- 1 -
ข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
เพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครอง
โดย นายทวี หนูทอง
ที่ปรึกษาด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครอง โครงการ CATSPA
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลักการ
1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์ความ
หลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย เพื่อให้มีหลักประกันว่าความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการ
จัดการให้มีประสิทธิภาพ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจความชานาญในงานที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชาติ
2. การดาเนินงานพัฒนาศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่จะให้มีประสิทธิภาพ พนักงาน
เจ้าหน้าที่จะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ปฏิบัติงานตามโครงสร้างวิชาชีพและความก้าวหน้าในที่การงาน
จะต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน การจัดทาหลักประกันชีวิตในกรณีที่มีการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มี
ความเสี่ยงหรือมีหน้าที่ในการควบคุมป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่า
3. โครงการจัดการฝึกอบรมจะต้องกาหนดให้เป็นระบบและขยายผล มีหลักสูตรที่พิจารณา
ร่วมกันเพื่อพัฒนาบุคลากรในแต่ละระดับ หลักสูตรจะรวมถึง แผนการจัดการพื้นที่ การจัดการพื้นที่แบบ
กลุ่มป่า การประเมินผลที่มีประสิทธิภาพการจัดการเชิงระบบนิเวศ ทั้งนี้ เพื่อให้มีการแก้ไขในส่วนที่ยังไม่มี
ประสิทธิภาพ
4. นวัตกรรมการจัดการพื้นที่คุ้มครอง จะต้องกาหนดให้เป็นโครงสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ขึ้นภายในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช โดยให้มีงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เช่น สารสนเทศ
ภูมิศาสตร์ การทางานร่วมกับชุมชน การแก้ไขการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศภายในพื้นที่คุ้มครอง เศรษฐศาสตร์
ของพื้นที่คุ้มครอง และการสร้างสื่อเพื่อนาคุณค่าของพื้นที่คุ้มครองสู่สาธารณชน
5. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย จะต้องสร้าง
ความร่วมมือทางสังคมจากความสนใจของผู้ที่มีความสนใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคต่างๆ โดยเฉพาะ
องค์กรพัฒนาเอกชน นักศึกษามหาวิทยาลัยและองค์การบริหารส่วนตาบล
- 2 -
คานา
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช มีความรับผิดชอบในการบริหารจัดการพื้นที่
คุ้มครองทางบกประมาณ 20% และพื้นที่คุ้มครองทางทะเลประมาณ 8% ทั้งนี้เพื่อดาเนินงานให้เป็น
ประโยชน์ต่อเยาวชนในรุ่นต่อๆ ไปหรือในอนาคต โครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบพื้นที่คุ้มครอง
จะต้องดาเนินงานจัดทารายละเอียดการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้ปฏิบัติงานในพื้นที่คุ้มครองให้มี
ประสิทธิภาพ จาเป็นอย่างยิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่
การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครองจะต้องกาหนดไว้ในแผนระบบ
พื้นที่คุ้มครอง มาตรฐานวิชาการที่จะต้องกาหนด เช่น การจัดการงบประมาณ การพัฒนาบุคคล การสื่อสาร
ของข้อมูล การพัฒนาและการจัดการ การใช้อุปกรณ์ภาคสนาม การประเมินผลของทรัพยากร การป้ องกัน
การลักลอบล่าสัตว์ป่า การอนุรักษ์และการจัดการระบบนิเวศ ถิ่นที่อาศัยและชนิดพันธุ์ การประเมินทาง
เศรษฐ-สังคม และวัฒนธรรม การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน นโยบายของด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การ
วางแผนและการจัดการ การจัดการพื้นที่เฉพาะ การบังคับใช้กฎหมาย การจัดการแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและ
การท่องเที่ยว การเฝ้าระวัง การศึกษาวิจัยและการประชาสัมพันธ์
การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในปัจจุบัน ทาให้
เกิดผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จาต้องมีความ
ตระหนักในการลงทุนเพื่อการสร้างศักยภาพที่ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน
ฟรีแลนด์ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า กองทุนสัตว์ป่าโลกและผู้สนับสนุนอื่นๆ
หลักการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
การพัฒนาศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืช จะต้องมีทุกระดับ นับตั้งแต่หัวหน้าพื้นที่คุ้มครองจนถึงระดับพนักงานเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนที่เป็น
หน้าที่พื้นฐานในการทางานในพื้นที่คุ้มครองระยะยาว ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
มีปัญหาเรื่องบุคลากร โดยเฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เป็นพนักงานจ้างเหมาหรือพนักงาจ้างที่โออาร์หรือ
พนักงานราชการจะมีการเปลี่ยนแปลงงานในหน้าที่บ่อยมาก หากว่าได้ทางานที่เหมาะสมกับความรู้
ความสามารถของตนเองและเงินเดือนดีกว่า หรือการจ้างเหมาะพนักงานที่ทางานตามฤดูกาลรวมถึงความ
รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่จะทาให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่คุ้มครอง หากกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาได้ก็จะไม่มี
ปัญหาของหน่วยงาน ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับนโยบายระดับสูง
ปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ พนักงานลาดตระเวนที่มีความรู้ความชานาญและมีประสิทธิภาพ
มักจะไม่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นลูกจ้างประจา เนื่องมาจากคุณวุฒิไม่ตรงกับความต้องการตามที่กาหนด
ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน แต่พนักงานเหล่านี้มีประสบการณ์จากการเรียนรู้ การฝึกอบรมและ
- 3 -
การทางาน มีความเข้าใจในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี จึงจาเป็นต้องพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการทางาน
ของพนักงานเจ้าหน้าที่
การฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เพื่อสนับสนุนการทางานหรือการสนับสนุนรางวัลอย่างอื่น
เช่น การเพิ่มเงินเดือนค่าจ้าง จะต้องมีโครงสร้าง บทบาทหน้าที่เพื่อความก้าวหน้าของหน้าที่การงานคล้ายๆ
กับบุคลากรด้านอื่นๆ เช่น ทหาร ตารวจ หรือบุคลากรครูที่มีการฝึกอบรมเพื่อเข้าสู่ตาแหน่งดังกล่าว หรือ
บุคคลที่จะเป็นหัวหน้าพื้นที่คุ้มครองก็ควรที่จะได้มีการฝึกอบรมเพื่อการเข้าสู่ตาแหน่งเช่นกัน นอกจากนี้
หน่วยงานภาครัฐควรจะได้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ในการปฏิบัติงาน เช่น เสื้อผ้าชุดลาดตระเวน อุปกรณ์
ภาคสนาม วิทยุสื่อสาร อาวุธปืนที่สามารถใช้ป้ องกันตัวเองจากเหตุร้าย หรือการต่อสู่กับผู้ที่ลักลอบล่า
สัตว์ป่า พนักงานลาดตระเวนจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงมีการจัดทาประกันชีวิต โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง
ความเสี่ยงซึ่งจะต้องเป็นการตัดสินใจของหน่วยงาน ในบางพื้นที่หัวหน้าพื้นที่คุ้มครองมีแนวความคิดในการ
พัฒนาสนับสนุนในการทางานด้านนี้ แต่ไม่สามารถดาเนินการแก้ไขปัญหานี้ได้ เนื่องมาจากขาดการพัฒนา
และการสนับสนุนการทางานในระยะยาวได้
ลาดับความสาคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่คุ้มครอง
หน่วยงานรับผิดชอบการพัฒนาบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช
มีหน้าที่ภาระหน้าที่รับผิดชอบสนับสนุนการดาเนินงานซึ่งมักจะเน้นหนักไปในเรื่องการท่องเที่ยว
การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart partrolling) การทางานค่ายเยาวชน การดูนก การทางานร่วมกับชุมชน
การสื่อความหมาย การวางผังเฉพาะพื้นที่ การออกแบบทางเดินศึกษาธรรมชาติและอื่นๆ เป็นส่วนจาเป็นที่
จะต้องใช้ในการพัฒนาแต่การดาเนินงานไม่ได้เชื่อมโยงต่อกัน กองทุนสัตว์ป่าโลกประจาประเทศไทยได้
ดาเนินการประเมินความต้องการฝึกอบรม (TNA) เพื่อพัฒนาบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืช ภายใต้โครงการ JOMPA แต่ไม่สามารถดาเนินการได้ทัน Dearden and Tanakangna (2012) ได้ให้
ข้อคิดเห็นว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องกาหนดหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงาน
เจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะต้องกาหนดให้อยู่บนวิชาการพื้นฐานโดยการสนับสนุนและช่วยเหลือขององค์กร
IUCN หรืออนุสัญญา CBD
คาแนะนาในหลักสูตรต่างๆ ที่กาหนดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเฉพาะและมีการแปลเป็นภาษาไทย
เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม แต่ละพื้นที่จะมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องหรือหลายๆ เรื่อง จะต้องมีการ
ดาเนินงาน ดังนี้
1. หลักสูตรการวางแผนการจัดการ (Management Planning) เนื้อหาวิชาจะประกอบด้วยการ
วางแผนการจัดการ ส่วนใหญ่ต้องการผู้ที่มีวิชาการชีพเฉพาะ หรือมีองค์กรพัฒนาเอกชนให้ความช่วยเหลือ
ข้อดีของการดาเนินงานด้านการวางแผนและนาไปใช้ในการปฏิบัติให้ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
สามารถปฏิบัติงานได้ แนวทางการวิเคราะห์ลาดับความสาคัญของกิจกรรม ความต้องการพัฒนาศักยภาพ
สาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ กระบวนการจัดการ บทบาทในการเตรียมแผนการจัดการ
- 4 -
2. การจัดการพื้นที่คุ้มครองแบบกลุ่มป่า (Management of Protected Area Complex)
การจัดการพื้นที่คุ้มครองแบบกลุ่มป่ าเป็นแนวนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เพื่อเป็นการจัดการพื้นที่คุ้มครองให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการจัดการพื้นที่ให้เป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่
เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้หลายๆ พื้นที่คุ้มครองมีความร่วมมือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะพื้นที่คุ้มครองที่ตั้ง
อยู่ชิดติดกัน การพัฒนาศักยภาพการจัดการแบบกลุ่มป่ า ควรจะได้มีการพิจารณาร่วมกันทุกฝ่ าย
ทุกหน่วยงาน การประสานงานและทางานร่วมกัน การกาหนดแผนกิจกรรมในการทางานแบบกลุ่มป่า
การติดตามประเมินผล หรือการนาการปรับแผนกิจกรรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรจะ
ให้ความสาคัญจัดหางบประมาณเพื่อดาเนินการ เป็นการบริหารให้เป็นพื้นที่นาร่อง ตัวอย่างเช่น กลุ่มป่า
ตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว-น้าหนาว หรือพื้นที่อื่นๆ
3. เครื่องมือประเมินประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่คุ้มครอง (Management Effectiveness
Tracking Tool; METT) มีพื้นที่คุ้มครองหลายๆ แห่งได้มีการนาเอาเครื่องมือ METT มาใช้ในการประเมิน
ประสิทธิภาพของการจัดการ เครื่องมือนี้หรือ METT ได้พัฒนาโดย The World Bank และ WWF ข้อมูลหรือ
ผลที่ได้รับจากการประเมินก็จะนาไปพิจารณาวางแผนยุทธศาสตร์การจัดการพื้นที่คุ้มครอง ภายใต้อนุสัญญา
นานาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้กาหนดเอาเครื่องมือ METT มาใช้ โดยเฉพาะพื้นที่คุ้มครอง
ทางทะเลและชายฝั่งได้นาเอาประโยชน์ที่ได้ประเมินข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของกรมอุทยาน
แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
4. การจัดการพื้นที่คุ้มครองเชิงระบบนิเวศ (Ecosystem Management พนักงานเจ้าหน้าที่ของ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนใหญ่จะมีความชานาญในการจัดการเชิงระบบนิเวศ เนื่องจาก
คุณวุฒิการศึกษามาจากพื้นฐานการป่าไม้ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ กลุ่มที่ยังขาดความรู้เฉพาะทางในเรื่องการ
จัดการเชิงระบบนิเวศ เช่น ชนิดพันธุ์ต่างกัน ระบบนิเวศของพื้นที่ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การแพร่ระบาดของ
โรค ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความคุ้มเคยกับงานเหล่านี้
ความต้องการบุคลากรที่เป็นนวัตกรรมพื้นที่คุ้มครอง
เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนระบบพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย จาต้องเสนอ
ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีหลักสูตรการพัฒนาพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง
เช่น
1. ความเชี่ยวชาญทางด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เป็นเทคโนโลยีที่พนักงานเจ้าหน้าที่
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต้องได้รับการพัฒนาและฝึกอบรม อย่างน้อยที่สุดก็ให้มีวามรู้ความ
ชานาญเฉพาะเรื่องสารสนเทศภูมิศาสตร์และแผนที่
2. ความเชี่ยวชาญทางด้านการทางานร่วมกับชุมชน จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพพนักงาน
เจ้าหน้าที่ให้ความรู้ความชานาญการทางานร่วมกับชุมชน พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับจิตวิทยามานุษยวิทยา การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาชุมชน องค์กรชุมชน การคาดคะเนแนวโน้มที่จะ
เกิดขึ้น ตัวชี้วัดความสาเร็จองค์กรพัฒนาเอกชนและการพัฒนาประชากรและชุมชน
- 5 -
3. ความเชี่ยวชาญทางด้านการทางานร่วมกับภาคเอกชนทาอย่างไรที่จะให้ประชาชนหรือ
เอกชนสนับสนุนการดาเนินงานของพื้นที่คุ้มครองให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์การแก้ไขปัญหาบางอย่าง
ที่จะเกิดขึ้น การปฏิบัติงานด้านนี้อาจจะได้รับการฝึกอบรมจากโรงเรียนหรือจากประสบการณ์ในการทางาน
หรือธุรกิจ องค์กรภาคเอกชนบางองค์กรมีการจ้างแรงงานที่มีค่าจ้างสูงกว่าภาครัฐหรืออาจจะจ้างบุคลากรที่มี
ความรู้ความชานาญจากข้าราชการบานาญ ร่วมทางานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และ
พันธุ์พืช ได้
4. ความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ของพื้นที่คุ้มครองโดยเฉพาะการใช้พื้นที่คุ้มครองเพื่อ
การพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นการประเมินมูลค่าของทรัพยากรในพื้นที่ โดยเฉพาะการบริการของระบบนิเวศ เพื่อ
การสร้างความเข้มแข็งให้แก่พื้นที่คุ้มครอง เช่น การวิเคราะห์ Financial Sustainability Scorecard งานด้านนี้
จะต้องมีนักเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
5. ความเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาความร่วมมือเป็นการใช้แนวทางการพัฒนาร่วมกันในการ
จัดการแบบกลุ่ม เช่น กลุ่มป่า โดยเฉพาะการร่วมกันการจัดการ การทางานเป็นเพิ่มภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ
6. ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่คุ้มครองจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ
เฉพาะด้านกฎหมายที่ใช้ในการพิจารณาถึงประสิทธิภาพด้านการจัดการด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง
อนุสัญญานานาชาติที่เกี่ยวข้อง เช่น CBD, CITES, Ramsar, World, Heritage มีหน่วยงานรับผิดชอบในระดับ
กรมหรือกระทรวงโดยเฉพาะสานักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับข้อตกลงระหว่างนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่คุ้มครอง
7. ความเชี่ยวชาญทางด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่สัมพันธ์กับพื้นที่คุ้มครอง มีหลายภาค
ส่วนของหน่วยงานต่างๆ ในระดับกระทรวง สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคเอกชนที่มีงาน
รับผิดชอบเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รายงานแผนการจัดการระบบพื้นที่คุ้มครองจะสัมพันธ์กับบทบาท
ในระดับนานาชาติ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
การสนับสนุนให้พื้นที่คุ้มครองดาเนินการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศตามความเหมาะสม
8. ความเชี่ยวชาญทางด้านสื่อ การนาเอาข้อมูลด้านการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองไปยัง
สาธารณชน พิจารณาจาก Website และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในพื้นที่คุ้มครอง เช่น อุทยานแห่งชาติ ก็จะมีแผ่น
พับ รายชื่อชนิดพันธุ์สัตว์ป่า สื่อสาธารณะประเภทหนังสือการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ เช่น น้าตก จะต้องมี
การดาเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ถ้าหากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใช้โอกาสแสดงให้
ประชาชนเข้าใจถึงผลประโยชน์ของพื้นที่คุ้มครองก็จะทาให้เกิดความตระหนักที่เข้มแข็งในการอนุรักษ์พื้นที่
คุ้มคอรง โดยเฉพาะการบริการของระบบนิเวศ
- 6 -
นวัตกรรมการเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีสาหรับพื้นที่คุ้มครอง
ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่มีความก้าวหน้ามากในปัจจุบันที่สามารถนามาพัฒนาและใช้ใน
การจัดการพื้นที่คุ้มครอง โดยเฉพาะการศึกษาทางไกล โดยใช้เทคโนโลยีทางการสื่อสาร เช่น การสอนผ่าน
ทางอินเตอเนทของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดที่เปิดสอนวิชาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการพื้นที่
คุ้มครอง เป็นต้น หรือข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อทางเวบไซด์เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่คุ้มครอง องค์กร IUCN-
WCPA ก็จะมีเวบไซด์เผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์และสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย นอกจากนี้ WCPA ก็ยังมี facebook
ของตัวเองด้วย
-----------------------------------------------

แนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครอง

  • 2.
    - 1 - ข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครอง โดยนายทวี หนูทอง ที่ปรึกษาด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครอง โครงการ CATSPA --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หลักการ 1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์ความ หลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย เพื่อให้มีหลักประกันว่าความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการ จัดการให้มีประสิทธิภาพ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจความชานาญในงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชาติ 2. การดาเนินงานพัฒนาศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่จะให้มีประสิทธิภาพ พนักงาน เจ้าหน้าที่จะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ปฏิบัติงานตามโครงสร้างวิชาชีพและความก้าวหน้าในที่การงาน จะต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน การจัดทาหลักประกันชีวิตในกรณีที่มีการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงหรือมีหน้าที่ในการควบคุมป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่า 3. โครงการจัดการฝึกอบรมจะต้องกาหนดให้เป็นระบบและขยายผล มีหลักสูตรที่พิจารณา ร่วมกันเพื่อพัฒนาบุคลากรในแต่ละระดับ หลักสูตรจะรวมถึง แผนการจัดการพื้นที่ การจัดการพื้นที่แบบ กลุ่มป่า การประเมินผลที่มีประสิทธิภาพการจัดการเชิงระบบนิเวศ ทั้งนี้ เพื่อให้มีการแก้ไขในส่วนที่ยังไม่มี ประสิทธิภาพ 4. นวัตกรรมการจัดการพื้นที่คุ้มครอง จะต้องกาหนดให้เป็นโครงสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นภายในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช โดยให้มีงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เช่น สารสนเทศ ภูมิศาสตร์ การทางานร่วมกับชุมชน การแก้ไขการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศภายในพื้นที่คุ้มครอง เศรษฐศาสตร์ ของพื้นที่คุ้มครอง และการสร้างสื่อเพื่อนาคุณค่าของพื้นที่คุ้มครองสู่สาธารณชน 5. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย จะต้องสร้าง ความร่วมมือทางสังคมจากความสนใจของผู้ที่มีความสนใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคต่างๆ โดยเฉพาะ องค์กรพัฒนาเอกชน นักศึกษามหาวิทยาลัยและองค์การบริหารส่วนตาบล
  • 3.
    - 2 - คานา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่ า และพันธุ์พืช มีความรับผิดชอบในการบริหารจัดการพื้นที่ คุ้มครองทางบกประมาณ 20% และพื้นที่คุ้มครองทางทะเลประมาณ 8% ทั้งนี้เพื่อดาเนินงานให้เป็น ประโยชน์ต่อเยาวชนในรุ่นต่อๆ ไปหรือในอนาคต โครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบพื้นที่คุ้มครอง จะต้องดาเนินงานจัดทารายละเอียดการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้ปฏิบัติงานในพื้นที่คุ้มครองให้มี ประสิทธิภาพ จาเป็นอย่างยิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครองจะต้องกาหนดไว้ในแผนระบบ พื้นที่คุ้มครอง มาตรฐานวิชาการที่จะต้องกาหนด เช่น การจัดการงบประมาณ การพัฒนาบุคคล การสื่อสาร ของข้อมูล การพัฒนาและการจัดการ การใช้อุปกรณ์ภาคสนาม การประเมินผลของทรัพยากร การป้ องกัน การลักลอบล่าสัตว์ป่า การอนุรักษ์และการจัดการระบบนิเวศ ถิ่นที่อาศัยและชนิดพันธุ์ การประเมินทาง เศรษฐ-สังคม และวัฒนธรรม การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน นโยบายของด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การ วางแผนและการจัดการ การจัดการพื้นที่เฉพาะ การบังคับใช้กฎหมาย การจัดการแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและ การท่องเที่ยว การเฝ้าระวัง การศึกษาวิจัยและการประชาสัมพันธ์ การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในปัจจุบัน ทาให้ เกิดผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จาต้องมีความ ตระหนักในการลงทุนเพื่อการสร้างศักยภาพที่ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน ฟรีแลนด์ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า กองทุนสัตว์ป่าโลกและผู้สนับสนุนอื่นๆ หลักการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การพัฒนาศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช จะต้องมีทุกระดับ นับตั้งแต่หัวหน้าพื้นที่คุ้มครองจนถึงระดับพนักงานเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนที่เป็น หน้าที่พื้นฐานในการทางานในพื้นที่คุ้มครองระยะยาว ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีปัญหาเรื่องบุคลากร โดยเฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เป็นพนักงานจ้างเหมาหรือพนักงาจ้างที่โออาร์หรือ พนักงานราชการจะมีการเปลี่ยนแปลงงานในหน้าที่บ่อยมาก หากว่าได้ทางานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของตนเองและเงินเดือนดีกว่า หรือการจ้างเหมาะพนักงานที่ทางานตามฤดูกาลรวมถึงความ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่จะทาให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่คุ้มครอง หากกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาได้ก็จะไม่มี ปัญหาของหน่วยงาน ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับนโยบายระดับสูง ปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ พนักงานลาดตระเวนที่มีความรู้ความชานาญและมีประสิทธิภาพ มักจะไม่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นลูกจ้างประจา เนื่องมาจากคุณวุฒิไม่ตรงกับความต้องการตามที่กาหนด ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน แต่พนักงานเหล่านี้มีประสบการณ์จากการเรียนรู้ การฝึกอบรมและ
  • 4.
    - 3 - การทางานมีความเข้าใจในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี จึงจาเป็นต้องพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการทางาน ของพนักงานเจ้าหน้าที่ การฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เพื่อสนับสนุนการทางานหรือการสนับสนุนรางวัลอย่างอื่น เช่น การเพิ่มเงินเดือนค่าจ้าง จะต้องมีโครงสร้าง บทบาทหน้าที่เพื่อความก้าวหน้าของหน้าที่การงานคล้ายๆ กับบุคลากรด้านอื่นๆ เช่น ทหาร ตารวจ หรือบุคลากรครูที่มีการฝึกอบรมเพื่อเข้าสู่ตาแหน่งดังกล่าว หรือ บุคคลที่จะเป็นหัวหน้าพื้นที่คุ้มครองก็ควรที่จะได้มีการฝึกอบรมเพื่อการเข้าสู่ตาแหน่งเช่นกัน นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐควรจะได้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ในการปฏิบัติงาน เช่น เสื้อผ้าชุดลาดตระเวน อุปกรณ์ ภาคสนาม วิทยุสื่อสาร อาวุธปืนที่สามารถใช้ป้ องกันตัวเองจากเหตุร้าย หรือการต่อสู่กับผู้ที่ลักลอบล่า สัตว์ป่า พนักงานลาดตระเวนจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงมีการจัดทาประกันชีวิต โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง ความเสี่ยงซึ่งจะต้องเป็นการตัดสินใจของหน่วยงาน ในบางพื้นที่หัวหน้าพื้นที่คุ้มครองมีแนวความคิดในการ พัฒนาสนับสนุนในการทางานด้านนี้ แต่ไม่สามารถดาเนินการแก้ไขปัญหานี้ได้ เนื่องมาจากขาดการพัฒนา และการสนับสนุนการทางานในระยะยาวได้ ลาดับความสาคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่คุ้มครอง หน่วยงานรับผิดชอบการพัฒนาบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช มีหน้าที่ภาระหน้าที่รับผิดชอบสนับสนุนการดาเนินงานซึ่งมักจะเน้นหนักไปในเรื่องการท่องเที่ยว การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart partrolling) การทางานค่ายเยาวชน การดูนก การทางานร่วมกับชุมชน การสื่อความหมาย การวางผังเฉพาะพื้นที่ การออกแบบทางเดินศึกษาธรรมชาติและอื่นๆ เป็นส่วนจาเป็นที่ จะต้องใช้ในการพัฒนาแต่การดาเนินงานไม่ได้เชื่อมโยงต่อกัน กองทุนสัตว์ป่าโลกประจาประเทศไทยได้ ดาเนินการประเมินความต้องการฝึกอบรม (TNA) เพื่อพัฒนาบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ภายใต้โครงการ JOMPA แต่ไม่สามารถดาเนินการได้ทัน Dearden and Tanakangna (2012) ได้ให้ ข้อคิดเห็นว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องกาหนดหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะต้องกาหนดให้อยู่บนวิชาการพื้นฐานโดยการสนับสนุนและช่วยเหลือขององค์กร IUCN หรืออนุสัญญา CBD คาแนะนาในหลักสูตรต่างๆ ที่กาหนดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเฉพาะและมีการแปลเป็นภาษาไทย เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม แต่ละพื้นที่จะมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องหรือหลายๆ เรื่อง จะต้องมีการ ดาเนินงาน ดังนี้ 1. หลักสูตรการวางแผนการจัดการ (Management Planning) เนื้อหาวิชาจะประกอบด้วยการ วางแผนการจัดการ ส่วนใหญ่ต้องการผู้ที่มีวิชาการชีพเฉพาะ หรือมีองค์กรพัฒนาเอกชนให้ความช่วยเหลือ ข้อดีของการดาเนินงานด้านการวางแผนและนาไปใช้ในการปฏิบัติให้ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ สามารถปฏิบัติงานได้ แนวทางการวิเคราะห์ลาดับความสาคัญของกิจกรรม ความต้องการพัฒนาศักยภาพ สาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ กระบวนการจัดการ บทบาทในการเตรียมแผนการจัดการ
  • 5.
    - 4 - 2.การจัดการพื้นที่คุ้มครองแบบกลุ่มป่า (Management of Protected Area Complex) การจัดการพื้นที่คุ้มครองแบบกลุ่มป่ าเป็นแนวนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเป็นการจัดการพื้นที่คุ้มครองให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการจัดการพื้นที่ให้เป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้หลายๆ พื้นที่คุ้มครองมีความร่วมมือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะพื้นที่คุ้มครองที่ตั้ง อยู่ชิดติดกัน การพัฒนาศักยภาพการจัดการแบบกลุ่มป่ า ควรจะได้มีการพิจารณาร่วมกันทุกฝ่ าย ทุกหน่วยงาน การประสานงานและทางานร่วมกัน การกาหนดแผนกิจกรรมในการทางานแบบกลุ่มป่า การติดตามประเมินผล หรือการนาการปรับแผนกิจกรรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรจะ ให้ความสาคัญจัดหางบประมาณเพื่อดาเนินการ เป็นการบริหารให้เป็นพื้นที่นาร่อง ตัวอย่างเช่น กลุ่มป่า ตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว-น้าหนาว หรือพื้นที่อื่นๆ 3. เครื่องมือประเมินประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่คุ้มครอง (Management Effectiveness Tracking Tool; METT) มีพื้นที่คุ้มครองหลายๆ แห่งได้มีการนาเอาเครื่องมือ METT มาใช้ในการประเมิน ประสิทธิภาพของการจัดการ เครื่องมือนี้หรือ METT ได้พัฒนาโดย The World Bank และ WWF ข้อมูลหรือ ผลที่ได้รับจากการประเมินก็จะนาไปพิจารณาวางแผนยุทธศาสตร์การจัดการพื้นที่คุ้มครอง ภายใต้อนุสัญญา นานาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้กาหนดเอาเครื่องมือ METT มาใช้ โดยเฉพาะพื้นที่คุ้มครอง ทางทะเลและชายฝั่งได้นาเอาประโยชน์ที่ได้ประเมินข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 4. การจัดการพื้นที่คุ้มครองเชิงระบบนิเวศ (Ecosystem Management พนักงานเจ้าหน้าที่ของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนใหญ่จะมีความชานาญในการจัดการเชิงระบบนิเวศ เนื่องจาก คุณวุฒิการศึกษามาจากพื้นฐานการป่าไม้ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ กลุ่มที่ยังขาดความรู้เฉพาะทางในเรื่องการ จัดการเชิงระบบนิเวศ เช่น ชนิดพันธุ์ต่างกัน ระบบนิเวศของพื้นที่ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การแพร่ระบาดของ โรค ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความคุ้มเคยกับงานเหล่านี้ ความต้องการบุคลากรที่เป็นนวัตกรรมพื้นที่คุ้มครอง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนระบบพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย จาต้องเสนอ ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีหลักสูตรการพัฒนาพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง เช่น 1. ความเชี่ยวชาญทางด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เป็นเทคโนโลยีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต้องได้รับการพัฒนาและฝึกอบรม อย่างน้อยที่สุดก็ให้มีวามรู้ความ ชานาญเฉพาะเรื่องสารสนเทศภูมิศาสตร์และแผนที่ 2. ความเชี่ยวชาญทางด้านการทางานร่วมกับชุมชน จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพพนักงาน เจ้าหน้าที่ให้ความรู้ความชานาญการทางานร่วมกับชุมชน พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับจิตวิทยามานุษยวิทยา การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาชุมชน องค์กรชุมชน การคาดคะเนแนวโน้มที่จะ เกิดขึ้น ตัวชี้วัดความสาเร็จองค์กรพัฒนาเอกชนและการพัฒนาประชากรและชุมชน
  • 6.
    - 5 - 3.ความเชี่ยวชาญทางด้านการทางานร่วมกับภาคเอกชนทาอย่างไรที่จะให้ประชาชนหรือ เอกชนสนับสนุนการดาเนินงานของพื้นที่คุ้มครองให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์การแก้ไขปัญหาบางอย่าง ที่จะเกิดขึ้น การปฏิบัติงานด้านนี้อาจจะได้รับการฝึกอบรมจากโรงเรียนหรือจากประสบการณ์ในการทางาน หรือธุรกิจ องค์กรภาคเอกชนบางองค์กรมีการจ้างแรงงานที่มีค่าจ้างสูงกว่าภาครัฐหรืออาจจะจ้างบุคลากรที่มี ความรู้ความชานาญจากข้าราชการบานาญ ร่วมทางานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และ พันธุ์พืช ได้ 4. ความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ของพื้นที่คุ้มครองโดยเฉพาะการใช้พื้นที่คุ้มครองเพื่อ การพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นการประเมินมูลค่าของทรัพยากรในพื้นที่ โดยเฉพาะการบริการของระบบนิเวศ เพื่อ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่พื้นที่คุ้มครอง เช่น การวิเคราะห์ Financial Sustainability Scorecard งานด้านนี้ จะต้องมีนักเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ 5. ความเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาความร่วมมือเป็นการใช้แนวทางการพัฒนาร่วมกันในการ จัดการแบบกลุ่ม เช่น กลุ่มป่า โดยเฉพาะการร่วมกันการจัดการ การทางานเป็นเพิ่มภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ 6. ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่คุ้มครองจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านกฎหมายที่ใช้ในการพิจารณาถึงประสิทธิภาพด้านการจัดการด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง อนุสัญญานานาชาติที่เกี่ยวข้อง เช่น CBD, CITES, Ramsar, World, Heritage มีหน่วยงานรับผิดชอบในระดับ กรมหรือกระทรวงโดยเฉพาะสานักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับข้อตกลงระหว่างนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่คุ้มครอง 7. ความเชี่ยวชาญทางด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่สัมพันธ์กับพื้นที่คุ้มครอง มีหลายภาค ส่วนของหน่วยงานต่างๆ ในระดับกระทรวง สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคเอกชนที่มีงาน รับผิดชอบเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รายงานแผนการจัดการระบบพื้นที่คุ้มครองจะสัมพันธ์กับบทบาท ในระดับนานาชาติ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การสนับสนุนให้พื้นที่คุ้มครองดาเนินการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศตามความเหมาะสม 8. ความเชี่ยวชาญทางด้านสื่อ การนาเอาข้อมูลด้านการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองไปยัง สาธารณชน พิจารณาจาก Website และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในพื้นที่คุ้มครอง เช่น อุทยานแห่งชาติ ก็จะมีแผ่น พับ รายชื่อชนิดพันธุ์สัตว์ป่า สื่อสาธารณะประเภทหนังสือการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ เช่น น้าตก จะต้องมี การดาเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ถ้าหากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใช้โอกาสแสดงให้ ประชาชนเข้าใจถึงผลประโยชน์ของพื้นที่คุ้มครองก็จะทาให้เกิดความตระหนักที่เข้มแข็งในการอนุรักษ์พื้นที่ คุ้มคอรง โดยเฉพาะการบริการของระบบนิเวศ
  • 7.
    - 6 - นวัตกรรมการเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีสาหรับพื้นที่คุ้มครอง ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่มีความก้าวหน้ามากในปัจจุบันที่สามารถนามาพัฒนาและใช้ใน การจัดการพื้นที่คุ้มครองโดยเฉพาะการศึกษาทางไกล โดยใช้เทคโนโลยีทางการสื่อสาร เช่น การสอนผ่าน ทางอินเตอเนทของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดที่เปิดสอนวิชาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการพื้นที่ คุ้มครอง เป็นต้น หรือข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อทางเวบไซด์เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่คุ้มครอง องค์กร IUCN- WCPA ก็จะมีเวบไซด์เผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์และสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย นอกจากนี้ WCPA ก็ยังมี facebook ของตัวเองด้วย -----------------------------------------------