(ก)



ชือเรือง :     สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ
               มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
ชือผูวิจย :
      ้ ั      พระไพรเวศน์ จิตฺตทนฺ โต    หัวหน้าโครงการวิจย ั
ปี ทีทําวิจย : 2554
           ั
ผูสนับสนุนการวิจย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
   ้             ั


                                          บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจย      ั
           1. เพือทราบถึงสภาพปั ญหาของนิ สิตและการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
           2. เพือทราบถึ ง ระดับ ความคิ ด เห็น ของนิ สิต ที มี ต่ อ การจัด การเรี ย นการสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
           3. เพือประมวลปั ญหาและข้อเสนอแนะของผูทีเกียวข้องในการจัดการเรียนการสอนของ
                                                      ้
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
วิธีการดําเนินการวิจย   ั
            ผูวิจยได้เก็บข้อมูลจากประชากรกลุมตัวอย่างทีเป็ นนิ สต จํานวน 191 รูป จากประชากร
              ้ ั                             ่                    ิ
ทีเป็ นพระนิ สิตภาค 2 ปี การศึกษา 2551 ของวิทยาลัยสงฆ์
            เครืองมือทีใช้ในการเก็บข้อมูลเป็ นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ขอมูลโดยใช้โปรแกรม
                                                                            ้
สําเร็จรูปจากคอมพิวเตอร์ คํานวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลีย ค่าเบียงเบนมาตรฐาน และค่า
สัมประสิทธิสหสัมพันธ์
ผลการศึกษาวิจย      ั
         การวิจยครังนี ใช้กลุมประชากร ได้แก่ นิ สิตวิทยาลัยสงฆ์เลยทีศึกษาในภาคเรียนที 2 ปี
                  ั           ่
การศึกษา 2554 โดยใช้แบบสอบถาม จํานวน 200 ชุด แบบสอบถามทีได้รบคืนจํานวน 191 ชุดั
คณะผูวจยได้ศึกษาทบทวนแนวคิดทฤษฎีและเอกสารผลงานทีเกียวข้อง โดยแบ่งแบบสอบถาม
       ้ิั
ออกเป็ น 4 ตอน คือ ตอนที 1 ข้อมูลพืนฐานของนิ สิต ตอนที 2 ข้อมูลปั ญหาของกลุมประชากรที ่
ใช้ในการศึกษา ตอนที 3 ข้อมูลความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอน แบ่งออก
เป็ น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการ
                                   ู้
สอน ด้านอาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอนตอนที 4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สิต
ในด้านต่างๆ ซึงเป็ นคําถามลักษณะปลายเปิ ด
(ข)


        ข้อมูลพืนฐานของนิ สิตกลุมตัวอย่าง จากผลการวิเคราะห์ขอมูลจากแบบสอบถามจํานวน
                                  ่                               ้
191 ชุด ผูตอบแบบสอบถามส่วนมากมีสถานภาพเป็ นพระภิกษุ จํานวน 1 รูปและทีเหลือเป็ น
           ้
สามเณร จํานวน 8 รูป และคฤหัสถ์ จํานวน คน รวมจํานวน 1 รูป/คน
        ข้อมูลทีเกียวกับปั ญหาของนิ สิต
        จากการวิเคราะห์แบบสอบถาม พบว่า นิ สิตส่วนใหญ่มาเรียนโดยใช้ทุนส่วนตัวใน
การศึกษา ด้านการฉันเพลจะเตรียมภัตตาหารมาจากวัด นิ สิตส่วนใหญเดินทางมาเรียนไป-กลับ
จะโดยรถโดยสารประจําทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชัวโมง งานทีมอบหมายก็จะทําทุกครัง
ส่วนปั ญหาทีสําคัญทีสุดคือการขาดปั จจัยสนับสนุ นการเรียน เช่น ค่าเดินทาง ค่าเทอม ค่า
ภัตตาหาร เป็ นต้น
          ข้อมูลทีเกียวกับด้านความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆ์เลย
          1. ด้านผูสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ
                    ้
             - ความคิดเห็นต่ออาจารย์ผสอนในด้านอาจารย์มีความเป็ นกันเอง
                                        ู้
             - อาจารย์พดจาสุภาพและเหมาะสม
                          ู
             - เปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิตซักถาม และให้คาแนะนําในด้านการเรียน
                                                                ํ
             ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบแต่อยูในระดับมาก ได้แก่ อาจารย์เป็ นคนตรง
                                                     ่
        ต่อเวลาในการเข้าสอนและเลิกสอนให้โอกาสนอกชันเรียนแก่พระนิ สิตเข้าพบและให้
        คําแนะนําในด้านการเรียน
        2. ด้านหลักสูตร นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ
             - ความคิดเห็นต่อประโยชน์ของหลักสูตรสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้
             - หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทําให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง
                                                         ั    ้
             - มีการแจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิตทราบก่อนล่วงหน้า
             ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการประเมินประสิทธิภาพของผูสอน    ้
        จากนิ สต มีการจัดวิชาลงในแต่ละภาคการศึกษาอย่างเหมาะสม
                ิ
        3. ด้านระบบการจัดการศึกษา นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง
        บวก ใน 3 อันดับ ได้แก่
             - ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีความเหมาะสมกับจํานวนหน่วยกิต
             - เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่พระนิ สิต
             - หลักสูตรมีการปรับปรุงและพัฒนาให้กาวทันการเปลียนแปลงของสังคมอยูเสมอ
                                                       ้                             ่
             ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ การเปิ ดโอกาสให้นิสิตเข้าไปมีสวนร่วมใน
                                                                                   ่
        การจัดการศึกษาตามความเหมาะสมน้อย
        4. ด้านวิธีการสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3
        อันดับ ได้แก่
             - ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการสอนการบรรยาย การสาธิต สัมมนา อภิปราย
                            ่
        ร่วม
(ค)


     - มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และวิธีการประเมินผล
     - มีเอกสารประกอบการสอนทีตรงกับเนื อหาวิชาในกระบวนวิชาทีเรียน
     ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยี
ผสมผสานการศึกษาเพือช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ
5. ด้านอาคารสถานที นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3
อันดับ ได้แก่
     - แสงไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน
     - ลักษณะของห้องเรียนมีความปลอดภัย
     - บรรยากาศของห้องเรียนมีความโปร่งสบาย
     ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สภาพแวดล้อมของอาคารมีการจัดการ
ดูแลอย่างเป็ นระเบียบ สวยงาม และมีการบํารุงรักษาสถานทีเพืออํานวยความสะดวกแก่
พระนิ สิตสมําเสมอเป็ นอย่างดี
6. ด้านสือการเรียนการสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง
บวกใน 3 อันดับ ได้แก่
     - อาจารย์ผสอนมีความสามารถใช้สือการสอนได้เป็ นอย่างดี
                 ู้
     - สือทีอาจารย์ผสอนนํามาใช้มีความทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา
                     ู้
     - สือทีมีอยูชวยให้ผเู้ รียนเรียนได้เร็วขึน
                 ่่
     ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษาไม่มี
ความเพียงพอและทันสมัย
7. ข้อเสนอแนะของนิ สิตด้านกิจกรรมนิ สต ในเชิงบวกนิ สิตมีความเห็นว่า ได้แก่
                                              ิ
     - ควรส่งเสริมกิจกรรมนิ สิตให้มีความหลากหลายประเภท
     - ผูบริหารคณาจารย์ควรให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมของนิ สิต รวมทังร่วมการ
         ้
     วางแผน การสนับสนุ นการมีสวนร่วมในการจัดกิจกรรม
                                     ่
     ส่วนในเชิงลบ คือ ควรมีทีทํางานของคณะกรรมการนิ สิตเป็ นสัดส่วน
(ง)


                                  กิตติกรรมประกาศ

           การวิจยนี ได้รบการสนับสนุ นจากผูบริหารทีเล็งเห็นความสําคัญในการวิจยเพือทีจะ
                   ั     ั                 ้                                 ั
พัฒนาการจัดการศึกษาของวิทยาลัยสงฆ์เลย รวมทังได้รบความกรุณาให้คาแนะนําในการวิจย
                                                        ั              ํ               ั
จากนิ สตทังหลายจนทําให้การวิจยฉบับนี สาเร็จลงได้ดวยความสมบูรณ์
       ิ                       ั       ํ           ้
           ขอขอบคุณประชากรกลุมตัวอย่าง ทีให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามทีเป็ นผู้
                                  ่
มีสวนทําให้งานวิจยครังนี สมบูรณ์ทีสุด
   ่             ั
           และขอขอบคุณผูบริหารทีสนับสนุ นการวิจยในครังนี
                           ้                     ั




                                                                   ผูวิจย
                                                                     ้ ั
(จ)



                                                           สารบัญ
บทคัดย่อ                                                                                                                        (ก)
กิตติกรรมประกาศ                                                                                                                 (ง)
สารบัญ                                                                                                                          (จ)
สารบัญตาราง                                                                                                                     (ช)
สารบัญกราฟ                                                                                                                      (ซ)
บทที 1 บทนํา............................................................................................................         1
       1.1 ความเป็ นมาของปั ญหา.....................................................................................             1
       1.2 วัตถุประสงค์การวิจย.........................................................................................
                                                ั                                                                                2
       1.3 สมมติฐานการวิจย.............................................................................................
                                      ั                                                                                          2
       1.4 ขอบเขตการศึกษา..............................................................................................          2
       1.5 นิ ยามศัพท์เฉพาะ..................................................................................................    3
       1.6 ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รบ....................................................................................
                                                  ั                                                                              4
บทที 2 แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง......................................................
                                                    ั                                                                            5
         . แนวคิดการก่อตังวิทยาลับสงฆ์เลย..................................................................                      5
         . แนวคิดการจัดการเรียนการสอน.....................................................................                       7
       2.3 แนวคิดเกียวกับบัณฑิตทีพึงประสงค์................................................................                      29
         . งานวิจยทีเกียวข้อง.....................................................................................
                    ั                                                                                                            31
         . กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย.......................................................................
                                                      ั                                                                          36
บทที 3 วิธีดาเนินการวิจย...........................................................................................
            ํ              ั                                                                                                     37
       3.1 ตัวแปรในการวิจย..............................................................................................
                                  ั                                                                                              37
       3.2 ประชากรและกลุมตัวอย่าง................................................................................
                                    ่                                                                                            37
       3.3 เครืองมือในการวิจย..........................................................................................
                                              ั                                                                                  37
         . วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล.................................................................................              38
         . การวิเคราะห์ขอมูลและสถิติทีใช้ในการวิจย.....................................................
                              ้                                      ั                                                           38
บทที 4 ผลการวิเคราะห์ขอมูล....................................................................................
                                ้                                                                                                40
       4.1 ผลการวิเคราะห์ขอมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม.........................................
                                        ้                  ้                                                                     40
       4.2 ผลการวิเคราะห์ขอมูลปั ญหาของกลุมประชากร................................................
                                          ้                  ่                                                                   43
       4.3 ผลการวิเคราะห์ขอมูลความคิดเห็นของนิ สิต 6 ด้าน..........................................
                                            ้                                                                                    45
              1. ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผสอน.................................................................
                                                        ู้                                                                       45
(ฉ)



                                                       สารบัญ (ต่อ)
   เรือง                                                                                                                                  หน้า
                  2. ความคิดเห็นด้านหลักสูตร.......................................................................... 46
                  3. ความคิดเห็นด้านระบบการจัดการศึกษา.................................................... 47
                  4. ความคิดเห็นด้านวิธีการสอน...................................................................... 48
                  5. ความคิดเห็นด้านอาคารสถานที.................................................................. 49
                  6. ความคิดเห็นด้านสือการเรียนการสอน....................................................... 50
           4.4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สตด้านต่างๆ.......................................................... 51
                                                          ิ
           4.5 ผลการทดสอบสมมติฐาน................................................................................. 51
บทที 5 การอภิปรายผล                                                                                                                       54
.......................................................................................................
         5.1 บทสรุป............................................................................................................... 54
         5.2 อภิปรายผล........................................................................................................ 56
         5.3 ข้อเสนอแนะ....................................................................................................... 58
บรรณานุกรม……………………………………………………………………………….… 59
ภาคผนวก.................................................................................................................................. 62
         ภาคผนวก. ก. แบบสอบถามการวิจย........................................................................... 62
                                                             ั
         ภาคผนวก. ข.ประวัติผวจย............................................................................................ 69
                                          ู้ ิ ั
(ช)



                                 สารบัญตาราง

ตารางที                                                                        หน้า
    2.1   เปรียบเทียบแนวคิดเกียวกับหลักการสอนของนักศึกษา                        24
     .    แสดงสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม
                                   ้
     .    แสดงพรรษาของผูตอบแบบสอบถาม
                               ้
     .    แสดงชันปี ทีศึกษาของผูตอบแบบสอบถาม
                                       ้
     .    แสดงเกรดเฉลียผูตอบแบบสอบถาม
                             ้
     .    แสดงสาขาวิชาของผูตอบแบบสอบถาม
                                 ้
     .    แสดงแหล่งทีมาของทุนในการศึกษาของนิ สต  ิ
     .    แสดงการฉันภัตตาหารเพล
     .    แสดงวิธีการเดินทางไป-กลับในการเรียน
     .    แสดงระยะเวลาทีใช้ในการเดินทาง
   .      แสดงการทํางานทีได้รบมอบหมายั
   .      แสดงค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบนมาตรฐานและความหมายของปั ญหาการ
          เดินทางนิ สิต
   .      แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น
          ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาจารย์ผสอน
                                                           ู้
   .      แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ
          นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านหลักสูตร
   .      แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ
          นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านระบบการจัดการศึกษา
   .      แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น
          ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านวิธีการสอน
   .      แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น
          ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาคารสถานที
   .      แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น
          ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านสือการเรียนการสอน
   .      แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของนิ สตทีมีสถานภาพ
                                                                ิ
          แตกต่างกันทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ
   .      แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของนิ สตทีมีพรรษาแตกต่าง
                                                              ิ
          กันทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ
(ซ)



                             สารบัญภาพ
ภาพที                                                              หน้า
  .     แสดงความหมายของการเรียนรู ้
  .     แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของการเรียนการสอน
  .     แสดงองค์ประกอบของระบบทีสมบูรณ์
  .     แสดงระบบการเรียนการสอน
  .     ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ (Glaser,     )
  .     ระบบการเรียนการสอนของเกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Dly)
                                     ั
  .     แสดงรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนของกรมวิชาการ และเขต
        การศึกษา
  .8    กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย
                               ั                                   36
บทที

                                                           ปฐมบท


1.1 ความเป็ นมาของปัญหา
             วิทยาลัยสงฆ์เลยเป็ นสถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยแห่งหนึ ง เป็ นส่วนงานหนึ ง
ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ได้ก่อตังขึนเพือการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณรในเขตการปกครองคณะสงฆ์
ภาค เพือส่งเสริมการศึกษาแก่บุคลากรทางศาสนา มีประวัติความเป็ นมาโดยสังเขปคือเมือ
พ.ศ.2539 สภามหาวิทยาลัยมีมติอนุ มติให้วิทยาเขตขอนแก่น จัดตัง "ศูนย์การศึกษาวัดศรีวิชย
                                      ั                                                 ั
วนาราม" ณ วัดศรีวิชยวนาราม ตําบลกุดป่ อง อําเภอเมือง จังหวัดเลยโดยมีพระสุนทรปริยติเมธี
                        ั                                                         ั
เป็ น "ผูชวยอธิการบดี" ทําหน้าทีบริหารประจําศูนย์การศึกษา ต่อมาเมือ พ.ศ.2541 ได้มีการ
         ้่
ประชุมสภามหาวิทยาลัยครังที 8/2541 มีมติให้ยกฐานะศูนย์การศึกษาเลยเป็ น “วิทยาลัยสงฆ์
เลย” ปั จจุบนได้เปิ ดการเรียนการสอนหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต ๓ คณะ ได้แก่ คณะพุทธ
               ั
ศาสตร์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะครุ ศ าสตร์ สาขาวิ ชาการอสนภาษาไทย และคณะ
สังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ วิชาเอกการปกครอง นอกจากนี ยงเปิ ดการเรียนการสอน
                                                                   ั
หลักสูตรประกาศนี ยบัตร คื อ หลักสูต รประกาศนี ยบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์(ปบ.ส.)
ปั จจุบันวิทยาลัยสงฆ์เลยได้ยายสถานศึกษาจากวัด ศรีวิ ชย
                               ้                       ั      มาอยู่ที เลขที     หมู่ที
บ้านท่าบุ่ง ตําบลศรีสองรัก อําเภอเมือง จังหวัดเลย โดยมีวตถุประสงค์ในการก่อตัง ดังนี 1
                                                         ั
            1. เพือส่งเสริมการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา
            2. เพือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
            3. เพือเป็ นแหล่งการศึกษาพระไตรปิ ฎกและวิชาชันสูงสําหรับพระภิกษุ สามเณรและ
คฤหัสถ์ในภูมิภาคนี
            4. เพือขยายโอกาสทางการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร
            5. เพือสนองนโยบายในการกระจายโอกาสบางการศึกษา และเปิ ดโอกาสให้บุคลากร
ในท้องถิน ได้มีสวนร่วมดําเนิ นการจัดการศึกษา
                   ่
            ในการจัดการเรียนการสอนนัน วิทยาลัยสงฆ์เลยมีพนธกิจทีสําคัญในการผลิตบัณฑิต
                                                           ั
ให้มีความเป็ นเลิศทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา บัณฑิตทีสําเร็จการศึกษามีความเป็ นผูนํา  ้
ทางจิต และปั ญญา มีศรัทธาทีจะอุทิศตนเพือพระพุทธศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม เสียสละ
เพือส่วนรวม การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สงคม ด้วยการสร้างความรู ้
                                                                ั

1
    วิทยาลัยสงฆ์เลย, วัตถุประสงค์การก่อตัง, http://www.mcu.ac.th/site/college/coll_index.php. สืบค้นเมือวันที กันยายน   .
ความเข้าใจในหลักคําสอนทางพระพุทธศาสนาแก่ประชาชน และสนับสนุ นงานกิจการคณะสงฆ์
เสริ ม สร้า งและพัฒ นาแหล่ ง เรี ย นรูด ้า นการทํา นุ บํ า รุ ง ศิ ล ปวัฒ นธรรม และการอนุ รัก ษ์
                                       ้
สิงแวดล้อ ม สนั บสนุ น ให้มี ก ารนํ าภูมิ ปัญญาไทยและภูมิ ปัญญาท้องถิ นมาเป็ นรากฐานการ
พัฒนา ส่งเสริมการวิจยและพัฒนางานวิชาการ เน้นการพัฒนาองค์ความรูในพระไตรปิ ฎก การ
                         ั                                                    ้
พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาความรูทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้แก้ปัญหา
                                                 ้
ด้านศีลธรรมและจริยธรรมของสังคม
           เพือให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตังดังกล่าว วิทยาลัยสงฆ์เลยได้จดการศึกษา
                                                                                       ั
โดยการพยายามทีจะผลิต บัณฑิ ตที มีคุ ณภาพออกไปรับใช้สังคม ในขณะเดีย วกันก็ เพือผลิต
บุคลากรทางศาสนาทีมีคุณภาพ มีความตระหนักถึงบทบาทหน้าทีของตนในฐานะผูนําทางจิต              ้
วิญญาณ แต่การทีผลิตพระบัณฑิตทีมีคุณภาพดังกล่าว จําเป็ นทีต้องทราบปั ญหาและอุปสรรค
ในจัด การศึ ก ษาเล่าเรีย น ดัง นั น วิ ทยาลัย สงฆ์เ ลยจึ ง ได้ดําเนิ น การวิ จัย สํารวจปั ญหาและ
อุปสรรคของนิ สิตเพือทราบถึงข้อมูลทีจะนําไปสู่การกําหนดแนวทางในการจัดการศึกษาต่อไป
ปั ญหาทีจะหยิบยกมาเป็ นประเด็น หลักทีจะค้นหาคําตอบให้ไ ด้ก็คือ นิ สิตคิด อย่างไรในเรือง
เหล่านี คือ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน ด้าน
                           ู้
อาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอน

1.2 วัตถุประสงค์การวิจย ั
          1.2.1 เพือทราบถึงปั ญหาของนิ สิต และการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
          1.2.2 เพือทราบถึงระดับความคิด เห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
          1.2.3 เพือประมวลปั ญหาและข้อเสนอแนะของผูทีเกียวข้องในการจัดการเรียนการ
                                                       ้
สอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย

1.3 สมมติฐานการวิจย   ั
        1.3.1 นิ สิตทีมีสถานภาพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน
        1.3.2 นิ สิตที มีพรรษาแตกต่ างกัน มี ความคิด เห็น ต่อการจัด การเรีย นการสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน

1.4 ขอบเขตการศึกษา
        1.4.1 ขอบเขตด้านประชากร
        ประชากรทีใช้ในการวิจัยครังนี คือ นิ สิตทีกําลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ภาคการศึกษาที 2/2554
1.4.2 ขอบเขตด้านเนื อหา
       การศึกษาครังนี ผวิจยกําหนดศึกษาเนื อหาการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬา
                          ู้ ั
ลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ในด้านต่างๆ 6 ด้าน คือ
       1. ด้านอาจารย์ผสอน
                       ู้
       2. ด้านหลักสูตร
       3. ด้านการจัดการศึกษา
       4. ด้านวิธีการสอน
       5. ด้านอาคารสถานที
       6. ด้านสือการเรียนการสอน
1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ
         ความคิดเห็น หมายถึง การแสดงออกถึงความรูสึก ความเข้าใจและการรับรูของ
                                                            ้                          ้
พระนิ สิตต่อการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
ในด้านต่างๆ ทัง 6 ด้าน คือ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้าน
                                         ู้
วิธีการสอน ด้านอาคารสถานที ด้านสือการเรียนการสอน
         นิสิต หมายถึง นิ สิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
ทีลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที 2/2554
         สถานภาพ หมายถึง ลักษณะของเพศบรรพชิต จําแนกเป็ นพระภิกษุ และสามเณร
         อาจารย์ผู ้ส อน หมายถึ ง อาจารย์ป ระจํ า ผู้ที บอกในรายวิ ช าที เปิ ดสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
         หลักสูต ร หมายถึง แผนการจัด การศึ กษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
         การจัดการศึก ษา หมายถึ ง การจัดและดําเนิ นการเกียวกับการจัด การศึ กษาของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ใน 6 ด้าน คือ ด้านอาจารย์ผูสอน    ้
ด้านหลักสูต ร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีก ารสอน ด้านอาคารสถานที ด้านสือการ
เรียนการสอน
          วิธีการสอน หมายถึง วิธีการทีช่วยให้ผเู้ รียนสามารถเรียนรูได้โดยอาศัยความสามารถ
                                                                   ้
ของผูสอนและการใช้เทคนิ คต่างๆ ในการถ่ายทอดเนื อหาสาระให้น่าสนใจ
      ้
         อาคารสถานที หมายถึง สถานทีทีใช้จดการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย
                                                 ั
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
         สือการเรียนการสอน หมายถึง สือการสอนเป็ นเครืองมือช่วยสือความหมายใดๆ ก็
ตามทีจัดโดยอาจารย์และนิ สิต เพือเสริมการเรียนรู ้ เครืองมือการสอนทุกชนิ ดเป็ นสือการสอน
เช่น หนังสือในห้องสมุด โสตทัศนวัสดุต่าง ๆ ทรัพยากรจากชุมชน เป็ นต้น
1.6 ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รบ ั
         1.6.1 ได้ทราบถึงสภาพการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆ์เลย
         1.6.2 ได้ทราบถึ งระดับความคิ ด เห็นของนิ สิตที มีต่ อการจัด การเรีย นการสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
         1.6.3 ได้รบสารสนเทศทีเกียวข้องกับปั ญหาและข้อเสนอแนะของผูทีเกียวข้องในการ
                   ั                                                     ้
จัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
บทที

                        แนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง
                                              ั

         ในการวิจยเรือง “สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอน
                   ั
ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย” ผูวิจัยได้ทําการศึกษาแนวคิ ด
                                                             ้
ทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง ดังนี
                 ั
           . แนวคิดการก่อตังวิทยาลับสงฆ์เลย
           . แนวคิดการจัดการเรียนการสอน
         2.3 แนวคิดเกียวกับบัณฑิตทีพึงประสงค์
           . งานวิจยทีเกียวข้อง
                     ั
           . กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย ั

    . แนวคิดการก่อตังวิทยาลัยสงฆ์เลย
              วิทยาลัยสงฆ์เลยเป็ นส่วนงานสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต
ขอนแก่น ตังอยูเลขที เลขที
                     ่                   หมู่ที บ้านท่าบุ่ง ตําบลศรีสองรัก อําเภอเมือง จังหวัดเลย
มีประวัติการก่อตังโดยย่อคือ เมือ พ.ศ.                 พระสุนทรปริยติเมธี(พรหมา จนฺ ทโสภโณ) สมณ
                                                                  ั
ศัก ดิ ในขณะนั น ซึ งเป็ นเจ้าคณะจัง หวัด เลยร่ว มกับพระสัง ฆาธิ ก ารในเขตจัง หวัด เลย ได้เสนอ
โครงการก่อตังวิทยาลัยสงฆ์เลยต่อมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น และได้รบ                 ั
อนุ มัติ ให้ก่อ ตังศูน ย์ก ารศึก ษาเลย สัง กัด วิทยาเขตขอนแก่ น ต่อ มาเมื อวันที สิง หาคม พ.ศ.
          ได้รบการอนุ มัติจ ากสภามหาวิ ทยาลัย มหาจุ ฬ าลงกรณราชวิ ทยาลัย ให้ยกฐานะศูน ย์
               ั
การศึกษาเลยเป็ นวิทยาลัยสงฆ์เลย
              วัตถุประสงค์ในการก่อตังวิทยาลัยสงฆ์เลย
              เพือตอบสนองความต้องการของศึ กษาของพระภิก ษุ สามเณร เพือสนองนโยบายของ
รัฐบาลในการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทวถึงแก่ผดอยโอกาส เพือเปิ ดโอกาสให้บุคลากรใน
                                                    ั       ู้ ้
ท้องถินได้มีสวนร่วมดําเนิ นการศึกษาระดับบาลีอุดมศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่พระภิกษุ สามเณรใน
                 ่
ชนบท และสามารถนําความรูดังกล่าวไปประยุก ต์ใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อ ย่างพึง
                                     ้
ประสงค์ และมีประสิทธิภาพ ดังนี
                 . เพื อพัฒ นาทรัพ ยากรบุ ค คลทางพระพุ ท ธศาสนาในท้อ งถิ น ให้มี คุ ณ ธรรม มี
จริยธรรม มีความสามารถและมีศกยภาพในการบริหารกิจการคณะสงฆ์และสังคม
                                       ั
                 . เพือขยายโอกาสให้พระสังฆาธิการ ครูสอนพระปริยติธรรม และ พระภิกษุ สามเณรที
                                                                      ั
สนองงานคณะสงฆ์ในท้องถิน ได้ศึกษาวิชาการด้านพระพุทธศาสนาในระดับอุดมศึกษา
                 . เพือผลิตบัณฑิตทีมีความรู ้ ความสามารถด้านพระพุทธศาสนา
                 . เพือเป็ นแหล่งบริการด้านพระพุทธศาสนา ทํานุ บารุงศิลปวัฒนธรรม
                                                                    ํ
6


          ปั จจุบนทีวิทยาลัยสงฆ์เลยได้เปิ ดหลักสูตรและจัดการเรียนการสอน ๔ สาขาวิชา คือ
                 ั
          1. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
          2. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
          3. สาขาวิชารัฐศาสตร์ วิชาเอกการปกครอง
          ปั จจุบนมีโครงการหลักสูตรประกาศนี ยบัตร คือ
                   ั
          โครงการหลักสูตรประกาศนี ยบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ปบ.ส.)
          โดยมีพนธกิจตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในด้านต่างๆ
                     ั
ดังนี
            ด้านการผลิตบัณฑิต
            ผลิต และพัฒนาบัณฑิ ต ให้มี คุ ณลัก ษณะอัน พึงประสงค์ ๙ ประการ คื อ มี ปฏิปทาน่ า
เลือมใส ใฝ่ รใฝ่ คิด เป็ นผูนําด้านจิตใจและปั ญญา มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศ
             ู้               ้
ตนเพือพระพุทธศาสนา รูจกเสียสละเพือส่วนรวม รูเ้ ท่าทันความเปลียนแปลงของสังคม มีโลกทัศน์
                                ้ั
กว้างไกล มีศกยภาพทีจะพัฒนาตนเอง ให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม
                ั
            ด้านการวิจยและพัฒนา
                            ั
            การวิจยและค้นคว้า เพือสร้างองค์ความรูควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน เน้น
                    ั                                  ้
การพัฒนาองค์ความรูในพระไตรปิ ฎก โดยวิธีสหวิทยาการแล้วนําองค์ความรูทีค้นพบมาประยุกต์ใช้
                          ้                                            ้
แก้ปั ญหา ศี ล ธรรม และจริ ย ธรรมของสั ง คม รวมทั งพัฒ นา คุ ณ ภาพงานวิ ช าการด้า น
พระพุทธศาสนา
            ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สงคม      ั
            ส่ ง เสริ ม พระพุ ท ธศาสนาและบริ ก ารวิ ช าการแก่ สัง คม ตามปณิ ธ านการจั ด ตั ง
มหาวิทยาลัย ด้วยการปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ ให้ประสานสอดคล้อง เอือต่อการส่งเสริม สนับสนุ น
กิจการคณะสงฆ์ สร้างความรู ้ ความเข้าใจหลักคําสอนทางพระพุทธศาสนา สร้างจิตสํานึ ก ด้าน
คุ ณธรรม จริ ย ธรรมแก่ ประชาชน จัด ประชุ ม สัม มนา และฝึ ก อบรม เพื อพัฒนาพระสงฆ์และ
บุคลากรทางศาสนา ให้มีศกยภาพในการธํารงรักษา เผยแผ่หลักคําสอน และเป็ นแกนหลักในการ
                                 ั
พัฒนาจิตใจในวงกว้าง
            ด้านการทํานุบารุงศิลปวัฒนธรรม
                                   ํ
            เสริมสร้างและพัฒนาแหล่งการเรียนรูดานการทํานุ บํารุ งศิ ลปวัฒนธรรม ให้เอือ ต่ อ
                                                   ้ ้
การศึกษา เพือสร้างจิตสํานึ กและความภาคภูมิใจในความเป็ นไทย สนับสนุ นให้มีการนําภูมิปัญญา
ท้องถิน มาเป็ นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพ

          เปาประสงค์ของวิทยาลัยสงฆ์เลย
            ้
           . จัด การศึ ก ษา ส่ง เสริม และพัฒนาวิ ชาการทางพระพุทธศาสนาประยุก ต์เข้ากับ
ศาสตร์ต่างๆ เพือการผลิตและพัฒนาคุณภาพบัณฑิ ต และทรัพยากรมนุ ษย์ให้เป็ นทียอมรับของ
สังคม
7


             . เพือให้มีโครงสร้างที กะทัดรัดและมีระบบการบริหารทีมี ความคล่องตัว สามารถ
ดําเนิ นงานทุกด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล โป่ งใส ตรวจสอบได้
             . เพือให้บุคลากรทุกระดับในวิทยาเขตขอนแก่น เป็ นผูมีความรูความสามารถให้ทัน
                                                                 ้        ้
ต่อความเปลียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิงแวดล้อม และเป็ นผูชีนําทางวิชาการด้าน
                                                                        ้
พระพุทธศาสนา
             . เพือให้สามารถปฏิบัติภารกิจหลักในด้านการบริหาร การจัดการศึกษา การวิจัย
การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สงคม และการทํานุ บารุงศิลปวัฒนธรรมได้ตาม
                                                   ั                ํ
เปาหมาย
  ้
             . เพือพัฒนาวิ ทยาลัย สงฆ์เลยให้เป็ นศูนย์กลางการศึ กษาด้านพุทธศาสนา สะสม
อนุ รกษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาท้อ งถิน พัฒนาองค์ความรูดานศิลปะและวัฒนธรรม เพือมุ่งสู่การ
     ั                                                 ้ ้
เป็ นศูนย์ก ลางการพัฒนาองค์ค วามรู ้ และเป็ นผูนํ าด้านการวิจัย ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา
                                                 ้
ศิลปะและวัฒนธรรมในภูมิภาคนี
             . เพือให้สามารถระดมทุ น จากแหล่ง ต่ างๆ ให้มี เพีย งพอต่ อ การจัด หาและพัฒนา
อาคารสถานที บุ ค ลากร ครุ ภัณฑ์ทางการศึ ก ษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้ภาคเอกชน
ชุมชนและสังคมมีสวนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์เพิมมากขึน
                   ่

2.2 แนวคิดเกียวกับการจัดการเรียนการสอน
            การเรียนการสอน เป็ นคําทีคุนเคยกันดีในแวดวงการการศึกษา เป็ นคําทีมาจากคําว่า
                                          ้
“การเรียน” และ “การสอน” เนื องมาจากคําทังสองมีกระบวนการทีสัมพันธ์กัน เกียวเนื องกัน
จนกระทังไม่ สามารถแยกกันอยู่ได้ และกระบวนการทังสองเกี ยวข้อ งกับผูมีบทบาทสําคัญของ
                                                                              ้
การศึกษา คือ บทบาทของผูสอนและผูเ้ รียน ดังนันในฐานะของผูสอนซึงถือว่าเป็ นบทบาทในการ
                               ้                                    ้
ทีจะส่งเสริมให้ผเู้ รียนเกิดความเจริญเติบโต มีความงอกงามทังทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์
และสังคม จึงควรมีความรู ้ ความเข้าใจเกียวกับความหมาย องค์ประกอบ หลักการสําคัญและ
ลักษณะทีดี ของการสอนการเรียนรู ้ ตลอดจนความสัมพัน ธ์ระหว่างหลักการเรียนรูและหลักการ ้
สอนเพือจะสามารถนําไปปฏิบติจนเกิดผลดี และมีประสิทธิภาพต่อการจัดการศึกษาต่อไป
                                 ั
            2.2.1 ความหมายของการเรียน
                                                             1
            พจนานุ กรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.                  ได้ให้ความหมายของการเรียนไว้ว่า
“เป็ นการศึ ก ษาเพื อให้เ จนใจ จํา ได้ ให้เ กิ ด ความรู ้ ความเข้า ใจหรื อ ความชํา นาญ” นั นเป็ น
ความหมายโดยทัวไป ซึงการเรียนสามารถเกิดขึนได้ทุกเวลา และทุกสถานที เกิดขึนได้ตลอดชีวิต
เกิดขึนทังทีตังใจและบังเอิญ



1
 ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิ ตยสถาน พ.ศ. 2525. (กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์อกษรเจริญทัศน์,2526)
                                                                                      ั
หน้า 690
8


            ความหมายของการศึกษาในทัศนะของท่านพุทธทาส 2 ให้แนวความคิด ไว้ว่า “การ
เรีย นเป็ นการพัฒนาวิ ญญาณ ให้สามารถรับรู ้ สิงต่ าง ๆ ได้ต รงตามความเป็ นไปที แท้จ ริง ของ
ธรรมชาติ โดยไม่มีการปรับแต่งหรือปราศจากอวิชชา”
            สวัสดิ จิตต์จนะ3 ได้ให้ความหมายของการเรียนว่า “เป็ นปฏิกิริยาทีมีต่อประสบการณ์
ซึงจะแสดงออกให้เห็นในลักษณะของพฤติกรรมทีเปลียนแปลงไป” นอกจากนันยังกล่าวว่า การ
เรียนมีความหมายแตกต่างไปจากการเรียนรู ้ กล่าวคือ การเรียนเป็ นการกระทํา ส่วนการเรียนรู ้
เป็ นผลของการกระทํา การเรียนจึงเกิดขึนก่อน และการเรียนรูจะเกิดขึนได้ในโอกาสต่อมา
                                                            ้
            สุพิน บุญชูวงศ์4 ได้แสดงความคิดเห็นไว้วา “การเรียน” เป็ นคําสัน ๆ ของคําว่า “การ
                                                      ่
เรียนรู”้ มาจากคําภาษาอังกฤษว่า learning ซึงเป็ นคําทีใช้ในศาสตร์ทางจิตวิทยาเป็ นกระบวนการที
บุคคลมีการเปลียนแปลงพฤติกรรมอันเนื องมาจากประสบการณ์
            ซึงเป็ นความคิดทีสอดคล้องกับ อาภรณ์ ใจเทียง5 ทีกล่าวว่า การเรียนรู ้ เป็ นคําทีใช้
ในศาสตร์ทางจิตวิทยา เมือนํามาใช้ค่กบการสอน จะเรียกสัน ๆ ว่า “การเรียน”
                                     ู ั
            ดังนัน การเรียน หรือ การเรียนรู ้ จึงมีความหมายทีแยกกันไม่ได้ เนื องจากเป็ นเหตุ
เป็ นผลต่อกัน ซึงจะนําความคิดเห็นของนักการศึกษาทีให้ความหมายไว้มานําเสนออีก ดังนี
            คาเตอร์ วี. กู๊ด (Cater V. Good) 6 ได้ให้ความหมายของการเรียนรูไว้ว่า เป็ นการ
                                                                                 ้
เปลียนปฏิกิริยาตอบสนอง หรือพฤติกรรม อันเนื องมาจากบุคคลได้รบประสบการณ์ ในขณะทีมี
                                                                    ั
สติสมปชัญญะสมบูรณ์ แต่บางครังก็อาจเป็ นประสบการณ์ทีเกิดขึนโดยไม่รตว
     ั                                                                 ู้ ั
                              7
            กันยา สุวรรณแสง ให้ความหมายไว้วา “การเรียนรู ้ คือ กระบวนการทีประสบการณ์
                                                 ่
ตรง และ ประสบการณ์ทางอ้อม กระทําในอินทรีย ์ เกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมทีค่อนข้างถาวร
แต่ไม่รวมถึงการเปลียนแปลงพฤติกรรมอันเนื องมาจากเหตุอืน ๆ เช่น ความเจ็บป่ วย ฤทธิ ยาและ
สารเคมี ฯลฯ
            อาภรณ์ ใจเทียง8 ให้ความหมายว่า “การเรีย นรู ้ คือกระบวนการที บุคคลเกิ ดการ
เปลียนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร อันเนื องมาจากประสบการณ์หรือการฝึ กหัด” โดยสามารถแสดง
ภาพได้ ดังนี




2
  สวัสดิ จิตต์จนะ.หลักการสอน.(พิษณุโลก:ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม,2537) หน้า5
3
  เรืองเดียวกัน หน้า 5
4                                                   ่
  สุพน บุญชูวงศ์. หลักการสอน. (กรุงเทพมหานคร : ฝายเอกสารตํารา สถาบันราชภัฎสวนดุสต,2539) หน้า 2
      ิ                                                                              ิ
5
  อาภรณ์ ใจเทียง. หลักการสอน. (กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2537 )หน้า 13
6
  อภิวนท์ ชาญวิชย. หลักการสอน.(ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม,2540) หน้า3
        ั         ั
7
  อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 13
8
  อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 7
9




        ผูเ้ รียนได้รบ
                     ั
                                                                                        มีการเปลียนแปลง
      ประสบการณ์หรือ                                  เกิด                              พฤติกรรมทีถาวร
         การฝึ กหัด                                 การเรียนรู้



           ภาพที 2.1 แสดงความหมายของการเรียนรู ้

        จากความหมายของการเรียนรูทีกล่าวมาข้างต้น จึงพอสรุปได้วา “การเรียนเป็ นความ
                                     ้                         ่
พยายามของบุค คลหรือผูเ้ รีย นที จะตอบสนองสิงแวดล้อม หรือ ประสบการณ์ทีได้จ นกระทังเกิ ด
กระบวนการเปลียนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร ซึงเรียกว่า การเรียนรู”้

          2.2.2 ความหมายของการสอน
          การสอนเป็ นกระบวนการทีสลับซับซ้อนมากกว่าการเป็ นเพียง “กิจกรรมหรือบทบาท
ของผูสอน” การเป็ นภาระกิจทีต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ จึงจะก่อให้เกิดประสบการณ์และสิงแวดล้อมที
      ้
มีความหมายต่อการเปลียนแปลงพฤติกรรมของผูเ้ รียน
                                                           9
          พจนานุ ก รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.                 ให้ความหมายของการสอนไว้ว่า
“เป็ นการบอกวิชาความรู ้ การแสดงให้เข้าใจโดยวิธีบอกหรือทําให้เห็นเป็ นตัวอย่าง เพือให้รดีรชว”
                                                                                       ู้ ู้ ั
                          10
          พุท ธทาสภิ ก ขุ ได้ย ําให้เ ห็ น หน้า ที ของการสอนไว้ว่า “เป็ นการนํ า วิ ญญาณ ซึ ง
หมายถึง การนําทางให้ผเู้ รียนมีความรูทีตรงกับความจริงของธรรมชาติ เห็นความเปลียนแปลงของ
                                      ้
ธรรมชาติ เพือการดํารงชีวิตทีปราศจากทุกข์
          คาร์เตอร์ วี.กู๊ด 11 ให้ความหมายของการสอนไว้ ประการ ดังนี
             . การสอนในความหมายกว้าง ๆ คื อ การจัด สภาพการณ์ สถานการณ์ หรือจัด
กิจกรรมทีจะช่วยให้การเรียนรูของผูเ้ รียนดําเนิ นไปอย่างราบรืน ซึงรวมทังกิจกรรมทีจัดอย่างมี
                                ้
ระเบียบ แบบแผนและกิจกรรมทีจัดขึนเพือให้เกิดการเรียนรูอย่างไม่มีพิธีรีตอง
                                                         ้
             . การสอนในความหมายแคบ คื อ การอบรม สังสอนผูเ้ รียนในสถานการศึ กษา
ทัวไป
          ธีระ รุญเจริญ12 ให้ความหมายของการสอนไว้ว่า การสอนหมายถึงกระบวนการที
ผูสอนและผูเ้ รียนร่วมกันสร้างสิงแวดล้อมทางการเรียนรู ้ รวมทังการสร้างค่านิ ยม และความเชือ
  ้
ต่าง ๆ ในอันทีจะช่วยให้ผเู้ รียนบรรลุเปาหมายทีตังไว้
                                        ้

9
  ราชบัณฑิตยสถาน. เรืองเดียวกัน, หน้า 784
10
   สวัสดิ จิตต์จนะ.เรืองเดียวกัน, หน้า 7
11
   กาญจนา บุญรมย์.หลักการสอน.(อุบลราชธานี : คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยครูอุบลราชธานี,2536) หน้า 6
10


            อาภรณ์ ใจเทียง13 ให้ความหมายไว้ว่า การสอนคือกระบวนการปฏิสมพันธ์ระหว่าง
                                                                           ั
ผูสอนกับผูเ้ รียน เพือทําให้ผูเ้ รียนเกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงค์ทีกําหนด ซึง
  ้
ต้องอาศัยทังศาสตร์และศิลป์ ของผูสอน  ้
                                14
            สุ พิ น บุ ญ ชูว งศ์ ให้ค วามหมายว่า การสอนเป็ นกระบวนการที ทํา หน้า ที เป็ น
เครืองมือช่วยให้คนได้มีประสบการณ์ทีดี มีการเปลียนแปลงในทางทีดีขน จนสามารถดํารงชีพได้
                                                                 ึ
อย่างราบรืน เป็ นประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม
            สรุปแล้วการสอนคือ “กระบวนการทีผูสอนต้องใช้ความสามารถในการจัดประสบการณ์
                                                 ้
หรือสร้างสิงแวดล้อม ให้ผเู้ รียนเกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงค์ทีกําหนด”

            2.2.3 องค์ประกอบของการเรียนการสอน
            การเรียนการสอนเป็ นกระบวนการของผูเ้ รียนและผูสอน ทีต้องเกียวข้องสัมพันธ์กัน
                                                                  ้
จึงต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ซึงนักการศึกษาหลายท่านให้ทรรศนะไว้
            สุพิน บุ ญชูว งศ์15 กล่าวถึ ง องค์ประกอบของการสอนไว้ ประการ ได้แก่ ครู
นักเรียนและสิงทีสอน สรุปได้ดงนี    ั
                . ครู เป็ นองค์ประกอบที ขาดไม่ ไ ด้ บุ ค ลิก ภาพและความสามารถของผูสอนที มี
                                                                                     ้
อิทธิพลต่อการเรียนรูของผูเ้ รียน ผูสอนควรมีบุคลิกภาพทีดีและรูจกเลือกใช้วธีสอนทีเหมาะสมเพือ
                             ้          ้                           ้ั        ิ
ส่งเสริมให้ผเู้ รียนประสบผลสําเร็จในการเรียนรู ้
                . นั ก เรีย นหรือ ผูเรีย น เป็ นองค์ประกอบที สําคัญเท่ากับผูสอน ความสําเร็จ ใน
                                     ้                                      ้
การศึ กษาเป็ นเปาหมายทีสําคัญของผูเ้ รียน ผูสอนจึง ควรเป็ นผูแนะแนว แนะนํา และจัดมวล
                    ้                              ้                 ้
ประสบการณ์ให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรูได้มากทีสุด
                                          ้
                . สิงทีจะสอน ได้แก่ เนื อหาวิชาต่าง ๆ ครูจะต้องจัดเนื อหาให้มีความสัมพันธ์กัน
น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย ระดับชนชันและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของการเรียนการสอน
            ลําพอง บุญช่วย16 กล่าวถึงองค์ประกอบของการเรียนการสอนไว้ ประการพร้อมทัง
แสดงแผนภูมิประกอบไว้ดงนี       ั
                . ครูผสอน ู้
                . ผูเ้ รียน
                . หลักสูตร
                . วิธีสอน
                . วัตถุประสงค์ของการเรียน
                . สือการสอน
12
   ธีระ รุญเจริญ. การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา. (กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช,2525) หน้า 3
13
   อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 2
14
   สุพน บุญชูวงศ์. เรืองเดียวกัน,หน้า 3
       ิ
15
   เรืองเดียวกัน,หน้า 4
16
   ลําพอง บุญช่วย. การสอนเชิ งระบบ. (ปทุมธานี: วิทยาลัยครูเพชรบุรวทยาลังกรณ์, 2530) หน้า 1
                                                                 ีิ
11


                  . การประเมินผล

                ซึงองค์ประกอบเหล่านี จะสัมพันธ์เกียวข้องกัน ดังแสดงในแผนภูมิ



                                               วิธีสอน
                                        ครู                วัตถุประสงค์


                             การฝึ กประเมิน                      หลักสู ตร
                                                ผู้เรียน


                                              สื อการสอน


                ภาพที 2.2 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของการเรียนการสอน

           อาภรณ์ ใจเทียง17 วิเคราะห์และแยกย่อยเป็ นองค์ประกอบของการเรียนการสอนเป็ น 2
ด้าน ได้แก่
             . ด้านองค์ประกอบย่อย หมายถึง องค์ประกอบด้านโครงสร้างทีมาประกอบกันเป็ น
การสอน อันประกอบด้วย
                  . ครู หรือผูสอนหรือวิทยากร
                               ้
                  . นักเรียน หรือผูเ้ รียน
                  . หลักสูตร หรือสิงทีจะสอน
             . องค์ประกอบย่อย หมายถึง องค์ประกอบด้านรายละเอียดของการสอนซึงจะต้อง
ประกอบด้วยกระบวนการเหล่านี จึงจะเป็ นการสอนทีสมบูรณ์ ได้แก่
                2.1 การตังจุดประสงค์การสอน
                2.2 การกําหนดเนื อหา
                2.3 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
                2.4 การใช้สือการสอน
                2.5 การวัดผลและประเมินผล
           ซึงองค์ประกอบของการเรีย นการสอนทังองค์ประกอบรวมและองค์ประกอบย่อ ยนั น
เมื อพิจ ารณาแล้ว จะเห็ น ว่า องค์ประกอบรวมเป็ นส่ว นสร้า งให้เ กิ ด การเรีย นการสอน ส่ว น


17
     อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 6
12


องค์ประกอบย่อยเป็ นส่วนเสริมให้การเรียนการสอนมีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและมีคุณค่า
แก่ผเู้ รียนมาก
             นอกจากนัน กฤษณา ศักดิศรี18 ยังกล่าวถึงองค์ประกอบสําคัญของการเรียนการสอน
ทีเกียวกับผูเ้ รียนไว้อย่างชัดเจนว่า การเรียนการสอนจะบรรลุเปาหมาย ก็ตองอาศัยองค์ประกอบ
                                                                ้                 ้
จากผูเ้ รียน หรือองค์ประกอบของการเกิด “การเรียนรู”้ ซึงมีหลายประเด็น ดังนี
               . แรงขับ (Drive) มี ประเภท คือ แรงขับปฐมภูมิ (Primary Drive) เช่น
ความหิวกระหาย แรงขับทุติยภูมิ (Secondary Drive) เป็ นเรืองของความต้องการทางจิตใจและ
สัง คม เช่น ความวิ ต กกัง วล ความต้อ งการความรัก ความปลอดภัย ฯลฯ แรงขับทังสอง
ประเภท มีผลให้เกิดปฏิกิริยา อันจะนําไปสูการเรียนรู ้
                                              ่
                . สิ งเร้า (Stimulus) เป็ นตัว การทํ า ให้บุ ค คลมี ป ฏิ กิ ริ ย าโต้ต อบออกมาเป็ น
ตัวกําหนดพฤติกรรมว่าจะแสดงอาการตอบสนองออกมาในลักษณะใด สิงเร้าอาจเป็ นเหตุการณ์
หรือวัตถุ และอาจเกิดภายในหรือภายนอกร่างกายก็ได้ เช่น เสียงนาฬิกาปลุกเร้าให้ตืน กําหนดวัน
สอบเร้าให้เตรียมตัวสอบ
                . อาการตอบสนอง (Response) คื อ พฤติ ก รรมที แสดงออกมาเมื อได้รับการ
กระตุนจากสิงเร้า หรือพูดว่า คือผลทางพฤติกรรมของสิงเร้า เป็ นการกระทําของร่างกายและอาจ
        ้
เป็ นได้ชดหรือไม่ชดก็ได้ ซึงมักจะเกิดตามหลังสิงเร้าเสมอ
           ั          ั
               . สิงเสริมแรง (Reinforcement) คือสิงทีมาเพิมกําลังให้เกิดการเชือมโยงระหว่างสิง
เร้ากับอาการตอบสนอง เช่นรางวัล การทําโทษ ซึงมีผลต่อการเรียนรูมาก อาจแบ่งสิงเสริมแรงออก
                                                                      ้
ได้เป็ น ประเภท คือ
                     . สิงเสริมแรงปฐมภูมิ เป็ นสิงเสริมแรงทีเกิดขึนตามธรรมชาติและบําบัดความ
ต้องการ หรือลดแรงขับโดยตรง เช่น อาหารเป็ นสิงเสริมแรงแก่บุคคลทีกําลังหิว
                     . สิงเสริมแรงทุติยภูมิ เช่น เงิน ชือเสียง
             เมือพิจารณาจากองค์ประกอบของการเกิดการเรียนรูขางต้น ยังสามารถกล่าวเพิมเติม
                                                                  ้้
เกียวกับองค์ประกอบทีจะช่วยให้เกิดการเรียนรูได้ดีอีก คือ
                                                ้
               . วุฒิภาวะ (Readiness) หมายถึง ความเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย สติปัญญา
อารมณ์และสังคมของผูเ้ รียน
               . ความพร้อม (Readiness) หมายถึง ความพร้อมในวุฒิภาวะ หรือความสามารถใน
การรับประสบการณ์หรือสิงทีจะเรียนรู ้
               . ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Differences) หมายถึง ความสามารถ
เฉพาะบุคคลซึงมีความแตกต่างกันไป
               . การฝึ กหัด (Exercise) หมายถึง การทําซําๆ หลายๆ ครังเพือให้เกิดความชํานาญ
               . ผลลัพธ์ (Effect) หมายถึง ผลย้อ นกลับที ผูเ้ รีย นทราบผลทางการเรีย น ผูสอน    ้
ทราบผลความก้าวหน้า จะทําให้เกิดความพึงพอใจทุกฝ่ าย
18
     กฤษณา ศักดิศรี. จิตวิทยาการศึกษา.(กรุงเทพมหานคร: บํารุงสาสน์,2530) หน้า 481
13


               2.2.4 ระบบการเรียนการสอน
               การทํากิจกรรมหรืองานใด ๆ ก็ตาม ถ้าทําอย่างมีระบบ ก็จะช่วยให้ทาได้อย่างสะดวก
                                                                                 ํ
ทําได้สําเร็จ เรีย บร้อ ยอย่างมี ประสิทธิ ภาพ การมี ระบบก็ คื อ การทําหน้าที หรือ จัด ไว้อ ย่างเป็ น
ระเบี ย บของส่ว นประกอบต่าง ๆ ในระบบนั น ๆ มีค วามสัม พัน ธ์หรือ เสริม กัน เพือให้บรรลุ
เปาหมายทีได้กาหนดไว้ ซึงจําเป็ นทีผูทาหน้าทีสอนจะต้องพัฒนาการสอนของตนอยูเสมอ ในการ
  ้                 ํ                    ้ ํ                                        ่
พัฒนาการสอนจําเป็ นต้องจัดการเรียนการสอนของตนอยูเสมอ   ่
                                      19
               ทิศนา แขมมณี ได้กล่าวถึง องค์ประกอบของระบบว่ามีองค์ประกอบดังนี
                  . ตัวปอน (Input) คือองค์ประกอบต่างๆ ของระบบนันหรืออีกนัยหนึ งก็คือสิงต่างๆ
                        ้
ทีเกียวข้องกับระบบนัน องค์ประกอบต่างๆ ของระบบใดระบบหนึ งจะมีจานวนและความสําคัญมาก
                                                                      ํ
น้อยเพียงใด มักขึนอยูกบความรู ้ ความคิด และประสบการณ์ของผูจดระบบ
                                ่ ั                               ้ั
                  . กระบวนการ(Process) หมายถึงการจัดความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ ของ
ระบบ ให้มี ลัก ษณะทีเอื ออํานวยต่ อการบรรลุเปาหมาย ระบบใดระบบหนึ งอาจมี อ งค์ประกอบ
                                                ้
เหมือนกัน แต่อาจมีลกษณะของการจัดความสัมพันธ์แตกต่างกันได้ แล้วแต่ความคิด ความรู ้ และ
                              ั
ประสบการณ์ของผูจดระบบ  ้ั
                  . ผลผลิต (Product) ผลผลิต คือผลทีเกิดขึนจากกระบวนการดําเนิ นงาน หากผลที
เกิด ขึน เป็ นไปตามเปาหมายที กําหนดไว้ แสดงว่า ระบบนั นมี ประสิทธิภาพ หากผลที เกิ ดขึนไม่
                            ้
เป็ นไปตามที คาดหวัง แสดงว่ า ระบบนั นยัง มี จุ ด บกพร่อ ง ควรที จะพิ จ ารณาแก้ไ ขปรับ ปรุ ง
กระบวนการหรือตัวปอนซึงเป็ นเหตุให้เกิดผลนัน
                          ้
               ส่วนประกอบทัง ส่วนนี ถือว่าเป็ นส่วนประกอบเบืองต้นของระบบ ระบบทีสมบูรณ์
ควรจะมีสวนสําคัญเพิมขึนอีก ส่วน คือ
             ่
                  . กลไกควบคุ ม (Control) คือ กลไกหรือวิธีการทีใช้ในการควบคุมหรือตรวจสอบ
กระบวนการให้เป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
                  . ข้อมูลปอนกลับ (Feedback) หมายถึงข้อมูลทีได้จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์
                                 ้
ระหว่างผลผลิตกับจุดมุ่งหมายซึงจะเป็ นข้อมูลปอนกลับไปสู่การปรับปรุงกระบวนการและตัวปอน
                                              ้                                                ้
ซึงสัมพันธ์กบผลผลิตและเปาหมายนัน
                ั                   ้




19
     ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน.พิมพ์ครังที 4. (กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.2548).หน้า 199-200.
14


               ระบบทีสมบูรณ์แบบ จึงมีลกษณะดังนี
                                      ั
                                                        กลไกควบคุม


                      ตัวป้อน                           กระบวนการ                  ผลผลิต


                                                      ข้อมูลป้อนกลับเพือ
                                             ปรับปรุงแก้ไข
                 ภาพที 2.3 แสดงองค์ประกอบของระบบทีสมบูรณ์

          ดังนัน หากนําองค์ประกอบของระบบข้างต้นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการสอน ก็จะ
ได้องค์ประกอบการจัดการสอนดังนี
                 ตัวปอน
                     ้                                      กระบวนการ                     ผลผลิต

        ท ผูสอน
            ้                                      - การดําเนิ นการสอน               ผลการเรียนรู ้
                                                   - การตรวจสอบและเสริมพืนฐาน        - ด้านพุทธิ พิสัย
        ท ผูเ้ รียน
                                                   - การสร้างความพร้อมในการ          - ด้านจิตพิสัย
        ท หลักสูตร                                   เรียน                           - ด้านทักษะพิสัย
        ท สิงอํานวยความสะดวก                       - การใช้เทคนิ คการสอนต่าง ๆ



                                               การติดตามประเมินผลและปรับปรุง

               ภาพที .4 แสดงระบบการเรียนการสอน
               ทีมา : นํ ามาจาก บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. (กรุงเทพฯ :สุวีริยาส์น,      ,) หน้า .

       หากพิจารณาเนื อหาเกียวกับระบบกาเรียนการสอนทีนักวิชาการพยายามนําเอาวิธีคิดเชิง
ระบบมาประยุกต์ใช้ก็พอจะอธิบายความหมายของระบบการเรียนการสอนได้ดงนีั
                      20
       สงัด อุทรานันท์ กล่าวว่า “ระบบการเรียนการสอน คือ การจัดองค์ประกอบของการ
เรียนการสอนให้มีความสัมพันธ์กน เพือสะดวกต่อการนําไปสูจุดหมายปลายทางของการเรียนการ
                             ั                       ่
สอนทีได้กาหนดไว้”
         ํ


20
     สงัด อุทรานันท์. เรืองเดียวกัน,หน้า 5
15


            สรุปแล้วระบบการเรียนการสอน หมายถึง การจัดองค์ประกอบหรือรูปแบบของการเรียน
การสอนให้สมพันธ์กน เพือให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุตามจุดหมายปลายทางของ
                    ั       ั
การเรียนการสอนทีกําหนดไว้
            บุญชม ศรีสะอาด21 ได้นําเอาวิธีการเชิงระบบตามตัวแบบข้างต้นมาอธิบายขันตอนของ
ระบบการเรียนการสอนไว้ดงนี          ั
            ตัวปอน (Input)
                  ้
            ตัวปอน หรือปั จจัยนําเข้าระบบ คือส่วนประกอบต่าง ๆ ทีนําเข้าสู่ระบบ ได้แก่ ผูสอน
                ้                                                                           ้
ผูเ้ รียน หลักสูตร สิงอํานวยความสะดวก
               ผูสอน หรือ ครู เป็ นองค์ประกอบสําคัญที จะทําให้ก ารเรีย นการสอนบรรลุผลตาม
                      ้
วัต ถุ ป ระสงค์ ซึ งขึ น อยู่กับคุ ณ ลัก ษณะหลายประการได้แก่ คุ ณลัก ษณะด้านพุทธิ พิ สัย เช่น
ความรูความสามารถ ความรูจาแนกเป็ นความรูในเนื อหาสาระทีสอน ความรูในเทคนิ คการสอน
          ้                          ้ํ               ้                           ้
ต่าง ๆ ความรูในสภาวะแวดล้อมอืน ๆ ขึนอยูกบคุณลักษณะด้านจิตพิสย เช่น ความตังใจในการ
                          ้                       ่ ั                        ั
สอน ฯลฯ
               ผูเ รีย น ผู้เรี ย นเป็ นองค์ป ระกอบที สํา คัญที สุ ด ในระบบการเรีย นการสอน ซึ งจะ
                        ้
บรรลุผลสําเร็จได้ย่อ มขึน อยู่กับคุณลักษณะของผูเ้ รียนหลายประการ เช่น ความถนั ด ความรู ้
พืน ฐานเดิ ม ความพร้อ ม ความสนใจและความพากเพีย รในการเรีย น ทัก ษะในการเรีย นรู ้
ความสามารถในการเข้าใจสิงทีเรียน ฯลฯ
               หลักสูตร หลักสูตรเป็ นองค์ประกอบหลักทีจะทําให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู ้ หลักสูต ร
ประกอบด้วยองค์ประกอบพืนฐาน ประการ คือ วัตถุประสงค์การเรียนรู ้ เนื อหาสาระทีเรียน
กิจกรรมการเรียนการสอน (รวมวิธีสอนและสือการเรียนการสอน) และการประเมินผล
               สิงอํานวยความสะดวก อาจเรียกอีกอย่างว่า “สิงแวดล้อมการเรียน” เช่น ห้องเรียน
หรือสถานทีเรียน ซึงประกอบด้วย โต๊ะ เก้าอี แสงสว่าง อุณหภูมิ กระดานดํา ฯลฯ
            กระบวนการ (Process)
               กระบวนการในระบบการเรียนการสอนก็คือการดําเนิ นการสอนซึงเป็ นการนําเอาตัว
ปอน ซึงเป็ นวัตถุดิบในระบบมาดําเนิ นการเพือให้เกิดผลผลิตตามทีต้องการ ในการดําเนิ นการ
 ้
สอนอาจมีกิจกรรมต่าง ๆ หลายกิจกรรม ได้แก่ การตรวจสอบและเสริมพืนฐาน การสร้างความ
พร้อมในการเรียน การใช้เทคนิ คการสอนต่าง ๆ ในการใช้กิจกรรม
               การตรวจสอบและพืนฐาน เป็ นกิจกรรมทีทําให้ผสอนรูจกผูเ้ รียน และได้ขอสนเทศที
                                                                      ู้  ้ั            ้
นํามาใช้ชวยเหลือผูเ้ รียนทียังขาดพืนฐานทีจําเป็ นก่อนเรียน ให้ได้มีพืนฐานทีพร้อมทีจะเรียนโดย
             ่
ไม่มีปัญหา ใด ๆ ซึงถ้าหากไม่ได้รบการช่วยเหลือดังกล่าว ผูเ้ รียนอาจเรียนไม่รูเ้ รืองทําให้ขาด
                                          ั
ความสนใจในการเรียนเรืองนัน และประสบการณ์ลมเหลวในการเรียน ส่งผลในการเรียนในเรือง
                                                         ้
ต่อ ๆ มามีปัญหาโดยตลอด การตรวจสอบ อาจทําได้โดยการซักถามให้ผเู้ รียนคิดตอบ คําถาม
ทีใช้ถามจะเป็ นเรืองทีเป็ นพืนฐานสําคัญต่อการเรียนในเรืองทีจะดําเนิ นการสอนแต่วิธีทีดีกว่านี คือ
21
     บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. (กรุงเทพฯ : สุวรยาส์น,
                                                    ีิ        ), หน้า 6-9.
16


ใช้แบบทดสอบวัดความรูพนฐานของผูเ้ รียนทุกคนแล้วทําการเสริมพืนฐานสําหรับผูทีมีปัญหา ซึงมี
                            ้ ื                                                         ้
หลายวิ ธี วิ ธีทีง่ ายและใช้เวลาไม่ ม ากนั ก ก็ คื อ การเฉลยคําตอบของข้อ สอบทุ ก ข้อ โดยใช้วิ ธี
อภิปรายและซักถามคําตอบจากผูเ้ รียน การตรวจสอบและเสริมพืนฐานและทําครังเดียวในชัวโมง
แรกทีพบผูเ้ รียน
              การสร้างความพร้อมในการเรียน เมือเริมชัวโมงเรียน โดยทัวไปแล้ว จะมีผูเ้ รียนที
ยังไม่พร้อมทีจะเรียน เช่น พูดคุยกัน คิดถึงเรืองอืนๆ ทีไม่เกียวกับวิชาทีเรียน ฯลฯ ถ้าผูสอน    ้
เริมบรรยายไปเรือยๆ อาจไม่ได้ผลตามทีต้องการโดยเฉพาะในช่วงต้นชัวโมงนัน จึงควรดึงความ
สนใจของผูเ้ รียนให้เข้าสูการเรียนโดยเร็ว ซึงทําได้หลายวิธี เช่น
                          ่
              - ใช้คําถาม ถามนําให้ผูเ้ รียนคิด ตอบ โดยถามในเรืองทีเกี ยวกับการเรียนเรืองนั น
ถาม เหตุการณ์ปัจจุบน ข่าว ถามให้ระลึกถึงสิงทีเรียนไปแล้วในชัวโมงก่อน ฯลฯ
                        ั
              - ใช้โสตทัศนูปกรณ์ชวยเร้าความสนใจ เช่น ให้ฟังเทป ให้ดูวีดิทัศน์ ภาพ แผนภูมิของ
                                   ่
จริงฯลฯ
              - ยกเรืองทีเกียวข้องทีน่าสนใจมาเล่านําเข้าสูบทเรียน
                                                             ่
              ในการสร้างความพร้อมไม่ควรใช้เวลามากเกินไป น่ าจะใช้เวลาไม่เกิน นาที และ
ทําทุกครังทีสอน เมือพบว่าผูเ้ รียนยังไม่พร้อม หรือเห็นว่าทําแล้วจะบังเกิดผลดีขน       ึ
              การใช้เทคนิคการสอนต่างๆ วิธีสอนแต่ละวิธีหรือรูปแบบการสอนแต่ละรูปแบบจะ
มีกิจกรรมต่าง ๆ แตกต่างกันไป บางวิธีจะมีกิจกรรมเดียว บางวิธีมีหลายกิจกรรม ผูสอนควร        ้
พิจารณากิจกรรมต่างๆ ทีจะเสริมกับวิธีสอน
          ผลผลิต (Output)
              ผลผลิตคือผลทีเกิดขึนในระบบซึงเป็ นเปาหมายปลายทางของระบบ สําหรับระบบการ
                                                         ้
เรียนการสอนผลผลิตทีต้องการก็คือการเปลียนแปลงของผูเ้ รียนไปในทางทีพึงประสงค์ เป็ นการ
พัฒนาทีดีในด้านพุทธพิสย(Cognitive) จิตพิสย (Effective) และทักษะพิสย (Psychomotor)
                             ั                      ั                       ั
              ผลด้านพุทธิพิสย ก็คือผูเ้ รียนเกิดความรู ้ ความเข้าใจในเนื อหาสาระทีเรียน สามารถ
                                 ั
คิดเปรียบเทียบโยงความสัมพันธ์หรือทีเรียกว่าคิดวิเคราะห์ สามารถนําความรูทีได้ไปใช้ประโยชน์
                                                                                    ้
สามารถใช้วิจารณญาณตัดสินลงสรุปชีขาด ประเมินค่าได้ สามารถคิดริเริมสร้างสรรค์ให้มีสิงใหม่
เกิดขึนได้ เป็ นต้น
              ผลด้านจิตพิสย ก็คือผูเ้ รียนเกิดเจตคติทีดีทีเหมาะสม เช่น มีเจตคติทีดีต่อการเรียน
                               ั
ต่อ วิ ชาเรีย น ต่อ เพือนๆ ต่ อ ชุม ชน ต่อ ประเทศชาติ เป็ นต้น มี ค วามสนใจในสิงที เรีย น มี
ค่านิ ยมทีเหมาะสม เป็ นต้น
              ผลด้า นทัก ษะพิ สัย ก็ คื อ ผู้เ รี ย นมี ค วามคล่อ งแคล่ว ชํา นิ ชํา นาญ ในทางการ
เคลือนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การใช้มือ ใช้สายตา ฯลฯ ทักษะด้านพิมพ์ดีด เล่น
ดนตรี เล่น กี ฬา ทัก ษะในการสร้างผลผลิต ด้านศิลปะ หัตถกรรม การช่าง อุ ตสาหกรรม
การเกษตร เป็ นต้น
17


          การติดตาม ประเมินผล และปรับปรุง
          เพื อให้ก ารเรี ย นการสอนบรรลุ ผ ลอย่า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ผู้ส อนจะต้อ งพิ จ ารณา
องค์ประกอบ ต่าง ๆ ทังหมดในระบบ โดยพิจารณาผลผลิตว่าได้ผลเป็ นไปดังทีมุ่งหวังไว้หรือไม่
มีจุดบกพร่องในส่วนใดทีจะต้องแก้ไข ปรับปรุง
          ได้มี นั ก วิ ช าการจํา นวนมากพยายามออกแบบระบบการเรี ย นการสอนเพื อนํ า ไป
พัฒนาการเรียนการสอนจริง ซึงในทีนี ผูวิจัยขอนําเสนอระบบการเรียนการสอนของนักวิชาการที
                                       ้
คาดว่าจะเหมาะสมในการประกอบการวิจย        ั

         ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ (Glaser)22
         ระบบของเกลเซอร์ (Glaser, 1965) มีความคล้ายคลึงกับระบบของไทเลอร์มาก แต่มี
องค์ประกอบมากกว่า คือ ( ก) จุดประสงค์ของการสอน (ข) การประเมินสถานะของผูเ้ รียนก่อน
สอน (ค) การจัดกระบวนการเรียนการสอน (ง) การประเมินผลการเรียนการสอน และ (จ)
ข้อมูลปอนกลับ
       ้
         ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ มีลกษณะดังแสดงในแผนภาพที . ดังต่อไปนี
                                            ั

                                        จุดประสงค์ของการสอน


                              การประเมินสถานะของผูเ้ รียนก่อนสอน


                                                                                             ข้อมูลปอนกลับ
                                                                                                    ้
                                  การจัดกระบวนการเรียนการสอน



                                             การประเมินผล

              ภาพที .5 ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ (Glaser, 1965)




22
     ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน.พิมพ์ครังที 4. (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.2548).หน้า 206.
18


         ระบบการเรียนการสอนของเกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Dly)23
                                           ั
         เกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Ely, 1971) ได้จดขันตอนสําคัญๆ ของการจัดการ
               ั                                          ั
เรียนการสอนไว้ ส่วนด้วยกันคือ ( ) การกําหนดวัตถุประสงค์ ( ) การเลือกเนื อหาวิชา ( )
การประเมินพฤติกรรมก่อนการเรียน ( ) การดําเนิ นการสอนซึงครอบคลุมการพิจารณากลวิธีการ
สอน การจัดกลุมผูเ้ รียน การจัดห้องเรียน การจัดเวลาเรียน และการเลือกแหล่งวิทยากร ( )
             ่
การประเมินผลการเรียน และ ( ) การวิเคราะห์ขอมูลเพือปอนกลับไปใช้ในการปรับปรุงส่ว น
                                                ้       ้
ต่างๆ ของระบบ

                                                                    การกําหนด
        การเลือก                                                   ยุทธวิธในการ
                                                                          ี
                                                                   การจัดกลุ่ม
                                การประเมิน
                                 พฤติกรรม                            ผูเ้ รียน               การประเมินผล
                                                                 การจัดเวลาเรียน
                                                                                               การเรียน
                               ก่อนการเรียน
                                                                  การจัดห้องเรียน

       การกําหนด                                                    การเลือก
       วัตถุประสงค์                                               แหล่งวิทยากร

                                                                                            การวิเคราะห์
                                                                                           ข้อมูลป้อนกลับ

             ภาพที .6 ระบบการเรียนการสอนของเกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Dly)
                                                 ั

            2.2.5 หลักการพืนฐานของการเรียนการสอน
            การเรียนการสอนมีผสอนและผูเ้ รียนเป็ นองค์ประกอบสําคัญดังกล่าวแต่ในองค์ประกอบ
                               ู้
นัน ก็ ย่อ มมีค วามแตกต่างระหว่างบุ คคลและกิจกรรมที จัด ขึนมา ดังนัน การดําเนิ นงานเพือ
จัดการเรียนการสอน จึงจําเป็ นต้องมีหลักการพืนฐานเป็ นเครืองกําหนดทิศทาง เพือให้การเรียน
การสอนดําเนิ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเปาหมายทีหลักสูตรต้องการ
                                                ้
                              24
            ชัย ยงค์ พรหมวงศ์ กล่า วถึ ง หลัก การพืน ฐานในการจัด การเรี ย นการสอนไว้
ประการใหญ่ ดังนี
              . หลักการเตรียมความพร้อมพืนฐาน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมทีจะทําให้การ
เรียนการสอนมีคุณภาพ ได้แก่ การมีความรูในเนื อหาวิชาทีสอนดี การมีทักษะการสอนดี และมี
                                         ้
ความรูเ้ กียวกับหลักสูตรทีจะสอนอย่างดี

23
   เรือเดียวกัน,หน้า 208.
24
  ชัยยงค์ พรหมวงศ์. หน่ วยที 1 การสอนในฐานะวิ ทยาการ. เอกสารการสอนชุดวิ ชาวิ ทยาการการสอน หน่ วยที 1-7.
(กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์,2525) หน้า 35
19


             นอกจากนัน สุพิน บุญชูวงศ์25 ยังเสนอว่า ผูสอนควรมีความรูเ้ รืองปรัชญาการศึกษา
                                                           ้
ซึงสรุปแนวความคิดของปรัชญาการศึกษาได้ แนวคิด ดังนี
              ) ปรัชญาสาระนิยม เป็ นปรัชญาการศึกษาทีมุ่งเน้นการถ่ายทอดเนื อหาวิชาเป็ นแก่น
เป็ นหลักของความรู ้ ในด้านทักษะก็มุ่งฝึ กทักษะทีจําเป็ นต่อการแสวงหาความรู ้ การเรียนการสอน
จะเน้นผูสอนเป็ นจุดศูนย์กลาง โดยใช้วิธีสอนทีจะทําให้การถ่ายทอดวิชาการเป็ นไปอย่างมีระเบียบ
         ้
การวัดผลจะวัดความสามารถทางวิชาการเป็ นสําคัญ
              ) ปรัชญาสัจจนิยม มีแนวความคิดคล้ายปรัชญาสาระนิ ยม แต่เน้นการใช้ความคิด
อย่างมีเหตุผล มากกว่าการยอมรับด้วยความศรัทธาแบบปรัชญาสาระนิ ยม ด้านการเรียนการ
สอนจะใช้วิธีสอนทีมุ่งให้ผเู้ รียนเรียนด้วยการทดลอง พิสจน์และปฏิบติมากขึน ไม่ใช่เรียนจากการ
                                                         ู             ั
ท่องจําหรือฟั งคําบรรยายอย่างเดียว
              ) ปรัชญาพิพฒนาการนิยม เป็ นปรัชญาทีนําแนวคือทางจิตวิทยามาใช้ประกอบการ
                              ั
เรียนการสอนมากขึน โดยคํานึ งถึงการพัฒนาบุคคลทุกด้าน และคํานึ งถึงความแตกต่างระหว่าง
บุคคล การสอนมุ่งให้ผเู้ รียนเรียนด้วยการปฏิบัติดวยตนเอง โดยผูสอนเป็ นผูชีแนะแนวทางหรือ
                                                    ้                ้         ้
จัดสถานการณ์
              ) ปรัชญาปฏิรูปนิยม เป็ นแนวคิดคล้ายปรัชญาพิพฒนาการนิ ยม แต่มีจุดมุ่งหมาย
                                                                   ั
ของการเรียนการสอนทีกว้างไกลกว่า ไม่มุ่งพัฒนาตัวผูเ้ รียนเท่านัน แต่พฒนาให้สอดคล้องกับ
                                                                            ั
ความจําเป็ นและความต้องการของสังคม มุ่งปฏิรปสังคมให้เป็ นสังคมแบบประชาธิปไตย
                                                  ู
              ) ปรัชญาสวภาพนิยม ปรัชญานี มุ่งให้อิสระทางแนวคิดและการตัดสินใจแก่ผูเ้ รียน
เพือให้ผูเรีย นสามารถปรับตัว ให้เข้ากับสภาวะของสัง คมที เปลียนแปลงอยู่ต ลอดเวลา ถื อ ว่า
           ้
เนื อหาวิชามิใช่สิงสําคัญ เป็ นเพียงเครืองมือทีจะช่วยพัฒนาผูเ้ รียนเท่านัน ส่วนการเรียนการสอน
ยึดตามแนวปรัชญาพิพฒนาการนิ ยมและปฏิรปนิ ยม
                         ั                    ู
              . หลักการวางแผนและการเตรียมการสอน เป็ นการดําเนิ นการเกียวกับการเรียน
การสอนซึงต้องให้เกิดคุณภาพสูงสุด ผูสอนจึงควรวางแผนและเตรียมการตามหลักการสําคัญ
                                         ้
ประการ ดังนี
              ) ต้องเขียนแผนการสอนทีครอบคลุมชือเรืองทีจะสอน หัวเรือง กําหนดความคิ ด
รวบยอด จุดประสงค์ กิจกรรมการเรียน สือการสอนและการประเมินผล
              ) ต้องการวางแผนผลิตหรือจัดหาสาระทีจะสอน ตามหัวเรืองและความคิดรวบยอด
จุดประสงค์ทีได้กาหนดไว้ในแผนการสอน
                   ํ
              ) ต้องมีการวางแผนผลิตหรือจัดหาสือการสอนเพือใช้ในกิจกรรมตามทีกําหนดไว้ใน
แผนการสอน
              ) ต้องเตรียมแบบทดสอบสําหรับให้ผเู้ รียนทําแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน


25
     สุพน บุญชูวงศ์. เรืองเดียวกัน,หน้า 4
        ิ
20


                ) ต้อง “ซ้อม” สอนเพือจัดลําดับขันการสอนให้ตนเองแน่ใจว่าจะสอนผูเ้ รียนได้ดี และ
มีประสิทธิภาพ
               3. หลัก การใช้จิต วิทยาการเรีย นรู ้ เป็ นการนํ าเอาทฤษฎีต่ าง ๆ ในศาสตร์หลัก
จิตวิทยาการเรียนรูมาใช้ และช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพือจะช่วยสร้างสภาพการณ์
                      ้
หรือประสบการณ์ทีเอือให้ผเู้ รียนเกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรม หรือเกิดการเรียนรูทีดีขน
                                                                                 ้ ึ
               พรรณี ช. เจนจิต26 กล่าวถึง ทฤษฎีการเรียนรูทีเกียวข้องกับการเรียนการสอนไว้ดงนี
                                                          ้                                  ั
                 ) ทฤษฎี พ ฤติ ก รรม (Behaviorism) ทฤษฎี นี มี ค วามเชื อว่ า พฤติ ก รรมและ
ปฏิกิริยาตอบสนองของคนเรานันเกิดขึนเนื องจากสิงเร้า ฉะนันการสอนจึงจําเป็ นจะต้องใช้อุปกรณ์
การสอนและการวางเงือนไขต่าง ๆ ของผูเ้ รียน ให้ผเู้ รียนเกิดความสนใจ ตังใจเรียน และแสดง
พฤติกรรมต่าง ๆ ตามทีเราต้องการ เช่น ผูสอนให้รางวัล ได้แก่ คะแนนเป็ นเงือนไขกระตุนให้
                                             ้                                             ้
ผูเ้ รียนสนใจตังใจ ขยันหมันเพียรในการเรียนการทํางานและการปฏิบติตนให้ดี
                                                                     ั
                 ) ทฤษฎีมนุษยนิยม (Humanism) ทฤษฎีนีเชือว่า เราจะเกิดการเรียนรูและพัฒนา
                                                                                    ้
ตนเองไปสูจุดหมายสูงสุดได้เมือบุคคลนันมีเสรีภาพ จากหลักนี จึงทําให้จัดการเรียนการสอนเน้น
             ่
การให้ผเู้ รียนเป็ นศูนย์กลาง ครูไม่ใช่ผสอนโดยตรง แต่เป็ นผูอานวยความสะดวก จัดสภาพการณ์ที
                                        ู้                    ้ํ
เหมาะสม เพือให้ผเู้ รียนสามารถเกิดการเรียนรูได้โดยด้วยตนเอง
                                               ้
                 ) ทฤษฎี พัฒ นาการทางสติ ปั ญญา (Cognitivism) ทฤษฎีนี มี ค วามคิ ด ว่า เด็ ก
สามารถทีจะคิด อย่างมีเหตุ ผลกับสิงที เป็ นนามธรรม สามารถตังสมมติฐ านอย่างสมเหตุ สมผล
และสามารถทีจะตังกฎเกณฑ์และแก้ปัญหา ดังนันวิธีการสอนทีดีทีสุดคือ เด็กควรจะได้รบเลือก    ั
ประสบการณ์เรียนเอง การจัดการเรียนการสอนจึงจัดให้มีศนย์กิจกรรมต่าง ๆ เปิ ดโอกาสให้เด็ก
                                                            ู
ได้มีโอกาสเลือกหาวิธีทีดี คือ เปิ ดโอกาสให้เด็กได้อธิบายเกี ยวกับความคิดนัน ๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิงในสิงทีเป็ นนามธรรม ซึงจะช่วยให้ครูเข้าใจความคิดต่าง ๆ ของเด็กได้ดี
               นอกจากนัน อารี สัณหฉวี27 กล่าวไว้ในทีประชุมสัมมนาการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพ
ว่าสถานการณ์การเรียนรู ้ อีก ประการที ช่วยให้ผูเ้ รียนซึงเป็ นองค์ประกอบที สําคัญเกิดการ
เรียนรูได้ดี คือ
         ้
                 ) หลักการของการมีส่วนร่วม (Active Participation) หมายถึง ผูเ้ รียนจะเกิดการ
เรียนรูได้ดีมีประสิทธิภาพ หากได้รบประสบการณ์ตรงโดยมีสวนร่วม ได้กระทํากิจกรรมด้วยตนเอง
           ้                         ั                         ่
                 ) หลักของการเรียนรู ้ (Feedback) หมายถึงการรูผลการเรียน หรือผลการกระทํา
                                                                  ้
ของตนเอง เพือคิดแก้ไข ปรับปรุงผลการกระทําครังต่อไป
                 ) หลักของความสําเร็จ (Reinforcement) หมายถึง การรับทราบความสําเร็จ ทําได้
ถูกต้อง ซึงเปรียบเสมือนรางวัล จะทําให้เกิดแรงจูงใจ เกิดความภาคภูมิใจ ชืนชมในความสําเร็จของ
ตนเอง ดังนันกิจกรรมจึงควรคํานึ งถึงความยากง่ายด้วย


26
     พรรณี ช. เจนจิต. จิตวิ ทยาการเรียนการสอน.(กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์การพิมพ์,2528) หน้า 96
27
     น้อย ลายคราม. การเรียนการสอน.( พิษณุ โลก : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม,2537) หน้า 8
21


              ) หลัก ของการประมาณที ล ะน้อ ย(Gradual Approximation) หรื อ การจัด เป็ น
ขันตอนเล็กๆ สันๆ หมายถึงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทีมีขนตอนสัน ๆ ให้เหมาะกับเวลา
                                                                ั
และผูเ้ รียน จะช่วยให้การเรียนรูมีความหมายมากกว่ากิจกรรมทีใช้เวลานาน น่าเบือหน่าย
                                    ้
              . หลักการประเมินและรายงาน เป็ นกิจกรรมทีกระทําหลังการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน แต่ ผูสอนก็ ต อ งวางแผนไว้ล่ว งหน้า เช่น กัน ซึ งมี หลัก การสําคัญเกี ยวกับการวัด ผล
                 ้       ้
ประเมินผล ประการ ดังนี
              ) หลัก การกํา หนดจุ ด ประสงค์เ ชิ ง พฤติ ก รรม เป็ นการเขีย นจุ ด ประสงค์ทียึ ด
พฤติกรรมทีวัดหรือสังเกตโดยกําหนดเงือนไขและเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน
              ) หลักการสร้างและการใช้เครืองมือประเมิน ผูสอนต้องทราบวิธีการออกข้อสอบ
                                                              ้
ทังแบบปรนัยและแบบอัตนัย ให้เป็ นข้อสอบทีวัดพฤติกรรมตามเงือนไขและเกณฑ์ทีกําหนดไว้ใน
จุดประสงค์ นอกจากนี ยงต้องทราบวิธีการประเมินแบบต่างๆ ด้วย
                           ั
              ) หลักการตีความหมายรายงานผลการประเมิน เมือผูสอนวัดผล (การเก็บข้อมูล
                                                                  ้
เป็ นตัว เลข) แล้ว ผู้สอนก็ จ ะต้อ งตี ค วามสามารถในการประเมิ น คื อ วิ เ คราะห์ข อ มูล และ
                                                                                   ้
ตีความหมาย แล้วรายงานผลให้ผเู้ รียนและผูปกครองทราบ
                                               ้
                                 28
             อาภรณ์ ใจเทียง ได้ประมวลหลักการสําคัญของการจัดการเรียนการสอนไว้ ช่วง
ดังนี
              . ก่อนการสอน ผูสอนต้องเตรียมการสอนในหัวข้อต่อไปนี
                                      ้
                   . ศึกษาหลักสูตร คู่มือครู และเอกสารประกอบการสอนต่าง ๆ เพือจัดทํา
แผนการสอน
                   . ศึกษาผูเ้ รียนให้ทราบถึงความรูพืนฐาน ประสบการณ์เดิม ความสามารถ
                                                      ้
ความสนใจ ฯลฯ เพือเป็ นข้อมูลสําหรับการเตรียมการสอน
                   . เขียนแผนการสอนให้มีครบทุกข้อ ได้แก่
                           ก. จุดประสงค์การสอน
                           ข. เนื อหาสาระสําคัญของบทเรียน
                           ค. วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
                           ง. สือการเรียนการสอน
                           จ. การวัดผลประเมินผล
                   . เตรี ย มสื อการเรี ย นการสอน เอกสารหรื อ ข้อ ทดสอบ ตลอดจนสิ งที
เอืออํานวยความสะดวกต่างๆ ไว้ให้พร้อมก่อนเสมอ
           . ขณะสอน ผูสอนดําเนิ นการสอนโดยคํานึ งถึงข้อต่อไปนี
                             ้
                   . ให้เป็ นไปตามลําดับขันตอนทีวางไว้ในแผนการสอน
                   . ใช้ทกษะการสอนทีเหมาะสม เช่น การอธิบาย การใช้วาจา กิริยา ท่าทาง
                               ั
การเขียนกระดานดํา ฯลฯ
28
     อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 10
22


                   . ใช้เทคนิ ควิธีสอนทีส่งเสริมการเรียนการเรียนรูของผูเ้ รียน ทําให้ผูเ้ รียนเกิด
                                                                       ้
การเรียนรูได้ดีทีสุด โดยใช้วิธีสอนหลายรูปแบบและดําเนิ นการสอนอย่างเป็ นกระบวนการ
             ้
                   . เน้นการให้ผเู้ รียนมีสวนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ได้ลงมือปฏิบติ
                                           ่                                                     ั
ด้วยตนเอง
                   . ใช้สือการเรียนการสอนทีเหมาะสมสอดคล้อ งกับบทเรียนและส่งเสริมการ
เรียนรู ้
                   . ใช้หลักจิตวิทยาการเรียนรูให้ถกต้อง เช่น การเสริมกําลังใจ การจูงใจ การ
                                                ้ ู
ฝึ กหัด การให้ง านตามความสามารถ ความถนัดของแต่ ละบุค คล การสอนจากง่ายไปหายาก
ฯลฯ
                   . สร้างบรรยากาศส่งเสริมการเรียนรูทงด้านวัตถุและด้านจิตใจ เช่น ห้องเรียน
                                                          ้ ั
สะอาด สว่าง กว้างขวาง ครูผสอนใจดี ไม่เข้มงวดดุดน ฯลฯ
                                ู้                      ั
                   . จัดวิธีการวัดผลประเมินผลทีสอดคล้องกับจุดประสงค์
               . หลังการสอน ผูสอนควรดําเนิ นการดังนี
                                   ้
                   . พิ จ ารณาผลการเรี ย นการสอนว่า ผู้เ รี ย นเกิ ด การเรี ย นรู ้ บรรลุ ต าม
จุดประสงค์ทีกําหนดไว้มากน้อยเพียงใด ถ้ามีเพียงส่วนน้อยทีไม่บรรลุ ควรได้จดสอนซ่อมเสริมให้
                                                                                ั
แต่ถาผูเ้ รียนจํานวนมากทีไม่บรรลุ แสดงว่าการสอนตลอดจนการวางแผนการสอน มีขอบกพร่อง
     ้                                                                                ้
ทีต้องปรับปรุงแก้ไข
                   . ปรับปรุงแก้ไขโดยหาสาเหตุทีเกิดข้อบกพร่อง แล้วแก้ไขจุดบกพร่องนัน
                  หลัก พืน ฐานในการสอนทัง         ข้อ นี เป็ นสิงจําเป็ นสําหรับผูสอน ถ้าผูสอนมี
                                                                                  ้          ้
หลักการเหล่านี เป็ นพืนฐานและได้ใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติจริง ย่อมช่วยให้การเรียนการสอน
ประสบผลสําเร็จได้ดงประสงค์
                      ั

           2.2.6 ลักษณะของการเรียนการสอนทีดี
           เมือพิจารณาถึงหลักการพืนฐานของการเรียนการสอนจากทีกล่าวมาข้างต้น ผูเ้ ขียนได้
ประมวลมาเป็ นลักษณะการเรียนการสอนทีดี ซึงจากการค้นคว้าผลงานของ สุพิน บุ ญชูวงศ์29
อาภรณ์ ใจเทียง30 กาญจนา บุญรมย์31 และบัญญัติ ชํานาญกิจ32 ได้เนื อหาทีสอดคล้องกัน
ดังต่อไปนี
            . มีการเตรียมการเป็ นอย่างดีครบองค์ประกอบของการเรียนการสอน เช่น การตัง
จุดมุ่งหมาย การจัดเนื อหาสาระ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สือ การวัดประเมินผล
             . มี การจัด กิจ กรรมการเรียนการสอนที สัมพัน ธ์กับวิ ชาอื น ๆ ในหลัก สูตรโดยใช้
กิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทีเหมาะสม
29
   สุพน บุญชูวงศ์. เรืองเดียวกัน,หน้า 8
      ิ
30
   อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 11
31
   กาญจนา บุญรมย์.เรืองเดียวกัน,หน้า 6
32
   บัญญัติ ชํานาญกิจ.หลักการสอน.(กําแพงเพชร: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎกําแพงเพชร,2536) หน้า 8
23


                . มี ก ารจัด กิ จ กรรมการเรีย นการสอนที ทําให้ผูเ รีย นได้พัฒนาความรู ้ ความคิ ด
                                                                    ้
แก้ปัญหา วิเคราะห์ วิจารณ์และแสวงหาความรูอย่างต่อเนื องมีทกษะกระบวนการ
                                                     ้                ั
                . มีการส่งเสริมผูเ้ รียนด้วยการกระทํากิจกรรมด้วยตนเองมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วย
ตนเอง มีสวนร่วมในกิจกรรมซึงถือว่าเป็ นประสบการณ์ตรง จะทําให้ผเู้ รียนเกิดความกระตือรือร้น
              ่
ในการเรียนมากขึน
                . มีการส่งเสริมให้ผูเ้ รียนได้ทํางานเป็ นกลุ่ม เป็ นการฝึ กให้รูจักทํางานร่วมกับผูอืน
                                                                                ้                 ้
ได้แสดงความคิดเห็น แลกเปลียนและยอมรับความคิดเห็นซึงกันและกัน
                . มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนได้ใช้ความคิดอยูเสมอ โดยการซักถาม ตังปั ญหา ให้แสดง
                                                           ่
ความคิดเห็น หาเหตุผล คิดเปรียบเทียบ คิดหาความสัมพันธ์ระหว่างสิงต่าง ๆ หรือให้คิดริเริม
สร้างสรรค์สิงใหม่ ๆ ไม่ลอกเลียนแบบใคร
                . มีการจัดกิจกรรมทีเร้าความสนใจ โดยใช้สือการเรียนการสอน ใช้คําถามกระตุน             ้
ให้คิด หรือสร้างแรงจูงใจ เช่น การให้รางวัล การชมเชย การสอบ การแข่งขัน การให้คะแนน
หรือเครืองหมายแสดงการกระทําดี
                . มี ก ารจัด กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนที มี บ รรยากาศส่ ง เสริ ม การเรี ย นรู ้ และ
บรรยากาศแบบประชาธิปไตย โดยให้ผูเ้ รียนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น การทํางาน ฝึ ก
การเป็ นผูนําและผูตาม ฝึ กการทํางานตามระบบกลุม ฝึ กระเบียบวินัยในตนเอง
            ้          ้                                ่
              จากลัก ษณะของการเรี ย นการสอนดัง กล่ า ว ในฐานะของบทบาทผู้ส อนซึ งเป็ น
ผูดําเนิ น การวางแผนเพือให้ก ารเรียนการสอนเกิ ดประสิทธิ ภาพสูง สุด จึง ควรคํานึ ง ถึ งแนวคิ ด
  ้
สําคัญเกียวกับ “หลักการสอน” ซึงเป็ นหัวใจของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของทุกระดับชัน
ทุกวิชาหรือแม้กระทังการจัดการเรียนการสอนนอกระบบสถาบันการศึกษาก็ตาม
24


         2.2.7 แนวคิดเกียวกับหลักการสอน
         สุ ภา อัก ษรดิ ษฐ์ 33 และบัญญัติ ชํา นาญกิ จ 34 ได้รวบรวมแนวความคิ ด เกี ยวกับ
หลักการสอนของนักการศึกษาไว้และสามารถจัดเข้าตารางเปรียบเทียบได้ดงนีั
                                                            พระพุทธ      Herbert                    Percival
          แนวคิดเกียวกับหลักการสอน                                                     T.Remon
                                                              เจ้า       Spenser                     When
สอนจากสิงทีรูแล้วไปยังสิงทีไม่รู ้
              ้                                                /            /              /           /
สอนจากรูปธรรมไปหานามธรรม                                       /                           /           /
สอนจากสิงทีเข้าใจง่ายไปหาสิงทีเข้าใจยาก                        /             /
สอนจากสิงทีมีตวตนไปหาสิงทีไม่มีตวตน
                 ั                    ั                                      /             /
สอนจากสิงทีเข้าใจง่ายไปหาสิงทีซับซ้อน                                        /             /
สอนจากสิงทีไม่แน่ นอนไปหาสิงทีแน่ นอน                                        /             /
สอนให้เป็ นไปตามธรรมชาติ                                                                   /            /
สอนจากสิงทีผูเ้ รียนได้พบเห็นเองไปหาเหตุผล                                   /             /
สอนจากวิธีวิเคราะห์ไปหาวิธีสังเคราะห์                                                      /
สอนจากสิงจําเพาะไปหาสิงทัวไป                                                               /
สอนโดยวิธีใช้เหตุผลให้เหมาะสมกับจิตใจของเด็ก                                                            /
สอนให้ผ่านประสาทสัมผัสทังห้า                                                               /            /
สอนให้รจกใช้ความสังเกต
         ู้ ั                                                                                           /
สอนให้เรียนจาการกระทํา                                                                                  /
โดยวิธีอุปมาน                                                                                           /
สอนโดยให้สนุ กและน่ าสนใจ                                                                               /
สอนโดยวิธีส่งเสริมให้ผเู้ รียนเรียนด้วยตนเอง                                                            /
สอนโดยศึกษาพืนฐานของบุคคลทีจะสอน                                /
สอนโดยเลือกธรรมะทีเหมาะกับผูเ้ รียน                             /
สอนโดยการเปรียบเทียบ                                            /
สอนด้วยปั ญญา                                                   /
สอนโดยการกระทําให้ดูเป็ นตัวอย่าง                               /
สอนโดยให้เกิดความคิดเอง
สอนโดยใช้สือการเรียน                                            /

          ตารางที . เปรียบเทียบแนวคิดเกียวกับหลักการสอนของนักศึกษา



33
   สุภา อักษรดิษฐ์.หลักการสอนและการเตรียมประสบการณ์วิชาชีพภาคปฏิ บติ.(พิษณุ โลก: คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยพิบูล
                                                                  ั
สงคราม, 2539 )หน้า 41-43.
34
   บัญญัติ ชํานาญกิจ.เรืองเดียวกัน,หน้า 9
25


             2.2.8 ความหมายของกระบวนการเรียนการสอน
             กระบวนการเรียนการสอน มีความสําคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และมี
ความสําคัญสําหรับนักศึกษาครู เพราะจะได้ใช้เป็ นแนวทางในการดําเนิ นกิจกรรมการเรียนการ
สอน ดังนันนักศึกษาจึงต้องศึกษาความหมายของคําว่า “กระบวนการสอน” ซึงมีผให้ความเห็นไว้
                                                                               ู้
ดังนัน คือ
             ธี ร ะ รุ ญ เจริ ญ 35 กล่า วว่า “กระบวนการเรี ย นการสอนหรือ รูปแบบการสอนเป็ น
กระสวนหรือ แผนงานที ใช้ในการจัด หลักสูตร การเลือ กการเรียน และการกําหนดกิจ กรรมของ
ครูผสอน”ู้
             สงัด อุ ท รานั น ท์ 36 กล่า วว่า “กระบวนการสอน หมายถึ ง การเรี ย นการสอน
(Teaching and Learning Process) เป็ นแผนปฏิบัติ การหรือกิ จกรรมเพือเปลียนแปลง
พฤติกรรมผูเ้ รียนผูสอน โดยใช้หลักสูตรและทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีระบบและมีขนตอน เพือ
                       ้                                                          ั
นําไปสูความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ทีกําหนดไว้ กระบวนการเรียนการสอนถือว่าเป็ นระบบย่อยใน
           ่
ระบบการศึกษา ซึงมีอยูดวยกัน ส่วน คือ ตัวปอนเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และ
                            ่ ้                     ้
ผลลัพธ์ ผลผลิต (Output) ซึงทัง ระบบย่อยนี มีความสัมพันธ์ซึงกันและกันอย่างต่อเนื อง”
             น้อ ย ลายคราม 37 กล่ า วว่ า “กระบวนการเรี ย นการสอน เป็ นกิ จ กรรมเพื อ
เปลียนแปลงพฤติ กรรมของผูเ้ รีย นผูสอน โดยใช้หลัก สูตรและทรัพยากรทางการเรียนการสอน
                                           ้
สนับสนุ น ให้เป็ นไปตามวัต ถุประสงค์อย่างมี ขนตอน ปราชญ์และนักการศึกษาได้สร้างแนวทาง
                                                 ั
กระบวนการเรียนการสอนไว้หลายรูปแบบ ซึงแต่ละรูปแบบก็มีการตังจุดหมายศึกษาพฤติกรรม
ผูเ้ รียนก่อนนอน เตรียมแผนการสอนและเครืองมือ ลงมือทําการสอน วัดผลประเมินผลและ
ตรวจสอบข้อผิดพลาดเพือปรับปรุงแก้ไข ทังนี ก็เพือช่วยให้ครูผูสอนสามารถดําเนิ นกิจกรรมการ
                                                                ้
เรียนการสอนได้อย่างถูกต้องและมีขนตอน”    ั
             สรุปแล้วกระบวนการเรียนการสอน หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือ
เป็ นการวางแผนการปฏิบติงานอย่างมีขนตอน เพือเปลียนแปลงพฤติกรรมทังผูเ้ รียนและผูสอนโดย
                              ั              ั                                       ้
การนําหลักสูตรและสือการเรียนมาใช้อย่างมีระบบ รูปแบบของกระบวนการเรียนการสอนนิ ยมตัง
จุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายในการสอนก่อน เพือนําไปเตรียมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและ
ประเมินผลการเรียนการสอน ถ้าผลการเรียนการสอนของนักเรียนเป็ นไปตามจุดประสงค์แสดงว่า
ทังครูและนั ก เรีย นศึ ก ษาประสบผลสํา เร็จ แต่ ถาไม่ ประสบผลสํา เร็จ ครูจ ะต้อ งพิ จ ารณาว่า
                                                      ้
บกพร่อ งตรงไหนแล้ว จึ ง นํ า ไปแก้ไ ขปั ญหาในจุ ด นั น ๆ เพื อให้ก ารเรี ย นการสอนบรรลุต าม
จุดประสงค์ปลายทางทีตังไว้



35
   ธีระ รุญเจริญ. การประถมศึกษา.(ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,2519) หน้า 212
36
   สงัด อุทรานันท์. การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็ นระบบ.(กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2525 ) หน้า 118
37
   น้อย ลายคราม. เรืองเดียวกัน, หน้า 8.
26


           2.2.9 รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอน
           มีนักการศึ กษาและบุคคลสําคัญ ๆ ได้เสนอรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพือให้
ครูผสอนได้พิจารณานําไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนมีรปแบบต่าง ๆ ดังนี
    ู้                                                  ู
                            38
           ชินโอสถ หัสบําเรอ ได้สรปุแนวคิดของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงแบ่งกระบวนการ
เรียนการสอนไว้ ขัน คือ ขันปริยติ ปฏิบติ และปฏิเวธ ก่อนถึงขันปริยติทรงวางจุดประสงค์
                                    ั     ั                       ั
ด้วยฌาณ คือ รูวาจะสอนใครและจะบรรลุผลขันใด พระองค์ทรงแบ่งผูเ้ รียนออกเป็ นบัว เหล่า
                 ้่
มาให้รบฟั งธรรมะก่อน แล้วจึงดําเนิ นการตามกระบวนการตามกระบวนการเรียนการสอน
       ั
           กรมวิชาการและเขตการศึกษา39 เสนอผังรูปแบบการเรียนการสอนและการประเมินผล
ตามหลักสูตรใหม่ และขอสรุปคําชีแจงโดยย่อดังนี คือ

      จุดมุ่งหมายใน               พฤติกรรมพืนฐาน                  กระบวนการ                  การประเมิน
     การเรียนการสอน                 ของผูเ้ รียน                 เรียนการสอน                   ผลรวม


                                                 ผลสะท้อนกลับ
             ภาพที 2.7 แสดงรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนของกรมวิชาการ และเขตการศึกษา

             . จุดมุ่งหมายในการเรียนการสอน คือ ผลผลิตทางการเรียนการสอนทีมุ่งหวังจะให้
นักเรียนเกิดขึนภายหลังจากการสอนแล้ว ซึงจุดมุ่งหมายนี จะต้องครอบคลุมพฤติกรรมทางด้าน
ความรูและการคิด (Cognitive Domain) พฤติกรรมทางด้านความรูสึก (Affective Domain)
       ้                                                          ้
และพฤติกรรมทางด้านการประพฤติ (Psychomotor Domain) วิธีการกําหนดจุดมุ่งหมายจะต้อง
กําหนดให้เฉพาะเจาะจง ควรกําหนดในลักษณะจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม ซึงมีส่วนประกอบ
ประการ คือ ใครทําอะไร ดีอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ใด ตัวอย่างเช่น “เมือกําหนดรายชือ
อาหารได้         ชนิ ด นักเรียนบอกได้วา อาหารชนิ ดใดมีประโยชน์มีโทษได้ ชนิ ด ดังตัวอย่าง
                                       ่
ของพฤติกรรมสามารถแยกได้ดงนี     ั
             . ใคร.........นักเรียน
             . ทําอะไร....สามารถบอกได้วาอาหารชนิ ดใดมีประโยชน์และมีโทษ
                                          ่
             . ดีอย่างไร.......ได้ถกต้อง ชนิ ดใน
                                   ู                   ชนิ ด
             . ภายใต้สถานการณ์ใด......เมือกําหนดรายชืออาหารให้        ชนิ ด
           ผูสอนจะต้องเอาจุดมุ่งหมายของแต่ละรายวิชาทังจุดมุ่งหมายทางด้านความรู ้ ความคิด
             ้
ความรูสึก และด้านปฏิบัติเขียนเป็ นจุ ดมุ่ง หมายเชิงพฤติก รรม และเนื องจากจุ ดมุ่ง หมายเชิง
         ้

38
   ชินโอสถ หัวบําเรอ. เทคนิ ควิ ธีการเผยแพร่ธรรมของพระพุทธเจ้า ใน คู่มอการฝึกอบรมวิทยากร หลักสูตรสร้างเสริม
                                                                      ื
จริยธรรมข้าราชการ เพือพัฒนาชนบท.(กรุงเทพมหานคร: เรืองแสงการพิมพ์. 2531) หน้า 26
39
   วิชาการ, กรมและเขตการศึกษา. แนวทางปฏิ บติในเรืองการเรียนการสอนและการประเมินผล.( กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
                                              ั
การศาสนา,ม.ป.ป), หน้า 15-20
27


พฤติ ก รรมเป็ นจุ ด มุ่ ง หมายที ถ่ า ยทอดมาจากจุ ด มุ่ ง หมายของรายวิ ช า ดัง นั นในการเขี ย น
จุด มุ่ง หมายเชิง พฤติ ก รรม จึ ง ควรสร้างตารางวิ เคราะห์หลัก สูต รขึน ก่ อน ซึ งตารางวิ เคราะห์
หลักสูตรนี จะแสดงเฉพาะพฤติกรรมปลายทาง หลังจากได้พฤติกรรมปลายทางแล้วจึงเขียนเป็ น
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
             . พฤติกรรมพืนฐานของผูเ้ รียน เป็ นสภาพความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของผูเ้ รียนรู ้
โดยเฉพาะอย่างยิ งพืน ฐานด้านความรูทัศ นคติ เศรษฐกิ จ สังคม ฯลฯ ดังนั นผูสอนจึ ง ควร
                                             ้                                         ้
ตรวจสอบความรูพนฐานและทักษะเบืองต้น เพือศึกษาดูสภาพพืนฐานของผูเ้ รียนว่าเก่ง อ่อนใน
                     ้ ื
ลักษณะใดบ้าง การสอบวัดในตอนนี จึงไม่ได้เป็ นการวัดผลสัมฤทธิเพราะไม่ได้มีการเรียนการสอน
ในเรืองนัน แต่เป็ นการวัดเพือจะจัด สถานการณ์ก ารสอนให้เหมาะสมกับผูเ้ รียนแต่ ละคน การ
วัดผลก่อนการเรียนการสอนจึงมีความสําคัญและจําเป็ นมาก ทังนี เพือ
                   2.1 พิจารณาการมีหรือขาดความรูพนฐานอะไรบ้าง ตรงจุดใด
                                                          ้ ื
                   2.2 พิจารณากลุมเด็กว่าเก่ง - อ่อน ช้า เพือประกอบการตัดสินใจในเรืองการสอน
                                    ่
และใช้อุปกรณ์
                      . เพิมเติมความรูและทักษะทีจําเป็ นสําหรับการเรียนการสอนต่อไป โดยอยู่ใน
                                         ้
รูปของการซ่อมเสริม การให้งานพิเศษ การศึกษารอง ฯลฯ
                      . เพือการจัดกลุมสอนเด็กตามความสามารถ
                                       ่
              . กระบวนการเรี ย นการสอน จะเริ มตังแต่ พ ฤติ ก รรมที เป็ นพื น ฐานก่ อ นและ
ดําเนิ นการต่อเนื องจนกระทังถึง พฤติกรรมปลายทางการเรียนการสอนจะบรรลุผลหรือเป็ น ไป
อย่างราบรืนใครทียังไม่บรรลุก็ตองช่วยให้บรรลุ ซึงโดยหลักการนี จําเป็ นต้องจัดลําดับขันของการ
                                  ้
เรียนการสอนให้เป็ นไปตามลําดับขันการเรียนรูการประเมินผลรวม หมายถึง การประเมินผลทัง
                                                     ้
รายวิชาเนื องจากระเบียบการประเมิ นผลใช้ในชันมัธยมศึก ษา กล่าวว่า ผูเ้ รียนจะได้หน่ วยการ
เรียนของรายวิชาทีเรียนเมือได้ผลระดับการเรียน ถึง และคะแนนทีนํามาคิดในการให้ระดับ
ผลการเรียนให้คิดจากคะแนนระหว่างปี / ภาค รวมกับคะแนนปลายปี / ภาค ตามอัตราส่วนที
กําหนดไว้ สมมติวาในรายวิชา ท
                         ่                     กําหนดอัตราคะแนนระหว่างภาคกับปลายภาคเป็ น :
หมายความว่าพฤติกรรมทัง                พฤติกรรมจะมีคะแนนระหว่างภาคเป็ น ส่วน ดังนันผูสอน       ้
จะต้องพิจารณาว่าแต่ละพฤติกรรมจะมีคะแนนเก็บอย่างไรให้พิจารณาจากความสําคัญของแต่ละ
พฤติกรรมจะมีคะแนนเก็บอย่างไร ให้พิจารณาจากความสําคัญของแต่ละพฤติกรรม
            คะแนนสอบปลายภาคอี ก                    ส่ว น จะได้จ ากการสอบซึ งครู พิ จ ารณาว่า จะจั ด
จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมทัง               หรือเลือกเฉพาะทีสําคัญทียอมทําได้เปาหมายของการศึกษา
                                                                            ้
ไม่ตองการจะดูวาใครเก่งกว่าใคร แต่คงจะต้องการดูว่านักเรียนได้บรรลุถึงเปาหมายทีกําหนดไว้
     ้             ่                                                          ้
หรือยัง ดังนันในการประเมินผลการเรียนจึงควรเลือกวิธีการประเมินแบบอิงเกณฑ์จะเหมาะกว่าที
จะไปเลือกวิธีการอิงกลุม ดังนันจึงไม่จําเป็ นจะต้องแปลคะแนนดิบให้เป็ นคะแนนทีก่อน เพราะ
                           ่
คะแนนทีนันอยูในระบบการประเมินผลแบบอิงกลุม
                 ่                                      ่
28


               ทิศนา แขมมณี 40 ได้รวบรวมแนวคิดเกียวกับการศึกษาทีออกแบบโดยนักการศึกษา
ของไทยไว้เพือแสดงให้เห็นว่า การศึกษามีวิธีการคิดทีหลากหลายและเป็ นระบบ ในทีนี จะแสดง
เป็ นเพียงบางแนวคิดทีมีความสําคัญต่อการออกแบบการวิจย ดังนี       ั
               กระบวนการทางปัญญา โดย ประเวศ วะสี
               ประเวศ วะสี นักคิดคนสําคัญของประเทศไทย ผูมีบทบาทอย่างมากในการกระตุนให้
                                                                      ้                                ้
เกิ ด การปฏิ รูป การศึ ก ษาขึ น ท่ า นได้เ สนอกระบวนการปั ญญา ซึ งควรฝึ กฝนให้แ ก่ ผู้เ รี ย น
ประกอบด้วยขันตอน ขัน ดังนี
                 . ฝึ กสังเกต ให้ผเู้ รียนมีโอกาสสังเกตสิงต่างๆ ให้มากให้รจกสังเกตสิงแวดล้อมรอบตัว
                                                                            ู้ ั
                 . ฝึ กบันทึก ให้ผเู้ รียนสังเกตสิงต่างๆ และจดบันทึกรายละเอียดทีสังเกตเห็น
                 . ฝึ กการนําเสนอต่อทีประชุม เมือผูเ้ รียนได้ไปสังเกตหรือทําอะไรหรือเรียนรูอะไรมา้
ให้ฝึกฝนนําเสนอเรืองนันต่อทีประชุม
                 . ฝึ กการฟั ง การฟั งผูอืนช่วยให้ได้ความรูมา ผูเ้ รียนจึงควรได้รบการฝึ กให้เป็ นผูฟังทีดี
                                          ้                 ้                    ั                   ้
                 . ฝึ กปุจฉา – วิสชนา ให้ผเู้ รียนฝึ กการถาม – การตอบ ซึงจะช่วยให้ผูเ้ รียนเกิดความ
                                     ั
แจ่มแจ้งในเรืองทีศึกษา รวมทังได้ฝึกการใช้เหตุผล การวิเคราะห์และการสังเคราะห์
                 . ฝึ กตังสมมติฐานและตังคําถาม ให้ผูเ้ รียนฝึ กคิดและตังคําถาม เพราะคําถามเป็ น
เครืองมือสําคัญในการได้มาซึงความรู ้ ต่อไปจึงให้ผเู้ รียนฝึ กตังสมมติฐาน และหาคําตอบ
                 . ฝึ กการค้นหาคําตอบ เมือมีคําถามและสมมติฐานแล้ว ควรให้ผูเ้ รียนฝึ กค้นหา
คําตอบจากแหล่งต่างๆ เช่น หนังสือ ตํารา อินเทอร์เน็ ต หรือไปสอบถามจากผูรู ้ เป็ นต้น     ้
                 . ฝึ กการวิจัย การวิจัยเป็ นกระบวนการหาคําตอบทีจะช่วยให้ผูเ้ รียนค้นพบความรู ้
ใหม่
                 . ฝึ กเชือมโยงบูรณาการ บูรณาการให้เห็นความเป็ นทังหมด และเห็นตัวเองเมื อ
ผูเ้ รียนได้เรียนรูอะไรมาแล้ว ควรให้ผเู้ รียนเชือมโยงให้เห็นความเป็ นทังหมด และเกิดการรูตัวเอง
                     ้                                                                             ้
ตามเป็ นจริงว่าสัมพันธ์กบความเป็ นทังหมดอย่างไร อันจะทําให้เกิดมิติทางจริยธรรมขึน ช่วยให้
                                ั
ผูเ้ รียนได้เรียนรูการอยูรวมกันอย่างสันติ
                       ้     ่่
                   . ฝึ กการเขียนเรียบเรียงทางวิชาการ หลังจากทีได้เรียนรูเ้ รืองใดแล้ว ควรให้ผเู้ รียน
ฝึ ก เรีย บเรีย งความรูทีได้ การเรี ย บเรีย งจะช่ว ยให้ค วามคิ ด ประณี ต ขึ น ทําให้ต ้อ งค้น คว้าหา
                           ้
หลักฐานทีมาของความรูให้ถีถ้วนแม่นยําขึน การเรียบเรียงทางวิชาการเป็ นวิธีการสําคัญในการ
                                  ้
พัฒนาปั ญญาของตน และเป็ นประโยชน์ในการเรียนรูของผูอืนในวงกว้างออกไป
                                                           ้ ้
               กระบวนการคิด โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช
               ชัยอนัน ต์ สมุ ทวณิ ช นั กรัฐศาสตร์ ราชบัณฑิต สํานั กธรรมศาสตร์และการเมือ ง
และเป็ นผูบงคับการวชิราวุธวิทยาลัย นักคิดผูมีชือเสียงของประเทศไทย ซึงหันมาสนใจและพัฒนา
             ้ ั                                     ้
งานทางด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ได้แสดงความคิดเห็นเกียวกับเรืองของการคิดไว้ว่า การคิด


40
     ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน.พิมพ์ครังที 4. (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.2548).หน้า 300-308.
29


ของคนเรามีหลายรูปแบบ โดยท่านได้ยกเป็ นตัวอย่างมา แบบ เป็ นแนวทางในการสอนเพือ
ส่งเสริมความสามารถในการคิดของผูเ้ รียนได้ ดังนี
              . การคิ ด แบบนั ก วิ เ คราะห์ ( Analytical) ผู้ส อนสามารถช่ ว ยผู้เ รี ย นให้พัฒ นา
ความสามารถในการคิดแบบนี ได้โดยการฝึ กให้ผเู้ รียนแสวงหาข้อเท็จจริง (fact) ดูตรรกะ (logic) หา
ทิศทาง (direction) หาเหตุผล (reason) และมุ่งแก้ปัญหา (problem - solving)
           2. ความคิ ด แบบรวบยอด (conceptual) ผู้ส อนสามารถช่ ว ยผู้เ รี ย นให้พัฒ นา
ความสามารถในการคิดแบบนี ได้โดยการฝึ กให้ผเู้ รียนคิดวาดภาพในสมอง สร้างความคิดใหม่จาก
ข้อมูลทีถูกต้องแน่นอน หรือมองข้อมูลเดิมในแง่มุมใหม่ และส่งเสริมให้ผเู้ รียนกล้าคิดกล้าทํา
              . ความคิ ด แบบโครงสร้า ง (Structural thinking) การฝึ กให้ผู้เ รี ย นแยกแยะ
ส่วนประกอบ ศึกษาส่วนประกอบ และเชือมโยงข้อมูล จัดเป็ นโครงสร้าง จะทําให้ผูเ้ รียนมีการคิด
อย่างเป็ นระบบ สามารถตัดสินว่า ควรจะทําอะไรอย่างไร
              . การคิดแบบผูนําสังคม (Social thinking) การฝึ กให้ผเู้ รียนปฏิสมพันธ์พดคุยกับผูอืน
                             ้                                               ั         ู       ้
ทําตนเป็ นผูอานวยความสะดวก (facilitator) ฝึ กทักษะกระบวนการทํางานร่วมกันเป็ นทีม (group
            ้ํ
process) และฝึ กให้คิด ด้าน ทีเรียกว่า “PMI” คือด้านบวก (plus) ด้านลบ (minus) และด้านทีไม่
บวกไม่ลบ แต่เป็ นด้านทีสนใจ (interesting)
           กระบวนการสอนค่านิยมและจริยธรรม โดย โกวิท ประวาลพฤกษ์
           โกวิ ทย์ ประวาลพฤกษ์ นั ก วิ ชาการคนสํา คัญท่ านหนึ งในวงการศึ ก ษาได้เสนอ
ความคิด เกี ยวกับการพัฒนาค่ านิ ย มและจริย ธรรมไว้ว่า ควรเริมต้น ด้ว ยการพัฒนาเหตุผลเชิง
จริยธรรม ผูเ้ รียนสามารถพัฒนาได้ดวยการฝึ กประเมินปั ญหาเชิงจริยธรรม และดําเนิ นการสอน
                                      ้
ตามลําดับขันตอน ดังนี
           1) กําหนดพฤติกรรมทางจริยธรรมทีพึงปรารถนา
           2) เสนอตัวอย่างพฤติกรรมในปั จจุบน    ั
           3) ประเมินปั ญหาเชิงจริยธรรม
           4) แลกเปลียนผลการประเมิน
           5) ฝึ กพฤติกรรมโดยมีผลสําเร็จ
           6) เพิมระดับความขัดแย้ง
           7) ให้ผเู้ รียนประเมินตนเอง
           8) กระตุนผูเ้ รียนยอมรับตัวเอง
                       ้

2.3 แนวคิดเกียวกับบัณฑิตทีพึงประสงค์
          2.3.1 คุณลักษณะบัณฑิตทีพึงประสงค์ของทบวงมหาวิทยาลัย
          ทบวงมหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นสมควรกําหนดคุณลักษณะของบัณฑิตทีพึงประสงค์เพือ
เป็ นเป าหมายในการพัฒ นานิ สิ ต นั ก ศึ ก ษา ของสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาในสัง กั ด และกํ า กั บ
       ้
ทบวงมหาวิทยาลัย ดังนี
30


             . เป็ นผูมีค วามรอบรูในวิชาการทังภาคทฤษฎีและปฏิบัติมี ความสามารถในการคิ ด
                            ้      ้
และวิเคราะห์อย่างเป็ นระบบ
             . เป็ นผูมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถครองตัวอยูในสังคม ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
                          ้                                     ่
             . เป็ นผูมีความรูในศาสตร์ทีเกียวข้องกับการดํารงชีวิตในสังคมปั จจุบน ได้แก่
                      ้         ้                                                ั
                 - มีความรูพนฐานด้านคอมพิวเตอร์เพียงพอทีจะใช้งานได้
                              ้ ื
                 - มีความสามารถในการเล่นดนตรีได้อย่างน้อย ชนิ ดหรือมีความสามารถในเชิง
ศิลปะและวรรณกรรม
                 - มีความสามารถในการกีฬาอย่างน้อย ชนิ ดกีฬา
                 - มีความสามารถทางภาษาต่างประเทศอย่างน้อย ภาษา
             . เป็ นผูมีความรับผิดชอบต่อสังคม และดํารงชีวิตด้วยความเหมาะสม
                        ้
           การดําเนิ น การเพือให้บรรลุเปาหมายทัง ประการนี จําเป็ นทีจะต้องได้รบความ
                                           ้                                              ั
ร่วมมือจากทุกฝ่ ายอันได้แก่ มหาวิทยาลัย อาจารย์ และนิ สิตนักศึกษา ทีจะร่วมกันจัดให้มีระบบ
การเรียนการสอนและกิจกรรมทีกล่อมเกลา สร้างสรรค์ และพัฒนาให้นักศึกษาเป็ นบัณฑิตทีพึง
ประสงค์ได้อย่างทีมุ่งหวัง41
           2.3.2 คุณลักษณะของบัณฑิตทีพึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย
           มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นอกจากจะผลิตบัณฑิตเพือรับใช้สงคมแล้ว      ั
สถานภาพของมหาวิทยาลัยจะต้องผลิตธรรมทายาททีดีเพือทําหน้าทีในการธํารงรักษาและเผยแผ่
หลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาระกิจของบัณฑิตของมหาวิทยาลัยจึงมีสองด้าน
ทีสําคัญไปพร้อม ๆ กัน ดังนันมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจึงได้กาหนดลักษณะของ
                                                                               ํ
บัณฑิตทีพึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยไว้ดงนี  ั
        “มีความเป็ นเลิศทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา สามารถประยุกต์เข้ากับศาสตร์สาขา
ต่างๆ มีปฏิปทาทีน่ าเลือมใส ใฝ่ รูใฝ่ คิด มีความเป็ นผูนําทางจิตใจและปั ญญา มีความคิดริเริม
                                     ้                 ้
สร้างสรรค์ มีโลกทัศน์กว้างไกล สามารถก้าวทันความเปลียนแปลงของโลก มีศรัทธาทีจะอุทิศตน
เพือพระพุทธศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม และเสียละเพือส่วนรวม ด้วยรูปแบบและเทคโนโลยี
สมัยใหม่ทีมีมาตรฐานระดับสากล”42




41
  http://www.ubu.ac.th/~inforeducation/curriculum.html
42
  กองแผนงาน. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. แผนพัฒนามหาวิ ทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัยในช่วง
แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที 9 (พ.ศ. 2545-2549). (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย.2547), หน้า คํานํา
31


2.4 งานวิจยทีเกียวข้อง
           ั
           การวิจยเรือง “ศึกษาความคิดเห็นจองพระนิ สิตทีมีตอการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชา
                 ั                                             ่
ศาสนาและปรัชญา” มีผลงานวิจยทีเกียวข้องและเป็ นแนวทางในการดําเนิ นการวิจยเพือนําไปสู่การ
                               ั                                                    ั
ค้นหาผลการทีวิจัยทีนํามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนของสาขาวิชาศาสนาและ
ปรัชญา ดังนี
           พระสมนึ ก ต๊ะ รัง ษี (สมจิตฺ โต) 43 ได้ทํา การวิ จัย เรื อง “การศึ ก ษาของพระภิก ษุ
สามเณรในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย สภาพการศึกษาปั ญหาและการแก้ปัญหา” โดยมี
จุดมุ่งหมายเพือการศึกษาสภาพการศึกษา ปั ญหาและการแก้ปัญหาการศึกษาของพระภิกษุ ในสภา
การศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ผลการวิจัยพบว่า ปั ญหาการศึกษาทีพบ ได้แก่สภาพแวดล้อม
ภายในมหาวิทยาลัยค่อนข้างจะแออัดขาดอาจารย์ผสอนทีมีความรูความสามารถวิชาเฉพาะ ครู -
                                                ู้                  ้
อาจารย์เข้าใจระบบการบริหารงานเฉพาะหน้าทีทีปฏิบติเท่านัน ปั ญหาขาดอุปกรณ์การการเรียน
                                                    ั
การสอน ห้อ งสมุด มี หนัง สือ ค่อ นข้างเก่ ามาก หนั งสือ ท◌ี ◌่ มี อ ยู่ต ามหลัก สูตรใหม่ไ ม่ เพีย งพอ
ห้องนําห้องส้วมขาดการดูแลรักษาทีดีไม่มีสถานพยาบาล
           แนวทางแก้ไขปั ญหานันพบว่า มหาวิทยาลัยควรขยายหรือต่อเติมอาคารใหม่ จัดหาครู
- อาจารย์ ภายนอก (อาจารย์พิเศษ) ทีมีความชํานาญเฉพาะสาขาวิชามาสอน ประชุมครู -
อาจารย์และเจ้าหน้าทีเพือชีแจงการบริหารงานบ่อยครัง เพิมงบประมาณในการจัดการหาสือการ
เรีย นการสอน หนัง สือ เรีย น อุ ปกรณ์ก ารเรีย น ดูแลรักษาห้อ งนํ าห้อ งส้วมสมําเสมอและควร
สถานพยาบาลประจํา และตลอดจนควรปรับปรุงสวัสดิการด้านต่าง ๆ ของครู - อาจารย์ และ
นักศึกษาด้วย
           กําจัด จันทรวงษ์โส44 ได้ทําการวิจัยเรือง “การศึกษาความคิดเห็นเกียวกับการจัด
กิจ กรรมการเรีย นการสอนของผูเรียนหลัก สูต รระดับชันสูง ของศูนย์ศึก ษาพระพุทธศาสนาวัน
                                 ้
อาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร” โดยมีความมุ่งหมายในการศึกษาค้นคว้า เพือศึกษาความคิดเห็น
เกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียนตามหลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์การศึกษา
พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร และเพือเปรียบเทียบความคิดเห็นเกียวกับการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียนหลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวัน
อาทิ ตย์ เขตกรุง เทพมหานคร จําแนกตามเพศ ระดับการศึ กษาในระบบโรงเรีย นของผูเ้ รีย น
ผลสัม ฤทธิ ทางการเรีย นในระบบโรงเรี ย นปี การศึ ก ษาที ผ่ านมา สาเหตุ ข องการเข้าเรีย นใน
หลักสูตรของศูนย์ ฯ สถานภาพของผูปกครองระดับการศึกษาของผูปกครอง อาชีพของผูปกครอง
                                     ้                                ้                      ้
และฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว
43
   สมนึก ต๊ะรังษี(สมจิตฺโต).พระมหา. “การศึกษาของพระภิ กษุสามเณรในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิ ทยาลัย สภาพ
การศึกษาปัญหาและการแก้ปัญหา”.วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต.(ภาควิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย สภา
การศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย. 2535).หน้าบทคัดย่อ.
44
   กําจัด จันทรวงษ์โส. “การศึกษาความคิ ดเห็นเกียวกับการจัดกิ จกรรมการเรียนการสอนของผู้เรียนหลักสูตรระดับชันสูง
ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิ ตย์ เขตกรุงเทพมหานคร”.ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต.(จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
2536).หน้าบทคัดย่อ.
32


           ผลการวิจยพบว่า
                       ั
           1. ศึกษาความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของผูเ้ รียนหลักสูตร
ระดับชันสูงของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร ดังนี
                  1.1 ผูเ้ รียน มีความคิ ดเห็นเกี ยวกับการจัดกิ จกรรมการเรียนการสอนโดยรวมมี
คะแนนเฉลียอยูระดับปานกลาง
                ่
                  1.2 ผูเ้ รียน มีความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้านเนื อหา
ของหลักสูตร มีคะแนนเฉลียอยูในระดับตําสุด ่
           2. เมือเปรียบเทียบความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียน
หลักสูตรระดับชันสูงของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร จําแนกตาม
ตัว แปร เพศ ระดับการศึก ษาในระบบโรงเรียนของผูเรีย น ผลสัม ฤทธิ ทางการเรีย นในระบบ
                                                             ้
โรงเรี ย น ปี การศึ ก ษาที ผ่ า นมา สาเหตุ ข องการเข้า เรี ย นในหลัก สู ต รของศู น ย์ ศึ ก ษา
พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ สถานภาพของผูปกครอง ระดับการศึกษาของผูปกครอง อาชีพของ
                                                 ้                           ้
ผูปกครองและฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว พบผล ดังนี
   ้
                  2.1 ผูเ้ รียนเพศชายและเพศหญิงมีความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนโดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ
                  2.2 ผูเ้ รียนทีมีระดับการศึกษาในระบบโรงเรียนแตกต่างกันมีความคิดเห็นเกียวกับ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .05
                   2.3 ผูเรีย นที มี ผลสัม ฤทธิ ทางการเรีย นในระบบโรงเรีย นปี การศึ ก ษาที ผ่านมา
                              ้
แตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกียวกับการสจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมและรายได้แตกต่าง
กันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ
                  2.4 ผูเ้ รียนทีมีสาเหตุของการเข้าเรียนในหลักสูตรของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา
วันอาทิตย์แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ
                  2.5 ผูเรีย นที ผูปกครองมี สถานภาพแตกต่ างกัน มี ความคิ ดเห็นเกียวกับการจัด
                          ้          ้
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .๐๕
                  2.6 ผูเรีย นที ผูปกครองมี สถานภาพแตกต่ างกัน มี ความคิ ดเห็นเกียวกับการจัด
                            ้          ้
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมและรายได้ แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ
                  2.7 ผูเ้ รียนทีผูปกครองประกอบอาชีพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกียวกับการจัด
                                   ้
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .05 ตามลําดับ
                  2.8 ผูเ้ รียนทีมีฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวแตกต่างกันมีความคิดเห็นเกียวกับ
การจัด กิจกรรมการเรีย นการสอนโดยรวม แตกต่างกัน อย่างไม่มี นัยสําคัญทางสถิติ ผลการวิจัย
วิ เคราะห์เป็ นรายด้าน พบว่า ด้านการประเมิ น ผล ผูเ รีย นมี ค วามคิ ด เห็น แตกต่ างกัน อย่างมี
                                                           ้
นัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .05
           3. ความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และประโยชน์ทีได้รบจาก           ั
การเข้าเรียน
33


                    3.1 ผูเ รี ย นส่ว นใหญ่เ ห็ น ว่า ด้านเนื อ หาของหลัก สูต รมี ค วามเหมาะสมสูง สุ ด
                            ้
รองลงมาคือ ด้านวิธีสอน และด้านการประเมินผล สําหรับด้านอุปกรณ์การสอน ผูเ้ รียนส่วนมาก
เห็นว่า มีนอยหรือเกือบไม่มีเลย
             ้
                    3.2 ผูเ้ รียนส่วนใหญ่เห็นว่า ได้รบประโยชน์จากการเข้าเรียนในหลักสูตรของศูนย์
                                                       ั
ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
               โสภา สิทธิสรวง 45 ได้ทําการวิ จัย เรือง “ความคิ ด เห็นของครูสัง คมศึ ก ษาเกี ยวกับ
ปั ญหาการเรียนการสอนวิ ชาพระพุทธศาสนาในวิทยาลัย เทคนิ คสัง กัด กรมอาชีว ศึ กษา” โดยมี
วัตถุประสงค์เพือศึกษาความคิดเห็นของครู-อาจารย์ทีทําหน้าทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาเกียวกับ
ปั ญหาด้าน ต่าง ๆ ต่อไปนี คือ
               1. ปั ญหาเกียวกับการใช้หลักสูตรเพือการเรียนการสอน
               2. ปั ญหาด้านเนื อหาวิชา
               3. ปั ญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
               4. ปั ญหาด้านการใช้สือการสอนและแหล่งวิชาการ
               5. ปั ญหาด้านการวัดผล
               ผลการวิจยพบว่า
                        ั
               1. ปั ญหาด้านหลักสูตร พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า
               ครูส่วนใหญ่ไ ม่เคยผ่านการอบรมเพิมเติ มการสอนวิ ชาพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่มี
ชัวโมงสอนมากกว่า 20 คาบขึนไป โดยต้องสอนทุกรายวิชาทีเปิ ดสอน คือ ชรล. 0001, ชรล. 0002
และ ชรล. 0003 การใช้ห นั ง สือ เรีย นวิ ชาพระพุ ทธศาสนานั นครูส่ว นใหญ่ใช้หนั ง สือ เรีย น ของ
สํานักพิมพ์วฒนาพานิ ช (ว.พ.) และมีวิธีแสวงหาความรูทางด้านพระพุทธศาสนา โดยศึกษาด้วย
                ั                                               ้
ตนเองจากตําราต่าง ๆ ส่วนเหตุผลในสอนวิชาพระพุทธศาสนานันครูสวนใหญ่สมัครใจทีจะสอนเอง
                                                                            ่
และครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่ยงต้องปฏิบัติหน้าทีอืนนอกเหนื อจากการ
           ั                                                      ั
สอนอีกด้วย
               ตอนที 2 ความคิ ด เห็ น ของครูสัง คมศึ ก ษาเกี ยวกับ ปั ญหาการเรี ย นการสอนวิ ช า
พระพุทธศาสนา ในวิทยาลัยเทคนิ คสังกัดกรมอาชีวศึกษา
               1. ปั ญหาด้านหลักสูตร พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็น
                                                                                ั
พบว่าเป็ นปั ญหาน้อย และเมือพิจารณารายละเอียดปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็นว่าเรือง
                                                                        ั
ทีเป็ นปั ญหามาก คือ นักเรียนไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการเรียนวิชาพระพุทธศาสนาจํานวนหน่ วย
การเรียนการสอนและเวลาเรียนทีหลักสูตรกําหนดไม่เหมาะสมกับปริมาณเนื อหาวิชา
               2. ปั ญหาด้านเนื อหา พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็น
                                                                              ั
ว่า เป็ นปั ญหาน้อยและเมือพิจารณารายละเอียดปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็นว่า เรือง
                                                                      ั
ที เป็ นปั ญ หามากคื อ เนื อ หาวิ ชาพระพุทธศาสนาซําซ้อ นกับเนื อ หาวิ ชาในระดับมัธ ยมศึ ก ษา
45
    โสภา สิทธิสรวง. “ความคิ ดเห็นของครูสงคมศึกษา เกียวกับปัญหาการเรียนการสอนวิ ชาพระพุทธศาสนาใน
                                        ั
วิ ทยาลัยเทคนิ ค สังกัดกรมอาชีวศึกษา”.ผลงานวิ จยส่วนบุคคล. (กรมอาชีวศึกษา. 2536). บทคัดย่อ.
                                               ั
34


ตอนต้น เนื อหาวิชาเป็ นนามธรรมมากไป ยากแก่การสอนให้เกิดความคิดรวบยอดทีถูกต้องได้
เนื อ เรืองไม่ มีก ารยกตัว อย่างเปรียบเทีย บทีจะให้นั กเรียนเข้าใจธรรมะแต่ ละข้อ ได้อ ย่างชัด เจน
เนื อหาวิชาเน้นความรูความจํามากกว่าการนําไปปฏิบัติ และสํานวนทีใช้ในหนังสือการเรียนอ่าน
                         ้
เข้าใจออก ทําให้เกิดความเบือหน่าย
                3. ปั ญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครู
สังคมศึกษามี ความเห็นว่าเป็ นปั ญหามาก และเมือพิจารณารายละเอี ยดพบว่าครูสงคมศึกษามี ั
ความเห็นว่า เรืองทีเป็ นปั ญหามาก คือ ครู - อาจารย์ มีความเคยชินกับการเรียนการสอน
แบบบรรยายมากกว่าแบบอืน ครูผูสอนไม่ได้รบการเตรียมตัวเพือให้สอนวิชาพระพุทธศาสนา
                                          ้          ั
โดยตรง การกิจกรรมเสริมหลักสูตรไม่ได้รบความร่วมมือจากฝ่ ายบริหาร คณะครู - อาจารย์
                                               ั
และนักเรียน การจัดกิจกรรมเกียวกับปฏิบัติจริงทําได้ยาก และครูไม่มีความรูในวิชาเนื อหาและ
                                                                             ้
ประสบการณ์การสอนวิชาพระพุทธศาสนาดีพอ
                4. ปั ญหาด้านการใช้สือการสอนและแหล่งวิชาการ พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า
ครูสัง คมศึ ก ษามี ค วามเห็น ว่าเป็ นปั ญหามาก และเมื อพิจ ารณาปรากฏว่า ครูสัง คมศึ ก ษามี
ความเห็นว่า เรืองทีเป็ นปั ญหามากคือ ห้องสมุดมีเอกสารประกอบการสอนวิวชาพระพุทธศาสนา
ไม่เพียงพอ ขาดแคลนสือการสอนประเภทโสตทัศนศึกษา ไม่มีแหล่งวิชาการอืนทีจะศึกษาค้นคว้า
วิทยาลัยไม่มีหองกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และครูไม่มีความรูและทักษะในการใช้สือการสอน
                   ้                                              ้
ให้เหมาะสมกับเนื อหาวิชาพระพุทธศาสนา
                5. ปั ญหาด้านการวัดผล พิจารณาส่วนรวมปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็นว่า
                                                                     ั
เป็ นปั ญหามาก และเมือพิจารณารายละเอียดพบว่าครูสงคมศึกษามีความเห็นว่าเรืองทีเป็ นปั ญหา
                                                           ั
มากคือ ครูไม่สามารถติดตามผลพฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างทัวถึงและต่อเนื อง การวัดผล เน้น
ความรูความจํามากกว่าการนําไปปฏิบติ การวัดผลและการประเมินผลโดยการสังเกตนักเรียนต่อ
          ้                                 ั
การเข้าร่วมกิ จกรรมในห้องเรียนทําได้ยาก เพราะมีเวลาจํากัดการวัดผลและประเมินผลการนํ า
ความรูประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจําวันของนักเรียนได้
            ้
                ตอนที 3 ความคิดเห็นอืน ๆ เกียวกับปั ญหาและข้อเสนอแนะ
                ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน วิชาพระพุทธศาสนาวิทยาลัยเทคนิ ค สังกัดกรม
อาชีวศึกษาได้แก่
                1. ปั ญหาด้านหลักสูต ร หลัก สูต รเน้น ทฤษฎีมากเกิ น ไปและไม่สอดคล้องกับความ
ต้องการของท้องถิน และสังคมปั จจุบน จํานวนหน่วยการเรียน และอัตราเวลาเรียนทีกําหนดไว้ใน
                                        ั
หลักสูตรไม่เหมาะสมกับปริมาณเนื อหาวิชา ซึงครูสงคมศึกษาได้เสนอแนะว่า ควรได้มีการปรับปรุง
                                                       ั
หลัก สูต รเสียใหม่ ให้มี ปริมาณเนื อหาวิชาที เหมาะสมกับจํานวนหน่ ว ยการเรีย นและสภาพสังคม
ปั จจุบนั
                2. ปั ญหาด้านเนื อหาวิชา เนื อหาวิชามีลกษณะเป็ นนามธรรมมากเกินไป ซึงครูสงคม
                                                         ั                                    ั
ศึกษาได้เสนอแนะว่า ควรได้มีการผลิตคู่มือครูค่มือการสอบเพือเป็ นแนวทางในการเรียนการสอน
                                                   ู
                3. ปั ญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมเกียวกับพุทธศาสนามีนอยไป    ้
และไม่ได้รบความร่วมมือ ครูไม่เข้าใจหลักพระธรรมคําสอนลึกซึงและไม่มีประสบการณ์การสอน
              ั
35


วิ ชาพระพุ ทธศาสนาดี พอ ซึ งครูสัง คมศึ ก ษาได้เสนอแนะวิ ธีก ารแก้ไ ขปั ญหา คื อ จัด ให้มี ก าร
ฝึ กอบรมครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาเพือแลกเปลียนความรู ้ จัดทําชุดการสอนและครู
               ั
ควรทําตัวเป็ นแบบอย่างทีดี ปรับปรุงวิธีการสอนให้น่าสนใจและทันสมัยมากขึน
            4. ปั ญหาด้านการใช้สือการสอนและแหล่งวิชาการ สภาพของห้องเรียนไม่เหมาะสมกับ
การใช้สือชนิ ดต่าง ๆ ซึงครูสงคมศึกษาได้เสนอแนะวิธีการแก้ไขปั ญหาว่า ควรให้มีหองปฏิบติธรรม
                             ั                                                   ้    ั
โดยเฉพาะและจัดวิทยากรพิเศษมาบรรยายเป็ นครังคราว
            ข้อเสนอแนะ
            ข้อเสนอแนะสําหรับกระทรวงศึกษาธิการและกรมอาชีวศึกษา
            1. กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารควรปรับปรุ ง หลัก สูต รและเนื อ หาวิ ชาพระพุทธศาสนาให้
สอดคล้อ งกับสภาพและความต้องการของสังคมปั จจุบัน กําหนดวัตถุ ประสงค์ให้ชดเจน เพือให้ั
นักเรียนสามารถนําความรูไปใช้ในชีวิตประจําวันได้
                           ้
            2. กระทรวงศึกษาธิการควรปรับปรุงหลักสูตร เรืองหน่วยการเรียนและอัตราการเรียน
ของวิชาพระพุทธศาสนาให้เหมาะสมกับปริมาณเนื อหาวิชาพระพุทธศาสนา
            3. กระทรวงศึ ก ษาธิ การควรปรับปรุ ง หลัก สูต ร เรืองเนื อ หาวิ ชาพระพุทธศาสนาใน
ระดับต่าง ๆ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ให้มีความต่อเนื องและสอดคล้องกันไม่
ซําซ้อนกัน เพือนักเรียนจะได้เกิดความเข้าใจเนื อหาวิชาพระพุทธศาสนา แต่ละดับได้อย่างถูกต้อง
และเหมาะสมกับวัย
            4. กระทรวงศึกษาธิการควรเร่งผลิตสือการสอน คู่มือครู แบบเรียน เอกสารประกอบ
อืนๆ ให้แก่ครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนา เพือเป็ นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียน
                 ั
การสอนและนักเรียนประสบผลสําเร็จในการเรียนจุดมุ่งหมายของหลักสูตรวิชาพระพุทธศาสนา
            5. กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร ควรมี น โยบาย โครงการ และงบประมาณส่ง เสริ ม และ
สนับสนุ นให้ครูสงคมศึกษาได้รบการฝึ กอบรมเพิมเติมเพือการสอนวิชาพระพุทธศาสนา หรืออบรม
                   ั           ั
สัมมนาภายในกลุ่ม หรือเขตการศึก ษา เพือศึกษาปั ญหาและแก้ไ ขปั ญหาการเรียนการสอนวิชา
พระพุทธศาสนาในระดับประกาศนี ยบัตรวิชาชีพ เพือแลกเปลียนความคิดเห็น และเสริมสร้างความ
ร่วมมือระหว่างครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาด้วยกัน
                     ั
            6. กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารมี นโยบายรั บ สมั ค รที มี ค วามรู ้ค วามสามารถทาง
พระพุทธศาสนาโดยตรง หรือผูทีมีลกษณะพิเศษ ทังด้านคุณธรรมและบุคลิกภาพสมเป็ นแบบอย่าง
                                 ้ ั
ทีดีแก่นักเรียนเข้ามาทําการสอนวิชาพระพุทธศาสนา
            จากการประมวลแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยทีเกียวข้องเพือทําการศึกษาเรือง “ศึกษา
ความคิดเห็นของพระนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาศาสนาและปรัชญา” คณะผูวิจัย       ้
จึงได้กาหนดรายละเอียดของระเบียบวิธีวิจยในบทที 3 ต่อไป
       ํ                                 ั
36


   . กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย         ั
                จากการทบทวนแนวคิ ด เกี ยวกับการจัด การเรี ย นการสอนของนั ก การศึ ก ษา และ
นักวิชาการทังหลาย คณะผูวิจยจึงนํามากําหนดตัวแปรทีเกียวกับการจัดการเรียนการสอน จํานวน
                               ้ ั
6 ตัวแปร ดังนี ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน และ
                                   ู้
ด้านอาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอน
                ในการวิจัยเรือง “การศึกษาสภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการ
เรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย” คณะผูวิจัยได้                  ้
กําหนดตัวแปรเป็ น 2 ประเภท ดังนี
                 . ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) ประกอบด้วยตัวแปร ดังนี ข้อมูลทัวไปของ
นิ สิต ได้แก่ สถานภาพ (พระภิกษุ , สามเณร) พรรษา ชันปี ทีเรียน สาขาวิชา และเกรดเฉลีย
ปั จ จัย ที เกี ยวข้อ งกับปั ญหาของนิ สิ ต ได้แก่ ทุ น ที ใช้เ รีย น ค่ า ใช้จ่ ายภัต ตาหาร การเดิ น ทาง
ระยะเวลาเดินทาง งานทีได้รบมอบหมาย และปั ญหาในการเรียน
                                 ั
                  . ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คื อ ความคิ ดเห็น ของพระนิ สิตที มี ต่ อ การ
จัดการเรียนการสอน 6 ด้านคือ ด้านอาจารย์ผูสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา
                                                     ้
ด้านวิธีการสอน ด้านอาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอน
                    ตัวแปรอิสระ                                         ตัวแปรตาม

              สถานภาพของกลุ่มประชากร
              - สถานภาพ
              - พรรษา
              - ชันปี ทีกําลังศึกษา
              - สาขาวิชา
              - เกรดเฉลีย
                                                                ความคิดเห็นของพระนิ สิตทีมี
                                                                ต่อการจัดการเรียนการสอน
                                                                ของวิทยาลัยสงฆ์เลย ด้าน
              ปั ญหาของกลุ่มประชากร
              - ทุนการศึกษา
              - ค่าใช้จ่ายภัตตาหาร
              - การเดินทาง
              - ระยะเวลาเดินทาง
              - งานทีมอบหมาย



           ภาพที .8 กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย
                                           ั
บทที

                                  ระเบียบวิธีการวิจย
                                                   ั


          จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง ผูวจยจึงได้กาหนดกรอบแนวคิด
                                                 ั             ้ิั      ํ
การวิจยเรือง “สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัย
      ั
สงฆ์เลย” เป็ นการวิจยเชิงสํารวจ (Survey Research) เพือให้เป็ นตามวัตถุประสงค์ทีได้กาหนดไว้
                      ั                                                            ํ
คณะผูวจยจึงได้กาหนดวิธีการในการดําเนินการวิจยดังนี
      ้ิั         ํ                            ั
        3.1 ตัวแปรในการวิจย  ั
        3.2 ประชากรและกลุมตัวอย่าง
                               ่
        3.3 เครืองมือในการวิจย   ั
          .4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
          .5 การวิเคราะห์ขอมูลและสถิติทีใช้ในการวิจย
                           ้                       ั

  . ตัวแปรทีใช้ในการศึกษา
         คณะผูวจยได้กาหนดตัวแปรในการศึกษาออกเป็ น ตัวแปร ได้แก่
                ้ิั     ํ
          . ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) แบ่งออกเป็ น กลุม คือ ่
                  ) ตัวแปรลักษณะกลุมประชากรทีใช้ในการศึกษาเกียวกับสภาพของนิ สิตประกอบ
                                     ่
ด้วยตัวแปรด้านต่างๆ ได้แก่ สถานภาพปั จจุบน พรรษา ชันปี สาขาวิชา และเกรดเฉลีย
                                            ั
                  ) ตัวแปรทีเกียวข้องกับปั ญหาของกลุมประชากรทีใช้ในการศึกษา ได้แก่ ทุนทีใช้
                                                    ่
เรียน ค่าใช้จ่ายภัตตาหาร การเดินทาง ระยะเวลาเดินทาง และงานทีได้รบมอบหมาย
                                                                    ั
          . . ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่ ความคิดเห็นของนิ สตทีมีต่อการเรียน
                                                                          ิ
การสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ทัง 6 ด้าน

  . ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
       ในการศึกษาวิจยเรืองนี กลุมตัวอย่างทีใช้ในการศึกษาคือ นิ สิตชันปี ที – ทีลงทะเบียน
                    ั           ่
เรียนภาคที 2 ปี การศึกษา 2554 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
จํานวน 191 รูป
38


  . เครืองมือทีใช้ในการวิจย ั
         . . ลักษณะของเครืองมือทีใช้ในการวิจย เป็ นแบบสอบถาม ซึงแบ่งออกเป็ น ตอน
                                                  ั
ดังนี
        ตอนที ปั จจัยทีเกียวข้องกับสภาพทัวไปของนิ สตวิทยาลัยสงฆ์เลย ประกอบด้วยตัวแปร
                                                      ิ
ด้านต่างๆ ได้แก่ สถานภาพปั จจุบน พรรษา ชันปี สาขาวิชา และเกรดเฉลีย ลักษณะแบบสอบถาม
                                ั
เป็ นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) มีคาถามให้เลือกตอบตามลําดับและคําถามให้เลือกตอบ
                                           ํ
หลายคําตอบ
        ตอนที ปั จจัยทีเกียวข้องกับปั ญหาของนิ สิต ได้แก่ ทุนทีใช้เรียน ค่าใช้จ่ายภัตตาหาร
การเดินทาง ระยะเวลาเดินทาง งานทีได้รบมอบหมาย และปั ญหาในการเรียน ลักษณะแบบ
                                         ั
สอบถามเป็ นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) มีคาถามให้เลือกตอบตามลําดับและคําถามให้
                                                    ํ
เลือกตอบหลายคําตอบ
        ตอนที 3 ปั จจัยทีเกียวข้องกับความคิดเห็นของนิ สต ทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ
                                                        ิ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ลักษณะของแบบสอบถามเป็ นแบบ
มาตรวัดประมาณค่า ระดับ คือ มากทีสุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยทีสุด
        ตอนที 4 ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของนิ สิต

 .4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
         เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามให้นิสิตกลุมตัวอย่างกรอกแบบสอบถามทุกชันปี
                                                   ่

   .5 การวิเคราะห์ขอมูลและสถิติทีใช้ในการวิจย
                     ้                        ั
           .5. การวิเคราะห์ขอมูลพืนฐานของผูตอบแบบสอบถามด้วยการแจกแจงความถี และค่า
                            ้               ้
ร้อยละ ส่วนแบบสอบถามความคิดเห็นของนิ สตใช้การวิเคราะห์หาค่าเฉลีย (Mean) และสถิติวด
                                          ิ                                      ั
การกระจายของข้อมูลมาตรวัดประมาณค่า คือส่วนเบียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
           .5. สถิติเพือทดสอบสมมติฐานด้วยวิธีการทดสอบ T-Test
         3.5.3 สถิติทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)
         เกณฑ์การวัดค่าตัวแปร
         -เกณฑ์ในการให้คะแนนของแบบสอบถามความคิดเห็น เกียวกับปั ญหาการเดินทางของ
นิ สิต ซึงเป็ นคําถามแบบมาตรวัดประมาณค่า ระดับ ดังนี
                  มากทีสุด     เท่ากับ คะแนน
                  มาก          เท่ากับ คะแนน
                  ปานกลาง      เท่ากับ คะแนน
                  น้อย         เท่ากับ คะแนน
                  น้อยทีสุด    เท่ากับ คะแนน
39


      -เกณฑ์การวัดระดับความคิดเห็นของการเดินทาง ปั ญหาของนิ สิตและการจัดการเรียนการ
สอน กําหนดค่าเฉลีย(Mean) ดังนี
                 . - .        หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับสูง
                                                                  ่
               3.42 – 4.22 หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับค่อนข้างสูง
                                                                ่
               2.61 – 3.41 หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับปานกลาง
                                                                        ่
                 . – . . หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับค่อนข้างตํา
                                                                    ่
                 . – . หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับตํา   ่
      -สําหรับคําถามแบบเลือกตอบนัน ผูวจยได้กาหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี
                                        ้ิั    ํ
               เลือก ให้คะแนน คะแนน
               ไม่เลือก ให้คะแนน คะแนน
      -เกณฑ์ในการให้คะแนนของแบบสอบถามความคิดเห็นเกียวกับปั ญหาการจัดการเรียน
การสอนซึงเป็ นคําถามแบบมาตรวัดประมาณค่า ระดับ ดังนี
               มากทีสุด       เท่ากับ คะแนน
               มาก            เท่ากับ คะแนน
               ปานกลาง        เท่ากับ คะแนน
               น้อย           เท่ากับ คะแนน
               น้อยทีสุด      เท่ากับ คะแนน
บทที 4

                               ผลการวิเคราะห์ขอมูล
                                              ้


        การวิจยเรือง “สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ
              ั
วิทยาลัยสงฆ์เลย” คณะผูวจยได้ดาเนิ นการจัดเก็บข้อมูลจากนิ สตภาคปกติโดยการส่งแบบสอบถาม
                        ้ิั       ํ                       ิ
จํานวน 200 ชุด แบบสอบถามทีจัดเก็บได้ จํานวน 191 ชุด จากข้อมูลแบบสอบถามทังหมด
คณะผูวจยนําเสนอผลการวิเคราะห์ขอมูล โดยจําแนกการนําเสนอ ดังนี
      ้ิั                           ้
        4.1 ผลการวิเคราะห์ขอมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม
                            ้              ้
        4.2 ผลการวิเคราะห์ขอมูลปั ญหาของกลุมประชากรทีใช้ในการศึกษา
                              ้              ่
        4.3 ผลการวิเคราะห์ขอมูลความคิดเห็นของนิ สิต 6 ด้านซึงได้แก่
                                ้
                  1) ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผสอนู้
                  2) ความคิดเห็นด้านหลักสูตร
                  3) ความคิดเห็นด้านระบบการจัดการศึกษา
                  4) ความคิดเห็นด้านวิธีการสอน
                  5) ความคิดเห็นด้านอาคารสถานที
                  6) ความคิดเห็นด้านสือการเรียนการสอน
        4.4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สิตในด้านต่างๆ
        4.5 ผลการทดสอบสมติฐาน

4,1 ข้อมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม
                    ้

      ผลการศึกษาข้อมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ได้แก่ สถานภาพของนิ สิต พรรษา ชันปี
                                ้
เกรดเฉลีย และสาขาวิชาทีศึกษา มีรายละเอียดปรากฏในตารางที 4.1-4.5

ตารางที 4.1 แสดงสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม
                            ้
 สถานภาพ                      จํานวน                       ร้อยละ
 พระภิกษุ                                                              .
 สามเณร                               8                             4.18
 คฤหัสถ์                                                               .
 รวม                                 191                            100.0
41


         จากตารางที 4.1 แสดงถึงสถานภาพของกลุมตัวอย่างทีตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุมที
                                                 ่                                ่
มีเป็ นพระภิกษุ มีจานวนมากกว่ากลุมทีมีเป็ นสามเณร โดยพระภิกษุมีจานวน
                   ํ             ่                              ํ    รูป คิดเป็ นร้อย
ละ . และคฤหัสถ์ คน คิดเป็ นร้อยละ 11.5

ตารางที 4.2 แสดงพรรษาของผูตอบแบบสอบถาม
                           ้
                   พรรษา                              จํานวน             ร้อยละ
 พรรษาระหว่าง 1-10 พรรษา                                108              56.54
 พรรษาระหว่าง 11-20 พรรษา                                42              21.99
 พรรษาตังแต่ 21 พรรษาขึนไป                               19               9.95
 คฤหัสถ์                                                 22              11.52
 รวม                                                    191              100.0

       จากตารางที 4.2 พบว่า กลุมตัวอย่างมีพรรษาเฉลียซึงส่วนใหญ่มีพรรษาอยูระหว่าง 1-10
                                 ่                                       ่
พรรษา มีจานวน 108 รูป คิดเป็ นร้อยละ 56.54 กลุมอืน ๆ คือ อยูในช่วงพรรษา 11-20 พรรษา
         ํ                                    ่             ่
มีจานวน 42 รูป คิดเป็ นร้อยละ 21.99
   ํ

ตารางที 4.3 แสดงชันปี ทีศึกษาของผูตอบแบบสอบถาม
                                  ้
 ชันปี ทีศึกษา                             จํานวน                  ร้อยละ
 ชันปี ที 1                                58                      30.37
 ชันปี ที 2                                54                      28.27
 ชันปี ที 3                                51                      26.70
 ชันปี ที 4                                28                      14.66
 รวม                                       191                     100.0

         จากตารางที 4.3 พบว่า กลุมตัวอย่างส่วนใหญ่กาลังศึกษาอยูในชันปี ที 1 จํานวน 58
                                   ่                   ํ        ่
รูป/คน คิดเป็ นร้อยละ 30.37 รองลงมาคือ ชันปี ที 2 มีจานวน 54 รูป คิดเป็ นร้อยละ 28.27 ชัน
                                                     ํ
ปี ที 3 มีจานวน 51 รูป คิดเป็ นร้อยละ 26.70 และชันปี ที 4 มีจานวน 28 รูป คิดเป็ นร้อยละ
           ํ                                                 ํ
14.66 ตามลําดับ
42


ตารางที 4.4 แสดงเกรดเฉลียผูตอบแบบสอบถาม
                            ้
 เกรดเฉลีย                                     จํานวน             ร้อยละ
 เกรดเฉลียระหว่าง 1.00-2.49                    2                  1
 เกรดเฉลียระหว่าง 2.50-3.00                    51                 24.3
 เกรดเฉลียระหว่าง 3.01-4.00                    96                 45.7
 ไม่ตอบ                                        42                 29.0
 รวม                                           191                100.0

         จากตารางที 4.4 พบว่า กลุมตัวอย่างมีเกรดเฉลีย ซึงส่วนใหญ่อยูระหว่าง 3.01-4.00 มี
                                   ่                                 ่
จํานวน 96 รูป คิดเป็ นร้อยละ 45.7 รองลงมาคือกลุมทีมีเกรดเฉลียระหว่าง 2.50-3.00 มีจานวน
                                               ่                                  ํ
51 รูป คิดเป็ นร้อยละ 24.3 ส่วนกลุมทีมีเกรดเฉลียตํา ซึงมีเกรดเฉลียระหว่าง 1.00-2.49 มี
                                     ่
จํานวน 2 รูป คิดเป็ นร้อยละ 1.0

ตารางที 4.5 แสดงสาขาวิชาของผูตอบแบบสอบถาม
                             ้
 สาขาวิชาทีกําลังศึกษา                 จํานวน                      ร้อยละ
 สาขาวิชาการสอนภาษาไทย                 21                          11.0
 สาขาวิชารัฐศาสตร์                     55                          28.8
 สาขาวิชาพระพุทธศาสนา                  115                         60.2
 รวม                                   191                         100.0

       จากตารางที 4.5          พบว่า กลุมตัวอย่างทีตอบแบบสอบถามกําลังศึกษาอยูในสาขา
                                        ่                                    ่
พระพุทธศาสนา จํานวน 115 รูป คิดเป็ นร้อยละ 60.2 และกําลังศึกษาอยูในสาขาวิชารัฐศาสตร์
                                                                 ่
จํานวน 55 รูป คิดเป็ นร้อยละ 28.8 และสาขาวิชาการสอนภาษาไทย จํานวน 21 รูป คิดเป็ นร้อย
ละ11.0
43


4.2 ผลการวิเคราะห์ขอมูลปัญหาของกลุ่มประชากรทีใช้ในการศึกษา
                   ้

ตารางที 4.6 แสดงแหล่งทีมาของทุนในการศึกษาของนิสิต (N=191)
             แหล่งทีมาของทุนการศึกษา                  จํานวน                 ร้อยละ
 ทุนส่วนตัว                                              113                 59.16
 เจ้าอาวาสสนับสนุ น                                       19                  9.96
 โยมอุปถัมภ์                                              21                 10.99
 ทุนของครอบครัว                                           29                 15.18
 ได้ทุนการศึกษา                                            9                  4.71
 รวม                                                     191                 100.0
           จากตารางที 4.6 พบว่า แหล่งทีมาของทุนการศึกษาของนิ สิตวิทยาลัยสงฆ์เลย ส่วนมาก
เป็ นทุนส่วนตัว ร้อยละ 59.16 รองลงมาคือทุนจากครอบครัวนิ สิต คิดเป็ นร้อยละ 15.18 ตามลําดับ

ตารางที 4.7 แสดงการฉันภัตตาหารเพล (N=147)
  ประเด็น                                          จํานวน         ร้อยละ
  กลับไปฉันทีวัด                                   20             13.60
  ซือ                                              13             8.84
  จัดภัตตาหารมาเอง                                 112            76.19
  ไม่ฉน
      ั                                            2              1.37
  รวม                                              147            100.0
        จากตารางที 4.7 พบว่า นิ สิตส่วนมากฉันภัตตาหารเพลโดยจัดหามาเอง คิดเป็ นร้อยละ
76.19 รองลงมาคือกลับไปฉันทีวัด คิดเป็ นร้อยละ 13.60 ตามลําดับ

ตารางที 4.8 แสดงวิธีการเดินทางไป-กลับในการเรียน (N=150)
 ประเด็น                                        จํานวน                 ร้อยละ
 เดิน                                           21                     14.0
 นังรถรับจ้าง                                   10                     6.67
 รถประจําทาง                                    78                     52.0
 รถรับส่งส่วนตัว                                36                     24.0
 อืนๆ                                           5                      3.33
                                                150                    100.0
          จากตารางที 4.8 พบว่า นิ สิตส่วนมากเดินทางไป-กลับเพือเรียนโดยนังรถยนต์โดยาร
ประจําทาง คิอเป็ นร้อยละ 52.0 รองลงมาคือนังรถรับส่งส่วนตัว คิดเป็ นร้อยละ 24.0 ตามลําดับ
44


ตารางที 4.9 แสดงระยะเวลาทีใช้ในการเดินทาง (N=172)
 ประเด็น                                           จํานวน           ร้อยละ
 ประมาณไม่เกิน 15 นาที                             42               24.44
 ประมาณ 16 - 30 นาที                               23               13.37
 ประมาณ 31 - 45 นาที                               31               18.02
 ประมาณ 46 – 60 นาที                               32               18.60
 ประมาณ 60 นาทีขนไปึ                               44               25.57
 รวม                                               172              100.0
        จากตารางที 4.9 พบว่า นิ สิตใช้เวลาเดินทางไป-กลับจากการเรียนในแต่ละวัน ส่วนมาก
จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชัวโมง คิดเป็ นร้อยละ 25.57 รองลงมาคือใช้เวลาเดินทางประมาณ
46 – 60 นาที คิดเป็ นร้อยละ 18.60 ตามลําดับ

        ตารางที 4.10 แสดงการทํางานทีได้รบมอบหมาย (N=183)
                                        ั
 ประเด็น                                           จํานวน             ร้อยละ
 ทําทุกครังทีได้รบมอบหมาย
                 ั                                 165                90.16
 ทําเกือบทุกครัง                                   12                 6.56
 หลายครังไม่ได้ทา  ํ                               5                  2.73
 ไม่เคยทําเลย                                      1                  0.55
 รวม                                               183                100.0
        จากตารางที 4.10 พบว่า นิ สิตส่วนมากทํางานทีได้รบมอบหมายจากอาจารย์ คิดเป็ น
                                                          ั
ร้อยละ 90.16 รองลงมาคือ ทําเกือบทุกครัง คิดเป็ นร้อยละ 6.56 ตามลําดับ

           ตารางที 4.11 แสดงค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบนมาตรฐานและความหมายของปั ญหาการ
เดินทางนิ สิต
                                                   ส่วนเบียงเบน
 ข้อคําถาม                               ค่าเฉลีย                ความหมาย
                                                   มาตรฐาน
 ท่านมีปัญหาในการเดินทางเพียงใด          2.54      1.106         ค่อนข้างตํา
 ความยุงยากในการเดินทางจํากัดชีวตท่าน 2.55
        ่                        ิ                 1.108         ค่อนข้างตํา
 มากน้อยเพียงใด
 รวม                                     2.55      1.107         ค่อนข้างตํา
        จากตารางที 4.11 พบว่า การคมนาคมค่อนข้างจะไม่ใช่อุปสรรคสําหรับการเรียนใน
วิทยาลัยสงฆ์เลย แต่สงเกตุจากข้อมูลแบบสอบถามแสดงให้เห็นว่า ความคิดเห็นของกลุมนิ สิตที
                     ั                                                      ่
ตอบแบบสอบถามต่างกันมากในเรืองการคมนาคม (ค่าเบียงเบนมาตรฐาน = 1.107)
45



4.3 ผลการวิเคราะห์ขอมูลความคิดเห็นของนิสิตใน 6 ด้าน
                   ้

       ผลความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนใน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านอาจารย์
ผูสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน ด้านอาคารสถานที และด้าน
  ้
สือการเรียนการสอน จากการวิเคราะห์ขอมูลทีได้จากแบบสอบถาม ปรากฎผลตามตารางที 4.6 -
                                      ้
4.10 ดังต่อไปนี

ตารางที 4.12 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ
นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาจารย์ผสอน
                                             ู้
                                    เห็นด้วย   เห็น                ไม่เห็น   ไม่เห็นด้วย   ค่า            ความ
 ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผูสอน
                         ้                              ไม่แน่ใจ                                   S.D.
                                    อย่างยิง   ด้วย                ด้วย      อย่างยิง      เฉลีย          หมาย
 มีการแจ้งให้พระนิ สิตทราบและ
 เข้าใจเกียวกับกฎเกณฑ์ของการ        43         83       56         5         3
                                                                                           3.83    .863   มาก
 เรียนการสอนทีชัดเจนตังแต่          (22.5)     (43.5)   (29.3)     (2.6)     (1.6)
 เริมต้น
 มีความสมําเสมอในการสอน             28         80       66         12        5
                                                                                           3.60    .906   มาก
 ตามทีกําหนดในตารางสอน              (14.7)     (41.9)   (34.6)     (6.3)     (2.6)
 อาจารย์เป็ นคนตรงต่อเวลาใน         32         63       72         17        6                            ไม่
                                                                                           3.52    .980
 การเข้าสอนและเลิกสอน               (16.8)     (33.0)   (37.7)     (8.9)     (3.1)                        แน่ ใจ
 อาจารย์ผูสอนเป็ นคนมีเหตุผล
            ้                       43         84       55         7         2
                                                                                           3.83    .854   มาก
 และเชือถือได้                      (22.5)     (44.0)   (28.8)     (3.7)     (1.0)
 เปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิต
                                    70         67       39         11        3                            มาก
 ซักถาม และให้คาแนะนํ าในด้าน
                   ํ                                                                       4.00    .976
                                    (36.)      (35.3)   (20.5)     (5.8)     (1.6)                        ทีสุด
 การเรียน
 ให้โอกาสนอกชันเรียนแก่พระ
                                    70         67       39         11        3                            มาก
 นิ สิตเข้าพบและให้คาแนะนําใน
                     ํ                                                                     3.65    .956
                                    (36.8)     (35.3)   (20.5)     (5.8)     (1.6)                        ทีสุด
 ด้านการเรียน
 อาจารย์มีความสามารถตรงกับ          33         79       65         10        3
                                                                                           3.68    .877   มาก
 กระบวนวิชาทีสอน                    (17.4)     (41.6)   (34.2)     (5.3)     (1.6)
 อาจารย์พดจาสุภาพและ
              ู                     57         93       30         8         3
                                                                                           4.01    .877   มาก
 เหมาะสม                            (29.8)     (48.7)   (15.7)     (4.2)     (1.6)
 อาจารย์มีความรูความเข้าใจใน
                 ้                  48         75       58         8         2
                                                                                           3.83    .890   มาก
 เนื อหารายวิชา                     (25.1)     (39.3)   (30.4)     (4.2)     (1.0)
 อาจารย์มีความสามารถในการ           37         71       70         12        1
                                                                                           3.69    .874   มาก
 นําเสนอเนื อหา                     (19.4)     (37.2)   (36.6)     (6.3)     (0.5)
 อาจารย์มีความตังใจและทุ่มเทใน      54         81       48         4         4
                                                                                           3.93    .897   มาก
 การสอน                             (28.3)     (42.4)   (25.1)     (2.1)     (2.1)
 อาจารย์มีทัศนคติทีดีตอพระนิ สิต
                       ่            56         84       39         7         5
                                                                                           3.94    .938   มาก
                                    (29.3)     (44.0)   (20.4)     (3.7)     (2.6)
 อาจารย์เปิ ดใจกว้างและยอมรับ       42         87       49         9         4
                                                                                           3.81    .906   มาก
 ฟั งความคิดเห็นของพระนิ สิต        (22.0)     (45.5)   (25.7)     (4.7)     (2.1)
46


                                     เห็นด้วย   เห็น                   ไม่เห็น    ไม่เห็นด้วย    ค่า              ความ
  ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผูสอน
                          ้                                ไม่แน่ใจ                                       S.D.
                                     อย่างยิง   ด้วย                   ด้วย       อย่างยิง       เฉลีย            หมาย
  มีความสามารถประยุกต์ความรู ้
                                     35         82         61          8          5
  ในสาขาวิชาที สอนให้เข้ากับ                                                                     3.70     .906    มาก
                                     (18.3)     (42.9)     (31.9)      (4.2)      (2.6)
  ศาสตร์สมัยใหม่ได้
  อาจารย์มีความเป็ นกันเอง           59         90         31          10         1
                                                                                                 4.03     .855    มาก
                                     (30.9)     (47.1)     (16.2)      (5.2)      (0.5)
  มีงานและแบบฝึ กหัดให้ทาตาม
                        ํ            32         100        44          8          7
                                                                                                 3.74     .913    มาก
  ความเหมาะสม                        (16.8)     (52.4)     (23.0)      (4.2)      (3.7)
  รวม                                -          -          -           -          -              3.799    .904    มาก


         จากตารางที 4.12 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน
 อาจารย์ผสอน ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ความ
          ู้                                    ่
 คิดเห็นต่ออาจารย์ผสอนในด้านอาจารย์มีความเป็ นกันเอง ค่าเฉลียร้อยละ 4.03 รองลงมา คือ
                    ู้
 อาจารย์พดจาสุภาพและเหมาะสม ค่าเฉลียร้อยละ 4.01 และเปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิต
             ู
 ซักถาม และให้คาแนะนําในด้านการเรียน ค่าเฉลียร้อยละ 4.00 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นใน
                ํ
 ระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลาง ได้แก่ อาจารย์เป็ นคนตรงต่อเวลาในการเข้าสอนและ
 เลิกสอนค่าเฉลียร้อยละ 3.52

 ตารางที 4.13 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของนิ สตที
                                                                                 ิ
 มีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านหลักสูตร
                                    เห็นด้วย                            ไม่เห็น    ไม่เห็นด้วย    ค่า              ความ
ความคิดเห็นด้านหลักสูตร                         เห็นด้วย    ไม่แน่ใจ                                       S.D.
                                    อย่างยิง                            ด้วย       อย่างยิง       เฉลีย            หมาย
จํานวนหน่ วยกิตตลอดหลักสูตรมี       32          103         44          6          6
                                                                                                  3.78     .873    มาก
ความเหมาะสม                         (16.8)      (53.9)      (23.0)      (33.1)     (3.1)
เนื อของกระบวนวิชาในตลอด            36          83          56          11         4
                                                                                                  3.72     .910    มาก
หลักสูตรมีความเหมาะสม               (18.8)      (43.5)      (29.3)      (5.8)      (2.1)
การวัดและการประเมินผลการ            27          89          54          12         3
                                                                                                  3.68     .861    มาก
เรียนในหลักสูตรมีความเหมาะสม        (14.6)      (46.6)      (28.3)      (6.5)      (1.6)
ประโยชน์ของหลักสูตรสามารถ                                                                                          เห็น
                                    46          104         31          8          2
นําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้                                                                        3.96     .817    ด้วย
                                    (24.1)      (54.5)      (16.2)      (4.2)      (1.0)
                                                                                                                   มาก
หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทํา   46          92          37          11         3
                                                                                                  3.88     .898    มาก
ให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง
         ั        ้                 (24.3)      (48.7)      (19.6)      (5.8)      (1.6)
เนื อหาของหลักสูตรตรงกับความ        30          90          55          12         3
                                                                                                  3.69     .868    มาก
ต้องการในการใช้งาน                  (25.8)      (47.4)      (28.9)      (6.3)      (1.6)
หลักสูตรสนับสนุ นวิธีคิดของ         30          84          62          10         3
                                                                                                  3.68     .861    มาก
ผูเ้ รียนได้อย่างเป็ นระบบ          (15.7)      (44.4)      (322.8)     (5.3)      (1.6)
มีการจัดวิชาลงในแต่ละภาค
                                    30          82          61          10         4
การศึกษาอย่างเหมาะสม                                                                              3.66     .885    มาก
                                    (16.0)      (42.9)      (32.6)      (5.2)      (2.1)
47


                                    เห็นด้วย                                 ไม่เห็น      ไม่เห็นด้วย     ค่า                 ความ
ความคิดเห็นด้านหลักสูตร                          เห็นด้วย      ไม่แน่ใจ                                             S.D.
                                    อย่างยิง                                 ด้วย         อย่างยิง        เฉลีย               หมาย
การจัดกระบวนวิชาในแต่ละภาค
                                    31           90            56            9
การศึกษามีความสอดคล้อง                                                                    5(2.6)         3.70      .890      มาก
                                    (16.2)       (47.1)        (29.3)        (4.7)
สัมพันธ์กน
         ั
มีการแจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิต                                                                                           เห็น
                                    64           64            44            10           9
ทราบก่อนล่วงหน้า                                                                                          3.86      1.089 ด้วย
                                    (33.5)       (33.5)        (23.0)        (5.2)        (4.7)
                                                                                                                          มาก
มีการประเมินประสิทธิภาพของ          24           70            62            20           11
                                                                                                          3.41      1.035 มาก
ผูสอนจากนิ สิต
  ้                                 (12.8)       (37.4)        (32.5)        (10.7)       (5.9)
มีคูมือนิ สิตทีเป็ นลายลักษณ์อกษร
    ่                         ั     23           64            66            20           16
                                                                                                          3.31      1.087 ไม่แน่ ใจ
                                    (12.2)       (33.9)        (34.9)        (10.6)       (8.5)
มีการแต่งตังอาจารย์ทีปรึกษาแก่      53           59            49            16           10
                                                                                                          3.69      1.131 มาก
นิ สิต                              (28.3)       (31.6)        (26.2)        (8.4)        (5.2)
รวม                                 -            -             -             -            -               3.69      9.39      มาก


         จากตารางที 4.13 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน
 หลักสูตร ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ความคิดเห็นต่อ
                                             ่
 ประโยชน์ของหลักสูตรสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้ ค่าเฉลียร้อย 3.96 รองลงมา ได้แก่
 หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทําให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวางค่าเฉลียร้อยละ 3.88 และมีการ
                                         ั      ้
 แจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิตทราบก่อนล่วงหน้า ค่าเฉลียร้อย 3.86 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นใน
 ระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลาง ได้แก่ มีค่มือนิ สิตทีเป็ นลายลักษณ์อกษร ค่าเฉลียร้อย
                                                    ู                       ั
 ละ 3.31

 ตารางที 4.14 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของนิ สตที
                                                                                 ิ
 มีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านระบบการจัดการศึกษา
ความคิดเห็นด้านระบบการจัด           เห็นด้วย                   ไม่เห็น                 ไม่เห็นด้วย      ค่า                ความ
                                             เห็นด้วย ไม่แน่ใจ                                                    S.D.
การศึกษา                            อย่างยิง                   ด้วย                    อย่างยิง         เฉลีย              หมาย
หลักสูตรมีการปรับปรุงและพัฒนา
                                    35         76           63            11           6                                   เห็นด้วย
ให้กาวทันการเปลียนแปลงของ
      ้                                                                                                 3.64      .951
                                    (18.3)     (39.8)       (33.0)        (5.8)        (3.1)                               มาก
สังคมอยูเสมอ
         ่
เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่พระ     51         77           46            14           3                                   เห็นด้วย
                                                                                                        3.83      .959
นิ สิต                              (26.7)     (40.3)       (24.1)        (7.3)        (1.6)                               มาก
ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวน
                                    41         90           47            8            3                                   เห็นด้วย
วิชามีความเหมาะสมกับจํานวน                                                                              3.84      .869
                                    (21.7)     (47.6)       (24.6)        (4.2)        (1.6)                               มาก
หน่ วยกิต
ให้พระนิ สิตเข้าไปมีสวนร่วมในการ
                     ่              25         78           64            19           5                                   เห็นด้วย
                                                                                                        3.52      .934
จัดการศึกษาตามความเหมาะสม           (13.1)     (40.8)       (33.5)        (9.9)        (2.6)                               มาก
รวม                                 -          -            -             -            -                3.73      .920     มาก
48


        จากตารางที 4.14 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน
 ระบบการจัดการศึกษา ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่
 ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีค วามเหมาะสมกับจํานวนหน่ วยกิต ค่าเฉลียร้อย 3.84
 ส่วนความคิดเห็นในระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับมาก ได้แก่ ให้พระนิ สิตเข้าไปมีสวนร่วมในการ
                                                                                ่
 จัดการศึกษาตามความเหมาะสม ค่าเฉลียร้อยละ 3.52

 ตารางที 4.15 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ
 นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านวิธีการสอน
                                        เห็นด้วย                   ไม่เห็น    ไม่เห็นด้วย   ค่า            ความ
ความคิดเห็นด้านการสอน                            เห็นด้วย ไม่แน่ใจ                                  S.D.
                                        อย่างยิง                   ด้วย       อย่างยิง      เฉลีย          หมาย
มีแผนการสอนโดยกําหนด
                                        33       91       50        14        3                            เห็นด้วย
วัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และ                                                                3.72    .891
                                        (17.3)   (47.6)   (26.2)    (7.3)     (1.6)                        มาก
วิธีการประเมินผล
ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการ
            ่
                                        39       90       50        4         7                            เห็นด้วย
สอน การบรรยาย                การสาธิต                                                       3.79    .919
                                        (20.5)   (47.1)   (26.3)    (2.1)     (3.7)                        มาก
สัมมนา อภิปรายร่วม
ผูสอนเน้นผูเรียนเป็ นศูนย์กลางการ
    ้         ้                         27       86       63        8         6                            เห็นด้วย
                                                                                            3.63    .891
เรียนรู ้                               (14.2)   (45.3)   (33.2)    (4.2)     (3.2)                        มาก
บรรยากาศในการเรียนน่ าสนใจ
                                        20       75       82        10        4                            เห็นด้วย
และติดตามการเรียนได้อย่าง                                                                   3.51    .833
                                        (10.5)   (39.3)   (42.9)    (5.2)     (2.1)                        มาก
ต่อเนื อง
มีการชีแนะแหล่งวิทยาการต่าง ๆ
                                        34       83       55        13        6                            เห็นด้วย
ส่งเสริมให้ผเู้ รียนสืบค้นข้อมูลและ                                                         3.66    .954
                                        (17.8)   (43.5)   (28.8)    (6.8)     (3.1)                        มาก
ศึกษาด้วยตนเอง
มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้
                                        20       75       65        25        6
เทคโนโลยีผสมผสานการศึกษาเพือ                                                                3.41    .952   ไม่แน่ ใจ
                                        (10.5)   (39.3)   (34.10)   (13.10)   (3.1)
ช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ
มีการแจกเอกสารประกอบการสอน
                                        40       78       51        18        4                            เห็นด้วย
ทีตรงกับเนื อหาวิชาในกระบวนวิชา                                                             3.69    .975
                                        (20.9)   (40.8)   (26.7)    (9.4)     (2.1)                        มาก
ทีเรียน
มีการนําเสนอวิธีการสอนทีน่ าสนใจ        28       76       66        14        7                            เห็นด้วย
                                                                                            3.54    .955
ตลอดชัวโมงการสอน                        (14.7)   (39.8)   (34.6)    (7.3)     (3.7)                        มาก
วิธีการสอนเหมาะสมกับเนื อหา             30       76       71        12        2                            เห็นด้วย
                                                                                            3.63    .860
                                        (15.7)   (39.8)   (37.2)    (6.3)     (1.0)                        มาก
รวม                                     -        -        -         -         -             3.73    .920   มาก


         จากตารางที 4.15 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน
 วิธีการสอน ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ ผูเ้ รียนมีสวน
                                         ่                                           ่
 ร่วมในการเรียนการสอน การบรรยาย การสาธิต สัมมนา อภิปรายร่วม ค่าเฉลียร้อย 3.79
 รองลงมา ได้แก่มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และวิธีการประเมินผล ค่าเฉลีย
49


 ร้อย 3.72 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นในระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลางได้แก่ มีการ
 ส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยีผสมผสานการศึกษาเพือช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ ค่าเฉลีย
 ร้อยละ 3.41

 ตารางที 4.16 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ
 นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาคารสถานที
                                 เห็นด้วย                       ไม่เห็น   ไม่เห็นด้วย   ค่า           ความ
ความคิดเห็นด้านอาคารสถานที                  เห็นด้วย ไม่แน่ใจ                                   S.D.
                                 อย่างยิง                       ด้วย      อย่างยิง      เฉลีย         หมาย
ห้องเรียนมีความเพียงพอ สามารถ 36            19       45         82        9                           ไม่เห็น
                                                                                        3.61    1.050
จัดการได้อย่างเหมาะสม            (18.8)     (9.9)    (23.6)     (42.9)    (4.7)                       ด้วย
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของ 30                14       77         64        6
                                                                                        3.51    .951    ไม่แน่ ใจ
ห้องเรียนเอือต่อการจัดการศึกษา   (15.7)     (7.3)    (40.3)     (33.5)    (3.1)
มีแผนการใช้หองเรียนอย่างชัดเจน 35
              ้                             63       71         12        10
                                                                                        3.57    1.028 ไม่แน่ ใจ
                                 (18.3)     (33.0)   (37.2)     (6.3)     (5.2)
ห้องเรียนสามารถรองรับพระนิ สิต   13         7        52         79        40                            ไม่เห็น
                                                                                        3.69    .997
ได้อย่างไม่แออัด                 (6.8)      (3.7)    (27.2)     (41.4)    (20.9)                        ด้วย
สภาพแวดล้อมของอาคารมีการ
                                 13         19       71         58        30
จัดการดูแลอย่างเป็ นระเบียบ                                                             3.38    1.079 ไม่แน่ ใจ
                                 (6.8)      (9.9)    (37.2)     (30.4)    (15.7)
สวยงาม
สภาพทัวไปของห้องเรียนมีความ
                                 31         64       79         11        6
สะอาดเหมาะสมกับการจัดการ                                                                3.54    1.079 ไม่แน่ ใจ
                                 (16.2)     (33.5)   (41.4)     (5.8)     (3.1)
เรียนการสอน
บรรยากาศของห้องเรียนมีความ       30         84       67         6         4                             เห็นด้วย
                                                                                        3.68    .851
โปร่งสบาย                        (15.7)     (44.0)   (35.1)     (3.1)     (2.1)                         มาก
สภาพโดยรวมข้องห้องเรียนดูน่าเข้า 7          34       69         75        6                             ไม่เห็น
                                                                                        3.62    .927
ไปศึกษา                          (3.7)      (17.8)   (36.1)     (39.3)    (3.1)                         ด้วย
ลักษณะของห้องเรียนมีความ         37         80       59         10        5                             เห็นด้วย
                                                                                        3.70    .929
ปลอดภัย                          (19.4)     (41.9)   (30.9)     (5.2)     (2.6)                         มาก
แสงไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่าง
                                 50         75       53         8         5                             เห็นด้วย
เหมาะสมกับการจัดการเรียนการ                                                             3.82    .957
                                 (26.2)     (39.3)   (27.7)     (4.2)     (2.6)                         มาก
สอน
มีการบํารุงรักษาสถานทีเพืออํานวย
                                 34         51       72         25        9
ความสะดวกแก่นิสิตสมําเสมอเป็ น                                                          3.40    1.071 ไม่แน่ ใจ
                                 (17.8)     (26.7)   (37.7)     (13.1)    (4.7)
อย่างดี
รวม                              -          -        -          -         -             3.59    .993    มาก


          จากตารางที 4.16 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน
 ด้านอาคารสถานที ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ แสง
                                                 ่
 ไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน ค่าเฉลียร้อย 3.82 รองลงมา
 ได้แก่ ลักษณะของห้องเรียนมีความปลอดภัย ค่าเฉลียร้อย 3.70 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นใน
50


 ระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลางได้แก่ สภาพแวดล้อมของอาคารมีการจัดการดูแลอย่าง
 เป็ นระเบียบ สวยงาม ค่าเฉลียร้อยละ 3.38

 ตารางที 4.17 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ
 นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านสือการเรียนการสอน
ความคิดเห็นด้านสือการเรียนการ           เห็นด้วย                     ไม่เห็น   ไม่เห็นด้วย   ค่า             ความ
                                                 เห็นด้วย ไม่แน่ใจ                                   S.D.
สอน                                     อย่างยิง                     ด้วย      อย่างยิง      เฉลีย           หมาย
สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษามี           13       37       72         46        23
                                                                                             2.85    1.082 ไม่แน่ ใจ
ความเพียงพอและทันสมัย                   (6.8)    (19.4)   (37.7)     (24.1)    (12.0)
บุคลากรมีความรู ้ ทักษะ ในการ
                                        14       76        71        22        8                             เห็นด้วย
ผลิตและพัฒนาสือการสอนร่วมกับ                                                                 3.35    .927
                                        (7.3)    (39.8)    (37.2)    (11.5)    (4.2)                         มาก
อาจารย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การติดต่อขอใช้สือการเรียนการ            9        54        79        28        19
                                                                                             3.03    1.015 ไม่แน่ ใจ
สอนมีความสะดวกสบาย                      (4.7)    (28.6)    (41.8)    (14.7)    (10.1)
บุคลากรให้บริการ           และอํานวย
ความสะดวกด้วยความเป็ นกันเอง            19       61        78        23        10
                                                                                             3.29    .983    ไม่แน่ ใจ
ในการติดต่อใช้สือการเรียนการ            (9.9)    (31.9)    (40.8)    (12.0)    (5.2)
สอน
อาจารย์ผูสอนมีความสามารถใช้สือ
          ้                             40       62        63        19        5
                                                                                             3.60    1.014 ไม่แน่ ใจ
การสอนได้เป็ นอย่างดี                   (21.2)   (32.5)    (33.3)    (9.9)     (2.6)
สือทีมีอยูชวยให้ผเู้ รียนเรียนได้เร็ว
          ่่                            22       67        70        22        10
                                                                                             3.36    1.005 ไม่แน่ ใจ
ขึน                                     (11.5)   (35.1จ    (36.6)    (11.5)    (5.2)
สือทีอาจารย์ผูสอนนํามาใช้มีความ
              ้                         18       70        79        13        11
                                                                                             3.37    .953    ไม่แน่ ใจ
ทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา                (9.4)    (36.6)    (41.4)    (6.8)     (5.8)
นิ สิตมีแผนการจัดหาสือเพือใช้ใน
                                        19       67        76        20        9
การเรียนการสอนเองตามความ                                                                     3.35    .961    ไม่แน่ ใจ
                                        (9.9)    (35.1)    (39.8)    (10.5)    (4.7)
เหมาะสม
รวม                                                                                                          ปาน
                                        -        -         -         -         -             3.28    .992
                                                                                                             กลาง


        จากตารางที 4.17 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านสือ
                                                     ิ
 การเรียนการสอน ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก ระดับสูงสุดได้แก่ อาจารย์
                                                   ่
 ผูสอนมีความสามารถใช้สือการสอนได้เป็ นอย่างดี ค่าเฉลียร้อย 3.60 รองลงมา ได้แก่ สือทีอาจารย์
   ้
 ผูสอนนํามาใช้มีความทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา ค่าเฉลียร้อย 3.37 ตามลําดับ ส่วนความคิด
     ้
 เห็นในระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลางได้แก่ สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษามีความ
 เพียงพอและทันสมัย ค่าเฉลียร้อยละ 2.85
51


4.4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิสิตด้านต่างๆ
        - ด้านการบริหาร
                 ควรจัดให้มีการประชุมระหว่างคณาจารย์ เจ้าหน้าทีและแกนนํานิ สิต เพือรับทราบ
        ปั ญหาต่างๆ ร่วมกัน
                 การแต่งตังอาจารย์ทีปรึกษาแต่ละชันปี ควรติดประกาศไว้ให้ชดเจน
                                                                        ั
                 วิทยาลัยควรมีการระดมทุนจากกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ            เพือตังเป็ นกอง
        ทุนการศึกษาสําหรับนิ สิต
        - ด้านอาคารสถานที
                 ควรปรับปรุงภูมิทศน์บริเวณนอกและภายในห้องเรียน
                                  ั
                 ควรบริการนําดืมให้เพียงพอ
                 ควรกวดขันเรืองความสะอาดของห้องนําห้องสุขา
                 ควรจัดทีนังพักผ่อนให้เพียงพอ
        - ด้านการเรียนการสอน
                 คณาจารย์ควรสอนตามหลักสูตร ปรับปรุงวิธีการสอนให้สอดคล้องกับยุคสมัย
                 คณาจารย์ควรใช้สือการสอนทีทันสมัยและหลากหลายมากขึน
                 ควรเพิมวารสารทีทันสมัยภายในห้องสมุด
                 ควรมีการบริการอินเทอร์เน็ ทและเครืองพิมพ์ไว้บริการภายในห้องสมุด
        - ด้านกิจกรรมของนิสิต
                 ควรจัดโอกาสให้นิสิตทํากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรูดวยตนเอง ในด้านต่างๆ เช่น
                                                                  ้ ้
        การวิจยภูมิปัญญาท้องถิน ประเพณีวฒนธรรมท้องถิน และการศึกษาเพือรับรูปัญหา
               ั                               ั                                       ้
        ท้องถิน เป็ นต้น
                 ควรจัดงบประมาณเพืออุดหนุ นกิจกรรมของคณะกรรมการนิ สิต
                 ควรให้อิสระแก่นิสิตในการจัดกิจกรรมและกระตุนให้นิสตจัดกิจกรรมทางวิชาการ
                                                              ้       ิ
        มากขึน
                 ควรจัดให้มีการทัศนศึกษาดูงานนอกสถานทีแก่นิสต   ิ

4.5 ผลการทดสอบสมมติฐาน
        สมมติฐานข้อที 1 นิ สิตทีมีสถานภาพแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการ
สอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน
        ผลสมมติฐานข้อที 1 นิ สิตมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที .05
52


ตารางที 4.18 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของนิ สตทีมีสถานภาพแตกต่างกัน
                                                              ิ
ทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ
ความคิดเห็น                สถานภาพ Mean          S.D.           t         Sig.
อาจารย์ผสอน
          ู้               พระภิกษุ 3.7983       .69465         -.026     .980
                           คฤหัสถ์     3.8047    .64038         -.028     .979
ด้านหลักสูตร               พระภิกษุ 3.7604       .71448         .407      .685
                           คฤหัสถ์     3.6563    .54996         .517      .619
ด้านระบบการจัดการศึกษา พระภิกษุ 3.6509           .76402         .248      .805
                           คฤหัสถ์     3.5833    .47047         .385      .710
ด้านวิธีการสอน             พระภิกษุ 3.6238       .76208         .403      .688
                           คฤหัสถ์     3.5139    .56324         .531      .610
ด้านอาคารสถานที            พระภิกษุ 3.6046       .80485         .921      .358
                           คฤหัสถ์     3.3409    .36606         1.851     .093
ด้านสือการเรียนการสอน      พระภิกษุ 3.2764       .79832         .255      .799
                           คฤหัสถ์     3.2031    .76747         .264      .799


        สมมติฐานข้อที 2 นิ สิตทีมีพรรษาแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอน
ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน
        ผลสมมติฐานข้อที 2 นิ สิตมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที .05

ตารางที 4.19 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของพระนิ สิตทีมีพรรษาแตกต่าง
กันทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ
ความคิดเห็น                 ระดับพรรษา       Mean      S.D.       F         Sig.
อาจารย์ผสอน
          ู้                1-10 พรรษา        .        .          .148      .863
                            11-20 พรรษา       .        .          .287      .593
                            21 พรรษาขึนไป     .        .          .210      .647
                            รวม               .        .          .085      .771
ด้านหลักสูตร                1-10 พรรษา        .        .          .292      .747
                            11-20 พรรษา       .        .          .346.     .557
                            21 พรรษาขึนไป     .        .          125       .724
                            รวม               .        .          .458      .500
53


ความคิดเห็น              ระดับพรรษา      Mean       S.D.     F       Sig.
ด้านระบบการจัดการศึกษา   1-10 พรรษา       .         .        1.572   .211
                         11-20 พรรษา      .         .        2.127   .147
                         21 พรรษาขึนไป    .         .        3.010   .085
                         รวม              .         .        .135    .714
ด้านวิธีการสอน           1-10 พรรษา       .         .        .031    .969
                         11-20 พรรษา      .         .        .003    .954
                         21 พรรษาขึนไป    .         .        .022    .883
                         รวม              .         .        .041    .840
ด้านอาคารสถานที          1-10 พรรษา       .         .        .782    .459
                         11-20 พรรษา      .         .        1.561   .213
                         21 พรรษาขึนไป    .         .        1.281   .259
                         รวม              .         .        .283    .596
ด้านสือการเรียนการสอน    1-10 พรรษา      3.2625     .81000   .059    .943
                         11-20 พรรษา     3.2138     .72784   .001    .970
                         21 พรรษาขึนไป   3.2554 .   .90883   .028    .867
                         รวม             3.2483 .   .79821   .090    .764
บทที 5

                                    สรุปผลการวิจย
                                                ั



         จากการวิเคราะห์ขอมูลทีได้จากแบบสอบถามในการวิจย เรือง “สภาพปั ญหาและความ
                             ้                            ั
คิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆ์เลย” ซึงมีวตถุประสงค์เพือศึกษา
                                                                     ั
สภาพปั ญหาของนิ สิตและการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆ์เลย และเพือศึกษาระดับความคิดเห็นของนิ สิต ทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย

5.1 บทสรุป
         การวิจยครังนี ใช้กลุมประชากร ได้แก่ นิ สิตวิทยาลัยสงฆ์เลยทีศึกษาในภาคเรียนที 2 ปี
               ั              ่
การศึกษา 2554 โดยใช้แบบสอบถาม จํานวน 200 ชุด แบบสอบถามทีได้รบคืนจํานวน 191 ชุด
                                                                          ั
คณะผูวจยได้ศึกษาทบทวนแนวคิดทฤษฎีและเอกสารผลงานทีเกียวข้อง
        ้ิั                                                             โดยแบ่งแบบสอบถาม
ออกเป็ น 4 ตอน คือ ตอนที 1 ข้อมูลพืนฐานของนิ สิต ตอนที 2 ข้อมูลปั ญหาของกลุมประชากรทีใช้
                                                                             ่
ในการศึกษา ตอนที 3 ข้อมูลความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอน แบ่งออกเป็ น 6
ด้าน ได้แก่ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน ด้าน
                           ู้
อาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอนตอนที 4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สิตในด้านต่างๆ
ซึงเป็ นคําถามลักษณะปลายเปิ ด

        ข้อมูลพืนฐานของนิสิตกลุ่มตัวอย่าง จากผลการวิเคราะห์ขอมูลจากแบบสอบถามจํานวน
                                                            ้
191 ชุด ผูตอบแบบสอบถามส่วนมากมีสถานภาพเป็ นบรรพชิต จํานวน 161 รูปและคฤหัสถ์ จํานวน
          ้
   คน และสามเณร จํานวน 8 รูป รวม          รูป/คน

        ข้อมูลทีเกียวกับปัญหาของนิสิต
        จากการวิเคราะห์แบบสอบถาม พบว่า นิ สิตส่วนใหญ่มาเรียนโดยใช้ทุนส่วนตัวในการศึกษา
ด้านการฉันเพลจะเตรียมภัตตาหารมาจากวัด นิ สตส่วนใหญเดินทางมาเรียนไป-กลับจะโดยรถ
                                                   ิ
โดยสารประจําทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชัวโมง งานทีมอบหมายก็จะทําทุกครัง ส่วนปั ญหาที
สําคัญทีสุดคือการขาดปั จจัยสนับสนุ นการเรียน เช่น ค่าเดินทาง ค่าเทอม ค่าภัตตาหาร เป็ นต้น
55


          ข้อมูลทีเกียวกับด้านความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆ์เลย
          1. ด้านผูสอน นิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ
                   ้
ได้แก่
            - ความคิดเห็นต่ออาจารย์ผสอนในด้านอาจารย์มีความเป็ นกันเอง
                                      ู้
            - อาจารย์พดจาสุภาพและเหมาะสม
                        ู
            - เปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิตซักถาม และให้คาแนะนําในด้านการเรียน
                                                            ํ
            ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบแต่อยูในระดับมาก ได้แก่ อาจารย์เป็ นคนตรงต่อ
                                                  ่
         เวลาในการเข้าสอนและเลิกสอนให้โอกาสนอกชันเรียนแก่พระนิ สิตเข้าพบและให้คาแนะนํา
                                                                                 ํ
         ในด้านการเรียน
         2. ด้านหลักสูตร นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ
ได้แก่
               - ความคิดเห็นต่อประโยชน์ของหลักสูตรสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้
               - หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทําให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง
                                                         ั      ้
               - มีการแจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิตทราบก่อนล่วงหน้า
               ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการประเมินประสิทธิภาพของผูสอนจาก้
         นิ สิต มีการจัดวิชาลงในแต่ละภาคการศึกษาอย่างเหมาะสม
         3. ด้านระบบการจัดการศึกษา นิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง
         บวก ใน 3 อันดับได้แก่
               - ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีความเหมาะสมกับจํานวนหน่วยกิต
               - เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่พระนิ สิต
               - หลักสูตรมีการปรับปรุงและพัฒนาให้กาวทันการเปลียนแปลงของสังคมอยูเสมอ
                                                       ้                               ่
               ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ การเปิ ดโอกาสให้นิสิตเข้าไปมีสวนร่วมใน
                                                                                     ่
         การจัดการศึกษาตามความเหมาะสมน้อย
         4. ด้านวิธีการสอนนิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3
         อันดับ ได้แก่
               - ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการสอนการบรรยาย การสาธิต สัมมนา อภิปรายร่วม
                             ่
               - มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และวิธีการประเมินผล
               - มีเอกสารประกอบการสอนทีตรงกับเนื อหาวิชาในกระบวนวิชาทีเรียน
               ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยี
         ผสมผสานการศึกษาเพือช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ
         5. ด้านอาคารสถานทีนิสิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3
         อันดับ ได้แก่
               - แสงไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน
               - ลักษณะของห้องเรียนมีความปลอดภัย
56


           - บรรยากาศของห้องเรียนมีความโปร่งสบาย
           ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สภาพแวดล้อมของอาคารควรมีการจัดการ
       ดูแลให้เป็ นระเบียบ สวยงาม และมีการบํารุงรักษาสถานทีเพืออํานวยความสะดวกแก่นิสิต
       อย่างสมําเสมอ
       6. ด้านสือการเรียนการสอน นิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง
       บวกใน 3 อันดับได้แก่
           - อาจารย์ผสอนมีความสามารถใช้สือการสอนได้เป็ นอย่างดี
                       ู้
           - สือทีอาจารย์ผสอนนํามาใช้มีความทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา
                           ู้
           - สือทีมีอยูชวยให้ผเู้ รียนเรียนได้เร็วขึน
                       ่่
           ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษาไม่มี
       ความเพียงพอและทันสมัย
       7. ข้อเสนอแนะของนิสตด้านกิจกรรมนิสิต ในเชิงบวกนิสิตมีความเห็นว่า
                                   ิ
           - ควรส่งเสริมกิจกรรมนิ สิตให้มีความหลากหลายประเภท
           - ผูบริหารคณาจารย์ควรให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมของนิ สิต รวมทังร่วมการ
               ้
           วางแผน การสนับสนุ นการมีสวนร่วมในการจัดกิจกรรม
                                            ่
           ส่วนในเชิงลบ คือ ควรมีทีทํางานของคณะกรรมการนิ สิตเป็ นสัดส่วน

5.2 อภิปรายผล
          จากผลการศึกษาความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย อธิบายผลการวิจยดังนีั
          ด้านอาจารย์ผสอน นิ สิตมีความคิดเห็นส่วนใหญ่อยูระดับมาก คือ คณาจารย์ของ
                        ู้                                ่
มหาวิทยาลัย ต้องทําหน้าทีทังด้านการบริหารและด้านการสอนในเวลาเดียวกัน เนื องจากนิ สตมี    ิ
จํานวนมากคณาจารย์จานวนน้อยทําให้ผบริหารมองเห็นปั ญหาต่างๆ ได้ไม่ดีพอ ซึงนําไปสูการเอา
                           ํ          ู้                                            ่
ใจใส่ดแลความเป็ นอยูของนิ สิต จากการทําหน้าทีทังสองประการ ทําให้นิสิตมองผูบริหารและ
        ู             ่                                                          ้
คณาจารย์ในลักษณะเชิงลบ คือ อาจารย์เป็ นคนไม่ตรงต่อเวลาในการเข้าสอนและเลิกสอน ให้
โอกาสนอกชันเรียนแก่พระนิ สิตเข้าพบ และให้คาแนะนําในด้านการเรียน เป็ นต้น ซึงตามความ
                                               ํ
เป็ นจริงแล้วคณาจารย์ทุกรูป/คนของวิทยาลัยสงฆ์เลย       ต้องทําหน้าทีอืนๆ      อีกตามทีได้รบั
มอบหมายภาระงานจากผูบริหาร นอกเหนื อจากภาระงานประจําคือการสอน ซึงอาจเป็ นเหตุทาให้
                             ้                                                         ํ
นิ สิตมองผูบริหารและคณาจารย์ในเชิงลบ
             ้
          ในด้านหลักสูตร นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับดี โดยเฉพาะประเด็นเรืองความคิดเห็นใน
ด้านประโยชน์ของหลักสูตรซึงสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้            และเมือศึกษาแล้วทําให้
ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง สามารถนําความรูทีได้รบไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิน การ
      ั        ้                              ้ ั
พัฒนาวัด การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมได้ ซึงสอดคล้องกับ
57


นโยบายการศึกษาและพันธกิจของมหาวิทยาลัย ทังนีเพราะมหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสําคัญ
ในเรืองนี โดยเฉพาะด้านการประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยสงฆ์เลยก็ได้จดการเรียนการสอน
                                                                             ั
ตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย             ทีได้รบการปรับปรุงในสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทาลัย
                                            ั
ตลอดเวลา และนอกจากนี วิทยาลัยสงฆ์เลยก็ได้ทาอนุ ทินการศึกษาโดยกําหนดวันเวลาเรียนและ
                                                         ํ
การสอบให้นิสิตทุกรูป/คนทีลงทะเบียนเรียนและมีการประเมินการสอนของอาจารย์ทุกภาค
การศึกษาเพือปรับปรุงและพัฒนาอาจารย์ให้ดียิงขึน
          ด้านระบบการจัดการศึกษา นิ สตมีความคิดเห็นในระดับดี โดยเฉพาะในเรือง การชัวโมง
                                         ิ
การบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีความเหมาะสมกับจํานวนหน่วยกิต และเรืองของการบริการของ
เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่นิสต เพราะผูบริหารของวิทยาลัยสงฆ์เลยได้ให้ความสําคํญในเรือง
                                 ิ            ้
มารยาทของการบริการแด่พระภิกษุ สามเณรแก่คณาจารย์เจ้าหน้าทีอยูเสมอ ส่วนในเชิงลบคือการ
                                                                       ่
เปิ ดโอกาสให้นิสิตได้เข้าไปมีสวนร่วมในการจัดการศึกษาตามความเหมาะสมนัน ได้แก่ การจัด
                              ่
กิจกรรมด้านการพัฒนาความรูทงภายใน และ ภายนอกมหาวิทยาลัย แนวทางแก้ปัญหาพบว่าควร
                                ้ ั
เปิ ดโอกาสให้นิสิตได้มีสวนร่วมในการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น การจัดการศึกษาและดูงาน
                         ่
นอกสถานที การสร้างเครือข่ายนิ สตระหว่างวิทยาลัยสงฆ์ เป็ นต้น
                                    ิ
          ด้านวิธีการสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับดีมาก โดยเฉพาะเรืองการเปิ ดโอกาสให้
ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการสอน การบรรยาย การสาธิต การสัมมนา และ อภิปรายร่วม
            ่
ภายในห้องเรียน คณาจารย์มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนือหา สือ และวิธีการ
ประเมินผลและมีเอกสารประกอบการสอนทีตรงกับเนื อหาวิชาทีเรียน นิ สิตส่วนมากให้ความสําคัญ
ด้านนี เพราะต้องการมีสวนร่วมในการเรียนการสอน การบรรยาย การสาธิต การสัมมนา และ
                           ่
อภิปรายมากกว่าการฟั งอาจารย์บรรยายด้านเดียว สอดคล้องกับการศึกษาของโสภา สิทธิสรวง
(2536) ทีศึกษาเรือง “ความคิดเห็นของครูสงคมศึกษาเกียวกับปั ญหาการเรียนการสอนวิชา
                                                       ั
พระพุทธศาสนาในวิทยาลัยเทคนิ คสังกัดกรมอาชีวศึกษา” โดยพบว่า เรืองทีเป็ นปั ญหามากก็คือ
ครู-อาจารย์ มีความเคยชินการสอนแบบบรรยายมากกว่าแบบอืน ส่วนความคิดเห็นของนิ สตใน             ิ
เชิงลบทีเห็นว่าเป็ นปั ญหาคือเรืองการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยีผสมผสานการศึกษาเพือช่วย
ในการเรียนอย่างสมําเสมอ ปั ญหาการใช้บริการใช้หองคอมพิวเตอร์ไม่สะดวก ไม่มีการให้บริการ
                                                           ้
สืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ ตในห้องสมุด ซึงสอดคล้องกับการศึกษาของพระสมนึก ต๊ะรังษี(2535)
ทีศึกษาเรือง“การศึกษาของพระภิกษุ สามเณรในสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย:สภาพ
การศึกษาปั ญหาและการแก้ปัญหา” โดยพบว่ามหาวิทยาลัยยังขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน
ทีทันสมัย ห้องสมุดมีหนังสือค่อนข้างเก่า หนังสือทีมีตามหลักสูตรใหม่ไม่เพียงพอ
          ส่วนในด้านอาคารสถานที นิ สิตแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะประเด็นทีเห็นว่าเป็ นปั ญหาที
พบคือสภาพแวดล้อมของค่อนข้างจะคับแคบและขาดสถานทีเพืออํานวยความสะดวกแก่นิสิต แนว
ทางการแก้ไขนัน พบว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย กําลังเตรียม
ดําเนิ นการโครงการก่อสร้างอาคารเรียนแห่งใหม่ ตลอดจนปรับปรุงสวัสดิการต่างๆ ของนิ สิตด้วย
58


          ส่วนด้านการจัดกิจกรรมของนิ สิต นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับดี โดยเฉพาะเรืองของการ
ส่งเสริมกิจกรรมนิ สิตให้มีความหลากหลายประเภทมากขึน ผูบริหาร และคณาจารย์ให้ความ
                                                             ้
ร่วมมือในการจัดกิจกรรมของนิ สิตมากขึน รวมทังการมีสวนร่วม และ สนับสนุนในการจัดกิจกรรม
                                                      ่
ต่างๆ ส่วนข้อคิดเห็นโดยเฉพาะประเด็นทีเห็นว่าเป็ นปั ญหาคือ สถานทีทํางานของคณะกรรมการ
นิ สิตยังไม่มีการกําหนดเป็ นสัดส่วน

5.3 ข้อเสนอแนะ
        ข้อเสนอแนะอืนๆ ของนิสต      ิ
        1) การให้งานนิ สิตไปดําเนิ นการ อาจารย์ควรมอบหมายให้พร้อมกับการแนะนําวิธีการทํา
อย่างชัดเจน จนนิ สิตเกิดความเข้าใจ สามารถทํางานทีได้รบมอบหมายได้สาเร็จ
                                                        ั             ํ
        2) วิทยาลัยสงฆ์เลยควรรณรงค์ให้นิสิตเข้าใช้บริการห้องสมุด และ มีการจัดกิจกรรมการ
ค้นคว้าในห้องสมุดมากขึน
        3) วิทยาลัยสงฆ์เลยควรมีการระดมทุนจากกิจกรรม หรือ โครงการต่างๆ เพือนํามาตังเป็ น
กองทุนสําหรับการศึกษาของนิ สิต
        ข้อเสนอแนะด้านการสอน
        1) อาจารย์ควรใช้สือการสอนทีทันสมัยและหลากหลายให้มากขึน
        2) ควรมีการบริการอินเทอร์เน็ ทตลอดเวลาเพือสนับสนุนการเรียนการสอน
        ข้อเสนอแนะด้านอาคารสถานที
        1) ควรปรับปรุงภูมิทศน์บริเวณภายนอก ภายในห้องเรียน และ ควรจัดทีนังพักผ่อนให้
                            ั
        เพียงพอ
        2) ควรบริการนําดืมให้เพียงพอ
        ข้อเสนอแนะด้านกิจกรรมของนิสิต
        1) ควรให้นิสิตทําการวิจยสภาพปั ญหาของท้องถิน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรูดวยตนเอง
                                ั                                                ้ ้
        ในด้านต่างๆ เช่น ภูมิปัญญาท้องถิน ประเพณีวฒนธรรมท้องถิน และการศึกษาเพือรับรู ้
                                                      ั
        ปั ญหาท้องถิน
        2) ควรจัดงบประมาณเพืออุดหนุ นกิจกรรมของคณะกรรมการนิ สิต
        3) ควรจัดให้มีการทัศนศึกษาดูงานนอกสถานทีแก่นิสิต
บรรณานุกรม
60

                                     บรรณานุกรม

กองวิชาการ. คู่มือการประกันคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุนส่วนจํากัดไทยรายวันการพิมพ์.
                                                             ้
               2547.
กองแผนงาน. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. แผนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
               ราชวิทยาลัยในช่วงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที 9 (พ.ศ. 2545-
               2549).กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2547.
กาญจนา บุญรมย์. หลักการสอน. อุบลราชธานี : คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยครูอุบลราชธานี , 2536.
กฤษณา ศักดิศรี. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : บํารุงสาสน์, 2530.
กําจัด จันทรวงษ์โส. “การศึกษาความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียน
               หลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขต
               กรุงเทพมหานคร”.ปริญญานิ พนธ์มหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2536.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. หน่วยที 1 การสอนในฐานะวิทยาการ. เอกสารการสอนชุดวิชาวิทยาการ
               การสอนหน่วยที 1-7. กรุงเทพมหานคร : รุงศิลป์ การพิมพ์, 2525.
                                                      ่
ชินโอสถ หัวบําเรอ. เทคนิควิธีการเผยแพร่ธรรมของพระพุทธเจ้า ใน คู่มือการฝึ กอบรมวิทยากร
               หลักสูตรสร้างเสริมจริยธรรมข้าราชการ เพือพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร: เรืองแสง
               การพิมพ์. 2531.
ทบวงมหาวิทยาลัย. คุณลักษณะบัณฑิตทีพึงประสงค์ของทบวงมหาวิทยาลัย. http://www.ubu.ac.th/
               ~inforeducation/ curriculum.html สืบค้นเมือวันที 20 กันยายน
ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครังที 4. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
               มหาวิทยาลัย.2548.
ธีระ รุญเจริญ. การประถมศึกษา. ขอนแก่น : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2519.
___________. การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิ ช,
               2525.
น้อย ลายคราม. การเรียนการสอน. พิษณุโลก : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบลสงคราม, 2537.
                                                                                ู
บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. กรุงเทพมหานคร :สุวีริยาส์น,               .
บัญญัติ ชํานาญกิจ. หลักการสอน. กําแพงเพชร: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎกําแพงเพชร, 2536.
พรรณี ช. เจนจิต. จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์การพิมพ์, 2528.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พัฒนาการพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
               ราชวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2540.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์
               อักษรเจริญทัศน์,2526.
วิทยาลัยสงฆ์เลย, วัตถุประสงค์การก่อตัง, http://www.mcu.ac.th/site/college/coll_index.php.
               สืบค้นเมือวันที กันยายน
61

ลําพอง บุญช่วย. การสอนเชิงระบบ. ปทุมธานี: วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์, 2530.
สงัด อุทรานันท์. การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็ นระบบ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์
                  มหาวิทยาลัย, 2525.
สถาบันวิจยพุทธศาสตร์. รายงานการวิจยเรือง การปรับโครงสร้างสถานภาพและบทบาท
          ั                              ั
                  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหา
                  จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2542.
สวัสดิ จิตต์จนะ. หลักการสอน. พิษณุโลก : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบัน
                  ราชภัฎพิบลสงคราม, 2537.
                           ู
สมนึ ก ต๊ะรังษี, พระมหา. การศึกษาของพระภิกษุสามเณรในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย
                  : สภาพการศึกษาปัญหาและการแก้ปัญหา. วิทยานิ พนธ์มหาบัณฑิตภาควิชา
                  พระพุทธศาสนา สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย, 2535.
สมพงษ์ ดอกไม้. สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยกรุงเทพในทัศนะของผูบริหาร อาจารย์ และ
                                                                 ้
                  นักศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีนัครินทราวิโรฒ. 2534.
สุชาติ ประสิทธิรฐสินธุ.์ ระเบียบวิธีวิจยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒน
                   ั                   ั
                  บริหารศาสตร์. 2534.
สุพิน บุญชูวงศ์. หลักการสอน. กรุงเทพมหานคร : ฝ่ ายเอกสารตํารา สถาบันราชภัฎสวนดุสิต,2539
สุภา อักษรดิษฐ์. หลักการสอนและการเตรียมประสบการณ์วิชาชีพภาคปฏิบต.ิ พิษณุโลก:
                                                                        ั
                  คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยพิบลสงคราม, 2539.
                                             ู
โสภา สิทธิสรวง. ความคิดเห็นของครูสงคมศึกษาเกียวกับปัญหาการเรียนการสอนวิชา
                                           ั
                  พระพุทธศาสนาในวิทยาลัยเทคนิค สังกัดกรมอาชีวศึกษา. ผลงานวิจยส่วนบุคคล
                                                                               ั
                  กรมอาชีวศึกษา.
อภิวนท์ ชาญวิชย. หลักการสอน. ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบล
     ั          ั                                                                       ู
                  สงคราม,2540.
อาภรณ์ ใจเทียง. หลักการสอน. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2537.

สภาพปัญหาและความคิดเห็นของนิสิตที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน

  • 1.
    (ก) ชือเรือง : สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ชือผูวิจย : ้ ั พระไพรเวศน์ จิตฺตทนฺ โต หัวหน้าโครงการวิจย ั ปี ทีทําวิจย : 2554 ั ผูสนับสนุนการวิจย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ้ ั บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการวิจย ั 1. เพือทราบถึงสภาพปั ญหาของนิ สิตและการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 2. เพือทราบถึ ง ระดับ ความคิ ด เห็น ของนิ สิต ที มี ต่ อ การจัด การเรี ย นการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 3. เพือประมวลปั ญหาและข้อเสนอแนะของผูทีเกียวข้องในการจัดการเรียนการสอนของ ้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย วิธีการดําเนินการวิจย ั ผูวิจยได้เก็บข้อมูลจากประชากรกลุมตัวอย่างทีเป็ นนิ สต จํานวน 191 รูป จากประชากร ้ ั ่ ิ ทีเป็ นพระนิ สิตภาค 2 ปี การศึกษา 2551 ของวิทยาลัยสงฆ์ เครืองมือทีใช้ในการเก็บข้อมูลเป็ นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ขอมูลโดยใช้โปรแกรม ้ สําเร็จรูปจากคอมพิวเตอร์ คํานวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลีย ค่าเบียงเบนมาตรฐาน และค่า สัมประสิทธิสหสัมพันธ์ ผลการศึกษาวิจย ั การวิจยครังนี ใช้กลุมประชากร ได้แก่ นิ สิตวิทยาลัยสงฆ์เลยทีศึกษาในภาคเรียนที 2 ปี ั ่ การศึกษา 2554 โดยใช้แบบสอบถาม จํานวน 200 ชุด แบบสอบถามทีได้รบคืนจํานวน 191 ชุดั คณะผูวจยได้ศึกษาทบทวนแนวคิดทฤษฎีและเอกสารผลงานทีเกียวข้อง โดยแบ่งแบบสอบถาม ้ิั ออกเป็ น 4 ตอน คือ ตอนที 1 ข้อมูลพืนฐานของนิ สิต ตอนที 2 ข้อมูลปั ญหาของกลุมประชากรที ่ ใช้ในการศึกษา ตอนที 3 ข้อมูลความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอน แบ่งออก เป็ น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการ ู้ สอน ด้านอาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอนตอนที 4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สิต ในด้านต่างๆ ซึงเป็ นคําถามลักษณะปลายเปิ ด
  • 2.
    (ข) ข้อมูลพืนฐานของนิ สิตกลุมตัวอย่าง จากผลการวิเคราะห์ขอมูลจากแบบสอบถามจํานวน ่ ้ 191 ชุด ผูตอบแบบสอบถามส่วนมากมีสถานภาพเป็ นพระภิกษุ จํานวน 1 รูปและทีเหลือเป็ น ้ สามเณร จํานวน 8 รูป และคฤหัสถ์ จํานวน คน รวมจํานวน 1 รูป/คน ข้อมูลทีเกียวกับปั ญหาของนิ สิต จากการวิเคราะห์แบบสอบถาม พบว่า นิ สิตส่วนใหญ่มาเรียนโดยใช้ทุนส่วนตัวใน การศึกษา ด้านการฉันเพลจะเตรียมภัตตาหารมาจากวัด นิ สิตส่วนใหญเดินทางมาเรียนไป-กลับ จะโดยรถโดยสารประจําทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชัวโมง งานทีมอบหมายก็จะทําทุกครัง ส่วนปั ญหาทีสําคัญทีสุดคือการขาดปั จจัยสนับสนุ นการเรียน เช่น ค่าเดินทาง ค่าเทอม ค่า ภัตตาหาร เป็ นต้น ข้อมูลทีเกียวกับด้านความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆ์เลย 1. ด้านผูสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ้ - ความคิดเห็นต่ออาจารย์ผสอนในด้านอาจารย์มีความเป็ นกันเอง ู้ - อาจารย์พดจาสุภาพและเหมาะสม ู - เปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิตซักถาม และให้คาแนะนําในด้านการเรียน ํ ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบแต่อยูในระดับมาก ได้แก่ อาจารย์เป็ นคนตรง ่ ต่อเวลาในการเข้าสอนและเลิกสอนให้โอกาสนอกชันเรียนแก่พระนิ สิตเข้าพบและให้ คําแนะนําในด้านการเรียน 2. ด้านหลักสูตร นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ - ความคิดเห็นต่อประโยชน์ของหลักสูตรสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้ - หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทําให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง ั ้ - มีการแจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิตทราบก่อนล่วงหน้า ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการประเมินประสิทธิภาพของผูสอน ้ จากนิ สต มีการจัดวิชาลงในแต่ละภาคการศึกษาอย่างเหมาะสม ิ 3. ด้านระบบการจัดการศึกษา นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง บวก ใน 3 อันดับ ได้แก่ - ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีความเหมาะสมกับจํานวนหน่วยกิต - เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่พระนิ สิต - หลักสูตรมีการปรับปรุงและพัฒนาให้กาวทันการเปลียนแปลงของสังคมอยูเสมอ ้ ่ ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ การเปิ ดโอกาสให้นิสิตเข้าไปมีสวนร่วมใน ่ การจัดการศึกษาตามความเหมาะสมน้อย 4. ด้านวิธีการสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ได้แก่ - ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการสอนการบรรยาย การสาธิต สัมมนา อภิปราย ่ ร่วม
  • 3.
    (ค) - มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และวิธีการประเมินผล - มีเอกสารประกอบการสอนทีตรงกับเนื อหาวิชาในกระบวนวิชาทีเรียน ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยี ผสมผสานการศึกษาเพือช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ 5. ด้านอาคารสถานที นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ได้แก่ - แสงไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน - ลักษณะของห้องเรียนมีความปลอดภัย - บรรยากาศของห้องเรียนมีความโปร่งสบาย ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สภาพแวดล้อมของอาคารมีการจัดการ ดูแลอย่างเป็ นระเบียบ สวยงาม และมีการบํารุงรักษาสถานทีเพืออํานวยความสะดวกแก่ พระนิ สิตสมําเสมอเป็ นอย่างดี 6. ด้านสือการเรียนการสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง บวกใน 3 อันดับ ได้แก่ - อาจารย์ผสอนมีความสามารถใช้สือการสอนได้เป็ นอย่างดี ู้ - สือทีอาจารย์ผสอนนํามาใช้มีความทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา ู้ - สือทีมีอยูชวยให้ผเู้ รียนเรียนได้เร็วขึน ่่ ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษาไม่มี ความเพียงพอและทันสมัย 7. ข้อเสนอแนะของนิ สิตด้านกิจกรรมนิ สต ในเชิงบวกนิ สิตมีความเห็นว่า ได้แก่ ิ - ควรส่งเสริมกิจกรรมนิ สิตให้มีความหลากหลายประเภท - ผูบริหารคณาจารย์ควรให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมของนิ สิต รวมทังร่วมการ ้ วางแผน การสนับสนุ นการมีสวนร่วมในการจัดกิจกรรม ่ ส่วนในเชิงลบ คือ ควรมีทีทํางานของคณะกรรมการนิ สิตเป็ นสัดส่วน
  • 4.
    (ง) กิตติกรรมประกาศ การวิจยนี ได้รบการสนับสนุ นจากผูบริหารทีเล็งเห็นความสําคัญในการวิจยเพือทีจะ ั ั ้ ั พัฒนาการจัดการศึกษาของวิทยาลัยสงฆ์เลย รวมทังได้รบความกรุณาให้คาแนะนําในการวิจย ั ํ ั จากนิ สตทังหลายจนทําให้การวิจยฉบับนี สาเร็จลงได้ดวยความสมบูรณ์ ิ ั ํ ้ ขอขอบคุณประชากรกลุมตัวอย่าง ทีให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามทีเป็ นผู้ ่ มีสวนทําให้งานวิจยครังนี สมบูรณ์ทีสุด ่ ั และขอขอบคุณผูบริหารทีสนับสนุ นการวิจยในครังนี ้ ั ผูวิจย ้ ั
  • 5.
    (จ) สารบัญ บทคัดย่อ (ก) กิตติกรรมประกาศ (ง) สารบัญ (จ) สารบัญตาราง (ช) สารบัญกราฟ (ซ) บทที 1 บทนํา............................................................................................................ 1 1.1 ความเป็ นมาของปั ญหา..................................................................................... 1 1.2 วัตถุประสงค์การวิจย......................................................................................... ั 2 1.3 สมมติฐานการวิจย............................................................................................. ั 2 1.4 ขอบเขตการศึกษา.............................................................................................. 2 1.5 นิ ยามศัพท์เฉพาะ.................................................................................................. 3 1.6 ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รบ.................................................................................... ั 4 บทที 2 แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง...................................................... ั 5 . แนวคิดการก่อตังวิทยาลับสงฆ์เลย.................................................................. 5 . แนวคิดการจัดการเรียนการสอน..................................................................... 7 2.3 แนวคิดเกียวกับบัณฑิตทีพึงประสงค์................................................................ 29 . งานวิจยทีเกียวข้อง..................................................................................... ั 31 . กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย....................................................................... ั 36 บทที 3 วิธีดาเนินการวิจย........................................................................................... ํ ั 37 3.1 ตัวแปรในการวิจย.............................................................................................. ั 37 3.2 ประชากรและกลุมตัวอย่าง................................................................................ ่ 37 3.3 เครืองมือในการวิจย.......................................................................................... ั 37 . วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................. 38 . การวิเคราะห์ขอมูลและสถิติทีใช้ในการวิจย..................................................... ้ ั 38 บทที 4 ผลการวิเคราะห์ขอมูล.................................................................................... ้ 40 4.1 ผลการวิเคราะห์ขอมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม......................................... ้ ้ 40 4.2 ผลการวิเคราะห์ขอมูลปั ญหาของกลุมประชากร................................................ ้ ่ 43 4.3 ผลการวิเคราะห์ขอมูลความคิดเห็นของนิ สิต 6 ด้าน.......................................... ้ 45 1. ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผสอน................................................................. ู้ 45
  • 6.
    (ฉ) สารบัญ (ต่อ) เรือง หน้า 2. ความคิดเห็นด้านหลักสูตร.......................................................................... 46 3. ความคิดเห็นด้านระบบการจัดการศึกษา.................................................... 47 4. ความคิดเห็นด้านวิธีการสอน...................................................................... 48 5. ความคิดเห็นด้านอาคารสถานที.................................................................. 49 6. ความคิดเห็นด้านสือการเรียนการสอน....................................................... 50 4.4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สตด้านต่างๆ.......................................................... 51 ิ 4.5 ผลการทดสอบสมมติฐาน................................................................................. 51 บทที 5 การอภิปรายผล 54 ....................................................................................................... 5.1 บทสรุป............................................................................................................... 54 5.2 อภิปรายผล........................................................................................................ 56 5.3 ข้อเสนอแนะ....................................................................................................... 58 บรรณานุกรม……………………………………………………………………………….… 59 ภาคผนวก.................................................................................................................................. 62 ภาคผนวก. ก. แบบสอบถามการวิจย........................................................................... 62 ั ภาคผนวก. ข.ประวัติผวจย............................................................................................ 69 ู้ ิ ั
  • 7.
    (ช) สารบัญตาราง ตารางที หน้า 2.1 เปรียบเทียบแนวคิดเกียวกับหลักการสอนของนักศึกษา 24 . แสดงสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ้ . แสดงพรรษาของผูตอบแบบสอบถาม ้ . แสดงชันปี ทีศึกษาของผูตอบแบบสอบถาม ้ . แสดงเกรดเฉลียผูตอบแบบสอบถาม ้ . แสดงสาขาวิชาของผูตอบแบบสอบถาม ้ . แสดงแหล่งทีมาของทุนในการศึกษาของนิ สต ิ . แสดงการฉันภัตตาหารเพล . แสดงวิธีการเดินทางไป-กลับในการเรียน . แสดงระยะเวลาทีใช้ในการเดินทาง . แสดงการทํางานทีได้รบมอบหมายั . แสดงค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบนมาตรฐานและความหมายของปั ญหาการ เดินทางนิ สิต . แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาจารย์ผสอน ู้ . แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านหลักสูตร . แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านระบบการจัดการศึกษา . แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านวิธีการสอน . แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาคารสถานที . แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็น ของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านสือการเรียนการสอน . แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของนิ สตทีมีสถานภาพ ิ แตกต่างกันทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ . แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของนิ สตทีมีพรรษาแตกต่าง ิ กันทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ
  • 8.
    (ซ) สารบัญภาพ ภาพที หน้า . แสดงความหมายของการเรียนรู ้ . แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของการเรียนการสอน . แสดงองค์ประกอบของระบบทีสมบูรณ์ . แสดงระบบการเรียนการสอน . ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ (Glaser, ) . ระบบการเรียนการสอนของเกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Dly) ั . แสดงรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนของกรมวิชาการ และเขต การศึกษา .8 กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย ั 36
  • 9.
    บทที ปฐมบท 1.1 ความเป็ นมาของปัญหา วิทยาลัยสงฆ์เลยเป็ นสถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยแห่งหนึ ง เป็ นส่วนงานหนึ ง ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ก่อตังขึนเพือการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณรในเขตการปกครองคณะสงฆ์ ภาค เพือส่งเสริมการศึกษาแก่บุคลากรทางศาสนา มีประวัติความเป็ นมาโดยสังเขปคือเมือ พ.ศ.2539 สภามหาวิทยาลัยมีมติอนุ มติให้วิทยาเขตขอนแก่น จัดตัง "ศูนย์การศึกษาวัดศรีวิชย ั ั วนาราม" ณ วัดศรีวิชยวนาราม ตําบลกุดป่ อง อําเภอเมือง จังหวัดเลยโดยมีพระสุนทรปริยติเมธี ั ั เป็ น "ผูชวยอธิการบดี" ทําหน้าทีบริหารประจําศูนย์การศึกษา ต่อมาเมือ พ.ศ.2541 ได้มีการ ้่ ประชุมสภามหาวิทยาลัยครังที 8/2541 มีมติให้ยกฐานะศูนย์การศึกษาเลยเป็ น “วิทยาลัยสงฆ์ เลย” ปั จจุบนได้เปิ ดการเรียนการสอนหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต ๓ คณะ ได้แก่ คณะพุทธ ั ศาสตร์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะครุ ศ าสตร์ สาขาวิ ชาการอสนภาษาไทย และคณะ สังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ วิชาเอกการปกครอง นอกจากนี ยงเปิ ดการเรียนการสอน ั หลักสูตรประกาศนี ยบัตร คื อ หลักสูต รประกาศนี ยบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์(ปบ.ส.) ปั จจุบันวิทยาลัยสงฆ์เลยได้ยายสถานศึกษาจากวัด ศรีวิ ชย ้ ั มาอยู่ที เลขที หมู่ที บ้านท่าบุ่ง ตําบลศรีสองรัก อําเภอเมือง จังหวัดเลย โดยมีวตถุประสงค์ในการก่อตัง ดังนี 1 ั 1. เพือส่งเสริมการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา 2. เพือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 3. เพือเป็ นแหล่งการศึกษาพระไตรปิ ฎกและวิชาชันสูงสําหรับพระภิกษุ สามเณรและ คฤหัสถ์ในภูมิภาคนี 4. เพือขยายโอกาสทางการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร 5. เพือสนองนโยบายในการกระจายโอกาสบางการศึกษา และเปิ ดโอกาสให้บุคลากร ในท้องถิน ได้มีสวนร่วมดําเนิ นการจัดการศึกษา ่ ในการจัดการเรียนการสอนนัน วิทยาลัยสงฆ์เลยมีพนธกิจทีสําคัญในการผลิตบัณฑิต ั ให้มีความเป็ นเลิศทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา บัณฑิตทีสําเร็จการศึกษามีความเป็ นผูนํา ้ ทางจิต และปั ญญา มีศรัทธาทีจะอุทิศตนเพือพระพุทธศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม เสียสละ เพือส่วนรวม การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สงคม ด้วยการสร้างความรู ้ ั 1 วิทยาลัยสงฆ์เลย, วัตถุประสงค์การก่อตัง, http://www.mcu.ac.th/site/college/coll_index.php. สืบค้นเมือวันที กันยายน .
  • 10.
    ความเข้าใจในหลักคําสอนทางพระพุทธศาสนาแก่ประชาชน และสนับสนุ นงานกิจการคณะสงฆ์ เสริม สร้า งและพัฒ นาแหล่ ง เรี ย นรูด ้า นการทํา นุ บํ า รุ ง ศิ ล ปวัฒ นธรรม และการอนุ รัก ษ์ ้ สิงแวดล้อ ม สนั บสนุ น ให้มี ก ารนํ าภูมิ ปัญญาไทยและภูมิ ปัญญาท้องถิ นมาเป็ นรากฐานการ พัฒนา ส่งเสริมการวิจยและพัฒนางานวิชาการ เน้นการพัฒนาองค์ความรูในพระไตรปิ ฎก การ ั ้ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาความรูทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้แก้ปัญหา ้ ด้านศีลธรรมและจริยธรรมของสังคม เพือให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตังดังกล่าว วิทยาลัยสงฆ์เลยได้จดการศึกษา ั โดยการพยายามทีจะผลิต บัณฑิ ตที มีคุ ณภาพออกไปรับใช้สังคม ในขณะเดีย วกันก็ เพือผลิต บุคลากรทางศาสนาทีมีคุณภาพ มีความตระหนักถึงบทบาทหน้าทีของตนในฐานะผูนําทางจิต ้ วิญญาณ แต่การทีผลิตพระบัณฑิตทีมีคุณภาพดังกล่าว จําเป็ นทีต้องทราบปั ญหาและอุปสรรค ในจัด การศึ ก ษาเล่าเรีย น ดัง นั น วิ ทยาลัย สงฆ์เ ลยจึ ง ได้ดําเนิ น การวิ จัย สํารวจปั ญหาและ อุปสรรคของนิ สิตเพือทราบถึงข้อมูลทีจะนําไปสู่การกําหนดแนวทางในการจัดการศึกษาต่อไป ปั ญหาทีจะหยิบยกมาเป็ นประเด็น หลักทีจะค้นหาคําตอบให้ไ ด้ก็คือ นิ สิตคิด อย่างไรในเรือง เหล่านี คือ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน ด้าน ู้ อาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอน 1.2 วัตถุประสงค์การวิจย ั 1.2.1 เพือทราบถึงปั ญหาของนิ สิต และการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 1.2.2 เพือทราบถึงระดับความคิด เห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 1.2.3 เพือประมวลปั ญหาและข้อเสนอแนะของผูทีเกียวข้องในการจัดการเรียนการ ้ สอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 1.3 สมมติฐานการวิจย ั 1.3.1 นิ สิตทีมีสถานภาพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน 1.3.2 นิ สิตที มีพรรษาแตกต่ างกัน มี ความคิด เห็น ต่อการจัด การเรีย นการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1.4.1 ขอบเขตด้านประชากร ประชากรทีใช้ในการวิจัยครังนี คือ นิ สิตทีกําลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ภาคการศึกษาที 2/2554
  • 11.
    1.4.2 ขอบเขตด้านเนื อหา การศึกษาครังนี ผวิจยกําหนดศึกษาเนื อหาการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬา ู้ ั ลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ในด้านต่างๆ 6 ด้าน คือ 1. ด้านอาจารย์ผสอน ู้ 2. ด้านหลักสูตร 3. ด้านการจัดการศึกษา 4. ด้านวิธีการสอน 5. ด้านอาคารสถานที 6. ด้านสือการเรียนการสอน 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ ความคิดเห็น หมายถึง การแสดงออกถึงความรูสึก ความเข้าใจและการรับรูของ ้ ้ พระนิ สิตต่อการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ในด้านต่างๆ ทัง 6 ด้าน คือ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้าน ู้ วิธีการสอน ด้านอาคารสถานที ด้านสือการเรียนการสอน นิสิต หมายถึง นิ สิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ทีลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที 2/2554 สถานภาพ หมายถึง ลักษณะของเพศบรรพชิต จําแนกเป็ นพระภิกษุ และสามเณร อาจารย์ผู ้ส อน หมายถึ ง อาจารย์ป ระจํ า ผู้ที บอกในรายวิ ช าที เปิ ดสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย หลักสูต ร หมายถึง แผนการจัด การศึ กษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย การจัดการศึก ษา หมายถึ ง การจัดและดําเนิ นการเกียวกับการจัด การศึ กษาของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ใน 6 ด้าน คือ ด้านอาจารย์ผูสอน ้ ด้านหลักสูต ร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีก ารสอน ด้านอาคารสถานที ด้านสือการ เรียนการสอน วิธีการสอน หมายถึง วิธีการทีช่วยให้ผเู้ รียนสามารถเรียนรูได้โดยอาศัยความสามารถ ้ ของผูสอนและการใช้เทคนิ คต่างๆ ในการถ่ายทอดเนื อหาสาระให้น่าสนใจ ้ อาคารสถานที หมายถึง สถานทีทีใช้จดการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย ั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย สือการเรียนการสอน หมายถึง สือการสอนเป็ นเครืองมือช่วยสือความหมายใดๆ ก็ ตามทีจัดโดยอาจารย์และนิ สิต เพือเสริมการเรียนรู ้ เครืองมือการสอนทุกชนิ ดเป็ นสือการสอน เช่น หนังสือในห้องสมุด โสตทัศนวัสดุต่าง ๆ ทรัพยากรจากชุมชน เป็ นต้น
  • 12.
    1.6 ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รบ ั 1.6.1 ได้ทราบถึงสภาพการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 1.6.2 ได้ทราบถึ งระดับความคิ ด เห็นของนิ สิตที มีต่ อการจัด การเรีย นการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 1.6.3 ได้รบสารสนเทศทีเกียวข้องกับปั ญหาและข้อเสนอแนะของผูทีเกียวข้องในการ ั ้ จัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย
  • 13.
    บทที แนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง ั ในการวิจยเรือง “สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอน ั ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย” ผูวิจัยได้ทําการศึกษาแนวคิ ด ้ ทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง ดังนี ั . แนวคิดการก่อตังวิทยาลับสงฆ์เลย . แนวคิดการจัดการเรียนการสอน 2.3 แนวคิดเกียวกับบัณฑิตทีพึงประสงค์ . งานวิจยทีเกียวข้อง ั . กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย ั . แนวคิดการก่อตังวิทยาลัยสงฆ์เลย วิทยาลัยสงฆ์เลยเป็ นส่วนงานสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต ขอนแก่น ตังอยูเลขที เลขที ่ หมู่ที บ้านท่าบุ่ง ตําบลศรีสองรัก อําเภอเมือง จังหวัดเลย มีประวัติการก่อตังโดยย่อคือ เมือ พ.ศ. พระสุนทรปริยติเมธี(พรหมา จนฺ ทโสภโณ) สมณ ั ศัก ดิ ในขณะนั น ซึ งเป็ นเจ้าคณะจัง หวัด เลยร่ว มกับพระสัง ฆาธิ ก ารในเขตจัง หวัด เลย ได้เสนอ โครงการก่อตังวิทยาลัยสงฆ์เลยต่อมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น และได้รบ ั อนุ มัติ ให้ก่อ ตังศูน ย์ก ารศึก ษาเลย สัง กัด วิทยาเขตขอนแก่ น ต่อ มาเมื อวันที สิง หาคม พ.ศ. ได้รบการอนุ มัติจ ากสภามหาวิ ทยาลัย มหาจุ ฬ าลงกรณราชวิ ทยาลัย ให้ยกฐานะศูน ย์ ั การศึกษาเลยเป็ นวิทยาลัยสงฆ์เลย วัตถุประสงค์ในการก่อตังวิทยาลัยสงฆ์เลย เพือตอบสนองความต้องการของศึ กษาของพระภิก ษุ สามเณร เพือสนองนโยบายของ รัฐบาลในการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทวถึงแก่ผดอยโอกาส เพือเปิ ดโอกาสให้บุคลากรใน ั ู้ ้ ท้องถินได้มีสวนร่วมดําเนิ นการศึกษาระดับบาลีอุดมศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่พระภิกษุ สามเณรใน ่ ชนบท และสามารถนําความรูดังกล่าวไปประยุก ต์ใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อ ย่างพึง ้ ประสงค์ และมีประสิทธิภาพ ดังนี . เพื อพัฒ นาทรัพ ยากรบุ ค คลทางพระพุ ท ธศาสนาในท้อ งถิ น ให้มี คุ ณ ธรรม มี จริยธรรม มีความสามารถและมีศกยภาพในการบริหารกิจการคณะสงฆ์และสังคม ั . เพือขยายโอกาสให้พระสังฆาธิการ ครูสอนพระปริยติธรรม และ พระภิกษุ สามเณรที ั สนองงานคณะสงฆ์ในท้องถิน ได้ศึกษาวิชาการด้านพระพุทธศาสนาในระดับอุดมศึกษา . เพือผลิตบัณฑิตทีมีความรู ้ ความสามารถด้านพระพุทธศาสนา . เพือเป็ นแหล่งบริการด้านพระพุทธศาสนา ทํานุ บารุงศิลปวัฒนธรรม ํ
  • 14.
    6 ปั จจุบนทีวิทยาลัยสงฆ์เลยได้เปิ ดหลักสูตรและจัดการเรียนการสอน ๔ สาขาวิชา คือ ั 1. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย 2. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา 3. สาขาวิชารัฐศาสตร์ วิชาเอกการปกครอง ปั จจุบนมีโครงการหลักสูตรประกาศนี ยบัตร คือ ั โครงการหลักสูตรประกาศนี ยบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ปบ.ส.) โดยมีพนธกิจตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในด้านต่างๆ ั ดังนี ด้านการผลิตบัณฑิต ผลิต และพัฒนาบัณฑิ ต ให้มี คุ ณลัก ษณะอัน พึงประสงค์ ๙ ประการ คื อ มี ปฏิปทาน่ า เลือมใส ใฝ่ รใฝ่ คิด เป็ นผูนําด้านจิตใจและปั ญญา มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศ ู้ ้ ตนเพือพระพุทธศาสนา รูจกเสียสละเพือส่วนรวม รูเ้ ท่าทันความเปลียนแปลงของสังคม มีโลกทัศน์ ้ั กว้างไกล มีศกยภาพทีจะพัฒนาตนเอง ให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม ั ด้านการวิจยและพัฒนา ั การวิจยและค้นคว้า เพือสร้างองค์ความรูควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน เน้น ั ้ การพัฒนาองค์ความรูในพระไตรปิ ฎก โดยวิธีสหวิทยาการแล้วนําองค์ความรูทีค้นพบมาประยุกต์ใช้ ้ ้ แก้ปั ญหา ศี ล ธรรม และจริ ย ธรรมของสั ง คม รวมทั งพัฒ นา คุ ณ ภาพงานวิ ช าการด้า น พระพุทธศาสนา ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สงคม ั ส่ ง เสริ ม พระพุ ท ธศาสนาและบริ ก ารวิ ช าการแก่ สัง คม ตามปณิ ธ านการจั ด ตั ง มหาวิทยาลัย ด้วยการปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ ให้ประสานสอดคล้อง เอือต่อการส่งเสริม สนับสนุ น กิจการคณะสงฆ์ สร้างความรู ้ ความเข้าใจหลักคําสอนทางพระพุทธศาสนา สร้างจิตสํานึ ก ด้าน คุ ณธรรม จริ ย ธรรมแก่ ประชาชน จัด ประชุ ม สัม มนา และฝึ ก อบรม เพื อพัฒนาพระสงฆ์และ บุคลากรทางศาสนา ให้มีศกยภาพในการธํารงรักษา เผยแผ่หลักคําสอน และเป็ นแกนหลักในการ ั พัฒนาจิตใจในวงกว้าง ด้านการทํานุบารุงศิลปวัฒนธรรม ํ เสริมสร้างและพัฒนาแหล่งการเรียนรูดานการทํานุ บํารุ งศิ ลปวัฒนธรรม ให้เอือ ต่ อ ้ ้ การศึกษา เพือสร้างจิตสํานึ กและความภาคภูมิใจในความเป็ นไทย สนับสนุ นให้มีการนําภูมิปัญญา ท้องถิน มาเป็ นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพ เปาประสงค์ของวิทยาลัยสงฆ์เลย ้ . จัด การศึ ก ษา ส่ง เสริม และพัฒนาวิ ชาการทางพระพุทธศาสนาประยุก ต์เข้ากับ ศาสตร์ต่างๆ เพือการผลิตและพัฒนาคุณภาพบัณฑิ ต และทรัพยากรมนุ ษย์ให้เป็ นทียอมรับของ สังคม
  • 15.
    7 . เพือให้มีโครงสร้างที กะทัดรัดและมีระบบการบริหารทีมี ความคล่องตัว สามารถ ดําเนิ นงานทุกด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล โป่ งใส ตรวจสอบได้ . เพือให้บุคลากรทุกระดับในวิทยาเขตขอนแก่น เป็ นผูมีความรูความสามารถให้ทัน ้ ้ ต่อความเปลียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิงแวดล้อม และเป็ นผูชีนําทางวิชาการด้าน ้ พระพุทธศาสนา . เพือให้สามารถปฏิบัติภารกิจหลักในด้านการบริหาร การจัดการศึกษา การวิจัย การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สงคม และการทํานุ บารุงศิลปวัฒนธรรมได้ตาม ั ํ เปาหมาย ้ . เพือพัฒนาวิ ทยาลัย สงฆ์เลยให้เป็ นศูนย์กลางการศึ กษาด้านพุทธศาสนา สะสม อนุ รกษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาท้อ งถิน พัฒนาองค์ความรูดานศิลปะและวัฒนธรรม เพือมุ่งสู่การ ั ้ ้ เป็ นศูนย์ก ลางการพัฒนาองค์ค วามรู ้ และเป็ นผูนํ าด้านการวิจัย ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา ้ ศิลปะและวัฒนธรรมในภูมิภาคนี . เพือให้สามารถระดมทุ น จากแหล่ง ต่ างๆ ให้มี เพีย งพอต่ อ การจัด หาและพัฒนา อาคารสถานที บุ ค ลากร ครุ ภัณฑ์ทางการศึ ก ษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้ภาคเอกชน ชุมชนและสังคมมีสวนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์เพิมมากขึน ่ 2.2 แนวคิดเกียวกับการจัดการเรียนการสอน การเรียนการสอน เป็ นคําทีคุนเคยกันดีในแวดวงการการศึกษา เป็ นคําทีมาจากคําว่า ้ “การเรียน” และ “การสอน” เนื องมาจากคําทังสองมีกระบวนการทีสัมพันธ์กัน เกียวเนื องกัน จนกระทังไม่ สามารถแยกกันอยู่ได้ และกระบวนการทังสองเกี ยวข้อ งกับผูมีบทบาทสําคัญของ ้ การศึกษา คือ บทบาทของผูสอนและผูเ้ รียน ดังนันในฐานะของผูสอนซึงถือว่าเป็ นบทบาทในการ ้ ้ ทีจะส่งเสริมให้ผเู้ รียนเกิดความเจริญเติบโต มีความงอกงามทังทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม จึงควรมีความรู ้ ความเข้าใจเกียวกับความหมาย องค์ประกอบ หลักการสําคัญและ ลักษณะทีดี ของการสอนการเรียนรู ้ ตลอดจนความสัมพัน ธ์ระหว่างหลักการเรียนรูและหลักการ ้ สอนเพือจะสามารถนําไปปฏิบติจนเกิดผลดี และมีประสิทธิภาพต่อการจัดการศึกษาต่อไป ั 2.2.1 ความหมายของการเรียน 1 พจนานุ กรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ได้ให้ความหมายของการเรียนไว้ว่า “เป็ นการศึ ก ษาเพื อให้เ จนใจ จํา ได้ ให้เ กิ ด ความรู ้ ความเข้า ใจหรื อ ความชํา นาญ” นั นเป็ น ความหมายโดยทัวไป ซึงการเรียนสามารถเกิดขึนได้ทุกเวลา และทุกสถานที เกิดขึนได้ตลอดชีวิต เกิดขึนทังทีตังใจและบังเอิญ 1 ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิ ตยสถาน พ.ศ. 2525. (กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์อกษรเจริญทัศน์,2526) ั หน้า 690
  • 16.
    8 ความหมายของการศึกษาในทัศนะของท่านพุทธทาส 2 ให้แนวความคิด ไว้ว่า “การ เรีย นเป็ นการพัฒนาวิ ญญาณ ให้สามารถรับรู ้ สิงต่ าง ๆ ได้ต รงตามความเป็ นไปที แท้จ ริง ของ ธรรมชาติ โดยไม่มีการปรับแต่งหรือปราศจากอวิชชา” สวัสดิ จิตต์จนะ3 ได้ให้ความหมายของการเรียนว่า “เป็ นปฏิกิริยาทีมีต่อประสบการณ์ ซึงจะแสดงออกให้เห็นในลักษณะของพฤติกรรมทีเปลียนแปลงไป” นอกจากนันยังกล่าวว่า การ เรียนมีความหมายแตกต่างไปจากการเรียนรู ้ กล่าวคือ การเรียนเป็ นการกระทํา ส่วนการเรียนรู ้ เป็ นผลของการกระทํา การเรียนจึงเกิดขึนก่อน และการเรียนรูจะเกิดขึนได้ในโอกาสต่อมา ้ สุพิน บุญชูวงศ์4 ได้แสดงความคิดเห็นไว้วา “การเรียน” เป็ นคําสัน ๆ ของคําว่า “การ ่ เรียนรู”้ มาจากคําภาษาอังกฤษว่า learning ซึงเป็ นคําทีใช้ในศาสตร์ทางจิตวิทยาเป็ นกระบวนการที บุคคลมีการเปลียนแปลงพฤติกรรมอันเนื องมาจากประสบการณ์ ซึงเป็ นความคิดทีสอดคล้องกับ อาภรณ์ ใจเทียง5 ทีกล่าวว่า การเรียนรู ้ เป็ นคําทีใช้ ในศาสตร์ทางจิตวิทยา เมือนํามาใช้ค่กบการสอน จะเรียกสัน ๆ ว่า “การเรียน” ู ั ดังนัน การเรียน หรือ การเรียนรู ้ จึงมีความหมายทีแยกกันไม่ได้ เนื องจากเป็ นเหตุ เป็ นผลต่อกัน ซึงจะนําความคิดเห็นของนักการศึกษาทีให้ความหมายไว้มานําเสนออีก ดังนี คาเตอร์ วี. กู๊ด (Cater V. Good) 6 ได้ให้ความหมายของการเรียนรูไว้ว่า เป็ นการ ้ เปลียนปฏิกิริยาตอบสนอง หรือพฤติกรรม อันเนื องมาจากบุคคลได้รบประสบการณ์ ในขณะทีมี ั สติสมปชัญญะสมบูรณ์ แต่บางครังก็อาจเป็ นประสบการณ์ทีเกิดขึนโดยไม่รตว ั ู้ ั 7 กันยา สุวรรณแสง ให้ความหมายไว้วา “การเรียนรู ้ คือ กระบวนการทีประสบการณ์ ่ ตรง และ ประสบการณ์ทางอ้อม กระทําในอินทรีย ์ เกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมทีค่อนข้างถาวร แต่ไม่รวมถึงการเปลียนแปลงพฤติกรรมอันเนื องมาจากเหตุอืน ๆ เช่น ความเจ็บป่ วย ฤทธิ ยาและ สารเคมี ฯลฯ อาภรณ์ ใจเทียง8 ให้ความหมายว่า “การเรีย นรู ้ คือกระบวนการที บุคคลเกิ ดการ เปลียนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร อันเนื องมาจากประสบการณ์หรือการฝึ กหัด” โดยสามารถแสดง ภาพได้ ดังนี 2 สวัสดิ จิตต์จนะ.หลักการสอน.(พิษณุโลก:ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม,2537) หน้า5 3 เรืองเดียวกัน หน้า 5 4 ่ สุพน บุญชูวงศ์. หลักการสอน. (กรุงเทพมหานคร : ฝายเอกสารตํารา สถาบันราชภัฎสวนดุสต,2539) หน้า 2 ิ ิ 5 อาภรณ์ ใจเทียง. หลักการสอน. (กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2537 )หน้า 13 6 อภิวนท์ ชาญวิชย. หลักการสอน.(ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม,2540) หน้า3 ั ั 7 อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 13 8 อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 7
  • 17.
    9 ผูเ้ รียนได้รบ ั มีการเปลียนแปลง ประสบการณ์หรือ เกิด พฤติกรรมทีถาวร การฝึ กหัด การเรียนรู้ ภาพที 2.1 แสดงความหมายของการเรียนรู ้ จากความหมายของการเรียนรูทีกล่าวมาข้างต้น จึงพอสรุปได้วา “การเรียนเป็ นความ ้ ่ พยายามของบุค คลหรือผูเ้ รีย นที จะตอบสนองสิงแวดล้อม หรือ ประสบการณ์ทีได้จ นกระทังเกิ ด กระบวนการเปลียนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร ซึงเรียกว่า การเรียนรู”้ 2.2.2 ความหมายของการสอน การสอนเป็ นกระบวนการทีสลับซับซ้อนมากกว่าการเป็ นเพียง “กิจกรรมหรือบทบาท ของผูสอน” การเป็ นภาระกิจทีต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ จึงจะก่อให้เกิดประสบการณ์และสิงแวดล้อมที ้ มีความหมายต่อการเปลียนแปลงพฤติกรรมของผูเ้ รียน 9 พจนานุ ก รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ให้ความหมายของการสอนไว้ว่า “เป็ นการบอกวิชาความรู ้ การแสดงให้เข้าใจโดยวิธีบอกหรือทําให้เห็นเป็ นตัวอย่าง เพือให้รดีรชว” ู้ ู้ ั 10 พุท ธทาสภิ ก ขุ ได้ย ําให้เ ห็ น หน้า ที ของการสอนไว้ว่า “เป็ นการนํ า วิ ญญาณ ซึ ง หมายถึง การนําทางให้ผเู้ รียนมีความรูทีตรงกับความจริงของธรรมชาติ เห็นความเปลียนแปลงของ ้ ธรรมชาติ เพือการดํารงชีวิตทีปราศจากทุกข์ คาร์เตอร์ วี.กู๊ด 11 ให้ความหมายของการสอนไว้ ประการ ดังนี . การสอนในความหมายกว้าง ๆ คื อ การจัด สภาพการณ์ สถานการณ์ หรือจัด กิจกรรมทีจะช่วยให้การเรียนรูของผูเ้ รียนดําเนิ นไปอย่างราบรืน ซึงรวมทังกิจกรรมทีจัดอย่างมี ้ ระเบียบ แบบแผนและกิจกรรมทีจัดขึนเพือให้เกิดการเรียนรูอย่างไม่มีพิธีรีตอง ้ . การสอนในความหมายแคบ คื อ การอบรม สังสอนผูเ้ รียนในสถานการศึ กษา ทัวไป ธีระ รุญเจริญ12 ให้ความหมายของการสอนไว้ว่า การสอนหมายถึงกระบวนการที ผูสอนและผูเ้ รียนร่วมกันสร้างสิงแวดล้อมทางการเรียนรู ้ รวมทังการสร้างค่านิ ยม และความเชือ ้ ต่าง ๆ ในอันทีจะช่วยให้ผเู้ รียนบรรลุเปาหมายทีตังไว้ ้ 9 ราชบัณฑิตยสถาน. เรืองเดียวกัน, หน้า 784 10 สวัสดิ จิตต์จนะ.เรืองเดียวกัน, หน้า 7 11 กาญจนา บุญรมย์.หลักการสอน.(อุบลราชธานี : คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยครูอุบลราชธานี,2536) หน้า 6
  • 18.
    10 อาภรณ์ ใจเทียง13 ให้ความหมายไว้ว่า การสอนคือกระบวนการปฏิสมพันธ์ระหว่าง ั ผูสอนกับผูเ้ รียน เพือทําให้ผูเ้ รียนเกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงค์ทีกําหนด ซึง ้ ต้องอาศัยทังศาสตร์และศิลป์ ของผูสอน ้ 14 สุ พิ น บุ ญ ชูว งศ์ ให้ค วามหมายว่า การสอนเป็ นกระบวนการที ทํา หน้า ที เป็ น เครืองมือช่วยให้คนได้มีประสบการณ์ทีดี มีการเปลียนแปลงในทางทีดีขน จนสามารถดํารงชีพได้ ึ อย่างราบรืน เป็ นประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม สรุปแล้วการสอนคือ “กระบวนการทีผูสอนต้องใช้ความสามารถในการจัดประสบการณ์ ้ หรือสร้างสิงแวดล้อม ให้ผเู้ รียนเกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงค์ทีกําหนด” 2.2.3 องค์ประกอบของการเรียนการสอน การเรียนการสอนเป็ นกระบวนการของผูเ้ รียนและผูสอน ทีต้องเกียวข้องสัมพันธ์กัน ้ จึงต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ซึงนักการศึกษาหลายท่านให้ทรรศนะไว้ สุพิน บุ ญชูว งศ์15 กล่าวถึ ง องค์ประกอบของการสอนไว้ ประการ ได้แก่ ครู นักเรียนและสิงทีสอน สรุปได้ดงนี ั . ครู เป็ นองค์ประกอบที ขาดไม่ ไ ด้ บุ ค ลิก ภาพและความสามารถของผูสอนที มี ้ อิทธิพลต่อการเรียนรูของผูเ้ รียน ผูสอนควรมีบุคลิกภาพทีดีและรูจกเลือกใช้วธีสอนทีเหมาะสมเพือ ้ ้ ้ั ิ ส่งเสริมให้ผเู้ รียนประสบผลสําเร็จในการเรียนรู ้ . นั ก เรีย นหรือ ผูเรีย น เป็ นองค์ประกอบที สําคัญเท่ากับผูสอน ความสําเร็จ ใน ้ ้ การศึ กษาเป็ นเปาหมายทีสําคัญของผูเ้ รียน ผูสอนจึง ควรเป็ นผูแนะแนว แนะนํา และจัดมวล ้ ้ ้ ประสบการณ์ให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรูได้มากทีสุด ้ . สิงทีจะสอน ได้แก่ เนื อหาวิชาต่าง ๆ ครูจะต้องจัดเนื อหาให้มีความสัมพันธ์กัน น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย ระดับชนชันและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของการเรียนการสอน ลําพอง บุญช่วย16 กล่าวถึงองค์ประกอบของการเรียนการสอนไว้ ประการพร้อมทัง แสดงแผนภูมิประกอบไว้ดงนี ั . ครูผสอน ู้ . ผูเ้ รียน . หลักสูตร . วิธีสอน . วัตถุประสงค์ของการเรียน . สือการสอน 12 ธีระ รุญเจริญ. การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา. (กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช,2525) หน้า 3 13 อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 2 14 สุพน บุญชูวงศ์. เรืองเดียวกัน,หน้า 3 ิ 15 เรืองเดียวกัน,หน้า 4 16 ลําพอง บุญช่วย. การสอนเชิ งระบบ. (ปทุมธานี: วิทยาลัยครูเพชรบุรวทยาลังกรณ์, 2530) หน้า 1 ีิ
  • 19.
    11 . การประเมินผล ซึงองค์ประกอบเหล่านี จะสัมพันธ์เกียวข้องกัน ดังแสดงในแผนภูมิ วิธีสอน ครู วัตถุประสงค์ การฝึ กประเมิน หลักสู ตร ผู้เรียน สื อการสอน ภาพที 2.2 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของการเรียนการสอน อาภรณ์ ใจเทียง17 วิเคราะห์และแยกย่อยเป็ นองค์ประกอบของการเรียนการสอนเป็ น 2 ด้าน ได้แก่ . ด้านองค์ประกอบย่อย หมายถึง องค์ประกอบด้านโครงสร้างทีมาประกอบกันเป็ น การสอน อันประกอบด้วย . ครู หรือผูสอนหรือวิทยากร ้ . นักเรียน หรือผูเ้ รียน . หลักสูตร หรือสิงทีจะสอน . องค์ประกอบย่อย หมายถึง องค์ประกอบด้านรายละเอียดของการสอนซึงจะต้อง ประกอบด้วยกระบวนการเหล่านี จึงจะเป็ นการสอนทีสมบูรณ์ ได้แก่ 2.1 การตังจุดประสงค์การสอน 2.2 การกําหนดเนื อหา 2.3 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 2.4 การใช้สือการสอน 2.5 การวัดผลและประเมินผล ซึงองค์ประกอบของการเรีย นการสอนทังองค์ประกอบรวมและองค์ประกอบย่อ ยนั น เมื อพิจ ารณาแล้ว จะเห็ น ว่า องค์ประกอบรวมเป็ นส่ว นสร้า งให้เ กิ ด การเรีย นการสอน ส่ว น 17 อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 6
  • 20.
    12 องค์ประกอบย่อยเป็ นส่วนเสริมให้การเรียนการสอนมีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและมีคุณค่า แก่ผเู้รียนมาก นอกจากนัน กฤษณา ศักดิศรี18 ยังกล่าวถึงองค์ประกอบสําคัญของการเรียนการสอน ทีเกียวกับผูเ้ รียนไว้อย่างชัดเจนว่า การเรียนการสอนจะบรรลุเปาหมาย ก็ตองอาศัยองค์ประกอบ ้ ้ จากผูเ้ รียน หรือองค์ประกอบของการเกิด “การเรียนรู”้ ซึงมีหลายประเด็น ดังนี . แรงขับ (Drive) มี ประเภท คือ แรงขับปฐมภูมิ (Primary Drive) เช่น ความหิวกระหาย แรงขับทุติยภูมิ (Secondary Drive) เป็ นเรืองของความต้องการทางจิตใจและ สัง คม เช่น ความวิ ต กกัง วล ความต้อ งการความรัก ความปลอดภัย ฯลฯ แรงขับทังสอง ประเภท มีผลให้เกิดปฏิกิริยา อันจะนําไปสูการเรียนรู ้ ่ . สิ งเร้า (Stimulus) เป็ นตัว การทํ า ให้บุ ค คลมี ป ฏิ กิ ริ ย าโต้ต อบออกมาเป็ น ตัวกําหนดพฤติกรรมว่าจะแสดงอาการตอบสนองออกมาในลักษณะใด สิงเร้าอาจเป็ นเหตุการณ์ หรือวัตถุ และอาจเกิดภายในหรือภายนอกร่างกายก็ได้ เช่น เสียงนาฬิกาปลุกเร้าให้ตืน กําหนดวัน สอบเร้าให้เตรียมตัวสอบ . อาการตอบสนอง (Response) คื อ พฤติ ก รรมที แสดงออกมาเมื อได้รับการ กระตุนจากสิงเร้า หรือพูดว่า คือผลทางพฤติกรรมของสิงเร้า เป็ นการกระทําของร่างกายและอาจ ้ เป็ นได้ชดหรือไม่ชดก็ได้ ซึงมักจะเกิดตามหลังสิงเร้าเสมอ ั ั . สิงเสริมแรง (Reinforcement) คือสิงทีมาเพิมกําลังให้เกิดการเชือมโยงระหว่างสิง เร้ากับอาการตอบสนอง เช่นรางวัล การทําโทษ ซึงมีผลต่อการเรียนรูมาก อาจแบ่งสิงเสริมแรงออก ้ ได้เป็ น ประเภท คือ . สิงเสริมแรงปฐมภูมิ เป็ นสิงเสริมแรงทีเกิดขึนตามธรรมชาติและบําบัดความ ต้องการ หรือลดแรงขับโดยตรง เช่น อาหารเป็ นสิงเสริมแรงแก่บุคคลทีกําลังหิว . สิงเสริมแรงทุติยภูมิ เช่น เงิน ชือเสียง เมือพิจารณาจากองค์ประกอบของการเกิดการเรียนรูขางต้น ยังสามารถกล่าวเพิมเติม ้้ เกียวกับองค์ประกอบทีจะช่วยให้เกิดการเรียนรูได้ดีอีก คือ ้ . วุฒิภาวะ (Readiness) หมายถึง ความเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคมของผูเ้ รียน . ความพร้อม (Readiness) หมายถึง ความพร้อมในวุฒิภาวะ หรือความสามารถใน การรับประสบการณ์หรือสิงทีจะเรียนรู ้ . ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Differences) หมายถึง ความสามารถ เฉพาะบุคคลซึงมีความแตกต่างกันไป . การฝึ กหัด (Exercise) หมายถึง การทําซําๆ หลายๆ ครังเพือให้เกิดความชํานาญ . ผลลัพธ์ (Effect) หมายถึง ผลย้อ นกลับที ผูเ้ รีย นทราบผลทางการเรีย น ผูสอน ้ ทราบผลความก้าวหน้า จะทําให้เกิดความพึงพอใจทุกฝ่ าย 18 กฤษณา ศักดิศรี. จิตวิทยาการศึกษา.(กรุงเทพมหานคร: บํารุงสาสน์,2530) หน้า 481
  • 21.
    13 2.2.4 ระบบการเรียนการสอน การทํากิจกรรมหรืองานใด ๆ ก็ตาม ถ้าทําอย่างมีระบบ ก็จะช่วยให้ทาได้อย่างสะดวก ํ ทําได้สําเร็จ เรีย บร้อ ยอย่างมี ประสิทธิ ภาพ การมี ระบบก็ คื อ การทําหน้าที หรือ จัด ไว้อ ย่างเป็ น ระเบี ย บของส่ว นประกอบต่าง ๆ ในระบบนั น ๆ มีค วามสัม พัน ธ์หรือ เสริม กัน เพือให้บรรลุ เปาหมายทีได้กาหนดไว้ ซึงจําเป็ นทีผูทาหน้าทีสอนจะต้องพัฒนาการสอนของตนอยูเสมอ ในการ ้ ํ ้ ํ ่ พัฒนาการสอนจําเป็ นต้องจัดการเรียนการสอนของตนอยูเสมอ ่ 19 ทิศนา แขมมณี ได้กล่าวถึง องค์ประกอบของระบบว่ามีองค์ประกอบดังนี . ตัวปอน (Input) คือองค์ประกอบต่างๆ ของระบบนันหรืออีกนัยหนึ งก็คือสิงต่างๆ ้ ทีเกียวข้องกับระบบนัน องค์ประกอบต่างๆ ของระบบใดระบบหนึ งจะมีจานวนและความสําคัญมาก ํ น้อยเพียงใด มักขึนอยูกบความรู ้ ความคิด และประสบการณ์ของผูจดระบบ ่ ั ้ั . กระบวนการ(Process) หมายถึงการจัดความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ ของ ระบบ ให้มี ลัก ษณะทีเอื ออํานวยต่ อการบรรลุเปาหมาย ระบบใดระบบหนึ งอาจมี อ งค์ประกอบ ้ เหมือนกัน แต่อาจมีลกษณะของการจัดความสัมพันธ์แตกต่างกันได้ แล้วแต่ความคิด ความรู ้ และ ั ประสบการณ์ของผูจดระบบ ้ั . ผลผลิต (Product) ผลผลิต คือผลทีเกิดขึนจากกระบวนการดําเนิ นงาน หากผลที เกิด ขึน เป็ นไปตามเปาหมายที กําหนดไว้ แสดงว่า ระบบนั นมี ประสิทธิภาพ หากผลที เกิ ดขึนไม่ ้ เป็ นไปตามที คาดหวัง แสดงว่ า ระบบนั นยัง มี จุ ด บกพร่อ ง ควรที จะพิ จ ารณาแก้ไ ขปรับ ปรุ ง กระบวนการหรือตัวปอนซึงเป็ นเหตุให้เกิดผลนัน ้ ส่วนประกอบทัง ส่วนนี ถือว่าเป็ นส่วนประกอบเบืองต้นของระบบ ระบบทีสมบูรณ์ ควรจะมีสวนสําคัญเพิมขึนอีก ส่วน คือ ่ . กลไกควบคุ ม (Control) คือ กลไกหรือวิธีการทีใช้ในการควบคุมหรือตรวจสอบ กระบวนการให้เป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ . ข้อมูลปอนกลับ (Feedback) หมายถึงข้อมูลทีได้จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ้ ระหว่างผลผลิตกับจุดมุ่งหมายซึงจะเป็ นข้อมูลปอนกลับไปสู่การปรับปรุงกระบวนการและตัวปอน ้ ้ ซึงสัมพันธ์กบผลผลิตและเปาหมายนัน ั ้ 19 ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน.พิมพ์ครังที 4. (กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.2548).หน้า 199-200.
  • 22.
    14 ระบบทีสมบูรณ์แบบ จึงมีลกษณะดังนี ั กลไกควบคุม ตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต ข้อมูลป้อนกลับเพือ ปรับปรุงแก้ไข ภาพที 2.3 แสดงองค์ประกอบของระบบทีสมบูรณ์ ดังนัน หากนําองค์ประกอบของระบบข้างต้นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการสอน ก็จะ ได้องค์ประกอบการจัดการสอนดังนี ตัวปอน ้ กระบวนการ ผลผลิต ท ผูสอน ้ - การดําเนิ นการสอน ผลการเรียนรู ้ - การตรวจสอบและเสริมพืนฐาน - ด้านพุทธิ พิสัย ท ผูเ้ รียน - การสร้างความพร้อมในการ - ด้านจิตพิสัย ท หลักสูตร เรียน - ด้านทักษะพิสัย ท สิงอํานวยความสะดวก - การใช้เทคนิ คการสอนต่าง ๆ การติดตามประเมินผลและปรับปรุง ภาพที .4 แสดงระบบการเรียนการสอน ทีมา : นํ ามาจาก บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. (กรุงเทพฯ :สุวีริยาส์น, ,) หน้า . หากพิจารณาเนื อหาเกียวกับระบบกาเรียนการสอนทีนักวิชาการพยายามนําเอาวิธีคิดเชิง ระบบมาประยุกต์ใช้ก็พอจะอธิบายความหมายของระบบการเรียนการสอนได้ดงนีั 20 สงัด อุทรานันท์ กล่าวว่า “ระบบการเรียนการสอน คือ การจัดองค์ประกอบของการ เรียนการสอนให้มีความสัมพันธ์กน เพือสะดวกต่อการนําไปสูจุดหมายปลายทางของการเรียนการ ั ่ สอนทีได้กาหนดไว้” ํ 20 สงัด อุทรานันท์. เรืองเดียวกัน,หน้า 5
  • 23.
    15 สรุปแล้วระบบการเรียนการสอน หมายถึง การจัดองค์ประกอบหรือรูปแบบของการเรียน การสอนให้สมพันธ์กน เพือให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุตามจุดหมายปลายทางของ ั ั การเรียนการสอนทีกําหนดไว้ บุญชม ศรีสะอาด21 ได้นําเอาวิธีการเชิงระบบตามตัวแบบข้างต้นมาอธิบายขันตอนของ ระบบการเรียนการสอนไว้ดงนี ั ตัวปอน (Input) ้ ตัวปอน หรือปั จจัยนําเข้าระบบ คือส่วนประกอบต่าง ๆ ทีนําเข้าสู่ระบบ ได้แก่ ผูสอน ้ ้ ผูเ้ รียน หลักสูตร สิงอํานวยความสะดวก ผูสอน หรือ ครู เป็ นองค์ประกอบสําคัญที จะทําให้ก ารเรีย นการสอนบรรลุผลตาม ้ วัต ถุ ป ระสงค์ ซึ งขึ น อยู่กับคุ ณ ลัก ษณะหลายประการได้แก่ คุ ณลัก ษณะด้านพุทธิ พิ สัย เช่น ความรูความสามารถ ความรูจาแนกเป็ นความรูในเนื อหาสาระทีสอน ความรูในเทคนิ คการสอน ้ ้ํ ้ ้ ต่าง ๆ ความรูในสภาวะแวดล้อมอืน ๆ ขึนอยูกบคุณลักษณะด้านจิตพิสย เช่น ความตังใจในการ ้ ่ ั ั สอน ฯลฯ ผูเ รีย น ผู้เรี ย นเป็ นองค์ป ระกอบที สํา คัญที สุ ด ในระบบการเรีย นการสอน ซึ งจะ ้ บรรลุผลสําเร็จได้ย่อ มขึน อยู่กับคุณลักษณะของผูเ้ รียนหลายประการ เช่น ความถนั ด ความรู ้ พืน ฐานเดิ ม ความพร้อ ม ความสนใจและความพากเพีย รในการเรีย น ทัก ษะในการเรีย นรู ้ ความสามารถในการเข้าใจสิงทีเรียน ฯลฯ หลักสูตร หลักสูตรเป็ นองค์ประกอบหลักทีจะทําให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู ้ หลักสูต ร ประกอบด้วยองค์ประกอบพืนฐาน ประการ คือ วัตถุประสงค์การเรียนรู ้ เนื อหาสาระทีเรียน กิจกรรมการเรียนการสอน (รวมวิธีสอนและสือการเรียนการสอน) และการประเมินผล สิงอํานวยความสะดวก อาจเรียกอีกอย่างว่า “สิงแวดล้อมการเรียน” เช่น ห้องเรียน หรือสถานทีเรียน ซึงประกอบด้วย โต๊ะ เก้าอี แสงสว่าง อุณหภูมิ กระดานดํา ฯลฯ กระบวนการ (Process) กระบวนการในระบบการเรียนการสอนก็คือการดําเนิ นการสอนซึงเป็ นการนําเอาตัว ปอน ซึงเป็ นวัตถุดิบในระบบมาดําเนิ นการเพือให้เกิดผลผลิตตามทีต้องการ ในการดําเนิ นการ ้ สอนอาจมีกิจกรรมต่าง ๆ หลายกิจกรรม ได้แก่ การตรวจสอบและเสริมพืนฐาน การสร้างความ พร้อมในการเรียน การใช้เทคนิ คการสอนต่าง ๆ ในการใช้กิจกรรม การตรวจสอบและพืนฐาน เป็ นกิจกรรมทีทําให้ผสอนรูจกผูเ้ รียน และได้ขอสนเทศที ู้ ้ั ้ นํามาใช้ชวยเหลือผูเ้ รียนทียังขาดพืนฐานทีจําเป็ นก่อนเรียน ให้ได้มีพืนฐานทีพร้อมทีจะเรียนโดย ่ ไม่มีปัญหา ใด ๆ ซึงถ้าหากไม่ได้รบการช่วยเหลือดังกล่าว ผูเ้ รียนอาจเรียนไม่รูเ้ รืองทําให้ขาด ั ความสนใจในการเรียนเรืองนัน และประสบการณ์ลมเหลวในการเรียน ส่งผลในการเรียนในเรือง ้ ต่อ ๆ มามีปัญหาโดยตลอด การตรวจสอบ อาจทําได้โดยการซักถามให้ผเู้ รียนคิดตอบ คําถาม ทีใช้ถามจะเป็ นเรืองทีเป็ นพืนฐานสําคัญต่อการเรียนในเรืองทีจะดําเนิ นการสอนแต่วิธีทีดีกว่านี คือ 21 บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. (กรุงเทพฯ : สุวรยาส์น, ีิ ), หน้า 6-9.
  • 24.
    16 ใช้แบบทดสอบวัดความรูพนฐานของผูเ้ รียนทุกคนแล้วทําการเสริมพืนฐานสําหรับผูทีมีปัญหา ซึงมี ้ ื ้ หลายวิ ธี วิ ธีทีง่ ายและใช้เวลาไม่ ม ากนั ก ก็ คื อ การเฉลยคําตอบของข้อ สอบทุ ก ข้อ โดยใช้วิ ธี อภิปรายและซักถามคําตอบจากผูเ้ รียน การตรวจสอบและเสริมพืนฐานและทําครังเดียวในชัวโมง แรกทีพบผูเ้ รียน การสร้างความพร้อมในการเรียน เมือเริมชัวโมงเรียน โดยทัวไปแล้ว จะมีผูเ้ รียนที ยังไม่พร้อมทีจะเรียน เช่น พูดคุยกัน คิดถึงเรืองอืนๆ ทีไม่เกียวกับวิชาทีเรียน ฯลฯ ถ้าผูสอน ้ เริมบรรยายไปเรือยๆ อาจไม่ได้ผลตามทีต้องการโดยเฉพาะในช่วงต้นชัวโมงนัน จึงควรดึงความ สนใจของผูเ้ รียนให้เข้าสูการเรียนโดยเร็ว ซึงทําได้หลายวิธี เช่น ่ - ใช้คําถาม ถามนําให้ผูเ้ รียนคิด ตอบ โดยถามในเรืองทีเกี ยวกับการเรียนเรืองนั น ถาม เหตุการณ์ปัจจุบน ข่าว ถามให้ระลึกถึงสิงทีเรียนไปแล้วในชัวโมงก่อน ฯลฯ ั - ใช้โสตทัศนูปกรณ์ชวยเร้าความสนใจ เช่น ให้ฟังเทป ให้ดูวีดิทัศน์ ภาพ แผนภูมิของ ่ จริงฯลฯ - ยกเรืองทีเกียวข้องทีน่าสนใจมาเล่านําเข้าสูบทเรียน ่ ในการสร้างความพร้อมไม่ควรใช้เวลามากเกินไป น่ าจะใช้เวลาไม่เกิน นาที และ ทําทุกครังทีสอน เมือพบว่าผูเ้ รียนยังไม่พร้อม หรือเห็นว่าทําแล้วจะบังเกิดผลดีขน ึ การใช้เทคนิคการสอนต่างๆ วิธีสอนแต่ละวิธีหรือรูปแบบการสอนแต่ละรูปแบบจะ มีกิจกรรมต่าง ๆ แตกต่างกันไป บางวิธีจะมีกิจกรรมเดียว บางวิธีมีหลายกิจกรรม ผูสอนควร ้ พิจารณากิจกรรมต่างๆ ทีจะเสริมกับวิธีสอน ผลผลิต (Output) ผลผลิตคือผลทีเกิดขึนในระบบซึงเป็ นเปาหมายปลายทางของระบบ สําหรับระบบการ ้ เรียนการสอนผลผลิตทีต้องการก็คือการเปลียนแปลงของผูเ้ รียนไปในทางทีพึงประสงค์ เป็ นการ พัฒนาทีดีในด้านพุทธพิสย(Cognitive) จิตพิสย (Effective) และทักษะพิสย (Psychomotor) ั ั ั ผลด้านพุทธิพิสย ก็คือผูเ้ รียนเกิดความรู ้ ความเข้าใจในเนื อหาสาระทีเรียน สามารถ ั คิดเปรียบเทียบโยงความสัมพันธ์หรือทีเรียกว่าคิดวิเคราะห์ สามารถนําความรูทีได้ไปใช้ประโยชน์ ้ สามารถใช้วิจารณญาณตัดสินลงสรุปชีขาด ประเมินค่าได้ สามารถคิดริเริมสร้างสรรค์ให้มีสิงใหม่ เกิดขึนได้ เป็ นต้น ผลด้านจิตพิสย ก็คือผูเ้ รียนเกิดเจตคติทีดีทีเหมาะสม เช่น มีเจตคติทีดีต่อการเรียน ั ต่อ วิ ชาเรีย น ต่อ เพือนๆ ต่ อ ชุม ชน ต่อ ประเทศชาติ เป็ นต้น มี ค วามสนใจในสิงที เรีย น มี ค่านิ ยมทีเหมาะสม เป็ นต้น ผลด้า นทัก ษะพิ สัย ก็ คื อ ผู้เ รี ย นมี ค วามคล่อ งแคล่ว ชํา นิ ชํา นาญ ในทางการ เคลือนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การใช้มือ ใช้สายตา ฯลฯ ทักษะด้านพิมพ์ดีด เล่น ดนตรี เล่น กี ฬา ทัก ษะในการสร้างผลผลิต ด้านศิลปะ หัตถกรรม การช่าง อุ ตสาหกรรม การเกษตร เป็ นต้น
  • 25.
    17 การติดตาม ประเมินผล และปรับปรุง เพื อให้ก ารเรี ย นการสอนบรรลุ ผ ลอย่า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ผู้ส อนจะต้อ งพิ จ ารณา องค์ประกอบ ต่าง ๆ ทังหมดในระบบ โดยพิจารณาผลผลิตว่าได้ผลเป็ นไปดังทีมุ่งหวังไว้หรือไม่ มีจุดบกพร่องในส่วนใดทีจะต้องแก้ไข ปรับปรุง ได้มี นั ก วิ ช าการจํา นวนมากพยายามออกแบบระบบการเรี ย นการสอนเพื อนํ า ไป พัฒนาการเรียนการสอนจริง ซึงในทีนี ผูวิจัยขอนําเสนอระบบการเรียนการสอนของนักวิชาการที ้ คาดว่าจะเหมาะสมในการประกอบการวิจย ั ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ (Glaser)22 ระบบของเกลเซอร์ (Glaser, 1965) มีความคล้ายคลึงกับระบบของไทเลอร์มาก แต่มี องค์ประกอบมากกว่า คือ ( ก) จุดประสงค์ของการสอน (ข) การประเมินสถานะของผูเ้ รียนก่อน สอน (ค) การจัดกระบวนการเรียนการสอน (ง) การประเมินผลการเรียนการสอน และ (จ) ข้อมูลปอนกลับ ้ ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ มีลกษณะดังแสดงในแผนภาพที . ดังต่อไปนี ั จุดประสงค์ของการสอน การประเมินสถานะของผูเ้ รียนก่อนสอน ข้อมูลปอนกลับ ้ การจัดกระบวนการเรียนการสอน การประเมินผล ภาพที .5 ระบบการเรียนการสอนของเกลเซอร์ (Glaser, 1965) 22 ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน.พิมพ์ครังที 4. (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.2548).หน้า 206.
  • 26.
    18 ระบบการเรียนการสอนของเกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Dly)23 ั เกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Ely, 1971) ได้จดขันตอนสําคัญๆ ของการจัดการ ั ั เรียนการสอนไว้ ส่วนด้วยกันคือ ( ) การกําหนดวัตถุประสงค์ ( ) การเลือกเนื อหาวิชา ( ) การประเมินพฤติกรรมก่อนการเรียน ( ) การดําเนิ นการสอนซึงครอบคลุมการพิจารณากลวิธีการ สอน การจัดกลุมผูเ้ รียน การจัดห้องเรียน การจัดเวลาเรียน และการเลือกแหล่งวิทยากร ( ) ่ การประเมินผลการเรียน และ ( ) การวิเคราะห์ขอมูลเพือปอนกลับไปใช้ในการปรับปรุงส่ว น ้ ้ ต่างๆ ของระบบ การกําหนด การเลือก ยุทธวิธในการ ี การจัดกลุ่ม การประเมิน พฤติกรรม ผูเ้ รียน การประเมินผล การจัดเวลาเรียน การเรียน ก่อนการเรียน การจัดห้องเรียน การกําหนด การเลือก วัตถุประสงค์ แหล่งวิทยากร การวิเคราะห์ ข้อมูลป้อนกลับ ภาพที .6 ระบบการเรียนการสอนของเกอร์ลคและอีลาย (Gerlach and Dly) ั 2.2.5 หลักการพืนฐานของการเรียนการสอน การเรียนการสอนมีผสอนและผูเ้ รียนเป็ นองค์ประกอบสําคัญดังกล่าวแต่ในองค์ประกอบ ู้ นัน ก็ ย่อ มมีค วามแตกต่างระหว่างบุ คคลและกิจกรรมที จัด ขึนมา ดังนัน การดําเนิ นงานเพือ จัดการเรียนการสอน จึงจําเป็ นต้องมีหลักการพืนฐานเป็ นเครืองกําหนดทิศทาง เพือให้การเรียน การสอนดําเนิ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเปาหมายทีหลักสูตรต้องการ ้ 24 ชัย ยงค์ พรหมวงศ์ กล่า วถึ ง หลัก การพืน ฐานในการจัด การเรี ย นการสอนไว้ ประการใหญ่ ดังนี . หลักการเตรียมความพร้อมพืนฐาน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมทีจะทําให้การ เรียนการสอนมีคุณภาพ ได้แก่ การมีความรูในเนื อหาวิชาทีสอนดี การมีทักษะการสอนดี และมี ้ ความรูเ้ กียวกับหลักสูตรทีจะสอนอย่างดี 23 เรือเดียวกัน,หน้า 208. 24 ชัยยงค์ พรหมวงศ์. หน่ วยที 1 การสอนในฐานะวิ ทยาการ. เอกสารการสอนชุดวิ ชาวิ ทยาการการสอน หน่ วยที 1-7. (กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์,2525) หน้า 35
  • 27.
    19 นอกจากนัน สุพิน บุญชูวงศ์25 ยังเสนอว่า ผูสอนควรมีความรูเ้ รืองปรัชญาการศึกษา ้ ซึงสรุปแนวความคิดของปรัชญาการศึกษาได้ แนวคิด ดังนี ) ปรัชญาสาระนิยม เป็ นปรัชญาการศึกษาทีมุ่งเน้นการถ่ายทอดเนื อหาวิชาเป็ นแก่น เป็ นหลักของความรู ้ ในด้านทักษะก็มุ่งฝึ กทักษะทีจําเป็ นต่อการแสวงหาความรู ้ การเรียนการสอน จะเน้นผูสอนเป็ นจุดศูนย์กลาง โดยใช้วิธีสอนทีจะทําให้การถ่ายทอดวิชาการเป็ นไปอย่างมีระเบียบ ้ การวัดผลจะวัดความสามารถทางวิชาการเป็ นสําคัญ ) ปรัชญาสัจจนิยม มีแนวความคิดคล้ายปรัชญาสาระนิ ยม แต่เน้นการใช้ความคิด อย่างมีเหตุผล มากกว่าการยอมรับด้วยความศรัทธาแบบปรัชญาสาระนิ ยม ด้านการเรียนการ สอนจะใช้วิธีสอนทีมุ่งให้ผเู้ รียนเรียนด้วยการทดลอง พิสจน์และปฏิบติมากขึน ไม่ใช่เรียนจากการ ู ั ท่องจําหรือฟั งคําบรรยายอย่างเดียว ) ปรัชญาพิพฒนาการนิยม เป็ นปรัชญาทีนําแนวคือทางจิตวิทยามาใช้ประกอบการ ั เรียนการสอนมากขึน โดยคํานึ งถึงการพัฒนาบุคคลทุกด้าน และคํานึ งถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล การสอนมุ่งให้ผเู้ รียนเรียนด้วยการปฏิบัติดวยตนเอง โดยผูสอนเป็ นผูชีแนะแนวทางหรือ ้ ้ ้ จัดสถานการณ์ ) ปรัชญาปฏิรูปนิยม เป็ นแนวคิดคล้ายปรัชญาพิพฒนาการนิ ยม แต่มีจุดมุ่งหมาย ั ของการเรียนการสอนทีกว้างไกลกว่า ไม่มุ่งพัฒนาตัวผูเ้ รียนเท่านัน แต่พฒนาให้สอดคล้องกับ ั ความจําเป็ นและความต้องการของสังคม มุ่งปฏิรปสังคมให้เป็ นสังคมแบบประชาธิปไตย ู ) ปรัชญาสวภาพนิยม ปรัชญานี มุ่งให้อิสระทางแนวคิดและการตัดสินใจแก่ผูเ้ รียน เพือให้ผูเรีย นสามารถปรับตัว ให้เข้ากับสภาวะของสัง คมที เปลียนแปลงอยู่ต ลอดเวลา ถื อ ว่า ้ เนื อหาวิชามิใช่สิงสําคัญ เป็ นเพียงเครืองมือทีจะช่วยพัฒนาผูเ้ รียนเท่านัน ส่วนการเรียนการสอน ยึดตามแนวปรัชญาพิพฒนาการนิ ยมและปฏิรปนิ ยม ั ู . หลักการวางแผนและการเตรียมการสอน เป็ นการดําเนิ นการเกียวกับการเรียน การสอนซึงต้องให้เกิดคุณภาพสูงสุด ผูสอนจึงควรวางแผนและเตรียมการตามหลักการสําคัญ ้ ประการ ดังนี ) ต้องเขียนแผนการสอนทีครอบคลุมชือเรืองทีจะสอน หัวเรือง กําหนดความคิ ด รวบยอด จุดประสงค์ กิจกรรมการเรียน สือการสอนและการประเมินผล ) ต้องการวางแผนผลิตหรือจัดหาสาระทีจะสอน ตามหัวเรืองและความคิดรวบยอด จุดประสงค์ทีได้กาหนดไว้ในแผนการสอน ํ ) ต้องมีการวางแผนผลิตหรือจัดหาสือการสอนเพือใช้ในกิจกรรมตามทีกําหนดไว้ใน แผนการสอน ) ต้องเตรียมแบบทดสอบสําหรับให้ผเู้ รียนทําแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน 25 สุพน บุญชูวงศ์. เรืองเดียวกัน,หน้า 4 ิ
  • 28.
    20 ) ต้อง “ซ้อม” สอนเพือจัดลําดับขันการสอนให้ตนเองแน่ใจว่าจะสอนผูเ้ รียนได้ดี และ มีประสิทธิภาพ 3. หลัก การใช้จิต วิทยาการเรีย นรู ้ เป็ นการนํ าเอาทฤษฎีต่ าง ๆ ในศาสตร์หลัก จิตวิทยาการเรียนรูมาใช้ และช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพือจะช่วยสร้างสภาพการณ์ ้ หรือประสบการณ์ทีเอือให้ผเู้ รียนเกิดการเปลียนแปลงพฤติกรรม หรือเกิดการเรียนรูทีดีขน ้ ึ พรรณี ช. เจนจิต26 กล่าวถึง ทฤษฎีการเรียนรูทีเกียวข้องกับการเรียนการสอนไว้ดงนี ้ ั ) ทฤษฎี พ ฤติ ก รรม (Behaviorism) ทฤษฎี นี มี ค วามเชื อว่ า พฤติ ก รรมและ ปฏิกิริยาตอบสนองของคนเรานันเกิดขึนเนื องจากสิงเร้า ฉะนันการสอนจึงจําเป็ นจะต้องใช้อุปกรณ์ การสอนและการวางเงือนไขต่าง ๆ ของผูเ้ รียน ให้ผเู้ รียนเกิดความสนใจ ตังใจเรียน และแสดง พฤติกรรมต่าง ๆ ตามทีเราต้องการ เช่น ผูสอนให้รางวัล ได้แก่ คะแนนเป็ นเงือนไขกระตุนให้ ้ ้ ผูเ้ รียนสนใจตังใจ ขยันหมันเพียรในการเรียนการทํางานและการปฏิบติตนให้ดี ั ) ทฤษฎีมนุษยนิยม (Humanism) ทฤษฎีนีเชือว่า เราจะเกิดการเรียนรูและพัฒนา ้ ตนเองไปสูจุดหมายสูงสุดได้เมือบุคคลนันมีเสรีภาพ จากหลักนี จึงทําให้จัดการเรียนการสอนเน้น ่ การให้ผเู้ รียนเป็ นศูนย์กลาง ครูไม่ใช่ผสอนโดยตรง แต่เป็ นผูอานวยความสะดวก จัดสภาพการณ์ที ู้ ้ํ เหมาะสม เพือให้ผเู้ รียนสามารถเกิดการเรียนรูได้โดยด้วยตนเอง ้ ) ทฤษฎี พัฒ นาการทางสติ ปั ญญา (Cognitivism) ทฤษฎีนี มี ค วามคิ ด ว่า เด็ ก สามารถทีจะคิด อย่างมีเหตุ ผลกับสิงที เป็ นนามธรรม สามารถตังสมมติฐ านอย่างสมเหตุ สมผล และสามารถทีจะตังกฎเกณฑ์และแก้ปัญหา ดังนันวิธีการสอนทีดีทีสุดคือ เด็กควรจะได้รบเลือก ั ประสบการณ์เรียนเอง การจัดการเรียนการสอนจึงจัดให้มีศนย์กิจกรรมต่าง ๆ เปิ ดโอกาสให้เด็ก ู ได้มีโอกาสเลือกหาวิธีทีดี คือ เปิ ดโอกาสให้เด็กได้อธิบายเกี ยวกับความคิดนัน ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิงในสิงทีเป็ นนามธรรม ซึงจะช่วยให้ครูเข้าใจความคิดต่าง ๆ ของเด็กได้ดี นอกจากนัน อารี สัณหฉวี27 กล่าวไว้ในทีประชุมสัมมนาการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพ ว่าสถานการณ์การเรียนรู ้ อีก ประการที ช่วยให้ผูเ้ รียนซึงเป็ นองค์ประกอบที สําคัญเกิดการ เรียนรูได้ดี คือ ้ ) หลักการของการมีส่วนร่วม (Active Participation) หมายถึง ผูเ้ รียนจะเกิดการ เรียนรูได้ดีมีประสิทธิภาพ หากได้รบประสบการณ์ตรงโดยมีสวนร่วม ได้กระทํากิจกรรมด้วยตนเอง ้ ั ่ ) หลักของการเรียนรู ้ (Feedback) หมายถึงการรูผลการเรียน หรือผลการกระทํา ้ ของตนเอง เพือคิดแก้ไข ปรับปรุงผลการกระทําครังต่อไป ) หลักของความสําเร็จ (Reinforcement) หมายถึง การรับทราบความสําเร็จ ทําได้ ถูกต้อง ซึงเปรียบเสมือนรางวัล จะทําให้เกิดแรงจูงใจ เกิดความภาคภูมิใจ ชืนชมในความสําเร็จของ ตนเอง ดังนันกิจกรรมจึงควรคํานึ งถึงความยากง่ายด้วย 26 พรรณี ช. เจนจิต. จิตวิ ทยาการเรียนการสอน.(กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์การพิมพ์,2528) หน้า 96 27 น้อย ลายคราม. การเรียนการสอน.( พิษณุ โลก : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม,2537) หน้า 8
  • 29.
    21 ) หลัก ของการประมาณที ล ะน้อ ย(Gradual Approximation) หรื อ การจัด เป็ น ขันตอนเล็กๆ สันๆ หมายถึงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทีมีขนตอนสัน ๆ ให้เหมาะกับเวลา ั และผูเ้ รียน จะช่วยให้การเรียนรูมีความหมายมากกว่ากิจกรรมทีใช้เวลานาน น่าเบือหน่าย ้ . หลักการประเมินและรายงาน เป็ นกิจกรรมทีกระทําหลังการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน แต่ ผูสอนก็ ต อ งวางแผนไว้ล่ว งหน้า เช่น กัน ซึ งมี หลัก การสําคัญเกี ยวกับการวัด ผล ้ ้ ประเมินผล ประการ ดังนี ) หลัก การกํา หนดจุ ด ประสงค์เ ชิ ง พฤติ ก รรม เป็ นการเขีย นจุ ด ประสงค์ทียึ ด พฤติกรรมทีวัดหรือสังเกตโดยกําหนดเงือนไขและเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ) หลักการสร้างและการใช้เครืองมือประเมิน ผูสอนต้องทราบวิธีการออกข้อสอบ ้ ทังแบบปรนัยและแบบอัตนัย ให้เป็ นข้อสอบทีวัดพฤติกรรมตามเงือนไขและเกณฑ์ทีกําหนดไว้ใน จุดประสงค์ นอกจากนี ยงต้องทราบวิธีการประเมินแบบต่างๆ ด้วย ั ) หลักการตีความหมายรายงานผลการประเมิน เมือผูสอนวัดผล (การเก็บข้อมูล ้ เป็ นตัว เลข) แล้ว ผู้สอนก็ จ ะต้อ งตี ค วามสามารถในการประเมิ น คื อ วิ เ คราะห์ข อ มูล และ ้ ตีความหมาย แล้วรายงานผลให้ผเู้ รียนและผูปกครองทราบ ้ 28 อาภรณ์ ใจเทียง ได้ประมวลหลักการสําคัญของการจัดการเรียนการสอนไว้ ช่วง ดังนี . ก่อนการสอน ผูสอนต้องเตรียมการสอนในหัวข้อต่อไปนี ้ . ศึกษาหลักสูตร คู่มือครู และเอกสารประกอบการสอนต่าง ๆ เพือจัดทํา แผนการสอน . ศึกษาผูเ้ รียนให้ทราบถึงความรูพืนฐาน ประสบการณ์เดิม ความสามารถ ้ ความสนใจ ฯลฯ เพือเป็ นข้อมูลสําหรับการเตรียมการสอน . เขียนแผนการสอนให้มีครบทุกข้อ ได้แก่ ก. จุดประสงค์การสอน ข. เนื อหาสาระสําคัญของบทเรียน ค. วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ง. สือการเรียนการสอน จ. การวัดผลประเมินผล . เตรี ย มสื อการเรี ย นการสอน เอกสารหรื อ ข้อ ทดสอบ ตลอดจนสิ งที เอืออํานวยความสะดวกต่างๆ ไว้ให้พร้อมก่อนเสมอ . ขณะสอน ผูสอนดําเนิ นการสอนโดยคํานึ งถึงข้อต่อไปนี ้ . ให้เป็ นไปตามลําดับขันตอนทีวางไว้ในแผนการสอน . ใช้ทกษะการสอนทีเหมาะสม เช่น การอธิบาย การใช้วาจา กิริยา ท่าทาง ั การเขียนกระดานดํา ฯลฯ 28 อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 10
  • 30.
    22 . ใช้เทคนิ ควิธีสอนทีส่งเสริมการเรียนการเรียนรูของผูเ้ รียน ทําให้ผูเ้ รียนเกิด ้ การเรียนรูได้ดีทีสุด โดยใช้วิธีสอนหลายรูปแบบและดําเนิ นการสอนอย่างเป็ นกระบวนการ ้ . เน้นการให้ผเู้ รียนมีสวนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ได้ลงมือปฏิบติ ่ ั ด้วยตนเอง . ใช้สือการเรียนการสอนทีเหมาะสมสอดคล้อ งกับบทเรียนและส่งเสริมการ เรียนรู ้ . ใช้หลักจิตวิทยาการเรียนรูให้ถกต้อง เช่น การเสริมกําลังใจ การจูงใจ การ ้ ู ฝึ กหัด การให้ง านตามความสามารถ ความถนัดของแต่ ละบุค คล การสอนจากง่ายไปหายาก ฯลฯ . สร้างบรรยากาศส่งเสริมการเรียนรูทงด้านวัตถุและด้านจิตใจ เช่น ห้องเรียน ้ ั สะอาด สว่าง กว้างขวาง ครูผสอนใจดี ไม่เข้มงวดดุดน ฯลฯ ู้ ั . จัดวิธีการวัดผลประเมินผลทีสอดคล้องกับจุดประสงค์ . หลังการสอน ผูสอนควรดําเนิ นการดังนี ้ . พิ จ ารณาผลการเรี ย นการสอนว่า ผู้เ รี ย นเกิ ด การเรี ย นรู ้ บรรลุ ต าม จุดประสงค์ทีกําหนดไว้มากน้อยเพียงใด ถ้ามีเพียงส่วนน้อยทีไม่บรรลุ ควรได้จดสอนซ่อมเสริมให้ ั แต่ถาผูเ้ รียนจํานวนมากทีไม่บรรลุ แสดงว่าการสอนตลอดจนการวางแผนการสอน มีขอบกพร่อง ้ ้ ทีต้องปรับปรุงแก้ไข . ปรับปรุงแก้ไขโดยหาสาเหตุทีเกิดข้อบกพร่อง แล้วแก้ไขจุดบกพร่องนัน หลัก พืน ฐานในการสอนทัง ข้อ นี เป็ นสิงจําเป็ นสําหรับผูสอน ถ้าผูสอนมี ้ ้ หลักการเหล่านี เป็ นพืนฐานและได้ใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติจริง ย่อมช่วยให้การเรียนการสอน ประสบผลสําเร็จได้ดงประสงค์ ั 2.2.6 ลักษณะของการเรียนการสอนทีดี เมือพิจารณาถึงหลักการพืนฐานของการเรียนการสอนจากทีกล่าวมาข้างต้น ผูเ้ ขียนได้ ประมวลมาเป็ นลักษณะการเรียนการสอนทีดี ซึงจากการค้นคว้าผลงานของ สุพิน บุ ญชูวงศ์29 อาภรณ์ ใจเทียง30 กาญจนา บุญรมย์31 และบัญญัติ ชํานาญกิจ32 ได้เนื อหาทีสอดคล้องกัน ดังต่อไปนี . มีการเตรียมการเป็ นอย่างดีครบองค์ประกอบของการเรียนการสอน เช่น การตัง จุดมุ่งหมาย การจัดเนื อหาสาระ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สือ การวัดประเมินผล . มี การจัด กิจ กรรมการเรียนการสอนที สัมพัน ธ์กับวิ ชาอื น ๆ ในหลัก สูตรโดยใช้ กิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทีเหมาะสม 29 สุพน บุญชูวงศ์. เรืองเดียวกัน,หน้า 8 ิ 30 อาภรณ์ ใจเทียง. เรืองเดียวกัน,หน้า 11 31 กาญจนา บุญรมย์.เรืองเดียวกัน,หน้า 6 32 บัญญัติ ชํานาญกิจ.หลักการสอน.(กําแพงเพชร: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎกําแพงเพชร,2536) หน้า 8
  • 31.
    23 . มี ก ารจัด กิ จ กรรมการเรีย นการสอนที ทําให้ผูเ รีย นได้พัฒนาความรู ้ ความคิ ด ้ แก้ปัญหา วิเคราะห์ วิจารณ์และแสวงหาความรูอย่างต่อเนื องมีทกษะกระบวนการ ้ ั . มีการส่งเสริมผูเ้ รียนด้วยการกระทํากิจกรรมด้วยตนเองมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วย ตนเอง มีสวนร่วมในกิจกรรมซึงถือว่าเป็ นประสบการณ์ตรง จะทําให้ผเู้ รียนเกิดความกระตือรือร้น ่ ในการเรียนมากขึน . มีการส่งเสริมให้ผูเ้ รียนได้ทํางานเป็ นกลุ่ม เป็ นการฝึ กให้รูจักทํางานร่วมกับผูอืน ้ ้ ได้แสดงความคิดเห็น แลกเปลียนและยอมรับความคิดเห็นซึงกันและกัน . มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนได้ใช้ความคิดอยูเสมอ โดยการซักถาม ตังปั ญหา ให้แสดง ่ ความคิดเห็น หาเหตุผล คิดเปรียบเทียบ คิดหาความสัมพันธ์ระหว่างสิงต่าง ๆ หรือให้คิดริเริม สร้างสรรค์สิงใหม่ ๆ ไม่ลอกเลียนแบบใคร . มีการจัดกิจกรรมทีเร้าความสนใจ โดยใช้สือการเรียนการสอน ใช้คําถามกระตุน ้ ให้คิด หรือสร้างแรงจูงใจ เช่น การให้รางวัล การชมเชย การสอบ การแข่งขัน การให้คะแนน หรือเครืองหมายแสดงการกระทําดี . มี ก ารจัด กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนที มี บ รรยากาศส่ ง เสริ ม การเรี ย นรู ้ และ บรรยากาศแบบประชาธิปไตย โดยให้ผูเ้ รียนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น การทํางาน ฝึ ก การเป็ นผูนําและผูตาม ฝึ กการทํางานตามระบบกลุม ฝึ กระเบียบวินัยในตนเอง ้ ้ ่ จากลัก ษณะของการเรี ย นการสอนดัง กล่ า ว ในฐานะของบทบาทผู้ส อนซึ งเป็ น ผูดําเนิ น การวางแผนเพือให้ก ารเรียนการสอนเกิ ดประสิทธิ ภาพสูง สุด จึง ควรคํานึ ง ถึ งแนวคิ ด ้ สําคัญเกียวกับ “หลักการสอน” ซึงเป็ นหัวใจของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของทุกระดับชัน ทุกวิชาหรือแม้กระทังการจัดการเรียนการสอนนอกระบบสถาบันการศึกษาก็ตาม
  • 32.
    24 2.2.7 แนวคิดเกียวกับหลักการสอน สุ ภา อัก ษรดิ ษฐ์ 33 และบัญญัติ ชํา นาญกิ จ 34 ได้รวบรวมแนวความคิ ด เกี ยวกับ หลักการสอนของนักการศึกษาไว้และสามารถจัดเข้าตารางเปรียบเทียบได้ดงนีั พระพุทธ Herbert Percival แนวคิดเกียวกับหลักการสอน T.Remon เจ้า Spenser When สอนจากสิงทีรูแล้วไปยังสิงทีไม่รู ้ ้ / / / / สอนจากรูปธรรมไปหานามธรรม / / / สอนจากสิงทีเข้าใจง่ายไปหาสิงทีเข้าใจยาก / / สอนจากสิงทีมีตวตนไปหาสิงทีไม่มีตวตน ั ั / / สอนจากสิงทีเข้าใจง่ายไปหาสิงทีซับซ้อน / / สอนจากสิงทีไม่แน่ นอนไปหาสิงทีแน่ นอน / / สอนให้เป็ นไปตามธรรมชาติ / / สอนจากสิงทีผูเ้ รียนได้พบเห็นเองไปหาเหตุผล / / สอนจากวิธีวิเคราะห์ไปหาวิธีสังเคราะห์ / สอนจากสิงจําเพาะไปหาสิงทัวไป / สอนโดยวิธีใช้เหตุผลให้เหมาะสมกับจิตใจของเด็ก / สอนให้ผ่านประสาทสัมผัสทังห้า / / สอนให้รจกใช้ความสังเกต ู้ ั / สอนให้เรียนจาการกระทํา / โดยวิธีอุปมาน / สอนโดยให้สนุ กและน่ าสนใจ / สอนโดยวิธีส่งเสริมให้ผเู้ รียนเรียนด้วยตนเอง / สอนโดยศึกษาพืนฐานของบุคคลทีจะสอน / สอนโดยเลือกธรรมะทีเหมาะกับผูเ้ รียน / สอนโดยการเปรียบเทียบ / สอนด้วยปั ญญา / สอนโดยการกระทําให้ดูเป็ นตัวอย่าง / สอนโดยให้เกิดความคิดเอง สอนโดยใช้สือการเรียน / ตารางที . เปรียบเทียบแนวคิดเกียวกับหลักการสอนของนักศึกษา 33 สุภา อักษรดิษฐ์.หลักการสอนและการเตรียมประสบการณ์วิชาชีพภาคปฏิ บติ.(พิษณุ โลก: คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยพิบูล ั สงคราม, 2539 )หน้า 41-43. 34 บัญญัติ ชํานาญกิจ.เรืองเดียวกัน,หน้า 9
  • 33.
    25 2.2.8 ความหมายของกระบวนการเรียนการสอน กระบวนการเรียนการสอน มีความสําคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และมี ความสําคัญสําหรับนักศึกษาครู เพราะจะได้ใช้เป็ นแนวทางในการดําเนิ นกิจกรรมการเรียนการ สอน ดังนันนักศึกษาจึงต้องศึกษาความหมายของคําว่า “กระบวนการสอน” ซึงมีผให้ความเห็นไว้ ู้ ดังนัน คือ ธี ร ะ รุ ญ เจริ ญ 35 กล่า วว่า “กระบวนการเรี ย นการสอนหรือ รูปแบบการสอนเป็ น กระสวนหรือ แผนงานที ใช้ในการจัด หลักสูตร การเลือ กการเรียน และการกําหนดกิจ กรรมของ ครูผสอน”ู้ สงัด อุ ท รานั น ท์ 36 กล่า วว่า “กระบวนการสอน หมายถึ ง การเรี ย นการสอน (Teaching and Learning Process) เป็ นแผนปฏิบัติ การหรือกิ จกรรมเพือเปลียนแปลง พฤติกรรมผูเ้ รียนผูสอน โดยใช้หลักสูตรและทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีระบบและมีขนตอน เพือ ้ ั นําไปสูความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ทีกําหนดไว้ กระบวนการเรียนการสอนถือว่าเป็ นระบบย่อยใน ่ ระบบการศึกษา ซึงมีอยูดวยกัน ส่วน คือ ตัวปอนเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และ ่ ้ ้ ผลลัพธ์ ผลผลิต (Output) ซึงทัง ระบบย่อยนี มีความสัมพันธ์ซึงกันและกันอย่างต่อเนื อง” น้อ ย ลายคราม 37 กล่ า วว่ า “กระบวนการเรี ย นการสอน เป็ นกิ จ กรรมเพื อ เปลียนแปลงพฤติ กรรมของผูเ้ รีย นผูสอน โดยใช้หลัก สูตรและทรัพยากรทางการเรียนการสอน ้ สนับสนุ น ให้เป็ นไปตามวัต ถุประสงค์อย่างมี ขนตอน ปราชญ์และนักการศึกษาได้สร้างแนวทาง ั กระบวนการเรียนการสอนไว้หลายรูปแบบ ซึงแต่ละรูปแบบก็มีการตังจุดหมายศึกษาพฤติกรรม ผูเ้ รียนก่อนนอน เตรียมแผนการสอนและเครืองมือ ลงมือทําการสอน วัดผลประเมินผลและ ตรวจสอบข้อผิดพลาดเพือปรับปรุงแก้ไข ทังนี ก็เพือช่วยให้ครูผูสอนสามารถดําเนิ นกิจกรรมการ ้ เรียนการสอนได้อย่างถูกต้องและมีขนตอน” ั สรุปแล้วกระบวนการเรียนการสอน หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือ เป็ นการวางแผนการปฏิบติงานอย่างมีขนตอน เพือเปลียนแปลงพฤติกรรมทังผูเ้ รียนและผูสอนโดย ั ั ้ การนําหลักสูตรและสือการเรียนมาใช้อย่างมีระบบ รูปแบบของกระบวนการเรียนการสอนนิ ยมตัง จุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายในการสอนก่อน เพือนําไปเตรียมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและ ประเมินผลการเรียนการสอน ถ้าผลการเรียนการสอนของนักเรียนเป็ นไปตามจุดประสงค์แสดงว่า ทังครูและนั ก เรีย นศึ ก ษาประสบผลสํา เร็จ แต่ ถาไม่ ประสบผลสํา เร็จ ครูจ ะต้อ งพิ จ ารณาว่า ้ บกพร่อ งตรงไหนแล้ว จึ ง นํ า ไปแก้ไ ขปั ญหาในจุ ด นั น ๆ เพื อให้ก ารเรี ย นการสอนบรรลุต าม จุดประสงค์ปลายทางทีตังไว้ 35 ธีระ รุญเจริญ. การประถมศึกษา.(ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,2519) หน้า 212 36 สงัด อุทรานันท์. การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็ นระบบ.(กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2525 ) หน้า 118 37 น้อย ลายคราม. เรืองเดียวกัน, หน้า 8.
  • 34.
    26 2.2.9 รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอน มีนักการศึ กษาและบุคคลสําคัญ ๆ ได้เสนอรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพือให้ ครูผสอนได้พิจารณานําไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนมีรปแบบต่าง ๆ ดังนี ู้ ู 38 ชินโอสถ หัสบําเรอ ได้สรปุแนวคิดของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงแบ่งกระบวนการ เรียนการสอนไว้ ขัน คือ ขันปริยติ ปฏิบติ และปฏิเวธ ก่อนถึงขันปริยติทรงวางจุดประสงค์ ั ั ั ด้วยฌาณ คือ รูวาจะสอนใครและจะบรรลุผลขันใด พระองค์ทรงแบ่งผูเ้ รียนออกเป็ นบัว เหล่า ้่ มาให้รบฟั งธรรมะก่อน แล้วจึงดําเนิ นการตามกระบวนการตามกระบวนการเรียนการสอน ั กรมวิชาการและเขตการศึกษา39 เสนอผังรูปแบบการเรียนการสอนและการประเมินผล ตามหลักสูตรใหม่ และขอสรุปคําชีแจงโดยย่อดังนี คือ จุดมุ่งหมายใน พฤติกรรมพืนฐาน กระบวนการ การประเมิน การเรียนการสอน ของผูเ้ รียน เรียนการสอน ผลรวม ผลสะท้อนกลับ ภาพที 2.7 แสดงรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนของกรมวิชาการ และเขตการศึกษา . จุดมุ่งหมายในการเรียนการสอน คือ ผลผลิตทางการเรียนการสอนทีมุ่งหวังจะให้ นักเรียนเกิดขึนภายหลังจากการสอนแล้ว ซึงจุดมุ่งหมายนี จะต้องครอบคลุมพฤติกรรมทางด้าน ความรูและการคิด (Cognitive Domain) พฤติกรรมทางด้านความรูสึก (Affective Domain) ้ ้ และพฤติกรรมทางด้านการประพฤติ (Psychomotor Domain) วิธีการกําหนดจุดมุ่งหมายจะต้อง กําหนดให้เฉพาะเจาะจง ควรกําหนดในลักษณะจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม ซึงมีส่วนประกอบ ประการ คือ ใครทําอะไร ดีอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ใด ตัวอย่างเช่น “เมือกําหนดรายชือ อาหารได้ ชนิ ด นักเรียนบอกได้วา อาหารชนิ ดใดมีประโยชน์มีโทษได้ ชนิ ด ดังตัวอย่าง ่ ของพฤติกรรมสามารถแยกได้ดงนี ั . ใคร.........นักเรียน . ทําอะไร....สามารถบอกได้วาอาหารชนิ ดใดมีประโยชน์และมีโทษ ่ . ดีอย่างไร.......ได้ถกต้อง ชนิ ดใน ู ชนิ ด . ภายใต้สถานการณ์ใด......เมือกําหนดรายชืออาหารให้ ชนิ ด ผูสอนจะต้องเอาจุดมุ่งหมายของแต่ละรายวิชาทังจุดมุ่งหมายทางด้านความรู ้ ความคิด ้ ความรูสึก และด้านปฏิบัติเขียนเป็ นจุ ดมุ่ง หมายเชิงพฤติก รรม และเนื องจากจุ ดมุ่ง หมายเชิง ้ 38 ชินโอสถ หัวบําเรอ. เทคนิ ควิ ธีการเผยแพร่ธรรมของพระพุทธเจ้า ใน คู่มอการฝึกอบรมวิทยากร หลักสูตรสร้างเสริม ื จริยธรรมข้าราชการ เพือพัฒนาชนบท.(กรุงเทพมหานคร: เรืองแสงการพิมพ์. 2531) หน้า 26 39 วิชาการ, กรมและเขตการศึกษา. แนวทางปฏิ บติในเรืองการเรียนการสอนและการประเมินผล.( กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ ั การศาสนา,ม.ป.ป), หน้า 15-20
  • 35.
    27 พฤติ ก รรมเป็นจุ ด มุ่ ง หมายที ถ่ า ยทอดมาจากจุ ด มุ่ ง หมายของรายวิ ช า ดัง นั นในการเขี ย น จุด มุ่ง หมายเชิง พฤติ ก รรม จึ ง ควรสร้างตารางวิ เคราะห์หลัก สูต รขึน ก่ อน ซึ งตารางวิ เคราะห์ หลักสูตรนี จะแสดงเฉพาะพฤติกรรมปลายทาง หลังจากได้พฤติกรรมปลายทางแล้วจึงเขียนเป็ น จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม . พฤติกรรมพืนฐานของผูเ้ รียน เป็ นสภาพความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของผูเ้ รียนรู ้ โดยเฉพาะอย่างยิ งพืน ฐานด้านความรูทัศ นคติ เศรษฐกิ จ สังคม ฯลฯ ดังนั นผูสอนจึ ง ควร ้ ้ ตรวจสอบความรูพนฐานและทักษะเบืองต้น เพือศึกษาดูสภาพพืนฐานของผูเ้ รียนว่าเก่ง อ่อนใน ้ ื ลักษณะใดบ้าง การสอบวัดในตอนนี จึงไม่ได้เป็ นการวัดผลสัมฤทธิเพราะไม่ได้มีการเรียนการสอน ในเรืองนัน แต่เป็ นการวัดเพือจะจัด สถานการณ์ก ารสอนให้เหมาะสมกับผูเ้ รียนแต่ ละคน การ วัดผลก่อนการเรียนการสอนจึงมีความสําคัญและจําเป็ นมาก ทังนี เพือ 2.1 พิจารณาการมีหรือขาดความรูพนฐานอะไรบ้าง ตรงจุดใด ้ ื 2.2 พิจารณากลุมเด็กว่าเก่ง - อ่อน ช้า เพือประกอบการตัดสินใจในเรืองการสอน ่ และใช้อุปกรณ์ . เพิมเติมความรูและทักษะทีจําเป็ นสําหรับการเรียนการสอนต่อไป โดยอยู่ใน ้ รูปของการซ่อมเสริม การให้งานพิเศษ การศึกษารอง ฯลฯ . เพือการจัดกลุมสอนเด็กตามความสามารถ ่ . กระบวนการเรี ย นการสอน จะเริ มตังแต่ พ ฤติ ก รรมที เป็ นพื น ฐานก่ อ นและ ดําเนิ นการต่อเนื องจนกระทังถึง พฤติกรรมปลายทางการเรียนการสอนจะบรรลุผลหรือเป็ น ไป อย่างราบรืนใครทียังไม่บรรลุก็ตองช่วยให้บรรลุ ซึงโดยหลักการนี จําเป็ นต้องจัดลําดับขันของการ ้ เรียนการสอนให้เป็ นไปตามลําดับขันการเรียนรูการประเมินผลรวม หมายถึง การประเมินผลทัง ้ รายวิชาเนื องจากระเบียบการประเมิ นผลใช้ในชันมัธยมศึก ษา กล่าวว่า ผูเ้ รียนจะได้หน่ วยการ เรียนของรายวิชาทีเรียนเมือได้ผลระดับการเรียน ถึง และคะแนนทีนํามาคิดในการให้ระดับ ผลการเรียนให้คิดจากคะแนนระหว่างปี / ภาค รวมกับคะแนนปลายปี / ภาค ตามอัตราส่วนที กําหนดไว้ สมมติวาในรายวิชา ท ่ กําหนดอัตราคะแนนระหว่างภาคกับปลายภาคเป็ น : หมายความว่าพฤติกรรมทัง พฤติกรรมจะมีคะแนนระหว่างภาคเป็ น ส่วน ดังนันผูสอน ้ จะต้องพิจารณาว่าแต่ละพฤติกรรมจะมีคะแนนเก็บอย่างไรให้พิจารณาจากความสําคัญของแต่ละ พฤติกรรมจะมีคะแนนเก็บอย่างไร ให้พิจารณาจากความสําคัญของแต่ละพฤติกรรม คะแนนสอบปลายภาคอี ก ส่ว น จะได้จ ากการสอบซึ งครู พิ จ ารณาว่า จะจั ด จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมทัง หรือเลือกเฉพาะทีสําคัญทียอมทําได้เปาหมายของการศึกษา ้ ไม่ตองการจะดูวาใครเก่งกว่าใคร แต่คงจะต้องการดูว่านักเรียนได้บรรลุถึงเปาหมายทีกําหนดไว้ ้ ่ ้ หรือยัง ดังนันในการประเมินผลการเรียนจึงควรเลือกวิธีการประเมินแบบอิงเกณฑ์จะเหมาะกว่าที จะไปเลือกวิธีการอิงกลุม ดังนันจึงไม่จําเป็ นจะต้องแปลคะแนนดิบให้เป็ นคะแนนทีก่อน เพราะ ่ คะแนนทีนันอยูในระบบการประเมินผลแบบอิงกลุม ่ ่
  • 36.
    28 ทิศนา แขมมณี 40 ได้รวบรวมแนวคิดเกียวกับการศึกษาทีออกแบบโดยนักการศึกษา ของไทยไว้เพือแสดงให้เห็นว่า การศึกษามีวิธีการคิดทีหลากหลายและเป็ นระบบ ในทีนี จะแสดง เป็ นเพียงบางแนวคิดทีมีความสําคัญต่อการออกแบบการวิจย ดังนี ั กระบวนการทางปัญญา โดย ประเวศ วะสี ประเวศ วะสี นักคิดคนสําคัญของประเทศไทย ผูมีบทบาทอย่างมากในการกระตุนให้ ้ ้ เกิ ด การปฏิ รูป การศึ ก ษาขึ น ท่ า นได้เ สนอกระบวนการปั ญญา ซึ งควรฝึ กฝนให้แ ก่ ผู้เ รี ย น ประกอบด้วยขันตอน ขัน ดังนี . ฝึ กสังเกต ให้ผเู้ รียนมีโอกาสสังเกตสิงต่างๆ ให้มากให้รจกสังเกตสิงแวดล้อมรอบตัว ู้ ั . ฝึ กบันทึก ให้ผเู้ รียนสังเกตสิงต่างๆ และจดบันทึกรายละเอียดทีสังเกตเห็น . ฝึ กการนําเสนอต่อทีประชุม เมือผูเ้ รียนได้ไปสังเกตหรือทําอะไรหรือเรียนรูอะไรมา้ ให้ฝึกฝนนําเสนอเรืองนันต่อทีประชุม . ฝึ กการฟั ง การฟั งผูอืนช่วยให้ได้ความรูมา ผูเ้ รียนจึงควรได้รบการฝึ กให้เป็ นผูฟังทีดี ้ ้ ั ้ . ฝึ กปุจฉา – วิสชนา ให้ผเู้ รียนฝึ กการถาม – การตอบ ซึงจะช่วยให้ผูเ้ รียนเกิดความ ั แจ่มแจ้งในเรืองทีศึกษา รวมทังได้ฝึกการใช้เหตุผล การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ . ฝึ กตังสมมติฐานและตังคําถาม ให้ผูเ้ รียนฝึ กคิดและตังคําถาม เพราะคําถามเป็ น เครืองมือสําคัญในการได้มาซึงความรู ้ ต่อไปจึงให้ผเู้ รียนฝึ กตังสมมติฐาน และหาคําตอบ . ฝึ กการค้นหาคําตอบ เมือมีคําถามและสมมติฐานแล้ว ควรให้ผูเ้ รียนฝึ กค้นหา คําตอบจากแหล่งต่างๆ เช่น หนังสือ ตํารา อินเทอร์เน็ ต หรือไปสอบถามจากผูรู ้ เป็ นต้น ้ . ฝึ กการวิจัย การวิจัยเป็ นกระบวนการหาคําตอบทีจะช่วยให้ผูเ้ รียนค้นพบความรู ้ ใหม่ . ฝึ กเชือมโยงบูรณาการ บูรณาการให้เห็นความเป็ นทังหมด และเห็นตัวเองเมื อ ผูเ้ รียนได้เรียนรูอะไรมาแล้ว ควรให้ผเู้ รียนเชือมโยงให้เห็นความเป็ นทังหมด และเกิดการรูตัวเอง ้ ้ ตามเป็ นจริงว่าสัมพันธ์กบความเป็ นทังหมดอย่างไร อันจะทําให้เกิดมิติทางจริยธรรมขึน ช่วยให้ ั ผูเ้ รียนได้เรียนรูการอยูรวมกันอย่างสันติ ้ ่่ . ฝึ กการเขียนเรียบเรียงทางวิชาการ หลังจากทีได้เรียนรูเ้ รืองใดแล้ว ควรให้ผเู้ รียน ฝึ ก เรีย บเรีย งความรูทีได้ การเรี ย บเรีย งจะช่ว ยให้ค วามคิ ด ประณี ต ขึ น ทําให้ต ้อ งค้น คว้าหา ้ หลักฐานทีมาของความรูให้ถีถ้วนแม่นยําขึน การเรียบเรียงทางวิชาการเป็ นวิธีการสําคัญในการ ้ พัฒนาปั ญญาของตน และเป็ นประโยชน์ในการเรียนรูของผูอืนในวงกว้างออกไป ้ ้ กระบวนการคิด โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช ชัยอนัน ต์ สมุ ทวณิ ช นั กรัฐศาสตร์ ราชบัณฑิต สํานั กธรรมศาสตร์และการเมือ ง และเป็ นผูบงคับการวชิราวุธวิทยาลัย นักคิดผูมีชือเสียงของประเทศไทย ซึงหันมาสนใจและพัฒนา ้ ั ้ งานทางด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ได้แสดงความคิดเห็นเกียวกับเรืองของการคิดไว้ว่า การคิด 40 ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน.พิมพ์ครังที 4. (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.2548).หน้า 300-308.
  • 37.
    29 ของคนเรามีหลายรูปแบบ โดยท่านได้ยกเป็ นตัวอย่างมาแบบ เป็ นแนวทางในการสอนเพือ ส่งเสริมความสามารถในการคิดของผูเ้ รียนได้ ดังนี . การคิ ด แบบนั ก วิ เ คราะห์ ( Analytical) ผู้ส อนสามารถช่ ว ยผู้เ รี ย นให้พัฒ นา ความสามารถในการคิดแบบนี ได้โดยการฝึ กให้ผเู้ รียนแสวงหาข้อเท็จจริง (fact) ดูตรรกะ (logic) หา ทิศทาง (direction) หาเหตุผล (reason) และมุ่งแก้ปัญหา (problem - solving) 2. ความคิ ด แบบรวบยอด (conceptual) ผู้ส อนสามารถช่ ว ยผู้เ รี ย นให้พัฒ นา ความสามารถในการคิดแบบนี ได้โดยการฝึ กให้ผเู้ รียนคิดวาดภาพในสมอง สร้างความคิดใหม่จาก ข้อมูลทีถูกต้องแน่นอน หรือมองข้อมูลเดิมในแง่มุมใหม่ และส่งเสริมให้ผเู้ รียนกล้าคิดกล้าทํา . ความคิ ด แบบโครงสร้า ง (Structural thinking) การฝึ กให้ผู้เ รี ย นแยกแยะ ส่วนประกอบ ศึกษาส่วนประกอบ และเชือมโยงข้อมูล จัดเป็ นโครงสร้าง จะทําให้ผูเ้ รียนมีการคิด อย่างเป็ นระบบ สามารถตัดสินว่า ควรจะทําอะไรอย่างไร . การคิดแบบผูนําสังคม (Social thinking) การฝึ กให้ผเู้ รียนปฏิสมพันธ์พดคุยกับผูอืน ้ ั ู ้ ทําตนเป็ นผูอานวยความสะดวก (facilitator) ฝึ กทักษะกระบวนการทํางานร่วมกันเป็ นทีม (group ้ํ process) และฝึ กให้คิด ด้าน ทีเรียกว่า “PMI” คือด้านบวก (plus) ด้านลบ (minus) และด้านทีไม่ บวกไม่ลบ แต่เป็ นด้านทีสนใจ (interesting) กระบวนการสอนค่านิยมและจริยธรรม โดย โกวิท ประวาลพฤกษ์ โกวิ ทย์ ประวาลพฤกษ์ นั ก วิ ชาการคนสํา คัญท่ านหนึ งในวงการศึ ก ษาได้เสนอ ความคิด เกี ยวกับการพัฒนาค่ านิ ย มและจริย ธรรมไว้ว่า ควรเริมต้น ด้ว ยการพัฒนาเหตุผลเชิง จริยธรรม ผูเ้ รียนสามารถพัฒนาได้ดวยการฝึ กประเมินปั ญหาเชิงจริยธรรม และดําเนิ นการสอน ้ ตามลําดับขันตอน ดังนี 1) กําหนดพฤติกรรมทางจริยธรรมทีพึงปรารถนา 2) เสนอตัวอย่างพฤติกรรมในปั จจุบน ั 3) ประเมินปั ญหาเชิงจริยธรรม 4) แลกเปลียนผลการประเมิน 5) ฝึ กพฤติกรรมโดยมีผลสําเร็จ 6) เพิมระดับความขัดแย้ง 7) ให้ผเู้ รียนประเมินตนเอง 8) กระตุนผูเ้ รียนยอมรับตัวเอง ้ 2.3 แนวคิดเกียวกับบัณฑิตทีพึงประสงค์ 2.3.1 คุณลักษณะบัณฑิตทีพึงประสงค์ของทบวงมหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นสมควรกําหนดคุณลักษณะของบัณฑิตทีพึงประสงค์เพือ เป็ นเป าหมายในการพัฒ นานิ สิ ต นั ก ศึ ก ษา ของสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาในสัง กั ด และกํ า กั บ ้ ทบวงมหาวิทยาลัย ดังนี
  • 38.
    30 . เป็ นผูมีค วามรอบรูในวิชาการทังภาคทฤษฎีและปฏิบัติมี ความสามารถในการคิ ด ้ ้ และวิเคราะห์อย่างเป็ นระบบ . เป็ นผูมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถครองตัวอยูในสังคม ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ้ ่ . เป็ นผูมีความรูในศาสตร์ทีเกียวข้องกับการดํารงชีวิตในสังคมปั จจุบน ได้แก่ ้ ้ ั - มีความรูพนฐานด้านคอมพิวเตอร์เพียงพอทีจะใช้งานได้ ้ ื - มีความสามารถในการเล่นดนตรีได้อย่างน้อย ชนิ ดหรือมีความสามารถในเชิง ศิลปะและวรรณกรรม - มีความสามารถในการกีฬาอย่างน้อย ชนิ ดกีฬา - มีความสามารถทางภาษาต่างประเทศอย่างน้อย ภาษา . เป็ นผูมีความรับผิดชอบต่อสังคม และดํารงชีวิตด้วยความเหมาะสม ้ การดําเนิ น การเพือให้บรรลุเปาหมายทัง ประการนี จําเป็ นทีจะต้องได้รบความ ้ ั ร่วมมือจากทุกฝ่ ายอันได้แก่ มหาวิทยาลัย อาจารย์ และนิ สิตนักศึกษา ทีจะร่วมกันจัดให้มีระบบ การเรียนการสอนและกิจกรรมทีกล่อมเกลา สร้างสรรค์ และพัฒนาให้นักศึกษาเป็ นบัณฑิตทีพึง ประสงค์ได้อย่างทีมุ่งหวัง41 2.3.2 คุณลักษณะของบัณฑิตทีพึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นอกจากจะผลิตบัณฑิตเพือรับใช้สงคมแล้ว ั สถานภาพของมหาวิทยาลัยจะต้องผลิตธรรมทายาททีดีเพือทําหน้าทีในการธํารงรักษาและเผยแผ่ หลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาระกิจของบัณฑิตของมหาวิทยาลัยจึงมีสองด้าน ทีสําคัญไปพร้อม ๆ กัน ดังนันมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจึงได้กาหนดลักษณะของ ํ บัณฑิตทีพึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยไว้ดงนี ั “มีความเป็ นเลิศทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา สามารถประยุกต์เข้ากับศาสตร์สาขา ต่างๆ มีปฏิปทาทีน่ าเลือมใส ใฝ่ รูใฝ่ คิด มีความเป็ นผูนําทางจิตใจและปั ญญา มีความคิดริเริม ้ ้ สร้างสรรค์ มีโลกทัศน์กว้างไกล สามารถก้าวทันความเปลียนแปลงของโลก มีศรัทธาทีจะอุทิศตน เพือพระพุทธศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม และเสียละเพือส่วนรวม ด้วยรูปแบบและเทคโนโลยี สมัยใหม่ทีมีมาตรฐานระดับสากล”42 41 http://www.ubu.ac.th/~inforeducation/curriculum.html 42 กองแผนงาน. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. แผนพัฒนามหาวิ ทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัยในช่วง แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที 9 (พ.ศ. 2545-2549). (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย.2547), หน้า คํานํา
  • 39.
    31 2.4 งานวิจยทีเกียวข้อง ั การวิจยเรือง “ศึกษาความคิดเห็นจองพระนิ สิตทีมีตอการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชา ั ่ ศาสนาและปรัชญา” มีผลงานวิจยทีเกียวข้องและเป็ นแนวทางในการดําเนิ นการวิจยเพือนําไปสู่การ ั ั ค้นหาผลการทีวิจัยทีนํามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนของสาขาวิชาศาสนาและ ปรัชญา ดังนี พระสมนึ ก ต๊ะ รัง ษี (สมจิตฺ โต) 43 ได้ทํา การวิ จัย เรื อง “การศึ ก ษาของพระภิก ษุ สามเณรในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย สภาพการศึกษาปั ญหาและการแก้ปัญหา” โดยมี จุดมุ่งหมายเพือการศึกษาสภาพการศึกษา ปั ญหาและการแก้ปัญหาการศึกษาของพระภิกษุ ในสภา การศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ผลการวิจัยพบว่า ปั ญหาการศึกษาทีพบ ได้แก่สภาพแวดล้อม ภายในมหาวิทยาลัยค่อนข้างจะแออัดขาดอาจารย์ผสอนทีมีความรูความสามารถวิชาเฉพาะ ครู - ู้ ้ อาจารย์เข้าใจระบบการบริหารงานเฉพาะหน้าทีทีปฏิบติเท่านัน ปั ญหาขาดอุปกรณ์การการเรียน ั การสอน ห้อ งสมุด มี หนัง สือ ค่อ นข้างเก่ ามาก หนั งสือ ท◌ี ◌่ มี อ ยู่ต ามหลัก สูตรใหม่ไ ม่ เพีย งพอ ห้องนําห้องส้วมขาดการดูแลรักษาทีดีไม่มีสถานพยาบาล แนวทางแก้ไขปั ญหานันพบว่า มหาวิทยาลัยควรขยายหรือต่อเติมอาคารใหม่ จัดหาครู - อาจารย์ ภายนอก (อาจารย์พิเศษ) ทีมีความชํานาญเฉพาะสาขาวิชามาสอน ประชุมครู - อาจารย์และเจ้าหน้าทีเพือชีแจงการบริหารงานบ่อยครัง เพิมงบประมาณในการจัดการหาสือการ เรีย นการสอน หนัง สือ เรีย น อุ ปกรณ์ก ารเรีย น ดูแลรักษาห้อ งนํ าห้อ งส้วมสมําเสมอและควร สถานพยาบาลประจํา และตลอดจนควรปรับปรุงสวัสดิการด้านต่าง ๆ ของครู - อาจารย์ และ นักศึกษาด้วย กําจัด จันทรวงษ์โส44 ได้ทําการวิจัยเรือง “การศึกษาความคิดเห็นเกียวกับการจัด กิจ กรรมการเรีย นการสอนของผูเรียนหลัก สูต รระดับชันสูง ของศูนย์ศึก ษาพระพุทธศาสนาวัน ้ อาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร” โดยมีความมุ่งหมายในการศึกษาค้นคว้า เพือศึกษาความคิดเห็น เกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียนตามหลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์การศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร และเพือเปรียบเทียบความคิดเห็นเกียวกับการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียนหลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวัน อาทิ ตย์ เขตกรุง เทพมหานคร จําแนกตามเพศ ระดับการศึ กษาในระบบโรงเรีย นของผูเ้ รีย น ผลสัม ฤทธิ ทางการเรีย นในระบบโรงเรี ย นปี การศึ ก ษาที ผ่ านมา สาเหตุ ข องการเข้าเรีย นใน หลักสูตรของศูนย์ ฯ สถานภาพของผูปกครองระดับการศึกษาของผูปกครอง อาชีพของผูปกครอง ้ ้ ้ และฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว 43 สมนึก ต๊ะรังษี(สมจิตฺโต).พระมหา. “การศึกษาของพระภิ กษุสามเณรในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิ ทยาลัย สภาพ การศึกษาปัญหาและการแก้ปัญหา”.วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต.(ภาควิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย สภา การศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย. 2535).หน้าบทคัดย่อ. 44 กําจัด จันทรวงษ์โส. “การศึกษาความคิ ดเห็นเกียวกับการจัดกิ จกรรมการเรียนการสอนของผู้เรียนหลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิ ตย์ เขตกรุงเทพมหานคร”.ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต.(จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2536).หน้าบทคัดย่อ.
  • 40.
    32 ผลการวิจยพบว่า ั 1. ศึกษาความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของผูเ้ รียนหลักสูตร ระดับชันสูงของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร ดังนี 1.1 ผูเ้ รียน มีความคิ ดเห็นเกี ยวกับการจัดกิ จกรรมการเรียนการสอนโดยรวมมี คะแนนเฉลียอยูระดับปานกลาง ่ 1.2 ผูเ้ รียน มีความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้านเนื อหา ของหลักสูตร มีคะแนนเฉลียอยูในระดับตําสุด ่ 2. เมือเปรียบเทียบความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียน หลักสูตรระดับชันสูงของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขตกรุงเทพมหานคร จําแนกตาม ตัว แปร เพศ ระดับการศึก ษาในระบบโรงเรียนของผูเรีย น ผลสัม ฤทธิ ทางการเรีย นในระบบ ้ โรงเรี ย น ปี การศึ ก ษาที ผ่ า นมา สาเหตุ ข องการเข้า เรี ย นในหลัก สู ต รของศู น ย์ ศึ ก ษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ สถานภาพของผูปกครอง ระดับการศึกษาของผูปกครอง อาชีพของ ้ ้ ผูปกครองและฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว พบผล ดังนี ้ 2.1 ผูเ้ รียนเพศชายและเพศหญิงมีความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนโดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ 2.2 ผูเ้ รียนทีมีระดับการศึกษาในระบบโรงเรียนแตกต่างกันมีความคิดเห็นเกียวกับ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .05 2.3 ผูเรีย นที มี ผลสัม ฤทธิ ทางการเรีย นในระบบโรงเรีย นปี การศึ ก ษาที ผ่านมา ้ แตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกียวกับการสจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมและรายได้แตกต่าง กันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ 2.4 ผูเ้ รียนทีมีสาเหตุของการเข้าเรียนในหลักสูตรของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา วันอาทิตย์แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ 2.5 ผูเรีย นที ผูปกครองมี สถานภาพแตกต่ างกัน มี ความคิ ดเห็นเกียวกับการจัด ้ ้ กิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .๐๕ 2.6 ผูเรีย นที ผูปกครองมี สถานภาพแตกต่ างกัน มี ความคิ ดเห็นเกียวกับการจัด ้ ้ กิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมและรายได้ แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ 2.7 ผูเ้ รียนทีผูปกครองประกอบอาชีพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกียวกับการจัด ้ กิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .05 ตามลําดับ 2.8 ผูเ้ รียนทีมีฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวแตกต่างกันมีความคิดเห็นเกียวกับ การจัด กิจกรรมการเรีย นการสอนโดยรวม แตกต่างกัน อย่างไม่มี นัยสําคัญทางสถิติ ผลการวิจัย วิ เคราะห์เป็ นรายด้าน พบว่า ด้านการประเมิ น ผล ผูเ รีย นมี ค วามคิ ด เห็น แตกต่ างกัน อย่างมี ้ นัยสําคัญทางสถิติทีระดับ .05 3. ความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และประโยชน์ทีได้รบจาก ั การเข้าเรียน
  • 41.
    33 3.1 ผูเ รี ย นส่ว นใหญ่เ ห็ น ว่า ด้านเนื อ หาของหลัก สูต รมี ค วามเหมาะสมสูง สุ ด ้ รองลงมาคือ ด้านวิธีสอน และด้านการประเมินผล สําหรับด้านอุปกรณ์การสอน ผูเ้ รียนส่วนมาก เห็นว่า มีนอยหรือเกือบไม่มีเลย ้ 3.2 ผูเ้ รียนส่วนใหญ่เห็นว่า ได้รบประโยชน์จากการเข้าเรียนในหลักสูตรของศูนย์ ั ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โสภา สิทธิสรวง 45 ได้ทําการวิ จัย เรือง “ความคิ ด เห็นของครูสัง คมศึ ก ษาเกี ยวกับ ปั ญหาการเรียนการสอนวิ ชาพระพุทธศาสนาในวิทยาลัย เทคนิ คสัง กัด กรมอาชีว ศึ กษา” โดยมี วัตถุประสงค์เพือศึกษาความคิดเห็นของครู-อาจารย์ทีทําหน้าทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาเกียวกับ ปั ญหาด้าน ต่าง ๆ ต่อไปนี คือ 1. ปั ญหาเกียวกับการใช้หลักสูตรเพือการเรียนการสอน 2. ปั ญหาด้านเนื อหาวิชา 3. ปั ญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 4. ปั ญหาด้านการใช้สือการสอนและแหล่งวิชาการ 5. ปั ญหาด้านการวัดผล ผลการวิจยพบว่า ั 1. ปั ญหาด้านหลักสูตร พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครูส่วนใหญ่ไ ม่เคยผ่านการอบรมเพิมเติ มการสอนวิ ชาพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่มี ชัวโมงสอนมากกว่า 20 คาบขึนไป โดยต้องสอนทุกรายวิชาทีเปิ ดสอน คือ ชรล. 0001, ชรล. 0002 และ ชรล. 0003 การใช้ห นั ง สือ เรีย นวิ ชาพระพุ ทธศาสนานั นครูส่ว นใหญ่ใช้หนั ง สือ เรีย น ของ สํานักพิมพ์วฒนาพานิ ช (ว.พ.) และมีวิธีแสวงหาความรูทางด้านพระพุทธศาสนา โดยศึกษาด้วย ั ้ ตนเองจากตําราต่าง ๆ ส่วนเหตุผลในสอนวิชาพระพุทธศาสนานันครูสวนใหญ่สมัครใจทีจะสอนเอง ่ และครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่ยงต้องปฏิบัติหน้าทีอืนนอกเหนื อจากการ ั ั สอนอีกด้วย ตอนที 2 ความคิ ด เห็ น ของครูสัง คมศึ ก ษาเกี ยวกับ ปั ญหาการเรี ย นการสอนวิ ช า พระพุทธศาสนา ในวิทยาลัยเทคนิ คสังกัดกรมอาชีวศึกษา 1. ปั ญหาด้านหลักสูตร พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็น ั พบว่าเป็ นปั ญหาน้อย และเมือพิจารณารายละเอียดปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็นว่าเรือง ั ทีเป็ นปั ญหามาก คือ นักเรียนไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการเรียนวิชาพระพุทธศาสนาจํานวนหน่ วย การเรียนการสอนและเวลาเรียนทีหลักสูตรกําหนดไม่เหมาะสมกับปริมาณเนื อหาวิชา 2. ปั ญหาด้านเนื อหา พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็น ั ว่า เป็ นปั ญหาน้อยและเมือพิจารณารายละเอียดปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็นว่า เรือง ั ที เป็ นปั ญ หามากคื อ เนื อ หาวิ ชาพระพุทธศาสนาซําซ้อ นกับเนื อ หาวิ ชาในระดับมัธ ยมศึ ก ษา 45 โสภา สิทธิสรวง. “ความคิ ดเห็นของครูสงคมศึกษา เกียวกับปัญหาการเรียนการสอนวิ ชาพระพุทธศาสนาใน ั วิ ทยาลัยเทคนิ ค สังกัดกรมอาชีวศึกษา”.ผลงานวิ จยส่วนบุคคล. (กรมอาชีวศึกษา. 2536). บทคัดย่อ. ั
  • 42.
    34 ตอนต้น เนื อหาวิชาเป็นนามธรรมมากไป ยากแก่การสอนให้เกิดความคิดรวบยอดทีถูกต้องได้ เนื อ เรืองไม่ มีก ารยกตัว อย่างเปรียบเทีย บทีจะให้นั กเรียนเข้าใจธรรมะแต่ ละข้อ ได้อ ย่างชัด เจน เนื อหาวิชาเน้นความรูความจํามากกว่าการนําไปปฏิบัติ และสํานวนทีใช้ในหนังสือการเรียนอ่าน ้ เข้าใจออก ทําให้เกิดความเบือหน่าย 3. ปั ญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครู สังคมศึกษามี ความเห็นว่าเป็ นปั ญหามาก และเมือพิจารณารายละเอี ยดพบว่าครูสงคมศึกษามี ั ความเห็นว่า เรืองทีเป็ นปั ญหามาก คือ ครู - อาจารย์ มีความเคยชินกับการเรียนการสอน แบบบรรยายมากกว่าแบบอืน ครูผูสอนไม่ได้รบการเตรียมตัวเพือให้สอนวิชาพระพุทธศาสนา ้ ั โดยตรง การกิจกรรมเสริมหลักสูตรไม่ได้รบความร่วมมือจากฝ่ ายบริหาร คณะครู - อาจารย์ ั และนักเรียน การจัดกิจกรรมเกียวกับปฏิบัติจริงทําได้ยาก และครูไม่มีความรูในวิชาเนื อหาและ ้ ประสบการณ์การสอนวิชาพระพุทธศาสนาดีพอ 4. ปั ญหาด้านการใช้สือการสอนและแหล่งวิชาการ พิจารณาโดยส่วนรวมปรากฏว่า ครูสัง คมศึ ก ษามี ค วามเห็น ว่าเป็ นปั ญหามาก และเมื อพิจ ารณาปรากฏว่า ครูสัง คมศึ ก ษามี ความเห็นว่า เรืองทีเป็ นปั ญหามากคือ ห้องสมุดมีเอกสารประกอบการสอนวิวชาพระพุทธศาสนา ไม่เพียงพอ ขาดแคลนสือการสอนประเภทโสตทัศนศึกษา ไม่มีแหล่งวิชาการอืนทีจะศึกษาค้นคว้า วิทยาลัยไม่มีหองกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และครูไม่มีความรูและทักษะในการใช้สือการสอน ้ ้ ให้เหมาะสมกับเนื อหาวิชาพระพุทธศาสนา 5. ปั ญหาด้านการวัดผล พิจารณาส่วนรวมปรากฏว่า ครูสงคมศึกษามีความคิดเห็นว่า ั เป็ นปั ญหามาก และเมือพิจารณารายละเอียดพบว่าครูสงคมศึกษามีความเห็นว่าเรืองทีเป็ นปั ญหา ั มากคือ ครูไม่สามารถติดตามผลพฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างทัวถึงและต่อเนื อง การวัดผล เน้น ความรูความจํามากกว่าการนําไปปฏิบติ การวัดผลและการประเมินผลโดยการสังเกตนักเรียนต่อ ้ ั การเข้าร่วมกิ จกรรมในห้องเรียนทําได้ยาก เพราะมีเวลาจํากัดการวัดผลและประเมินผลการนํ า ความรูประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจําวันของนักเรียนได้ ้ ตอนที 3 ความคิดเห็นอืน ๆ เกียวกับปั ญหาและข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน วิชาพระพุทธศาสนาวิทยาลัยเทคนิ ค สังกัดกรม อาชีวศึกษาได้แก่ 1. ปั ญหาด้านหลักสูต ร หลัก สูต รเน้น ทฤษฎีมากเกิ น ไปและไม่สอดคล้องกับความ ต้องการของท้องถิน และสังคมปั จจุบน จํานวนหน่วยการเรียน และอัตราเวลาเรียนทีกําหนดไว้ใน ั หลักสูตรไม่เหมาะสมกับปริมาณเนื อหาวิชา ซึงครูสงคมศึกษาได้เสนอแนะว่า ควรได้มีการปรับปรุง ั หลัก สูต รเสียใหม่ ให้มี ปริมาณเนื อหาวิชาที เหมาะสมกับจํานวนหน่ ว ยการเรีย นและสภาพสังคม ปั จจุบนั 2. ปั ญหาด้านเนื อหาวิชา เนื อหาวิชามีลกษณะเป็ นนามธรรมมากเกินไป ซึงครูสงคม ั ั ศึกษาได้เสนอแนะว่า ควรได้มีการผลิตคู่มือครูค่มือการสอบเพือเป็ นแนวทางในการเรียนการสอน ู 3. ปั ญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมเกียวกับพุทธศาสนามีนอยไป ้ และไม่ได้รบความร่วมมือ ครูไม่เข้าใจหลักพระธรรมคําสอนลึกซึงและไม่มีประสบการณ์การสอน ั
  • 43.
    35 วิ ชาพระพุ ทธศาสนาดีพอ ซึ งครูสัง คมศึ ก ษาได้เสนอแนะวิ ธีก ารแก้ไ ขปั ญหา คื อ จัด ให้มี ก าร ฝึ กอบรมครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาเพือแลกเปลียนความรู ้ จัดทําชุดการสอนและครู ั ควรทําตัวเป็ นแบบอย่างทีดี ปรับปรุงวิธีการสอนให้น่าสนใจและทันสมัยมากขึน 4. ปั ญหาด้านการใช้สือการสอนและแหล่งวิชาการ สภาพของห้องเรียนไม่เหมาะสมกับ การใช้สือชนิ ดต่าง ๆ ซึงครูสงคมศึกษาได้เสนอแนะวิธีการแก้ไขปั ญหาว่า ควรให้มีหองปฏิบติธรรม ั ้ ั โดยเฉพาะและจัดวิทยากรพิเศษมาบรรยายเป็ นครังคราว ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะสําหรับกระทรวงศึกษาธิการและกรมอาชีวศึกษา 1. กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารควรปรับปรุ ง หลัก สูต รและเนื อ หาวิ ชาพระพุทธศาสนาให้ สอดคล้อ งกับสภาพและความต้องการของสังคมปั จจุบัน กําหนดวัตถุ ประสงค์ให้ชดเจน เพือให้ั นักเรียนสามารถนําความรูไปใช้ในชีวิตประจําวันได้ ้ 2. กระทรวงศึกษาธิการควรปรับปรุงหลักสูตร เรืองหน่วยการเรียนและอัตราการเรียน ของวิชาพระพุทธศาสนาให้เหมาะสมกับปริมาณเนื อหาวิชาพระพุทธศาสนา 3. กระทรวงศึ ก ษาธิ การควรปรับปรุ ง หลัก สูต ร เรืองเนื อ หาวิ ชาพระพุทธศาสนาใน ระดับต่าง ๆ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ให้มีความต่อเนื องและสอดคล้องกันไม่ ซําซ้อนกัน เพือนักเรียนจะได้เกิดความเข้าใจเนื อหาวิชาพระพุทธศาสนา แต่ละดับได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับวัย 4. กระทรวงศึกษาธิการควรเร่งผลิตสือการสอน คู่มือครู แบบเรียน เอกสารประกอบ อืนๆ ให้แก่ครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนา เพือเป็ นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียน ั การสอนและนักเรียนประสบผลสําเร็จในการเรียนจุดมุ่งหมายของหลักสูตรวิชาพระพุทธศาสนา 5. กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร ควรมี น โยบาย โครงการ และงบประมาณส่ง เสริ ม และ สนับสนุ นให้ครูสงคมศึกษาได้รบการฝึ กอบรมเพิมเติมเพือการสอนวิชาพระพุทธศาสนา หรืออบรม ั ั สัมมนาภายในกลุ่ม หรือเขตการศึก ษา เพือศึกษาปั ญหาและแก้ไ ขปั ญหาการเรียนการสอนวิชา พระพุทธศาสนาในระดับประกาศนี ยบัตรวิชาชีพ เพือแลกเปลียนความคิดเห็น และเสริมสร้างความ ร่วมมือระหว่างครูสงคมศึกษาทีสอนวิชาพระพุทธศาสนาด้วยกัน ั 6. กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารมี นโยบายรั บ สมั ค รที มี ค วามรู ้ค วามสามารถทาง พระพุทธศาสนาโดยตรง หรือผูทีมีลกษณะพิเศษ ทังด้านคุณธรรมและบุคลิกภาพสมเป็ นแบบอย่าง ้ ั ทีดีแก่นักเรียนเข้ามาทําการสอนวิชาพระพุทธศาสนา จากการประมวลแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยทีเกียวข้องเพือทําการศึกษาเรือง “ศึกษา ความคิดเห็นของพระนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาศาสนาและปรัชญา” คณะผูวิจัย ้ จึงได้กาหนดรายละเอียดของระเบียบวิธีวิจยในบทที 3 ต่อไป ํ ั
  • 44.
    36 . กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย ั จากการทบทวนแนวคิ ด เกี ยวกับการจัด การเรี ย นการสอนของนั ก การศึ ก ษา และ นักวิชาการทังหลาย คณะผูวิจยจึงนํามากําหนดตัวแปรทีเกียวกับการจัดการเรียนการสอน จํานวน ้ ั 6 ตัวแปร ดังนี ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน และ ู้ ด้านอาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอน ในการวิจัยเรือง “การศึกษาสภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการ เรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย” คณะผูวิจัยได้ ้ กําหนดตัวแปรเป็ น 2 ประเภท ดังนี . ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) ประกอบด้วยตัวแปร ดังนี ข้อมูลทัวไปของ นิ สิต ได้แก่ สถานภาพ (พระภิกษุ , สามเณร) พรรษา ชันปี ทีเรียน สาขาวิชา และเกรดเฉลีย ปั จ จัย ที เกี ยวข้อ งกับปั ญหาของนิ สิ ต ได้แก่ ทุ น ที ใช้เ รีย น ค่ า ใช้จ่ ายภัต ตาหาร การเดิ น ทาง ระยะเวลาเดินทาง งานทีได้รบมอบหมาย และปั ญหาในการเรียน ั . ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คื อ ความคิ ดเห็น ของพระนิ สิตที มี ต่ อ การ จัดการเรียนการสอน 6 ด้านคือ ด้านอาจารย์ผูสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ้ ด้านวิธีการสอน ด้านอาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอน ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม สถานภาพของกลุ่มประชากร - สถานภาพ - พรรษา - ชันปี ทีกําลังศึกษา - สาขาวิชา - เกรดเฉลีย ความคิดเห็นของพระนิ สิตทีมี ต่อการจัดการเรียนการสอน ของวิทยาลัยสงฆ์เลย ด้าน ปั ญหาของกลุ่มประชากร - ทุนการศึกษา - ค่าใช้จ่ายภัตตาหาร - การเดินทาง - ระยะเวลาเดินทาง - งานทีมอบหมาย ภาพที .8 กรอบแนวคิดทีใช้ในการวิจย ั
  • 45.
    บทที ระเบียบวิธีการวิจย ั จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจยทีเกียวข้อง ผูวจยจึงได้กาหนดกรอบแนวคิด ั ้ิั ํ การวิจยเรือง “สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัย ั สงฆ์เลย” เป็ นการวิจยเชิงสํารวจ (Survey Research) เพือให้เป็ นตามวัตถุประสงค์ทีได้กาหนดไว้ ั ํ คณะผูวจยจึงได้กาหนดวิธีการในการดําเนินการวิจยดังนี ้ิั ํ ั 3.1 ตัวแปรในการวิจย ั 3.2 ประชากรและกลุมตัวอย่าง ่ 3.3 เครืองมือในการวิจย ั .4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล .5 การวิเคราะห์ขอมูลและสถิติทีใช้ในการวิจย ้ ั . ตัวแปรทีใช้ในการศึกษา คณะผูวจยได้กาหนดตัวแปรในการศึกษาออกเป็ น ตัวแปร ได้แก่ ้ิั ํ . ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) แบ่งออกเป็ น กลุม คือ ่ ) ตัวแปรลักษณะกลุมประชากรทีใช้ในการศึกษาเกียวกับสภาพของนิ สิตประกอบ ่ ด้วยตัวแปรด้านต่างๆ ได้แก่ สถานภาพปั จจุบน พรรษา ชันปี สาขาวิชา และเกรดเฉลีย ั ) ตัวแปรทีเกียวข้องกับปั ญหาของกลุมประชากรทีใช้ในการศึกษา ได้แก่ ทุนทีใช้ ่ เรียน ค่าใช้จ่ายภัตตาหาร การเดินทาง ระยะเวลาเดินทาง และงานทีได้รบมอบหมาย ั . . ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่ ความคิดเห็นของนิ สตทีมีต่อการเรียน ิ การสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ทัง 6 ด้าน . ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ในการศึกษาวิจยเรืองนี กลุมตัวอย่างทีใช้ในการศึกษาคือ นิ สิตชันปี ที – ทีลงทะเบียน ั ่ เรียนภาคที 2 ปี การศึกษา 2554 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย จํานวน 191 รูป
  • 46.
    38 .เครืองมือทีใช้ในการวิจย ั . . ลักษณะของเครืองมือทีใช้ในการวิจย เป็ นแบบสอบถาม ซึงแบ่งออกเป็ น ตอน ั ดังนี ตอนที ปั จจัยทีเกียวข้องกับสภาพทัวไปของนิ สตวิทยาลัยสงฆ์เลย ประกอบด้วยตัวแปร ิ ด้านต่างๆ ได้แก่ สถานภาพปั จจุบน พรรษา ชันปี สาขาวิชา และเกรดเฉลีย ลักษณะแบบสอบถาม ั เป็ นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) มีคาถามให้เลือกตอบตามลําดับและคําถามให้เลือกตอบ ํ หลายคําตอบ ตอนที ปั จจัยทีเกียวข้องกับปั ญหาของนิ สิต ได้แก่ ทุนทีใช้เรียน ค่าใช้จ่ายภัตตาหาร การเดินทาง ระยะเวลาเดินทาง งานทีได้รบมอบหมาย และปั ญหาในการเรียน ลักษณะแบบ ั สอบถามเป็ นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) มีคาถามให้เลือกตอบตามลําดับและคําถามให้ ํ เลือกตอบหลายคําตอบ ตอนที 3 ปั จจัยทีเกียวข้องกับความคิดเห็นของนิ สต ทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ ิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย ลักษณะของแบบสอบถามเป็ นแบบ มาตรวัดประมาณค่า ระดับ คือ มากทีสุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยทีสุด ตอนที 4 ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของนิ สิต .4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามให้นิสิตกลุมตัวอย่างกรอกแบบสอบถามทุกชันปี ่ .5 การวิเคราะห์ขอมูลและสถิติทีใช้ในการวิจย ้ ั .5. การวิเคราะห์ขอมูลพืนฐานของผูตอบแบบสอบถามด้วยการแจกแจงความถี และค่า ้ ้ ร้อยละ ส่วนแบบสอบถามความคิดเห็นของนิ สตใช้การวิเคราะห์หาค่าเฉลีย (Mean) และสถิติวด ิ ั การกระจายของข้อมูลมาตรวัดประมาณค่า คือส่วนเบียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) .5. สถิติเพือทดสอบสมมติฐานด้วยวิธีการทดสอบ T-Test 3.5.3 สถิติทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) เกณฑ์การวัดค่าตัวแปร -เกณฑ์ในการให้คะแนนของแบบสอบถามความคิดเห็น เกียวกับปั ญหาการเดินทางของ นิ สิต ซึงเป็ นคําถามแบบมาตรวัดประมาณค่า ระดับ ดังนี มากทีสุด เท่ากับ คะแนน มาก เท่ากับ คะแนน ปานกลาง เท่ากับ คะแนน น้อย เท่ากับ คะแนน น้อยทีสุด เท่ากับ คะแนน
  • 47.
    39 -เกณฑ์การวัดระดับความคิดเห็นของการเดินทาง ปั ญหาของนิ สิตและการจัดการเรียนการ สอน กําหนดค่าเฉลีย(Mean) ดังนี . - . หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับสูง ่ 3.42 – 4.22 หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับค่อนข้างสูง ่ 2.61 – 3.41 หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับปานกลาง ่ . – . . หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับค่อนข้างตํา ่ . – . หมายถึง ความคิดเห็นในเรืองนันๆ อยูในระดับตํา ่ -สําหรับคําถามแบบเลือกตอบนัน ผูวจยได้กาหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี ้ิั ํ เลือก ให้คะแนน คะแนน ไม่เลือก ให้คะแนน คะแนน -เกณฑ์ในการให้คะแนนของแบบสอบถามความคิดเห็นเกียวกับปั ญหาการจัดการเรียน การสอนซึงเป็ นคําถามแบบมาตรวัดประมาณค่า ระดับ ดังนี มากทีสุด เท่ากับ คะแนน มาก เท่ากับ คะแนน ปานกลาง เท่ากับ คะแนน น้อย เท่ากับ คะแนน น้อยทีสุด เท่ากับ คะแนน
  • 48.
    บทที 4 ผลการวิเคราะห์ขอมูล ้ การวิจยเรือง “สภาพปั ญหาและความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ ั วิทยาลัยสงฆ์เลย” คณะผูวจยได้ดาเนิ นการจัดเก็บข้อมูลจากนิ สตภาคปกติโดยการส่งแบบสอบถาม ้ิั ํ ิ จํานวน 200 ชุด แบบสอบถามทีจัดเก็บได้ จํานวน 191 ชุด จากข้อมูลแบบสอบถามทังหมด คณะผูวจยนําเสนอผลการวิเคราะห์ขอมูล โดยจําแนกการนําเสนอ ดังนี ้ิั ้ 4.1 ผลการวิเคราะห์ขอมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ้ ้ 4.2 ผลการวิเคราะห์ขอมูลปั ญหาของกลุมประชากรทีใช้ในการศึกษา ้ ่ 4.3 ผลการวิเคราะห์ขอมูลความคิดเห็นของนิ สิต 6 ด้านซึงได้แก่ ้ 1) ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผสอนู้ 2) ความคิดเห็นด้านหลักสูตร 3) ความคิดเห็นด้านระบบการจัดการศึกษา 4) ความคิดเห็นด้านวิธีการสอน 5) ความคิดเห็นด้านอาคารสถานที 6) ความคิดเห็นด้านสือการเรียนการสอน 4.4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สิตในด้านต่างๆ 4.5 ผลการทดสอบสมติฐาน 4,1 ข้อมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ้ ผลการศึกษาข้อมูลทัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ได้แก่ สถานภาพของนิ สิต พรรษา ชันปี ้ เกรดเฉลีย และสาขาวิชาทีศึกษา มีรายละเอียดปรากฏในตารางที 4.1-4.5 ตารางที 4.1 แสดงสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ้ สถานภาพ จํานวน ร้อยละ พระภิกษุ . สามเณร 8 4.18 คฤหัสถ์ . รวม 191 100.0
  • 49.
    41 จากตารางที 4.1 แสดงถึงสถานภาพของกลุมตัวอย่างทีตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุมที ่ ่ มีเป็ นพระภิกษุ มีจานวนมากกว่ากลุมทีมีเป็ นสามเณร โดยพระภิกษุมีจานวน ํ ่ ํ รูป คิดเป็ นร้อย ละ . และคฤหัสถ์ คน คิดเป็ นร้อยละ 11.5 ตารางที 4.2 แสดงพรรษาของผูตอบแบบสอบถาม ้ พรรษา จํานวน ร้อยละ พรรษาระหว่าง 1-10 พรรษา 108 56.54 พรรษาระหว่าง 11-20 พรรษา 42 21.99 พรรษาตังแต่ 21 พรรษาขึนไป 19 9.95 คฤหัสถ์ 22 11.52 รวม 191 100.0 จากตารางที 4.2 พบว่า กลุมตัวอย่างมีพรรษาเฉลียซึงส่วนใหญ่มีพรรษาอยูระหว่าง 1-10 ่ ่ พรรษา มีจานวน 108 รูป คิดเป็ นร้อยละ 56.54 กลุมอืน ๆ คือ อยูในช่วงพรรษา 11-20 พรรษา ํ ่ ่ มีจานวน 42 รูป คิดเป็ นร้อยละ 21.99 ํ ตารางที 4.3 แสดงชันปี ทีศึกษาของผูตอบแบบสอบถาม ้ ชันปี ทีศึกษา จํานวน ร้อยละ ชันปี ที 1 58 30.37 ชันปี ที 2 54 28.27 ชันปี ที 3 51 26.70 ชันปี ที 4 28 14.66 รวม 191 100.0 จากตารางที 4.3 พบว่า กลุมตัวอย่างส่วนใหญ่กาลังศึกษาอยูในชันปี ที 1 จํานวน 58 ่ ํ ่ รูป/คน คิดเป็ นร้อยละ 30.37 รองลงมาคือ ชันปี ที 2 มีจานวน 54 รูป คิดเป็ นร้อยละ 28.27 ชัน ํ ปี ที 3 มีจานวน 51 รูป คิดเป็ นร้อยละ 26.70 และชันปี ที 4 มีจานวน 28 รูป คิดเป็ นร้อยละ ํ ํ 14.66 ตามลําดับ
  • 50.
    42 ตารางที 4.4 แสดงเกรดเฉลียผูตอบแบบสอบถาม ้ เกรดเฉลีย จํานวน ร้อยละ เกรดเฉลียระหว่าง 1.00-2.49 2 1 เกรดเฉลียระหว่าง 2.50-3.00 51 24.3 เกรดเฉลียระหว่าง 3.01-4.00 96 45.7 ไม่ตอบ 42 29.0 รวม 191 100.0 จากตารางที 4.4 พบว่า กลุมตัวอย่างมีเกรดเฉลีย ซึงส่วนใหญ่อยูระหว่าง 3.01-4.00 มี ่ ่ จํานวน 96 รูป คิดเป็ นร้อยละ 45.7 รองลงมาคือกลุมทีมีเกรดเฉลียระหว่าง 2.50-3.00 มีจานวน ่ ํ 51 รูป คิดเป็ นร้อยละ 24.3 ส่วนกลุมทีมีเกรดเฉลียตํา ซึงมีเกรดเฉลียระหว่าง 1.00-2.49 มี ่ จํานวน 2 รูป คิดเป็ นร้อยละ 1.0 ตารางที 4.5 แสดงสาขาวิชาของผูตอบแบบสอบถาม ้ สาขาวิชาทีกําลังศึกษา จํานวน ร้อยละ สาขาวิชาการสอนภาษาไทย 21 11.0 สาขาวิชารัฐศาสตร์ 55 28.8 สาขาวิชาพระพุทธศาสนา 115 60.2 รวม 191 100.0 จากตารางที 4.5 พบว่า กลุมตัวอย่างทีตอบแบบสอบถามกําลังศึกษาอยูในสาขา ่ ่ พระพุทธศาสนา จํานวน 115 รูป คิดเป็ นร้อยละ 60.2 และกําลังศึกษาอยูในสาขาวิชารัฐศาสตร์ ่ จํานวน 55 รูป คิดเป็ นร้อยละ 28.8 และสาขาวิชาการสอนภาษาไทย จํานวน 21 รูป คิดเป็ นร้อย ละ11.0
  • 51.
    43 4.2 ผลการวิเคราะห์ขอมูลปัญหาของกลุ่มประชากรทีใช้ในการศึกษา ้ ตารางที 4.6 แสดงแหล่งทีมาของทุนในการศึกษาของนิสิต (N=191) แหล่งทีมาของทุนการศึกษา จํานวน ร้อยละ ทุนส่วนตัว 113 59.16 เจ้าอาวาสสนับสนุ น 19 9.96 โยมอุปถัมภ์ 21 10.99 ทุนของครอบครัว 29 15.18 ได้ทุนการศึกษา 9 4.71 รวม 191 100.0 จากตารางที 4.6 พบว่า แหล่งทีมาของทุนการศึกษาของนิ สิตวิทยาลัยสงฆ์เลย ส่วนมาก เป็ นทุนส่วนตัว ร้อยละ 59.16 รองลงมาคือทุนจากครอบครัวนิ สิต คิดเป็ นร้อยละ 15.18 ตามลําดับ ตารางที 4.7 แสดงการฉันภัตตาหารเพล (N=147) ประเด็น จํานวน ร้อยละ กลับไปฉันทีวัด 20 13.60 ซือ 13 8.84 จัดภัตตาหารมาเอง 112 76.19 ไม่ฉน ั 2 1.37 รวม 147 100.0 จากตารางที 4.7 พบว่า นิ สิตส่วนมากฉันภัตตาหารเพลโดยจัดหามาเอง คิดเป็ นร้อยละ 76.19 รองลงมาคือกลับไปฉันทีวัด คิดเป็ นร้อยละ 13.60 ตามลําดับ ตารางที 4.8 แสดงวิธีการเดินทางไป-กลับในการเรียน (N=150) ประเด็น จํานวน ร้อยละ เดิน 21 14.0 นังรถรับจ้าง 10 6.67 รถประจําทาง 78 52.0 รถรับส่งส่วนตัว 36 24.0 อืนๆ 5 3.33 150 100.0 จากตารางที 4.8 พบว่า นิ สิตส่วนมากเดินทางไป-กลับเพือเรียนโดยนังรถยนต์โดยาร ประจําทาง คิอเป็ นร้อยละ 52.0 รองลงมาคือนังรถรับส่งส่วนตัว คิดเป็ นร้อยละ 24.0 ตามลําดับ
  • 52.
    44 ตารางที 4.9 แสดงระยะเวลาทีใช้ในการเดินทาง(N=172) ประเด็น จํานวน ร้อยละ ประมาณไม่เกิน 15 นาที 42 24.44 ประมาณ 16 - 30 นาที 23 13.37 ประมาณ 31 - 45 นาที 31 18.02 ประมาณ 46 – 60 นาที 32 18.60 ประมาณ 60 นาทีขนไปึ 44 25.57 รวม 172 100.0 จากตารางที 4.9 พบว่า นิ สิตใช้เวลาเดินทางไป-กลับจากการเรียนในแต่ละวัน ส่วนมาก จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชัวโมง คิดเป็ นร้อยละ 25.57 รองลงมาคือใช้เวลาเดินทางประมาณ 46 – 60 นาที คิดเป็ นร้อยละ 18.60 ตามลําดับ ตารางที 4.10 แสดงการทํางานทีได้รบมอบหมาย (N=183) ั ประเด็น จํานวน ร้อยละ ทําทุกครังทีได้รบมอบหมาย ั 165 90.16 ทําเกือบทุกครัง 12 6.56 หลายครังไม่ได้ทา ํ 5 2.73 ไม่เคยทําเลย 1 0.55 รวม 183 100.0 จากตารางที 4.10 พบว่า นิ สิตส่วนมากทํางานทีได้รบมอบหมายจากอาจารย์ คิดเป็ น ั ร้อยละ 90.16 รองลงมาคือ ทําเกือบทุกครัง คิดเป็ นร้อยละ 6.56 ตามลําดับ ตารางที 4.11 แสดงค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบนมาตรฐานและความหมายของปั ญหาการ เดินทางนิ สิต ส่วนเบียงเบน ข้อคําถาม ค่าเฉลีย ความหมาย มาตรฐาน ท่านมีปัญหาในการเดินทางเพียงใด 2.54 1.106 ค่อนข้างตํา ความยุงยากในการเดินทางจํากัดชีวตท่าน 2.55 ่ ิ 1.108 ค่อนข้างตํา มากน้อยเพียงใด รวม 2.55 1.107 ค่อนข้างตํา จากตารางที 4.11 พบว่า การคมนาคมค่อนข้างจะไม่ใช่อุปสรรคสําหรับการเรียนใน วิทยาลัยสงฆ์เลย แต่สงเกตุจากข้อมูลแบบสอบถามแสดงให้เห็นว่า ความคิดเห็นของกลุมนิ สิตที ั ่ ตอบแบบสอบถามต่างกันมากในเรืองการคมนาคม (ค่าเบียงเบนมาตรฐาน = 1.107)
  • 53.
    45 4.3 ผลการวิเคราะห์ขอมูลความคิดเห็นของนิสิตใน 6ด้าน ้ ผลความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนใน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านอาจารย์ ผูสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน ด้านอาคารสถานที และด้าน ้ สือการเรียนการสอน จากการวิเคราะห์ขอมูลทีได้จากแบบสอบถาม ปรากฎผลตามตารางที 4.6 - ้ 4.10 ดังต่อไปนี ตารางที 4.12 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาจารย์ผสอน ู้ เห็นด้วย เห็น ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผูสอน ้ ไม่แน่ใจ S.D. อย่างยิง ด้วย ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย มีการแจ้งให้พระนิ สิตทราบและ เข้าใจเกียวกับกฎเกณฑ์ของการ 43 83 56 5 3 3.83 .863 มาก เรียนการสอนทีชัดเจนตังแต่ (22.5) (43.5) (29.3) (2.6) (1.6) เริมต้น มีความสมําเสมอในการสอน 28 80 66 12 5 3.60 .906 มาก ตามทีกําหนดในตารางสอน (14.7) (41.9) (34.6) (6.3) (2.6) อาจารย์เป็ นคนตรงต่อเวลาใน 32 63 72 17 6 ไม่ 3.52 .980 การเข้าสอนและเลิกสอน (16.8) (33.0) (37.7) (8.9) (3.1) แน่ ใจ อาจารย์ผูสอนเป็ นคนมีเหตุผล ้ 43 84 55 7 2 3.83 .854 มาก และเชือถือได้ (22.5) (44.0) (28.8) (3.7) (1.0) เปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิต 70 67 39 11 3 มาก ซักถาม และให้คาแนะนํ าในด้าน ํ 4.00 .976 (36.) (35.3) (20.5) (5.8) (1.6) ทีสุด การเรียน ให้โอกาสนอกชันเรียนแก่พระ 70 67 39 11 3 มาก นิ สิตเข้าพบและให้คาแนะนําใน ํ 3.65 .956 (36.8) (35.3) (20.5) (5.8) (1.6) ทีสุด ด้านการเรียน อาจารย์มีความสามารถตรงกับ 33 79 65 10 3 3.68 .877 มาก กระบวนวิชาทีสอน (17.4) (41.6) (34.2) (5.3) (1.6) อาจารย์พดจาสุภาพและ ู 57 93 30 8 3 4.01 .877 มาก เหมาะสม (29.8) (48.7) (15.7) (4.2) (1.6) อาจารย์มีความรูความเข้าใจใน ้ 48 75 58 8 2 3.83 .890 มาก เนื อหารายวิชา (25.1) (39.3) (30.4) (4.2) (1.0) อาจารย์มีความสามารถในการ 37 71 70 12 1 3.69 .874 มาก นําเสนอเนื อหา (19.4) (37.2) (36.6) (6.3) (0.5) อาจารย์มีความตังใจและทุ่มเทใน 54 81 48 4 4 3.93 .897 มาก การสอน (28.3) (42.4) (25.1) (2.1) (2.1) อาจารย์มีทัศนคติทีดีตอพระนิ สิต ่ 56 84 39 7 5 3.94 .938 มาก (29.3) (44.0) (20.4) (3.7) (2.6) อาจารย์เปิ ดใจกว้างและยอมรับ 42 87 49 9 4 3.81 .906 มาก ฟั งความคิดเห็นของพระนิ สิต (22.0) (45.5) (25.7) (4.7) (2.1)
  • 54.
    46 เห็นด้วย เห็น ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ ความคิดเห็นด้านอาจารย์ผูสอน ้ ไม่แน่ใจ S.D. อย่างยิง ด้วย ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย มีความสามารถประยุกต์ความรู ้ 35 82 61 8 5 ในสาขาวิชาที สอนให้เข้ากับ 3.70 .906 มาก (18.3) (42.9) (31.9) (4.2) (2.6) ศาสตร์สมัยใหม่ได้ อาจารย์มีความเป็ นกันเอง 59 90 31 10 1 4.03 .855 มาก (30.9) (47.1) (16.2) (5.2) (0.5) มีงานและแบบฝึ กหัดให้ทาตาม ํ 32 100 44 8 7 3.74 .913 มาก ความเหมาะสม (16.8) (52.4) (23.0) (4.2) (3.7) รวม - - - - - 3.799 .904 มาก จากตารางที 4.12 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน อาจารย์ผสอน ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ความ ู้ ่ คิดเห็นต่ออาจารย์ผสอนในด้านอาจารย์มีความเป็ นกันเอง ค่าเฉลียร้อยละ 4.03 รองลงมา คือ ู้ อาจารย์พดจาสุภาพและเหมาะสม ค่าเฉลียร้อยละ 4.01 และเปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิต ู ซักถาม และให้คาแนะนําในด้านการเรียน ค่าเฉลียร้อยละ 4.00 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นใน ํ ระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลาง ได้แก่ อาจารย์เป็ นคนตรงต่อเวลาในการเข้าสอนและ เลิกสอนค่าเฉลียร้อยละ 3.52 ตารางที 4.13 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของนิ สตที ิ มีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านหลักสูตร เห็นด้วย ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ ความคิดเห็นด้านหลักสูตร เห็นด้วย ไม่แน่ใจ S.D. อย่างยิง ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย จํานวนหน่ วยกิตตลอดหลักสูตรมี 32 103 44 6 6 3.78 .873 มาก ความเหมาะสม (16.8) (53.9) (23.0) (33.1) (3.1) เนื อของกระบวนวิชาในตลอด 36 83 56 11 4 3.72 .910 มาก หลักสูตรมีความเหมาะสม (18.8) (43.5) (29.3) (5.8) (2.1) การวัดและการประเมินผลการ 27 89 54 12 3 3.68 .861 มาก เรียนในหลักสูตรมีความเหมาะสม (14.6) (46.6) (28.3) (6.5) (1.6) ประโยชน์ของหลักสูตรสามารถ เห็น 46 104 31 8 2 นําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้ 3.96 .817 ด้วย (24.1) (54.5) (16.2) (4.2) (1.0) มาก หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทํา 46 92 37 11 3 3.88 .898 มาก ให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง ั ้ (24.3) (48.7) (19.6) (5.8) (1.6) เนื อหาของหลักสูตรตรงกับความ 30 90 55 12 3 3.69 .868 มาก ต้องการในการใช้งาน (25.8) (47.4) (28.9) (6.3) (1.6) หลักสูตรสนับสนุ นวิธีคิดของ 30 84 62 10 3 3.68 .861 มาก ผูเ้ รียนได้อย่างเป็ นระบบ (15.7) (44.4) (322.8) (5.3) (1.6) มีการจัดวิชาลงในแต่ละภาค 30 82 61 10 4 การศึกษาอย่างเหมาะสม 3.66 .885 มาก (16.0) (42.9) (32.6) (5.2) (2.1)
  • 55.
    47 เห็นด้วย ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ ความคิดเห็นด้านหลักสูตร เห็นด้วย ไม่แน่ใจ S.D. อย่างยิง ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย การจัดกระบวนวิชาในแต่ละภาค 31 90 56 9 การศึกษามีความสอดคล้อง 5(2.6) 3.70 .890 มาก (16.2) (47.1) (29.3) (4.7) สัมพันธ์กน ั มีการแจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิต เห็น 64 64 44 10 9 ทราบก่อนล่วงหน้า 3.86 1.089 ด้วย (33.5) (33.5) (23.0) (5.2) (4.7) มาก มีการประเมินประสิทธิภาพของ 24 70 62 20 11 3.41 1.035 มาก ผูสอนจากนิ สิต ้ (12.8) (37.4) (32.5) (10.7) (5.9) มีคูมือนิ สิตทีเป็ นลายลักษณ์อกษร ่ ั 23 64 66 20 16 3.31 1.087 ไม่แน่ ใจ (12.2) (33.9) (34.9) (10.6) (8.5) มีการแต่งตังอาจารย์ทีปรึกษาแก่ 53 59 49 16 10 3.69 1.131 มาก นิ สิต (28.3) (31.6) (26.2) (8.4) (5.2) รวม - - - - - 3.69 9.39 มาก จากตารางที 4.13 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน หลักสูตร ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ความคิดเห็นต่อ ่ ประโยชน์ของหลักสูตรสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้ ค่าเฉลียร้อย 3.96 รองลงมา ได้แก่ หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทําให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวางค่าเฉลียร้อยละ 3.88 และมีการ ั ้ แจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิตทราบก่อนล่วงหน้า ค่าเฉลียร้อย 3.86 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นใน ระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลาง ได้แก่ มีค่มือนิ สิตทีเป็ นลายลักษณ์อกษร ค่าเฉลียร้อย ู ั ละ 3.31 ตารางที 4.14 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลียและค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของนิ สตที ิ มีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านระบบการจัดการศึกษา ความคิดเห็นด้านระบบการจัด เห็นด้วย ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ เห็นด้วย ไม่แน่ใจ S.D. การศึกษา อย่างยิง ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย หลักสูตรมีการปรับปรุงและพัฒนา 35 76 63 11 6 เห็นด้วย ให้กาวทันการเปลียนแปลงของ ้ 3.64 .951 (18.3) (39.8) (33.0) (5.8) (3.1) มาก สังคมอยูเสมอ ่ เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่พระ 51 77 46 14 3 เห็นด้วย 3.83 .959 นิ สิต (26.7) (40.3) (24.1) (7.3) (1.6) มาก ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวน 41 90 47 8 3 เห็นด้วย วิชามีความเหมาะสมกับจํานวน 3.84 .869 (21.7) (47.6) (24.6) (4.2) (1.6) มาก หน่ วยกิต ให้พระนิ สิตเข้าไปมีสวนร่วมในการ ่ 25 78 64 19 5 เห็นด้วย 3.52 .934 จัดการศึกษาตามความเหมาะสม (13.1) (40.8) (33.5) (9.9) (2.6) มาก รวม - - - - - 3.73 .920 มาก
  • 56.
    48 จากตารางที 4.14 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน ระบบการจัดการศึกษา ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีค วามเหมาะสมกับจํานวนหน่ วยกิต ค่าเฉลียร้อย 3.84 ส่วนความคิดเห็นในระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับมาก ได้แก่ ให้พระนิ สิตเข้าไปมีสวนร่วมในการ ่ จัดการศึกษาตามความเหมาะสม ค่าเฉลียร้อยละ 3.52 ตารางที 4.15 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านวิธีการสอน เห็นด้วย ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ ความคิดเห็นด้านการสอน เห็นด้วย ไม่แน่ใจ S.D. อย่างยิง ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย มีแผนการสอนโดยกําหนด 33 91 50 14 3 เห็นด้วย วัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และ 3.72 .891 (17.3) (47.6) (26.2) (7.3) (1.6) มาก วิธีการประเมินผล ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการ ่ 39 90 50 4 7 เห็นด้วย สอน การบรรยาย การสาธิต 3.79 .919 (20.5) (47.1) (26.3) (2.1) (3.7) มาก สัมมนา อภิปรายร่วม ผูสอนเน้นผูเรียนเป็ นศูนย์กลางการ ้ ้ 27 86 63 8 6 เห็นด้วย 3.63 .891 เรียนรู ้ (14.2) (45.3) (33.2) (4.2) (3.2) มาก บรรยากาศในการเรียนน่ าสนใจ 20 75 82 10 4 เห็นด้วย และติดตามการเรียนได้อย่าง 3.51 .833 (10.5) (39.3) (42.9) (5.2) (2.1) มาก ต่อเนื อง มีการชีแนะแหล่งวิทยาการต่าง ๆ 34 83 55 13 6 เห็นด้วย ส่งเสริมให้ผเู้ รียนสืบค้นข้อมูลและ 3.66 .954 (17.8) (43.5) (28.8) (6.8) (3.1) มาก ศึกษาด้วยตนเอง มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้ 20 75 65 25 6 เทคโนโลยีผสมผสานการศึกษาเพือ 3.41 .952 ไม่แน่ ใจ (10.5) (39.3) (34.10) (13.10) (3.1) ช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ มีการแจกเอกสารประกอบการสอน 40 78 51 18 4 เห็นด้วย ทีตรงกับเนื อหาวิชาในกระบวนวิชา 3.69 .975 (20.9) (40.8) (26.7) (9.4) (2.1) มาก ทีเรียน มีการนําเสนอวิธีการสอนทีน่ าสนใจ 28 76 66 14 7 เห็นด้วย 3.54 .955 ตลอดชัวโมงการสอน (14.7) (39.8) (34.6) (7.3) (3.7) มาก วิธีการสอนเหมาะสมกับเนื อหา 30 76 71 12 2 เห็นด้วย 3.63 .860 (15.7) (39.8) (37.2) (6.3) (1.0) มาก รวม - - - - - 3.73 .920 มาก จากตารางที 4.15 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน วิธีการสอน ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ ผูเ้ รียนมีสวน ่ ่ ร่วมในการเรียนการสอน การบรรยาย การสาธิต สัมมนา อภิปรายร่วม ค่าเฉลียร้อย 3.79 รองลงมา ได้แก่มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และวิธีการประเมินผล ค่าเฉลีย
  • 57.
    49 ร้อย 3.72ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นในระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลางได้แก่ มีการ ส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยีผสมผสานการศึกษาเพือช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ ค่าเฉลีย ร้อยละ 3.41 ตารางที 4.16 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านอาคารสถานที เห็นด้วย ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ ความคิดเห็นด้านอาคารสถานที เห็นด้วย ไม่แน่ใจ S.D. อย่างยิง ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย ห้องเรียนมีความเพียงพอ สามารถ 36 19 45 82 9 ไม่เห็น 3.61 1.050 จัดการได้อย่างเหมาะสม (18.8) (9.9) (23.6) (42.9) (4.7) ด้วย สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของ 30 14 77 64 6 3.51 .951 ไม่แน่ ใจ ห้องเรียนเอือต่อการจัดการศึกษา (15.7) (7.3) (40.3) (33.5) (3.1) มีแผนการใช้หองเรียนอย่างชัดเจน 35 ้ 63 71 12 10 3.57 1.028 ไม่แน่ ใจ (18.3) (33.0) (37.2) (6.3) (5.2) ห้องเรียนสามารถรองรับพระนิ สิต 13 7 52 79 40 ไม่เห็น 3.69 .997 ได้อย่างไม่แออัด (6.8) (3.7) (27.2) (41.4) (20.9) ด้วย สภาพแวดล้อมของอาคารมีการ 13 19 71 58 30 จัดการดูแลอย่างเป็ นระเบียบ 3.38 1.079 ไม่แน่ ใจ (6.8) (9.9) (37.2) (30.4) (15.7) สวยงาม สภาพทัวไปของห้องเรียนมีความ 31 64 79 11 6 สะอาดเหมาะสมกับการจัดการ 3.54 1.079 ไม่แน่ ใจ (16.2) (33.5) (41.4) (5.8) (3.1) เรียนการสอน บรรยากาศของห้องเรียนมีความ 30 84 67 6 4 เห็นด้วย 3.68 .851 โปร่งสบาย (15.7) (44.0) (35.1) (3.1) (2.1) มาก สภาพโดยรวมข้องห้องเรียนดูน่าเข้า 7 34 69 75 6 ไม่เห็น 3.62 .927 ไปศึกษา (3.7) (17.8) (36.1) (39.3) (3.1) ด้วย ลักษณะของห้องเรียนมีความ 37 80 59 10 5 เห็นด้วย 3.70 .929 ปลอดภัย (19.4) (41.9) (30.9) (5.2) (2.6) มาก แสงไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่าง 50 75 53 8 5 เห็นด้วย เหมาะสมกับการจัดการเรียนการ 3.82 .957 (26.2) (39.3) (27.7) (4.2) (2.6) มาก สอน มีการบํารุงรักษาสถานทีเพืออํานวย 34 51 72 25 9 ความสะดวกแก่นิสิตสมําเสมอเป็ น 3.40 1.071 ไม่แน่ ใจ (17.8) (26.7) (37.7) (13.1) (4.7) อย่างดี รวม - - - - - 3.59 .993 มาก จากตารางที 4.16 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้าน ด้านอาคารสถานที ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก โดยระดับสูงสุด ได้แก่ แสง ่ ไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน ค่าเฉลียร้อย 3.82 รองลงมา ได้แก่ ลักษณะของห้องเรียนมีความปลอดภัย ค่าเฉลียร้อย 3.70 ตามลําดับ ส่วนความคิดเห็นใน
  • 58.
    50 ระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลางได้แก่สภาพแวดล้อมของอาคารมีการจัดการดูแลอย่าง เป็ นระเบียบ สวยงาม ค่าเฉลียร้อยละ 3.38 ตารางที 4.17 แสดงจํานวน ร้อยละ ค่าเฉลีย และค่าเบียงเบนมาตรฐานในความคิดเห็นของ นิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนด้านสือการเรียนการสอน ความคิดเห็นด้านสือการเรียนการ เห็นด้วย ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย ค่า ความ เห็นด้วย ไม่แน่ใจ S.D. สอน อย่างยิง ด้วย อย่างยิง เฉลีย หมาย สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษามี 13 37 72 46 23 2.85 1.082 ไม่แน่ ใจ ความเพียงพอและทันสมัย (6.8) (19.4) (37.7) (24.1) (12.0) บุคลากรมีความรู ้ ทักษะ ในการ 14 76 71 22 8 เห็นด้วย ผลิตและพัฒนาสือการสอนร่วมกับ 3.35 .927 (7.3) (39.8) (37.2) (11.5) (4.2) มาก อาจารย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การติดต่อขอใช้สือการเรียนการ 9 54 79 28 19 3.03 1.015 ไม่แน่ ใจ สอนมีความสะดวกสบาย (4.7) (28.6) (41.8) (14.7) (10.1) บุคลากรให้บริการ และอํานวย ความสะดวกด้วยความเป็ นกันเอง 19 61 78 23 10 3.29 .983 ไม่แน่ ใจ ในการติดต่อใช้สือการเรียนการ (9.9) (31.9) (40.8) (12.0) (5.2) สอน อาจารย์ผูสอนมีความสามารถใช้สือ ้ 40 62 63 19 5 3.60 1.014 ไม่แน่ ใจ การสอนได้เป็ นอย่างดี (21.2) (32.5) (33.3) (9.9) (2.6) สือทีมีอยูชวยให้ผเู้ รียนเรียนได้เร็ว ่่ 22 67 70 22 10 3.36 1.005 ไม่แน่ ใจ ขึน (11.5) (35.1จ (36.6) (11.5) (5.2) สือทีอาจารย์ผูสอนนํามาใช้มีความ ้ 18 70 79 13 11 3.37 .953 ไม่แน่ ใจ ทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา (9.4) (36.6) (41.4) (6.8) (5.8) นิ สิตมีแผนการจัดหาสือเพือใช้ใน 19 67 76 20 9 การเรียนการสอนเองตามความ 3.35 .961 ไม่แน่ ใจ (9.9) (35.1) (39.8) (10.5) (4.7) เหมาะสม รวม ปาน - - - - - 3.28 .992 กลาง จากตารางที 4.17 พบว่า ความคิดเห็นของนิ สตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านสือ ิ การเรียนการสอน ระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยูในระดับมาก ระดับสูงสุดได้แก่ อาจารย์ ่ ผูสอนมีความสามารถใช้สือการสอนได้เป็ นอย่างดี ค่าเฉลียร้อย 3.60 รองลงมา ได้แก่ สือทีอาจารย์ ้ ผูสอนนํามาใช้มีความทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา ค่าเฉลียร้อย 3.37 ตามลําดับ ส่วนความคิด ้ เห็นในระดับตําสุด แต่มีค่าเฉลียระดับปานกลางได้แก่ สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษามีความ เพียงพอและทันสมัย ค่าเฉลียร้อยละ 2.85
  • 59.
    51 4.4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิสิตด้านต่างๆ - ด้านการบริหาร ควรจัดให้มีการประชุมระหว่างคณาจารย์ เจ้าหน้าทีและแกนนํานิ สิต เพือรับทราบ ปั ญหาต่างๆ ร่วมกัน การแต่งตังอาจารย์ทีปรึกษาแต่ละชันปี ควรติดประกาศไว้ให้ชดเจน ั วิทยาลัยควรมีการระดมทุนจากกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพือตังเป็ นกอง ทุนการศึกษาสําหรับนิ สิต - ด้านอาคารสถานที ควรปรับปรุงภูมิทศน์บริเวณนอกและภายในห้องเรียน ั ควรบริการนําดืมให้เพียงพอ ควรกวดขันเรืองความสะอาดของห้องนําห้องสุขา ควรจัดทีนังพักผ่อนให้เพียงพอ - ด้านการเรียนการสอน คณาจารย์ควรสอนตามหลักสูตร ปรับปรุงวิธีการสอนให้สอดคล้องกับยุคสมัย คณาจารย์ควรใช้สือการสอนทีทันสมัยและหลากหลายมากขึน ควรเพิมวารสารทีทันสมัยภายในห้องสมุด ควรมีการบริการอินเทอร์เน็ ทและเครืองพิมพ์ไว้บริการภายในห้องสมุด - ด้านกิจกรรมของนิสิต ควรจัดโอกาสให้นิสิตทํากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรูดวยตนเอง ในด้านต่างๆ เช่น ้ ้ การวิจยภูมิปัญญาท้องถิน ประเพณีวฒนธรรมท้องถิน และการศึกษาเพือรับรูปัญหา ั ั ้ ท้องถิน เป็ นต้น ควรจัดงบประมาณเพืออุดหนุ นกิจกรรมของคณะกรรมการนิ สิต ควรให้อิสระแก่นิสิตในการจัดกิจกรรมและกระตุนให้นิสตจัดกิจกรรมทางวิชาการ ้ ิ มากขึน ควรจัดให้มีการทัศนศึกษาดูงานนอกสถานทีแก่นิสต ิ 4.5 ผลการทดสอบสมมติฐาน สมมติฐานข้อที 1 นิ สิตทีมีสถานภาพแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการ สอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน ผลสมมติฐานข้อที 1 นิ สิตมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที .05
  • 60.
    52 ตารางที 4.18 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของนิสตทีมีสถานภาพแตกต่างกัน ิ ทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ ความคิดเห็น สถานภาพ Mean S.D. t Sig. อาจารย์ผสอน ู้ พระภิกษุ 3.7983 .69465 -.026 .980 คฤหัสถ์ 3.8047 .64038 -.028 .979 ด้านหลักสูตร พระภิกษุ 3.7604 .71448 .407 .685 คฤหัสถ์ 3.6563 .54996 .517 .619 ด้านระบบการจัดการศึกษา พระภิกษุ 3.6509 .76402 .248 .805 คฤหัสถ์ 3.5833 .47047 .385 .710 ด้านวิธีการสอน พระภิกษุ 3.6238 .76208 .403 .688 คฤหัสถ์ 3.5139 .56324 .531 .610 ด้านอาคารสถานที พระภิกษุ 3.6046 .80485 .921 .358 คฤหัสถ์ 3.3409 .36606 1.851 .093 ด้านสือการเรียนการสอน พระภิกษุ 3.2764 .79832 .255 .799 คฤหัสถ์ 3.2031 .76747 .264 .799 สมมติฐานข้อที 2 นิ สิตทีมีพรรษาแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกัน ผลสมมติฐานข้อที 2 นิ สิตมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที .05 ตารางที 4.19 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลียระดับความคิดเห็นของพระนิ สิตทีมีพรรษาแตกต่าง กันทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ ความคิดเห็น ระดับพรรษา Mean S.D. F Sig. อาจารย์ผสอน ู้ 1-10 พรรษา . . .148 .863 11-20 พรรษา . . .287 .593 21 พรรษาขึนไป . . .210 .647 รวม . . .085 .771 ด้านหลักสูตร 1-10 พรรษา . . .292 .747 11-20 พรรษา . . .346. .557 21 พรรษาขึนไป . . 125 .724 รวม . . .458 .500
  • 61.
    53 ความคิดเห็น ระดับพรรษา Mean S.D. F Sig. ด้านระบบการจัดการศึกษา 1-10 พรรษา . . 1.572 .211 11-20 พรรษา . . 2.127 .147 21 พรรษาขึนไป . . 3.010 .085 รวม . . .135 .714 ด้านวิธีการสอน 1-10 พรรษา . . .031 .969 11-20 พรรษา . . .003 .954 21 พรรษาขึนไป . . .022 .883 รวม . . .041 .840 ด้านอาคารสถานที 1-10 พรรษา . . .782 .459 11-20 พรรษา . . 1.561 .213 21 พรรษาขึนไป . . 1.281 .259 รวม . . .283 .596 ด้านสือการเรียนการสอน 1-10 พรรษา 3.2625 .81000 .059 .943 11-20 พรรษา 3.2138 .72784 .001 .970 21 พรรษาขึนไป 3.2554 . .90883 .028 .867 รวม 3.2483 . .79821 .090 .764
  • 62.
    บทที 5 สรุปผลการวิจย ั จากการวิเคราะห์ขอมูลทีได้จากแบบสอบถามในการวิจย เรือง “สภาพปั ญหาและความ ้ ั คิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆ์เลย” ซึงมีวตถุประสงค์เพือศึกษา ั สภาพปั ญหาของนิ สิตและการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย และเพือศึกษาระดับความคิดเห็นของนิ สิต ทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย 5.1 บทสรุป การวิจยครังนี ใช้กลุมประชากร ได้แก่ นิ สิตวิทยาลัยสงฆ์เลยทีศึกษาในภาคเรียนที 2 ปี ั ่ การศึกษา 2554 โดยใช้แบบสอบถาม จํานวน 200 ชุด แบบสอบถามทีได้รบคืนจํานวน 191 ชุด ั คณะผูวจยได้ศึกษาทบทวนแนวคิดทฤษฎีและเอกสารผลงานทีเกียวข้อง ้ิั โดยแบ่งแบบสอบถาม ออกเป็ น 4 ตอน คือ ตอนที 1 ข้อมูลพืนฐานของนิ สิต ตอนที 2 ข้อมูลปั ญหาของกลุมประชากรทีใช้ ่ ในการศึกษา ตอนที 3 ข้อมูลความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอน แบ่งออกเป็ น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านอาจารย์ผสอน ด้านหลักสูตร ด้านระบบการจัดการศึกษา ด้านวิธีการสอน ด้าน ู้ อาคารสถานที และด้านสือการเรียนการสอนตอนที 4 ข้อเสนอแนะเพิมเติมของนิ สิตในด้านต่างๆ ซึงเป็ นคําถามลักษณะปลายเปิ ด ข้อมูลพืนฐานของนิสิตกลุ่มตัวอย่าง จากผลการวิเคราะห์ขอมูลจากแบบสอบถามจํานวน ้ 191 ชุด ผูตอบแบบสอบถามส่วนมากมีสถานภาพเป็ นบรรพชิต จํานวน 161 รูปและคฤหัสถ์ จํานวน ้ คน และสามเณร จํานวน 8 รูป รวม รูป/คน ข้อมูลทีเกียวกับปัญหาของนิสิต จากการวิเคราะห์แบบสอบถาม พบว่า นิ สิตส่วนใหญ่มาเรียนโดยใช้ทุนส่วนตัวในการศึกษา ด้านการฉันเพลจะเตรียมภัตตาหารมาจากวัด นิ สตส่วนใหญเดินทางมาเรียนไป-กลับจะโดยรถ ิ โดยสารประจําทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชัวโมง งานทีมอบหมายก็จะทําทุกครัง ส่วนปั ญหาที สําคัญทีสุดคือการขาดปั จจัยสนับสนุ นการเรียน เช่น ค่าเดินทาง ค่าเทอม ค่าภัตตาหาร เป็ นต้น
  • 63.
    55 ข้อมูลทีเกียวกับด้านความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆ์เลย 1. ด้านผูสอน นิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ้ ได้แก่ - ความคิดเห็นต่ออาจารย์ผสอนในด้านอาจารย์มีความเป็ นกันเอง ู้ - อาจารย์พดจาสุภาพและเหมาะสม ู - เปิ ดโอกาสในชันเรียนให้พระนิ สิตซักถาม และให้คาแนะนําในด้านการเรียน ํ ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบแต่อยูในระดับมาก ได้แก่ อาจารย์เป็ นคนตรงต่อ ่ เวลาในการเข้าสอนและเลิกสอนให้โอกาสนอกชันเรียนแก่พระนิ สิตเข้าพบและให้คาแนะนํา ํ ในด้านการเรียน 2. ด้านหลักสูตร นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ได้แก่ - ความคิดเห็นต่อประโยชน์ของหลักสูตรสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้ - หลักสูตรทีเรียนเป็ นหลักสูตรทีทําให้ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง ั ้ - มีการแจ้งตารางเรียนให้พระนิ สิตทราบก่อนล่วงหน้า ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการประเมินประสิทธิภาพของผูสอนจาก้ นิ สิต มีการจัดวิชาลงในแต่ละภาคการศึกษาอย่างเหมาะสม 3. ด้านระบบการจัดการศึกษา นิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง บวก ใน 3 อันดับได้แก่ - ชัวโมงการบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีความเหมาะสมกับจํานวนหน่วยกิต - เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่พระนิ สิต - หลักสูตรมีการปรับปรุงและพัฒนาให้กาวทันการเปลียนแปลงของสังคมอยูเสมอ ้ ่ ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ การเปิ ดโอกาสให้นิสิตเข้าไปมีสวนร่วมใน ่ การจัดการศึกษาตามความเหมาะสมน้อย 4. ด้านวิธีการสอนนิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ได้แก่ - ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการสอนการบรรยาย การสาธิต สัมมนา อภิปรายร่วม ่ - มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนื อหา สือ และวิธีการประเมินผล - มีเอกสารประกอบการสอนทีตรงกับเนื อหาวิชาในกระบวนวิชาทีเรียน ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ มีการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยี ผสมผสานการศึกษาเพือช่วยในการเรียนอย่างสมําเสมอ 5. ด้านอาคารสถานทีนิสิตมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีความคิดเห็นเชิงบวกใน 3 อันดับ ได้แก่ - แสงไฟภายในห้องเรียนสว่างอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน - ลักษณะของห้องเรียนมีความปลอดภัย
  • 64.
    56 - บรรยากาศของห้องเรียนมีความโปร่งสบาย ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สภาพแวดล้อมของอาคารควรมีการจัดการ ดูแลให้เป็ นระเบียบ สวยงาม และมีการบํารุงรักษาสถานทีเพืออํานวยความสะดวกแก่นิสิต อย่างสมําเสมอ 6. ด้านสือการเรียนการสอน นิสิตมีความคิดเห็นในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นเชิง บวกใน 3 อันดับได้แก่ - อาจารย์ผสอนมีความสามารถใช้สือการสอนได้เป็ นอย่างดี ู้ - สือทีอาจารย์ผสอนนํามาใช้มีความทันสมัยเหมาะสมกับรายวิชา ู้ - สือทีมีอยูชวยให้ผเู้ รียนเรียนได้เร็วขึน ่่ ส่วนความคิดเห็นของนิ สิตในเชิงลบ ได้แก่ สือการสอนและอุปกรณ์การศึกษาไม่มี ความเพียงพอและทันสมัย 7. ข้อเสนอแนะของนิสตด้านกิจกรรมนิสิต ในเชิงบวกนิสิตมีความเห็นว่า ิ - ควรส่งเสริมกิจกรรมนิ สิตให้มีความหลากหลายประเภท - ผูบริหารคณาจารย์ควรให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมของนิ สิต รวมทังร่วมการ ้ วางแผน การสนับสนุ นการมีสวนร่วมในการจัดกิจกรรม ่ ส่วนในเชิงลบ คือ ควรมีทีทํางานของคณะกรรมการนิ สิตเป็ นสัดส่วน 5.2 อภิปรายผล จากผลการศึกษาความคิดเห็นของนิ สิตทีมีต่อการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย อธิบายผลการวิจยดังนีั ด้านอาจารย์ผสอน นิ สิตมีความคิดเห็นส่วนใหญ่อยูระดับมาก คือ คณาจารย์ของ ู้ ่ มหาวิทยาลัย ต้องทําหน้าทีทังด้านการบริหารและด้านการสอนในเวลาเดียวกัน เนื องจากนิ สตมี ิ จํานวนมากคณาจารย์จานวนน้อยทําให้ผบริหารมองเห็นปั ญหาต่างๆ ได้ไม่ดีพอ ซึงนําไปสูการเอา ํ ู้ ่ ใจใส่ดแลความเป็ นอยูของนิ สิต จากการทําหน้าทีทังสองประการ ทําให้นิสิตมองผูบริหารและ ู ่ ้ คณาจารย์ในลักษณะเชิงลบ คือ อาจารย์เป็ นคนไม่ตรงต่อเวลาในการเข้าสอนและเลิกสอน ให้ โอกาสนอกชันเรียนแก่พระนิ สิตเข้าพบ และให้คาแนะนําในด้านการเรียน เป็ นต้น ซึงตามความ ํ เป็ นจริงแล้วคณาจารย์ทุกรูป/คนของวิทยาลัยสงฆ์เลย ต้องทําหน้าทีอืนๆ อีกตามทีได้รบั มอบหมายภาระงานจากผูบริหาร นอกเหนื อจากภาระงานประจําคือการสอน ซึงอาจเป็ นเหตุทาให้ ้ ํ นิ สิตมองผูบริหารและคณาจารย์ในเชิงลบ ้ ในด้านหลักสูตร นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับดี โดยเฉพาะประเด็นเรืองความคิดเห็นใน ด้านประโยชน์ของหลักสูตรซึงสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาสังคมได้ และเมือศึกษาแล้วทําให้ ได้รบความรูอย่างกว้างขวาง สามารถนําความรูทีได้รบไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิน การ ั ้ ้ ั พัฒนาวัด การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมได้ ซึงสอดคล้องกับ
  • 65.
    57 นโยบายการศึกษาและพันธกิจของมหาวิทยาลัย ทังนีเพราะมหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสําคัญ ในเรืองนี โดยเฉพาะด้านการประกันคุณภาพการศึกษาวิทยาลัยสงฆ์เลยก็ได้จดการเรียนการสอน ั ตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ทีได้รบการปรับปรุงในสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทาลัย ั ตลอดเวลา และนอกจากนี วิทยาลัยสงฆ์เลยก็ได้ทาอนุ ทินการศึกษาโดยกําหนดวันเวลาเรียนและ ํ การสอบให้นิสิตทุกรูป/คนทีลงทะเบียนเรียนและมีการประเมินการสอนของอาจารย์ทุกภาค การศึกษาเพือปรับปรุงและพัฒนาอาจารย์ให้ดียิงขึน ด้านระบบการจัดการศึกษา นิ สตมีความคิดเห็นในระดับดี โดยเฉพาะในเรือง การชัวโมง ิ การบรรยายแต่ละกระบวนวิชามีความเหมาะสมกับจํานวนหน่วยกิต และเรืองของการบริการของ เจ้าหน้าทีเต็มใจให้บริการแก่นิสต เพราะผูบริหารของวิทยาลัยสงฆ์เลยได้ให้ความสําคํญในเรือง ิ ้ มารยาทของการบริการแด่พระภิกษุ สามเณรแก่คณาจารย์เจ้าหน้าทีอยูเสมอ ส่วนในเชิงลบคือการ ่ เปิ ดโอกาสให้นิสิตได้เข้าไปมีสวนร่วมในการจัดการศึกษาตามความเหมาะสมนัน ได้แก่ การจัด ่ กิจกรรมด้านการพัฒนาความรูทงภายใน และ ภายนอกมหาวิทยาลัย แนวทางแก้ปัญหาพบว่าควร ้ ั เปิ ดโอกาสให้นิสิตได้มีสวนร่วมในการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น การจัดการศึกษาและดูงาน ่ นอกสถานที การสร้างเครือข่ายนิ สตระหว่างวิทยาลัยสงฆ์ เป็ นต้น ิ ด้านวิธีการสอน นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับดีมาก โดยเฉพาะเรืองการเปิ ดโอกาสให้ ผูเ้ รียนมีสวนร่วมในการเรียนการสอน การบรรยาย การสาธิต การสัมมนา และ อภิปรายร่วม ่ ภายในห้องเรียน คณาจารย์มีแผนการสอนโดยกําหนดวัตถุประสงค์ เนือหา สือ และวิธีการ ประเมินผลและมีเอกสารประกอบการสอนทีตรงกับเนื อหาวิชาทีเรียน นิ สิตส่วนมากให้ความสําคัญ ด้านนี เพราะต้องการมีสวนร่วมในการเรียนการสอน การบรรยาย การสาธิต การสัมมนา และ ่ อภิปรายมากกว่าการฟั งอาจารย์บรรยายด้านเดียว สอดคล้องกับการศึกษาของโสภา สิทธิสรวง (2536) ทีศึกษาเรือง “ความคิดเห็นของครูสงคมศึกษาเกียวกับปั ญหาการเรียนการสอนวิชา ั พระพุทธศาสนาในวิทยาลัยเทคนิ คสังกัดกรมอาชีวศึกษา” โดยพบว่า เรืองทีเป็ นปั ญหามากก็คือ ครู-อาจารย์ มีความเคยชินการสอนแบบบรรยายมากกว่าแบบอืน ส่วนความคิดเห็นของนิ สตใน ิ เชิงลบทีเห็นว่าเป็ นปั ญหาคือเรืองการส่งเสริมให้ผเู้ รียนใช้เทคโนโลยีผสมผสานการศึกษาเพือช่วย ในการเรียนอย่างสมําเสมอ ปั ญหาการใช้บริการใช้หองคอมพิวเตอร์ไม่สะดวก ไม่มีการให้บริการ ้ สืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ ตในห้องสมุด ซึงสอดคล้องกับการศึกษาของพระสมนึก ต๊ะรังษี(2535) ทีศึกษาเรือง“การศึกษาของพระภิกษุ สามเณรในสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย:สภาพ การศึกษาปั ญหาและการแก้ปัญหา” โดยพบว่ามหาวิทยาลัยยังขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน ทีทันสมัย ห้องสมุดมีหนังสือค่อนข้างเก่า หนังสือทีมีตามหลักสูตรใหม่ไม่เพียงพอ ส่วนในด้านอาคารสถานที นิ สิตแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะประเด็นทีเห็นว่าเป็ นปั ญหาที พบคือสภาพแวดล้อมของค่อนข้างจะคับแคบและขาดสถานทีเพืออํานวยความสะดวกแก่นิสิต แนว ทางการแก้ไขนัน พบว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย กําลังเตรียม ดําเนิ นการโครงการก่อสร้างอาคารเรียนแห่งใหม่ ตลอดจนปรับปรุงสวัสดิการต่างๆ ของนิ สิตด้วย
  • 66.
    58 ส่วนด้านการจัดกิจกรรมของนิ สิต นิ สิตมีความคิดเห็นในระดับดี โดยเฉพาะเรืองของการ ส่งเสริมกิจกรรมนิ สิตให้มีความหลากหลายประเภทมากขึน ผูบริหาร และคณาจารย์ให้ความ ้ ร่วมมือในการจัดกิจกรรมของนิ สิตมากขึน รวมทังการมีสวนร่วม และ สนับสนุนในการจัดกิจกรรม ่ ต่างๆ ส่วนข้อคิดเห็นโดยเฉพาะประเด็นทีเห็นว่าเป็ นปั ญหาคือ สถานทีทํางานของคณะกรรมการ นิ สิตยังไม่มีการกําหนดเป็ นสัดส่วน 5.3 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะอืนๆ ของนิสต ิ 1) การให้งานนิ สิตไปดําเนิ นการ อาจารย์ควรมอบหมายให้พร้อมกับการแนะนําวิธีการทํา อย่างชัดเจน จนนิ สิตเกิดความเข้าใจ สามารถทํางานทีได้รบมอบหมายได้สาเร็จ ั ํ 2) วิทยาลัยสงฆ์เลยควรรณรงค์ให้นิสิตเข้าใช้บริการห้องสมุด และ มีการจัดกิจกรรมการ ค้นคว้าในห้องสมุดมากขึน 3) วิทยาลัยสงฆ์เลยควรมีการระดมทุนจากกิจกรรม หรือ โครงการต่างๆ เพือนํามาตังเป็ น กองทุนสําหรับการศึกษาของนิ สิต ข้อเสนอแนะด้านการสอน 1) อาจารย์ควรใช้สือการสอนทีทันสมัยและหลากหลายให้มากขึน 2) ควรมีการบริการอินเทอร์เน็ ทตลอดเวลาเพือสนับสนุนการเรียนการสอน ข้อเสนอแนะด้านอาคารสถานที 1) ควรปรับปรุงภูมิทศน์บริเวณภายนอก ภายในห้องเรียน และ ควรจัดทีนังพักผ่อนให้ ั เพียงพอ 2) ควรบริการนําดืมให้เพียงพอ ข้อเสนอแนะด้านกิจกรรมของนิสิต 1) ควรให้นิสิตทําการวิจยสภาพปั ญหาของท้องถิน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรูดวยตนเอง ั ้ ้ ในด้านต่างๆ เช่น ภูมิปัญญาท้องถิน ประเพณีวฒนธรรมท้องถิน และการศึกษาเพือรับรู ้ ั ปั ญหาท้องถิน 2) ควรจัดงบประมาณเพืออุดหนุ นกิจกรรมของคณะกรรมการนิ สิต 3) ควรจัดให้มีการทัศนศึกษาดูงานนอกสถานทีแก่นิสิต
  • 67.
  • 68.
    60 บรรณานุกรม กองวิชาการ. คู่มือการประกันคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุนส่วนจํากัดไทยรายวันการพิมพ์. ้ 2547. กองแผนงาน. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. แผนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยในช่วงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที 9 (พ.ศ. 2545- 2549).กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2547. กาญจนา บุญรมย์. หลักการสอน. อุบลราชธานี : คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยครูอุบลราชธานี , 2536. กฤษณา ศักดิศรี. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : บํารุงสาสน์, 2530. กําจัด จันทรวงษ์โส. “การศึกษาความคิดเห็นเกียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผูเ้ รียน หลักสูตรระดับชันสูง ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เขต กรุงเทพมหานคร”.ปริญญานิ พนธ์มหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2536. ชัยยงค์ พรหมวงศ์. หน่วยที 1 การสอนในฐานะวิทยาการ. เอกสารการสอนชุดวิชาวิทยาการ การสอนหน่วยที 1-7. กรุงเทพมหานคร : รุงศิลป์ การพิมพ์, 2525. ่ ชินโอสถ หัวบําเรอ. เทคนิควิธีการเผยแพร่ธรรมของพระพุทธเจ้า ใน คู่มือการฝึ กอบรมวิทยากร หลักสูตรสร้างเสริมจริยธรรมข้าราชการ เพือพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร: เรืองแสง การพิมพ์. 2531. ทบวงมหาวิทยาลัย. คุณลักษณะบัณฑิตทีพึงประสงค์ของทบวงมหาวิทยาลัย. http://www.ubu.ac.th/ ~inforeducation/ curriculum.html สืบค้นเมือวันที 20 กันยายน ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครังที 4. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.2548. ธีระ รุญเจริญ. การประถมศึกษา. ขอนแก่น : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2519. ___________. การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิ ช, 2525. น้อย ลายคราม. การเรียนการสอน. พิษณุโลก : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบลสงคราม, 2537. ู บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. กรุงเทพมหานคร :สุวีริยาส์น, . บัญญัติ ชํานาญกิจ. หลักการสอน. กําแพงเพชร: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎกําแพงเพชร, 2536. พรรณี ช. เจนจิต. จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์การพิมพ์, 2528. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พัฒนาการพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2540. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์ อักษรเจริญทัศน์,2526. วิทยาลัยสงฆ์เลย, วัตถุประสงค์การก่อตัง, http://www.mcu.ac.th/site/college/coll_index.php. สืบค้นเมือวันที กันยายน
  • 69.
    61 ลําพอง บุญช่วย. การสอนเชิงระบบ.ปทุมธานี: วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์, 2530. สงัด อุทรานันท์. การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็ นระบบ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, 2525. สถาบันวิจยพุทธศาสตร์. รายงานการวิจยเรือง การปรับโครงสร้างสถานภาพและบทบาท ั ั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2542. สวัสดิ จิตต์จนะ. หลักการสอน. พิษณุโลก : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบัน ราชภัฎพิบลสงคราม, 2537. ู สมนึ ก ต๊ะรังษี, พระมหา. การศึกษาของพระภิกษุสามเณรในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย : สภาพการศึกษาปัญหาและการแก้ปัญหา. วิทยานิ พนธ์มหาบัณฑิตภาควิชา พระพุทธศาสนา สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย, 2535. สมพงษ์ ดอกไม้. สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยกรุงเทพในทัศนะของผูบริหาร อาจารย์ และ ้ นักศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีนัครินทราวิโรฒ. 2534. สุชาติ ประสิทธิรฐสินธุ.์ ระเบียบวิธีวิจยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒน ั ั บริหารศาสตร์. 2534. สุพิน บุญชูวงศ์. หลักการสอน. กรุงเทพมหานคร : ฝ่ ายเอกสารตํารา สถาบันราชภัฎสวนดุสิต,2539 สุภา อักษรดิษฐ์. หลักการสอนและการเตรียมประสบการณ์วิชาชีพภาคปฏิบต.ิ พิษณุโลก: ั คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยพิบลสงคราม, 2539. ู โสภา สิทธิสรวง. ความคิดเห็นของครูสงคมศึกษาเกียวกับปัญหาการเรียนการสอนวิชา ั พระพุทธศาสนาในวิทยาลัยเทคนิค สังกัดกรมอาชีวศึกษา. ผลงานวิจยส่วนบุคคล ั กรมอาชีวศึกษา. อภิวนท์ ชาญวิชย. หลักการสอน. ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพิบล ั ั ู สงคราม,2540. อาภรณ์ ใจเทียง. หลักการสอน. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2537.