โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวง
อันเนื่องมาจากพระราชดาริ
ความเป็นมา

     เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสร็จพระราชดาเนิน
การดาเนินงานของศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดาริ
อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และได้พระราชทานพระราชดาริให้พัฒนาพื้นที่
ป่าแม่ขุนกวง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่กวง อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัด
เชียงใหม่โดยสรุปได้ดังนี้
    โดยพิจารณาดาเนินการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่กวงพื้นที่จาก
หมู่บ้าน ศาลา ปางสัก ตาบลเชิงดอย อาเภอดอยสะเก็ดไปจดขอบอ่างน้าแม่กวง ซึ่ง
ได้มีการดาเนินการให้ราษฎรทากินเป็นการชั่วคราว ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ยังมี
การบุกรุกของราษฎรดังนั้นควรจะได้มีการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ตนน้าลาธาร มี
                                                                ้
ความชุ่มชื้น สามารถทากินได้
ความเป็นมา
        ทรงรับสั่งให้กรมป่าไม้ดาเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนาปลูกป่าไม้
โดยให้ปลูกไม้ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นหลักให้พยายามปลูกไม้ที่ไม่ผลัดใบ สาหรับ
พื้นที่ใดที่ไม่สามารถปลูกได้ให้จกปลูกพันธุ์ไม้ตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่
                                  ั
หรือปลูกไม้ยูคาลิปตัส และให้กรมชลประทานจัดหาแหล่งน้า โดยใช้น้าจากน้าแม่
ลายและทาให้เป็นอ่างเก็บน้าขนาดเล็กในพื้นที่จาเป็นและทา Check Dam เป็นจุดๆ
เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นเช่นเดียวกัน สาหรับหมู่บ้านหรือราษฎรที่อาศัยอยู่ก่อนแล้วก็
ควรพิจารณาให้อยู่อาศัยหรือทากินต่อไป โดยมีการควบคุมของเจ้าหน้าที่และไม่ให้มี
การบุกรุกเพิ่มเติม แต่ไม่ควรจะเกิน 100 ครอบครัว และห้ามให้มีการบุกรุกเพิ่ม
ความเป็นมา
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดาริเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่ก
วง อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ดังนี้
1.ให้พิจารณาดาเนินการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแมกวง โดยให้แบ่งพื้นที่ดาเนินการ
เป็น 3 ระยะคือ
   1.1) ระยะที่ 1 พื้นที่ดาเนินการมีขอบเขตทางด้านทิศเหนือของศูนย์ศึกษาการ พัฒนาห้วยฮ่อง
ไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดาริ ขึ้นไปจนจรดขอบอ่างเก็บ น้าแม่กวง รวมเนื้อที่ประมาณ
30,000 ไร่
  1.2) ระยะที่ 2 พื้นที่ดาเนินการมีขอบเขตต่อจากระยะที่ 1 ขึ้นไปทางด้านทิศเหนือจนจรดอาเภอ
แม่แตง และอาเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รวมเนื้อที่อีกประมาณ 70,000 ไร่
  1.3) ระยะที่ 3 ดาเนินงานในพื้นที่ส่วนที่เหลือในเขตลุ่มน้าแม่กวง มีพื้นที่ดาเนินการอีกประมาณ
245,000 ไร่ ต่อจากระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ไปทางด้านตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่อาเภอดอย
สะเก็ด จนจรดพื้นที่อาเภอสันกาแพง อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และอาเภอแม่แจ้ห่ม
จังหวัดลาปาง
ความเป็นมา

2. แนวทางการพัฒนาพื้นที่ได้พระราชทานไว้ดังนี้
  2.1) พิจารณาคัดเลือกพื้นทีเหมาะสมจัดให้แก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
โครงการก่อนแล้วทากินเพื่อการเกษตรไม่ให้มีการบุกรุกป่าเพิ่มเติม
  2.2) เร่งรัดให้มีการปลูกป่าในพื้นที่ทถูกทาลาย ฟื้นฟูแหล่งต้นน้าลาธาร
                                       ี่
  2.3) พิจารณาดาเนินการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่สมบูรณ์ และมีมาตรการ ป้องกันรักษาป่าที่
เหมาะสม
  2.4) พิจารณาสร้างฝายต้นน้าลาธารกระจายพื้นที่โครงการ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่พื้นที่ป่า
และจัดหาน้าสนับสนุนโครงการตามความเหมาะสม
2.5) พิจารณาให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นกาแพงป้องกันไม่ให้สารพิษลงอ่างเก็บน้าตามบริเวณที่
ก่อสร้างฝายต้นน้าลาธาร
ที่ตั้งของโครงการและข้อมูลพื้นฐาน

พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่กวง ต.ป่าเมี่ยง ต.เทพเสด็จ ต.ลวงเหนือ ต.เชิง
ดอย อ.ดอยสะเก็ด ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ พื้นที่โครงการ 345,000
ไร่
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1) เพื่อป้องกันรักษาป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่ให้เป็นแหล่งต้นน้้าล้าธาร และที่อยู่
อาศัยของสัตว์ป่ามิให้ถูกท้าลาย ตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อม และฟื้นฟูสภาพป่าที่
ถูกท้าลายจนเสื่อมโทรมให้คืนสูสภาพป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม
                              ่
2) เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่เหมาะสม ส้าหรับราษฎรที่อาศัยอยู่ในป่าสงวน
แห่งชาติในพื้นที่โครงการ ตลอดจนการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานที่จ้าเป็นในด้านแหล่งน้้า
และที่ดนท้ากิน
        ิ
3) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่โครงการให้สูงขึ้น สามารถ
ด้ารงชีพอยู่ได้ตามความเหมาะสมของท้องถิ่น
4) เพื่อน้าผลการศึกษาและวิจัยของศูนย์ศึกษาธิการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อัน
เนื่องมาจากพระราชด้าริ อ้าเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เหมาะสมมาขยายผล
ในการพัฒนา และให้บริการแก่ราษฎรในพื้นที่โครงการ
เป้าหมายของโครงการ

1) ป้องกันรักษาป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่แล้ว พื้นที่ 262,000 ไร่ ให้คงสภาพป่า
ที่สมบูรณ์ต่อไป
2) ฟื้นฟูปรับปรุง และพัฒนาป่าไม้ที่เสื่อมโทรม จานวนประมาณ 46,000 ไร่ ให้
มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ต่อไป
3) จัดและพัฒนาที่ดนทากินให้แก่ราษฎร ประมาณ 1,360 ไร่ พัฒนาและส่งเสริม
                   ิ
อาชีพที่เหมาะสม ทั้งในด้านการเกษตร และนอกการเกษตร เพื่อให้ราษฎรมี
ระดับการครองชีพที่ดีขนึ้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1 สามารถป้องกันป่าไม่ที่มีสภาพสมบูรณ์อยู่แล้ว ให้คงสภาพที่สมบูรณ์ต่อไป
2 สามารถฟื้นฟูปรับปรุงและพัฒนาป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ให้เป็นสภาพป่าที่
สมบูรณ์ต่อไป
3 สามารถทาการจัดและพัฒนาทีดินทากินให้แก่ราษฎรได้ ในเขตพื้นที่
                              ่
โครงการฯ สามารถทาการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม ทั้งในด้าน
การเกษตร และนอกการเกษตรให้แก่ราษฎร เพื่อการครองชีพที่ดีขึ้น
ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ
        การปลูกป่าที่มความชุ่มชื้นสูงให้ปลูกต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ เช่น ต้นตะแบก
                      ี
 เป็นพันธุ์ไม้ของป่าเบญจพรรณชื้นเจริญเติบโตในที่ชุ่มชื้น ทาให้ปาไม้อยู่ได้
                                                                    ่
 ยั่งยืนเนื่องจากบริเวณป่าไม้เป็นบริเวณที่ชุ่มชื้น
        การปลูกต้นยูคาลิปตัสในพื้นที่ที่มความชุ่มชื้นน้อยเนื่องจากต้นยูคาลิปตัส
                                         ี
 นั้น สามารถปลกได้ในสภาพพื้นดินที่แห้งแล้ง ช่วยให้เกิดความสมดุลตาม
 ธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่เนื่องจาก ปริมาณน้าที่ต้นไม้ยูคาลิปตัส
 ดูดขึ้นไปคายน้าออกทางใบ เป็นปริมาณกว่า 95% มีส่วนช่วยทาให้ฝนตก
 ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในดิน
ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ
   ทฤษฏีการกระจายตัวของประชากร(Dispersion)
        แบบการกระจายตัวเป็นกลุ่มอยู่กันอย่างอิสระภายในกลุ่มเพื่อความอยู่รอดของประชากร
   ให้มากที่สุดเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งเป็นไปตามหลักการของ แอลลี(Allee’s principle)ที่
   จานวนประชากรต้องมีพอเหมาะไม่มากจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไปซึงเป็นไปตามข้อกาหนด
                                                                       ่
   สาหรับหมู่บ้านหรือราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อนหน้านี้แล้วให้ทากินต่อไปโดยให้เจ้าหน้าที่
   ป่าไม้ควบคุมดูแลไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมแต่ไม่ควรเกิน100ครอบครัว เพื่อจะทาให้
   ประชากรได้ดารงชีวิตอย่างเพียงพอต่อความต้องการเพราะ ถ้ามีประชากรน้อยเกินไปจะทาให้
   สภาพแวดล้อมอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสิงแวดล้อมสูง หรือถ้ามี
                                                                    ่
   ประชากรมากเกินไปจะทาให้เกิดการแก่งแย่งจนทาให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมเนื่องจากการ
   บุกรุกพื้นที่ป่า การหาอาหาร ล่าสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น
ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ
     การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและการปลูกหญ้าแฝกผสมกับ
 ฝ่ายหิน(Check Dam) ช่วยลดการพังทลายของดินและลดความรุนแรงของกระแสน้าในลา
 ห้วย ทาให้ระยะเวลาการไหลของน้าเพิ่มมากขึ้น ความชุ่มชื้นมีเพิ่มขึ้น และแผ่ขยายกระจาย
 ความชุ่มชื้นออกไปเป็นวงกว้างในพื้นที่ทั้งสองฝั่งของลาห้วย
ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ

      Check Dam หรือ “ฝายชะลอความชุ่มชื้น” ซึงในโครงการสร้างไว้หลายจุดเพื่อ ขวางกั้น
                                                 ่
   ทางเดินของลาน้า ซึ่งจะกั้นห้วยลาธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้าหรือพื้นที่ที่มีความลาด
   ชัน สูงทาให้สามารถดารงชีพอยู่ได้ และหากช่วงที่น้าไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้า
   ให้ช้าลงและกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลเทลงไป ในบริเวณลุ่มน้าตอนล่าง
       เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่พื้นที่ จากการที่ความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น ความ
   หนาแน่นของพันธุ์พืชก็ย่อมจะมีมากขึน  ้
      การที่สามารถทาให้เกิดเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้า และใช้เป็นแหล่งน้าเพื่อการบริโภคของ
   มนุษย์และสัตว์ต่างๆ ตลอดจนนาไปใช้ในการเกษตรได้อีกด้วย
จัดทาโดย


 นางสาวกัลปนา อินปันใจ รหัส 53181520102
นางสาวพรรณนิดา สายมัน รหัส 53181520127
  สาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา(ชีววิทยา) ชั้นปีที่ 3

โครงการในพระราชดำริ ป่าสงวนขุนแม่กวง

  • 1.
  • 2.
    ความเป็นมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสร็จพระราชดาเนิน การดาเนินงานของศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดาริ อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และได้พระราชทานพระราชดาริให้พัฒนาพื้นที่ ป่าแม่ขุนกวง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่กวง อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัด เชียงใหม่โดยสรุปได้ดังนี้ โดยพิจารณาดาเนินการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่กวงพื้นที่จาก หมู่บ้าน ศาลา ปางสัก ตาบลเชิงดอย อาเภอดอยสะเก็ดไปจดขอบอ่างน้าแม่กวง ซึ่ง ได้มีการดาเนินการให้ราษฎรทากินเป็นการชั่วคราว ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ยังมี การบุกรุกของราษฎรดังนั้นควรจะได้มีการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ตนน้าลาธาร มี ้ ความชุ่มชื้น สามารถทากินได้
  • 3.
    ความเป็นมา ทรงรับสั่งให้กรมป่าไม้ดาเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนาปลูกป่าไม้ โดยให้ปลูกไม้ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นหลักให้พยายามปลูกไม้ที่ไม่ผลัดใบ สาหรับ พื้นที่ใดที่ไม่สามารถปลูกได้ให้จกปลูกพันธุ์ไม้ตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ ั หรือปลูกไม้ยูคาลิปตัส และให้กรมชลประทานจัดหาแหล่งน้า โดยใช้น้าจากน้าแม่ ลายและทาให้เป็นอ่างเก็บน้าขนาดเล็กในพื้นที่จาเป็นและทา Check Dam เป็นจุดๆ เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นเช่นเดียวกัน สาหรับหมู่บ้านหรือราษฎรที่อาศัยอยู่ก่อนแล้วก็ ควรพิจารณาให้อยู่อาศัยหรือทากินต่อไป โดยมีการควบคุมของเจ้าหน้าที่และไม่ให้มี การบุกรุกเพิ่มเติม แต่ไม่ควรจะเกิน 100 ครอบครัว และห้ามให้มีการบุกรุกเพิ่ม
  • 4.
    ความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดาริเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่ก วง อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ดังนี้ 1.ให้พิจารณาดาเนินการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแมกวง โดยให้แบ่งพื้นที่ดาเนินการ เป็น 3 ระยะคือ 1.1) ระยะที่ 1 พื้นที่ดาเนินการมีขอบเขตทางด้านทิศเหนือของศูนย์ศึกษาการ พัฒนาห้วยฮ่อง ไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดาริ ขึ้นไปจนจรดขอบอ่างเก็บ น้าแม่กวง รวมเนื้อที่ประมาณ 30,000 ไร่ 1.2) ระยะที่ 2 พื้นที่ดาเนินการมีขอบเขตต่อจากระยะที่ 1 ขึ้นไปทางด้านทิศเหนือจนจรดอาเภอ แม่แตง และอาเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รวมเนื้อที่อีกประมาณ 70,000 ไร่ 1.3) ระยะที่ 3 ดาเนินงานในพื้นที่ส่วนที่เหลือในเขตลุ่มน้าแม่กวง มีพื้นที่ดาเนินการอีกประมาณ 245,000 ไร่ ต่อจากระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ไปทางด้านตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่อาเภอดอย สะเก็ด จนจรดพื้นที่อาเภอสันกาแพง อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และอาเภอแม่แจ้ห่ม จังหวัดลาปาง
  • 5.
    ความเป็นมา 2. แนวทางการพัฒนาพื้นที่ได้พระราชทานไว้ดังนี้ 2.1) พิจารณาคัดเลือกพื้นทีเหมาะสมจัดให้แก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โครงการก่อนแล้วทากินเพื่อการเกษตรไม่ให้มีการบุกรุกป่าเพิ่มเติม 2.2) เร่งรัดให้มีการปลูกป่าในพื้นที่ทถูกทาลาย ฟื้นฟูแหล่งต้นน้าลาธาร ี่ 2.3) พิจารณาดาเนินการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่สมบูรณ์ และมีมาตรการ ป้องกันรักษาป่าที่ เหมาะสม 2.4) พิจารณาสร้างฝายต้นน้าลาธารกระจายพื้นที่โครงการ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่พื้นที่ป่า และจัดหาน้าสนับสนุนโครงการตามความเหมาะสม 2.5) พิจารณาให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นกาแพงป้องกันไม่ให้สารพิษลงอ่างเก็บน้าตามบริเวณที่ ก่อสร้างฝายต้นน้าลาธาร
  • 6.
    ที่ตั้งของโครงการและข้อมูลพื้นฐาน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่กวง ต.ป่าเมี่ยง ต.เทพเสด็จต.ลวงเหนือ ต.เชิง ดอย อ.ดอยสะเก็ด ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ พื้นที่โครงการ 345,000 ไร่
  • 7.
    วัตถุประสงค์ของโครงการ 1) เพื่อป้องกันรักษาป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่ให้เป็นแหล่งต้นน้้าล้าธาร และที่อยู่ อาศัยของสัตว์ป่ามิให้ถูกท้าลายตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อม และฟื้นฟูสภาพป่าที่ ถูกท้าลายจนเสื่อมโทรมให้คืนสูสภาพป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม ่ 2) เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่เหมาะสม ส้าหรับราษฎรที่อาศัยอยู่ในป่าสงวน แห่งชาติในพื้นที่โครงการ ตลอดจนการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานที่จ้าเป็นในด้านแหล่งน้้า และที่ดนท้ากิน ิ 3) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่โครงการให้สูงขึ้น สามารถ ด้ารงชีพอยู่ได้ตามความเหมาะสมของท้องถิ่น 4) เพื่อน้าผลการศึกษาและวิจัยของศูนย์ศึกษาธิการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อัน เนื่องมาจากพระราชด้าริ อ้าเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เหมาะสมมาขยายผล ในการพัฒนา และให้บริการแก่ราษฎรในพื้นที่โครงการ
  • 8.
    เป้าหมายของโครงการ 1) ป้องกันรักษาป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่แล้ว พื้นที่262,000 ไร่ ให้คงสภาพป่า ที่สมบูรณ์ต่อไป 2) ฟื้นฟูปรับปรุง และพัฒนาป่าไม้ที่เสื่อมโทรม จานวนประมาณ 46,000 ไร่ ให้ มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ต่อไป 3) จัดและพัฒนาที่ดนทากินให้แก่ราษฎร ประมาณ 1,360 ไร่ พัฒนาและส่งเสริม ิ อาชีพที่เหมาะสม ทั้งในด้านการเกษตร และนอกการเกษตร เพื่อให้ราษฎรมี ระดับการครองชีพที่ดีขนึ้
  • 9.
    ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1 สามารถป้องกันป่าไม่ที่มีสภาพสมบูรณ์อยู่แล้ว ให้คงสภาพที่สมบูรณ์ต่อไป 2สามารถฟื้นฟูปรับปรุงและพัฒนาป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ให้เป็นสภาพป่าที่ สมบูรณ์ต่อไป 3 สามารถทาการจัดและพัฒนาทีดินทากินให้แก่ราษฎรได้ ในเขตพื้นที่ ่ โครงการฯ สามารถทาการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม ทั้งในด้าน การเกษตร และนอกการเกษตรให้แก่ราษฎร เพื่อการครองชีพที่ดีขึ้น
  • 10.
    ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ การปลูกป่าที่มความชุ่มชื้นสูงให้ปลูกต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ เช่น ต้นตะแบก ี เป็นพันธุ์ไม้ของป่าเบญจพรรณชื้นเจริญเติบโตในที่ชุ่มชื้น ทาให้ปาไม้อยู่ได้ ่ ยั่งยืนเนื่องจากบริเวณป่าไม้เป็นบริเวณที่ชุ่มชื้น การปลูกต้นยูคาลิปตัสในพื้นที่ที่มความชุ่มชื้นน้อยเนื่องจากต้นยูคาลิปตัส ี นั้น สามารถปลกได้ในสภาพพื้นดินที่แห้งแล้ง ช่วยให้เกิดความสมดุลตาม ธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่เนื่องจาก ปริมาณน้าที่ต้นไม้ยูคาลิปตัส ดูดขึ้นไปคายน้าออกทางใบ เป็นปริมาณกว่า 95% มีส่วนช่วยทาให้ฝนตก ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในดิน
  • 11.
    ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ ทฤษฏีการกระจายตัวของประชากร(Dispersion) แบบการกระจายตัวเป็นกลุ่มอยู่กันอย่างอิสระภายในกลุ่มเพื่อความอยู่รอดของประชากร ให้มากที่สุดเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งเป็นไปตามหลักการของ แอลลี(Allee’s principle)ที่ จานวนประชากรต้องมีพอเหมาะไม่มากจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไปซึงเป็นไปตามข้อกาหนด ่ สาหรับหมู่บ้านหรือราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อนหน้านี้แล้วให้ทากินต่อไปโดยให้เจ้าหน้าที่ ป่าไม้ควบคุมดูแลไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมแต่ไม่ควรเกิน100ครอบครัว เพื่อจะทาให้ ประชากรได้ดารงชีวิตอย่างเพียงพอต่อความต้องการเพราะ ถ้ามีประชากรน้อยเกินไปจะทาให้ สภาพแวดล้อมอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสิงแวดล้อมสูง หรือถ้ามี ่ ประชากรมากเกินไปจะทาให้เกิดการแก่งแย่งจนทาให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมเนื่องจากการ บุกรุกพื้นที่ป่า การหาอาหาร ล่าสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น
  • 12.
    ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและการปลูกหญ้าแฝกผสมกับ ฝ่ายหิน(Check Dam) ช่วยลดการพังทลายของดินและลดความรุนแรงของกระแสน้าในลา ห้วย ทาให้ระยะเวลาการไหลของน้าเพิ่มมากขึ้น ความชุ่มชื้นมีเพิ่มขึ้น และแผ่ขยายกระจาย ความชุ่มชื้นออกไปเป็นวงกว้างในพื้นที่ทั้งสองฝั่งของลาห้วย
  • 13.
    ทฤษฎีที่เชื่อมโยงทางระบบนิเวศ Check Dam หรือ “ฝายชะลอความชุ่มชื้น” ซึงในโครงการสร้างไว้หลายจุดเพื่อ ขวางกั้น ่ ทางเดินของลาน้า ซึ่งจะกั้นห้วยลาธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้าหรือพื้นที่ที่มีความลาด ชัน สูงทาให้สามารถดารงชีพอยู่ได้ และหากช่วงที่น้าไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้า ให้ช้าลงและกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลเทลงไป ในบริเวณลุ่มน้าตอนล่าง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่พื้นที่ จากการที่ความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น ความ หนาแน่นของพันธุ์พืชก็ย่อมจะมีมากขึน ้ การที่สามารถทาให้เกิดเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้า และใช้เป็นแหล่งน้าเพื่อการบริโภคของ มนุษย์และสัตว์ต่างๆ ตลอดจนนาไปใช้ในการเกษตรได้อีกด้วย
  • 14.
    จัดทาโดย นางสาวกัลปนา อินปันใจรหัส 53181520102 นางสาวพรรณนิดา สายมัน รหัส 53181520127 สาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา(ชีววิทยา) ชั้นปีที่ 3