นายธัชธรรม ลอศิริกุล 513020592-4
                            นางสาวเยาวลักษณ์ พรมดี 513020593-2
ภาควิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 ความเป็นมา
 เทคโนโลยีกับการเรียนการสอน
 แนวคิดในการเพิ่มคุณค่าของเทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้
 แนวคิดของบิลล์ เกตส์ (Bill Gate) เกี่ยวกับการนาเทคโนโลยีมา
  ใช้ในการศึกษา
 การจัดปัจจัยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้
 บทสรุป
ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสาคัญกับการลงทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(Information and Communication Technology : ICT) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา
   เพื่อให้คนไปช่วยพัฒนาประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จึงเป็น
เครื่องมือที่มีคุณภาพสูงในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา
เทคโนโลยีจะเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 3 ลักษณะ คือ
 1. การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (Learning about Technology) ได้แก่ การ
   เรียนรู้ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์ เรียนรู้จนสามารถใช้ระบบ
   คอมพิวเตอร์ได้ ทาระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น สื่อสารข้อมูลทางไกลผ่าน
   Email และ Internet ได้ เป็นต้น
2. การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (Learning by Technology) ได้แก่ การเรียนรู้
ความรู้ ใหม่ ๆ และฝึกความสามารถ ทักษะบางประการ โดยใช้สื่อเทคโนโลยี
เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ที่ส่งผ่าน
ดาวเทียม การค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
3. การเรียนรู้กับเทคโนโลยี (Learning with Technology) ได้แก่การเรียนรู้ด้วย
ระบบ การสื่อสาร 2 ทาง (Interactive) กับเทคโนโลยี เช่น การฝึกทักษะภาษากับ
โปรแกรมที่ให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความถูกต้อง (Feedback) การฝึกการแก้ปัญหา
กับสถานการณ์จาลอง (Simulation) เป็นต้น
1. การใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทางปัญญา
  กระบวนการทางปัญญา (Intellectual Skills) คือ กระบวนการที่มีองค์ประกอบ
สาคัญ คือ
 • (1) การรับรู้สิ่งเร้า (Stimulus)
 • (2) การจาแนกสิ่งเร้าจัดกลุ่มเป็นความคิดรวบยอด (Concept)
(3) การเชื่อมโยงความคิดรวบยอดเป็นกฎเกณฑ์ หลักการ (Rule)
     ด้วยวิธีอุปนัย (Inductive)
      วิธีสอนแบบอุปนัย เป็นการสอนรายละเอียดปลีกย่อยไปหากฎเกณฑ์
      หรือสอนจากตัวอย่าง. ไปหากฎเกณฑ์
(4) การนากฎเกณฑ์ หลักการไปประยุกต์ใช้ด้วยวิธีนิรนัย (Deductive)
(5) การสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ (Generalization)
2. การใช้เทคโนโลยีพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา
  การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สร้างเป็นองค์ความรู้ต่าง ๆ โดยใช้
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วย และครูช่วยกากับผลการเรียนรู้ให้เป็นไปตาม
มาตรฐานคุณภาพที่ต้องการ
1. การเรียนไม่ได้มีเฉพาะในห้องเรียน ในโลก
ยุคปัจจุบัน คนสามารถที่จะเรียนได้จากแหล่ง
ความรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะทางด่วนข้อมูล
(Information Superhighway)
2. ผู้เรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล บิลล์ เกตส์ ได้อ้างทฤษฎีอาจารย์วิชา
การศึกษาที่ว่า เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันจึงจาเป็นจะต้องจัดการเรียนการ
สอน ให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล เพราะเด็กแต่ละคนมีความรู้
ความเข้าใจ ประสบการณ์ และการมองโลกแตกต่างกันออกไป
3. การเรียนที่ตอบสนองความต้องการรายคน การศึกษาที่สอนเด็กจานวน
มาก โดยรูปแบบที่จัดเป็นรายชั้นเรียน ในปัจจุบันไม่สามารถที่จะตอบสนองความ
ต้องการของเด็กเป็นรายคนได้ แต่ด้วยอานาจ และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ การเรียนตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งเป็นความฝันของนักการ
ศึกษามานานแล้วนั้น สามารถจะเป็นจริงได้โดยมีครูคอยให้การดูแลช่วยเหลือ
และแนะนา
4. การเรียนโดยใช้สื่อประสม ในอนาคตห้องเรียนทุกห้องจะมีสื่อประสมจาก
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เด็กสามารถเลือกเรียนเรื่องต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ
5. บทบาทของทางด่วนข้อมูล กับการสอนของครู ด้วยระบบเครือข่ายทาง
ด่วนข้อมูล จะทาให้ได้ครูที่สอนเก่ง จากที่ต่าง ๆ มากมายมาเป็นต้นแบบ และ
สิ่งที่ครูสอนนั้นแทนที่จะใช้กับเด็กเพียงกลุ่มเดียว ก็สามารถสร้าง Web Site ของ
ตนขึ้นมาเพื่อเผยแผ่ จะช่วยในการปฏิวัติการเรียนการสอนได้มาก




    ยกตัวอย่างเว็บไซต์ ที่เป็นการรวบรวมเนื้อหาพันธะเคมี http://www.krumontree.com/
6. บทบาทของครูจะเปลี่ยนไป ครูจะมีหลายบทบาทหน้าที่ เช่น ทาหน้าที่
เหมือนกับครูฝึกของนักศึกษาคอยช่วยเหลือให้คาแนะนา เป็นเพื่อนของผู้เรียน
เป็นทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก และเป็นสะพานการสื่อสารที่เชื่อมโยง
ระหว่างเด็กกับโลก ซึ่งอันนี้ก็คือบทบาทที่ยิ่งใหญ่ของครู
7. ความสัมพันธ์ระหว่าง นักเรียน ครู และผู้ปกครอง จะใช้ระบบทางด่วน
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง นักเรียน ครู และ
ผู้ปกครอง เช่น การส่ง E-mail จากครู ไปถึงผู้ปกครอง
ความคิดของบิลล์ เกตส์นับเป็นการเปิดโลกใหม่ด้านการศึกษาด้วยการนา
ระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ และทางด่วนข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ทวโลก ั่
เข้ามาเป็นตัวกระตุ้น การปฏิวัติระบบการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิม ถึงแม้ว่าเขา
จะย้าว่าห้องเรียนยังคงมีอยู่เหมือนเดิม เพื่อลดการต่อต้านด้านเทคโนโลยี
การเปิดโอกาสให้เด็กสามารถเรียนได้เป็นรายบุคคลโดยมีการวางแผนร่วมกับครู
ถ้าคนในวงการศึกษาไม่ปรับเปลี่ยนจะล้าหลังกว่าวงการอื่น ๆ อย่างแน่นอน
ปัจจัยพื้นฐาน คือ การสร้างความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีสรรถนะและจานวน
เพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียน รวมถึงการอานวยความสะดวกให้ผู้เรียนสามารถใช้
เทคโนโลยีได้ตลอดเวลา จะเป็นปัจจัยเบื้องต้นของการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการ
เรียนรู้ สิ่งที่ควรเป็นปัจจัยเพิ่มเติม คือ
1. ครูสร้างโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
     ปัจจัยที่จะผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า คือ การที่ครูออกแบบ
กระบวนการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการทากิจกรรมประกอบการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่
ต้องใช้กระบวนการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากการสังเกตใน
สถานการณ์จริง การทดลอง การค้นคว้าจากสื่อสิ่งพิมพ์ และจากสื่อ Electronic
เช่น จาก Web Sites เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการทาโครงงานอิสระสนองความสนใจ
เป็นกิจกรรมที่ต้องฝึกปฏิบัติจาก Software สาเร็จรูป เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการ
บันทึก วิเคราะห์ข้อมูล และการนาเสนอรายงานด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
2. ครู และผู้เรียนจัดทาระบบแหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
        ปัจจัยด้านแหล่งข้อมูลสารสนเทศ (Information Sources) เป็นตัวเสริมที่
สาคัญที่ช่วยเพิ่มคุณค่าของระบบเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ครู และผู้เรียน
ควรช่วยกันแสวงหาแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่มีเนื้อหาสาระตรงกับหลักสูตร
3. สถานศึกษาจัดศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
          ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ (Learning Resources Center) เป็น
ตัวชี้วัดสาคัญประการหนึ่งของศักยภาพของสถานศึกษาที่จะส่งเสริมการใช้
เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของครู และผู้เรียน
4. การบริการของกรมหรือหน่วยงานกลางทางเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
    ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีของสถานศึกษาด้วยการบริการด้านข้อมูล
สารสนเทศ เช่น จัดทาเอกสารรายเดือน รายงาน Software ในท้องตลาด แจ้งชื่อ
Web Sites ใหม่ ๆ พร้อมสาระเนื้อหาโดยย่อ จัดทาคลังข้อมูลความรู้ Knowledge
Bank เพื่อการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ผ่านสื่อ
What is IT?   Future IT
มีผู้กล่าวว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ IT นั้น การจัด T : Technology ไม่
ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะถ้ามีงบประมาณก็จัดหาได้ และสอนให้ผู้เรียนใช้
เทคโนโลยีเป็นโดยไม่ยาก แต่สิ่งที่ขาดแคลนคือ I : Information หรือ
สารสนเทศ ที่น่าจะเป็นเนื้อหาของการใช้เทคโนโลยี เพราะถ้าขาดข้อมูล
สารสนเทศเพื่อใช้ในการเรียนรู้ และขาดการเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ให้เข้า
กับเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ”
        ในอนาคต ก็น่าจะได้พบความสมบูรณ์ของระบบข้อมูลสารสนเทศที่
หลากหลาย ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทคโนโลยี และได้พบผลงานของครู
และผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่แสดงถึงการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในการเรียนการสอน

งานนำเสนอแนวคิดใช้Itpresent

  • 1.
    นายธัชธรรม ลอศิริกุล 513020592-4 นางสาวเยาวลักษณ์ พรมดี 513020593-2 ภาควิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • 2.
     ความเป็นมา  เทคโนโลยีกับการเรียนการสอน แนวคิดในการเพิ่มคุณค่าของเทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้  แนวคิดของบิลล์ เกตส์ (Bill Gate) เกี่ยวกับการนาเทคโนโลยีมา ใช้ในการศึกษา  การจัดปัจจัยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้  บทสรุป
  • 3.
    ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสาคัญกับการลงทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information andCommunication Technology : ICT) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา เพื่อให้คนไปช่วยพัฒนาประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จึงเป็น เครื่องมือที่มีคุณภาพสูงในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา
  • 4.
    เทคโนโลยีจะเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 3 ลักษณะคือ  1. การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (Learning about Technology) ได้แก่ การ เรียนรู้ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์ เรียนรู้จนสามารถใช้ระบบ คอมพิวเตอร์ได้ ทาระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น สื่อสารข้อมูลทางไกลผ่าน Email และ Internet ได้ เป็นต้น
  • 5.
    2. การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (Learningby Technology) ได้แก่ การเรียนรู้ ความรู้ ใหม่ ๆ และฝึกความสามารถ ทักษะบางประการ โดยใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ที่ส่งผ่าน ดาวเทียม การค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
  • 6.
    3. การเรียนรู้กับเทคโนโลยี (Learningwith Technology) ได้แก่การเรียนรู้ด้วย ระบบ การสื่อสาร 2 ทาง (Interactive) กับเทคโนโลยี เช่น การฝึกทักษะภาษากับ โปรแกรมที่ให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความถูกต้อง (Feedback) การฝึกการแก้ปัญหา กับสถานการณ์จาลอง (Simulation) เป็นต้น
  • 7.
    1. การใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทางปัญญา กระบวนการทางปัญญา (Intellectual Skills) คือ กระบวนการที่มีองค์ประกอบ สาคัญ คือ • (1) การรับรู้สิ่งเร้า (Stimulus) • (2) การจาแนกสิ่งเร้าจัดกลุ่มเป็นความคิดรวบยอด (Concept)
  • 8.
    (3) การเชื่อมโยงความคิดรวบยอดเป็นกฎเกณฑ์ หลักการ(Rule) ด้วยวิธีอุปนัย (Inductive) วิธีสอนแบบอุปนัย เป็นการสอนรายละเอียดปลีกย่อยไปหากฎเกณฑ์ หรือสอนจากตัวอย่าง. ไปหากฎเกณฑ์ (4) การนากฎเกณฑ์ หลักการไปประยุกต์ใช้ด้วยวิธีนิรนัย (Deductive) (5) การสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ (Generalization)
  • 9.
    2. การใช้เทคโนโลยีพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สร้างเป็นองค์ความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วย และครูช่วยกากับผลการเรียนรู้ให้เป็นไปตาม มาตรฐานคุณภาพที่ต้องการ
  • 10.
    1. การเรียนไม่ได้มีเฉพาะในห้องเรียน ในโลก ยุคปัจจุบันคนสามารถที่จะเรียนได้จากแหล่ง ความรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะทางด่วนข้อมูล (Information Superhighway)
  • 11.
    2. ผู้เรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล บิลล์เกตส์ ได้อ้างทฤษฎีอาจารย์วิชา การศึกษาที่ว่า เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันจึงจาเป็นจะต้องจัดการเรียนการ สอน ให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล เพราะเด็กแต่ละคนมีความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ และการมองโลกแตกต่างกันออกไป
  • 12.
    3. การเรียนที่ตอบสนองความต้องการรายคน การศึกษาที่สอนเด็กจานวน มากโดยรูปแบบที่จัดเป็นรายชั้นเรียน ในปัจจุบันไม่สามารถที่จะตอบสนองความ ต้องการของเด็กเป็นรายคนได้ แต่ด้วยอานาจ และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ การเรียนตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งเป็นความฝันของนักการ ศึกษามานานแล้วนั้น สามารถจะเป็นจริงได้โดยมีครูคอยให้การดูแลช่วยเหลือ และแนะนา
  • 13.
  • 14.
    5. บทบาทของทางด่วนข้อมูล กับการสอนของครูด้วยระบบเครือข่ายทาง ด่วนข้อมูล จะทาให้ได้ครูที่สอนเก่ง จากที่ต่าง ๆ มากมายมาเป็นต้นแบบ และ สิ่งที่ครูสอนนั้นแทนที่จะใช้กับเด็กเพียงกลุ่มเดียว ก็สามารถสร้าง Web Site ของ ตนขึ้นมาเพื่อเผยแผ่ จะช่วยในการปฏิวัติการเรียนการสอนได้มาก ยกตัวอย่างเว็บไซต์ ที่เป็นการรวบรวมเนื้อหาพันธะเคมี http://www.krumontree.com/
  • 15.
    6. บทบาทของครูจะเปลี่ยนไป ครูจะมีหลายบทบาทหน้าที่เช่น ทาหน้าที่ เหมือนกับครูฝึกของนักศึกษาคอยช่วยเหลือให้คาแนะนา เป็นเพื่อนของผู้เรียน เป็นทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก และเป็นสะพานการสื่อสารที่เชื่อมโยง ระหว่างเด็กกับโลก ซึ่งอันนี้ก็คือบทบาทที่ยิ่งใหญ่ของครู
  • 16.
    7. ความสัมพันธ์ระหว่าง นักเรียนครู และผู้ปกครอง จะใช้ระบบทางด่วน ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง นักเรียน ครู และ ผู้ปกครอง เช่น การส่ง E-mail จากครู ไปถึงผู้ปกครอง
  • 17.
    ความคิดของบิลล์ เกตส์นับเป็นการเปิดโลกใหม่ด้านการศึกษาด้วยการนา ระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ และทางด่วนข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ทวโลกั่ เข้ามาเป็นตัวกระตุ้น การปฏิวัติระบบการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิม ถึงแม้ว่าเขา จะย้าว่าห้องเรียนยังคงมีอยู่เหมือนเดิม เพื่อลดการต่อต้านด้านเทคโนโลยี การเปิดโอกาสให้เด็กสามารถเรียนได้เป็นรายบุคคลโดยมีการวางแผนร่วมกับครู ถ้าคนในวงการศึกษาไม่ปรับเปลี่ยนจะล้าหลังกว่าวงการอื่น ๆ อย่างแน่นอน
  • 18.
    ปัจจัยพื้นฐาน คือ การสร้างความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ให้มีสรรถนะและจานวน เพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียน รวมถึงการอานวยความสะดวกให้ผู้เรียนสามารถใช้ เทคโนโลยีได้ตลอดเวลา จะเป็นปัจจัยเบื้องต้นของการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการ เรียนรู้ สิ่งที่ควรเป็นปัจจัยเพิ่มเติม คือ
  • 19.
    1. ครูสร้างโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ปัจจัยที่จะผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า คือ การที่ครูออกแบบ กระบวนการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการทากิจกรรมประกอบการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ ต้องใช้กระบวนการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากการสังเกตใน สถานการณ์จริง การทดลอง การค้นคว้าจากสื่อสิ่งพิมพ์ และจากสื่อ Electronic เช่น จาก Web Sites เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการทาโครงงานอิสระสนองความสนใจ เป็นกิจกรรมที่ต้องฝึกปฏิบัติจาก Software สาเร็จรูป เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการ บันทึก วิเคราะห์ข้อมูล และการนาเสนอรายงานด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • 20.
    2. ครู และผู้เรียนจัดทาระบบแหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ ปัจจัยด้านแหล่งข้อมูลสารสนเทศ (Information Sources) เป็นตัวเสริมที่ สาคัญที่ช่วยเพิ่มคุณค่าของระบบเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ครู และผู้เรียน ควรช่วยกันแสวงหาแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่มีเนื้อหาสาระตรงกับหลักสูตร
  • 21.
    3. สถานศึกษาจัดศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ (Learning Resources Center) เป็น ตัวชี้วัดสาคัญประการหนึ่งของศักยภาพของสถานศึกษาที่จะส่งเสริมการใช้ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของครู และผู้เรียน
  • 22.
    4. การบริการของกรมหรือหน่วยงานกลางทางเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีของสถานศึกษาด้วยการบริการด้านข้อมูล สารสนเทศ เช่น จัดทาเอกสารรายเดือน รายงาน Software ในท้องตลาด แจ้งชื่อ Web Sites ใหม่ ๆ พร้อมสาระเนื้อหาโดยย่อ จัดทาคลังข้อมูลความรู้ Knowledge Bank เพื่อการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ผ่านสื่อ
  • 23.
    What is IT? Future IT
  • 24.
    มีผู้กล่าวว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ ITนั้น การจัด T : Technology ไม่ ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะถ้ามีงบประมาณก็จัดหาได้ และสอนให้ผู้เรียนใช้ เทคโนโลยีเป็นโดยไม่ยาก แต่สิ่งที่ขาดแคลนคือ I : Information หรือ สารสนเทศ ที่น่าจะเป็นเนื้อหาของการใช้เทคโนโลยี เพราะถ้าขาดข้อมูล สารสนเทศเพื่อใช้ในการเรียนรู้ และขาดการเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ให้เข้า กับเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ” ในอนาคต ก็น่าจะได้พบความสมบูรณ์ของระบบข้อมูลสารสนเทศที่ หลากหลาย ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทคโนโลยี และได้พบผลงานของครู และผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่แสดงถึงการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการเรียนการสอน