วันมาฆบูชา
ิ
ตอนที ๒: แนวคดเกียวกับวันมาฆบูชา
ในตอนนี ขอกล่ า วถึง แนวคิด สํา คัญ ทีเกิด ขึนในยุค หลัง เป็ น ทียอมรับ โดยทัวไปว่า มีค วาม
เกียวข้องกับวันมาฆบูชา ซึงสามารถแยกกล่าวต่อไปนี
๑.วันมาฆบูชาเป็ นวันพระธรรม
ชาวพุทธทุกคนทราบดีว่า วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ๓ วัน คือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วัน
อาสาฬหบูชา มีกจกรรมพิเศษคือการเวียนเทียน นอกจากนียังกําหนดเป็ นพิเศษอีกคือ ความสัมพันธ์
ิ
ิ
ระหว่างพระรัตนตรัย นันคือการถือว่า วันวสาขบูชา เป็ นวันพระพุทธ เพราะมีความเกียวข้องกับพระ
พุทธองค์ คือเป็ นวันทีทรงประสูติ ตรัสรูและปรินิพพาน อันเกิดขึนตรงกันในวันเดียว คือวันขึน ๑๕ คํา
้
เดือน ๖ หรือวันเพ็ญกลางเดือน ๖
(วันเพ็ญ หมายถึง วันทีพระจันทร์สว่างเต็มดวง ตามการนับแบบจันทรคติ พระจันทร์จะเริม
สว่างขึนเรือยๆ ตามวันข้างขึน ๑ คํา กระทังวันเพ็ญหรือขึน ๑๕ คํา จะสว่างเต็มดวงและเป็นช่วงขอ
กลางเดือนนันๆ หลังจากวันเพ็ญ พระจันทร์จะเป็ นข้างแรม เริมจากแรม ๑ คํา ไปเรือยๆ ซึงยังเป็นเดือ
เดียวกัน พระจันทร์จะมืดลงกระทังมืดสนิทในวันแรม ๑๕ หรือ ๑๔ คํา วันนีเรียกว่าวันดับหรือเดือน
ควํา ส่วนวันเพ็ญเรียกว่า เดือนหงาย คําว่า เดือน หมายถึง พระจันทร์นนเอง)
ั
วันอาสาฬหบูชา หรือวันเพ็ญกลางเดือน ๘ เป็ นวันพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์กําเนิดขึนใน
วันนีเป็ นวันแรก หลังจากทีพระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาคือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โกณฑัญญะ
ั
พราหมณ์ซงเป็น ๑ ใน ๕ เรียกว่า กลุ่มปญจวัคคีย์ ได้ดวงตาเห็นธรรมแล้วทูลขอบวชในพระศาสนาเป็ น
ึ
ปฐมสาวก
่
่
สวนวันมาฆบูชา วันเพ็ญกลางเดือน ๓ ถือวาเป็ นวันพระธรรม เพราะทรงแสดงหลักธรรมที
เป็ นหัวใจพระพุทธศาสนา คือการละชัว ทําดี ทําจิตใจให้สงบ (ความสําคัญของวันนีกล่าวแล้วในตอนที
๑)
่
๒.วันแหงความรักทางพระพุทธศาสนา
วันมาฆบูชาจะตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม ซึงอยู่ในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักในทาง
ศาสนาคริสต์ (วันที ๑๔ กุมภาพันธ์) การอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันของวันสําคัญทังสอง จึงมีการกําหนด
ความสําคัญของวันมาฆบูชาว่า เป็นวันแห่งความรักในทางพระพุทธศาสนา โดยเล็งเห็นหลักธรรมทีพระ
พุทธองค์ทรงสังสอนสัตว์โลก เป็ นหลักธรรมแห่งความรักอย่างแท้จริง และเพือให้เยาวชนชาวไทย ซึง
เป็นพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ในประเทศได้ตระหนักในคุณค่าของความรักในทางทีถูกต้อง มากกว่าความ
ั
รักในทางโลกีย์ อันก่อให้เกิดปญหาสังคมตามมา
ด้ ว ย เ ห ตุ นี วั น ม า ฆ บู ช า จึ ง ถื อ ว่ า เ ป็ น “วั น แ ห่ ง ค ว า ม รั ก อั น บ ริ สุ ท ธิ ใ น
พระพุทธศาสนา” เนืองจากสมเด็จพระบรมศาสดาโปรดประทานความรักแก่สรรพสัตว์ในวันนี เป็ นวัน
แห่งความรักทีไม่ธรรมดา ไม่ใช่ความรักแบบมารดาบิดาและบุตรธิดาทีมีต่อกัน ไม่ใช่ความรักแบบสามี
๒

ภริยาทีมีต่อกัน และไม่ใช่ความรักแบบหญิงชายทีมีต่อกัน แต่เป็ นความรักทีมีความบริสุทธิปราศจาก
กิเลสทังปวง ทรงรักสรรพสัตว์เสมอกันทังหมด อย่างไม่มขอบเขต
ี
ความรักทีทรงมีต่อสรรพสัตว์ รวมถึงเหล่าเทวดาและพรหม ก็คอ ความเมตตาและกรุณา
ื
ิ
ความรักทีเรียกว่า เมตตากรุณา เป็ นความรักทียิงใหญ่ก ว่าความรักทีเรียกว่า สเนหาหรือ
ิ
่
เสนห์ และกว่าความรักทีเรียกว่า ปยะหรือเปมะ
่
ยกตัวอยาง หลัก ธรรมทีทรงแสดงในโอวาทปาฏิโมกข์ บ่ง บอกถึง ความเมตตากรุณ าอย่าง
ยิงใหญ่
ในข้อ ว่ า ด้ว ยหลัก การ คือ คํ า สอนสํ า คัญ ซึงมีอ ยู่ ๓ ประการ คือ ละชัว ทํ า ดี ทํ า จิต ใจให้
บริสุทธิ ทรงสอนให้มความรักในตนเอง และผู้อน ด้วยการไม่สร้างความเดือดร้อนทีเรียกว่าทุกข์ หรือ
ี
ื
บาปแก่ตน ขณะเดียวกัน เมือไม่สร้างบาปแล้ว ต้องรูจกสร้างบุญกุศลคือการทําดี เท่านียังไม่เพียงพอ
้ ั
ต้องรูจกชําระจิตใจให้ผ่องใส เพราะทุกอย่างเริมต้นจากใจ ถ้าใจสะอาด การกระทําทางกายและวาจาก็
้ั
สะอาด เป็นบุญกุศล เพราะห่างไกลจากความชัว นีคือเหตุผลทีว่า ทําไมทรงสอนให้ม ี ๓ ประการ ควบคู่
กัน คือ ละชัว ต้องทําดี มีใจสะอาด
้
อุดมการณ์ คือเปาหมายสูงสุดในการทํางานทีควรคํานึง มีอยู่ ๔ ประการ คือ ขันติ นิพพาน
การไม่ทาร้าย และการไม่เบียดเบียน หลักธรรมทังหมดนีมีนัยด้านความรัก หรือความเมตตากรุณาอย่าง
ํ
ลึกซึง
ขันติ ความอดทน หมายถึง การอดต่อสิงทีชอบใจ การทนต่อสิงทีขัดใจ ความหมายอีกนัยหนึง
คือ การระงับอกุศลกรรม มิให้ประทุออกมาภายนอก หากปราศจากขันติ พฤติกรรมอันขาดเมตตากรุณา
ต่อกันก็ยงบานปลาย
ิ
นิพพาน คือ ความดับ ความหาอะไรเสียดแทงมิได้ หมายถึง การบรรลุธรรมขันสูงสุด อันเป็ น
้
เปาหมายของพระพุทธศาสนา โดยตัดกิเลสทังหลายหมดสิน มิต้องมาเกิดอีก การเข้าถึงพระนิพพานจึง
หมายถึง การหมดเชือของสิงเลวร้าย ความรัก ของพระอรหันต์ซงบรรลุพ ระนิพพาน (สอุ ปาทิเ สสนิ
ึ
พพาน) จึงยืนยันความรักทีบริสุทธิอย่างแท้จริง
การไม่ ทํ า ร้า ย การไม่ เ บีย ดเบีย น อุ ด มการณ์ ส องข้อ นี เน้ น ยําว่า บรรพชิต หรือ สมณะต้อ
ปราศจากการข่มเหงรังแก หรือสร้างความเดือดร้อนในทุกวิถทาง กล่าวอีกนัยหนึงคือ ให้มเี มตตากรุณา
ี
นันเอง เพราะหลักธรรมทีตรงข้ามกับการทําร้ายและเบียดเบียนก็คอ เมตตากรุณา
ื
ิ
วธีการ คือแนวทางปฏิบตสาหรับผูสงสอนผูอน มี ๖ ประการ คือ
ั ิํ
้ ั
้ ื
๑)การไม่กล่าวร้าย และ ๒)การไม่ทาร้าย เน้นยําเรืองความรัก การไม่นิยมความรุนแรง
ํ
๓)ความสํารวมในปาฏิโมกข์ เน้นยําการระมัดระวังพฤติกรรม ทีเรียกว่า ศีล หรือขนบธรรมเนีย
ปฏิบติ
ั
๔)ความเป็นผูรจกประมาณในอาหาร เน้นยําการบริโภคอย่างรูคุณค่าและมีขอบเขต
้ ู้ ั
้
๕)การยินดีในทีนังทีนอนอันสงัด เน้นยําการอุปโภคสิงของ เพือให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
๖)การประกอบความเพียรในอธิจต เน้นยําภาคปฏิบติ โดยเฉพาะการฝึกอบรมจิตใจ
ิ
ั
๓

หลักธรรมทังหมดนี ทรงแสดงในวันมาฆบูชา อันเป็ นวันทีประกาศความรักอันบริสุทธิต่อสัตว์
โลกทังปวง เป็นธรรมเครืองนําชีวตสัตว์โลกให้มความสวัสดี
ิ
ี
ความสําคัญของวันดังกล่าวนี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆป
ิ
รณายก เคยรับสังว่า ถ้าจะถือ ว่ามีว นแห่ง ความรัก ก็ต้อ งถือ วันมาฆบูชา อันวันทีพระพุทธเจ้าทรง
ั
ประกาศความรักอันบริสุทธิสงส่ง คําสังสอนทีพระพุทธองค์ทรงประกาศสอนในวันมาฆบูชา เป็ นแนวทาง
ู
ทีสอนให้เราเกิดความรักและเมตตา
๓.วันหยุดนักขัตฤกษ์ (ประเทศไทย)
เดิมทีประเทศไทยไม่มการประกอบพิธมาฆบูชาแต่อย่างใด ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอม
ี
ี
เกล้าเจ้าอยู่หว (รัชกาลที ๔) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครังพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน ๓ ว่า
ั
เป็ นวันทีเกิดเหตุ ก ารณ์ สําคัญ ยิง ควรมีก ารประกอบพิธท างพระพุทธศาสนาเพือเป็ นทีตังแห่ง ความ
ี
ศรัทธาเลือมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึน
ั
ั ั
ปจจุบนวันมาฆบูชาได้รบการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทย โดยพุทธศาสนิกชน
ั
ั
ทังหมู่เหล่า จะประกอบพิธต่างๆ เช่น การตักบาตร การฟงพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เพือเป็ น
ี
การบูชารําลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สาคัญดังกล่าว
ํ
การกําหนดให้วนมาฆบูชาเป็ นวันสําคัญทางพุทธศาสนาในประเทศไทย
ั
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หว รัชกาลที ๔ ผูทรงดําริให้มพธมาฆบูชาขึนเป็ นครัง
ั
้
ี ิี
แรกในประเทศไทย การประกอบพิธในวันมาฆบูชาได้เริมมีขนในสมัยพระองค์ ครังแรกได้ทรงกําหนด
ี
ึ
เป็ นเพียงการพระราชพิธบําเพ็ญกุศลเป็ นการภายใน แต่ต่ อมาประชาชนได้นิยมนํ าพิธนีไปปฏิบติสบ
ี
ี
ั ื
ต่อมาจนกลายเป็นวันประกอบพิธสาคัญทางพระพุทธศาสนา
ีํ
ลุถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หว รัชกาลที ๖ พระองค์จงทรงประกาศให้วน
ั
ึ
ั
มาฆบูชาเป็ นวันหยุด นักขัตฤกษ์ ของชาวไทย เพือจะได้ร่ว มบําเพ็ญ กุ ศลในวันมาฆบูชาโดยพร้อ ม
เพรียง
ั ั
ในปจจุบนประเทศไทยและประเทศทีเคยเป็ นส่วนหนึงของไทย เช่น ลาว และกัมพูชา (ซึงเป็ น
ส่วนทีไทยได้เสียให้แก่ฝรังเศสในสมัยรัชกาลที ๕) ยังประกอบพิธวนมาฆบูชา แต่มปรากฏการประกอบ
ีั
ิ
พิธวนดังกล่าวนีในประเทศพุทธมหายานหรือประเทศพุทธเถรวาทอืน เช่น พม่า และศรีลงกา สันนิษฐาน
ีั
ั
ว่ า พิธ ีม าฆบูช านี เริมต้ น จากการเป็ น พระราชพิธ ีข องราชสํา นัก ไทยและได้ข ยายไปเฉพาะในเขต
ราชอาณาจัก รสยามในเวลานัน ต่ อ มาดินแดนไทยในส่ว นทีเป็ นประเทศลาวและกัม พูชาได้ต กเป็ น
ดินแดนในอารักขาของฝรังเศส แต่พุทธศาสนิกชนคงประกอบพิธมาฆบูชาอย่างต่อเนือง และแม้ว่าจะ
ี
ั ั
ได้รบเอกราชแล้ว ก็ยงถือปฏิบตกระทังปจจุบน
ั
ั
ั ิ
๔.วันกตัญ แหงชาติ (ประเทศไทย)
ู ่
เพือให้เยาวชนตระหนักในความสําคัญของวันมาฆบูชา และความรักทีแท้จริงจากหลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนา จึงกําหนดให้วนมาฆบูชาเป็ นวันสําคัญวันหนึงของชาติไทย โดยรัฐบาลได้ประกาศ
ั
๔

ั ั
เป็น "วันกตัญ แหงชาติ " เนืองจากสังคมไทยปจจุบนเกิดวิกฤติการณ์ดานศีลธรรม โดยเฉพาะวัยรุ่นมี
ู ่
้
ความเข้าใจผิดในวันวาเลนไทน์ (ซึงอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับวันมาฆบูชา) ทีให้ความสําคัญแก่เรืองรักใคร่
มากกว่าสาระของวันดังกล่าว หลายหน่ วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วนมาฆบูชาเป็ นวันแห่งความรัก
ั
(อันบริสุทธิ) แทน เพือให้ตระหนักถึงความรักทีทรงคุณค่าอย่างแท้จริง
ิ
การเรมประกาศวันกตัญ แหงชาติ
ู ่
ในปี พ.ศ.๒๕๔๙ รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของวันมาฆบูชา โดยถือเหตุการณ์สําคัญ
้
ทีเหล่าพระสาวกทัง ๑,๒๕๐ รูป กลับมาเข้าเฝาพระพุทธเจ้าด้วยความรักในพระองค์หลังจากได้ออกไป
เผยแพร่พระศาสนา เป็นสิงทีแสดงถึงความกตัญ กตเวทีอนบริสุทธิ
ู
ั
รัฐบาลไทยในสมัยนัน จึงประกาศให้วนมาฆบูชาเป็ นวันกตัญ ูแห่งชาติ เพือส่งเสริมค่านิยมที
ั
เหมาะสมแก่วยรุนไทย ให้หนมาสนใจกับความรักอันบริสุทธิทไม่หวังสิงตอบแทน
ั ่
ั
ี
การผลักดันให้มวนกตัญ ูแห่งชาติ มีมาตังแต่ พ.ศ.๒๕๔๖ ซึงเคยมีการตังกระทู้ถามในสภา
ีั
ผูแทนราษฎรให้พจารณากําหนดให้มวนกตัญ ูแห่งชาติ แต่ได้รบการปฏิเสธจากผูทเกียวข้อง โดยอ้าง
้
ิ
ีั
ั
้ ี
ว่าในประเทศไทยมีวนสําคัญแห่งชาติทเกียวกับการแสดงความกตัญ มากพอแล้ว
ั
ี
ู
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๙ ได้มการรวมตัวของนักพูดชือดังหลายท่าน เช่น ดร.ผาณิต กันตามระ
ี
นายสุรวงศ์ วัฒนกุล ดร.อภิชาติ ดําดี นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์ ดร.โอภาส กิจกําแหง นายถาวร โชติชน
ื
เป็ นต้น ท่านเหล่านีทําหนังสือถึงคณะมนตรีความมันคงแห่งชาติ ให้ส่งเสริมให้วนมาฆบูชาเป็ นวัน
ั
กตัญ แห่งชาติอกวันหนึง โดยได้รบการตอบรับจากผูเกียวข้อง
ู
ี
ั
้
วันกตัญ แห่งชาตินี นอกจากมีวตถุประสงค์เพือแสดงออกถึงวันแห่งความรักอันบริสุทธิแล้ว ยัง
ู
ั
เป็นการส่งเสริมค่านิยมให้คนไทยยึดถือหลักธรรมความกตัญ ู ด้วยการมอบของขวัญหรือช่อดอกไม้ ส่ง
การ์ดอวยพร พูดคุย แสดงนําใจต่างๆ ต่อผูมพระคุณของเรา
้ ี
ทังหมดทีกล่าวมา เป็ นวันสําคัญทีเกิดขึน จากความสําคัญของวันมาฆบูชา เมือวันนีมาถึง ชาว
พุทธทุกคนควรน้อมระลึกถึงเหตุการณ์ในพุทธประวัติ หลักธรรมคําสอนในวันดังกล่าว และสาระสําคัญที
เกียวกับวันนีให้มากทีสุด เพือการศึกษาและนําไปปฏิบตในวิถชวต
ั ิ
ี ีิ
บทความนีบางส่วนเป็ นความคิดเห็นส่วนบุคคล สามารถวิพากษ์วจารณ์ได้
ิ
พระมหาสุรชัย พุดชู
่
ขอขอบคุณข้อมูลบางสวนจาก
http://palungjit.com/tripitaka/default.php?cat=100028
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E
0%B8%86%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2
http://www.gotoknow.org/posts/340549
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10756

วันมาฆบูชา ตอน ๒: แนวคิดเกี่ยวกับวันมาฆบูชา

  • 1.
    วันมาฆบูชา ิ ตอนที ๒: แนวคดเกียวกับวันมาฆบูชา ในตอนนีขอกล่ า วถึง แนวคิด สํา คัญ ทีเกิด ขึนในยุค หลัง เป็ น ทียอมรับ โดยทัวไปว่า มีค วาม เกียวข้องกับวันมาฆบูชา ซึงสามารถแยกกล่าวต่อไปนี ๑.วันมาฆบูชาเป็ นวันพระธรรม ชาวพุทธทุกคนทราบดีว่า วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ๓ วัน คือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วัน อาสาฬหบูชา มีกจกรรมพิเศษคือการเวียนเทียน นอกจากนียังกําหนดเป็ นพิเศษอีกคือ ความสัมพันธ์ ิ ิ ระหว่างพระรัตนตรัย นันคือการถือว่า วันวสาขบูชา เป็ นวันพระพุทธ เพราะมีความเกียวข้องกับพระ พุทธองค์ คือเป็ นวันทีทรงประสูติ ตรัสรูและปรินิพพาน อันเกิดขึนตรงกันในวันเดียว คือวันขึน ๑๕ คํา ้ เดือน ๖ หรือวันเพ็ญกลางเดือน ๖ (วันเพ็ญ หมายถึง วันทีพระจันทร์สว่างเต็มดวง ตามการนับแบบจันทรคติ พระจันทร์จะเริม สว่างขึนเรือยๆ ตามวันข้างขึน ๑ คํา กระทังวันเพ็ญหรือขึน ๑๕ คํา จะสว่างเต็มดวงและเป็นช่วงขอ กลางเดือนนันๆ หลังจากวันเพ็ญ พระจันทร์จะเป็ นข้างแรม เริมจากแรม ๑ คํา ไปเรือยๆ ซึงยังเป็นเดือ เดียวกัน พระจันทร์จะมืดลงกระทังมืดสนิทในวันแรม ๑๕ หรือ ๑๔ คํา วันนีเรียกว่าวันดับหรือเดือน ควํา ส่วนวันเพ็ญเรียกว่า เดือนหงาย คําว่า เดือน หมายถึง พระจันทร์นนเอง) ั วันอาสาฬหบูชา หรือวันเพ็ญกลางเดือน ๘ เป็ นวันพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์กําเนิดขึนใน วันนีเป็ นวันแรก หลังจากทีพระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาคือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โกณฑัญญะ ั พราหมณ์ซงเป็น ๑ ใน ๕ เรียกว่า กลุ่มปญจวัคคีย์ ได้ดวงตาเห็นธรรมแล้วทูลขอบวชในพระศาสนาเป็ น ึ ปฐมสาวก ่ ่ สวนวันมาฆบูชา วันเพ็ญกลางเดือน ๓ ถือวาเป็ นวันพระธรรม เพราะทรงแสดงหลักธรรมที เป็ นหัวใจพระพุทธศาสนา คือการละชัว ทําดี ทําจิตใจให้สงบ (ความสําคัญของวันนีกล่าวแล้วในตอนที ๑) ่ ๒.วันแหงความรักทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชาจะตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม ซึงอยู่ในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักในทาง ศาสนาคริสต์ (วันที ๑๔ กุมภาพันธ์) การอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันของวันสําคัญทังสอง จึงมีการกําหนด ความสําคัญของวันมาฆบูชาว่า เป็นวันแห่งความรักในทางพระพุทธศาสนา โดยเล็งเห็นหลักธรรมทีพระ พุทธองค์ทรงสังสอนสัตว์โลก เป็ นหลักธรรมแห่งความรักอย่างแท้จริง และเพือให้เยาวชนชาวไทย ซึง เป็นพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ในประเทศได้ตระหนักในคุณค่าของความรักในทางทีถูกต้อง มากกว่าความ ั รักในทางโลกีย์ อันก่อให้เกิดปญหาสังคมตามมา ด้ ว ย เ ห ตุ นี วั น ม า ฆ บู ช า จึ ง ถื อ ว่ า เ ป็ น “วั น แ ห่ ง ค ว า ม รั ก อั น บ ริ สุ ท ธิ ใ น พระพุทธศาสนา” เนืองจากสมเด็จพระบรมศาสดาโปรดประทานความรักแก่สรรพสัตว์ในวันนี เป็ นวัน แห่งความรักทีไม่ธรรมดา ไม่ใช่ความรักแบบมารดาบิดาและบุตรธิดาทีมีต่อกัน ไม่ใช่ความรักแบบสามี
  • 2.
    ๒ ภริยาทีมีต่อกัน และไม่ใช่ความรักแบบหญิงชายทีมีต่อกัน แต่เป็นความรักทีมีความบริสุทธิปราศจาก กิเลสทังปวง ทรงรักสรรพสัตว์เสมอกันทังหมด อย่างไม่มขอบเขต ี ความรักทีทรงมีต่อสรรพสัตว์ รวมถึงเหล่าเทวดาและพรหม ก็คอ ความเมตตาและกรุณา ื ิ ความรักทีเรียกว่า เมตตากรุณา เป็ นความรักทียิงใหญ่ก ว่าความรักทีเรียกว่า สเนหาหรือ ิ ่ เสนห์ และกว่าความรักทีเรียกว่า ปยะหรือเปมะ ่ ยกตัวอยาง หลัก ธรรมทีทรงแสดงในโอวาทปาฏิโมกข์ บ่ง บอกถึง ความเมตตากรุณ าอย่าง ยิงใหญ่ ในข้อ ว่ า ด้ว ยหลัก การ คือ คํ า สอนสํ า คัญ ซึงมีอ ยู่ ๓ ประการ คือ ละชัว ทํ า ดี ทํ า จิต ใจให้ บริสุทธิ ทรงสอนให้มความรักในตนเอง และผู้อน ด้วยการไม่สร้างความเดือดร้อนทีเรียกว่าทุกข์ หรือ ี ื บาปแก่ตน ขณะเดียวกัน เมือไม่สร้างบาปแล้ว ต้องรูจกสร้างบุญกุศลคือการทําดี เท่านียังไม่เพียงพอ ้ ั ต้องรูจกชําระจิตใจให้ผ่องใส เพราะทุกอย่างเริมต้นจากใจ ถ้าใจสะอาด การกระทําทางกายและวาจาก็ ้ั สะอาด เป็นบุญกุศล เพราะห่างไกลจากความชัว นีคือเหตุผลทีว่า ทําไมทรงสอนให้ม ี ๓ ประการ ควบคู่ กัน คือ ละชัว ต้องทําดี มีใจสะอาด ้ อุดมการณ์ คือเปาหมายสูงสุดในการทํางานทีควรคํานึง มีอยู่ ๔ ประการ คือ ขันติ นิพพาน การไม่ทาร้าย และการไม่เบียดเบียน หลักธรรมทังหมดนีมีนัยด้านความรัก หรือความเมตตากรุณาอย่าง ํ ลึกซึง ขันติ ความอดทน หมายถึง การอดต่อสิงทีชอบใจ การทนต่อสิงทีขัดใจ ความหมายอีกนัยหนึง คือ การระงับอกุศลกรรม มิให้ประทุออกมาภายนอก หากปราศจากขันติ พฤติกรรมอันขาดเมตตากรุณา ต่อกันก็ยงบานปลาย ิ นิพพาน คือ ความดับ ความหาอะไรเสียดแทงมิได้ หมายถึง การบรรลุธรรมขันสูงสุด อันเป็ น ้ เปาหมายของพระพุทธศาสนา โดยตัดกิเลสทังหลายหมดสิน มิต้องมาเกิดอีก การเข้าถึงพระนิพพานจึง หมายถึง การหมดเชือของสิงเลวร้าย ความรัก ของพระอรหันต์ซงบรรลุพ ระนิพพาน (สอุ ปาทิเ สสนิ ึ พพาน) จึงยืนยันความรักทีบริสุทธิอย่างแท้จริง การไม่ ทํ า ร้า ย การไม่ เ บีย ดเบีย น อุ ด มการณ์ ส องข้อ นี เน้ น ยําว่า บรรพชิต หรือ สมณะต้อ ปราศจากการข่มเหงรังแก หรือสร้างความเดือดร้อนในทุกวิถทาง กล่าวอีกนัยหนึงคือ ให้มเี มตตากรุณา ี นันเอง เพราะหลักธรรมทีตรงข้ามกับการทําร้ายและเบียดเบียนก็คอ เมตตากรุณา ื ิ วธีการ คือแนวทางปฏิบตสาหรับผูสงสอนผูอน มี ๖ ประการ คือ ั ิํ ้ ั ้ ื ๑)การไม่กล่าวร้าย และ ๒)การไม่ทาร้าย เน้นยําเรืองความรัก การไม่นิยมความรุนแรง ํ ๓)ความสํารวมในปาฏิโมกข์ เน้นยําการระมัดระวังพฤติกรรม ทีเรียกว่า ศีล หรือขนบธรรมเนีย ปฏิบติ ั ๔)ความเป็นผูรจกประมาณในอาหาร เน้นยําการบริโภคอย่างรูคุณค่าและมีขอบเขต ้ ู้ ั ้ ๕)การยินดีในทีนังทีนอนอันสงัด เน้นยําการอุปโภคสิงของ เพือให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ๖)การประกอบความเพียรในอธิจต เน้นยําภาคปฏิบติ โดยเฉพาะการฝึกอบรมจิตใจ ิ ั
  • 3.
    ๓ หลักธรรมทังหมดนี ทรงแสดงในวันมาฆบูชา อันเป็นวันทีประกาศความรักอันบริสุทธิต่อสัตว์ โลกทังปวง เป็นธรรมเครืองนําชีวตสัตว์โลกให้มความสวัสดี ิ ี ความสําคัญของวันดังกล่าวนี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆป ิ รณายก เคยรับสังว่า ถ้าจะถือ ว่ามีว นแห่ง ความรัก ก็ต้อ งถือ วันมาฆบูชา อันวันทีพระพุทธเจ้าทรง ั ประกาศความรักอันบริสุทธิสงส่ง คําสังสอนทีพระพุทธองค์ทรงประกาศสอนในวันมาฆบูชา เป็ นแนวทาง ู ทีสอนให้เราเกิดความรักและเมตตา ๓.วันหยุดนักขัตฤกษ์ (ประเทศไทย) เดิมทีประเทศไทยไม่มการประกอบพิธมาฆบูชาแต่อย่างใด ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอม ี ี เกล้าเจ้าอยู่หว (รัชกาลที ๔) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครังพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน ๓ ว่า ั เป็ นวันทีเกิดเหตุ ก ารณ์ สําคัญ ยิง ควรมีก ารประกอบพิธท างพระพุทธศาสนาเพือเป็ นทีตังแห่ง ความ ี ศรัทธาเลือมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึน ั ั ั ปจจุบนวันมาฆบูชาได้รบการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทย โดยพุทธศาสนิกชน ั ั ทังหมู่เหล่า จะประกอบพิธต่างๆ เช่น การตักบาตร การฟงพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เพือเป็ น ี การบูชารําลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สาคัญดังกล่าว ํ การกําหนดให้วนมาฆบูชาเป็ นวันสําคัญทางพุทธศาสนาในประเทศไทย ั พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หว รัชกาลที ๔ ผูทรงดําริให้มพธมาฆบูชาขึนเป็ นครัง ั ้ ี ิี แรกในประเทศไทย การประกอบพิธในวันมาฆบูชาได้เริมมีขนในสมัยพระองค์ ครังแรกได้ทรงกําหนด ี ึ เป็ นเพียงการพระราชพิธบําเพ็ญกุศลเป็ นการภายใน แต่ต่ อมาประชาชนได้นิยมนํ าพิธนีไปปฏิบติสบ ี ี ั ื ต่อมาจนกลายเป็นวันประกอบพิธสาคัญทางพระพุทธศาสนา ีํ ลุถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หว รัชกาลที ๖ พระองค์จงทรงประกาศให้วน ั ึ ั มาฆบูชาเป็ นวันหยุด นักขัตฤกษ์ ของชาวไทย เพือจะได้ร่ว มบําเพ็ญ กุ ศลในวันมาฆบูชาโดยพร้อ ม เพรียง ั ั ในปจจุบนประเทศไทยและประเทศทีเคยเป็ นส่วนหนึงของไทย เช่น ลาว และกัมพูชา (ซึงเป็ น ส่วนทีไทยได้เสียให้แก่ฝรังเศสในสมัยรัชกาลที ๕) ยังประกอบพิธวนมาฆบูชา แต่มปรากฏการประกอบ ีั ิ พิธวนดังกล่าวนีในประเทศพุทธมหายานหรือประเทศพุทธเถรวาทอืน เช่น พม่า และศรีลงกา สันนิษฐาน ีั ั ว่ า พิธ ีม าฆบูช านี เริมต้ น จากการเป็ น พระราชพิธ ีข องราชสํา นัก ไทยและได้ข ยายไปเฉพาะในเขต ราชอาณาจัก รสยามในเวลานัน ต่ อ มาดินแดนไทยในส่ว นทีเป็ นประเทศลาวและกัม พูชาได้ต กเป็ น ดินแดนในอารักขาของฝรังเศส แต่พุทธศาสนิกชนคงประกอบพิธมาฆบูชาอย่างต่อเนือง และแม้ว่าจะ ี ั ั ได้รบเอกราชแล้ว ก็ยงถือปฏิบตกระทังปจจุบน ั ั ั ิ ๔.วันกตัญ แหงชาติ (ประเทศไทย) ู ่ เพือให้เยาวชนตระหนักในความสําคัญของวันมาฆบูชา และความรักทีแท้จริงจากหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา จึงกําหนดให้วนมาฆบูชาเป็ นวันสําคัญวันหนึงของชาติไทย โดยรัฐบาลได้ประกาศ ั
  • 4.
    ๔ ั ั เป็น "วันกตัญแหงชาติ " เนืองจากสังคมไทยปจจุบนเกิดวิกฤติการณ์ดานศีลธรรม โดยเฉพาะวัยรุ่นมี ู ่ ้ ความเข้าใจผิดในวันวาเลนไทน์ (ซึงอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับวันมาฆบูชา) ทีให้ความสําคัญแก่เรืองรักใคร่ มากกว่าสาระของวันดังกล่าว หลายหน่ วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วนมาฆบูชาเป็ นวันแห่งความรัก ั (อันบริสุทธิ) แทน เพือให้ตระหนักถึงความรักทีทรงคุณค่าอย่างแท้จริง ิ การเรมประกาศวันกตัญ แหงชาติ ู ่ ในปี พ.ศ.๒๕๔๙ รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของวันมาฆบูชา โดยถือเหตุการณ์สําคัญ ้ ทีเหล่าพระสาวกทัง ๑,๒๕๐ รูป กลับมาเข้าเฝาพระพุทธเจ้าด้วยความรักในพระองค์หลังจากได้ออกไป เผยแพร่พระศาสนา เป็นสิงทีแสดงถึงความกตัญ กตเวทีอนบริสุทธิ ู ั รัฐบาลไทยในสมัยนัน จึงประกาศให้วนมาฆบูชาเป็ นวันกตัญ ูแห่งชาติ เพือส่งเสริมค่านิยมที ั เหมาะสมแก่วยรุนไทย ให้หนมาสนใจกับความรักอันบริสุทธิทไม่หวังสิงตอบแทน ั ่ ั ี การผลักดันให้มวนกตัญ ูแห่งชาติ มีมาตังแต่ พ.ศ.๒๕๔๖ ซึงเคยมีการตังกระทู้ถามในสภา ีั ผูแทนราษฎรให้พจารณากําหนดให้มวนกตัญ ูแห่งชาติ แต่ได้รบการปฏิเสธจากผูทเกียวข้อง โดยอ้าง ้ ิ ีั ั ้ ี ว่าในประเทศไทยมีวนสําคัญแห่งชาติทเกียวกับการแสดงความกตัญ มากพอแล้ว ั ี ู ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๙ ได้มการรวมตัวของนักพูดชือดังหลายท่าน เช่น ดร.ผาณิต กันตามระ ี นายสุรวงศ์ วัฒนกุล ดร.อภิชาติ ดําดี นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์ ดร.โอภาส กิจกําแหง นายถาวร โชติชน ื เป็ นต้น ท่านเหล่านีทําหนังสือถึงคณะมนตรีความมันคงแห่งชาติ ให้ส่งเสริมให้วนมาฆบูชาเป็ นวัน ั กตัญ แห่งชาติอกวันหนึง โดยได้รบการตอบรับจากผูเกียวข้อง ู ี ั ้ วันกตัญ แห่งชาตินี นอกจากมีวตถุประสงค์เพือแสดงออกถึงวันแห่งความรักอันบริสุทธิแล้ว ยัง ู ั เป็นการส่งเสริมค่านิยมให้คนไทยยึดถือหลักธรรมความกตัญ ู ด้วยการมอบของขวัญหรือช่อดอกไม้ ส่ง การ์ดอวยพร พูดคุย แสดงนําใจต่างๆ ต่อผูมพระคุณของเรา ้ ี ทังหมดทีกล่าวมา เป็ นวันสําคัญทีเกิดขึน จากความสําคัญของวันมาฆบูชา เมือวันนีมาถึง ชาว พุทธทุกคนควรน้อมระลึกถึงเหตุการณ์ในพุทธประวัติ หลักธรรมคําสอนในวันดังกล่าว และสาระสําคัญที เกียวกับวันนีให้มากทีสุด เพือการศึกษาและนําไปปฏิบตในวิถชวต ั ิ ี ีิ บทความนีบางส่วนเป็ นความคิดเห็นส่วนบุคคล สามารถวิพากษ์วจารณ์ได้ ิ พระมหาสุรชัย พุดชู ่ ขอขอบคุณข้อมูลบางสวนจาก http://palungjit.com/tripitaka/default.php?cat=100028 http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E 0%B8%86%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2 http://www.gotoknow.org/posts/340549 http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10756