การใช้ยาในผู้สูงอายุ
อ. ศิรินุช จันทรางกูล
วัตถุประสงค์
นักศึกษาสามารถ
1. อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
ในผู้สูงอายุที่มีต่อ เภสัชจลนศาสตร์ได้
อย่างถูกต้อง
2. ประยุกต์กระบวนการพยาบาลมาใช้ใน
การให้ยาแก่ผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้อง
เนื้อหา
• การเปลี่ยนแปลงด้านเภสัชจลนศาสตร์ในผู้
สูงอายุ
• การใช้กระบวนการพยาบาลในการให้ยาแก่ผู้
สูงอายุ
• คำาแนะนำาในการใช้ยาของผู้สูงอายุ
• ตัวอย่างยาที่อาจทำาให้เกิดปัญหาในผู้สูง
อายุ
โรคประจำา
ตัวหลายโรค
ายุเป็นผู้ที่มีโอกาสใช้ยามากกว่าวัยอื่น
ได้รับอันตรายจากการใช้ยา
ได้มากกว่าบุคคลในวัยอื่น
ได้รับอันตรายจากการใช้ยา
ได้มากกว่าบุคคลในวัยอื่น
เมื่อให้ยาแก่ผู้ป่วย ร่างกายมีกระบวนการต่างๆ
ซึ่งจะจัดการกับยา
กระบวนการนี้จะกำาหนดความเร็ว และปริมาณ
ยาที่ไปสู่ตำาแหน่งออกฤทธิ์ และกำาหนดระยะ
เวลาการออกฤทธิ์ของยาด้วย
กระบวนการที่ร่างกายจัดการกับยานี้ เรียกว่า
เภสัชจลนศาสตร์ ( Pharmacokinetics)
เภสัชจลนศาสตร์
เภสัชจลนศาสตร์
การดูดซึมยา ABSORPTION
การกระจายยา DISTRIBUTION
การเปลี่ยนแปลงยา BIOTRANSFORMATION
การขับถ่ายยา EXCRETION
TabletDisintegration
Free drug
(active)
Drug-Protein complex
(inactive)
Blood vessel
DISTRIBUTIONDISTRIBUTION
Other sitesOther sites
Target site of actionTarget site of action
(Adequate concentration)
Adverse effects
Drug action
Dissolution
ABSORPTIONABSORPTION
BIOTRANSFORMATIONBIOTRANSFORMATION
EXCRETIONEXCRETION
Metabolites
Pharmcokinetic
ABSORPTION+ BIOTRANSFORMATION
DISTRIBUTION
EXCRETION
การเปลี่ยนแปลงด้านเภสัช
จลนศาสตร์ในผู้สูงอายุ
1.การดูดซึมยา ABSORPTION
ลำาไส้เคลื่อนไหวช้าลง
กระเพาะเป็นด่างสูงขึ้น
การหลั่งกรดในกระเพาะอาหารลดลง
ลดกระบวนการดูดซึมของสารต่างๆ
เช่นกลูโคส และวิตามินบี 12 และสารที่ดูดซึม
โดย active transport
ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมในลำาไส้เล็ก
และ passive diffusion
***การดูดซึมยา
อาจไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ในผู้สูงอายุ ***
#
2.การกระจายยา DISTRIBUTION
การเปลี่ยนแปลงสรีรวิทยาในผู้
สูงอายุ
ปริมาณไขมันในร่างกายเพิ่มไขมันในร่างกายเพิ่ม
ขึ้นขึ้น
มีการลดปริมาณนำ้าในร่างกายลดปริมาณนำ้าในร่างกาย
มีการลดปริมาณโปรตีนในลดปริมาณโปรตีนใน
เลือดเลือด
#
2.การกระจายยา DISTRIBUTION
ยาที่มีความสามารถในการละลายยาที่มีความสามารถในการละลาย
ในไขมันได้ดีในไขมันได้ดี
การสะสมของยาในเนื้อเยื้อไขมันเพิ่มขึ้น
จะมีค่าปริมาตรการกระจายตัวสูงขึ้น
ทำาให้ระดับยาในเลือดตำ่ากว่าปกติ
เช่น diazepam และ lidocaine
ยาละลายนำ้าได้ดียาละลายนำ้าได้ดี
ปริมาณนำ้าในร่างกายลดลง
จะมีปริมาตรการกระจายตัวลดลง
ทำาให้ระดับยาในเลือดสูงกว่าปกติ
ADRADR
#
2.การกระจายยา DISTRIBUTION
ยาที่มีความสามารถในการจับ
กับโปรตีนในเลือดได้สูง
โปรตีนในเลือดลดลง
จะมียาในรูปอิสระมากขึ้น
ทำาให้ยาออกฤทธิ์มากขึ้น
ต้องปรับขนาดยาลดลงให้เหมาะ
สม
อันตราย
4.การขับถ่ายยา EXCRETION
ประสิทธิภาพการทำางานของไตลดลง
อัตราการขับถ่ายยาออกจากร่างกาย
ทางปัสสาวะจะลดลง
การใช้ยาที่มีพิษต่อไตสูง
noglycosides และDigoxin ต้องปรับขนาดของยา
นสัดส่วนกับประสิทธิภาพในการทำางานของไต
4.การขับถ่ายยา EXCRETION
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า
การกำาจัดยาบางชนิดออกทางเดิน
หายใจ อาจเกิดช้ากว่าปกติทำาให้มี
โอกาสที่ยาจะสะสมในร่างกายสูงขึ้น
จนเกิดเกิดอาการพิษได้
การรับประทานยาจำานวน
มากในเวลาเดียวกัน
ปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยากับ
อาหาร
ความผิดพลาดจากตัวผู้ใช้
ยา (Human error)
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
อันตรายของการใช้ยา
การเปลี่ยนแปลงทางเภสัช
พลศาสตร์ในผู้สูงอายุ
การเปลี่ยนแปลงที่ receptors
การเปลี่ยนแปลงทาง
homeostatic
การเปลี่ยนแปลงของระบบ
ประสาทส่วนกลางในผู้สูง
อายุ
การใช้กระบวนการพยาบาล
ในการให้ยาแก่ผู้สูงอายุ
1. การประเมินสุขภาพ
การซักประวัติ:
ประวัติการใช้ยาทั้งหมด
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ยา
ซักถามเกี่ยวกับอาการข้างเคียง
ต่างๆ
การตรวจร่างกาย:
สังเกตอาการข้างเคียงต่างๆ
ประสิทธิภาพของยาต่ออาการหรือ
2. การวินิจฉัยการพยาบาล
ตัวอย่างข้อวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับการ
ใช้ยา
เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่าย
เนื่องจากได้ยาต้านการแข็งตัวของ
เลือด
มีโอกาสเกิดแผลในกระเพาะ
อาหารเนื่องจากได้รับยารักษาโรค
เก๊าต์ และพร่องความรู้ เกี่ยวกับ
การรับประทานยา
3. การวางแผนการพยาบาล
4. การปฏิบัติการพยาบาล
ประเมินผู้สูงอายุเป็นรายๆ
รู้จัก Pharmacology ของยาที่
จะให้
ให้ยาโดยคำานึงถึงหลัก 6 Right
ยาที่ขับถ่ายที่ไตให้สังเกต
ปัสสาวะ ติดตามการทำางานของ
ไต
4. การปฏิบัติการพยาบาล
ติดตามผลการรักษา และสังเกต
อาการข้างเคียงของยาที่อาจจะเกิด
ขึ้นได้
ยาที่มี low therapeutic ratio ให้
ติดตามดูระดับยาในกระแสเลือด
ด้วย
พยายามจัดยาให้กินง่ายๆ เพื่อเพิ่ม
ความร่วมมือ ของผู้ป่วย
ให้ความรู้เกี่ยวกับยาที่ผู้ป่วยรับ
ประทานแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแลอย่าง
ละเอียด
5. การประเมินผล
ประเมินความถูกต้องของการ
ปฏิบัติตัวผู้ป่วยในการรับประทาน
ยา
ประเมินประสิทธิภาพของยาใน
การรักษา
ประเมินผลข้างเคียงของยาที่เกิด
ขึ้น
คำาแนะนำาในการใช้ยาของผู้
สูงอายุ
ควรมีญาติมิตรหรือผู้ที่ดูแลติดตามไป
ด้วย เมื่อต้องไปพบแพทย์แต่ละครั้ง
แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่ใช้
อยู่ เพื่อประกอบการพิจารณาการ
จ่ายยาของแพทย์
แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับอาการผิด
ปกติที่เกิดขึ้น เพราะอาการนั้นอาจจะ
เป็นอาการที่เกิดจาก ยาที่ผู้สูงอายุใช้
อยู่ ไม่ใช่อาการที่สืบเนื่องมาจาก
แจ้งให้ทราบถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา
เพื่อแพทย์จะได้เลือกชนิดยาที่เหมาะสม
เช่น ให้ยานำ้า แทนยาเม็ด เป็นต้น
ศึกษาเกี่ยวกับยาที่ผู้สูงอายุใช้อยู่ให้มากที่สุด
เท่าที่จะทำาได้ เช่น
ยาที่ใช้เป็นยารับประทานหรือใช้ทา
ใช้รับประทานก่อนหรือหลังอาหาร รับ
ประทานครั้งละเท่าไร
วันละกี่ครั้ง
มีอาการข้างเคียงหรือไม่ อย่างไร
คำาแนะนำาในการใช้ยาของผู้
สูงอายุ
สอบถามแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลา
การใช้ยาให้ชัดเจน เช่น
จะหยุดยานี้ได้เมื่อใด
ขณะทำางานจะรับประทานยานี้ได้หรือ
ไม่
ต้องงดกิจกรรมอะไรบ้าง
สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยว
กับอาหารที่รับประทานว่ามีผลต่อ
การใช้ยาหรือไม่ อย่างไร
คำาแนะนำาในการใช้ยาของผู้
สูงอายุ
รับประทานยาตามที่แพทย์หรือ
เภสัชกรแนะนำาอย่างเคร่งครัด
รายที่มีการหลงลืม ควรใช้สิ่งช่วย
จดจำา เช่น ปฏิทิน หรือกล่องใส่ยาชนิด
ที่รับประทานช่องละหนึ่งครั้ง หรือให้มี
ผู้ดูแลคอยเตือนเพื่อจะได้ไม่ลืมรับ
ประทานยา หรือรับประทานยาซำ้าซ้อน
กล่อง ขวด ซอง ที่ใส่ยาควรจะมีความ
เหมาะสม เช่น เปิดใช้ง่าย และฉลาก
ยาควรเขียนตัวโตชัดเจน ซึ่งเป็น
คำาแนะนำาในการใช้ยาของผู้
สูงอายุ
ควรแนะนำาให้ผู้ป่วยนำาขวด กล่อง
หรือซองยาเก่ามาด้วย เพื่อช่วยแพทย์
ในการทบทวนการรักษา และยาบาง
ตัวอาจหมดอายุแล้วหรือไม่จำาเป็นต้อง
ใช้อีกต่อไป แพทย์จะได้แนะนำาการ
บริหารยาที่ถูกต้องให้แก่ผู้ป่วย
อ่านฉลากยาและปฏิบัติตามคำาแนะนำา
ทุกขั้นตอน ก่อนการใช้ยาทุกครั้ง
คำาแนะนำาในการใช้ยาของผู้
สูงอายุ
ไซเมททิดีน (Cimetidine)
การขับถ่ายออกทางไตน้อยลง
ระดับของยาในเลือดสูงขึ้น
ผู้ป่วยจะมีอาการของความคิดสับสน
ดิจ๊อกซิน (Digoxin)
การขับถ่ายออกทางไตน้อยลง เพิ่ม
อัตราเสี่ยงต่อความเป็นพิษของยา
ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยใน
ผู้สูงอายุที่เกิดจากการใช้ยา
ยาขับปัสสาวะพวกไธอะไซด์
เกิดการขับนำ้า ความดันตำ่า
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
อาจทำาให้เกิดภาวะโปแตสเซี่ยม
และ ระดับโซเดียมในเลือดตำ่า
ยาลดความดันเลือด เช่น โพรพา
โนลอล (Propranolol)
การขับถ่ายออกทางไตน้อยลง
ระดับของยาในเลือดสูงขึ้น
ทำาให้ดันตำ่า อาจเป็นลม หัวใจเต้น
ช้าลง
ยาสงบประสาทและยานอนหลับ
เช่น ไดอะซีแพม (Diazepam)
ผลและระยะเวลาของการออก
ฤทธิ์จะเพิ่มขึ้น
อาจมีอาการข้างเคียง เช่น
เดินโซเซ กระวนกระวาย
ความคิดสับสนได้ง่าย
อะมิโนกลัยโคไซด์
(Aminoglycosides) เช่น กานา
มัยซิน (Kanamycin)
การขับถ่ายของยาออกทางไต
ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ส
เตียรอยด์ เช่น อินโดเมธาซิน
(Indomethacin)
ขบวนการเปลี่ยนแปลงของ
ยาที่ตับลดลง
ทำาให้การขับถ่ายออกทาง
ไตน้อยลง
ผลทำาให้ระดับยาในเลือด
The end
Post-test
__1.Digoxin จะมีปริมาตรการกระ
จายลดลง เนื่องจากปริมาณนำ้าใน
ร่างกายของผู้สูงอายุ ลดลง ทำาให้
ระดับยาในเลือดสูงกว่าปกติ
__2. ผู้สูงอายุประสิทธิภาพการ
ทำางานของไตลดลง ดังนั้นอัตรา
การขับถ่ายออกจากร่างกายทาง
ปัสสาวะจะลดลง
__3.การประเมินผลการพยาบาล
__4. ผู้สูงอายุที่มีการหลงลืม ควร
ใช้สิ่งช่วยจดจำา เช่น ปฏิทิน
หรือกล่องใส่ยาชนิดที่รับ
ประทานช่องละหนึ่งครั้ง หรือ
ให้มีผู้ดูแลคอยเตือนเพื่อจะได้
ไม่ลมรับประทานยาหรือรับ
ประทานยาซำ้าซ้อน
__5. ควรระวังอาการหน้ามืด เป็น
Post-test

การใช้ยาในผู้สูงอายุ