ น ปลากระดู ก แข็ ง จั ด เป็ น สั ต ว์ เ ลื อ ดเย็ น เชํ น เดี ย วกั บ สั ต ว์ ค รึ่ ง น้ าครึ่ ง บอก สัตว์เลื้อยคลาน อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไปตามสภาพสิ่งแวดล๎อมไมํสามารถควบคุม อุณหภูมิ ของรํางกายให๎คงที่อยูํได๎ 16. ข๎อ ข สัตว์ที่ไมํมีกลไกรักษาอุณหภูมิของรํางกายให๎คงที่ คือ สัตว์เลือดเย็น ได๎แกํ สัตว์ครึ่งน้าครึ่งบก และสัตว์เลื้อยคลาน ในที่นี้ ได๎แกํ จระเข๎ 17. ข๎อ ง ก. คือ สัตว์เลือดอุํน คือ สัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม ในที่นี้ คือ นกกางเขน ข. คือ สัตว์เลือดเย็น คือ สัตว์ครึ่งน้าครึ่งบก และสัตว์เลื้อยคลาน ในที่นี้ คือ กิ้งกํา
  • 35.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 18. ข๎อ ข ปลาน้ าจื ด จะได๎ รั บ น้ าจากแหลํ ง น้ าที่ มั น อาศั ย อยูํ ท างเหงื อกเสมอ ดั ง นั้ น เพื่ อ ให๎ แ รงดั น ออสโมติกสมดุลอยูํได๎ ปลาน้าจืดจึงต๎องขับปัสสาวะจานวนมากออกทางไตและปัสสาวะนั้น จะเจือจาง เพราะปลาได๎รับน้ามากความเข๎มข๎นของปัสสาวะจึงต่า 19. ข๎อ ค คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล จะพบมากในโพรโทซัวน้าจืด มีหน๎าที่กาจัดน้าสํวนเกินและและของ เสียที่เกิดจากเมแทบอลิซึม (ไมํใชํกากอาหาร) ออกจากเซลล์ 20. ข๎อ ก เมื่อออกกาลังกายนาน ๆ อุณหภูมิของรํางกายจะสูงขึ้นเมื่อพักอัตราเมแทบอลิซึมจะลดลง หลอดเลือดที่ผิวหนังจะขยายตัว เลือดมาเลี้ยงผิวหนังมากขึ้นทาให๎หลั่ งเหงื่อมากขึ้น อุณหภูมิ ของรํางกายจึงลดลง 21. ข๎อ 2 เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นศูนย์ควบคุมระดับอุณหภูมิในไฮโพทาลามัสจะสั่งการไปยังอวัยวะแสดงผล ให๎ลดเมแทบอลิซึมลง หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว เลือดไปเลี้ยงผิวหนังมากขึ้นทาให๎หลั่ง เหงื่อมากขึ้น และกล๎ามเนื้อยึดโคนเส๎นขนคลายตัว เส๎นขนราบทาให๎ความร๎อนระบายออก ได๎มากยิ่งขึ้น 22. ข๎อ 1 สารโปรตีน เป็ นสารโมเลกุล ขนาดใหญํไมํส ามารถผํ านกรองที่โ กลเมอรูลั สได๎ จึงไมํพบใน ปัสสาวะของคนปกติ แตํอาจพบในปัสสาวะของคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับไตได๎ 23. ข๎อ ง เลื อดมี ส ภาพเป็ น กรดเพิ่ม มากขึ้ น เนื่ องจากเมื่ อออกกาลั งกายอยํางหนักจะมีการสะสม คาร์บอนไดออกไซด์ 24. ข๎อ ก คํ า pH ของเลื อ ดกํ อ นออกก าลั ง กายเทํ า กั บ 7. 4 เมื่ อ ออกก าลั ง กายปริ ม าณ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดจะเพิ่มมากขึ้นทาให๎ pH ของเลือดลดลงไมํใชํ pH เพิ่มเป็น 7.8 25. ข๎อ ง ขนนก เกล็ ด ปลา ผนั ง ล าตั ว แมลง มี ห น๎ า ที่ป กป้อ งคุ๎ มครองรํ างกายของสั ต ว์แ ตํ ล ะชนิ ด นอกจากนี้ยังป้องกันการสูญเสียน้าให๎แกํรํางกายด๎วย สํวนเยื่อเซลล์ของพารามีเซียมน้าจะ แพรํเขาหรือออกจากเซลล์ได๎ตามสภาพของสิ่งแวดล๎อมที่เซลล์พารามีเซียมอยูํ 26. ข๎อ ง กระบวนการแพรํ การออสโมซิส และเอนโดไซโทซิส สามารถพบได๎ในกระบวนการดูดน้า กลั บ ที่ ทํอ หนํ ว ยไต ยกเว๎น การล าเลี ยงแบบใช๎พ ลั ง งาน เพราะการดูด น้ากลั บไมํต๎ องใช๎ พลังงาน
  • 36.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 27. ข๎อ ง ข๎อที่อธิบายผิด คือ จ และ ซ โดย เมื่ออากาศหนาวอัตราเมแทบอลิซึมจะเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่ม อุณหภูมิให๎แกํรํางกาย สํวนเส๎นขนลุกชันและเส๎นเลือดฝอยหดตัว เพื่อป้องกันการสูญเสี ย ความร๎อน เมื่ออากาศร๎อน อัตราเมแทบอลิซึมจะลดลง เพื่อลดอุณหภูมิให๎แกํรํางกาย สํวน เส๎นขนนอนราบและเส๎นเลือดฝอยขยายตัวก็เพื่อระบายความร๎อนออกจากรํางกายเพื่อลด อุณหภูมิ 28. ข๎อ ข แอลกอฮอล์ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน วาโซเปรสซิน จึงมีผลทาให๎ทํอหนํวยไตด๎านไกลและทํอ รวมดูดน้ากลับได๎น๎อยลง จึงมีอาการปัสสาวะบํอยกวําปกติ 29. ข๎อ ค เลือดของคนเรามีสมบัติเป็นสารละลายบัฟเฟอร์ จะชํวยปรับ pH ของเลือดให๎อยูํที่ประมาณ 7.4 การดื่มน้าส๎มปริมาณมากจะไมํมีผลทาให๎เลือดมีสภาวะเป็นกรด 30. ข๎อ ค น้านมแมํหลังคลอดจะมีสารซึ่งเป็นภูมิคุ๎มกันอยูํด๎วย เรียกวํา นมน้าเหลือง 31. ข๎อ ข วัคซีน คือ เชื้อจุลิน ทรี ย์ที่ทาให๎หมดพิษหรือตายแล๎วจัดเป็นสารแอนติเจนเพื่อกระตุ๎นให๎ รํางกายสร๎างแอนติบอดีขึ้นมาตํอต๎าน ดังนั้น เมื่อได๎รับเชื้อจริงจึงไมํเป็นอันตราย 32. ข๎อ ข การที่เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นแสดงวํา รํางกายต๎องติดเชื้อ เชํน แบคทีเรีย รา เพราะวําเม็ดเลือด ขาวมีห น๎ าที่ตํอต๎านเชื้อโรคตําง ๆ ที่เข๎าสูํ รํางกาย ดังนั้นเมื่อติดเชื้อเม็ดเลื อดขาวจึงต๎อง ทางานมากขึ้นและเพิ่มจานวนขึ้น 33. ข๎อ ค ม๎ามเป็น อวัย วะน้ าเหลืองที่มีขนาดใหญํ ที่สุดของมนุษย์ โดยอวัยวะน้าเหลือง ได๎แกํ ตํอม น้าเหลือง ตํอมทอนซิลและม๎าม 34. ข๎อ ง อวัยวะที่เป็นสํวนหนึ่งของระบบน้าเหลือง คือ ม๎าม ตํอมน้าเหลือง ตํอมทอนซิล ตํอมไทมัส สํวนตํอมหมวกไตอยูํในระบบตํอมไร๎ทํอทาหน๎าที่สร๎างฮอร์โมน 35. ข๎อ ง เมื่ อ เชื้ อ โรคเข๎ าสูํ รํ า งกายของคนเรา รํ า งกายจะมี ป ฏิกิ ริ ย าตอบสนองโดยการสร๎ างสาร แอนติบอดี มาตํอสู๎กับเชื้อโรค 36. ข๎อ ค. เหตุผล การให๎เลือดที่ถูกต๎อง - หมูํ O ให๎ได๎ทุกหมูํ (ผู๎ให๎เลือดสากล) - หมูํ AB ผู๎รับเลือดสากล - ตรงกับแผนภาพที่ 3
  • 37.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 37. ข๎อ ค. เหตุผล เซลล์ปลายราก ถือเป็นเซลล์รํางกาย (Somatic cell) ของพืช ดังนั้นการแบํงเซลล์ บริเวณปลายรากหอม ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเจริญ จึงเป็นการแบํงเซลล์แบบ mitosis ผลที่ได๎คือ เซลล์ใหมํ 2 เซลล์ซึ่งมีจานวนโครโมโซมเทําเดิม (2n 2n) 38. ข๎อ ค. เหตุผล เซลล์สืบพันธุ์ ถูกสร๎างโดยการแบํงเซลล์แบบไมโอซิส ซึ่งมีการแบํงนิวเคลียส 2 ครั้ง คือ ไมโอซิส I (แบํงฮอมอโลกัสโครโมโซม)และไมโอซิส II (แบํงโครมาทิด) ทาให๎ได๎เซลล์ลูกที่ มีจานวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง (2n 2n) 39. ข๎อ ง. เหตุผล สารพันธุกรรม คือ โมเลกุล DNA (deoxyribonucleic acid) เป็นสารโมเลกุลที่ เรียกวํา กรดนิวคลีอิก (พอลินิวคลีโอไทด์) ที่เป็นสายยาวแตํขดกันแนํนกลายเป็นแทํง โครโมโซมในนิวเคลียสของเซลล์ 40. ข๎อ ก. เหตุผล DNA เป็นสารโมเลกุลใหญํที่เรียกวํา กรดนิวคลีอิก มีโครงสร๎างประกอบด๎วย พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย ที่มีกลุํมไนโตรจีนัสเบสจับกัน ทาให๎มีลักษณะเป็นเส๎นเกลียวคูํ นิวคลีโอไทด์แตํละกลุํม ประกอบด๎วย 3 กลุํม กลุํมฟอสเฟต 1 กลุํม กลุํมน้าตาลเพนโทส 1 กลุํม กลุํมไนโตรจีนัสเบส 1 กลุํม 41. ข๎อ ค. เหตุผล นิ้วเกิน เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจาก ยีนเดํนบนออโตโซม ดังนั้นลักษณะนิ้วเกินไมํ เกี่ยวกับเพศ 42. ข๎อ ก. เหตุผล ในการแบํงเซลล์รํางกาย (ไมโทซิส) เซลล์ตั้งต๎น 1 เซลล์ แบํงเซลล์แล๎วได๎เซลล์ลูก 2 เซลล์ที่ยังคงมีจานวนโครโมโซมเทําเดิม เนื่องจากกํอนการแบํงเซลล์ ในระยะอินเทอร์เฟส เซลล์มีการเตรียมพร๎อมโดยสังเคราะห์สารตํางๆที่จาเป็นสาหรับการแบํงเซลล์ โดยเฉพาะการ จาลองตัวเองของดีเอ็นเอเพิ่มขึ้นอีก 1 ชุด 43. ข๎อ ง. เหตุผล เพดดิกรี คือ การเขียนแผนผังแสดงการถํายทอดลักษณะพันธุกรรม โดยใช๎สัญลักษณ์ แทนบุคคลตํางๆในครอบครัว ดังนั้น พํอผิวเผือกแตํงงานกับหญิงผิวปกติ 1 คน และบุตรสาว ผิวเผือก 1 คน และบุตรชายผิวปกติแตํงงานกับหญิงผิวปกติ มีบุตรสาวผิวปกติ 2 คน จะ เขียนเพดดิกรีของครอบครัวนี้ ได๎ดัง ข๎อ ง. 44. ข๎อ ข. เหตุผล ยีนตาบอดสี ถูกควบคุมโดยยีนด๎อยบนโครโมโซม X จากเพดดิกรีจะเห็นได๎วํา บุคคล ในรุํน II ลูกชาย(1)ตาบอดสี สํวนลูกสาว(2)ตาปกติ และเนื่องจากยีนตาบอดสีเป็นยีนด๎อยที่อยูํ
  • 38.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 บนโครโมโซม X แสดงวําลูกชายได๎รับการถํายทอดยีนตาบอดสีมาจากแมํ นั่นคือ แมํเป็น พาหะของตาบอดสี ดังนั้น จีโนไทป์ของแมํ จึงเป็นข๎อ ข. 45. ข๎อ ค. เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม (autosome) ดังนั้นสามี ภรรยาเป็นพาหะ และหาโอกาสที่ลูกคนแรกเป็นธาลัสซีเมียได๎ ดังนี้ รุํนพํอแมํ Tt(พาหะ) x Tt(พาหะ) เซลล์สืบพันธุ์ T t T t ลูกผสม TT 2Tt tt (ปกติ) (ปกติ-พาหะ) เป็นโรค ดังนั้น โอกาสที่ลูกคนแรกเป็นโรค มีโอกาสเป็น 1 ใน 4 46. ข๎อ ค. เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม (autosome) ดังนั้นสามีภรรยาเป็นพาหะ และหาโอกาสที่ลูกคนแรกเป็นธาลัสซีเมียได๎ ดังนี้ รุํนพํอแมํ Tt(พาหะ) x Tt(พาหะ) เซลล์สบพันธุ์ ื T t T t ลูกผสม TT 2Tt tt (ปกติ) (ปกติ-พาหะ) เป็นโรค ดังนั้น โอกาสที่ลูกคนแรกจะไมํเป็นโรค มีโอกาสเป็น 1 ใน 4 47. ข๎อ ง. เหตุผล ลักษณะผิวเผือก เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจาก ยีนด๎อยบนออโตโซม พํอแมํผิวปกติ แตํมีบุตรคนแรกผิวเผือก แสดงวํา ทั้งพํอและแมํมียีนผิวเผือกแฝงอยูํ จีโนไทป์ ของพํอ แมํ คือ Aa ดังนั้น ลูกที่มีผิวปกติ มีโอกาส 3 ใน สี หรือ 75 % รุํนพํอแมํ Aa x Aa เซลล์สืบพันธุ์ A a A a ลูกผสม AA 2Aa aa
  • 39.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 (ปกติ) (ปกติ) เผือก ดังนั้น โอกาสที่ลูกผิวปกติ มีโอกาสเป็น 3 ใน 4 หรือ 75 % 48. ข๎อ ก. เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม (autosome) สํวนตาบอดสี โรคฮีโมฟิเลีย และภาวะพรํองเอนไซม์กลูโคส – 6 – ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส เป็นการถํายทอดพันธุกรรมโดยติดมากับเพศ โดยเป็นยีนด๎อยบน X – Chromosome 49. ข๎อ ค. เหตุผล ตาบอดสี เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจาก ยีนด๎อยบนโครโมโซมเพศ 50. ข๎อ ก. เหตุผล ยีนตาบอดสี ควบคุมโดยยีนด๎อยบนโครโมโซม X ลูกชายได๎รับโครโมโซม Y จาก พํอ ดังนั้นได๎รับ X จากแมํเพียงยีนเดียว ก็จะมีลักษณะตาบอดสี 51. ข๎อ ง. เหตุผล พํอแมํที่มีหมูเลือด O ทั้งคูํ (จีโนไทด์ ii) จะมีลูกหมูํเลือด O เหมือนกันทุกคน 52. ข๎อ ค. เหตุผล จากโจทย์พํอมีโอกาสมี genetypeแบบเดียว คือ ii สํวนแมํมี genotype แบบ เดียวเชํนเดียวกัน คือ IAIB ดังนั้นเมื่อผสม ลูกที่ได๎จะมีโอกาสได๎ เลือดหมูํ A หรือ B เทํานั้น 53. ข๎อ ก. เหตุผล ถ๎าแมํมีเลือดหมูํ A พํอมีเลือดหมูํ AB ลูกจะมีเลือดหมูํ A,B และ AB เทํานั้น ไมํมี โอกาสที่จะมีเลือดหมูํ O เพราะพํอไมํมีจีโนไทด์ i 54. ข๎อ ง. เหตุผล มิวเทชัน คือ การเปลี่ยนแปลงที่โครโมโซม หรือการเปลี่ยนแปลงที่ลาดับเบสของ DNA ที่โครโมโซมเส๎นใดก็ได๎ (ออโตโซมหรือโครโมโซมเพศ) ซึ่งเกิดขึ้นได๎กับทุกเซลล์ (เซลล์ รํางกายและเซลล์สืบพันธุ์) แตํมิวเมชันที่ถํายทอดไปสูํลูกหลานได๎ ต๎องเป็นมิวเทชันของ เซลล์สืบพันธุ์เทํานั้น เพราะลูกหลานเกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์สืบพันธุ์ 55. ข๎อ ง. เหตุผล มิวเมชัน มี 2 แบบ คือ มิวเทชันแบบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (ทราบหรือไมํ ทราบสาเหตุ) และมิวเทชันที่เกิดจากการกระตุ๎นของสิ่งกํอกลายพันธุ์ 56. ข๎อ ข. เหตุผล มิวเทชันหรือ การกลายพันธุ์ คือ การเปลี่ยนแปลงของยีน ทาให๎สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้น ใหมํมีลักษณะแตกตํางไปจากกลุํมปกติ มิวเทชัน แบํงออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับ โครโมโซม เชํน การขาดหายไปของโครโมโซม หรือการเพิ่มจานวนชุดโครโมโซม ซึ่ง
  • 40.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 สามารถถํายทอดสูํรุํนลูกหลานได๎ และมิวเทชันระดับยีน คือการเปลี่ยนแปลงที่เบสของ โมเลกุล DNA 57. ข๎อ ค. เหตุผล ผมหยิก และหมูํเลือด AB เกิดจากยีนเดํนที่อยูํบนออโตโซม 58. ข๎อ ง. เหตุผล ถ๎าแมํที่มีหมูเลือด AB และลูกมีหมูเลือด A แสดงวํา ลูกได๎รับแอลลีล IA หรือ I จาก พํอ ดังนั้นพํออาจมีเลือดหมูํ A หมูํ AB หมูํ B หรือหมูํ O ก็ได๎ 59. ข๎อ ก. เหตุผล ในสิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบไมํอาศัยเพศ ถ๎าไมํมีการเกิดมิวเทชันหรือการกลาย พันธุ์เลย ลูกหลานจะมีลักษณะเหมือนเดิมทุกรุํน ถ๎ามีการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล๎อม แล๎วปรับตัวไมํได๎จะตายทั้งหมด เกิดการสูญพันธุ์ได๎ 60. ข๎อ ง. เหตุผล ต๎นอํอนที่เกิดจากเมล็ด มีลักษณะแปรผันไปจากต๎นแมํ เพราะเมล็ดที่เกิดจากการ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เซลล์ไซโกตที่เจริญขึ้นเป็นต๎นอํอนในเมล็ด เกิดจากการรวมตัวกัน ของเซลล์สืบพันธุ์ 2 เซลล์ คือ ละอองเกสรตัวผู๎ และเซลล์ไขํ 61. ข๎อ ง. เหตุผล ทุกข๎อถูกต๎อง แตํเบสไซโทซีน (C) จะจับคูํกับเบสกวานีน (G) ด๎วยพันธะไฮโดรเจน 3 พันธะ (ไมํใชํพันธะคูํ) คือ C = G แตํ A = T (จับด๎วยพันธะคูํ) 62. ข๎อ ค. เหตุผล พํอมีหมูํเลือด B แมํมีหมูํเลือด A มีลูกชายเลือดหมูํ O แสดงวํา พํอ – แมํ มี ลักษณะพันธุ์ทางของหมูํเลือด ดังกลําว โอกาสมีบุตรเลือดหมูํ O = ดังนั้น โอกาสที่จะมีบุตรสาวเลือดหมูํ O = × = 63. ข๎อ ง. เหตุผล โรคธาลัสซีเมีย เป็น Autosomal recessive ดังนั้น ผู๎ที่ป่วยเป็นโรคจะต๎องได๎รับ แอลลีลผิดปกติจากพํอและแมํ (ไมํใชํจากพํอ หรือจากแมํเพียงฝ่ายเดียว) Genotype ต๎อง เป็น aa (พํอ – แมํ เป็น Aa) 64. ข๎อ ข. เหตุผล ข๎ออื่นๆไมํถูกต๎อง เพราะมิวเทชัน - มีอัตราการเกิดต่าตามธรรมชาติ (นอกจากโดนรังสี หรือเคมี) - อาจเกิดในเซลล์รํางการทั่วไปก็ได๎ - ถ๎าเกิดในเซลล์รํางกายจะไมํถํายทอดไปยังลูกหลาน (ยกเว๎น เกิดในเซลล์สืบพันธุ์) - มิวเทชัน เกิดได๎ทั้งระบบดีเอ็นเอ และโครโมโซม
  • 41.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 65. ข๎อ ง. เหตุผล ปลายรากผมไมํมีเซลล์ (ตัวเซลล์อยูํที่โคนรากผม) ดังนั้นไมํสามารถสกัด DNA มาใช๎ ในการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์บุคคล 66. ข๎อ ค. เหตุผล ต๎นฝ้ายบีที ที่เกิดจากการเคลื่อนย๎ายยีนของแบคทีเรียบีทีเข๎าไปในยีนของฝ้าย ทา ให๎ได๎ต๎นฝ้ายพันธุ์ใหมํที่สามารถสร๎างโปรตีนที่เป็นพิษตํอแมลงที่เจาะสมอฝ้าย 67. ข๎อ ข. เหตุผล พืช GMO คือ พืชดัดแปรพันธุกรรม ที่เกิดจากการตัดตํอยีน นายีนของสิ่งมีชีวิต ชนิดอื่นเข๎าไปเพื่อทาให๎มีการสร๎างโปรตีนชนิดใหมํที่มีลักษณะแตกตํางไปจากพืชเดิม การ ตัดตํอยีน เป็นเพียงการใสํทํอนสั้นๆของโมเลกุล DNA แทรกเข๎าไปในโครโมโซม ไมํมีผล เพิ่มหรือลดจานวนโครโมโซม 68. ข๎อ ก. เหตุผล เซลล์แบคทีเรียที่มียีนอินซูลินของคน คือ สิ่งมีชีวิตจีเอ็มโอ ที่ตัดตํอยีนของคนใสํ เข๎าไปในยีนของแบคทีเรีย ทาให๎แบคทีเรียสามารถสังเคราะห์ฮอร์โมนอินซูลินของคนได๎ 69. ข๎อ ก. เหตุผล การขยายพันธุ์พืชโดยการตอน คือ การโคลน 70. ข๎อ ก. เหตุผล เทคโนโลยีชีวภาพที่เกําแกํที่สุด คือ เทคโนโลยีการหมัก เชํน การหมักดองอาหาร การหมักน้าปลา ปลาร๎า 71. ข๎อ ค. เหตุผล ข๎อดีของฝ้ายบีที คือ ทาให๎เกษตรกรสามารถลดการใช๎สารเคมีกาจัดแมลงศัตรูพืช ลดการใช๎แรงงาน และได๎ผลผลิตฝ้ายสูงขึ้น ข๎อเสียของฝ้ายบีที คือ เมล็ดพันธุ์ฝ้ายบีทีมี ราคาสูง หนอนเจาะสมอฝ้ายอาจกลายพันธุ์มีความต๎านทานตํอฝ้ายบีทีในอนาคต รวมทั้ง ผลเสียอื่นๆตํอสิ่งแวดล๎อมที่อาจเกิดขึ้น 72. ข๎อ ข. เหตุผล เพราะการโคลน ต๎องอาศัยเซลล์ไขํ ซึ่งจะถูกเอานิวเคลียสออกไป จากนั้นจะนา นิวเคลียสของเซลล์ต๎นแบบของเซลล์รํางกายอื่นมาใสํเข๎าไป เชํน เซลล์จากเต๎านม กระตุ๎น ด๎วยไฟฟ้าให๎เกิดการแบํงตัว (การโคลน จะไมํต๎องอาศัย สเปิร์ม จากพํอมาปฏิสนธิ) 73. ข๎อ ค. เหตุผล สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมต๎องมีการตัดตํอยีนโดยเทคนิควิศวพันธุศาสตร์ ได๎ดีเอ็น เอสายผสมสร๎างสิ่งที่เราต๎องการ เชํน แบคทีเรียที่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน 74. ข๎อ ข. เหตุผล ลายนิ้วมือ มีไขมัน แรํธาตุ จึงไมํสามารถใช๎ตรวจหาฆาตกรโดยใช๎ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ได๎ (เพราะเราต๎องใช๎โครโมโซม จากเซลล์ที่มีนิวเคลียส) ลายนิ้วมือไมํมีเซลล์ใดๆ
  • 42.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 75. ข๎อ ก ไวรัส HIV เป็นไวรัสโรคเอดส์ที่ทาลายเม็ดเลือดขาวบางชนิดไมํได๎ทาลายเม็ดเลือดขาวทุกชนิด 76. ข๎อ ก ไวรัสที่ทาให๎เกิดไข๎หวัดนกเป็นไวรัสชนิด H5N1 สํวนไวรัสที่ทาให๎เกิดโรคไข๎หวัด H1N1 77. ข๎อ ง ก คือ พืช ข คือ ผู๎บริโภคพืช (ก) ค คือ ผู๎บริโภคทั้งพืช (ก) และบริโภคสัตว์ (ข) ง คือ ผู๎บริโภคสัตว์ (ค) 78. ข๎อ ก คือ แก๏สออกซิเจน ซึ่งเกิดจากการสังเคราะห์ด๎วยแสงของพืชและถูกใช๎ในกระบวนการ หายใจตํอไป ข คื อ แก๏ ส คาร์ บ อนไดออกไซด์ ซึ่ ง เกิ ด จากการหายใจและถู ก ไปใช๎ ใ นกระบวนการ สังเคราะห์ด๎วยแสง 79. ข๎อ ง เป็ น ผู๎ บ ริ โ ภคสั ต ว์ ล าดั บ สุ ด ท๎ า ยของโซํ อ าหาร เนื่ อ งจากการสะสมสารพิ ษ จะเพิ่ ม ขึ้ น ตามลาดับ การกินอาหารซึ่งเป็นไปตามลักษณะที่เรียกวํา food chain 80. ข๎อ ก แก๏สเรือนกระจกประกอบด๎วยแก๏ส CO2 CFC CH4 81. ข๎อ ค ก. คือ พืชเพราะได๎รับแสงในการสร๎างอาหารได๎ ข. คือ ผู๎บริโภคพืชโดยกินพืชอยํางเดียว ค. คือ ผู๎บริโภคทั้งพืชและสัตว์ ง. ผู๎บริโภคสัตว์ เพราะกินแตํ ค 82. ข๎อ ค นกบนเกาะมีจานวนประมาณ 2500 ตัว คานวณจาก = P = จานวนนกทั้งหมด M = จานวนนกที่ทาเครื่องหมายแล๎วปลํอย
  • 43.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 p = จานวนนกที่จับได๎ m = จานวนนกที่จับได๎และมีเครื่องหมาย = P = 2500 ตัว 83. ข๎อ ง เพราะมีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม นก สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งน้าครึ่งบกจานวนหลายร๎อย ชนิด 84. ข๎อ ง แบคทีเรียในลาไส๎คนมีความสัมพันธ์กับคน แบบภาวะที่ต๎องพึงพา (+,+) แหนแดงและไซยา โนแบคทีเรียก็มีความสัมพันธ์แบบภาวะที่ต๎องพึ่งพา ดอกไม๎ กับแมลงเป็นแบบได๎ประโยชน์ รํวมกัน (+,+) กล๎วยไม๎บนต๎นไม๎ใหญํเป็นแบบอิงอาศัย (+,0) พยาธิใบไม๎ตับมนุษย์เป็นแบบ ปรสิต (+,-) 85. ข๎อ ค ปิรามิดจานวน จะเห็นได๎วํา ต๎นไม๎ มีจานวนน๎อยที่สุด (แตํมีขนาดใหญํ) เพลี้ย มีมากที่สุดกินน้าเลี้ยงจากต๎นไม๎ ด๎วงเตําลาย กินเพลี้ยจะมีจานวนน๎อยกวําเพลี้ย นก กินด๎วยเตําลาย จึงมีจานวนน๎อยที่สุด 86. ข๎อ ข วัฏจักรของกามะถันจะทาให๎เกิดฝนกรดมากที่สุด 87. ข๎อ ก เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทาลายไวรัส 88. ข๎อ ข สิ่งมีชีวิตที่มีมวลชีวภาพน๎อยที่สุด คือ ผู๎บริโภคลาดับสุดท๎าย คือ เหยี่ยว 89. ข๎อ ข ลดการใช๎สาร CFC มีผลการทาลายชั้นโอโซน ซึ่งมาจากสารทาความเย็น การเผาโฟม 90. ข๎อ ก หลังจากการระเบิดของภูเขาไฟบนเกาะแหํงหนึ่งจะมีไลเคนส์มาเกิดบนก๎อนหิน ตํอมาจะเกิด มอส เฟิร์น ไม๎พุํม ไม๎ยืนต๎น ตามลาดับ ถือวําเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ
  • 44.
    เอกสารประกอบการสอนเตรียมความพร้อมในการสอบโอเนต ชีววิทยา ปีการศึกษา2555 91. ข๎อ ง ความหลากหลายทางชี ว ภาพมี 3 ระดั บ คื อ ความหลากหลายของพั น ธุ ก รรม ความ หลากหลายของสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายของระบบนิเวศหรือแหลํงที่อยูํ 92. ข๎อ ค น้าที่มีคํา BOD ต่า แสดงวํามีส ารอินทรีย์เจือปนอยูํน๎อย ดังนั้นแหลํงน้าใดมีคํา BOD ต่า แหลํงน้านั้นจึงเป็นแหลํงน้าที่มีคุณภาพดี 93. ข๎อ ก ข๎อ ข ค และ ง เป็นเรื่องสาคัญที่มีปัญหามาจากโลกร๎อน 94. ข๎อ ข เมื่ อ มี ส ารประกอบไนเตรตและฟอสเฟต สะสมในแหลํ ง น้ าเป็ น ปริ ม าณมากจะ เกิดปรากฎการณ์ Algal bloom จานวนแพลงตอนพืช สาหรํายและพืชน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น อันดับแรก 95. ข๎อ 1,2 พะยูน ควายป่า นกเจ๎าฟ้าหญิงสิรินธร กูปรี นกแต๎วแร๎วท๎องดา เลียงผา เป็นสัตว์สงวน มี จานวนน๎อยมาก ใกล๎จะสูญพันธุ์ กระทิง และวัวแดง เป็นสัตว์ป่าคุ๎มครองประเภทที่ 2 ช๎าง ไมํได๎จัดไว๎ในสัตว์ 2 ประเภทดังกลําว 96. ข๎อ ก ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นทดแทนใหมํได๎มนุษย์นามาใช๎มากที่สุด คือ พลังงานน้า 97. ข๎อ ค การพัฒนาที่ยั่งยืนคือการรํวมกันใช๎ทรัพยากรอยํางคุ๎มคํามากที่สุด 98. ข๎อ ง ปัญหาการบุรุกตัดไม๎ทาลายป่าในพื้นที่ป่าสงวนสํงผลให๎เกิดการพังทลายของดิน 99. ข๎อ ง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการใช๎ทรัพยากรอยํางเหมาะสมและให๎เกิดสมดุลมีการ ปลูกทดแทนอยํางตํอเนื่อง 100. ข๎อ ข ภาวะเรือนกระจก หรือโลกอุณหภูมิสูงขึ้นสํงผลตํอประเทศไทยโดยตรงในเรื่องของลมฟ้า อากาศที่มีความแปรปรวน ฝนตกไมํตามฤดูกาล ยากตํอการพยากรณ์ *************************