More Related Content
PPT
1e0b897e0b8a4e0b8a9e0b88ee0b8b5e0b881e0b8b2e0b8a3e0b980e0b8a3e0b8b5e0b8a2e0b8... PDF
PPTX
PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน PDF
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม PDF
ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning theory) PDF
PPT
What's hot
PPT
PPT
PPTX
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
Similar to Original thorndike
PPTX
ทฤษฎ สัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ PPTX
ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ PPTX
PPTX
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’s PDF
ทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์ดไดค์ PDF
ทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์ดไดค์ PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ PPT
PPTX
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ Original thorndike
- 1.
ทฤษฎีส ม พันธ์เ ชือ มโยงของธอร์น ไดค์
ั ่
( Thorndike’s early
Connectionism )
- 2.
แนวคิด ของธอร์น ไดค์
ธอร์น ไดค์ (Edwar dL
T hor ndike) เป็นนักจิตวิทยาและ
นักการศึกษาชาวอเมริกน เป็นเจ้าของ
ั
ทฤษฎีการเรียนรู้ทเน้นความสัมพันธ์
ี่
เชือมโยงระหว่างสิงเร้า (S) กับการ
่ ่
ตอบสนอง (R) เขาเชือว่าการเรียนรู้
่
เกิดขึ้นได้ตองสร้างสิงเชื่อมโยงหรือ
้ ่
พันธ์(Bond) ระหว่างสิงเร้ากับการ
่
ตอบสนอง จึงเรียกทฤษฎีนว่า ทฤษฎี ี้
พันธะระหว่างสิงเร้ากับการตอบสนอง
่
- 3.
หลัก การเรีย นรู้
หลัก การเรีย นรู้ ทฤษฎีสัมพันธ์
เชื่อมโยง กล่าวถึง การเชื่อมโยงระหว่าง
สิงเร้ากับการตอบสนอง โดยมีหลักพืน
่ ้
ฐานว่า การเรียนรู้เกิดจากการเชือมโยง
่
ระหว่างสิงเร้ากับการตอบสนองที่มกจะ
่ ั
ออกมาในรูปแบบต่างๆ หลายรูปแบบ
โดยการลองถูกลองผิด จนกว่าจะพบรูป
แบบทีดีและเหมาะสมทีสด
่ ่ ุ
- 4.
1. กฎแห่ง ความพร้อม ( Law of
readiness ) หมายถึง สภาพความ
พร้อมหรือวุฒิภาวะของผู้เรียนทั้งทาง
ร่างกาย อวัยวะต่างๆ ในการเรียนรู้
และจิตใจ รวมทั้งพื้นฐานและ
ประสบการณ์เดิม สภาพความพร้อม
ของหู ตา ประสาทสมองกล้ามเนือ ้
ประสบการณ์เดิมที่จะเชื่อมโยงกับ
ความรู้ใหม่หรือสิ่งใหม่ ตลอดจน
ความสนใจ ความเข้าใจต่อสิ่งที่เห็น
- 5.
2. กฎแห่ง การฝึกหัด (Law o f
Exercise) หมายถึง การทีผู้เรียน
่
ได้ฝึกหัดหรือกระทำาซำ้าๆบ่อยๆ ย่อมจะ
ทำาให้เกิดความสมบูรณ์ถกต้อง ซึ่งกฎ
ู
นีเป็นการเน้นความมั่นคงระหว่างการ
้
เชือมโยงและการตอบสนองที่ถกต้อง
่ ู
ย่อมนำามาซึ่งความสมบูรณ์
- 6.
3. กฎแห่ง ความพอใจ(Law of
Effect) กฎนี้ เป็นผลทำาให้เกิด
ความพอใจ กล่าวคือ เมื่ออินทรีย์ได้รับ
ความพอใจ จะทำาให้หรือสิงเชือมโยง
่ ่
แข็งมันคง ในทางกลับกันหากอินทรีย์
่
ได้รับความไม่พอใจ จะทำาให้พันธะ
หรือสิงเชื่อมโยงระหว่างสิงเร้ากับการ
่ ่
ตอบสนองอ่อนกำาลังลง หรืออาจกล่าว
ได้ว่า หากอินทรีย์ได้รับความพอใจ
จากผลการทำากิจกรรม ก็จะเกิดผลดี
กับการเรียนรู้ทำาให้อินทรีย์อยากเรียน
- 7.
การทดลอง
ในการทดลอง ธอร์นไดค์ได้นำาแมวไป
ขังไว้ในกรงทีสร้างขึ้น แล้วนำาปลาไป
่
วางล่อไวนอกกรงให้ห่างพอประมาณ
โดยให้แมวไม่สามารถยื่นเท้าไปเขี่ยได้
จากการสังเกต พบว่าแมวพยายามใช้วิธี
การต่าง ๆ เพือจะออกไปจากกรง จน
่
กระทั่งเท้าของมันไปเหยียบถูกคานไม้
โดยบังเอิญ ทำาให้ประตูเปิดออก หลัง
จากนันแมวก็ใช้เวลาในการเปิดกรงได้
้
- 8.
จากการทดลอง ธอร์น ไดค์อธิบ าย
ว่า การตอบสนองซึ่ง แมวแสดงออก
มาเพื่อ แก้ป ัญ หา เป็น การตอบสนอง
แบบลองผิด ลองถูก การที่แ มว
สามารถเปิด กรงได้เ ร็ว ขึ้น ในช่ว ง
หลัง แสดงว่า แมวเกิด การสร้า ง
พัน ธะหรือ ตัว เชื่อ มขึ้น ระหว่า งคาน
ไม้ก ับ การกดคานไม้
- 9.
การประยุก ต์ท ฤษฎีของธ
อร์น ไดค์
1.ธอร์นไดค์ในฐานะนักจิตวิทยาการ
ศึกษา เข้าได้ให้ความสนใจใน
ปัญหาการปรับปรุงการเรียนการ
สอนของนักเรียนในโรงเรียน เขา
เน้นว่า นักเรียนต้องให้ความสนใจ
ในสิงทีเรียน ความสนใจจะเกิดขึ้น
่ ่
ก็ต่อเมื่อครูจัดเนือหาทีผู้เรียนมอง
้ ่
เห็นว่ามีความสำาคัญต่อตัวเขา
- 10.
2. ครูควรจะสอนเด็กเมือเด็กมีความพร้อมที่
่
เรียน ผู้เรียนต้องมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะ
เรียนและไม่ตกอยูในสภาวะบางอย่าง เช่น
่
เหนื่อย ง่วงนอน เป็นต้น
3. ครูควรจัดให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝน
และทดทวนในสิงที่เรียนไปแล้วในเวลาอัน
่
เหมาะสม
4. ครูควรจัดให้ผู้เรียนได้รับความพึงพอใจ
่
และประสบผลสำาเร็จในการทำากิจกรรม
- 11.