วันสำคัญทางพุทธศาสนา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดย ครูประพิศ  ฝาคำ
มาฆบูชา
มาฆบูชา ย่อมาจาก  “ มาฆปูรณมีบูชา ”  แปลว่าการบูชาในวันเพ็ญ เดือน ๓ เป็นวันที่พระพุทธองค์ประทาน โอวาทปาติโมกข์ ซึ่งประกอบด้วยองค์๔ เรียกว่า  จาตุรงคสันนิบาต  ได้แก่ ๑ . พระสงฆ์เหล่านี้ ล้วนเป็นพระที่บวชโดยพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น เรียกว่า  “ เอหิภิกขุอุปสัมปทา ”  ๒ .  พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖ ๓ .  มีพระสงฆ์ ๑ , ๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ เวฬุวันมหาวิหาร ชานเมืองราชคฤห์ เมืองหลวงของแควันมคธ ประเทศอินเดีย  ๔ .  เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือ วันเพ็ญ ( พระจันทร์เต็มดวง )  เดือนมาฆะ
หลักธรรม โอวาทปาติโมกข์  ให้พระสาวกถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีเนื้อหา ๓ ประการ   ๑ .  อุดมการณ์ พระพุทธศาสนามีจุดหมายสูงสุด ได้แก่ พระนิพพาน คือการดับสูญจากกิเลศ และทุกข์ทั้งปวง อันจะทำสำเร็จได้ด้วยพึ่งตนพากเพียรด้วยการกระทำของตนเอง ไม่ใช้สำเร็จด้วยการอ้อนวอนร้องขอจากเทพองค์ใด   ๒ .  หลักการ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจในด้านปฏิบัติของพระพุทธศาสนาคือไม่ทำความชั่วทั้งปวง ,  ทำกุศลธรรมความดีให้ถึงพร้อม ,  ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส  ๓ .  วิธีการ พุทธวิธีในการนำธรรมะสู่จิตใจชาวโลกด้วยเมตตา ไม่มีการกล่าวร้ายใคร ไม่มีการทำร้ายใคร รักษาวินัยเคร่งครัด รู้จักประมาณในการกินอาหาร อยู่ในที่อันสงบสงัด ฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น ด้วยการบำเพ็ญสมาธิอยู่เสมอ
ประวัติ สำหรับ  “  วันมาฆบูชา  “  ในเมืองไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่  5  ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสือ  “  พระราชพิธีสิบสองเดือน  ”  สรุปได้ความว่า แต่เดิมพิธีวันมาฆบูชา ไม่เคยกระทำมาก่อนในเมืองไทย เพิ่งจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่   4  โดยพระองค์ทรงถือแบบย่างโบราณบัณฑิตที่นิยมว่าวันเพ็ญกลางเดือน  3  เป็นวันประชุมใหญ่ของพระสาวกของพระพุทธเจ้า มีลักษณะน่าอัศจรรย์ ซึ่งได้ถือว่าเอาเหตุนั้นเป็นเครื่องแสดงสักการะบูชา พิธีมาฆบูชา จึงได้เกิดมีขึ้นในเมืองไทย มีทั้งพิธีสงฆ์ ราชพิธี และพิธีราษฎร์ สืบมาจนถึงทุกวันนี้
วันวิสาขบูชา ปกติขึ้น  15  ค่ำเดือน  6
ย่อมาจาก  “ วิสาขปุณณมีบูชา ”  เป็นวันบูชาเพื่อน้อมระลึกถึงวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน คือ ในวันเพ็ญ  ( ขึ้น ๑๕ ค่ำ )  เดือนหก หรือเดือนเวสาขะ องค์การสหประชาชาติได้เล็งเห็นความสำคัญของวันนี้ จึงประกาศให้เป็น  “  วันสำคัญสากลโลก  ”  ( Vesak Day ) วันวิสาขบูชา
อริยสัจธรรม ๔  ประกอบไปด้วย  ทุกข์  ความทุกข์ สภาพที่ทนได้ยาก เช่น ความเกิด ความแก่ ความตาย ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ การประจวบกับสิ่งที่ไม่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความปรารถนาไม่สมหวัง ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์  สมุทัย  เหตุแห่งทุกข์เกิดขึ้น คือ  “  ตัณหา  ”  กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา  นิโรธ  ความดับทุกข์ ภาวะที่ตัณหาสิ้นไป จิตหลุดพ้นจากกิเลส เครื่องเศร้าหมองทั้งปวง นิพพาน  มรรค  ทางปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีองค์ประกอบ ๘ ประการ เรียกว่า มัชฌิมาปฏิทา คือ เห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ และตั้งจิตมั่นชอบ หลักธรรม
การจัดงานวันวิสาขบูชาในประเทศไทย ได้เริ่มกระทำมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ดังตำนาน  “  อันพระนครสุโขทัยธานี ถึงวันวิสาขนักขัตฤกษ์ครั้งใด ก็สว่างไสวด้วยแสงประทีป เทียน ดอกไม้เพลิงง ...  ”  ในสมัยอยุธยาไม่ปรากฏหลักฐาน ส่วนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ได้ทรงฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาให้เป็นแบบแผนขึ้น และกระทำสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน ประวัติ
วันอาสาฬหบูชา
วันอาสาฬหบูชา ย่อมาจาก  “ อาสาฬปุณณมีบูชา ”  หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๘ การแสดงพระปฐมเทศนา ได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ก็ได้ดวงตาเห็นแจ้งชัดว่า  “  สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา  ” จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ทำให้วันนี้มีพระรัตนตรัยครบ๓ประการ ความสำคัญของอาสาฬหบูชา ๑ .  เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ๒ .  เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศานา ๓ .  เป็นที่พระอริยสงฆ์เกิดขึ้นครั้งแรก ๔ .  เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรก ในพุทธศาสนา ๕ .  เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ปฐมสาวก ๖ .  เป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยครั้งแรก
หลักธรรม ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร  แปลว่าสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไป มีความโดย   ย่อว่า ที่สุด ๒ อย่างที่บรรชิตไม่ควรประพฤติปฏิบัติ ( ทางสุดโต่ง ) คือ กามสุขัลลิกานุโยค คือ การหมกมุ่นมัวเมาอยู่กับความสุขทางกามารมณ์ ทำตัวเองเป็นทาสของโลก และเนื้อหนัง อัตตกิลมถานุโยค คือ การสร้างความลำบากแก่ตน โดยการทรมานบีบคั้นร่างกายด้วยวิธีต่างๆ มีอดอาหาร ยืนกลางแดด นอนบนหนาม เป็นต้น มีหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการ ๑ . มัชฌิมาปฏิปทา คือ ข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง หรือทางสายกลาง ๒ . อริยสัจ  4  คือ หลักความจริงของอริยชน
ประวัติ พึ่งเกิดขึ้นเมื่อใน พ . ศ .  ๒๕๐๑ หลักจากงานฉลอง  25  พุทธศตวรรษแล้ว  คือในช่วยสมัยรัชกาลที่ 9 ในวันนี้พุทธศาสนิกชนต่างพากันมาน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่างๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุได้แก่ พระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เวียนเทียน และฟังพระธรรมเทศนา เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในวันวิสาขบูชา การแสดงธรรมในวันนี้จะเทศน์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
เข้าพรรษา
เข้าพรรษา “ เข้าพรรษา ”  แปลว่า  “ พักฝน ”  หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน มีกำหนด ๔เดือน เริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ ประกอบไปด้วย ๑ .  ปุริมพรรษา คือ พรรษาแรก หรือพรรษาต้น โดยเริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ๒ .  ปัจฉิมพรรษา คือ พรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือเพิ่มเดือน ๘ เข้ามาอีกเดือนหนึ่ง เป็นแปดสองหน ในปีนั้นให้ถือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง เป็นวันเข้าปุริมพรรษา การที่แยกพรรษาเป็น๒ระยะ เพื่อให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาในวันปุริมพรรษาไม่ทัน ด้วยเหตุจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถเลื่อนไปจำพรรษาในวันปัจฉิมพรรษา
ประวัติ โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด ๓ เดือน ในฤดูฝน
ประโยชน์ในการเข้าพรรษาของภิกษุ ๑ .  เป็นช่วงที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่นา หากภิกษุสงฆ์เดินทางจาริกไปในสถานที่ต่างๆ อาจไปเหยียบต้นกล้า หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้ได้รับความเสียหายล้มตาย   ๒ .  หลังจากเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นเวลา ๘  -  ๙ เดือน พระภิกษุสงฆ์จะได้หยุดพักผ่อน   ๓ .  เป็นเวลาที่พระภิกษุสงฆ์จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมสำหรับตนเอง และศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตลอดจนเตรียมการสั่งสอนประชาชนเมื่อถึงวันออกพรรษา   ๔ .  เพื่อจะได้มีโอกาสอบรมสั่งสอนและบวชให้กับกุลบุตรผู้มีอายุครบบวช อันเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป   ๕ .  เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศลเป็นการพิเศษ เช่น การทำบุญตักบาตรหล่อเทียนเข้าพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม งดเว้นอบายมุข และมีโอกาสได้ฟังพระธรรมเทศนาตลอดเวลาเข้าพรรษา
กิจกรรมต่างๆที่ควรปฏิบัติ ♥  ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา  ♥   ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิษุสามเณร  ♥   ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล  ♥   อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ
ออกพรรษา
ออกพรรษา คือวันสิ้นสุดระยะการจำพรรษา ตรงกับวันขึ้น  ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑   เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  “ วันมหาปวารณา ”   คำว่า  “  ปวารณา  ”  แปลว่า  “  อนุญาต  ”  หรือ  “  ยอมให้  ”  คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน เพื่อชี้ให้เห็นวิธีการคอยสังวร คือ ตามระวัง ไม่ประมาท ไม่ยอมให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นได้ในหมู่สงฆ์ คำกล่าวปวารณา     “  สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ  ”  แปลว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นหรือได้ฟังก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียเลยใหม่ให้ดี   มีการทำบุญอันเป็นประเพณีที่นิยมกระทำกันมานานแล้วในวันออกพรรษา ซึ่งเรียกว่า  "  ตักบาตรเทโว "  หรือเรียกชื่อเต็มตามคำพระว่า  " เทโวโรหนะ "  แปลว่าการหยั่งลงจากเทวโลก หรือการตักบาตรนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  "  ตักบาตรดาวดึงส์ "  และการตักบาตรเทโวนี้ จะกระทำในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๑๑ หรือวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑
วันอัฏฐมีบูชา
คือ วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖  เป็นวันที่ถือกันว่าตรงกับวันถวายพระเพลิง พระพุทธสรีระ  เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ๘ วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา เมื่อวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้นเวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาแห่งวัดนั้น ๆ ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น แต่จะปฏิบัติกันมาแต่เมื่อใด ไม่พบหลักฐาน ปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่     การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น  อัฏฐมีบูชา
วันธรรมสวนะ
หมายถึง วันประชุมถือศีลฟังธรรมในพุทธศาสนา  (  ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม )  กำหนดเดือนทางจันทรคติละ  4  วัน ได้แก่ วันขึ้น  8  ค่ำ ,  วันขึ้น  15  ค่ำ   ( วันเพ็ญ ) ,  วันแรม  8  ค่ำ ,  วันแรม  15  ค่ำ  (  หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม  14  ค่ำ )  ในวันพระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญ ควรไปวัดเพื่อทำบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และฟังธรรม สำหรับผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวันพระด้วย นอกจากนี้ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรทำบาปใดๆ การทำบาปหรือไม่ถือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปยิ่งในวันอื่น วันธรรมสวนะ
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่านักบวชศาสนาอื่น มีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าศาสนาพุทธยังไม่มีพระพุทธองค์จึงทรงอนุญาติให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ              พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็น วันธรรมสวนะ  (  สำหรับวัน ธรรมสวนะนี้ เมืองไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย  ) ประวัติ
 

Buddha1

  • 1.
  • 2.
  • 3.
  • 4.
    มาฆบูชา ย่อมาจาก “ มาฆปูรณมีบูชา ” แปลว่าการบูชาในวันเพ็ญ เดือน ๓ เป็นวันที่พระพุทธองค์ประทาน โอวาทปาติโมกข์ ซึ่งประกอบด้วยองค์๔ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต ได้แก่ ๑ . พระสงฆ์เหล่านี้ ล้วนเป็นพระที่บวชโดยพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น เรียกว่า “ เอหิภิกขุอุปสัมปทา ” ๒ . พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖ ๓ . มีพระสงฆ์ ๑ , ๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ เวฬุวันมหาวิหาร ชานเมืองราชคฤห์ เมืองหลวงของแควันมคธ ประเทศอินเดีย ๔ . เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือ วันเพ็ญ ( พระจันทร์เต็มดวง ) เดือนมาฆะ
  • 5.
    หลักธรรม โอวาทปาติโมกข์ ให้พระสาวกถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีเนื้อหา ๓ ประการ ๑ . อุดมการณ์ พระพุทธศาสนามีจุดหมายสูงสุด ได้แก่ พระนิพพาน คือการดับสูญจากกิเลศ และทุกข์ทั้งปวง อันจะทำสำเร็จได้ด้วยพึ่งตนพากเพียรด้วยการกระทำของตนเอง ไม่ใช้สำเร็จด้วยการอ้อนวอนร้องขอจากเทพองค์ใด ๒ . หลักการ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจในด้านปฏิบัติของพระพุทธศาสนาคือไม่ทำความชั่วทั้งปวง , ทำกุศลธรรมความดีให้ถึงพร้อม , ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส ๓ . วิธีการ พุทธวิธีในการนำธรรมะสู่จิตใจชาวโลกด้วยเมตตา ไม่มีการกล่าวร้ายใคร ไม่มีการทำร้ายใคร รักษาวินัยเคร่งครัด รู้จักประมาณในการกินอาหาร อยู่ในที่อันสงบสงัด ฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น ด้วยการบำเพ็ญสมาธิอยู่เสมอ
  • 6.
    ประวัติ สำหรับ “ วันมาฆบูชา “ ในเมืองไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสือ “ พระราชพิธีสิบสองเดือน ” สรุปได้ความว่า แต่เดิมพิธีวันมาฆบูชา ไม่เคยกระทำมาก่อนในเมืองไทย เพิ่งจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 โดยพระองค์ทรงถือแบบย่างโบราณบัณฑิตที่นิยมว่าวันเพ็ญกลางเดือน 3 เป็นวันประชุมใหญ่ของพระสาวกของพระพุทธเจ้า มีลักษณะน่าอัศจรรย์ ซึ่งได้ถือว่าเอาเหตุนั้นเป็นเครื่องแสดงสักการะบูชา พิธีมาฆบูชา จึงได้เกิดมีขึ้นในเมืองไทย มีทั้งพิธีสงฆ์ ราชพิธี และพิธีราษฎร์ สืบมาจนถึงทุกวันนี้
  • 7.
  • 8.
    ย่อมาจาก “วิสาขปุณณมีบูชา ” เป็นวันบูชาเพื่อน้อมระลึกถึงวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน คือ ในวันเพ็ญ ( ขึ้น ๑๕ ค่ำ ) เดือนหก หรือเดือนเวสาขะ องค์การสหประชาชาติได้เล็งเห็นความสำคัญของวันนี้ จึงประกาศให้เป็น “ วันสำคัญสากลโลก ” ( Vesak Day ) วันวิสาขบูชา
  • 9.
    อริยสัจธรรม ๔ ประกอบไปด้วย ทุกข์ ความทุกข์ สภาพที่ทนได้ยาก เช่น ความเกิด ความแก่ ความตาย ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ การประจวบกับสิ่งที่ไม่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความปรารถนาไม่สมหวัง ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ สมุทัย เหตุแห่งทุกข์เกิดขึ้น คือ “ ตัณหา ” กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา นิโรธ ความดับทุกข์ ภาวะที่ตัณหาสิ้นไป จิตหลุดพ้นจากกิเลส เครื่องเศร้าหมองทั้งปวง นิพพาน มรรค ทางปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีองค์ประกอบ ๘ ประการ เรียกว่า มัชฌิมาปฏิทา คือ เห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ และตั้งจิตมั่นชอบ หลักธรรม
  • 10.
    การจัดงานวันวิสาขบูชาในประเทศไทย ได้เริ่มกระทำมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ดังตำนาน “ อันพระนครสุโขทัยธานี ถึงวันวิสาขนักขัตฤกษ์ครั้งใด ก็สว่างไสวด้วยแสงประทีป เทียน ดอกไม้เพลิงง ... ” ในสมัยอยุธยาไม่ปรากฏหลักฐาน ส่วนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ได้ทรงฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาให้เป็นแบบแผนขึ้น และกระทำสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน ประวัติ
  • 11.
  • 12.
    วันอาสาฬหบูชา ย่อมาจาก “ อาสาฬปุณณมีบูชา ” หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๘ การแสดงพระปฐมเทศนา ได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ก็ได้ดวงตาเห็นแจ้งชัดว่า “ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา ” จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ทำให้วันนี้มีพระรัตนตรัยครบ๓ประการ ความสำคัญของอาสาฬหบูชา ๑ . เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ๒ . เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศานา ๓ . เป็นที่พระอริยสงฆ์เกิดขึ้นครั้งแรก ๔ . เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรก ในพุทธศาสนา ๕ . เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ปฐมสาวก ๖ . เป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยครั้งแรก
  • 13.
    หลักธรรม ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่าสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไป มีความโดย ย่อว่า ที่สุด ๒ อย่างที่บรรชิตไม่ควรประพฤติปฏิบัติ ( ทางสุดโต่ง ) คือ กามสุขัลลิกานุโยค คือ การหมกมุ่นมัวเมาอยู่กับความสุขทางกามารมณ์ ทำตัวเองเป็นทาสของโลก และเนื้อหนัง อัตตกิลมถานุโยค คือ การสร้างความลำบากแก่ตน โดยการทรมานบีบคั้นร่างกายด้วยวิธีต่างๆ มีอดอาหาร ยืนกลางแดด นอนบนหนาม เป็นต้น มีหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการ ๑ . มัชฌิมาปฏิปทา คือ ข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง หรือทางสายกลาง ๒ . อริยสัจ 4 คือ หลักความจริงของอริยชน
  • 14.
    ประวัติ พึ่งเกิดขึ้นเมื่อใน พ. ศ . ๒๕๐๑ หลักจากงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษแล้ว คือในช่วยสมัยรัชกาลที่ 9 ในวันนี้พุทธศาสนิกชนต่างพากันมาน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่างๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุได้แก่ พระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เวียนเทียน และฟังพระธรรมเทศนา เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในวันวิสาขบูชา การแสดงธรรมในวันนี้จะเทศน์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
  • 15.
  • 16.
    เข้าพรรษา “ เข้าพรรษา” แปลว่า “ พักฝน ” หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน มีกำหนด ๔เดือน เริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ ประกอบไปด้วย ๑ . ปุริมพรรษา คือ พรรษาแรก หรือพรรษาต้น โดยเริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ๒ . ปัจฉิมพรรษา คือ พรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือเพิ่มเดือน ๘ เข้ามาอีกเดือนหนึ่ง เป็นแปดสองหน ในปีนั้นให้ถือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง เป็นวันเข้าปุริมพรรษา การที่แยกพรรษาเป็น๒ระยะ เพื่อให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาในวันปุริมพรรษาไม่ทัน ด้วยเหตุจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถเลื่อนไปจำพรรษาในวันปัจฉิมพรรษา
  • 17.
    ประวัติ โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด ๓ เดือน ในฤดูฝน
  • 18.
    ประโยชน์ในการเข้าพรรษาของภิกษุ ๑ . เป็นช่วงที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่นา หากภิกษุสงฆ์เดินทางจาริกไปในสถานที่ต่างๆ อาจไปเหยียบต้นกล้า หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้ได้รับความเสียหายล้มตาย ๒ . หลังจากเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นเวลา ๘ - ๙ เดือน พระภิกษุสงฆ์จะได้หยุดพักผ่อน ๓ . เป็นเวลาที่พระภิกษุสงฆ์จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมสำหรับตนเอง และศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตลอดจนเตรียมการสั่งสอนประชาชนเมื่อถึงวันออกพรรษา ๔ . เพื่อจะได้มีโอกาสอบรมสั่งสอนและบวชให้กับกุลบุตรผู้มีอายุครบบวช อันเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป ๕ . เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศลเป็นการพิเศษ เช่น การทำบุญตักบาตรหล่อเทียนเข้าพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม งดเว้นอบายมุข และมีโอกาสได้ฟังพระธรรมเทศนาตลอดเวลาเข้าพรรษา
  • 19.
    กิจกรรมต่างๆที่ควรปฏิบัติ ♥ ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา ♥ ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิษุสามเณร ♥ ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล ♥ อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ
  • 20.
  • 21.
    ออกพรรษา คือวันสิ้นสุดระยะการจำพรรษา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ วันมหาปวารณา ” คำว่า “ ปวารณา ” แปลว่า “ อนุญาต ” หรือ “ ยอมให้ ” คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน เพื่อชี้ให้เห็นวิธีการคอยสังวร คือ ตามระวัง ไม่ประมาท ไม่ยอมให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นได้ในหมู่สงฆ์ คำกล่าวปวารณา   “ สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ ” แปลว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นหรือได้ฟังก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียเลยใหม่ให้ดี   มีการทำบุญอันเป็นประเพณีที่นิยมกระทำกันมานานแล้วในวันออกพรรษา ซึ่งเรียกว่า " ตักบาตรเทโว " หรือเรียกชื่อเต็มตามคำพระว่า " เทโวโรหนะ " แปลว่าการหยั่งลงจากเทวโลก หรือการตักบาตรนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " ตักบาตรดาวดึงส์ " และการตักบาตรเทโวนี้ จะกระทำในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๑๑ หรือวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑
  • 22.
  • 23.
    คือ วันแรม ๘ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันที่ถือกันว่าตรงกับวันถวายพระเพลิง พระพุทธสรีระ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ๘ วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา เมื่อวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้นเวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาแห่งวัดนั้น ๆ ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น แต่จะปฏิบัติกันมาแต่เมื่อใด ไม่พบหลักฐาน ปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่   การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น อัฏฐมีบูชา
  • 24.
  • 25.
    หมายถึง วันประชุมถือศีลฟังธรรมในพุทธศาสนา ( ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม ) กำหนดเดือนทางจันทรคติละ 4 วัน ได้แก่ วันขึ้น 8 ค่ำ , วันขึ้น 15 ค่ำ ( วันเพ็ญ ) , วันแรม 8 ค่ำ , วันแรม 15 ค่ำ ( หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ ) ในวันพระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญ ควรไปวัดเพื่อทำบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และฟังธรรม สำหรับผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวันพระด้วย นอกจากนี้ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรทำบาปใดๆ การทำบาปหรือไม่ถือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปยิ่งในวันอื่น วันธรรมสวนะ
  • 26.
    ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและกราบทูลว่านักบวชศาสนาอื่น มีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าศาสนาพุทธยังไม่มีพระพุทธองค์จึงทรงอนุญาติให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ            พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็น วันธรรมสวนะ ( สำหรับวัน ธรรมสวนะนี้ เมืองไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ) ประวัติ
  • 27.