คำนำ
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการวิจัยในชั้นเรียน ในการแก้ปัญหานักเรียนไม่สามารถอ่าน
คาศัพท์ได้ถูกต้อง ในรายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ 15101ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3
โรงเรียนบ้านนาหว้า ประจาปีการศึกษา 2559 ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ได้ใช้สื่อนวัตกรรมในการจัดการ
เรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนผู้วิจัยหวังว่าการ
วิจัยครั้งนี้ มีประโยชน์สาหรับผู้อ่านทุกท่าน หากมีข้อผิดพลาด ผู้วิจัยยินดีรับฟังข้อเสนอแนะ
เพื่อพัฒนา ปรับปรุงการวิจัยในโอกาสต่อไป
…..……………….……
นางสาวนนทพร พิลาวุฒิ
ผู้วิจัย
ชื่องำนวิจัย การใช้สื่อการสอนเพื่อพัฒนาและส่งเสริมทักษะการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ
ชื่อผู้วิจัย นางสาวนนทพร พิลาวุฒิ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ
กำรส่งเสริมทักษะกำรอ่ำนคำศัพท์ภำษำอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 5/3
ควำมสำคัญและที่มำ
เนื่องด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ส่วนใหญ่ไม่สามารถอ่านคาศัพท์ได้ถูกต้อง หากแต่
ยึดหลักจากการจาจากที่ครูผู้สอนได้ออกเสียงให้ฟังเท่านั้น จึงทาให้เกิดปัญหาในการออกเสียงคาศัพท์
อื่น ๆ ตามมาขาดความเชื่อมั่นในการอ่านหรือพูดภาษาอังกฤษ และความถาวรในการจาคาศัพท์ เพราะ
เนื่องจากนักเรียนไม่รู้หลักในการถ่ายเสียงหรือเทียบเสียงระหว่างพยัญชนะหรือสระไทยกับพยัญชนะ
หรือสระภาษาอังกฤษ เป็นเหตุให้ผู้วิจัยได้หยิบยกปัญหานี้มาทาการวิจัยในชั้นเรียนโดยตารางเทียบอักษรภาษาไทย-
อังกฤษ ควบคู่กับการใช้สื่อการสอน ส่วนนักเรียนที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแล้วนั้น มักต้องการเขียนชื่อของตนหรือผู้
ใกล้ชิดเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง ถ้าผู้สอนให้คาปรึกษา อธิบายหลัก ยกตัวอย่างประกอบ และแนะนาให้เลือก
สะกดด้วยตนเองจะทาให้เกิดความภาคภูมิใจ และเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรักในภาษาอังกฤษมาก
ยิ่งขึ้น
ทำงเลือกที่คำดว่ำจะแก้ปัญหำ
1. ฝึกการถ่ายเสียงภาษาไทยเป็นอักษรโรมัน (ภาษาอังกฤษ)
2. ฝึกผสมพยัญชนะและสระภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกอย่างง่าย ๆ
3. ฝึกอ่านจากสื่อที่ผู้วิจัยจัดเตรียมไว้
4. ฝึกเลือกสะกดด้วยตนเอง
5. ใช้รางวัลสร้างแรงจูงใจให้เกิดความพยายามในการเรียนรู้
จุดประสงค์ของกำรวิจัย
เพื่อทาการแก้ปัญหาในการออกเสียงคาศัพท์ให้ถูกต้อง นักเรียนเกิดความเชื่อมั่นในการอ่านคา
ศัพท์ภาษาอังกฤษ มีความถาวรในการจาคาศัพท์มากยิ่งขึ้น และสามารถสะกดคาศัพท์ได้ด้วยตนเอง
ตัวแปรที่ศึกษำ
1. แบบฝึกหัดที่เน้นทักษะการสะกดคาศัพท์
2. สื่อการเรียนรู้ที่ช่วยในการฝึกอ่านคาศัพท์
3. ระดับผลสัมฤทธิ์ของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน
กรอบแนวคิดในกำรวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้มุ่งเน้นที่การส่งเสริมทักษะกระบวนการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษสาหรับนัก
เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ซึ่งผู้วิจัยได้จัดทาสื่อเพื่อฝึกทักษะการอ่านและแบบฝึกหัดอย่างง่าย ๆ เพื่อสร้าง
บรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีให้กับนักเรียน สร้างเจตคติที่ดี ให้นักเรียนรู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ง่าย ไม่น่าเบื่อและ
สนุกสนานในการเรียน ทั้งยังสามารถนาไปใช้ในการทาแบบฝึกหัด ทาข้อสอบ หรือใช้ในชีวิตประจาวันได้อีกด้วย ซึ่ง
ผู้วิจัยได้ทาการเปรียบเทียบผลคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อศึกษาการพัฒนาของนักเรียนหลังจากที่ได้มีการฝึก
ทักษะกระบวนการต่าง ๆ ว่ามีความแตกต่างหรือมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร
ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ
1. เพื่อให้นักเรียนสามารถสะกดคาศัพท์ได้ด้วยตนเอง
2. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการอ่านและเกิดความเชื่อมั่นในการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ
3. เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ เปลี่ยนแนวคิด จาก “ ฉันอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้ ”
เป็น “ ฉันก็อ่านภาษาอังกฤษเป็น”
ขอบเขตของกำรวิจัย
ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการใช้แบบฝึกอย่างง่าย ๆ เพื่อช่วยฝึกและเพิ่มพูนทักษะกระบวน
การอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ และได้กาหนดขอบเขตการวิจัยไว้ดังนี้
1. ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ของโรงเรียน
บ้านนาหว้าประจาปีการศึกษา 2559 จานวนทั้งสิ้น 35 คน
2. เนื้อหำ / หลักวิชำ ทักษะการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่สอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียนบ้านนาหว้า
นิยำมศัพท์เฉพำะ
1. การถ่ายเสียงหรือการเทียบเสียง หมายถึง การออกเสียงอย่างไรก็สะกดอย่างนั้น เช่น
กรดนัย = Gorndanai
2. การถ่ายตัวอักษร หมายถึง การนาสระหรือพยัญชนะภาษาไทยมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เช่น
กรดนัย = Garadanai
3. นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนบ้านนาหว้า ปีการศึกษา 2559
4. สื่อการเรียนรู้ หมายถึง ปฏิทินฝึกอ่าน และ นาฬิกาฝึกอ่าน ที่ผู้วิจัยจัดทาขึ้น
วิธีดำเนินกำรวิจัย
ระยะเวลำในกำรดำเนินงำน
16 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2559 (มีเวลา 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ ตลอด 5 เดือน ในการวิจัยครั้งนี้)
กิจกรรมดาเนินการ/ระยะเวลา พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
1. ศึกษำสภำพปัญหำและวิเครำะห์แนวทำงแก้ปัญหำ
2. เขียนเค้ำโครงงำนวิจัย
3. ศึกษำกำรถ่ำยเสียง
4. ออกแบบเครื่องมือที่จะใช้ในกำรวิจัย
5. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
6. สอนวิธีกำรถ่ำยเสียงสระและพยัญชนะจำกภำษำอังกฤษเป็น
ภำษำไทย
7. ฝึกกำรอ่ำนคำศัพท์
8. ฝึกกำรสะกดคำศัพท์ด้วยตนเอง
9. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
10. เก็บรวบรวมและวิเครำะห์ข้อมูล
11. สรุปและอภิปรำยผล
12. จัดทำรูปเล่ม
เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย
1. แบบทดสอบวัดความรู้ก่อนเรียน (Pre-Test)
2. แบบฝึกหัดเกี่ยวกับกระบวนการทักษะการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ
3. สื่อการเรียนรู้สาหรับฝึกและทดสอบเกี่ยวกับกระบวนการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ
4. แบบทดสอบวัดความรู้หลังเรียน (Post-Test)
ขั้นตอนกำรดำเนินกำร
ในการดาเนินการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีการดาเนินการและรายละเอียดเป็นขั้นตอนดังนี้
1. ขั้นวิเครำะห์
1.1 วิเครำะห์ผู้เรียน การวิเคราะห์ผู้เรียนได้กาหนดไว้ดังนี้
ประชำกร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ประจาปีการศึกษา 2559 ของโรงเรียนบ้านนาหว้า
จานวนทั้งสิ้น 35 คน
1.2 วิเครำะห์เนื้อหำ ขั้นตอนดาเนินการมีดังนี้
เนื้อหาที่จะใช้สร้างแบบทดสอบ และแบบฝึกหัด เป็นคาศัพท์พื้นฐาน คาศัพท์ความรู้รอบตัวทั่ว ๆ ไป และ
คาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน ซึ่งนามาจากหนังสือเรียนวิชา My world ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3
ของโรงเรียนบ้านนาหว้า
2. ขั้นออกแบบ
ขั้นออกแบบแบบทดสอบ และแบบฝึกหัดมีขั้นตอนดังนี้
2.1 แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-Test) จานวน 20 ข้อ ตามหมวดหมู่คาศัพท์ที่กาหนดไว้โดยเป็นข้อสอบ
เขียนทั้งหมด
2.2 แบบฝึกหัดการส่งเสริมทักษะการอ่านคาศัพท์ เป็นแบบฝึกที่จะใช้ในการพัฒนาทักษะกระบวนการอ่าน
ศัพท์ โดยแบ่งวิธีการอ่านออกเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้คือ
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มทาการฝึกการเทียบเสียงพยัญชนะและสระภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
ขั้นตอนที่ 2 ทาแบบทดสอบ
ขั้นตอนที่ 3 ฝึกทักษะการอ่านจากสื่อการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยได้จัดทาไว้พร้อมทั้งทดสอบการอ่าน
ขั้นตอนที่ 4 ให้นักเรียนทาการฝึกการเขียนชื่อคน, สัตว์, ส่งของหรือสถานที่ภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษ
พร้อมทั้งการอ่านออกเสียงให้เพื่อน ๆ ได้ยิน
2.3 แบบทดสอบหลังเรียน (Post-Test) จานวน 20 ข้อ ตามหมวดหมู่คาศัพท์ที่กาหนดไว้
โดยเป็นข้อสอบเขียนทั้งหมด โดยเป็นข้อสอบชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียนหากแต่สลับข้อไปมา
3. ขั้นดำเนินกำร
มีการดาเนินการดังนี้
3.1 ทดสอบแบบฝึกหัดก่อนเรียน และทาการบันทึกผลคะแนน
3.2 บันทึกสาเหตุและปัญหาของการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ
3.3 ฝึกการถ่ายเสียงภาษาไทยเป็นอักษรโรมัน (ภาษาอังกฤษ)
3.4 ฝึกผสมพยัญชนะและสระภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกอย่างง่าย ๆ
3.5 เน้นย้าส่วนที่นักเรียนมักจะผิดพลาด โดยการฝึกอ่านจากสื่อการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดเตรียมไว้
3.6 คัดเลือกนักเรียนที่ยังอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้มาฝึกฝนเพิ่มเติม
3.7 ส่งเสริมนักเรียนที่มีความก้าวหน้าแล้วให้ทาการเลือกสะกดด้วยตนเอง
3.8 ใช้รางวัลสร้างแรงจูงใจให้เกิดความพยายามในการเรียนรู้
3.9 ทดสอบความก้าวหน้าของนักเรียน
3.10 สรุปผลและประเมินงานวิจัย
4. ขั้นวิเครำะห์ข้อมูล
4.1 วิเครำะห์ข้อมูล
- วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
- วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทาแบบทดสอบหลังเรียน
5. ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล
จากการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ สามารถวิเคราะห์ผลได้ดังตารางต่อไปนี้นี้
ผลคะแนนกำรสอบ Pretest / Post test
เลขที่ ชื่อ - สกุล
Spelling เพิ่มขึ้น Reading เพิ่มขึ้น
Pretest
(20)
Post
Test
(20)
คะแนน %
Pretest
(20)
Post
Test
(20)
คะแนน %
1 เด็กชายณัฐกิจ วะสาร 8 15 7 46.7 10 17 7 41.2
2 เด็กชายจักริน ศรีภู 7 14 7 50.0 8 17 9 52.9
3 เด็กชายพัชรมัย โยธาภักดี 9 15 6 40.0 9 18 9 50.0
4 เด็กชายจักรพรรดิ โคตรมิตร 4 12 8 66.7 5 12 7 58.3
5 เด็กชายพีระวัฒน์ สะภา 7 14 7 50.0 9 16 7 43.8
6 เด็กชายภูริพัฒน์ อับภัย 12 20 8 40.0 12 20 8 40.0
7 เด็กชายพัฒพงษ์ ทวีวัย 7 13 6 46.2 9 15 6 40.0
8 เด็กชายอดินันท์ รักษาเคน 8 14 6 42.9 9 16 7 43.8
9 เด็กชายอัครเดช ทรัพย์นาค 8 15 7 46.7 9 17 8 47.1
10 เด็กชายกรดนัย กาวมณี 11 18 7 38.9 12 17 5 29.4
11 เด็กชายกวินท์ ลิภา 9 14 5 35.7 10 17 7 41.2
12 เด็กชายธนวัฒน์ บุญกอง 6 13 7 53.8 9 15 6 40.0
13 เด็กชายภัทรดนัย น้อยนาง 13 20 7 35.0 14 20 6 30.0
14 เด็กชายตรีทเศศ จันทะโสม 5 12 7 58.3 8 13 5 38.5
15 เด็กชายปฏิพล วะระกะ 8 15 7 46.7 9 15 6 40.0
16 เด็กชายจิราพงษ์ หงษามนุษย์ 14 20 6 30.0 14 20 6 30.0
17 เด็กหญิงขนิษฐา นาโควงค์ 10 17 7 41.2 11 17 6 35.3
18 เด็กหญิงสุจิรา วะชุม 13 19 6 35.0 12 19 7 40.0
19 เด็กหญิงประภาพร บุญนันท์ 5 10 5 50.0 6 12 6 50.0
20 เด็กหญิงเยาวเรศ วะเกิดเป้ม 11 17 6 35.3 13 18 5 27.8
ผลคะแนนกำรสอบ Pretest / Post test (ต่อ)
เลข
ที่
ชื่อ - สกุล
Spelling เพิ่มขึ้น Reading เพิ่มขึ้น
Pretest
(20)
Post
Test
(20)
คะแนน %
Pretest
(20)
Post
Test
(20)
คะแ
นน
%
21 เด็กหญิงสุภาวดี ไชยมงค์ 11 16 5 31.3 9 15 6 40.0
22 เด็กหญิงธัญญาภรณ์ ภูทะราช 13 20 7 35.0 13 20 7 35.0
23 เด็กหญิงกวินทรา วะชุม 4 11 7 63.6 6 11 5 45.5
24 เด็กหญิงนวนันท์ วะเศษสร้อย 12 17 5 29.4 13 16 3 18.8
25 เด็กหญิงชลธิชา อะโรคา 10 17 7 41.2 11 16 5 31.3
26 เด็กหญิงธิดารัตน์ ราชพงษ์ 8 15 7 46.7 10 17 7 41.2
27 เด็กหญิงนันทพร โคตรพรม 12 20 8 40.0 11 20 9 45.0
28 เด็กหญิงธีริศรา วะชุม 5 10 5 50.0 8 12 4 33.3
29 เด็กหญิงภัทรียา วะชุม 11 20 9 45.0 11 19 8 45.0
30 เด็กหญิงสุภักดิ์ ไชยมงค์ 5 10 5 50.0 7 10 3 30.0
31 เด็กหญิงสุดารัตน์ น้อยสี 11 18 7 38.9 13 17 4 23.5
32 เด็กหญิงทักษพร โคตบิน 10 17 7 41.2 11 15 4 26.7
33 เด็กหญิงอารยา สวนหลวง 9 15 6 40.0 11 16 5 31.3
34 เด็กหญิงทิพย์เกษร วะชุม 13 20 7 35.0 15 20 5 25.0
35 เด็กหญิงสาณิชญญา
แก้วสุวรรณ์
15 20 5 25.0 17 20 3 15.0
ค่ำเฉลี่ย (x ) 9.3 15.8 6.6 42.9 10.4 16.4 6.1 37.3
จากตารางที่ 1 แบบทดสอบทั้ง 2 ประกอบไปด้วย
- แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องการสะกดคา (Spelling) คะแนนเต็ม 20 คะแนน
- สื่อการเรียนรู้ฝึกทักษะการอ่าน (Reading) คะแนนเต็ม 20 คะแนน
สรุปผลกำรศึกษำวิจัย
จากการศึกษาและวิเคราะห์คะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนนั้นแสดงให้เห็นว่านักเรียน
บางคนยังไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนหรือเทียบเสียงสระและพยัญชนะภาษาอังกฤษเป็น
ภาษาไทยได้เลย หรือมีพื้นฐานความรู้มาบ้างแต่ยังขาดทักษะการจดจาคาศัพท์เหล่านั้นได้ แต่หลังจาก
นักเรียนได้เรียน และทาแบบฝึกหัดเพิ่มเติม ทาให้นักเรียนมีความรู้ ความจาเกี่ยวกับคาศัพท์ และ
สามารถทาแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีนักเรียนบางคนที่มีค่าคะแนนจากการ
ทาแบบฝึกหัดไม่ค่อยดีเท่าที่ควรนั้น ก็อาจเป็นเพราะว่านักเรียนยังขาดความต่อเนื่องในการทาความเข้า
ใจ และเนื่องจากผู้วิจัยเองก็มีโอกาสได้พบกับผู้เรียนเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น และในบางครั้งก็มี
กิจกรรมต่าง ๆ ของทางโรงเรียนมาคั้นความต่อเนื่องของการเรียนรู้และดึงความสนใจของนักเรียนไป
ด้วย และอีกสาเหตุจากการสอบถามโดยตรงจากนักเรียนทาให้ผู้วิจัยได้พบข้อมูลเพิ่มเติมว่านักเรียนไม่
ได้กลับไปทบทวนและทาความเข้าใจเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ดังนั้นผู้วิจัยจึงเล็งเห็นว่าปัญหานี้ควรจะนา
ไปพัฒนาในครั้งต่อไป
อภิปรำยผลจำกกำรศึกษำ
จากการสร้างแบบฝึกหัดการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้
1. สังเกตได้ว่านักเรียนสามารถพัฒนาความรู้ ความจามากขึ้น โดยดูผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและ
หลังเรียน
2. จากการวิจัยครั้งนี้ทาให้นักเรียนได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น
3. จะเห็นได้ว่าเมื่อนักเรียนได้รับการสอนที่เน้นย้าในจุดที่นักเรียนมักจะสับสนหรือผิดพลาด
บ่อย ๆ ทาให้นักเรียนผิดพลาดน้อยลง
ข้อเสนอแนะ
1. ควรมีการร่วมมือกันในการฝึกฝนนักเรียนระหว่างครูผู้สอนภาษาอังกฤษด้วยกันเพื่อประสิทธิผลที่ดีกว่านี้
เนื่องจากว่าบุคลากรผู้สอนมีน้อยคน จะทาให้ไม่สมดุลกับปริมาณของนักเรียนรวมทั้งยังดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง จึงส่งผล
ให้นักเรียนบางคนเสียโอกาสไป เพราะการพัฒนาระดับสมองและการพัฒนาของแต่ละคนไม่เท่ากัน
2. ในการสร้างแบบฝึกควรจะใช้รูปแบบเกมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย จะทาให้นักเรียนที่ชอบวิชาพละหรือ
ชอบออกกาลังกาย ได้หันมาสนใจในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
ภำคผนวก
ตำรำงเทียบอักษรไทย – อังกฤษ
อักษรอังกฤษ ตรงกับ อักษรไทย อักษรอังกฤษ ตรงกับ อักษรไทย
A – a แอ, เอ ,อะ ,อา N – n น, ณ
B – b บ O – o โ, อ
C – c ค, ซ P – p พ, ภ, ผ, ป
D – d ด, ต, ฎ Q – q คว (คู่กันเสมอ)
E – e เอ, อี R – r ร, ฤ
F – f ฟ, ฝ S – s ซ, ส, ศ, ษ
G – g ก, จ T – t ท, ต, ถ, ธ, ฒ, ฐ
H – h ฮ, ห U – u อั, อุ, อู
I – i อิ, ไอ V – v ว(ฟ์)
J – j จ W – w ว
K – k ค, ก X – x กซ, ซ
L – l ล, ฬ Y – y ย, ญ, ไอ, อี
M – m ม Z – z ซ
ตำรำงเทียบอักษรไทย – อังกฤษ (ต่อ)
อักษรคู่ ตรงกับ อักษรไทย สระคู่ ตรงกับ อักษรไทย
1. CH ช, ฉ, ฌ 1. AY เอ
2. CE ซ 2. AR อา
3. NG ง 3. OO อุ, อู
4. NK งค์ 4. EA, EE อี
5. CK ค 5. EAR เอียร์
6. PH ฟ, ผ, ฝ 6. OR ออร์
7. TH ท, ธ, ด 7. OW,OU อาว, เอา
8. WH ว, ฮ 8. ER,IR,UR เออร์
9. KH ข,ค 9. A-E เอ
10. –VE ฟ 10. IE ไอ
11. QU คว 11. OE โอ
12. SE ซ 12. AIR แอร์
แบบฝึกหัดฝึกกำรสะกดคำ
คำสั่ง : ให้นักเรียนเขียนคำศัพท์ภำษำอังกฤษเป็นภำษำไทย และเปลี่ยนคำศัพท์ภำษำไทยเป็น
ภำษำอังกฤษ
คำศัพท์ กำรสะกด กำรเขียน
Ex. Actress แอ- ค – แอค ท- ร – เ – ส –ส – เทรสส แอคเทรสส์
1. Postman
2. Dentist
3. Carpenter
4. Pink
5. Yellow
6. Black
7. Panda
8. Rabbit
9. Piglet
10. Football
11. Badminton
12. Ping-pong
13. Potato
14. Tomato
15. Lemon
16. กวินทรำ
17. ตรีทเศศ
18. บ้ำนนำหว้ำ
19. วัดพระธำตุ
ประสิทธิ์
20. นครพนม
แบบฝึกทักษะการอ่านโดยสื่อการเรียนรู้
SING FOOT
MAD PIN
BAN SONG
PUT NUM
SIT TAN
NOT BAM
DRINK SANK
SWIM CAT
WET LIP
BOOM TOP

งานวิจัย ภาษาอังกฤษ การเทียบเสียงอักษร ไทย-อังกฤษ

  • 1.
    คำนำ รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการวิจัยในชั้นเรียน ในการแก้ปัญหานักเรียนไม่สามารถอ่าน คาศัพท์ได้ถูกต้อง ในรายวิชาภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ 15101ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนบ้านนาหว้า ประจาปีการศึกษา 2559 ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ได้ใช้สื่อนวัตกรรมในการจัดการ เรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนผู้วิจัยหวังว่าการ วิจัยครั้งนี้ มีประโยชน์สาหรับผู้อ่านทุกท่าน หากมีข้อผิดพลาด ผู้วิจัยยินดีรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนา ปรับปรุงการวิจัยในโอกาสต่อไป …..……………….…… นางสาวนนทพร พิลาวุฒิ ผู้วิจัย
  • 2.
    ชื่องำนวิจัย การใช้สื่อการสอนเพื่อพัฒนาและส่งเสริมทักษะการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ ชื่อผู้วิจัย นางสาวนนทพรพิลาวุฒิ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ กำรส่งเสริมทักษะกำรอ่ำนคำศัพท์ภำษำอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 5/3 ควำมสำคัญและที่มำ เนื่องด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ส่วนใหญ่ไม่สามารถอ่านคาศัพท์ได้ถูกต้อง หากแต่ ยึดหลักจากการจาจากที่ครูผู้สอนได้ออกเสียงให้ฟังเท่านั้น จึงทาให้เกิดปัญหาในการออกเสียงคาศัพท์ อื่น ๆ ตามมาขาดความเชื่อมั่นในการอ่านหรือพูดภาษาอังกฤษ และความถาวรในการจาคาศัพท์ เพราะ เนื่องจากนักเรียนไม่รู้หลักในการถ่ายเสียงหรือเทียบเสียงระหว่างพยัญชนะหรือสระไทยกับพยัญชนะ หรือสระภาษาอังกฤษ เป็นเหตุให้ผู้วิจัยได้หยิบยกปัญหานี้มาทาการวิจัยในชั้นเรียนโดยตารางเทียบอักษรภาษาไทย- อังกฤษ ควบคู่กับการใช้สื่อการสอน ส่วนนักเรียนที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแล้วนั้น มักต้องการเขียนชื่อของตนหรือผู้ ใกล้ชิดเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง ถ้าผู้สอนให้คาปรึกษา อธิบายหลัก ยกตัวอย่างประกอบ และแนะนาให้เลือก สะกดด้วยตนเองจะทาให้เกิดความภาคภูมิใจ และเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรักในภาษาอังกฤษมาก ยิ่งขึ้น ทำงเลือกที่คำดว่ำจะแก้ปัญหำ 1. ฝึกการถ่ายเสียงภาษาไทยเป็นอักษรโรมัน (ภาษาอังกฤษ) 2. ฝึกผสมพยัญชนะและสระภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกอย่างง่าย ๆ 3. ฝึกอ่านจากสื่อที่ผู้วิจัยจัดเตรียมไว้ 4. ฝึกเลือกสะกดด้วยตนเอง 5. ใช้รางวัลสร้างแรงจูงใจให้เกิดความพยายามในการเรียนรู้ จุดประสงค์ของกำรวิจัย เพื่อทาการแก้ปัญหาในการออกเสียงคาศัพท์ให้ถูกต้อง นักเรียนเกิดความเชื่อมั่นในการอ่านคา ศัพท์ภาษาอังกฤษ มีความถาวรในการจาคาศัพท์มากยิ่งขึ้น และสามารถสะกดคาศัพท์ได้ด้วยตนเอง ตัวแปรที่ศึกษำ 1. แบบฝึกหัดที่เน้นทักษะการสะกดคาศัพท์ 2. สื่อการเรียนรู้ที่ช่วยในการฝึกอ่านคาศัพท์ 3. ระดับผลสัมฤทธิ์ของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน
  • 3.
    กรอบแนวคิดในกำรวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มุ่งเน้นที่การส่งเสริมทักษะกระบวนการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษสาหรับนัก เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ซึ่งผู้วิจัยได้จัดทาสื่อเพื่อฝึกทักษะการอ่านและแบบฝึกหัดอย่างง่ายๆ เพื่อสร้าง บรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีให้กับนักเรียน สร้างเจตคติที่ดี ให้นักเรียนรู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ง่าย ไม่น่าเบื่อและ สนุกสนานในการเรียน ทั้งยังสามารถนาไปใช้ในการทาแบบฝึกหัด ทาข้อสอบ หรือใช้ในชีวิตประจาวันได้อีกด้วย ซึ่ง ผู้วิจัยได้ทาการเปรียบเทียบผลคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อศึกษาการพัฒนาของนักเรียนหลังจากที่ได้มีการฝึก ทักษะกระบวนการต่าง ๆ ว่ามีความแตกต่างหรือมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1. เพื่อให้นักเรียนสามารถสะกดคาศัพท์ได้ด้วยตนเอง 2. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการอ่านและเกิดความเชื่อมั่นในการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ 3. เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ เปลี่ยนแนวคิด จาก “ ฉันอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้ ” เป็น “ ฉันก็อ่านภาษาอังกฤษเป็น” ขอบเขตของกำรวิจัย ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการใช้แบบฝึกอย่างง่าย ๆ เพื่อช่วยฝึกและเพิ่มพูนทักษะกระบวน การอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ และได้กาหนดขอบเขตการวิจัยไว้ดังนี้ 1. ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ของโรงเรียน บ้านนาหว้าประจาปีการศึกษา 2559 จานวนทั้งสิ้น 35 คน 2. เนื้อหำ / หลักวิชำ ทักษะการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่สอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียนบ้านนาหว้า นิยำมศัพท์เฉพำะ 1. การถ่ายเสียงหรือการเทียบเสียง หมายถึง การออกเสียงอย่างไรก็สะกดอย่างนั้น เช่น กรดนัย = Gorndanai 2. การถ่ายตัวอักษร หมายถึง การนาสระหรือพยัญชนะภาษาไทยมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เช่น กรดนัย = Garadanai 3. นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนบ้านนาหว้า ปีการศึกษา 2559 4. สื่อการเรียนรู้ หมายถึง ปฏิทินฝึกอ่าน และ นาฬิกาฝึกอ่าน ที่ผู้วิจัยจัดทาขึ้น
  • 4.
    วิธีดำเนินกำรวิจัย ระยะเวลำในกำรดำเนินงำน 16 พฤษภาคม –30 กันยายน 2559 (มีเวลา 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ ตลอด 5 เดือน ในการวิจัยครั้งนี้) กิจกรรมดาเนินการ/ระยะเวลา พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. ศึกษำสภำพปัญหำและวิเครำะห์แนวทำงแก้ปัญหำ 2. เขียนเค้ำโครงงำนวิจัย 3. ศึกษำกำรถ่ำยเสียง 4. ออกแบบเครื่องมือที่จะใช้ในกำรวิจัย 5. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 6. สอนวิธีกำรถ่ำยเสียงสระและพยัญชนะจำกภำษำอังกฤษเป็น ภำษำไทย 7. ฝึกกำรอ่ำนคำศัพท์ 8. ฝึกกำรสะกดคำศัพท์ด้วยตนเอง 9. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 10. เก็บรวบรวมและวิเครำะห์ข้อมูล 11. สรุปและอภิปรำยผล 12. จัดทำรูปเล่ม
  • 5.
    เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย 1. แบบทดสอบวัดความรู้ก่อนเรียน (Pre-Test) 2.แบบฝึกหัดเกี่ยวกับกระบวนการทักษะการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ 3. สื่อการเรียนรู้สาหรับฝึกและทดสอบเกี่ยวกับกระบวนการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษ 4. แบบทดสอบวัดความรู้หลังเรียน (Post-Test) ขั้นตอนกำรดำเนินกำร ในการดาเนินการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีการดาเนินการและรายละเอียดเป็นขั้นตอนดังนี้ 1. ขั้นวิเครำะห์ 1.1 วิเครำะห์ผู้เรียน การวิเคราะห์ผู้เรียนได้กาหนดไว้ดังนี้ ประชำกร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ประจาปีการศึกษา 2559 ของโรงเรียนบ้านนาหว้า จานวนทั้งสิ้น 35 คน 1.2 วิเครำะห์เนื้อหำ ขั้นตอนดาเนินการมีดังนี้ เนื้อหาที่จะใช้สร้างแบบทดสอบ และแบบฝึกหัด เป็นคาศัพท์พื้นฐาน คาศัพท์ความรู้รอบตัวทั่ว ๆ ไป และ คาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน ซึ่งนามาจากหนังสือเรียนวิชา My world ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ของโรงเรียนบ้านนาหว้า 2. ขั้นออกแบบ ขั้นออกแบบแบบทดสอบ และแบบฝึกหัดมีขั้นตอนดังนี้ 2.1 แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-Test) จานวน 20 ข้อ ตามหมวดหมู่คาศัพท์ที่กาหนดไว้โดยเป็นข้อสอบ เขียนทั้งหมด 2.2 แบบฝึกหัดการส่งเสริมทักษะการอ่านคาศัพท์ เป็นแบบฝึกที่จะใช้ในการพัฒนาทักษะกระบวนการอ่าน ศัพท์ โดยแบ่งวิธีการอ่านออกเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้คือ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มทาการฝึกการเทียบเสียงพยัญชนะและสระภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ขั้นตอนที่ 2 ทาแบบทดสอบ ขั้นตอนที่ 3 ฝึกทักษะการอ่านจากสื่อการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยได้จัดทาไว้พร้อมทั้งทดสอบการอ่าน ขั้นตอนที่ 4 ให้นักเรียนทาการฝึกการเขียนชื่อคน, สัตว์, ส่งของหรือสถานที่ภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งการอ่านออกเสียงให้เพื่อน ๆ ได้ยิน 2.3 แบบทดสอบหลังเรียน (Post-Test) จานวน 20 ข้อ ตามหมวดหมู่คาศัพท์ที่กาหนดไว้ โดยเป็นข้อสอบเขียนทั้งหมด โดยเป็นข้อสอบชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียนหากแต่สลับข้อไปมา
  • 6.
    3. ขั้นดำเนินกำร มีการดาเนินการดังนี้ 3.1 ทดสอบแบบฝึกหัดก่อนเรียนและทาการบันทึกผลคะแนน 3.2 บันทึกสาเหตุและปัญหาของการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ 3.3 ฝึกการถ่ายเสียงภาษาไทยเป็นอักษรโรมัน (ภาษาอังกฤษ) 3.4 ฝึกผสมพยัญชนะและสระภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกอย่างง่าย ๆ 3.5 เน้นย้าส่วนที่นักเรียนมักจะผิดพลาด โดยการฝึกอ่านจากสื่อการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดเตรียมไว้ 3.6 คัดเลือกนักเรียนที่ยังอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้มาฝึกฝนเพิ่มเติม 3.7 ส่งเสริมนักเรียนที่มีความก้าวหน้าแล้วให้ทาการเลือกสะกดด้วยตนเอง 3.8 ใช้รางวัลสร้างแรงจูงใจให้เกิดความพยายามในการเรียนรู้ 3.9 ทดสอบความก้าวหน้าของนักเรียน 3.10 สรุปผลและประเมินงานวิจัย 4. ขั้นวิเครำะห์ข้อมูล 4.1 วิเครำะห์ข้อมูล - วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทาแบบทดสอบก่อนเรียน - วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทาแบบทดสอบหลังเรียน
  • 7.
    5. ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล จากการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ สามารถวิเคราะห์ผลได้ดังตารางต่อไปนี้นี้ ผลคะแนนกำรสอบPretest / Post test เลขที่ ชื่อ - สกุล Spelling เพิ่มขึ้น Reading เพิ่มขึ้น Pretest (20) Post Test (20) คะแนน % Pretest (20) Post Test (20) คะแนน % 1 เด็กชายณัฐกิจ วะสาร 8 15 7 46.7 10 17 7 41.2 2 เด็กชายจักริน ศรีภู 7 14 7 50.0 8 17 9 52.9 3 เด็กชายพัชรมัย โยธาภักดี 9 15 6 40.0 9 18 9 50.0 4 เด็กชายจักรพรรดิ โคตรมิตร 4 12 8 66.7 5 12 7 58.3 5 เด็กชายพีระวัฒน์ สะภา 7 14 7 50.0 9 16 7 43.8 6 เด็กชายภูริพัฒน์ อับภัย 12 20 8 40.0 12 20 8 40.0 7 เด็กชายพัฒพงษ์ ทวีวัย 7 13 6 46.2 9 15 6 40.0 8 เด็กชายอดินันท์ รักษาเคน 8 14 6 42.9 9 16 7 43.8 9 เด็กชายอัครเดช ทรัพย์นาค 8 15 7 46.7 9 17 8 47.1 10 เด็กชายกรดนัย กาวมณี 11 18 7 38.9 12 17 5 29.4 11 เด็กชายกวินท์ ลิภา 9 14 5 35.7 10 17 7 41.2 12 เด็กชายธนวัฒน์ บุญกอง 6 13 7 53.8 9 15 6 40.0 13 เด็กชายภัทรดนัย น้อยนาง 13 20 7 35.0 14 20 6 30.0 14 เด็กชายตรีทเศศ จันทะโสม 5 12 7 58.3 8 13 5 38.5 15 เด็กชายปฏิพล วะระกะ 8 15 7 46.7 9 15 6 40.0 16 เด็กชายจิราพงษ์ หงษามนุษย์ 14 20 6 30.0 14 20 6 30.0 17 เด็กหญิงขนิษฐา นาโควงค์ 10 17 7 41.2 11 17 6 35.3 18 เด็กหญิงสุจิรา วะชุม 13 19 6 35.0 12 19 7 40.0 19 เด็กหญิงประภาพร บุญนันท์ 5 10 5 50.0 6 12 6 50.0 20 เด็กหญิงเยาวเรศ วะเกิดเป้ม 11 17 6 35.3 13 18 5 27.8
  • 8.
    ผลคะแนนกำรสอบ Pretest /Post test (ต่อ) เลข ที่ ชื่อ - สกุล Spelling เพิ่มขึ้น Reading เพิ่มขึ้น Pretest (20) Post Test (20) คะแนน % Pretest (20) Post Test (20) คะแ นน % 21 เด็กหญิงสุภาวดี ไชยมงค์ 11 16 5 31.3 9 15 6 40.0 22 เด็กหญิงธัญญาภรณ์ ภูทะราช 13 20 7 35.0 13 20 7 35.0 23 เด็กหญิงกวินทรา วะชุม 4 11 7 63.6 6 11 5 45.5 24 เด็กหญิงนวนันท์ วะเศษสร้อย 12 17 5 29.4 13 16 3 18.8 25 เด็กหญิงชลธิชา อะโรคา 10 17 7 41.2 11 16 5 31.3 26 เด็กหญิงธิดารัตน์ ราชพงษ์ 8 15 7 46.7 10 17 7 41.2 27 เด็กหญิงนันทพร โคตรพรม 12 20 8 40.0 11 20 9 45.0 28 เด็กหญิงธีริศรา วะชุม 5 10 5 50.0 8 12 4 33.3 29 เด็กหญิงภัทรียา วะชุม 11 20 9 45.0 11 19 8 45.0 30 เด็กหญิงสุภักดิ์ ไชยมงค์ 5 10 5 50.0 7 10 3 30.0 31 เด็กหญิงสุดารัตน์ น้อยสี 11 18 7 38.9 13 17 4 23.5 32 เด็กหญิงทักษพร โคตบิน 10 17 7 41.2 11 15 4 26.7 33 เด็กหญิงอารยา สวนหลวง 9 15 6 40.0 11 16 5 31.3 34 เด็กหญิงทิพย์เกษร วะชุม 13 20 7 35.0 15 20 5 25.0 35 เด็กหญิงสาณิชญญา แก้วสุวรรณ์ 15 20 5 25.0 17 20 3 15.0 ค่ำเฉลี่ย (x ) 9.3 15.8 6.6 42.9 10.4 16.4 6.1 37.3 จากตารางที่ 1 แบบทดสอบทั้ง 2 ประกอบไปด้วย - แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องการสะกดคา (Spelling) คะแนนเต็ม 20 คะแนน - สื่อการเรียนรู้ฝึกทักษะการอ่าน (Reading) คะแนนเต็ม 20 คะแนน
  • 9.
    สรุปผลกำรศึกษำวิจัย จากการศึกษาและวิเคราะห์คะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนนั้นแสดงให้เห็นว่านักเรียน บางคนยังไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนหรือเทียบเสียงสระและพยัญชนะภาษาอังกฤษเป็น ภาษาไทยได้เลย หรือมีพื้นฐานความรู้มาบ้างแต่ยังขาดทักษะการจดจาคาศัพท์เหล่านั้นได้ แต่หลังจาก นักเรียนได้เรียนและทาแบบฝึกหัดเพิ่มเติม ทาให้นักเรียนมีความรู้ ความจาเกี่ยวกับคาศัพท์ และ สามารถทาแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีนักเรียนบางคนที่มีค่าคะแนนจากการ ทาแบบฝึกหัดไม่ค่อยดีเท่าที่ควรนั้น ก็อาจเป็นเพราะว่านักเรียนยังขาดความต่อเนื่องในการทาความเข้า ใจ และเนื่องจากผู้วิจัยเองก็มีโอกาสได้พบกับผู้เรียนเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น และในบางครั้งก็มี กิจกรรมต่าง ๆ ของทางโรงเรียนมาคั้นความต่อเนื่องของการเรียนรู้และดึงความสนใจของนักเรียนไป ด้วย และอีกสาเหตุจากการสอบถามโดยตรงจากนักเรียนทาให้ผู้วิจัยได้พบข้อมูลเพิ่มเติมว่านักเรียนไม่ ได้กลับไปทบทวนและทาความเข้าใจเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ดังนั้นผู้วิจัยจึงเล็งเห็นว่าปัญหานี้ควรจะนา ไปพัฒนาในครั้งต่อไป อภิปรำยผลจำกกำรศึกษำ จากการสร้างแบบฝึกหัดการอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. สังเกตได้ว่านักเรียนสามารถพัฒนาความรู้ ความจามากขึ้น โดยดูผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและ หลังเรียน 2. จากการวิจัยครั้งนี้ทาให้นักเรียนได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น 3. จะเห็นได้ว่าเมื่อนักเรียนได้รับการสอนที่เน้นย้าในจุดที่นักเรียนมักจะสับสนหรือผิดพลาด บ่อย ๆ ทาให้นักเรียนผิดพลาดน้อยลง ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีการร่วมมือกันในการฝึกฝนนักเรียนระหว่างครูผู้สอนภาษาอังกฤษด้วยกันเพื่อประสิทธิผลที่ดีกว่านี้ เนื่องจากว่าบุคลากรผู้สอนมีน้อยคน จะทาให้ไม่สมดุลกับปริมาณของนักเรียนรวมทั้งยังดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง จึงส่งผล ให้นักเรียนบางคนเสียโอกาสไป เพราะการพัฒนาระดับสมองและการพัฒนาของแต่ละคนไม่เท่ากัน 2. ในการสร้างแบบฝึกควรจะใช้รูปแบบเกมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย จะทาให้นักเรียนที่ชอบวิชาพละหรือ ชอบออกกาลังกาย ได้หันมาสนใจในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
  • 10.
    ภำคผนวก ตำรำงเทียบอักษรไทย – อังกฤษ อักษรอังกฤษตรงกับ อักษรไทย อักษรอังกฤษ ตรงกับ อักษรไทย A – a แอ, เอ ,อะ ,อา N – n น, ณ B – b บ O – o โ, อ C – c ค, ซ P – p พ, ภ, ผ, ป D – d ด, ต, ฎ Q – q คว (คู่กันเสมอ) E – e เอ, อี R – r ร, ฤ F – f ฟ, ฝ S – s ซ, ส, ศ, ษ G – g ก, จ T – t ท, ต, ถ, ธ, ฒ, ฐ H – h ฮ, ห U – u อั, อุ, อู I – i อิ, ไอ V – v ว(ฟ์) J – j จ W – w ว K – k ค, ก X – x กซ, ซ L – l ล, ฬ Y – y ย, ญ, ไอ, อี M – m ม Z – z ซ
  • 11.
    ตำรำงเทียบอักษรไทย – อังกฤษ(ต่อ) อักษรคู่ ตรงกับ อักษรไทย สระคู่ ตรงกับ อักษรไทย 1. CH ช, ฉ, ฌ 1. AY เอ 2. CE ซ 2. AR อา 3. NG ง 3. OO อุ, อู 4. NK งค์ 4. EA, EE อี 5. CK ค 5. EAR เอียร์ 6. PH ฟ, ผ, ฝ 6. OR ออร์ 7. TH ท, ธ, ด 7. OW,OU อาว, เอา 8. WH ว, ฮ 8. ER,IR,UR เออร์ 9. KH ข,ค 9. A-E เอ 10. –VE ฟ 10. IE ไอ 11. QU คว 11. OE โอ 12. SE ซ 12. AIR แอร์
  • 12.
    แบบฝึกหัดฝึกกำรสะกดคำ คำสั่ง : ให้นักเรียนเขียนคำศัพท์ภำษำอังกฤษเป็นภำษำไทยและเปลี่ยนคำศัพท์ภำษำไทยเป็น ภำษำอังกฤษ คำศัพท์ กำรสะกด กำรเขียน Ex. Actress แอ- ค – แอค ท- ร – เ – ส –ส – เทรสส แอคเทรสส์ 1. Postman 2. Dentist 3. Carpenter 4. Pink 5. Yellow 6. Black 7. Panda 8. Rabbit 9. Piglet 10. Football 11. Badminton 12. Ping-pong 13. Potato 14. Tomato 15. Lemon 16. กวินทรำ 17. ตรีทเศศ 18. บ้ำนนำหว้ำ 19. วัดพระธำตุ ประสิทธิ์ 20. นครพนม
  • 13.