ทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructivism)
               จัดทำาโดย
         นางสาวทิวาพร สุวรรณทัต
            ค.บ.3.3 เลขที่24
                          24
ทีมาของทฤษฏี
                       ่

           แนวคิด Constructivism เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของความ
รู้ของมนุษย์ มีความหมายทั้งในเชิงจิตวิทยาและเชิงสังคมวิทยา
ทฤษฎีดานจิตวิทยา เริ่มต้นจาก Jean Piaget ซึ่งเสนอว่า การ
         ้
เรียนรู้ของเด็กเป็นกระบวนการส่วนบุคคลมีความเป็นอัตนัย
Vygotsky ได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่า เกิด
จากการสื่อสารทางภาษากับบุคคลอื่น สำาหรับด้านสังคมวิทยา
Emile Durkheim และคณะ เชือว่าสภาพแวดล้อมทางสังคมมีผล
                               ่
ต่อการเสริมสร้างความรู้ใหม่
ลักษณะการพัฒนารูปแบบการ
       1. การสอนตามแนว Constructivism เน้นความ
      สอน
สำาคัญของกระบวนการเรียนรู้ของผูเรียน และความสำาคัญ
                               ้
ของความรู้เดิม
          2. เปิดโอกาสให้ผเรียนเป็นผูแสดงความรู้ได้ด้วย
                             ู้      ้
ตนเอง และสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเองได้ ผูเรียนจะ
                                                ้
เป็นผูออกไปสังเกตสิ่งทีตนอยากรู้ มาร่วมกันอภิปราย
        ้                  ่
สรุปผลการค้นพบ แล้วนำาไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจาก
เอกสารวิชาการ หรือแหล่งความรู้ที่หาได้ เพื่อตรวจความ
รู้ที่ได้มา และเพิ่มเติมเป็นองค์ความรู้ทสมบูรณ์ต่อไป
                                        ี่
    3. การเรียนรู้ตองให้ผเรียนลงมือปฏิบัติจริง ค้นหา
                    ้       ู้
ความรู้ด้วยตนเอง จนค้นพบความรู้และรู้จักสิ่งที่คนพบ ้
เรียนรู้วิเคราะห์ตอจนรู้จริงว่า ลึก ๆ แล้วสิ่งนันคืออะไร มี
                  ่                             ้
ความสำาคัญมากน้อยเพียงไร และศึกษาค้นคว้าให้ลกซึ้ง     ึ
ลงไป จนถึงรู้แจ้ง
การประยุกต์ในการจัดกิจกรรมการ
             เรียนรู้
 การใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการให้ผู้เรียน
  สร้างสาระการเรียนรู้และผลงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง

 การสร้างสภาพแวดล้อมทีมีบรรยากาศทีหลากหลาย
                            ่         ่
  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกตามความสนใจ
 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำาในสิ่งทีสนใจ ซึ่งจะทำาให้ผู้
                                    ่
  เรียนมีแรงจูงใจในการคิด การทำา และการเรียนรู้ต่อไป
 จัดสภาพแวดล้อมทีมีความแตกต่างกัน เพื่อประโยชน์
                       ่
  ในการเรียนรู้ เช่น วัย
     ความถนัด ความสามารถ และประสบการณ์
 สร้างบรรยากาศที่มีความเป็นมิตร
 ครูตองทำาหน้าที่อำานวยความสะดวกในการเรียนรู้แก่ผู้
       ้
  เรียน
 การประเมินผลการเรียนรู้ตองประเมินทังผลงานและ
                          ้          ้
  กระบวนการ
 ใช้วิธีการทีหลากหลายในการประเมิน เช่น การประเมิน
              ่
  ตนเอง การประเมินโดยครูและเพื่อน การสังเกต การ
  ประเมินโดยแฟ้มสะสมงาน
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในการ
         เรียนการสอน
 เช่น เดิมจะใช้เทคนิคการสอนแบบ Step by Step คือ
ครูทำาให้ดูและผูเรียนทำาตามทีละ Step ไปเรื่อยๆ ซึ่งจะ
                    ้
สังเกตว่าผู้เรียนจะเรียนรู้เฉพาะเนือหาที่สอนเท่านัน
                                   ้               ้
และบางคนที่รู้คำาสั่งเหล่านี้มาแล้วเกิดความรู้สึกเบื่อ
หน่าย แต่เมื่อนำาหลักการของ Constructionismมาใช้
โดยเริ่มต้นจากการสอนด้วยวิธี Step by Step เฉพาะ
พื้นฐานทีผเรียนจำาเป็นต้องรู้ จากนั้นให้ผเรียนเขียน
           ่ ู้                             ู้
โปรแกรมทีเขาสนใจขึ้นมา 1 โปรแกรมโดยเปิดโอกาส
                ่
ให้ผู้เรียนได้คดเองว่าจะทำาอะไรและยังเปิดโอกาสให้ผู้
                  ิ
เรียนซักถามกันเองได้(โดยการบอกกับผูเรียนก่อน)
                                          ้
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในการ
        เรียนการสอน
 ครูควรจะเปิดโอกาสให้ผเรียนได้ลงมือปฏิบัตหรือได้
                         ู้                 ิ
สร้างสิ่งที่ผเรียนสนใจอยากจะทำาด้วยตัวของเขาเอง
             ู้
โดยการมอบหมายงานให้เขาทำาและให้โอกาสกับผู้
เรียนในการตัดสินใจว่าเขาจะทำาอะไร สิ่งนี่คอจุดเริ่ม
                                          ื
ต้นทีสำาคัญมากของกระบวนการเรียนรู้ตามแนวทาง
     ่
ของ Constructionism
การสร้างความรู้ใหม่โดยผู้เรียนเอง

1. ผูเรียนจะมีการปะทะสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคล
     ้
   เหตุการณ์ และสิ่งอื่น ๆ และผูเรียนจะปรับตนเองโดย
                                ้
   วิธีดูดซึม สร้างโครงสร้างทางปัญญาใหม่ และ
   กระบวนการของความสมดุล เพื่อให้รับสิ่งแวดล้อม
   หรือความจริงใหม่เข้าสู่ความคิดของตนเองได้
2. ในการนำาเสนอหรืออธิบายความจริงที่ผเรียนสร้างขึ้น
                                       ู้
   นัน ผู้เรียนจะสร้างรูปแบบ หรือตัวแทนของสิ่งของ
     ้
   ปรากฏการณ์ และเหตุการณ์ขึ้นในสมองของผูเรียนเอง
                                              ้
   ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
3. ผูเรียนอาจมีผให้คำาปรึกษา (Mentor) เช่น ครูผสอน
     ้             ู้                            ู้
   หรือบุคคลทีเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ได้สร้างความหมาย
                 ่
   ต่อความจริง หรือความรู้ทผเรียนได้รับเอาไว้ แต่
                             ี่ ู้
   อย่างไรก็ตาม ความหมายเหล่านันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อ
                                   ้
   เมื่อผูเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้
          ้
4. ผูเรียนจะควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-
     ้
   Regulated Learning)
สรุป
 หลักการเรียนการสอนตามทฤษฎี
Constructionism เป็นการเรียนการสอนทีผู้เรียน
                                          ่
เรียนรู้จากการสร้างงาน ผูเรียนได้ดำาเนินกิจกรรมการ
                         ้
เรียนด้วยตนเองโดยการลงมือปฏิบัตหรือสร้างงานที่
                                    ิ
ตนเองสนใจ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สัมผัส
และแลกเปลียนความรู้กับสมาชิกในกลุม ผูเรียนจะ
             ่                         ่    ้
สร้างองค์ความรู้ขึ้นด้วยตนเองจากการปฎิบัตงานที่มี
                                              ิ
ความหมายต่อตนเอง ครูผสอนจะต้องสร้างให้เกิด
                           ู้
องค์ประกอบครบทั้ง 3 ประการ คือ
1)   ให้ผู้เรียนได้ลงมือประกอบกิจกรรมด้วยตนเอง (
     ได้สร้างงาน) ตามความสนใจ ตามความชอบ
     หรือความถนัด ของแต่ละบุคคล
2)    ให้ผเรียนได้เรียนรู้ภายใต้บรรยากาศและสภาพ
          ู้
     แวดล้อมในการเรียนรู้ทดี ี่
3)    มีเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบกิจกรรมการ
     เรียนรู้ที่เหมาะสม

ทฤษฎีการสร้างความรู้

  • 1.
    ทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructivism) จัดทำาโดย นางสาวทิวาพร สุวรรณทัต ค.บ.3.3 เลขที่24 24
  • 2.
    ทีมาของทฤษฏี ่ แนวคิด Constructivism เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของความ รู้ของมนุษย์ มีความหมายทั้งในเชิงจิตวิทยาและเชิงสังคมวิทยา ทฤษฎีดานจิตวิทยา เริ่มต้นจาก Jean Piaget ซึ่งเสนอว่า การ ้ เรียนรู้ของเด็กเป็นกระบวนการส่วนบุคคลมีความเป็นอัตนัย Vygotsky ได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่า เกิด จากการสื่อสารทางภาษากับบุคคลอื่น สำาหรับด้านสังคมวิทยา Emile Durkheim และคณะ เชือว่าสภาพแวดล้อมทางสังคมมีผล ่ ต่อการเสริมสร้างความรู้ใหม่
  • 4.
    ลักษณะการพัฒนารูปแบบการ 1. การสอนตามแนว Constructivism เน้นความ สอน สำาคัญของกระบวนการเรียนรู้ของผูเรียน และความสำาคัญ ้ ของความรู้เดิม 2. เปิดโอกาสให้ผเรียนเป็นผูแสดงความรู้ได้ด้วย ู้ ้ ตนเอง และสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเองได้ ผูเรียนจะ ้ เป็นผูออกไปสังเกตสิ่งทีตนอยากรู้ มาร่วมกันอภิปราย ้ ่ สรุปผลการค้นพบ แล้วนำาไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจาก เอกสารวิชาการ หรือแหล่งความรู้ที่หาได้ เพื่อตรวจความ รู้ที่ได้มา และเพิ่มเติมเป็นองค์ความรู้ทสมบูรณ์ต่อไป ี่ 3. การเรียนรู้ตองให้ผเรียนลงมือปฏิบัติจริง ค้นหา ้ ู้ ความรู้ด้วยตนเอง จนค้นพบความรู้และรู้จักสิ่งที่คนพบ ้ เรียนรู้วิเคราะห์ตอจนรู้จริงว่า ลึก ๆ แล้วสิ่งนันคืออะไร มี ่ ้ ความสำาคัญมากน้อยเพียงไร และศึกษาค้นคว้าให้ลกซึ้ง ึ ลงไป จนถึงรู้แจ้ง
  • 5.
    การประยุกต์ในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้  การใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการให้ผู้เรียน สร้างสาระการเรียนรู้และผลงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง  การสร้างสภาพแวดล้อมทีมีบรรยากาศทีหลากหลาย ่ ่ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกตามความสนใจ  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำาในสิ่งทีสนใจ ซึ่งจะทำาให้ผู้ ่ เรียนมีแรงจูงใจในการคิด การทำา และการเรียนรู้ต่อไป  จัดสภาพแวดล้อมทีมีความแตกต่างกัน เพื่อประโยชน์ ่ ในการเรียนรู้ เช่น วัย ความถนัด ความสามารถ และประสบการณ์
  • 6.
     สร้างบรรยากาศที่มีความเป็นมิตร  ครูตองทำาหน้าที่อำานวยความสะดวกในการเรียนรู้แก่ผู้ ้ เรียน  การประเมินผลการเรียนรู้ตองประเมินทังผลงานและ ้ ้ กระบวนการ  ใช้วิธีการทีหลากหลายในการประเมิน เช่น การประเมิน ่ ตนเอง การประเมินโดยครูและเพื่อน การสังเกต การ ประเมินโดยแฟ้มสะสมงาน
  • 7.
    ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในการ เรียนการสอน เช่น เดิมจะใช้เทคนิคการสอนแบบ Step by Step คือ ครูทำาให้ดูและผูเรียนทำาตามทีละ Step ไปเรื่อยๆ ซึ่งจะ ้ สังเกตว่าผู้เรียนจะเรียนรู้เฉพาะเนือหาที่สอนเท่านัน ้ ้ และบางคนที่รู้คำาสั่งเหล่านี้มาแล้วเกิดความรู้สึกเบื่อ หน่าย แต่เมื่อนำาหลักการของ Constructionismมาใช้ โดยเริ่มต้นจากการสอนด้วยวิธี Step by Step เฉพาะ พื้นฐานทีผเรียนจำาเป็นต้องรู้ จากนั้นให้ผเรียนเขียน ่ ู้ ู้ โปรแกรมทีเขาสนใจขึ้นมา 1 โปรแกรมโดยเปิดโอกาส ่ ให้ผู้เรียนได้คดเองว่าจะทำาอะไรและยังเปิดโอกาสให้ผู้ ิ เรียนซักถามกันเองได้(โดยการบอกกับผูเรียนก่อน) ้
  • 8.
    ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในการ เรียนการสอน ครูควรจะเปิดโอกาสให้ผเรียนได้ลงมือปฏิบัตหรือได้ ู้ ิ สร้างสิ่งที่ผเรียนสนใจอยากจะทำาด้วยตัวของเขาเอง ู้ โดยการมอบหมายงานให้เขาทำาและให้โอกาสกับผู้ เรียนในการตัดสินใจว่าเขาจะทำาอะไร สิ่งนี่คอจุดเริ่ม ื ต้นทีสำาคัญมากของกระบวนการเรียนรู้ตามแนวทาง ่ ของ Constructionism
  • 9.
    การสร้างความรู้ใหม่โดยผู้เรียนเอง 1. ผูเรียนจะมีการปะทะสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคล ้ เหตุการณ์ และสิ่งอื่น ๆ และผูเรียนจะปรับตนเองโดย ้ วิธีดูดซึม สร้างโครงสร้างทางปัญญาใหม่ และ กระบวนการของความสมดุล เพื่อให้รับสิ่งแวดล้อม หรือความจริงใหม่เข้าสู่ความคิดของตนเองได้ 2. ในการนำาเสนอหรืออธิบายความจริงที่ผเรียนสร้างขึ้น ู้ นัน ผู้เรียนจะสร้างรูปแบบ หรือตัวแทนของสิ่งของ ้ ปรากฏการณ์ และเหตุการณ์ขึ้นในสมองของผูเรียนเอง ้ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
  • 10.
    3. ผูเรียนอาจมีผให้คำาปรึกษา (Mentor)เช่น ครูผสอน ้ ู้ ู้ หรือบุคคลทีเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ได้สร้างความหมาย ่ ต่อความจริง หรือความรู้ทผเรียนได้รับเอาไว้ แต่ ี่ ู้ อย่างไรก็ตาม ความหมายเหล่านันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อ ้ เมื่อผูเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ้ 4. ผูเรียนจะควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self- ้ Regulated Learning)
  • 11.
    สรุป หลักการเรียนการสอนตามทฤษฎี Constructionism เป็นการเรียนการสอนทีผู้เรียน ่ เรียนรู้จากการสร้างงาน ผูเรียนได้ดำาเนินกิจกรรมการ ้ เรียนด้วยตนเองโดยการลงมือปฏิบัตหรือสร้างงานที่ ิ ตนเองสนใจ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สัมผัส และแลกเปลียนความรู้กับสมาชิกในกลุม ผูเรียนจะ ่ ่ ้ สร้างองค์ความรู้ขึ้นด้วยตนเองจากการปฎิบัตงานที่มี ิ ความหมายต่อตนเอง ครูผสอนจะต้องสร้างให้เกิด ู้ องค์ประกอบครบทั้ง 3 ประการ คือ
  • 12.
    1) ให้ผู้เรียนได้ลงมือประกอบกิจกรรมด้วยตนเอง ( ได้สร้างงาน) ตามความสนใจ ตามความชอบ หรือความถนัด ของแต่ละบุคคล 2) ให้ผเรียนได้เรียนรู้ภายใต้บรรยากาศและสภาพ ู้ แวดล้อมในการเรียนรู้ทดี ี่ 3) มีเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบกิจกรรมการ เรียนรู้ที่เหมาะสม