สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning) 
ภายหลังที่รัฐบาลได้จัดการปฏิรูปการศึกษา ซงึ่มีหัวใจสาคัญอยู่ที่ "การ 
ยกระดับคุณภาพประชากรของประเทศให้สูงขึน้ คือ ผู้เรียนทุกคนมี 
ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสา คัญที่สุด ที่ 
ต้องส่งเสริมและพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพ ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การ 
ประยุกต์ความรู้ และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารถในการคิดวิเคราะห์ 
และริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการแก้ปัญหา ตลอดจนรู้จักการทางาน 
เป็นหมู่คณะ" มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ 
เรียนรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้อย่างหลากหลาย สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา 
เพื่อที่จะทาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ และเหมาะสมกับยุคแห่งข้อมูล 
สารสนเทศที่มีอยู่อย่างมากมาย รวมไปถึงการทาให้การเรียนรู้นัน้เกิด 
ประสิทธิภาพสูงสุด ทัง้ยังเพื่อเป็นการเตรียมพัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณลักษณะที่ 
เหมาะสมกับสังคมยุคโลกาภิวัตน์
ภารกิจ 
1. วิเคราะห์บทบาทและความสา คัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 
กับการพัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 
2. วิเคราะห์บทบาทและความสา คัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 
กับการพัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 
3. ให้ท่านพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่ม 
ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ตามบริบทของโรงเรียนที่ 
กา หนดให้ พร้อมทัง้ให้เหตุผลประกอบการอธิบาย
1. วิเคราะห์บทบาทและความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับการ 
พัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 
การปฏิรูปการศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็น 
ศูนย์กลางการเรียน แทนที่ครูจะเป็นผู้มีบทบาทสา คัญเพียง 
อย่างเดียว ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา คือการสร้าง 
โอกาสให้แก่ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ได้มาก 
และสะดวกขึ้น ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาจึงต้องใช้ระบบ 
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการจัดการเรียนรู้
พัฒนาการเรียนรู้และอา นวย 
ความสะดวกในด้านการสอนและ 
แหล่งการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา 
ไม่มีข้อจากัดในด้านสถานที่ 
การสอนโดยใช้ระบบ 
สารสนเทศจะจัดการเรียนรู้ได้ตาม 
ความแตกต่างของผู้เรียน ระบบการ 
เรียนรู้ที่ใช้ในด้านการศึกษามีหลาย 
ระบบ เช่น E-learning, e – 
Book, e –Library และ e – 
Classroom 
การจัดการเรียนรู้โดยใช้ 
เทคโนโลยีและสารสนเทศในการ 
เรียนรู้เป็นการเปิดโอกาสทางการ 
ศึกษาที่ทาให้คุณเรียนรู้โดยไม่มี 
ข้อจากัดในประเด็นต่าง ๆ เพียงแต่ 
ผู้เรียนรู้ต้องศึกษาวิธีการเพื่อเข้าสู่ 
ระบบที่ต้องการให้ถูกต้อง 
เกิดระบบการเรียนการสอนทางไกล 
ซึ่งผู้เรียนและผู้สอนสามารถตอบโต้กันได้แม้ว่า 
จะอยู่ห่างกัน ผู้เรียนสามารถส่งการบ้านทาง 
อินเทอร์เน็ตได้ ครูสามารถตรวจงานให้คะแนน 
ได้ แม้กระทั่งการชี้แนะด้วยไปรษณีย์ 
อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือใช้ระบบกระดาน 
ข่าว (Bulletin Board System) 
บทบาทและความสาคัญ 
ของเทคโนโลยี 
สารสนเทศกับการพัฒนา 
การศึกษา
2. วิเคราะห์บทบาทและความสา คัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับ 
การพัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 
นาเทคโนโลยีสารสนเทศมาบูรณาการในการ 
จัดการเรียนรู้ ได้แก่ 
1. สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้(Learning environment) เป็นการบูรณาการเทคโนโลยี 
สารสนเทศในการจัดการเรียนรู้ที่นาทฤษฎีการเรียนรู้มาเป็นพืน้ฐานการออกแบบร่วมกับสื่อหรือเทคโนโลยี 
สารสนเทศ ซึ่งจะประกอบด้วย 
-สถานการณ์ปัญหา ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ 
-แหล่งการเรียนรู้ชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นหาคาตอบได้หลากหลายรูปแบบ 
-ฐานการช่วยเหลือ เพื่อคอยช่วยเหลือสนับสนุน กระตุ้นผู้เรียนให้สามารถแก้ปัญหาได้ ใน 
กรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 
-การเรียนรู้แบบร่วมมือกันแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ได้ 
ขยายมุมมองแนวคิดต่างๆ 
ซงึ่สงิ่แวดล้อมทางการเรียนรู้แบ่งตามคุณลักษณะของสื่อได้3 รูปแบบ คือ สงิ่แวดล้อม 
ทางการเรียนรู้บนเครือข่าย, มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ และชุดการสร้างความรู้ตามแนว 
คอนสตรัคติวิสต์
2. การเรียนรู้แบบออนไลน์(E-learning) เป็นการศึกษาเรียนรู้ผ่าน 
เครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออินทราเน็ต (Intranet) 
เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของ 
ตน ซึ่งการให้บริการการเรียนแบบออนไลน์ มีองค์ประกอบที่สาคัญ 3 ส่วน 
-เนือ้หาของบทเรียน ซงึ่จะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ 
-ระบบบริหารการเรียน ทาหน้าที่เป็นศูนย์กลาง กาหนดลาดับของเนือ้หาใน 
บทเรียน 
-การติดต่อสื่อสาร รูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบ 2 ทาง มาใช้ประกอบในการ 
เรียน โดยเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ประเภท 
Real-time ได้แก่Chat และประเภท Non real-time ได้แก่Web-board, 
E-mail
3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-books) เป็นหนังสือถูกนามาจัดพิมพ์ใน 
รูปแบบดิจิตอล ไม่บังคับการพิมพ์ และการเข้าเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 
สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสงั่พิมพ์ 
เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ และสามารถปรับปรุงให้ทันสมัยได้ 
ตลอดเวลา และลักษณะของซอฟต์แวร์ที่เพิ่มเป็นแบบไฮเปอร์มีเดีย 
(Hypermedia) สามารถแสดงผลของการค้นหาตัวอักษรได้ เชื่อมต่อกับ 
ไฮเปอร์เท็กซ์ มีคาแนะนาที่สามารถอธิบายศัพท์เป็นระบบออนไลน์
4. ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์(E-library) แหล่งความรู้ที่บันทึกข้อมูลไว้ใน 
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและให้บริการสารสนเทศทางอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่าน 
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในลักษณะผสมผสานการทางานของระบบห้องสมุด 
อัตโนมัติ ห้องสมุดดิจิตอลและห้องสมุดเสมือน เทคโนโลยีของห้องห้องสมุด 
อิเล็กทรอนิกส์มีดังนี้ 
-การจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมและจัดเก็บ 
สารสนเทศ และสะดวกในการบริการส่งสารสนเทศแก่ผู้ใช้ 
-ระบบเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของห้องสมุดกับผู้ใช้และแหล่ง 
สารสนเทศอื่น ๆ 
- การส่งเอกสารสารสนเทศแก่ผู้ใช้ มี4 วิธีการคือ ทางไปรษณีย์ โทรสาร และ 
ทางอินเตอร์
5. แผนการจัดการเรียนรู้ 
1.การเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ (ตัง้คาถาม/สนทนาเกี่ยวกับความรู้เดิมโดยใช้ICT 
เช่น วีดิทัศน์) 
2.การกระตุ้นให้เกิดปัญหาและการมอบหมายภารกิจการเรียนรู้ (เชื่อมโยงสถานการณ์ปัญหา 
และประสบการณ์โดยใช้ ICT เช่น web-based learning) 
3.การส่งเสริมการสร้างและการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง (แสวงหาคาตอบด้วยตนเองจาก 
แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น Web site ) 
4.การขยายแนวคิดที่หลากหลาย (ร่วมมือกันแก้ปัญหา, ระดมสมอง, แลกเปลี่ยนมุมมองที่ 
หลากหลาย โดยใช้ ICT เช่น Chat room) 
5.การส่งเสริมการสร้างความเข้าใจของตนเองและกลุ่มโดยการสะท้อนความคิดและสรุปองค์ 
ความรู้ (นาเสนอผลงานกลุ่ม, สะท้อนความคิดจากเพื่อนต่างกลุ่ม ครูผู้สอนและการรู้คิดของ 
ตนเอง, ร่วมสรุปบทเรียน, ขยายองค์ความรู้ไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานและชีวิตประจาวัน โดย 
ใช้ ICT สนับสนุน เช่น การใช้โปรแกรมนาเสนองาน)
3. ให้ท่านพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ 
จัดการเรียนรู้ ตามบริบทของโรงเรียนที่กา หนดให้ พร้อมทัง้ให้เหตุผล 
ประกอบการอธิบาย 
โรงเรียนบ้านหนองงูเห่า 
เนื่องจากโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์น้อย ดังนั้นครูจึงมีบทบาทสา คัญมากใน 
การสอนนักเรียนด้วย สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ (Learning environment) 
เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนรู้ ที่นาทฤษฎีการเรียนรู้มา 
เป็นพื้นฐานการออกแบบร่วมกับสื่อ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งประกอบด้วย 
สถานการณ์ปัญหา ที่กระตุ้นให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้แหล่งการเรียนรู้ชนิดต่างๆ ที่จัดเตรียม 
ไว้สา หรับให้ผู้เรียนค้นหาคา ตอบ ควรจะมีเวลาเรียนให้นักเรียนได้ลองสัมผัสกับ 
คอมพิวเตอร์ ให้นักเรียนได้ลองค้นคว้าด้วยตนเอง เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้ 
ความเข้าใจด้านการใช้คอมพิวเตอร์ด้วย มีฐานการช่วยเหลือไว้คอยสนับสนุนผู้เรียน 
ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ตลอดจนการเรียนรู้แบบร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ 
สนับสนุนให้ผู้เรียนขยายมุมมองแนวคิดต่าง ๆ
โรงเรียนมัธยมไฮโซเบตง 
เนื่องจากทางโรงเรียนมีความพร้อมทางเทคโนโลยีเป็นอย่างดีแล้ว เป็นผลดีกับนักเรียน 
ที่จะได้ใช้และศึกษาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ และเนื่องจากครูไม่พอ จึงต้องมีการนาเอา 
เทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ ซึ่งได้แก่ 
การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือ E-learning เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียน 
ตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ 
เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อน 
ร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียน 
ในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัย 
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือที่ถูกจัดพิมพ์ในรูปแบบดิจิตอล ไม่บังคับการพิมพ์ 
และการเข้าเล่ม ทุกอย่างที่จะสอนนักเรียนจะอยู่ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวอักษรต่างๆ 
ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสียง เป็นต้น เนื่องจากครูที่น้อย และนักเรียนที่เยอะ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 
จึงเหมาะสมที่จะนามาใช้ในการเรียนการสอน 
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เมื่อนักเรียนสงสัยในเนื้อหา การค้นหาคา ตอบด้วยตนเองจะ 
สามารถพัฒนาศักยภาพของนักเรียนได้มากขึ้น ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์จะครอบคลุมหนังสือจากทั่ว 
โลก นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนจะสามารถหาความรู้ ข้อมูลต่างๆ และสิ่งที่อยากรู้ ได้จากทุก 
สถานที่ ห้องสมุดจะเป็นการแก้ปัญหาในส่วนที่ครูไม่พอได้อีกด้วย
สมาชิก 
นางสาวพรพิมล จันทร์สว่าง 563050111-3 
นางสาวรติยากร คชา 563050126-0 
นางสาวศินารักษ์ สุขโต 563050140-6 
นางสาวนิดาวรรณ เพียสุพรรณ 563050370-9

บทที่ 6 เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

  • 2.
    สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning) ภายหลังที่รัฐบาลได้จัดการปฏิรูปการศึกษาซงึ่มีหัวใจสาคัญอยู่ที่ "การ ยกระดับคุณภาพประชากรของประเทศให้สูงขึน้ คือ ผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสา คัญที่สุด ที่ ต้องส่งเสริมและพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพ ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การ ประยุกต์ความรู้ และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารถในการคิดวิเคราะห์ และริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการแก้ปัญหา ตลอดจนรู้จักการทางาน เป็นหมู่คณะ" มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ เรียนรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้อย่างหลากหลาย สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อที่จะทาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ และเหมาะสมกับยุคแห่งข้อมูล สารสนเทศที่มีอยู่อย่างมากมาย รวมไปถึงการทาให้การเรียนรู้นัน้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด ทัง้ยังเพื่อเป็นการเตรียมพัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณลักษณะที่ เหมาะสมกับสังคมยุคโลกาภิวัตน์
  • 3.
    ภารกิจ 1. วิเคราะห์บทบาทและความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ กับการพัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 2. วิเคราะห์บทบาทและความสา คัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ กับการพัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 3. ให้ท่านพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ตามบริบทของโรงเรียนที่ กา หนดให้ พร้อมทัง้ให้เหตุผลประกอบการอธิบาย
  • 4.
    1. วิเคราะห์บทบาทและความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับการ พัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางการเรียน แทนที่ครูจะเป็นผู้มีบทบาทสา คัญเพียง อย่างเดียว ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา คือการสร้าง โอกาสให้แก่ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ได้มาก และสะดวกขึ้น ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาจึงต้องใช้ระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการจัดการเรียนรู้
  • 5.
    พัฒนาการเรียนรู้และอา นวย ความสะดวกในด้านการสอนและ แหล่งการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ไม่มีข้อจากัดในด้านสถานที่ การสอนโดยใช้ระบบ สารสนเทศจะจัดการเรียนรู้ได้ตาม ความแตกต่างของผู้เรียน ระบบการ เรียนรู้ที่ใช้ในด้านการศึกษามีหลาย ระบบ เช่น E-learning, e – Book, e –Library และ e – Classroom การจัดการเรียนรู้โดยใช้ เทคโนโลยีและสารสนเทศในการ เรียนรู้เป็นการเปิดโอกาสทางการ ศึกษาที่ทาให้คุณเรียนรู้โดยไม่มี ข้อจากัดในประเด็นต่าง ๆ เพียงแต่ ผู้เรียนรู้ต้องศึกษาวิธีการเพื่อเข้าสู่ ระบบที่ต้องการให้ถูกต้อง เกิดระบบการเรียนการสอนทางไกล ซึ่งผู้เรียนและผู้สอนสามารถตอบโต้กันได้แม้ว่า จะอยู่ห่างกัน ผู้เรียนสามารถส่งการบ้านทาง อินเทอร์เน็ตได้ ครูสามารถตรวจงานให้คะแนน ได้ แม้กระทั่งการชี้แนะด้วยไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือใช้ระบบกระดาน ข่าว (Bulletin Board System) บทบาทและความสาคัญ ของเทคโนโลยี สารสนเทศกับการพัฒนา การศึกษา
  • 6.
    2. วิเคราะห์บทบาทและความสา คัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับ การพัฒนาการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา นาเทคโนโลยีสารสนเทศมาบูรณาการในการ จัดการเรียนรู้ ได้แก่ 1. สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้(Learning environment) เป็นการบูรณาการเทคโนโลยี สารสนเทศในการจัดการเรียนรู้ที่นาทฤษฎีการเรียนรู้มาเป็นพืน้ฐานการออกแบบร่วมกับสื่อหรือเทคโนโลยี สารสนเทศ ซึ่งจะประกอบด้วย -สถานการณ์ปัญหา ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ -แหล่งการเรียนรู้ชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นหาคาตอบได้หลากหลายรูปแบบ -ฐานการช่วยเหลือ เพื่อคอยช่วยเหลือสนับสนุน กระตุ้นผู้เรียนให้สามารถแก้ปัญหาได้ ใน กรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ -การเรียนรู้แบบร่วมมือกันแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ได้ ขยายมุมมองแนวคิดต่างๆ ซงึ่สงิ่แวดล้อมทางการเรียนรู้แบ่งตามคุณลักษณะของสื่อได้3 รูปแบบ คือ สงิ่แวดล้อม ทางการเรียนรู้บนเครือข่าย, มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ และชุดการสร้างความรู้ตามแนว คอนสตรัคติวิสต์
  • 7.
    2. การเรียนรู้แบบออนไลน์(E-learning) เป็นการศึกษาเรียนรู้ผ่าน เครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออินทราเน็ต (Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของ ตน ซึ่งการให้บริการการเรียนแบบออนไลน์ มีองค์ประกอบที่สาคัญ 3 ส่วน -เนือ้หาของบทเรียน ซงึ่จะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ -ระบบบริหารการเรียน ทาหน้าที่เป็นศูนย์กลาง กาหนดลาดับของเนือ้หาใน บทเรียน -การติดต่อสื่อสาร รูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบ 2 ทาง มาใช้ประกอบในการ เรียน โดยเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ประเภท Real-time ได้แก่Chat และประเภท Non real-time ได้แก่Web-board, E-mail
  • 8.
    3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-books)เป็นหนังสือถูกนามาจัดพิมพ์ใน รูปแบบดิจิตอล ไม่บังคับการพิมพ์ และการเข้าเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสงั่พิมพ์ เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ และสามารถปรับปรุงให้ทันสมัยได้ ตลอดเวลา และลักษณะของซอฟต์แวร์ที่เพิ่มเป็นแบบไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia) สามารถแสดงผลของการค้นหาตัวอักษรได้ เชื่อมต่อกับ ไฮเปอร์เท็กซ์ มีคาแนะนาที่สามารถอธิบายศัพท์เป็นระบบออนไลน์
  • 9.
    4. ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์(E-library) แหล่งความรู้ที่บันทึกข้อมูลไว้ใน เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและให้บริการสารสนเทศทางอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในลักษณะผสมผสานการทางานของระบบห้องสมุด อัตโนมัติ ห้องสมุดดิจิตอลและห้องสมุดเสมือน เทคโนโลยีของห้องห้องสมุด อิเล็กทรอนิกส์มีดังนี้ -การจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมและจัดเก็บ สารสนเทศ และสะดวกในการบริการส่งสารสนเทศแก่ผู้ใช้ -ระบบเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของห้องสมุดกับผู้ใช้และแหล่ง สารสนเทศอื่น ๆ - การส่งเอกสารสารสนเทศแก่ผู้ใช้ มี4 วิธีการคือ ทางไปรษณีย์ โทรสาร และ ทางอินเตอร์
  • 10.
    5. แผนการจัดการเรียนรู้ 1.การเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่(ตัง้คาถาม/สนทนาเกี่ยวกับความรู้เดิมโดยใช้ICT เช่น วีดิทัศน์) 2.การกระตุ้นให้เกิดปัญหาและการมอบหมายภารกิจการเรียนรู้ (เชื่อมโยงสถานการณ์ปัญหา และประสบการณ์โดยใช้ ICT เช่น web-based learning) 3.การส่งเสริมการสร้างและการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง (แสวงหาคาตอบด้วยตนเองจาก แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น Web site ) 4.การขยายแนวคิดที่หลากหลาย (ร่วมมือกันแก้ปัญหา, ระดมสมอง, แลกเปลี่ยนมุมมองที่ หลากหลาย โดยใช้ ICT เช่น Chat room) 5.การส่งเสริมการสร้างความเข้าใจของตนเองและกลุ่มโดยการสะท้อนความคิดและสรุปองค์ ความรู้ (นาเสนอผลงานกลุ่ม, สะท้อนความคิดจากเพื่อนต่างกลุ่ม ครูผู้สอนและการรู้คิดของ ตนเอง, ร่วมสรุปบทเรียน, ขยายองค์ความรู้ไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานและชีวิตประจาวัน โดย ใช้ ICT สนับสนุน เช่น การใช้โปรแกรมนาเสนองาน)
  • 11.
    3. ให้ท่านพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ จัดการเรียนรู้ตามบริบทของโรงเรียนที่กา หนดให้ พร้อมทัง้ให้เหตุผล ประกอบการอธิบาย โรงเรียนบ้านหนองงูเห่า เนื่องจากโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์น้อย ดังนั้นครูจึงมีบทบาทสา คัญมากใน การสอนนักเรียนด้วย สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ (Learning environment) เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนรู้ ที่นาทฤษฎีการเรียนรู้มา เป็นพื้นฐานการออกแบบร่วมกับสื่อ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งประกอบด้วย สถานการณ์ปัญหา ที่กระตุ้นให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้แหล่งการเรียนรู้ชนิดต่างๆ ที่จัดเตรียม ไว้สา หรับให้ผู้เรียนค้นหาคา ตอบ ควรจะมีเวลาเรียนให้นักเรียนได้ลองสัมผัสกับ คอมพิวเตอร์ ให้นักเรียนได้ลองค้นคว้าด้วยตนเอง เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้ ความเข้าใจด้านการใช้คอมพิวเตอร์ด้วย มีฐานการช่วยเหลือไว้คอยสนับสนุนผู้เรียน ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ตลอดจนการเรียนรู้แบบร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ สนับสนุนให้ผู้เรียนขยายมุมมองแนวคิดต่าง ๆ
  • 12.
    โรงเรียนมัธยมไฮโซเบตง เนื่องจากทางโรงเรียนมีความพร้อมทางเทคโนโลยีเป็นอย่างดีแล้ว เป็นผลดีกับนักเรียน ที่จะได้ใช้และศึกษาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ และเนื่องจากครูไม่พอ จึงต้องมีการนาเอา เทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ ซึ่งได้แก่ การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือ E-learning เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียน ตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อน ร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียน ในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือที่ถูกจัดพิมพ์ในรูปแบบดิจิตอล ไม่บังคับการพิมพ์ และการเข้าเล่ม ทุกอย่างที่จะสอนนักเรียนจะอยู่ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวอักษรต่างๆ ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสียง เป็นต้น เนื่องจากครูที่น้อย และนักเรียนที่เยอะ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จึงเหมาะสมที่จะนามาใช้ในการเรียนการสอน ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เมื่อนักเรียนสงสัยในเนื้อหา การค้นหาคา ตอบด้วยตนเองจะ สามารถพัฒนาศักยภาพของนักเรียนได้มากขึ้น ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์จะครอบคลุมหนังสือจากทั่ว โลก นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนจะสามารถหาความรู้ ข้อมูลต่างๆ และสิ่งที่อยากรู้ ได้จากทุก สถานที่ ห้องสมุดจะเป็นการแก้ปัญหาในส่วนที่ครูไม่พอได้อีกด้วย
  • 13.
    สมาชิก นางสาวพรพิมล จันทร์สว่าง563050111-3 นางสาวรติยากร คชา 563050126-0 นางสาวศินารักษ์ สุขโต 563050140-6 นางสาวนิดาวรรณ เพียสุพรรณ 563050370-9