diffusing through water at about 2x real-time. The cup on the left contains hot water, while the cup on the right contains cold water.
โมเลกุลของสารเคลื่อนที่
การแพร่ของสาร
เป็นการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสารจากที่มีความเข้มข้นของ อนุภาคสารมากไปยังที่มีความเข้มข้นของอนุภาคของสารน้อย จนกระทั่งอนุภาคของสารทั้งสอง บริเวณมีความเข้มข้นเท่ากันเช่น การแพร่ของเกลือในน้า การแพร่ของน้าหอมในอากาศ เป็นต้น 
การแพร่ (Diffusion)
1. ความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของอนุภาคสารในที่ 2 แห่ง ถ้าแตกต่างกันมากจะแพร่ได้เร็ว ขนาดและน้าหนักของอนุภาค ของสาร ถ้าอนุภาคเล็กเบาจะแพร่ได้เร็ว 
2. อุณหภูมิและความดัน อุณหภูมิและความดันสูงจะแพร่ 
ได้เร็ว 
ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่
การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่ของน้าผ่านเยื่อเลือกผ่าน Semipermeablemembrane จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของ อนุภาค น้ามากไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของอนุภาคน้าน้อย 
การออสโมซิส(Osmosis)
2 minutes 
So the water passed through the membrane from the water side to the solution side. Actually, water passes through the membrane in both directions but it moves faster intothe solution than outof it.
กิจกรรม การแพร่ของน้าเข้าสู่เซลล์พืช
เยื่อเลือกผ่านSemipermeablemembrane 
เป็นเยื่อบาง ๆ ที่ยอมให้สารที่มีขนาดเล็กผ่านเข้า-ออกได้ เช่น แก๊ส สารโมเลกุลเดี่ยว เช่น น้าตาลกลูโคส กรดอะมิโน 
กรดไขมัน น้า เกลือแร่ แต่ไม่ยอมให้สารโมเลกุลใหญ่ ๆ ผ่าน เช่น โปรตีน ไข่ขาว
ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มนิวเคลียส เยื่อหุ้มชั้นในของ เปลือกไข่ กระดาษเซลโลเฟนกระเพาะปัสสาวะสัตว์ 
เยื่อเลือกผ่าน Semipermeablemembrane 
เยื่อเลือกผ่านจึงทาหน้าที่คล้ายตะแกรง หากสารใดโมเลกุล ใหญ่กว่าตะแกรงของเยื่อจะผ่านไปไม่ได้แต่หากเล็กกว่าก็ ผ่านเยื่อนี้ได้
เยื่อเลือกผ่าน
การรักษาสมดุลของน้าในเซลล์ที่มีชีวิตเซลล์สัตว์ (บน) จะอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่เป็น Isotonic ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็น hypotonic เซลล์ ก็จะแตก หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็น hypertonic เซลล์ก็จะเหี่ยว ส่วน เซลล์พืช (ซึ่งมีผนังเซลล์) ชอบสภาวะที่เป็น hypertonic 
เซลล์สัตว์ 
เซลล์พืช
Osmosis. สารละลายน้าตาล 2ชนิดที่มีความเข้มข้นต่างกัน ซึ่งแยกจากกันโดย เมมเบรนที่มีรู ซึ่งยอมให้ตัวทาละลาย (solvent = น้า) ผ่านไปได้เท่านั้น ตัวถูก ละลาย (solute = น้าตาล) ไม่สามารถผ่านไปได้. น้าจะแพร่จากบริเวณที่ สารละลายมีความเข้มข้นน้อย (hypotonic) ไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของ สารละลายมาก (hypertonic) จนกระทั่งสารละลายมีความเข้มข้นใกล้เคียงกัน, (Osmosis=passive transport of water(Note : hyper=more, hypo=less, iso=same)
Egg on left is the one in water. The egg on the right was the one in the liquid sugar.
Egg on left had water flow into it from the beaker. The egg on the right had water flow from it into the beaker
การออสโมซิส(Osmosis) 
น้าจากดินจะแพร่เข้าสู่รากโดยวิธีการออสโมซิสโดยเคลื่อนที่ผ่านเซลล์ ของรากจนถึงท่อลาเลียงน้าที่อยู่ด้านล่างของราก ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อที่ต่อจาก รากไปยังลาต้นและส่วนต่าง ๆ ของพืช
Salt is a solute, when it is concentrated inside or outside the cell, it will draw the water in its direction. This is also why you get thirsty after eating something salty
การออสโมซิส(Osmosis)
พืชจะมีระบบลาเลียง เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต 
การลาเลียงน้าและแร่ธาตุของพืช เกิดขึ้นบริเวณปลายรากโดยมี ขนราก ทาหน้าที่ดูดน้าและแร่ ธาตุเข้าไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช 
โดยผ่านทางเนื้อเยื่อ Xylem
ขนราก 
-เป็นส่วนของเนื้อเยื่อชั้นนอกของรากที่ยื่น 
ออกไปสัมผัสดิน 
-พบอยู่เหนือบริเวณปลายรากเล็กน้อย 
-มีลักษณะเป็นเส้นฝอยเล็ก ๆ จานวนมาก 
-อยู่รอบปลายราก ทาให้รากมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับน้าและแร่ ธาตุต่าง ๆ ในดินได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพใน การดูดซึมน้าและแร่ธาตุของรากได้มาก
แสดงการเคลื่อนที่ของน้าเข้าสู่ราก
แสดงการเคลื่อนที่ของน้าเข้าสู่ราก
ในภาวะปกติสารละลายที่อยู่รอบ ๆ รากจะมีความเข้มข้นน้อย (น้ามาก) กว่าสารละลายที่อยู่ภายในเซลล์ขนรากน้าจากดินจึงออสโมซิส เข้าสู่ขนราก ทาให้เซลล์ที่น้าออสโมซิสเข้าไปมีความเข้มข้นของ สารละลายน้อยกว่าเซลล์ข้างเคียงน้าจึงออสโมซิสไปยังเซลล์ต่อไปเรื่อย ๆ
กลุ่มท่อลาเลียงน้าและอาหาร (วาสคิวลาร์บันเดิล) ไซเลม(xylem) กลุ่มเซลล์ของพืชที่ทาหน้าที่ลาเลียงน้า โฟลเอม(phloem) กลุ่มเซลล์ที่ทาหน้าที่ลาเลียงอาหาร
เนื้อเยื่อลาเลียง 1.ไซเลม(xylem) กลุ่มเซลล์ของพืชที่ทาหน้าที่ ลาเลียงน้าและแร่ธาตุจากดิน โดยแพร่จากราก ไปสู่ลาต้น กิ่ง และใบ มีลักษณะเป็นท่อยาว ติดต่อกันจากรากไปสู่ลาต้น กิ่ง และใบและมีอยู่ เฉพาะที่ น้าจากท่อลาเลียงน้าเข้าสู่เซลล์อื่น ๆ โดย วิธีออสโมซิสส่วนแร่ธาตุจากท่อลาเลียงน้า เข้าสู่เซลล์อื่น ๆ โดย วิธีการแพร่ 
ประกอบด้วย 2ส่วน
2.โฟลเอม(phloem) ทาหน้าที่ ลาเลียงสารที่สังเคราะห์ด้วยแสงส่งไป ยังส่วนต่าง ๆ ของพืชมีการเรียงตัว ต่อเนื่องจากใบไปตามก้านใบ กิ่งลา ต้น และราก เพื่อส่ง อาหารไปเลี้ยง เซลล์ทุกเซลล์ของพืช
ภาพตัดตามยาวลาต้น
ภาพตัดตามยาวของเนื้อเยื่อลาเลียงน้า
ทิศทางการลาเลียงน้าและแร่ธาตุของพืช
Mechanisms for the Transport of Water up the Xylem 
Capillarity 
Root Pressure 
Cohesion-Tension
Capillarity 
Water rises up narrow tubes due to the adhesive forces between the water molecules and the wall of the tube 
Xylem vessels are very narrow 
Water rises higher in narrower tubes 
1.Water will only rise 50mm 
2.The flow rate is slower than the rate observed in xylem 
Limitations
แรงดันราก (Rootpressure) 
แรงดันราก (Rootpressure)เมื่อพืชดูดน้าทางรากตลอดเวลา ทาให้ ปริมาณน้าในรากมีจานวนมากขึ้นจนเกิดแรงดันในรากสูงมากขึ้นจน สามารถดันให้ของเหลวไหลขึ้นไปตามท่อไซเลมแรงดันนี้เรียกว่า แรงดันราก(Rootpressure) 
มาโนมิเตอร์ (Manometer) เป็นเครื่องมือวัดแรงดันราก
Root Pressure 
Root pressure causes the mercury to rise in the manometer 
Cut stump of a well watered plant 
Water 
Mercury Manometer
เมื่อพืชคายน้าจะทาให้เกิดแรงดึง ขึ้นภายในท่อลาเลียงน้าแรงดังกล่าวจะ ดึงน้าขึ้นมาทดแทนน้าที่พืชคายออกไป น้ามีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล ของน้าด้วยกันเอง เรียกว่า โคฮีชัน (cohesion) 
นอกจากนี้น้ายังมีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ากับผนังของไซเล มเรียกแรงนี้ว่า แอดฮีชัน (adhesion)
Transpirationpull 
การลาเลียงน้าในพืชเกิดจากการระเหยของน้า มีผลทาให้เกิดแรง ในท่อลาเลียงน้า ดึงน้าขึ้นสู่ลาต้นและใบ รากก็จะเกิดแรงดึงน้า จากดินเข้ามาในท่อได้แรงดึงเนื่องจากการสูญเสียน้านี้เรียกว่า แรงดึงจากการคายน้า (transpiration-pull)
การลำเลียงในพืช

การลำเลียงในพืช