More Related Content
PDF
หลักการทรงงาน 23 ข้อกับการประยุกต์ใช้ PPTX
PPTX
PDF
PDF
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1) DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 4 ระบบนิเวศ PDF
PDF
What's hot
PDF
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง น้ำยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพด PDF
6แบบทดสอบการลำเลียงสารผ่านเซลล์ PDF
แบบทดสอบพร้อมเฉลยรายตัวชี้วัดร่วมสร้างสรรค์ ท.ศ..Docx 40 ข้อ PDF
โครงงานวิชาไอเอส เรื่องความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท... PDF
บทที่ 12 การสังเคราะห์แสง PDF
PDF
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี PDF
แบบทดสอบ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม PDF
แบบทดสอบ บทที่ 1 ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ PDF
แบบรายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์ PDF
Mindmap การลำเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์ DOCX
PDF
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก PPTX
วิทยาศาสตร์ ม.3 วัฏจักรสาร PDF
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์ PDF
PDF
ใบงานการย่อยอาหาร Version นักเรียนค่ะ PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ ถ่านอัดแท่งสมุนไพร1 Similar to การลำเลียงน้ำของพืช
PDF
PPT
PDF
ธนาคารความรู้ การดำรงชีวิตของพืช PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
PPT
PDF
PDF
การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ PDF
ระบบลำเลียงน้ำและแร่ธาตุในพืช PPTX
10.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน1 PDF
PDF
PPT
การเจริญเติบโตของรากและลำต้น PPT
การเจริญเติบโตของรากและลำต้น PDF
Photosynthesis Science Presentation in Green Beige Illustrative Style.pdf More from nokbiology
PPT
PPT
PPT
PPT
การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง PPT
การเคลื่อนที่ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง PPT
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว PPT
PPT
PPT
การค้นคว้าเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง PPT
PPT
PPT
โครงสร้างและหน้าที่ของราก PPT
โครงสร้างและหน้าที่ของลำต้น PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
โครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของคน PPT
การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง การลำเลียงน้ำของพืช
- 1.
- 2.
ความสำคัญของน้ำต่อพืช 1. น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเซลล์พืช ใบพืชล้มลุกจะมีน้ำประกอบอยู่มากกว่าพืชยืนต้น 2. น้ำช่วยให้เซลล์พืชเต่ง ทำให้เซลล์มีรูปร่างคงตัว เมื่อพืชขาดน้ำทำให้เหี่ยวเฉาในพืชยังช่วยให้เกิดการเปิดปิดของปากใบ และการเคลื่อนไหวของพืชด้วย 3. น้ำเป็นตัวทำละลาย เช่น ละลายแร่ธาตุต่าง ๆ เกิดการลำเลียงแร่ธาตุของพืช 4. น้ำเป็นตัวร่วมในปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ ซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการเมแทบอลิซึม เช่น การย่อยแป้งเป็นน้ำตาล การสังเคราะห์ด้วยแสง 5. น้ำทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของเซลล์ และลำต้นพืช โดยทั่วไปพืชอยู่กลางแจ้งตลอดเวลา ดังนั้นจึงได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์จำนวนมาก การคายน้ำของพืชช่วยในการระบายความร้อนให้พืช - 3.
1. การดูดน้ำของราก น้ำและแร่ธาตุที่รากดูดซึมจากดินที่บริเวณส่วนปลายของรากที่เรียกว่า บริเวณขนราก (Root hair zone) จะมีขนรากจำนวนมาก ทำให้เพิ่มพื้นที่ผิวที่สัมผัสกับน้ำซึ่งแทรกตัวอยู่ในช่องว่างภายในดินได้เป็นจำนวนมาก ขนรากดูดน้ำโดยกระบวนการ ออสโมซิส (Osmosis) - 4.
2. โครงสร้างที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำการที่น้ำและแร่ธาตุที่รากดูดซึมจากดินจะผ่านเซลล์ชั้นนอกคือ เอพิเดอร์มิส เข้าสู่เซลล์ชั้นใน คือ คอร์เทกซ์ เอนโดเดอร์มิส และ ไซเลมของราก โดยอาศัย การลำเลียงทางด้านข้าง (Lateral transport) โดย มี 2 วิธี 2.1 อะโพพลาสต์ (Apoplast) 2.2 ซิมพลาสต์ (Simplast) - 5.
2.1 อะโพพลาสต์ (Apoplast) คือ การที่น้ำและแร่ธาตุผ่านจาก เซลล์หนึ่งไปยังเซลล์หนึ่ง โดย ผ่านช่องว่างระหว่างผนังเซลล์ในชั้นคอร์เทกซ์ และผ่าน เซลล์ที่ไม่มีชีวิต ( ยกเว้นเอนโดเดอร์มิส ) คือ เทรคีด และเวสเซล 2.2 ซิมพลาสต์ (Simplast) คือ การที่น้ำและแร่ธาตุผ่านจาก เซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง โดย ผ่านทางไซโทพลาซึมที่เชื่อมต่อกันและทะลุไปอีกเซลล์หนึ่งโดยผ่านทางพลาสโมเดสมาตา (Plasmodesmata) ดังนั้นการที่น้ำและแร่ธาตุสามารถผ่านไปจึงเป็นการผ่านชั้นเยื่อหุ้มเซลล์เท่านั้น เมื่อน้ำและแร่ธาตุเคลื่อนมาถึง เอนโดเดอร์มิสซึ่งมี แคสพาเรียนสตริป (Casparian strip) กั้นอยู่ที่ผนังเซลล์ น้ำและแร่ธาตุจะผ่านไปตามผนังเซลล์ไม่ได้ จึงต้องใช้ วิ ธีซิมพลาสต์ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของเอนโดเดอร์มิส เข้าสู่ไซโทพลาซึม แล้วจึงเข้าสู่ สตีล จนถึง ไซเลม แร่ธาตุที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จึงถูก คัดเลือก (Select) โดย เยื่อหุ้มเซลล์ - 6.
- 7.
สรุปขั้นตอนการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุผ่านทางด้านข้างของราก 1. เมื่อน้ำและแร่ธาตุผ่านขนรากของชั้น เอพิเดอร์มิสของราก ซึ่งเข้าได้ทั้ง 2 วิธี คือ วิธีอะโพพลาสต์ ผ่านผนังเซลล์ของแต่ละเซลล์ และ วิธีซิมพลาสต์ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้าสู่ไซโทพลาซึม 2. ถ้าการลำเลียงนั้นเข้าทาง อะโพพลาสต์ น้ำและแร่ธาตุบางส่วนจะลำเลียงเข้าเซลล์ของ เอพิเดอร์มิส และ คอร์เทกซ์ โดยวิธี ซิมพลาสต์ 3. น้ำและแร่ธาตุที่เข้าสู่ เอนโดเดอร์มิสทางผนังเซลล์ ( วิธีอะโพพลาสต์ ) จะไม่สามารถผ่าน แคสพาเรียนสตริป ของเอนโดเดอร์มิสไปได้โดยวิธีอะโพพลาสต์ จึงใช้วิธีซิมพลาสต์ เพื่อผ่าน เยื่อหุ้มเซลล์ของ เอนโดเดอร์มิส 4. เซลล์ของเอนโดเดอร์มิส และเซลล์ในชั้นสตีล ส่งน้ำและแร่ธาตุเข้าสู่ไซเลม ไซเลมประกอบด้วย เทรคีดและเวสเซล ซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ไม่มีโพรโทพลาซึมเหลือแต่ผนังเซลล์และช่องว่าง ลูเมน (Lumen) เมื่อน้ำและแร่ธาตุเข้าสู่ ไซเลมจึงเปลี่ยนจาก วิธีซิมพลาสต์ เป็นอะโพพลาสต์ หลังจากนั้นจะลำเลียงขึ้นสู่ลำต้นเข้าสู่ท่อลำเลียงคือ ไซเลม แล้วพืชจะลำเลียงน้ำต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ทั้งยอด ลำต้น กิ่ง และใบ เพื่อส่งน้ำไปให้ทุก ๆ เซลล์ของต้นพืช - 8.
3. ปัจจัยควบคุมการลำเลียงน้ำ3.1 ปริมาณน้ำในดิน เมื่อน้ำในดินมีปริมาณมากพอ อัตราการดูดน้ำของรากจะมีมากตามไปด้วย แต่ถ้ามีปริมาณน้ำในดินมากเกินไปจนเกิดการท่วมขังอยู่ที่โคนต้นพืชมากจนเกินไป อัตราการดูดน้ำก็จะลดน้อยลง เพราะ 3.2 อุณหภูมิในดิน อุณหภูมิในดินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำด้วยอุณหภูมิในดินต้องไม่สูงหรือต่ำเกินไป 3.3 สารละลายในดิน การที่สารละลายในดินมีความเข้มข้นสูงมากไปทำให้พืชต้องสูญเสียน้ำให้กับดิน 3.4 อากาศในดิน เพราะรากต้องการออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการเมแทบอลิซึม - 9.
4. กลไกการลำเลียงน้ำของพืช กลไกที่พืชใช้ในการลำเลียงน้ำจากรากไปยังส่วนต่าง ๆ เช่น แรงดันราก (Root pressure) แรงดึงจากการคายน้ำ (Transpiration pull) เป็นต้น - 10.
4.1 แรงดันราก (Root pressure) เมื่อพืชดูดน้ำทางรากตลอดเวลา ทำให้ปริมาณน้ำในรากมีจำนวนมากขึ้น จนเกิดแรงดัน ถ้าตัดลำต้นในระดับสูงกว่าดินในกระถาง 1-2 เซนติเมตร ที่บริเวณรอยตัดจะเห็นของเหลวซึมออกมา นำมาต่อกับเครื่องมือ มาโนมิเตอร์ (Manometer) ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดความดันทำให้สามารถคำนวณหาแรงดันรากได้ 4.2 แรงดึงเนื่องจากการคายน้ำ (Ttranspiration pull) โจเซฟ โบห์ม (Josef Bohm) ได้ทดลองต้มน้ำในบีกเกอร์ให้ร้อน เพื่อทำให้น้ำในหม้อดินเผาซึ่งเป็น หม้อพรุนร้อนขึ้น ทำให้ ฟองอากาศในหลอดคะปิลลารีถูกไล่ออก ไป เมื่อเอาบีกเกอร์ที่มีน้ำร้อนออก ทำให้น้ำมีอยู่เต็มหลอดคะปิลลารี เมื่อตั้งทิ้งไว้สักระยะหนึ่งน้ำจะระเหยออกไปจากหม้อพรุน ทำให้ระดับปรอทขึ้นไปได้สูงถึง 100 เซนติเมตร - 11.
- 12.
- 13.
ไซเลมเป็นท่อลำเลียงของพืชที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็ก เปรียบเหมือนหลอดคะปิลารี ซึ่งมีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำ กับ ผนังด้านข้างของหลอด เรียกว่า แอดฮีชัน (Adhesion) ทำให้น้ำเคลื่อนที่ขึ้นไปในหลอดเล็ก ๆ นี้ได้สูงกว่าหลอดที่มีรูใหญ่กว่า กระบวนการนี้เรียกว่า คะปิลลารีแอคชัน (Capillary action) คะปิลลารีแอคชัน จึงเป็นกระบวนการหนึ่งของการลำเลียงน้ำในท่อไซเลมรวมทั้งเมื่อพืชคายน้ำออกทางปากใบ ทำให้เกิด 1. แรงดึงในท่อไซเลม ดึงน้ำขึ้นสู่ลำต้นและใบได้ รากจึงเกิดแรงดึงน้ำจากดินเข้ามาในท่อไซเลมได้ เมื่อพืชคายน้ำออกทางใบทำให้เกิดแรงดึงน้ำขึ้นตามท่อไซเลม แรงดึงนี้เรียกว่า แรงดึงเนื่องจากการคายน้ำ (Transpiration pull) และโมเลกุลของน้ำมีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลที่เรียกว่า โคฮีชัน (Cohesion) ทำให้การไหลของน้ำในท่อไซเลมจึงต่อเนื่องกันได้ 2. หากไซเลมเกิดมีฟองอากาศเข้าไปแทรกอยู่ด้วยเหตุใดก็ตามจะทำให้ การลำเลียงน้ำในท่อไซเลมช้ากว่าเดิม หรือหยุดชะงักได้ ดังนั้นการตัดดอกไม้เพื่อปักในแจกัน เพื่อไม่ให้ดอกไม้เหี่ยวเฉาเร็วมักนิยมตัดโคนกิ่งดอกไม้ออกอีกเล็กน้อย ก่อนจะไปปักแจกัน โดยการนำไป ตัดใต้ผิวน้ำ แล้วรีบจุ่มกิ่งไม้นั้นลงในแจกันที่มีน้ำ - 14.
- 15.
- 16.
กิจกรรมที่ ...... การลำเลียงนำของพืชความแตกต่างของการลำเลียงแบบซิมพลาสต์และอะโพพลาสต์คืออะไร จงลำดับทิศทางการลำเลียงน้ำจากขนรากสู่ไซเลม รากพืชทำหน้าที่ดูดน้ำ แต่ถ้าน้ำมากเกินไปอาจทำให้พืชตายได้ เป็นเพราะเหตุใด พันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลน้ำเรียกว่าแรง ....... ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดคะปิลลารีแอคชัน เพราะเหตุใดน้ำจารากจึงสามารถเคลื่อนที่ขึ้นสู่ยอดได้