Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
AP
Uploaded by
Auraphin Phetraksa
PDF, PPTX
694 views
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
โครงการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ประจำปีงบประมาณ 2557
Environment
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download as PDF, PPTX
1
/ 108
2
/ 108
3
/ 108
4
/ 108
5
/ 108
6
/ 108
7
/ 108
8
/ 108
9
/ 108
10
/ 108
11
/ 108
12
/ 108
13
/ 108
14
/ 108
15
/ 108
16
/ 108
17
/ 108
18
/ 108
19
/ 108
20
/ 108
21
/ 108
22
/ 108
23
/ 108
24
/ 108
25
/ 108
26
/ 108
27
/ 108
28
/ 108
29
/ 108
30
/ 108
31
/ 108
32
/ 108
33
/ 108
34
/ 108
35
/ 108
36
/ 108
37
/ 108
38
/ 108
39
/ 108
40
/ 108
41
/ 108
42
/ 108
43
/ 108
44
/ 108
45
/ 108
46
/ 108
47
/ 108
48
/ 108
49
/ 108
50
/ 108
51
/ 108
52
/ 108
53
/ 108
54
/ 108
55
/ 108
56
/ 108
57
/ 108
58
/ 108
59
/ 108
60
/ 108
61
/ 108
62
/ 108
63
/ 108
64
/ 108
65
/ 108
66
/ 108
67
/ 108
68
/ 108
69
/ 108
70
/ 108
71
/ 108
72
/ 108
73
/ 108
74
/ 108
75
/ 108
76
/ 108
77
/ 108
78
/ 108
79
/ 108
80
/ 108
81
/ 108
82
/ 108
83
/ 108
84
/ 108
85
/ 108
86
/ 108
87
/ 108
88
/ 108
89
/ 108
90
/ 108
91
/ 108
92
/ 108
93
/ 108
94
/ 108
95
/ 108
96
/ 108
97
/ 108
98
/ 108
99
/ 108
100
/ 108
101
/ 108
102
/ 108
103
/ 108
104
/ 108
105
/ 108
106
/ 108
107
/ 108
108
/ 108
More Related Content
PDF
สรุปแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
by
Auraphin Phetraksa
PDF
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Corridor)
by
Auraphin Phetraksa
PDF
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
by
UNDP
PDF
Ecological Corridor in Thailand
by
UNDP
PDF
แนวทางการศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติ
by
UNDP
PDF
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการกลุ่มป่าเชิงระบบนิเวศ
by
UNDP
PDF
PES book
by
UNDP
PDF
การศึกษาสัตว์ป่า
by
Auraphin Phetraksa
สรุปแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
by
Auraphin Phetraksa
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Corridor)
by
Auraphin Phetraksa
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
by
UNDP
Ecological Corridor in Thailand
by
UNDP
แนวทางการศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติ
by
UNDP
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการกลุ่มป่าเชิงระบบนิเวศ
by
UNDP
PES book
by
UNDP
การศึกษาสัตว์ป่า
by
Auraphin Phetraksa
What's hot
PDF
สรุปรวมผลการดำเนินงานโครงการ Catspa
by
yah2527
PDF
แผนยุทธศาสตร์ระบบนิเวศทางทะเล อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
by
yah2527
PDF
METT book
by
UNDP
PPTX
กฎหมายนโยบายทรัพยากรธรรมชาติ ภาค 1 ป 2557
by
Narong Jaiharn
PDF
ศ.ดร นิพนธ์ ศาสตร์พระราชา
by
yah2527
PDF
T-FERN มูลค่านันทนาการป่าตะวันออก โดย ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง
by
Auraphin Phetraksa
PDF
นำเสนอต่อผู้ประเมินโครงการ (TE)
by
UNDP
PDF
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดพิษณุโลก
by
Auraphin Phetraksa
PDF
9.00 อ.ปรารพ (2) งานนำเสนอปิดโครงการ catspa ใช้งาน
by
yah2527
PDF
แก่งเสือเต้น
by
Poramate Minsiri
PPTX
Carrying Capacity
by
yah2527
PDF
นันทนาการ ๕๗
by
Auraphin Phetraksa
PDF
รายงานการศึกษาร่างแรก
by
weeraboon wisartsakul
สรุปรวมผลการดำเนินงานโครงการ Catspa
by
yah2527
แผนยุทธศาสตร์ระบบนิเวศทางทะเล อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
by
yah2527
METT book
by
UNDP
กฎหมายนโยบายทรัพยากรธรรมชาติ ภาค 1 ป 2557
by
Narong Jaiharn
ศ.ดร นิพนธ์ ศาสตร์พระราชา
by
yah2527
T-FERN มูลค่านันทนาการป่าตะวันออก โดย ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง
by
Auraphin Phetraksa
นำเสนอต่อผู้ประเมินโครงการ (TE)
by
UNDP
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดพิษณุโลก
by
Auraphin Phetraksa
9.00 อ.ปรารพ (2) งานนำเสนอปิดโครงการ catspa ใช้งาน
by
yah2527
แก่งเสือเต้น
by
Poramate Minsiri
Carrying Capacity
by
yah2527
นันทนาการ ๕๗
by
Auraphin Phetraksa
รายงานการศึกษาร่างแรก
by
weeraboon wisartsakul
Viewers also liked
PDF
โครงการศึกษาความเต็มใจจ่ายค่าธรรมเนียมของนักท่องเที่ยวในการเข้าอุทยานแห่งชาติ...
by
Auraphin Phetraksa
PDF
InVEST ต้นทุนทางธรรมชาติ
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ชนิดและความชุกชุมของปลาแนวปะการัง อาดัง ราวี ตรัง
by
Auraphin Phetraksa
PDF
แปลงตัวอย่างถาวร
by
Auraphin Phetraksa
PDF
5.3 แนวทางการออกแบบและการจัดการแนวเชื่อมต่อถิ่นที่อาศัยในพื้นที่กลุ่มป่าตะวันออก
by
UNDP
PDF
โครงการติดตามการฟื้นตัวและการจัดการปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
PDF
การศึกษานิเวศวิทยาระยะยาวโดยใช้แปลงตัวอย่างถาวรในอุทยานแห่งชาติ ปี2557
by
Auraphin Phetraksa
PDF
การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ข้อเสนอแนะแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อการดำเนินงานแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
by
UNDP
PPT
Carbon Credits
by
Thanakrit Lersmethasakul
PDF
เทคนิคแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วม
by
UNDP
PDF
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดตรัง
by
Auraphin Phetraksa
PDF
การเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด
by
Auraphin Phetraksa
PDF
คู่มือการฝึกอบรมการประเมินความยั่งยืนด้านการเงิน
by
UNDP
PDF
แนวทางการประเมินเงินงบประมาณ
by
UNDP
PDF
การเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรและบุคคล เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในการจัดการ...
by
UNDP
PDF
แนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครอง
by
UNDP
PDF
รายงานข้อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ
by
UNDP
PDF
การวิเคราะห์แหล่งเงินทุน
by
UNDP
PDF
การวิเคราะห์ทางเลือกในการดูงานต้นแบบกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ
by
UNDP
โครงการศึกษาความเต็มใจจ่ายค่าธรรมเนียมของนักท่องเที่ยวในการเข้าอุทยานแห่งชาติ...
by
Auraphin Phetraksa
InVEST ต้นทุนทางธรรมชาติ
by
Auraphin Phetraksa
ชนิดและความชุกชุมของปลาแนวปะการัง อาดัง ราวี ตรัง
by
Auraphin Phetraksa
แปลงตัวอย่างถาวร
by
Auraphin Phetraksa
5.3 แนวทางการออกแบบและการจัดการแนวเชื่อมต่อถิ่นที่อาศัยในพื้นที่กลุ่มป่าตะวันออก
by
UNDP
โครงการติดตามการฟื้นตัวและการจัดการปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
การศึกษานิเวศวิทยาระยะยาวโดยใช้แปลงตัวอย่างถาวรในอุทยานแห่งชาติ ปี2557
by
Auraphin Phetraksa
การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์
by
Auraphin Phetraksa
ข้อเสนอแนะแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อการดำเนินงานแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
by
UNDP
Carbon Credits
by
Thanakrit Lersmethasakul
เทคนิคแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วม
by
UNDP
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดตรัง
by
Auraphin Phetraksa
การเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด
by
Auraphin Phetraksa
คู่มือการฝึกอบรมการประเมินความยั่งยืนด้านการเงิน
by
UNDP
แนวทางการประเมินเงินงบประมาณ
by
UNDP
การเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรและบุคคล เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในการจัดการ...
by
UNDP
แนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครอง
by
UNDP
รายงานข้อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ
by
UNDP
การวิเคราะห์แหล่งเงินทุน
by
UNDP
การวิเคราะห์ทางเลือกในการดูงานต้นแบบกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ
by
UNDP
Similar to แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
PDF
Corridor 55-56
by
Auraphin Phetraksa
PDF
Chamao corridor rama เพชรบุรี
by
Auraphin Phetraksa
PDF
คัดย่อแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศในประเทศไทย
by
UNDP
PDF
ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานการจัดการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศในกลุ่มป่าตะวันออก
by
UNDP
PDF
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
by
Auraphin Phetraksa
PDF
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดนครราชสีมา
by
Auraphin Phetraksa
PPT
Permanent plot
by
UNDP
PDF
โครงการป่าชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
by
LookNam Intira
PDF
การสำรวจประเมินมูลค่า การพึ่งพิงรัพยากรและการใช้ประโยชน์ผลผลิตจากป่าที่ไม่ใช่...
by
yah2527
PDF
โครงการในพระราชดำริ ป่าสงวนขุนแม่กวง
by
0857099227
PDF
Computerm62558
by
Pugwan Natthanicha
PDF
Computerm62558
by
Pugwan Natthanicha
PDF
โครงการในพระราชดำร (1)
by
DekDoy Khonderm
PDF
งานนำเสนอ1
by
Kanjanarut II
PDF
งานนำเสนอ1
by
Kanjanarut II
PDF
งานนำเสนอ1
by
Kanjanarut II
PDF
การวิเคราะห์โครงการป่าชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
by
savokclash
PDF
แปลงถาวร
by
Auraphin Phetraksa
PDF
NTFP
by
yah2527
PDF
แนวทางการวิเคาระห์ข้อมูลพื้นฐาน
by
UNDP
Corridor 55-56
by
Auraphin Phetraksa
Chamao corridor rama เพชรบุรี
by
Auraphin Phetraksa
คัดย่อแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศในประเทศไทย
by
UNDP
ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานการจัดการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศในกลุ่มป่าตะวันออก
by
UNDP
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
by
Auraphin Phetraksa
T-FERN ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดนครราชสีมา
by
Auraphin Phetraksa
Permanent plot
by
UNDP
โครงการป่าชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
by
LookNam Intira
การสำรวจประเมินมูลค่า การพึ่งพิงรัพยากรและการใช้ประโยชน์ผลผลิตจากป่าที่ไม่ใช่...
by
yah2527
โครงการในพระราชดำริ ป่าสงวนขุนแม่กวง
by
0857099227
Computerm62558
by
Pugwan Natthanicha
Computerm62558
by
Pugwan Natthanicha
โครงการในพระราชดำร (1)
by
DekDoy Khonderm
งานนำเสนอ1
by
Kanjanarut II
งานนำเสนอ1
by
Kanjanarut II
งานนำเสนอ1
by
Kanjanarut II
การวิเคราะห์โครงการป่าชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
by
savokclash
แปลงถาวร
by
Auraphin Phetraksa
NTFP
by
yah2527
แนวทางการวิเคาระห์ข้อมูลพื้นฐาน
by
UNDP
More from Auraphin Phetraksa
PDF
การใช้ประโยชน์พืชพรรณ
by
Auraphin Phetraksa
PDF
แนวเชื่อมต่อ
by
Auraphin Phetraksa
PDF
สถานภาพปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลหลังปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ชนิดและการกระจายพันธุ์ของพืชต่างถิ่นรุกราน พิษณุโลก
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล จากกรณีน้ำมันดิบรั่วไหล ศูนย์ชุมพร
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ชนิดและการกระจายพันธุ์ของพืชต่างถิ่นรุกราน พิษณุโลก
by
Auraphin Phetraksa
PDF
การเปรียบเทียบโครงสร้างและองค์ประกอบชนิดพันธุ์ไม้ ศูนย์สุราษฎร์ธานี
by
Auraphin Phetraksa
PDF
Corridor prograss july 2014_rama_ภูเก็ต
by
Auraphin Phetraksa
PDF
การกัดเซาะชายหาด ๕๗
by
Auraphin Phetraksa
PDF
พืชต่างถิ่น อช.เขาใหญ่
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ชนิดและการกระจายพันธุ์พืชต่างถิ่นรุกรานในอุทยานแห่งชาติ
by
Auraphin Phetraksa
PDF
Prosopis juliflora tha_edit1
by
Auraphin Phetraksa
PDF
แปลงถาวร (ข้อมูลปี2557)
by
Auraphin Phetraksa
PDF
ปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
PDF
โครงการติดตามการฟื้นตัวและการจัดการปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
การใช้ประโยชน์พืชพรรณ
by
Auraphin Phetraksa
แนวเชื่อมต่อ
by
Auraphin Phetraksa
สถานภาพปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลหลังปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
ชนิดและการกระจายพันธุ์ของพืชต่างถิ่นรุกราน พิษณุโลก
by
Auraphin Phetraksa
ผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล จากกรณีน้ำมันดิบรั่วไหล ศูนย์ชุมพร
by
Auraphin Phetraksa
ชนิดและการกระจายพันธุ์ของพืชต่างถิ่นรุกราน พิษณุโลก
by
Auraphin Phetraksa
การเปรียบเทียบโครงสร้างและองค์ประกอบชนิดพันธุ์ไม้ ศูนย์สุราษฎร์ธานี
by
Auraphin Phetraksa
Corridor prograss july 2014_rama_ภูเก็ต
by
Auraphin Phetraksa
การกัดเซาะชายหาด ๕๗
by
Auraphin Phetraksa
พืชต่างถิ่น อช.เขาใหญ่
by
Auraphin Phetraksa
ชนิดและการกระจายพันธุ์พืชต่างถิ่นรุกรานในอุทยานแห่งชาติ
by
Auraphin Phetraksa
Prosopis juliflora tha_edit1
by
Auraphin Phetraksa
แปลงถาวร (ข้อมูลปี2557)
by
Auraphin Phetraksa
ปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
โครงการติดตามการฟื้นตัวและการจัดการปะการังฟอกขาว
by
Auraphin Phetraksa
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
1.
โครงการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ประจาปีงบประมาณ 2557 สถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
2.
แนวเชื่อมต่อ (Corridor) หมายถึง
ทางเชื่อมต่อพื้นที่ ขนาดเล็กโดยมากมักมีรูปร่างเป็นแถบยาวช่วยทาหน้าที่ ตอบสนองความต้องการของ ชนิดเฉพาะนั้นๆ ที่ต้องการ เคลื่อนที่ระหว่างหย่อมป่าที่แตกต่างกันได้ โดยแนวเชื่อมต่อมัก มีพืชพรรณใกล้เคียงกับถิ่นที่อาศัยหลักที่อยู่ใกล้เคียง”
3.
โครงการศึกษาและสารวจความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า บริเวณแนวเชื่อมต่อผืนป่า เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศระหว่าง อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า กับ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง จังหวัดกาแพงเพชร ในพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตก ดาเนินการโดย ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดพิษณุโลก
5.
หัวข้อ ชนิดป่า /
พื้นที่ศึกษา 1.เต็งรัง ใน อช. 2.เต็งรัง ใน พทต.อช. 3.ผสมผลัดใบ ใน อช. 4.ผสมผลัดใบ ใน พทต.อช. 5.เต็งรัง ใน ขสป. 6.เต็งรัง ใน พทต.ขสป. 7.ผสมผลัดใบ ใน ขสป. 8.ผสมผลัดใบ ใน พทต.ขสป. Species 23 30 39 23 23 23 32 32 no. of tree / ha 140 / 778 229 / 1,272 142 / 789 75/ 417 137/ 761 164/ 911 107/ 594 91/ 506 Index sp. / IVI รัง 106.39 รัง 145.80 ตะแบกเปลือกบาง 32.44 ขะเจ๊าะ 44.68 รัง 44.13 เต็ง 94.48 สัก 66.27 ขะเจ๊าะ 27.58 shannon – weiner index 2.721/ 1.516/ 2.855 1.926 / 2.095 / 2.412 3.133/ 0.444/ 1.074 2.794/ 0.794/ 1.914 2.714/ 2.223/ 2.217 2.583/ 2.098/ 2.189 2.919/ 1.462/ 2.704 3.214/ 1.834/ 2.512 simpson index 0.913/ 0.695/ 0.909 0.644 / 0.939 / 0.817 0.942/ 0.221/ 0.642 0.932/ 0.423/ 0.836 0.919/ 0.901/ 0.835 0.894/ 0.935/ 0.821 0.914/ 0.714/ 0.885 0.960/ 0.911/ 0.888 BA /ha 24.597 25.856 24.685 10.922 19.880 14.634 23.338 19.197 vol. /ha 184.016 179.896 190.069 79.934 142.954 97.201 178.760 144.826 AGB. / ha 164.888 153.599 170.645 64.171 114.947 71.825 162.655 127.979 AGC./ha 77.497 72.191 80.203 30.161 54.025 33.758 76.448 60.150
6.
ความหลากชนิดของสัตว์ป่า กลุ่มของสัตว์ป่า ชนิด วงศ์ 1.สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
16 11 2.นก 73 36 3.สัตว์เลื้อยคลาน 15 5 4.สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก 8 6 รวม 112 58 ความหลากชนิดของสัตว์ป่า และค่าความหลากชนิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
7.
ความชุกชุมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบในพื้นที่สารวจแยกรายพื้นที่
8.
เปรียบเทียบความคล้ายคลึงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบในพื้นที่แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศ
9.
การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในแนวเชื่อมต่อ ฯ ระหว่างปี
2542 - 2557
12.
โครงการสารวจความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพรรณและสัตว์ป่า บริเวณแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวและอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ดาเนินการโดย ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดเพชรบุรี
13.
ประเทศกัมพูชา อ่าวไทย
16.
งานที่ปฏิบัติ : ภาคสนาม •
ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพรรณ –แปลงตัวอย่างชั่วคราว 30 x 60 จานวน 3 แปลง –ความหลากหลายของพืช (checklist) • ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่า –สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ (ใช้เส้นสารวจ) –สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก (ตามลาห้วย) –ผีเสื้อกลางวันและแมลงอื่นๆ (ตามระดับความสูง) –สัตว์เลื้อยคลาน (ตามระดับความสูง)
17.
งานที่ปฏิบัติ : ภาคสานักงาน •
ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพรรณ –วิเคราะห์ข้อมูลทางนิเวศวิทยา –ตรวจสอบความสาคัญของพืชแต่ละชนิด • ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่า –การกระจายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ (GIS) –ผีเสื้อกลางวันและแมลงอื่นๆ (ตรวจสอบความสาคัญ) –สัตว์เลื้อยคลาน (ตรวจสอบความสาคัญ) –ความชุกชุม ความหนาแน่น ความคล้ายคลึง
18.
ฤดูกาลที่ 1
21.
สัตว์ป่าที่พบ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 31 ชนิด •
สัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด (เลียงผาเหนือ) • สัตว์ป่าคุ้มครอง 21 ชนิด • Cites บัญชี I 9 ชนิด เช่น เสือดาว ค่างแว่นถิ่นเหนือ เสือลายเมฆ ช้างป่า กระทิง • Cites บัญชี II 3 ชนิด เช่น แมวดาว
22.
บัญชี IUCN • ใกล้สูญพันธุ์
1 ชนิด (ช้างป่า) • ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง 1 ชนิด (วัวแดง) • มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 9 ชนิด เช่น เสือลายเมฆ กระทิง ค่างแว่นถิ่นเหนือ
23.
สัตว์ป่าที่พบ นก 77 ชนิด
เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 76 ชนิด Cites บัญชี II 2 ชนิด สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก 6 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 9 ชนิด ที่สาคัญคือ ตะกองและเต่าจักร
24.
รอยตีนวัวแดง (Bos javanicus
) รอยตีนหมูป่า (Sus scrofa) กองมูลชะมด-อีเห็น ( วงศ์ VIVERRIDAE) กองมูลช้างป่า (Elephas maximus)
25.
กองมูลแมวดาว (Prionailurus bengalensis)
กองมูลเลียงผาเหนือ (Capricornis milneedwardsii) กองมูลหมี ( วงศ์ Ursidae) รอยเล็บหมี (วงศ์ Ursidae)
26.
รอยตีนเสือดาว??? (Panthera pardus
)
27.
ฤดูกาลที่ 2
29.
ช้างป่า.ฤดูแล้ง ช้างป่าฤดูฝน
30.
ภัยคุกคาม.ฤดูแล้ง ภัยคุกคาม.ฤดูฝน
31.
ภัยคุกคามที่พบ
32.
ที่ตั้งแปลงตัวอย่างชั่วคราว ขสป.เขาสอยดาว อช.เขาคิชฌกูฏ
33.
แปลงที่ 1 น้าตกคลองไพบูลย์
(ดิบชื้น)
34.
แปลงที่ 2 คลองทุ่งเพล
(ดิบแล้ง)
35.
แปลงที่ 3 คลองทุ่งเพล
(ดิบชื้น)
36.
โครงการศึกษาลักษณะเศรษฐกิจ สังคม และการประเมินการยอมรับ ในการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่
กับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ดาเนินการโดย ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดนครราชสีมา
37.
พื้นที่ศึกษา
38.
1) เพื่อศึกษาลักษณะทางเศรษฐกิจ สังคม
และความรู้ความเข้าใจบริเวณ แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่-เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ 2) เพื่อประเมินการยอมรับของชุมชน และความเป็นไปได้ในการจัดทา แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่-เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ 3) เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า วัตถุประสงค์
39.
5. นาเสนอผลการศึกษาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4.
วิเคราะห์ผล จัดทารูปเล่ม 3. เก็บข้อมูลภาคสนาม โดยวิธีการสัมภาษณ์ชาวบ้านในชุมชนที่อยู่ในแนวเชื่อมต่อฯ 2. ประชุมชี้แจงผลการศึกษาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ต่อ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และชุมชนที่อยู่บริเวณแนวเชื่อมต่อฯ 1. รวบรวมข้อมูลแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และข้อมูลทุติย ภูมิด้านเศรษฐกิจสังคมจากหน่วยงานในพื้นที่ ขั้นตอนการดาเนินงาน
40.
จากข้อมูลทุติยภูมิ พบว่าแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ อยู่ในพื้นที่ตาบลลานางรอง อาเภอโนนดินแดงและมีหมู่บ้านตั้งอยู่ในบริเวณแนวเชื่อมต่อฯ
จานวน 2 หมู่บ้าน เมื่อ คานวณหากลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรคานวณของ Taro Yamane ได้ค่าตามตาราง หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน จานวนครัวเรือน จานวนแบบ สัมภาษณ์ (ชุด) 8 บ้านหนองบอน 163 100 12 บ้านฐานเจ้าป่า 97 60 รวม 260 160 ผลการศึกษา
42.
41% 59% 8% 76% 10% 4% 1% 1% ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ทั้งหมด 220 ชุด
สรุปข้อมูลได้ดังนี้ เพศ เพศชาย ร้อยละ 59.09 เพศหญิงร้อยละ 40.90 การศึกษา ระดับประถมศึกษา (ร้อยละ 76) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ร้อยละ 10) มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. (ร้อยละ 4)
43.
ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ทั้งหมด 220 ชุด
สรุปข้อมูลได้ดังนี้ ภูมิลาเนา ราษฎรย้ายเข้ามา คิดเป็นร้อยละ 75 ภูมิลาเนาเดิม คิดเป็นร้อยละ 25 สาเหตุหลักการย้ายถิ่น เข้ามาจับจองที่ดินทากิน คิดเป็นร้อยละ 48 ย้ายตามครอบครัวหรือย้ายเพราะการแต่งงาน คิดเป็นร้อยละ 23 25% 75% จับจองที่ทากิน 48% ย้ายตามเพื่อน บ้าน 19% เปลี่ยนอาชีพ 6% ย้ายตาม ครอบครัว/ แต่งงานที่นี้ 23% อื่นๆ 4%
44.
ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ทั้งหมด 220 ชุด
สรุปข้อมูลได้ดังนี้ การย้ายถิ่นฐานในอนาคต ราษฎรส่วนใหญ่ไม่มีแนวโน้มที่จะย้ายออกจากพื้นที่ ร้อยละ 93 ราษฎรที่มีแนวโน้นที่จะย้ายออกจากพื้นที่มีเพียงร้อยละ 7 ไม่ต้องการย้าย ออก 93% ต้องการย้าย ออก 7% หมายเหตุ : ข้อมูลด้านเศรษฐกิจสังคมและทัศนคติ อยู่ระหว่างการ วิเคราะห์ข้อมูล
45.
ความคิดเห็นและการยอมรับของชุมชนต่อการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ประเด็น ร้อยละของความคิดเห็นและการยอมรับ เห็นด้วย อย่างยิ่ง เห็นด้วย เฉยๆ ไม่เห็น ด้วย ไม่เห็น ด้วยอย่าง ยิ่ง ไม่ตอบ 1.
ท่านเคยได้รับความรู้เรื่องแนวเชื่อมต่อระบบ นิเวศ 11.82 25.91 4.55 24.55 0.91 32.27 2. ท่านทราบถึงประโยชน์ของแนวเชื่อมต่อระบบ นิเวศ 13.18 41.82 10.91 19.09 0.45 14.55 3. ท่านคิดว่าแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศช่วยรักษา ความสมบูรณ์ของป่าไม้ได้ 9.55 63.64 14.55 6.82 0 5.45 4. ท่านคิดว่าแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศช่วยรักษา สัตว์ป่าให้คงอยู่และมีมากขึ้นได้ 11.82 56.82 18.18 6.82 0 6.36 5. ท่านได้รับประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์จาก การสร้างแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ 10.91 53.64 23.18 6.82 0 5.45
46.
ประเด็น ร้อยละของความคิดเห็นและการยอมรับ เห็นด้วย อย่างยิ่ง เห็นด้วย เฉยๆ ไม่เห็น ด้วย ไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง ไม่ตอบ 6.
ท่านเห็นด้วยกับการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ 14.09 46.82 22.27 10.91 0 5.91 7. ท่านเห็นด้วยกับการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศแม้น ว่าท่านต้องเสียประโยชน์บ้าง 15.91 38.64 20.91 19.55 0 5.00 8. การจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศจาเป็นต้องผ่านการ ยอมรับของชุมชนในพื้นที่ 31.36 49.09 13.18 1.82 0 4.55 9. การจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างเขตรักษา พันธุ์สัตว์ดงใหญ่ทั้งสองฝั่ง สามารถเกิดขึ้นได้หาก เจ้าหน้าที่ทาการตรวจสอบ และมีการหมายแนวเขตที่ ชัดเจน 21.82 50.00 15.45 8.18 0 4.55 10. ท่านยอมรับได้หากมีการจัดทาแนวเขตเชื่อมต่อระบบ นิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ดงใหญ่ ทั้งสองฝั่ง 22.27 53.64 14.55 4.09 0 5.45
47.
การยอมรับของชุมชนต่อการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ คิดเป็นจานวน % เห็นด้วยอย่าง ยิ่ง 12% เห็นด้วย 26% เฉยๆ 4% ไม่เห็นด้วย 25% ไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง 1% ไม่ตอบ 32% 1.
ท่านเคยได้รับความรู้เรื่องแนวเชื่อมต่อ ระบบนิเวศ เห็นด้วย อย่างยิ่ง 11% เห็นด้วย 54% เฉยๆ 23% ไม่เห็นด้วย 7% ไม่ตอบ 5% 5. ท่านได้รับประโยชน์มากกว่าเสีย ประโยชน์จากการสร้างแนว เชื่อมต่อระบบนิเวศ
48.
เห็นด้วย อย่างยิ่ง 14% เห็นด้วย 47% เฉยๆ 22% ไม่เห็น ด้วย 11% ไม่เห็น ด้วย อย่าง ยิ่ง 0% ไม่ตอบ 6% 6. ท่านเห็นด้วยกับการจัดทาแนวเชื่อมต่อ ระบบนิเวศ เห็นด้วย อย่างยิ่ง 31% เห็นด้วย 49% เฉยๆ 13% ไม่ เห็น ด้วย 2% ไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง 0% ไม่ตอบ 5% 8. การจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ จาเป็นต้องผ่านการยอมรับของชุมชนใน พื้นที่
49.
เห็นด้วยอย่างยิ่ง 22% เห็นด้วย 54% เฉยๆ 15% ไม่เห็นด้วย 4% ไม่ตอบ 5% 10. ท่านยอมรับได้หากมีการจัดทาแนวเขตเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ทั้งสองฝั่ง
50.
ภาพกิจกรรมการดาเนินงาน
51.
ภาพกิจกรรมการดาเนินงาน
52.
โครงการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ อุทยานแห่งชาติน้าตกหงาวและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งระยะ-นาสัก จังหวัดระนอง ดาเนินการโดย ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
53.
พื้นที่ศึกษา ทางหลวงชนบทหมายเลข 5011 ช่วง
กิโลเมตรที่ 9 - 11 ทุ่งระยะ-นาสัก น้าตกหงาว
55.
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรป่าไม้ แปลงตัวอย่างชั่วคราว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งระยะนาสัก พบไม้ใหญ่ทั้งหมด 167
ต้น ชนิดไม้ที่พบมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1. เปล้าเถื่อน (Ptychopyxis javanica (J.J.Sm.)Croizat) 21 ต้น 2. ขี้หนู (Diospyros borneensis Hiern) 12 ต้น 3. คอแลนเขา (Xerospermum laevigatum Radlk.) 11 ต้น 4. ยางยูง (Dipterocarpus grandiflorus (Blanco)Blanco) 9 ต้น 5. ลังค้าวใบเล็ก (Drypetes longifolia(small leaves)) 7 ต้น
56.
ไม้หนุ่มพบทั้งหมด 159 ต้น
ชนิดไม้ที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ ปาหนันนิยมธรรม (Goniothalamus niyomdhamii R.M.K. Saunders & Chalermglin) 9 ต้น กริมช่อ (Rinorea lanceolata Kuntze) 7 ต้น ลังค้าวใบเล็ก (Drypetes longifolia(small leaves)) 6 ต้น ลูกไม้พบทั้งหมด 118 ต้น ชนิดไม้ที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ พิกุลนก (Payena lanceolata Ridl.) 79 ต้น ขี้ชันโจร (Kokoona filiformis C.E.C.Fisch.) 6 ต้น และกริมช่อ (Rinorea lanceolata Kuntze) 4 ต้น
57.
การวิเคราะห์เชิงปริมาณไม้ใหญ่ –พันธุ์ไม้ที่มีค่าดัชนีความสาคัญสูงสุด 10 ลาดับแรก
ได้แก่ เปล้าเถื่อน ยางยูง ขี้หนู คอแลนเขา ขี้ชันโจร นากบุด พิกุลนก กอกเขา แดงเขา และลังค้าวใบเล็ก –ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของไม้ใหญ่ คานวณตามวิธีของ Shannon-Weiner (Magurran, 1988) มีค่าเท่ากับ 3.715 ตามวิธี ของ Simpson (Simpson, 1949) มีค่า 0.966 และตามวิธีของ Fisher (Fisher et al., 1943) มีค่า 39.837 ส่วนค่าดัชนีความ สม่าเสมอ (Pielou, 1975) มีค่าเท่ากับ 0.887
58.
การกระจายทางด้านตั้ง • แบ่งเป็น 3
ชั้นเรือน ได้แก่ เรือนยอดชั้นบน ประกอบด้วยไม้ที่มีความสูง ตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป (46-48 เมตร) ได้แก่ ยางยูง ขี้ชันโจร ไข่เขียว และ ยางปาย • เรือนยอดชั้นกลาง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีความสูงอยู่ในช่วง 18-29 เมตร ได้แก่ เปล้าเถื่อน คอแลนเขา กอกเขา ขี้หนู และหมักหยักดา • ส่วนเรือนยอดชั้นล่าง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีความสูงน้อยกว่า 18 เมตร ได้แก่ เปล้าเถื่อน ขี้หนู ลังค้าวใบเล็ก คอแลนเขา ดาตะโก และยางยูง
59.
แปลงตัวอย่างชั่วคราว อุทยานแห่งชาติน้าตกหงาว พบไม้ใหญ่ทั้งหมด 192
ต้น ชนิดไม้ที่พบมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ กระเบาค่าง (Hydnocarpus castaneus Hook.f. & Thomson) 17 ต้น กาแร้งหิน (Koilodepas longifolium Hook.f.) 13 ต้น นากบุด (Mesua ferrea L.) 11 ต้น เสียดใบเล็ก (Pentace curtisii King) 11 ต้น ยางยูง (Dipterocarpus grandiflorus (Blanco) Blanco) 7 ต้น แปลงตัวอย่าง อช.น้าตกหงาว
60.
การวิเคราะห์เชิงปริมาณไม้ใหญ่ –พันธุ์ไม้ที่มีค่าดัชนีความสาคัญสูงสุด 10 ลาดับแรก
ได้แก่ เสียดใบเล็ก กระเบาค่าง กาแร้งหิน นากบุด ยางยูง กะอาม ขี้หนู หมักใบเบี้ยว ไม้ นกค่อ และลังค้าวใบเล็ก –ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของไม้ใหญ่ คานวณตามวิธีของ Shannon-Weiner มีค่าเท่ากับ 3.957 ตามวิธีของ Simpson มีค่า 0.975 และตามวิธีของ Fisher มีค่า 53.862 ส่วนค่าดัชนีความ สม่าเสมอของ Pielou มีค่าเท่ากับ 0.898
61.
การกระจายทางด้านตั้ง • แบ่งได้เป็น 3
ชั้นเรือน ได้แก่ เรือนยอดชั้นบน ประกอบด้วยไม้ที่มีความสูง ตั้งแต่ 27 เมตรขึ้นไป (44 เมตร) ได้แก่ เสียดใบเล็ก นากบุด และยางยูง • เรือนยอดชั้นกลาง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีความสูงอยู่ในช่วง 16-26 เมตร ได้แก่ กระเบาค่าง กาแร้งหิน และขี้หนู • เรือนยอดชั้นล่าง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีความสูงน้อยกว่า 16 เมตร ได้แก่ กระเบาค่าง กาแร้งหิน นากบุด ลังค้าวใบเล็ก และไม้นกค่อ
62.
ทุ่งระยะ-นาสัก 49 ชนิด น้าตกหงาว 73 ชนิด 56
ชนิด 47.86% เปรียบเทียบดัชนีความคล้ายคลึงระหว่างสังคม Sorensen(1948)
63.
สรุปทรัพยากรป่าไม้ • 1. มีชนิดพันธุ์ประมาณครึ่งหนึ่งของแปลงหนึ่งแปลงใด
สามารถพบได้ในอีก แปลงที่เหลือ • 2. พันธุ์ไม้วงศ์ DIPTEROCARPACEAE มีความหลากชนิดมากสุด และพบ เป็นวงศ์พันธุ์ไม้เด่นในเรือนยอดชั้นบนสุดของสังคม เหมือนกันทั้งสองแปลง • 3. แปลงทุ่งระยะ-นาสัก มีความหนาแน่นต่อพื้นที่ของพันธุ์ไม้ใหญ่น้อยกว่า แต่จะมีค่าเฉลี่ยของช่วงชั้นเส้นผ่าศูนย์กลางที่สม่าเสมอกว่า คือมีสัดส่วนของ ไม้ขนาดกลาง (10-60 ซ.ม.) มากหรือสูงกว่าแปลงน้าตกหงาว ที่มีช่วงชั้น เส้นผ่าศูนย์กลาง >4.5-10 ซ.ม. สูงหรือมีความหนาแน่นของไม้ในช่วงชั้นนี้ มากกว่าทุกช่วงชั้นที่เหลือรวมกัน แสดงให้เห็นถึงของพัฒนาการของหมู่ไม้ ในแปลงทุ่งระยะ-นาสักที่มีสูงกว่า
64.
ด้านสัตว์ป่า ทุ่งระยะ-นาสัก น้าตกหงาว
65.
Mammal แนวสารวจฝั่งทุ่งระยะ-นาสักพบสัตว์ป่า 17 ชนิด ความชุกชุมมาก
4 ชนิด ได้แก่ หมูป่า กระรอก ท้องแดง ชะมดแผงหางปล้อง และลิ่นพันธุ์ใต้ ชุกชุมปานกลาง 3 ชนิด ได้แก่ ค่างแว่นถิ่นใต้ เม่นหางพวง และพญากระรอกดา ชุกชุมน้อย 10 ชนิด ได้แก่ กระจงหนู เม่นใหญ่ ลิงเสน บ่าง กระจงควาย ลิงกัง เลียงผา หมาหริ่ง หมีหมา และอีเห็นหน้าขาว
66.
Mammal แนวสารวจฝั่งน้าตกหงาว พบสัตว์ป่า 23
ชนิด ความชุกชุมมาก 5 ชนิด ได้แก่ หมูป่า กระรอก ท้องแดง เม่นหางพวง ค่างแว่นถิ่นใต้ และลิงเสน ชุกชุมปานกลาง 2 ชนิด ได้แก่ พญากระรอกดา และลิ่นพันธุ์ใต้ ชุกชุมน้อย 16 ชนิด ได้แก่ บ่าง หมีหมา ชะมด แผงหางปล้อง นากเล็กเล็บสั้น เม่นใหญ่ ชะมด เช็ด ชะมดแปลงลายแถบ เลียงผา อ้นเล็ก ค่างดา ชะนีธรรมดา ลิงกัง เสือดาว หนูเหม็น อ้นใหญ่ และอีเห็นธรรมดา
67.
ดัชนีความคล้ายคลึงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม Jaccard(1902) ทุ่งระยะ-นา สัก 17 ชนิด น้าตกห งาว 23
ชนิด 13 ชนิด 0.48 ค่าดัชนีของ Jaccard มีค่าอยู่ระหว่าง 0 – 1 แสดงว่ามีความคล้ายคลึงกันในระดับปานกลาง แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสาคัญในระบบนิเวศป่าไม้ ซึ่งพบ ทั้งหมด 4 ชนิด ค่าความคล้ายคลึงได้เท่ากับ 0.75 นั่นคือพบสัตว์ป่า 3 ชนิด คือ หมูป่า หมีหมา และเลียงผา อาศัยหรือมีร่องรอยอยู่ในทั้ง 2 ฝั่งพื้นที่แนวสารวจ
68.
ผลรวมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในพื้นที่ ศึกษาแนวเชื่อมต่อฯ จานวน 27
ชนิด พบสัตว์ ป่าที่มีความชุกชุมมาก 3 ชนิด ชุกชุมปานกลาง 5 ชนิด และชุกชุมน้อย 19 ชนิด จากร่องรอยสัตว์ป่าที่สารวจพบและนา ผลมาประเมินค่าร้อยละความชุกชุมนั้น จะพบว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบ เป็นสัตว์ขนาดเล็กถึง กลางเกือบทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นสัตว์กินพืช หรือกินสัตว์ขนาดเล็กเท่านั้น สัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ ที่อยู่ส่วนบนสุดของห่วงโซ่อาหาร ขาดหายไป
69.
100 21 13 4 0 20 40 60 80 100 120 หมูป่า หมีหมา เลียงผา
เสือดาว ฤดูร้อน ฤดูฝน รวม พบว่ามีหมูป่าเพียงนิดเดียวที่มีความ ซึ่งชุกชุมสูงมากถึง 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือพบ ในทุกเส้นสารวจและทุกฤดูกาล ส่วนอีก 3 ชนิด ซึ่งได้แก่ หมีหมา เลียงผา และเสือดาว พบ มีความชุกชุมน้อย โดยเฉพาะเสือดาวนั้นพบรอยเท้าเพียงครั้งเดียว ในการสารวจรอบฤดู ร้อนของแนวสารวจที่ 2 ฝั่งแนวสารวจอุทยานแห่งชาติน้าตกหงาว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสาคัญในระบบนิเวศป่าไม้
70.
รอยตีนกระจง รอยตีนเสือดาว
71.
Reptile สัตว์เลื้อยคลาน จานวน 23
ชนิด ได้แก่ เต่าหกดา เต่าเหลือง เต่าใบไม้ ตะกวด เห่าช้าง ตุ๊กแกป่า ตุ๊กแกบิน งูกะปะ งูเหลือม งูจงอาง งูเขียวปากแหนบ งูเขียวหัวจิ้งจก งูเขียวหางไหม้ งูกินทากเกล็ดสั้น งู สามเหลี่ยมหัวแดง งูปล้องทอง งูสิง กิ้งก่าแก้ว กิ้งก่าเขียว กิ้งก่าเขาหนาม ยาว กิ้งก่าบิน กิ้งก่าคอแดง จิ้งเหลนบ้าน
72.
Reptile
73.
Amphibian สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก จานวน 12
ชนิด ประกอบด้วย กบทูด กบท่าสาน กบนิ้วปาดปัญหา กบอ๋อง กบชะง่อนผาตะนาวศรี กบชะง่อน ผาใต้ เขียดเขาหลังตอง เขียดงูธรรมดา จงโคร่ง คางคกบ้าน คางคก ห้วยระนอง ปาดบ้าน
74.
Amphibian
75.
นกปรอทคอลายนกกางเขนดง กะเต็นลาย บั้งรอกเขียวอกแดง
76.
ภัยคุกคาม
77.
การปฏิบัติงานในพื้นที่
78.
โครงการศึกษาและสารวจความหลากหลายทางชีวภาพ ของพื้นที่คุ้มครองทางทะเลระหว่างอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฏร์ธานี และอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ดาเนินการโดย ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล
จังหวัดชุมพร
79.
พื้นที่ดาเนินการ
80.
วิธีการดาเนินการ การสารวจแบบ MantaTow technique เป็นวิธีการที่ใช้ในการประเมินสภาพแนวปะการังและการปกคลุมพื้นที่ ด้วยสายตา
การสารวจด้วยวิธีนี้ใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบสถานภาพของ แนวปะการังอย่างกว้างๆ ในการสารวจสารวจแต่ละครั้งจะใช้ประเมินสภาพแนว ปะการังในพื้นที่ประมาณ 120x5 เมตร หรือ 120x10 เมตรขึ้นกับรัศมีสายตาที่ สามารถมองเห็นได้ตามความกว้าง ทาการบันทึกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดด้วย เครื่องกาหนดพิกัด (GPS) ผู้สารวจสังเกตและบันทึกข้อมูลโดยการประมาณค่า ร้อยละ การปกคลุมของปะการังมีชีวิต ปะการังตาย พื้นทราย พื้นหิน กลุ่มชนิด ปะการังหลักๆ และข้อมูลอื่นๆ เช่นร่องรอยความเสียหายจากการฟอกขาว พายุ หรือจานวนของดาวมงกุฎหนาม
81.
การสารวจแบบ Line Intercept
Transect โดยการวาง line เพื่อศึกษาระบบนิเวศแนวปะการัง ด้านชนิดพันธุ์ การ กระจาย รวมถึงความหลากหลายและโครงสร้างของสังคมปะการังนั้น ๆ การสารวจแบบ Photo Belt Transect ทาการสารวจโดยการวางเส้นสารวจยาวประมาณ 20 หรือ 30 เมตร ขนานไปกับแนวชายฝั่ง จานวน 5 transect ในแต่ละสถานี ก่อนเริ่มถ่ายภาพ จะต้องทาการทาเครื่องหมายจุดเริ่มต้น พร้อมถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นภาพแรก ก่อนการสารวจ จากนั้นเริ่มบันทึกด้วยกล้องบันทึกภาพใต้น้าทุก transect line โดยบันทึกภาพให้มีระยะห่างระหว่างกล้องกับพื้นประมาณ 30 เซนติเมตร โดยใช้ มุมมองภาพกว้างที่สุดเพื่อครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ถ่ายภาพด้านข้างสายวัดใน แนวตั้งฉากโดยไม่ให้สายวัดปรากฏในภาพ และทาการบันทึกภาพทุกๆ 50 เซนติเมตร จนครบทั้งเส้นสารวจ
82.
ด้านการสารวจทรัพยากรแนวปะการัง ผลการดาเนินการ ดาเนินการสารวจในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดขนอม – หมู่เกาะ ทะเลใต้
จังหวัดนครศรีธรรมราช จานวน 4 สถานี คือ บริเวณเกาะวังนอก เกาะวังใน เกาะแตน และเกาะราบ ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล
87.
ด้านการสารวจทรัพยากรป่าชายเลน จากการสารวจทรัพยากรป่าชาย เลน บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดขนอม
– หมู่เกาะทะเลใต้ พบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 11 ชนิด คือ แสมขาว โกงกางใบเล็ก ตะบูน ขาว ตะบูนดา ตาตุ่มทะเล ถั่วขาว ถั่วดา ฝาดดอกขาว พังกาหัวสุมดอกแดง โพทะเล และลาแพน มีพันธุ์ไม้เด่น ได้แก่ ตะบูนขาว ตามตุ่มทะเล ถั่วขาว และ โพทะเล มีค่า 79.69, 39.84, 28.39, และ21.92 เป็นต้น
88.
จากการพิจารณาโครงสร้างด้านของพันธุ์ไม้ป่าชายเลน พบมีการปกคลุมเรือน ยอดแบบปิด เมื่อพิจารณาการปกคลุมเรือนยอด
พบมีเพียงชั้นเรือนยอดเดียว พันธุ์ไม้ส่วน ใหญ่มีความสูงตั้ง 5 -12 เมตร
89.
ด้านการสารวจทรัพยากรหญ้าทะเลจากการสารวจพบหญ้า ทะเลทั้งหมด 5 ชนิด
คือ หญ้า กุยช่ายเข็ม หญ้ากุยช่ายทะเล หญ้า ชะเงาเต่า หญ้าใบมะกรูด และหญ้า คาทะเล พบหญ้ากุยช่ายทะเล มี การมีความสาคัญมากที่สุด รองลงมา คือ หญ้าคาทะเล หญ้า ชะเงาเต่า และหญ้ากุยช่ายเข็ม มี ค่า 86.92, 67.10, 53.34 และ 21.39 และอยู่ในระหว่างวิเคราะห์ ข้อมูลการปกคลุมพื้นที่
90.
ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร์ D
F Do RD RF RDO IVI สาหร่ายหูหนู Padina 0.01 10.91 0.000066116 0.66 3.87 0.66 5.20 กุ่ยช่ายเข็ม Halodule pinifolia 0.11 27.27 0.000777521 7.79 9.68 7.79 25.25 กุ่ยช่ายทะเล Halodule uninervis 0.45 56.36 0.003284628 32.90 20.00 32.90 85.80 ชะเงาเต่า Thalassia hemprichii 0.27 47.27 0.001951736 19.55 16.77 19.55 55.87 ใบมะกรูด Halophila ovalis 0.23 34.55 0.001644959 16.48 12.26 16.48 45.21 หญ้าคาทะเล Enhalus acorides 0.22 67.27 0.001597355 16.00 23.87 16.00 55.87 สาหร่ายพัด 0.06 18.18 0.000465455 4.66 6.45 4.66 15.78 ปลา 0.00 1.82 5.28926E-06 0.05 0.65 0.05 0.75 ฝอย 0.03 16.36 0.000185124 1.85 5.81 1.85 9.52 หอย 0.00 1.82 0.000005289 0.05 0.65 0.05 0.7511 1.37 281.82 0.009983471 100 100 100 300 ตารางที่ 1 ค่าดัชนีความสาคัญ (IVI)
91.
หญ้าทะเลและสาหร่ายที่พบ
93.
รูปลักษณ์ของหญ้าทะเล หญ้าเงา หรือหญ้าอาพัน หญ้าเงาแคระ หญ้าเงาใบเล็ก หญ้าเงาใส หญ้าต้นหอมทะเล หญ้าตะกานน้าเค็ม
94.
หญ้ากุ่ยช่ายเข็ม หญ้ากุ่ยช่ายทะเล หญ้าคาทะเล หญ้าชะเงาเต่า หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าชะเงาใบมน
95.
ด้านการสารวจทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธ์ ซึ่งจากการสอบถาม จากบ้าน/ชาวประมง พบโลมาปากขวด บริเวณใกล้ ๆ แหลม ประทับ
จานวน 2 คู่
96.
โครงการสารวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ทางทะเลระหว่างพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอันดามันตอนเหนือและพื้นที่แนวเชื่อมต่อ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนองและอุทยานแห่งชาติแหลมสน จังหวัดพังงาและ ระนอง ดาเนินการโดย ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล จังหวัดภูเก็ต
97.
• อุทยานแห่งชาติแหลมสน • อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง •
พื้นที่คุ้มครองทางทะเลใกล้เคียง พื้นที่ดาเนินงาน
98.
การสารวจแนวปะการัง Manta Tow
Technique อาจใช้กล้องวีดีโอแทนนักดาน้า Line Intercept Transect, Photo Transect วิธีการสารวจ : การสารวจแนวปะการัง
99.
แนวปะการัง การประเมิน วิธี Line
intercept transect โดยการวางเส้นเทปยาว 30 เมตร จานวน 3 ซ้า (replicate) บันทึกขนาดและจานวนของสิ่งมีชีวิต ภายใต้เส้นเทป การวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเปอร์เซ็นต์ครอบคุลมพื้นที่ของสิ่งมีชีวิต และแปลค่าบอกถึงสภาพของแนวปะการัง และหาค่าดัชนีความ หลากหลายด้วยดัชนี Shannon-Wiener Index ทาโดยผู้เชี่ยวชาญ
100.
แนวปะการัง การประเมิน วิธี Photo
Transect โดยการวางเส้นเทปยาว 30 เมตร จานวน 3 ซ้า (replicate) วาง Quadrat ขนาด 50x50 เซนติเมตร ถ่ายภาพต่อเนื่อง 60ภาพ สถานีละ 180 ภาพ คู่ขนานกับเส้นเทป การวิเคราะห์ข้อมูล นาเข้าโปรแกรม CPCeโดยหาค่าเปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมพื้นที่ของสิ่งมีชีวิต และแปลค่าบอกถึงสภาพของแนวปะการัง และหาค่าดัชนีความหลากหลายด้วยดัชนี Shannon-Wiener Index
101.
• Belt transect •
Estimated timed swim • Estimated distance swim • ใช้วิธี Fish visual census โดยการนับจานวนปลาที่อยู่ในแนว Belt transect • จาแนกกลุ่มของปลาตาม Trophic level ดังนี้ 1. กลุ่มปลากินเนื้อ 4. กลุ่มปลาที่พบได้ทั่วไป 2. กลุ่มปลากินพืช 5. กลุ่มปลาหายาก 3. กลุ่มปลาที่กินแพลงก์ตอน 6. กลุ่มปลาสวยงาม วิธีการเก็บข้อมูลสถานภาพปลา
102.
หญ้าทะเล ก า ร
ส า ร ว จ ห ญ้ า ท ะ เ ล มี วิ ธี ก า ร ส า ร ว จ 3 แ บ บ คื อ 1. การสารวจแบบ Line transects โดยการวางแนวตั้งฉากกับ ชายฝั่ง บันทึกพิกัดเริ่มต้นและสุดท้ายของแนว กาหนดสถานีเก็บข้อมูล ทุกๆ 50 เมตรในพื้นที่มีหญ้าทะเลผืนกว้าง โดยโยนกรอบสี่เหลี่ยม (Quadrat) 0.5x0.5 เมตร ซ้ายและขวา 2 ซ้า และประเมินร้อยละการปก คลุมของหญ้าทะเลโดยรวม ด้านทรัพยากรทางทะเล
103.
2. ใช้วิธี line
transect ตามความลาดชันของชายฝั่ง โดยวาง Quadrat ขนาด 50x50 เซนติเมตรทุกๆ 10 เมตรในพื้นที่มีหญ้าทะเลน้อยตลอดแนวประเมินร้อย ละการปกคลุมของหญ้าทะเล และวัดความยาวใบของหญ้าทะเล 3. การสารวจแบบ Spot check ในพื้นที่น้าลึก โดยการใช้เรือสารวจตาม แนวตั้งฉากกับชายฝั่ง กาหนดสถานีทุกๆ 100 เมตร และเก็บข้อมูลโดยการดาน้า หรืออาจใช้กล้องวิดีโอแทนนักดาน้าประเมินร้อยละการปกคลุมของหญ้าทะเล โดยรวม การสารวจแนวหญ้าทะเล
104.
ด้านทรัพยากรทางทะเล ป่าชายเลน 1. ทาการวางเส้นแนวสารวจ (Base
line) ตั้งฉากจากริมฝั่งคลอง ทะเล หรือชายป่า ชายเลนที่ติดกับชายฝั่งลึกเข้าไปจนสุดแนวของป่าชายเลน จากนั้นวางแปลงขนาด 10x10 เมตร ติดต่อกันเป็นแถบตลอดความยาวของสาหรับจานวนแนวที่ศึกษาขึ้นอยู่กับความ ละเอียดของการศึกษาและขนาดพื้นที่ป่าชายเลน
108.
www.dnpii.org Contact : ฝ่ายวิจัยฯ
email : hnukool@hotmail.com
Download