คู่อันดับ (a, b)คือคู่สมาชิกที่มี
a เป็ นสมาชิกตัวหน้า หรือพิกัด x
b เป็ นสมาชิกตัวหลัง หรือพิกัด y
(a, b) = (c, d) ก็ต่อเมื่อ a = c และ b = c
(a, b) น (b, a) เมื่อ a น b
คู่อันดับ (Ordered pairs)
ตัวอย่าง 1.1 (2,0) ≠ (0,2)
(x,4) = (3,y) เมื่อ x = 3 , y = 4
ตัวอย่าง 1.2 กาหนดให้ (2x , y-2) = (x + 3,1) จงหา (x+y , x-y)
วิธีทา จาก (2x , y-2) = (x + 3,1) จะได้ 2x = x + 3 และ y - 2 =
1
ดังนั้น 2x - x = 3 และ y = 1 + 2
นั้นคือ x = 3 และ y = 1 + 2
จะได้ (x+y , x-y) = (3 + 3 , 3 - 3) = (6 , 0)
6.
โดเมนและเรนจ์ ของความสัมพันธ์
ให้ rแทนความสัมพันธ์จาก A ไป B
โดเมนของ r คือสมาชิกตัวหน้าของคู่อันดับใน r เขียนแทนโดเมนของ r ด้วย Dr
เรนจ์ของ r คือสมาชิกตัวหลังของคู่อันดับใน r เขียนแทนเรนจ์ของ r ด้วย Rr
การหาโดเมน และเรนจ์ของความสัมพันธ์ที่อยู่ในรูปสมการ 𝐃 𝐫
เช่น r = (1 , −3)(5 , 7)(6 , 8)
Dr = 1 , 5 , 6 Rr = −3 , 7 , 8
กำหนดให้ r = x , y ∈ R x R สมกำร
หำ Dr
1. จัดรูปสมกำร
ให้ y = term ของ x
2. หำ x ที่ทำให้ y เป็นจำนวน
จริง
หำ Rr
1. จัดรูปสมกำร
ให้ x = term ของ y
2. หำ y ที่ทำให้ x เป็นจำนวน
จริง
7.
ตัวอย่าง จงหา โดเมนและเรนจ์ของ r เมื่อกาหนด
r = { (x,y)| }92
xy
วิธีทา หาโดเมน
จาก 92
xy
จะหาค่า y ได้ก็ต่อเมื่อ
x2 - 9 0
(x-3)(x+3) 0
ดังนั้น x -3 หรือ x 3
หาเรนจ์
จาก x2 - 9 0
จะได้ 092
x
ดังนั้นเรนจ์ r = }0|{ yRy
ดังนั้นโดเมน r = x ∈ R x ≤ −3
8.
ความสัมพันธ์ (relation)
นิยาม
r เป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ
r เป็นสับเซตของ A x B
ตัวอย่าง กาหนดให้ A = { 1, 2 ,3 ,4 } , B = { 0, 2 ,4 ,6 }
ให้ r แทนความสัมพันธ์ “ มากกว่า” จาก A ไป B
จะได้ r = { (1,0) ,(2,0) ,(3,0) ,(3,2) ,(4,0) ,(4,2) }
หรือ r = x, y ∈ A x B l 𝑎 > 𝑏
9.
ตัวอย่าง
กาหนด A ={ x | x เป็น จานวนเต็ม}
B = { x | x เป็น จานวนเต็มบวก}
ถ้า r1 = { (x,y) A x B | y = x2 }
เขียน r1 แบบแจกแจงสมาชิกได้ดังนี้
r1 = { (1,1) ,(-1,1) ,(2,4) ,(-2,4) ,(3,9) ,(-3,9) , . . . }
10.
บทนิยาม
ผลคูณคาร์ทีเซียนของเซต A และB คือ เซตของคู่อันดับ (a,b)
ทั้งหมด โดยที่ a เป็นสมาชิกของเซต A
และ b เป็นสมาชิกของเซต B
ผลคูณคาร์ทีเซียนของเซต A และ B เขียนแทนด้วย A x B
เขียน A x B ในรูปแบบบอกเงื่อนไขได้ดังนี้
ผลคูณคาร์ทีเซียน (Cartesian Product)
A x B = a , b a ∈ A และ b ∈ B
11.
ตัวอย่าง
กาหนด A ={2,4,6} , B = {a,b}
จะได้ A x B = { (2,a),(2,b) ,(4,a) , (4,b) ,(6,a) ,(6,b) }
n(AxB) = 6
B x A = { (a,2), (a,4) , (a,6) , (b,2) , (b,4) , (b,6) }
n(B x A) = 6
B x B = { (a,a) , (a,b) , (b,a) , (b,b) }
n(B x B) = 4
สรุป ถ้า n(A) = m , n(B) = n จะได้ n( A x B) = mn
12.
สมบัติที่สำคัญ
1. A x(B ∩ C) = (A x B) ∩ (A x C)
2. A x (B ∪ C) = (A x B) ∪ (A x C)
3. A x (B - C) = (A x B) - (A x C)
13.
ความสัมพันธ์จาก A ไปB หรือ จาก A ไป A
r เป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ r ⊂ A x B
r เป็นความสัมพันธ์จาก A ไป A ก็ต่อเมื่อ r ⊂ B x B
โดยความสัมพันธ์นี้ เรียกว่า ความสัมพันธ์ในเซต
จานวน r = 2n(AxB)
14.
ตัวผกผันของความสัมพันธ์
คือ ความสัมพันธ์ที่เกิดจากการสลับที่ของตัวหน้า (x)และตัวหลัง (y) ในแต่ละคู่อันดับ
r แทนความสัมพันธ์
r−1
แทนตัวผกผันของความสัมพันธ์ r
ในกรณีที่ความสัมพันธ์ r อยู่ในรูปสมการบอกเงื่อนไข
ให้ r = 1,4 , 3,6 , (5,8)
Dr = 1,3,5
Rr = 4,6,8
ให้ r−1
= 4,1 , 6,3 , (8,5)
Dr−1 = 4,6,8
Rr−1 = 1,3,5
จะเห็นได้ว่ำ Dr = Rr−1 และ Rr = Dr−1
เช่น r = x, y y = 5x − 4 , x ∈ 1 , 6
เรำสำมำรถเขียน r−1
ได้สองแบบคือ
แบบที่ 1 r−1
= y, x y = 5x − 4 , x ∈ 1 , 6
แบบที่ 2 r−1
= x, 𝑦 x = 5y − 4 , y ∈ 1 , 6
ฟังก์ชันจาก A ไปB (แบบต่างๆ)
ฟังก์ชันจาก A ไป B (f : A → B )
f เป็นฟังก์ชันจาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ
โดเมน ของ f (Dr) คือ (=) เซต A
เรนจ์ ของ f (Rr) เป็นสับเซต (⊂) ของ เซต B
D 𝑓 = A และ R 𝑓⊂ B
f = 1,6 , 2,6 , (3,7)
เป็นฟังก์ชัน จำก Aไป B
เพรำะ D 𝑓 = A และ R 𝑓 ∁ B
เช่น
18.
ฟังก์ชันจาก A ไปB (f : A → B )
f เป็นฟังก์ชันจาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ
โดเมน ของ f (Dr) คือ (=) เซต A
เรนจ์ ของ f (Rr) คือ (=) ของ เซต B
D 𝑓 = A และ R 𝑓 = B
เช่น
f = 1,6 , 2,6 , (3,7)
เป็นฟังก์ชัน จำก Aไปทั่วถึง B
เพรำะ D 𝑓 = A และ R 𝑓 = B
ทั่วไ
ป
19.
ฟังก์ชันจาก A ไปB แบบ 1-1 (f : A → B
)
f เป็นฟังก์ชันจาก A ไป B แบบ 1-1 ก็ต่อเมื่อ
โดเมน ของ f (Dr) คือ (=) เซต A
เรนจ์ ของ f (Rr) เป็นสับเซต (∁) ของ เซต B
วิธีการดูว่าฟังก์ชันที่อยู่ในรูปกราฟเป็ น ฟังก์ชัน1-1
หรือไม่
ถ้าสามารถลากเส้นตรงขนานแกน X
และสามารถตัดกราฟได้มากกว่า 1 จุด จะไม่เป็นฟังก์ชัน1-1
D 𝑓 = A และ R 𝑓⊂B
โดยที่ n(D 𝑓) = n(R 𝑓)
เช่น
f = 1,6 , 2,7 , (3,8)
เป็นฟังก์ชัน จำก Aไป B แบบ
1-1
เพรำะ n(D 𝑓) = n(R 𝑓)
1 - 1
20.
ฟังก์ชันจาก A ไปB แบบ 1-1 (f : A → B )
f เป็นฟังก์ชันจาก A ไป B แบบทั่วถึง 1-1 ก็ต่อเมื่อ
โดเมน ของ f (Dr) คือ (=) เซต A
เรนจ์ ของ f (Rr) คือ (=) ของ เซต B
D 𝑓 = A และ R 𝑓 = B
โดยที่ n(D 𝑓) = n(A) = n(R 𝑓) =
n(B)
เช่น
f = 1,6 , 2,7 , (3,8)
เป็นฟังก์ชัน จำก Aไป B แบบ
1-1
เพรำะ D 𝑓 = A และ R 𝑓 = B
n(D 𝑓) =n(R 𝑓)
n(A) = n(B)
ทั่วไ
ป
1 - 1
21.
การดาเนินการของฟังก์ชัน
ให้ f และg เป็นฟังก์ชัน
ฟังก์ชันประกอบ
gof(x) = g(f(x))
ความหมาย
x ไปแทนค่าใน f(x) แล้วนา f(x) ที่ได้ไปแทนค่าใน g(x)
note