ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์(Thorndike
ประวัติ
• เอ็ดเวิร์ด ลี ธอร์นไดค์ ( EDWARD LEE THORNDIKE)
เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1814
ที่เมื่องวิลเลี่ยมเบอรี่ ( williambury) รัฐแมซซาชูเสท (
MASSACHUSATTS) และเสียชีวิตวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.
1949 รัฐนิวยอร์ค
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์(Thorndike)
... ...
• ธอร์นไดค์ (Edward L Thorndike) เป็นนักจิตวิทยาและ
นักการศึกษาชาวอเมริกัน เป็นเจ้าของทฤษฎีการเรียนรู้ที่เน้น
ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า (S) กับการตอบสนอง (R) เขา
เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ต้องสร้างสิ่งเชื่อมโยงหรือพันธะเชื่อมโยง
(Bond) ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง จึงเรียกทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎี
พันธะระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง (Connectionism
Theory) หรือ ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง
• ธอร์นไดค์ เชื่อว่า การเรียนรู้เบื้องต้นของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่ามนุษย์ หรือสัตว์
จะใช้วิธีการเรียนรุ้แบบลองผิดลองถูก
• การเรียนรุ้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการที่มนุษย์หรือสัตว์ได้เลือกวิธีการ
ตอบสนองที่ดีที่สุด เพื่อการเชื่อมโยงสิ่งเร้าให้เหมาะสมจึ่งเรียก
ทฤษฎ๊ธอร์นไดค์ ว่าทฤษฎีเชื่อมโยงสัมพันธ์
การทดลอง
โดยสรุปแมวจะแสดงพฤติกรรมดังนี้
R1 แมววิ่งรอบกรงไม้
R2 แมวส่งเสียงร้อง
• R5 แมวเหยียบคานไม้ แล้วเปิดประตู
• แมวอยู่ในกรง s1
R3 แมวตระกรุยข้างกรง
R4 แมวผลักประตู
• R5 แมวเหยียบคานไม้ แล้วเปิดประตู
S คือ ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า
R คือ การตอบสนอง
จากการทดลอง
• ได้สรุปกฎการเรียนรู้สาคัญ 3 กฎดังนี้
1. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness)
สภาพความพร้อมหรือวุฒิภาวะของผู้เรียนทั้งทางร่างกาย อวัยวะ
ต่างๆ ในการเรียนรู้และจิตใจ รวมทั้งพื้นฐานและประสบการณ์เดิมถ้า
ผู้เรียนมีความพร้อมตามองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าว ก็จะทาให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรู้ได้
2. กฎแห่งการฝึกหัด(Law o f Exercise)
หมายถึงการที่ผู้เรียนได้ฝึกหัดหรือกระทาซ้าๆบ่อยๆ ย่อมจะทาให้
เกิดความสมบูรณ์ถูกต้อง
3. กฎแห่งความพอใจ(Law of Effect)
เมื่อบุคคลได้รับผลทีพึ่งพอใจย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป แต่ถ้าได้รับ
ผลไม่พึ่งพอใจ จะไม่อยากเรียน ดังนั้นการได้รับผลที่พึ่งพอใจ จึ่งเป็น
ปัจจัยสาคัญในการเรียนรู้
การประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน
• 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียน เรียนรู้โดยการลองผิดลองถูก
• 2. สร้างความพร้อมทางการเรียนให้แก่ผู้เรียน
• 3. หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดทักษะในเรื่องใดแล้ว ต้องให้ผู้เรียนมี
ความรู้และความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ
• 4. เมื่อผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แล้ว ควรให้ผู้เรียนฝึกการนาการเรียนรู้นั้น
ไปใช้
• 5. การให้ผู้เรียนได้รับผลที่น่าพึ่งพอใจ จะช่วยให้การเรียนการสอน
ประสบความสาเร็จ
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์

ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์

  • 1.
  • 2.
    ประวัติ • เอ็ดเวิร์ด ลีธอร์นไดค์ ( EDWARD LEE THORNDIKE) เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1814 ที่เมื่องวิลเลี่ยมเบอรี่ ( williambury) รัฐแมซซาชูเสท ( MASSACHUSATTS) และเสียชีวิตวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1949 รัฐนิวยอร์ค
  • 3.
    ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์(Thorndike) ... ... • ธอร์นไดค์(Edward L Thorndike) เป็นนักจิตวิทยาและ นักการศึกษาชาวอเมริกัน เป็นเจ้าของทฤษฎีการเรียนรู้ที่เน้น ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า (S) กับการตอบสนอง (R) เขา เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ต้องสร้างสิ่งเชื่อมโยงหรือพันธะเชื่อมโยง (Bond) ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง จึงเรียกทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎี พันธะระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง (Connectionism Theory) หรือ ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง
  • 4.
    • ธอร์นไดค์ เชื่อว่าการเรียนรู้เบื้องต้นของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่ามนุษย์ หรือสัตว์ จะใช้วิธีการเรียนรุ้แบบลองผิดลองถูก • การเรียนรุ้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการที่มนุษย์หรือสัตว์ได้เลือกวิธีการ ตอบสนองที่ดีที่สุด เพื่อการเชื่อมโยงสิ่งเร้าให้เหมาะสมจึ่งเรียก ทฤษฎ๊ธอร์นไดค์ ว่าทฤษฎีเชื่อมโยงสัมพันธ์
  • 5.
  • 6.
    โดยสรุปแมวจะแสดงพฤติกรรมดังนี้ R1 แมววิ่งรอบกรงไม้ R2 แมวส่งเสียงร้อง •R5 แมวเหยียบคานไม้ แล้วเปิดประตู • แมวอยู่ในกรง s1 R3 แมวตระกรุยข้างกรง R4 แมวผลักประตู • R5 แมวเหยียบคานไม้ แล้วเปิดประตู S คือ ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า R คือ การตอบสนอง
  • 7.
    จากการทดลอง • ได้สรุปกฎการเรียนรู้สาคัญ 3กฎดังนี้ 1. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) สภาพความพร้อมหรือวุฒิภาวะของผู้เรียนทั้งทางร่างกาย อวัยวะ ต่างๆ ในการเรียนรู้และจิตใจ รวมทั้งพื้นฐานและประสบการณ์เดิมถ้า ผู้เรียนมีความพร้อมตามองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าว ก็จะทาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ได้
  • 8.
    2. กฎแห่งการฝึกหัด(Law of Exercise) หมายถึงการที่ผู้เรียนได้ฝึกหัดหรือกระทาซ้าๆบ่อยๆ ย่อมจะทาให้ เกิดความสมบูรณ์ถูกต้อง 3. กฎแห่งความพอใจ(Law of Effect) เมื่อบุคคลได้รับผลทีพึ่งพอใจย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป แต่ถ้าได้รับ ผลไม่พึ่งพอใจ จะไม่อยากเรียน ดังนั้นการได้รับผลที่พึ่งพอใจ จึ่งเป็น ปัจจัยสาคัญในการเรียนรู้
  • 9.
    การประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน • 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้โดยการลองผิดลองถูก • 2. สร้างความพร้อมทางการเรียนให้แก่ผู้เรียน • 3. หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดทักษะในเรื่องใดแล้ว ต้องให้ผู้เรียนมี ความรู้และความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ • 4. เมื่อผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แล้ว ควรให้ผู้เรียนฝึกการนาการเรียนรู้นั้น ไปใช้ • 5. การให้ผู้เรียนได้รับผลที่น่าพึ่งพอใจ จะช่วยให้การเรียนการสอน ประสบความสาเร็จ