อารยธรรมลุ่มแม่น้าไตกรีส-ยูเปรเตส
ศาสนาสุเมเรียน
บทที่ ๔
เนื้อหาประจาบทที่ ๔
 แผ่นดินเมโสโปเตเมีย
 สถานที่เกิดศาสนาสุเมเรียน
 คติแห่งศรัทธา
 การตั้งต้นแห่งจักรวาล
 การสร้างมนุษย์
 การสลายแห่งจักรวาล
แผ่นดินเมโสโปเตเมีย
 เมโสโปเตเมีย เป็นภาษากรีก ตามรูปศัพท์แปลว่า "ที่ระหว่างแม่น้า"
โดยมีนัยหมายถึง "ดินแดนระหว่างแม่น้าแม่น้าไตกริสและยูเปรทีส“
ดินแดนดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ดินแดนรูปพระจันทร์เสี้ยวอัน
อุดมสมบูรณ์" ซึ่งเป็นดินแดนรูปครึ่งวงกลมผืนใหญ่ ทอดโค้งขึ้นไป
จากฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปจรดอ่าวเปอร์เซีย
 มนุษย์ที่อาศัยในบริเวณแผ่นดินดังกล่าว มีชื่อเรียกรวมว่า เซเมติค
เป็นต้นตระกูลของเผ่าๆ ได้แก่ อารเบียน ฟิ นิเซียน อิสราเอล เป็นต้น
 แผ่นดินเมโสโปเตเมีย เป็นแผ่นดินศูนย์ต้นแห่งอารยธรรมสายหนึ่ง
ของโลก ซึ่งเรียกว่า สายเซมิติค
ศาสนาสุเมเรียนโบราณ
ซิกกูแรต (Ziggurat)
สุเมเรียน
 สุเมเรียน (Sumerians) เป็นชนชาติแรกที่สร้างความเจริญขึ้นใน
บริเวณเมโสโปเตเมีย เข้ามาอยู่ทางตะวันออกของแม่น้าไทกริส
เมื่อประมาณ 4000 ปีก่อนคริสตกาล บริเวณที่เข้ามาตอนแรก
คือ แคว้นซูเมอร์ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของเมโสโปเตเมียติดกับ
อ่าวเปอร์เซีย มีลักษณะเป็นนครรัฐ แต่ละนครรัฐมีอิสระไม่ขึ้น
ต่อกัน เช่น ลากาซ บาบิโลน อูร์ อูรุค นิปเปอร์
อักษรรูปลิ่ม สุเมเรียน
การตั้งต้นของจักรวาล
 มีมหาเทพองค์หนึ่งชื่อว่า นัมมู (Nammu) เป็นเทพีแห่งมหาสมุทร มี
อานาจครอบคลุมไปทั่วจักรวาล ทรงประทานกาเนิด โอรสชายหญิง
ขึ้น ๒ องค์ โอรสมีนามว่า An เป็นเทพแห่งสวรรค์ และธิดานามว่า Ki
เป็นเทพแห่งธรณี
 เทพสององค์นี้ สมสู่กันเอง เกิดเป็นรูปขุนเขาสูงใหญ่ เป็นแผ่น
ผาอันเดียวกัน จึงก่อกาเนิดเทพขึ้นอีกองค์หนึ่งพระนามว่า เอน
ลิล (Enlil) เป็นเทพแห่งอากาศ ด้วยความประสงค์ของพ่อ ให้ลูก
แยกไปจากแม่ เพื่อไปสร้างจักรวาลใหม่ เอนลิล จึงใช้กาลัง พัด
แผ่นดินออกจากฟ้ า ให้เป็นที่เกิดอาศัยของพืชพันธ์ ห้วยละหาน
ภูเขาลาเนาไพร สรรพสัตว์ ตลอดถึงมนุษย์เป็นสุดท้าย
การจัดระบบในจักรวาล
 ความมุ่งหมายในเทพนิยายของสุเมเรียน อันแสดงความตั้งข้น
และตั้งอยู่ได้ของจักรวาลซึ่งมีสวรรค์เป็นเครื่องมุงบังอยู่เบื้อง
บน และแผ่นดินอันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ ซึ่งรับรองอยู่เบื้อง
ล่างเป็นการแสดงให้เห็นรูปของความเป็นจริงในชีวิตมนุษย์
ต้องมีบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัย บ้านนั้นจาเป็นต้องมีเครื่องมุงบัง
เป็นหลังคาอยู่เบื้องบน เป็นการแสดงอารยธรรมทางปัญญา
เบื้องต้นของสุเมเรียนโดยแท้
• ระบบในจักรวาลของสุเมเรียน มีลักษณะเป็นเทพนิยาย คือ
ดวงดาวต่างๆ เกิดจากเสพกามรสของเทพเอนนิล ซึ่งเป็นเทพ
เจ้าแห่งลม กับนางอัปสร เป็นเหตุให้เกิดลูกสาว (นันนา) ซึ่งได้
กลายเป็นดวงจันทร์ เมื่อเทพดวงจันทร์เสพกามรสกับเทพนิน
กาล จึงเกิดโอรสชื่อเทพอูตู เป็นดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเทพที่กล่าวมา
นี้ ก็จะมีเทพ (ดาวนพเคราห์) น้อยใหญ่ รอบล้อมตามเสด็จเป็น
บริวาร (ตามเทพนิยายต่อไป)
เอนลิล (ลม) นิลลิล
นันนา (ดวงจันทร์)
อูตู (ดวงอาทิตย์)
นินกาล
การสร้างมนุษย์
 เทพนิยายตรงนี้บอกว่า ต่อมา สัตว์ พืช และรุกขเทวดา ทั้งหลาย
พากันละเมิดธรรมประจาโลก ประพฤติชั่ว ดื่มสุราเมรัย ทะเลาะ
วิวาท ขาดความสามัคคีไม่ทาหน้าที่ของตน จึงเกิดความ
จาเป็นต้องสร้างมนุษย์ขึ้นมาเป็นหัวหน้าควบคุมสิ่งทั้งปวงใน
โลกให้อยู่ในระเบียบ และ (มนุษย์นั้น) คอยทาหน้าที่เป็นคนใช้
ของบรรดามหาเทพน้อยใหญ่ทั้งหลายนั้นๆ ด้วย
การสร้างมนุษย์
 เทพเจ้านั้นสร้างมนุษย์ ด้วยดินไว้ด้วยกัน ๖ แบบ คือ
 คนดี
 คนเลว
 คนแข็งแรง
 คนอ่อนแอ
 หญิงที่เป็นหมัน (ทาหน้าที่เฝ้ าบ้าน)
 ขันที (มีหน้าที่รับใช้พระเจ้าแผ่นดิน)
 เทพนิยายอันแสดงเรื่องการสร้างจักรวาล สะท้อนให้เห็นปัญญาอัน
แสดงอารยธรรมของมนุษย์ในยุคนั้น แสดงความรอบรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และทางธรรมชาติ อันสามารถจัดลาดับขั้นตอนได้ดังนี้
 ๑. เบื้องแรก รู้ว่าโลกมีน้า ๓ ส่วน ดิน ๑ ส่วน จึงแสดงอานาจของน้า
(มหาสมุทร) อันมีประจาพื้นโลก โดยไม่มีใครสร้าง และมีอยู่ถาวร
 ๒. ขั้นสอง รู้ว่า อานาจของมหาสมุทร (น้า) มีอย่างไร
 ๓. ต่อมาเชื่อด้วยความรู้ ว่าฟากฟ้ าและแผ่นดิน คือมูลฐาน (ธาตุ)
เที่ยงแท้ของจักรวาล มีในระหว่างฟ้ ากับดิน มีแก๊สชนิดหนึ่ง คือ
อากาศธาตุ (ลม) ซึ่งอากาศธาตุ ช่วยให้สรรพสิ่งบนพื้นจักรวาลมี
ชีวิตอยู่ได้
 ๔. รู้ว่า อากาศธาตุ มีน้าหนักเบา จับตัวแน่นไม่ได้ สามารถใช้แรงพัด
(ประคอง) ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และดาวนพเคราะห์แต่ละดวง ให้
ลอยอยู่ได้ในโลก (แสดงเหตุเกิดแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์)
 ๕. รู้ว่า เมื่ออากาศธาตุ (ลม) พัดผ่านอยู่ตามปกติ ติณชาติ รุกขชาติ
สรรพสัตว์ และมนุษยชาติ ย่อมมีชีวิตขึ้น และดารงชีวิตได้ในโลก
 ๖. สุเมเรียนอาศัยความมีปัญญา สร้างเทพนิยาย สะท้อนให้เห็น
อารยธรรม แสดงความคิดก้าวหน้าของตน ให้เห็นว่าในสังคมของ
มนุษย์ผู้มาทีหลัง ควรมีสติปัญญาก้าวหน้ากว่าบรรพบุรุษในอดีต ถ้า
มีสติปัญญาเท่าเทียมกันแล้ว ทุกอย่างจะหยุดอยู่กับที่
การสลายแห่งจักรวาล
 นิยายเรื่องน้าท่วมโลกของมนุษย์โบราณ ในเมโสโปเตเมีย และ
ในแผ่นดินละแวกใกล้เคียงกัน มีเทพนิยายแสดงศรัทธา
รากฐานเดียวกัน คือ พระเจ้าเป็นผู้บันดาล
 เรื่องเริ่มขึ้นง่ายๆ ว่า บรรดาเทพเจ้าทรงตัดสินพระทัยทาลาย
โลก ที่มนุษย์อาศัยอยู่ แต่ทรงเว้นชีวิตมนุษย์ (ผู้ประกอบความ
ดี) บางคนไว้ เหตุที่พระเจ้าตัดสินพระทัยทาลายโลก มีอย่างไร
ไม่ปรากฏ แต่โดยอนุมานคงมีทิฐิอันเดียวกัน ว่าพระเจ้าไม่ทรง
พอพระทัยที่มนุษย์ทาบาปหยายช้า ไม่ประพฤติตนตามพระ
บัญญัติ
 ชาวสุเมเรียน
ที่ค้นพบว่าดาวนิบิรุกาลังมาเยือนโลกและเฉี่ยวชนโลก ปี2012
 เป็นการเชื่อมโยงนิทานชาดกโบราณ กับเรื่องปฎิทินชาวมายา
โบราณ (Ancient Mayan calendar) ให้ตรงกับ Winter solstice
ประมาณวันที่ 21 ธันวาคมของทุกๆปี อันเป็นวันแรกของเหมันตฤดู
หรือฤดูหนาว และดวงอาทิตยมีตาแหน่งห่างจากเส้นศูนย์สูตรโลก
ที่สุด
 การนาวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 มากาหนดให้มีความน่าสนใจ
จุดประสงค์ให้คนทั่วไปได้ขบคิด เพื่อเพิ่มน้าหนักเหตุผลของวันสิ้นโลก
จบบทที่ ๔
ศาสนาสุเมเรียน
ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่
www.philosophychicchic.com
สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

บทที่ ๔ ศาสนาสุเมเรียน