Anemia
      Hemolytic anemia
Auto Immune Hemolytic Anemia
          (AIHA)



          By Softmail
Definition
 Anemia  เป็นลักษณะอาการทางคลินิกของ
 โรค(disease)
 หมายถึง ภาวะ “ซีด” หรือ “โลหิตจาง”

Hemolysis   หมายถึง แตกตัว-สลายตัว
Hemolytic anemia(HA) หมายถึง ภาวะโลหิต
 จางที่เกิดจากการแตกสลาย มีทำาลาย เม็ดเลือดแดง
คือ ภาวะที่เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสนลง
                                 ั้

Autoimmune       hemolytic anemia(AIHA)
คือ ภาวะที่เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสนลง จากภูมิ
                                 ั้
 ต้านทานตนเอง
Hemolytic anemia เป็นสาเหตุ กลุ่ม
หนี่งของภาวะโลหิตจาง ที่มีสาเหตุอยู่
เป็นจำานวนมาก
 AIHA เป็นโรคในกลุ่ม
 
 hemolytic anemia           Anemia
 ซึ่งมีอยู่หลายโรคเช่นกัน

                       Hemolytic Anemia
AIHA  เป็นส่วนหนึง
                  ่
 ของ HA และ                 AIHA
 HA เป็นส่วนหนึ่ง
 ของ Anemia
Today Presentation
พื้นฐาน เรื่อง เม็ดเลือดแดง
การวินิจฉัยโรคโลหิตจาง



Fundamental and clinical of anemia
Normal Red cells
                                                          ลักษณะ ค่อน
                                                           ข้างกลม
                                                          เว้าตรงกลาง
                                                           (biconcave disc
                                                           shape)
                                                          มีสีแดง
                                                           เนื่องจากมี ฮีโม
                                                           โกลบิน
                                                          มีอายุประมาณ
                                                           120 วัน



ถ่ายภาพด้วยเทคนิค Scanning Electron Microscope(SEM)
 ในร่างกายจะมีเม็ดเลือดแดง ประมาณ 20-30              ล้านล้านเซลล์
 ผูหญิง
    ้   4-5 ล้านเซลล์ต่อไมโครลิตร
 ผูชาย 5-6 ล้านเซลล์ต่อไมโครลิตร
    ้
Red blood cells: blood smear
                                                          ตรงกลาง1/3ซีด
                                                           เนื่องจากเป็น
                                                           รอยเว้า
                                                          ขนาด 7-8
                                                           ไมครอน
                                                          ไม่มีนิวเคลียส
                                                          ภายในเซลล์ K
                                                           สูง
                                                          ภายในมีสาร
                                                           สำาคัญ คือ
                                                           hemoglobin

ถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศ์ ย้อมด้วย hematoxylin and eosin (H&E)
 ปริม าตร เม็ดเลือดแดงเฉลี่ยปกติ         83-97 fl = MCV (mean
  corpuscular volume)
RBC: Hemoglobin (Hb)
                                         ประกอบด้วย โปรตีน
                                         4 globin chain+ heme
                                         ค่า ปกติ
                                         เพศชาย  13.8 – 17.2 g/dL
                                         เพศหญิง 12.1 – 15.1 g/dL

                                         heme = Fe + porphylin ring




•MCH(mean corpuscular hemoglobin)
ปริม าณ เฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงปกติ = 27-32 pg
•MCHC(mean corpuscular hemoglobin concentration)
ความเข้ม ข้น เฉลี่ย ของฮีโ มโกลบิน ในเม็ดเลือดแดงปกติ =
Anemia ภาวะโลหิตจาง :
มีRBCน้อย
  RBC
  Hct : เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดง ต่อ
   ปริมาณเลือดทั้งหมด
   ค่าปกติของ HCT เพศชายอยู่ที่ 45%
                        เพศหญิงอยู่ที่
   40%
Anemia
Hb/HCt < 80 % ของค่าเฉลี่ยมนุษย์ปกติ
HCt <33% ในสตรีวัยเจริญพันธุ์
HCt <36% ในผู้ชาย และ สตรีวัยหมดระดู
RBC indices
MCV (mean corpuscular volume)
 ปริม าตร เม็ดเลือดแดงเฉลียปกติ = 80-96 fl
                          ่
MCH(mean corpuscular hemoglobin)
 ปริม าณ เฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงปกติ
 = 27-32 pg
MCHC(mean corpuscular hemoglobin
 concentration)
 ความเข้ม ข้น เฉลี่ย ของฮีโ มโกลบิน ในเม็ดเลือด
 แดงปกติ = 33-36 g/dl
RWD(red cell distribution width )
วงจรชีวิต Red blood cell
สร้า ง
                                                 ทำา ลาย(ต
(เกิด )
                        เรียน จดจำา ภูมิ         าย)
                        ต้านทาน




                        ทำางาน ขนส่ง O2

                         ซ่อมแซม
          เข้า สู่ร ะบบไหลเวีย น : อายุเ พีย ง 120
การวินิจฉัยภาวะ Anemia
แบ่ง   3 กลุมตามวงจงชีวิต
               ่
 (pathophysiologic approach)
สร้างน้อย-เกิดน้อย Impaired RC formation
 ปัญหาทีการสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ จาก
           ่
 ไขกระดูก หรือ ขาดสารที่จำาเป็นในการ
 สร้างเม็ดเลือดแดง
ทำาลาย-ตายมาก Hemolytic anemia
 โครงสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ มีสารหรือ
 ภูมิคุ้มกันทำาลายตนเอง ทำาให้มีการแตก
 สลายตัวของเม็ดเลือด ถูกจับทำาลายได้
เสียเลือด สูญเสีย Blood loss
 เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร ทางเดิน
 ปัสสาวะ สูญเสียเลือดโดยที่ร่างกายสร้าง
 ใหม่ไม่ทน   ั
Etiology classification : Anemia
Impaired RC      B12,iron deficiency
 formation        Aplastic anemia
 เกิดน้อย         Neoplasm
Hemolytic        Thalassemia
 anemia           AIHA
 ตายมาก
                  Renal/GI loss
Blood loss
 สูญเสีย
                  External cause: trauma
                  Etc.
Anemia approach
ประวัติ ตรวจร่างกาย ร่วมกับ ผลตรวจทาง
 ห้องปฏิบัติการเบื้องต้น CBC, blood
 smear, Reticulocyte count, Coomb’s test
ไขกระดูกทำางานผิดปกติ : ไข้ ก้อนตาม
 ร่างกาย นำ้าหนักลด ปวดกระดูก เลือดออก
 ผิดปกติ
ทำาลายมาก : ซีด เหลือง ตับม้ามโต
 ปัสสาวะเข้ม ดำา
เสียเลือด : ถ่ายดำา อาเจียนเป็นเลือด การ
 ผ่าตัด ระดูมาก
CBC: Complete blood count
Hemoglobin
Hematocrit
WBC    count
Platelet count
Blood smear: RBC morphology,WBC
 differentiation, platlet estimate
RBC index: MCV,MVH,MCHC
MCV ปริมาตรเม็ดเลือดแดง
Blood smear
 ดูลักษณะของ RBC ได้แก่ ขนาด รูปร่าง การ
   ย้อมติดสี การจับกลุม
                      ่
 เป็นต้น สามารถบอกสาเหตุของภาวะซีดได้
   ตัวอย่างเข่น
 Macrocyte(MCV>100): cirrhosis, vitB12
   deficiency etc.
 Microcyte(MCV<80):iron def., thalassemia
   etc.
 Spherocyte เม็ดเลือดแดงทรงกลมป่องออก:
   heriditary spherocystosis เป็นต้น
 Reticulocyte: RBC ตัวอ่อนติดสีเป็นจุดๆ
 Etc.
Reticulocyte
Reticulocyte  count: เพิ่มขึ้น
Reticulocyte count = immature RBC
ปกติอยู่ใน bone marrow จะไม่ออกมา
 เม็ดเลือดแดงตัวอ่อนจะออกมาทำางานก่อน
 กำาหนดเนืองจากร่างกายต้องการ เม็ดเลือด
            ่
 แดงเพิ่มขึ้น จากภาวะโลหิตจาง ที่
 ไขกระดูกยังทำางานได้ดี
Coomb’s test(กรณีสงสัย AIHA)
เป็นการทดสอบหา antibody ที่มีต่อ antigen
  บนผิวเม็ดเลือดแดง
Antibody คือ โปรตีนของระบบภูมิคุ้มกันที่
  มีหน้าที่จับและทำาลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่
  ร่างกาย
Antibody มีหลายชนิด ซึ่งจะจดจำาเป้า
  หมายที่จำาเพาะ คือ antigen ซึ่งมีหลาก
  หลายตามแต่ชนิดของสิ่งแปลกปลอมนั้น
Antigen สารที่สามารถ กระตุ้นระบบภูมิ
  ต้านทานแบบจำาเพาะได้
สรุป แนวทางวินิจฉัยภาวะโลหิต
จาง
โดยใช้  MCV
 (ขนาดหรือปริมาตร ของRBC)
reticulocyte count
 (จำานวน RBC ตัวอ่อนที่พบ)
และ Coombs test
 (หา antibody ต่อ RBC)

Flow   chart หน้าถัดไป
แนวทางวินิจฉัยภาวะโลหิตจาง โดย
ใช้ MCV, reticulocyst count และ
Coombs test
Hemolytic anemia
ภาวะโลหิตจางเนืองจากมีการทำาลายเม็ดเลือด
                ่
 แดงก่อนวัยอันควร
ตำาแหน่งที่ RBC ถูกทำาลาย
 -intravascular ในหลอดเลือด(ตับม้ามไม่โต)
 -extravacular เช่น ม้าม เป็นต้น (ตับม้ามโต)
สาเหตุ
 - intracellular: cell membrane, Hb ผิดปกติ
 เป็นต้น
 - extracellular: autoantibody เป็นต้น
Classification
Hereditary(inherited)
 เกิดจาก พันธุกรรม หรือ กรรมพันธุ์
 มักเป็นการผิดปกติ ที่โครงสร้าง หรือ สารที่อยู่
 ภายในเซลล์ ของเม็ดเลือดแดง

Acquired
 เกิดขึ้นภายหลัง
 มักเป็นการผิดปกติที่เกิดจากระบบภูมิต้านทาน
 หรือ ปัจจัยภายนอกที่มากระทบ
Hereditary(inherited)
Hereditary(inherited)
 ทางพันธุกรรม หรือ กรรมพันธุ์
 ตัวอย่างเช่น
 - Cell membrane- Hereditary spherocytosis
 - Hemoglobin- Thalassemia
 - Enzyme- G6PD defeciency
Acquired
Immune
 -Autoantibody: AIHA
 -Alloantibody: transfusion reaction etc.
 -Drug-induced: quinidine, isoniazid, etc.
Non-immune
 -Paroxysmal Nocturnal hemoglobinuria
 เม็ดเลือดแดงแตกขณะหลับ ตื่นเช้า ปัสสาวะสี
 แดง-โคลา
 -Drug,venom, toxin
 -Organ disfunction
 -Machanical trauma
 -Infection
 -disease อื่นๆ leukemia, SLE, infectious
 mononucleosis
Hemolytic anemia : อาการและ
อาการแสดง
ซีด  เหลือง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง มีไข้ วิง
 เวียน มึนงง หัวใจเต้นเร็ว
Acute intravascular hemolysis
 hemoglobinemia, hemoglobinuria ปัสสาวะ
 สีชา หรือ โคลา ถ้ารุนแรง shock, DIC,
 renal failure เสียชีวิต
Chronic hemolysis เกิดตับม้ามโต กระดูก
 เปลี่ยนรูปร่าง เหล็กเกิน เป็นนิ่ว เสียชีวิต
 จาก congestive heart failure
การวินิจฉัย
จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย
ร่วมกับ   CBC, Blood smear, reticulocyte
 count
หลัง จากนัน พิจ ารณา
          ้
ประวัติ ตรวจร่างกาย หรือ CBC บ่งชีไป
                                   ้
 ทางไหนค่อย investigation ต่อไปทางนั้น
ตัว อย่า ง
Thalassemia: ซีด เหลือง ตับ
 ม้ามโต Mongoloid-face มีประวัติ
 ครอบครัว
 (chronic extravascular hemolytic anemia จะ
 มีอาการ ซีด+เหลือง+ตับม้ามโต)
 CBC: MCVตำ่าหรือปกติ, RDW
 สูงขึ้น, reti-count สูง
 Blood smear: hypochromic,
 microcytic, anisocytosis,
 poikilocytosis and target cell
 เป็นต้น
 Comfirm: Hb typing
ตัวอย่าง
G6PD    deficiency
 Acute hemolytic anemia: ซีด เหลือง ตับ
 ม้ามไม่โต ปัสสาวะสีดำา เป็นมาไม่กี่วัน
 (intravascular hemolysis ตับม้ามไม่โต)
  เป็นหลังใช้ยา เพศชาย มักมีประวัติตั้งแต่
 เด็ก
Confirm:ระดับ enzyme G6PD
ตัว อย่า ง
AIHA   : ซีด+เหลือง+ตับม้ามโต เป็นacute
 หรือ subacute ก็ได้
CBC: MCVปกติ, reti-count สูง, RDW
 ปกติ
Confirm: direct Coomb’s test
  หา autoantibody บนผิว RBC

     ผล Positive คือเม็ดเลือดเกาะกลุ่ม
     ผล Negativeคือเม็ดเลือดไม่เกาะกัน
ตัวอย่าง
PNH(Paroxymal hemoglobinuria)
Clinical :ซีด ไม่เหลือง ปัสสาวะสีเข้ม แดง
 ดำาโคล่า เป็นตอนเช้าตื่นนอน ตับม้ามไม่โต

                                 ปัสสาวะสีเข้ม
                                 แดง ดำาโคล่า

Confirm: Ham’s test ทดสอบการแตกตัว
 ของเม็ดเลือดแดงเมื่อถูกทำาให้เป็นกรด ที่
 pH ประมาณ 6.2
                 หลอดที่ 2,4 ผู้ป่วย serum
                 กลายเป็นสีแดง
                 หลอดที่ 1,3 คนปกติ
Hemolytic anemia
Autoimmune hemolytic anemia
ภาวะซีดที่เกิดจากการทำาลายเม็ดเลือดแดง
 ก่อนอายุขัย
เนื่องจากมีการสร้าง autoantibody ต่อ
 RBC ของผู้ปวยเอง
             ่
Classification of AIHA
แบ่งได้ 2 ชนิด ตามคุณสมบัติของ
 autoantibody
 คือ ตามอุณหภูมิที่ antibody(Ab) จับกับ
 Antigen(Ag)

1. Warm type จับได้ดีที่ T 37˚C

2. Cold type จับได้ดีที่ T< 37˚C
  มักตำ่ากว่า 30˚C
Warm-reacting antibody type
เป็น AIHA ที่ autoantibody(Ab) จับกับ
 Antigen(Ag) บนผิวเม็ดเลือดแดง ได้ดีที่ T
 37˚C
พบได้ 80 % ของ AIHA
RBC มักถูก macrophage จับทำาลายนอก
 หลอดเลือด
 (ม้ามมักจะโต)
มักไม่ทำาให้เกิด autoagglutination หรือ
 intravacular hemolysis
มักมาด้วยอาการ ซีด เหลือง ตับ ม้ามโต
Cold-reacting antibody type
เป็น AIHA ที่ autoantibody(Ab) จับกับ
 Antigen(Ag) บนผิวเม็ดเลือดแดง ได้ดีที่ T
 < 37˚C
 ส่วนใหญ่ดีที่สุดที่ T 4˚C
พบได้ 20 % ของ AIHA
RBC มักถูก antibody จับและกระตุ้นระบบ
 complement ตลอดกระบวนการ เป็นผลให้
 เม็ดเลือดแดงแตกในกระแสเลือด
มักทำาให้เกิด autoagglutination หรือ
 intravacular hemolysis (ม้ามไม่โต)
มักมาด้วยอาการซีด เหลือง ปัสสาวะเข้ม สี
 โคล่า
อุบัติการณ์
พบ 1:8000 ราย ต่อ ปี
อายุ 20-30 ปี ต่างประเทศพบในผู้สงอายุ
                                 ู



                         :
            ชาย : หญิง =     1:5
อาการและอาการแสดง
อาการโลหิตจาง     : ซีด เพลีย วิงเวียน
 เหนือยง่าย หากรุนแรงมากเกิด congestive
     ่
 heart failure ได้
บางรายเหลือง ปัสสาวะเข้ม อาจมีไข้ตำ่าๆ
ตรวจร่างกาย
ซีด เหลือง ตับม้ามโต(50% ของผู้ปวย)  ่
Onset
ระยะเวลาที่เป็น ก่อนมาพบแพทย์
โดยทั่วไป มักเป็นแบบ subacute 2-3
 สัปดาห์ก่อนมา
Acute onset เฉียบพลัน มักมี anemia
 รุนแรงจนเสียชีวิตได้
Laboratory
CBC:  HB,Hct ตำ่า WBC,Platelet ปกติ
Blood smear: polychromasia, nucleated
 red cell, spherocytes เพิ่มขึ้น
 บางรายพบ autoagglutinationได้
Reticulocyte count: เพิ่มขึ้น



Autoagglutination= การจับกลุมของ RBC
                             ่
Reticulocyte count = immature RBC ปกติ
 อยู่ใน bone marrow จะไม่ออกมา
Blood smear: พบ?
  Nucleated    red cell: RBC ตัวอ่อนที่ยังมี
   นิวเครียส
  Polychromasia: RBC ตัวอ่อนที่ยังมี RNA
   ทำาให้ติดสีนำ้าเงินม่วง




     Polychromasia           Nucleated red cell:
เม็ดเลือดแดงตัวอ่อนจะออกมาทำางานก่อนกำาหนด
เนืองจาก ความต้องการร่างกาย ในภาวะโลหิตจาง
   ่
Blood smear: พบ?
     spherocytes  เพิ่มขึ้น
       เม็ดเลือดแดงเป็นทรงกลม
RBC    ผิดปกติ                 RBC  ปกติ
 spherocyte                      Biconcave
 ไม่เว้า ตรง
 กลาง

        Blood smear
          RBC กลมตรง
          กลางไม่ซีด
Blood smear: พบ?
               บางรายพบ     autoagglutinationได

คือ RBC จับกัน
 เป็นกลุ่ม




เนืองจาก
    ่      antibody จับ antigen บนผิว RBC
  ทำาให้RBC ติดกันเป็นกลุ่ม
Reticulocyte count
        Reticulocyte    count = immature RBC
         Reticulocyte count(RC) : เพิ่มขึ้น ใน
           AIHA
         ปกติ reticulocyte อยู่ใน bone marrow จะ
           ไม่ออกมา แต่ต้องออกมาทำางานก่อน
(ถ้าซีดจาก ไขกระดูก ผิองจากร่างกายต้องการ เม็ดเลือด
           กำาหนดเนื่ ดปกติ RC จะตำ่า)
           แดงเพิ่มขึ้น จากภาวะโลหิตจาง
Serology *****
       เป็นหัวใจของการวินิจฉัยโรค
                                 AIHA
       หาหลักฐานของ autoantibody ต่อ

มี
        เม็ดเลือดแดง
      3 วิธีการทีใช้บ่อย
                 ่
1) Saline agglutination test
2) Direct agglutination test หรือ
   direct Coombs’ test
   หา Ab บนเม็ดเลือดแดง
3) Indirect agglutination test หรือ
   indirect Coombs’ test
   หา autoantibody อิสระใน serum
Saline agglutination test
ทำาง่าย  ทำาได้ข้างเตียง
นำ้าเกลือ(NSS) 1 หยด ผสม เลือด 1 หยด ดู
 ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ดูการจับกลุ่มของเม็ด
 เลือดแดง
หากพบอาจช่วยการวินิจฉัย AIHA ได้
Direct agglutination test หรือ
    direct Coombs’ test
    เป็นวิธีการหา     หา autoantibody บนเม็ด
       เลือดแดง ที่เป็นชนิด incomplete antibody
       โดยใช้ antiglobulin antibody เป็นตัวเชือม
                                              ่
       ให้เกิดการ agglutination
     ใช้ วินิจฉัย AIHA antibody
               antiglobulin
autoantibody บนเม็ดเลือดแดง ด warm-type
                            ชนิ
Indirect agglutination test หรือ
indirect Coombs’ test
เป็นวิธีการหา   autoantibody อิสระใน
 serum
ใช้ วินิจฉัย AIHA ชนิด cold-type
Treatment
Supportive treatment
Specific treatment
 ลดการผลิต autoantibody
  -glucocorticoid
  -immunosuppressive drugs
  -plasmapheresis
  -splenctomy
 ลดการทำาลายเม็ดเลือดแดง
  -splenectomy
  -intravenous immunoglobulin
  -danazol

Hemolytic anemia

  • 1.
    Anemia Hemolytic anemia Auto Immune Hemolytic Anemia (AIHA) By Softmail
  • 2.
    Definition  Anemia เป็นลักษณะอาการทางคลินิกของ โรค(disease) หมายถึง ภาวะ “ซีด” หรือ “โลหิตจาง” Hemolysis หมายถึง แตกตัว-สลายตัว Hemolytic anemia(HA) หมายถึง ภาวะโลหิต จางที่เกิดจากการแตกสลาย มีทำาลาย เม็ดเลือดแดง คือ ภาวะที่เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสนลง ั้ Autoimmune hemolytic anemia(AIHA) คือ ภาวะที่เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสนลง จากภูมิ ั้ ต้านทานตนเอง
  • 3.
    Hemolytic anemia เป็นสาเหตุกลุ่ม หนี่งของภาวะโลหิตจาง ที่มีสาเหตุอยู่ เป็นจำานวนมาก AIHA เป็นโรคในกลุ่ม  hemolytic anemia Anemia ซึ่งมีอยู่หลายโรคเช่นกัน Hemolytic Anemia AIHA เป็นส่วนหนึง ่ ของ HA และ AIHA HA เป็นส่วนหนึ่ง ของ Anemia
  • 4.
    Today Presentation พื้นฐาน เรื่องเม็ดเลือดแดง การวินิจฉัยโรคโลหิตจาง Fundamental and clinical of anemia
  • 5.
    Normal Red cells  ลักษณะ ค่อน ข้างกลม  เว้าตรงกลาง (biconcave disc shape)  มีสีแดง เนื่องจากมี ฮีโม โกลบิน  มีอายุประมาณ 120 วัน ถ่ายภาพด้วยเทคนิค Scanning Electron Microscope(SEM)  ในร่างกายจะมีเม็ดเลือดแดง ประมาณ 20-30 ล้านล้านเซลล์  ผูหญิง ้ 4-5 ล้านเซลล์ต่อไมโครลิตร  ผูชาย 5-6 ล้านเซลล์ต่อไมโครลิตร ้
  • 6.
    Red blood cells:blood smear  ตรงกลาง1/3ซีด เนื่องจากเป็น รอยเว้า  ขนาด 7-8 ไมครอน  ไม่มีนิวเคลียส  ภายในเซลล์ K สูง  ภายในมีสาร สำาคัญ คือ hemoglobin ถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศ์ ย้อมด้วย hematoxylin and eosin (H&E)  ปริม าตร เม็ดเลือดแดงเฉลี่ยปกติ 83-97 fl = MCV (mean corpuscular volume)
  • 7.
    RBC: Hemoglobin (Hb) ประกอบด้วย โปรตีน 4 globin chain+ heme ค่า ปกติ เพศชาย  13.8 – 17.2 g/dL เพศหญิง 12.1 – 15.1 g/dL heme = Fe + porphylin ring •MCH(mean corpuscular hemoglobin) ปริม าณ เฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงปกติ = 27-32 pg •MCHC(mean corpuscular hemoglobin concentration) ความเข้ม ข้น เฉลี่ย ของฮีโ มโกลบิน ในเม็ดเลือดแดงปกติ =
  • 8.
    Anemia ภาวะโลหิตจาง : มีRBCน้อย RBC Hct : เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดง ต่อ ปริมาณเลือดทั้งหมด ค่าปกติของ HCT เพศชายอยู่ที่ 45% เพศหญิงอยู่ที่ 40%
  • 9.
    Anemia Hb/HCt < 80% ของค่าเฉลี่ยมนุษย์ปกติ HCt <33% ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ HCt <36% ในผู้ชาย และ สตรีวัยหมดระดู RBC indices MCV (mean corpuscular volume) ปริม าตร เม็ดเลือดแดงเฉลียปกติ = 80-96 fl ่ MCH(mean corpuscular hemoglobin) ปริม าณ เฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงปกติ = 27-32 pg MCHC(mean corpuscular hemoglobin concentration) ความเข้ม ข้น เฉลี่ย ของฮีโ มโกลบิน ในเม็ดเลือด แดงปกติ = 33-36 g/dl RWD(red cell distribution width )
  • 10.
    วงจรชีวิต Red bloodcell สร้า ง ทำา ลาย(ต (เกิด ) เรียน จดจำา ภูมิ าย) ต้านทาน ทำางาน ขนส่ง O2 ซ่อมแซม เข้า สู่ร ะบบไหลเวีย น : อายุเ พีย ง 120
  • 11.
    การวินิจฉัยภาวะ Anemia แบ่ง 3 กลุมตามวงจงชีวิต ่ (pathophysiologic approach) สร้างน้อย-เกิดน้อย Impaired RC formation ปัญหาทีการสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ จาก ่ ไขกระดูก หรือ ขาดสารที่จำาเป็นในการ สร้างเม็ดเลือดแดง ทำาลาย-ตายมาก Hemolytic anemia โครงสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ มีสารหรือ ภูมิคุ้มกันทำาลายตนเอง ทำาให้มีการแตก สลายตัวของเม็ดเลือด ถูกจับทำาลายได้ เสียเลือด สูญเสีย Blood loss เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร ทางเดิน ปัสสาวะ สูญเสียเลือดโดยที่ร่างกายสร้าง ใหม่ไม่ทน ั
  • 12.
    Etiology classification :Anemia Impaired RC  B12,iron deficiency formation  Aplastic anemia เกิดน้อย  Neoplasm Hemolytic  Thalassemia anemia  AIHA ตายมาก  Renal/GI loss Blood loss สูญเสีย  External cause: trauma  Etc.
  • 13.
    Anemia approach ประวัติ ตรวจร่างกายร่วมกับ ผลตรวจทาง ห้องปฏิบัติการเบื้องต้น CBC, blood smear, Reticulocyte count, Coomb’s test ไขกระดูกทำางานผิดปกติ : ไข้ ก้อนตาม ร่างกาย นำ้าหนักลด ปวดกระดูก เลือดออก ผิดปกติ ทำาลายมาก : ซีด เหลือง ตับม้ามโต ปัสสาวะเข้ม ดำา เสียเลือด : ถ่ายดำา อาเจียนเป็นเลือด การ ผ่าตัด ระดูมาก
  • 14.
    CBC: Complete bloodcount Hemoglobin Hematocrit WBC count Platelet count Blood smear: RBC morphology,WBC differentiation, platlet estimate RBC index: MCV,MVH,MCHC MCV ปริมาตรเม็ดเลือดแดง
  • 15.
    Blood smear ดูลักษณะของRBC ได้แก่ ขนาด รูปร่าง การ ย้อมติดสี การจับกลุม ่ เป็นต้น สามารถบอกสาเหตุของภาวะซีดได้ ตัวอย่างเข่น Macrocyte(MCV>100): cirrhosis, vitB12 deficiency etc. Microcyte(MCV<80):iron def., thalassemia etc. Spherocyte เม็ดเลือดแดงทรงกลมป่องออก: heriditary spherocystosis เป็นต้น Reticulocyte: RBC ตัวอ่อนติดสีเป็นจุดๆ Etc.
  • 16.
    Reticulocyte Reticulocyte count:เพิ่มขึ้น Reticulocyte count = immature RBC ปกติอยู่ใน bone marrow จะไม่ออกมา เม็ดเลือดแดงตัวอ่อนจะออกมาทำางานก่อน กำาหนดเนืองจากร่างกายต้องการ เม็ดเลือด ่ แดงเพิ่มขึ้น จากภาวะโลหิตจาง ที่ ไขกระดูกยังทำางานได้ดี
  • 17.
    Coomb’s test(กรณีสงสัย AIHA) เป็นการทดสอบหาantibody ที่มีต่อ antigen บนผิวเม็ดเลือดแดง Antibody คือ โปรตีนของระบบภูมิคุ้มกันที่ มีหน้าที่จับและทำาลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ ร่างกาย Antibody มีหลายชนิด ซึ่งจะจดจำาเป้า หมายที่จำาเพาะ คือ antigen ซึ่งมีหลาก หลายตามแต่ชนิดของสิ่งแปลกปลอมนั้น Antigen สารที่สามารถ กระตุ้นระบบภูมิ ต้านทานแบบจำาเพาะได้
  • 18.
    สรุป แนวทางวินิจฉัยภาวะโลหิต จาง โดยใช้ MCV (ขนาดหรือปริมาตร ของRBC) reticulocyte count (จำานวน RBC ตัวอ่อนที่พบ) และ Coombs test (หา antibody ต่อ RBC) Flow chart หน้าถัดไป
  • 19.
  • 20.
    Hemolytic anemia ภาวะโลหิตจางเนืองจากมีการทำาลายเม็ดเลือด ่ แดงก่อนวัยอันควร ตำาแหน่งที่ RBC ถูกทำาลาย -intravascular ในหลอดเลือด(ตับม้ามไม่โต) -extravacular เช่น ม้าม เป็นต้น (ตับม้ามโต) สาเหตุ - intracellular: cell membrane, Hb ผิดปกติ เป็นต้น - extracellular: autoantibody เป็นต้น
  • 21.
    Classification Hereditary(inherited) เกิดจาก พันธุกรรมหรือ กรรมพันธุ์ มักเป็นการผิดปกติ ที่โครงสร้าง หรือ สารที่อยู่ ภายในเซลล์ ของเม็ดเลือดแดง Acquired เกิดขึ้นภายหลัง มักเป็นการผิดปกติที่เกิดจากระบบภูมิต้านทาน หรือ ปัจจัยภายนอกที่มากระทบ
  • 22.
    Hereditary(inherited) Hereditary(inherited) ทางพันธุกรรม หรือกรรมพันธุ์ ตัวอย่างเช่น - Cell membrane- Hereditary spherocytosis - Hemoglobin- Thalassemia - Enzyme- G6PD defeciency
  • 23.
    Acquired Immune -Autoantibody: AIHA -Alloantibody: transfusion reaction etc. -Drug-induced: quinidine, isoniazid, etc. Non-immune -Paroxysmal Nocturnal hemoglobinuria เม็ดเลือดแดงแตกขณะหลับ ตื่นเช้า ปัสสาวะสี แดง-โคลา -Drug,venom, toxin -Organ disfunction -Machanical trauma -Infection -disease อื่นๆ leukemia, SLE, infectious mononucleosis
  • 24.
    Hemolytic anemia :อาการและ อาการแสดง ซีด เหลือง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง มีไข้ วิง เวียน มึนงง หัวใจเต้นเร็ว Acute intravascular hemolysis hemoglobinemia, hemoglobinuria ปัสสาวะ สีชา หรือ โคลา ถ้ารุนแรง shock, DIC, renal failure เสียชีวิต Chronic hemolysis เกิดตับม้ามโต กระดูก เปลี่ยนรูปร่าง เหล็กเกิน เป็นนิ่ว เสียชีวิต จาก congestive heart failure
  • 25.
    การวินิจฉัย จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย ร่วมกับ CBC, Blood smear, reticulocyte count หลัง จากนัน พิจ ารณา ้ ประวัติ ตรวจร่างกาย หรือ CBC บ่งชีไป ้ ทางไหนค่อย investigation ต่อไปทางนั้น
  • 26.
    ตัว อย่า ง Thalassemia:ซีด เหลือง ตับ ม้ามโต Mongoloid-face มีประวัติ ครอบครัว (chronic extravascular hemolytic anemia จะ มีอาการ ซีด+เหลือง+ตับม้ามโต) CBC: MCVตำ่าหรือปกติ, RDW สูงขึ้น, reti-count สูง Blood smear: hypochromic, microcytic, anisocytosis, poikilocytosis and target cell เป็นต้น Comfirm: Hb typing
  • 27.
    ตัวอย่าง G6PD deficiency Acute hemolytic anemia: ซีด เหลือง ตับ ม้ามไม่โต ปัสสาวะสีดำา เป็นมาไม่กี่วัน (intravascular hemolysis ตับม้ามไม่โต) เป็นหลังใช้ยา เพศชาย มักมีประวัติตั้งแต่ เด็ก Confirm:ระดับ enzyme G6PD
  • 28.
    ตัว อย่า ง AIHA : ซีด+เหลือง+ตับม้ามโต เป็นacute หรือ subacute ก็ได้ CBC: MCVปกติ, reti-count สูง, RDW ปกติ Confirm: direct Coomb’s test หา autoantibody บนผิว RBC ผล Positive คือเม็ดเลือดเกาะกลุ่ม ผล Negativeคือเม็ดเลือดไม่เกาะกัน
  • 29.
    ตัวอย่าง PNH(Paroxymal hemoglobinuria) Clinical :ซีดไม่เหลือง ปัสสาวะสีเข้ม แดง ดำาโคล่า เป็นตอนเช้าตื่นนอน ตับม้ามไม่โต ปัสสาวะสีเข้ม แดง ดำาโคล่า Confirm: Ham’s test ทดสอบการแตกตัว ของเม็ดเลือดแดงเมื่อถูกทำาให้เป็นกรด ที่ pH ประมาณ 6.2 หลอดที่ 2,4 ผู้ป่วย serum กลายเป็นสีแดง หลอดที่ 1,3 คนปกติ
  • 30.
  • 31.
    Autoimmune hemolytic anemia ภาวะซีดที่เกิดจากการทำาลายเม็ดเลือดแดง ก่อนอายุขัย เนื่องจากมีการสร้าง autoantibody ต่อ RBC ของผู้ปวยเอง ่
  • 32.
    Classification of AIHA แบ่งได้2 ชนิด ตามคุณสมบัติของ autoantibody คือ ตามอุณหภูมิที่ antibody(Ab) จับกับ Antigen(Ag) 1. Warm type จับได้ดีที่ T 37˚C 2. Cold type จับได้ดีที่ T< 37˚C มักตำ่ากว่า 30˚C
  • 33.
    Warm-reacting antibody type เป็นAIHA ที่ autoantibody(Ab) จับกับ Antigen(Ag) บนผิวเม็ดเลือดแดง ได้ดีที่ T 37˚C พบได้ 80 % ของ AIHA RBC มักถูก macrophage จับทำาลายนอก หลอดเลือด (ม้ามมักจะโต) มักไม่ทำาให้เกิด autoagglutination หรือ intravacular hemolysis มักมาด้วยอาการ ซีด เหลือง ตับ ม้ามโต
  • 34.
    Cold-reacting antibody type เป็นAIHA ที่ autoantibody(Ab) จับกับ Antigen(Ag) บนผิวเม็ดเลือดแดง ได้ดีที่ T < 37˚C ส่วนใหญ่ดีที่สุดที่ T 4˚C พบได้ 20 % ของ AIHA RBC มักถูก antibody จับและกระตุ้นระบบ complement ตลอดกระบวนการ เป็นผลให้ เม็ดเลือดแดงแตกในกระแสเลือด มักทำาให้เกิด autoagglutination หรือ intravacular hemolysis (ม้ามไม่โต) มักมาด้วยอาการซีด เหลือง ปัสสาวะเข้ม สี โคล่า
  • 35.
    อุบัติการณ์ พบ 1:8000 รายต่อ ปี อายุ 20-30 ปี ต่างประเทศพบในผู้สงอายุ ู : ชาย : หญิง = 1:5
  • 36.
    อาการและอาการแสดง อาการโลหิตจาง : ซีด เพลีย วิงเวียน เหนือยง่าย หากรุนแรงมากเกิด congestive ่ heart failure ได้ บางรายเหลือง ปัสสาวะเข้ม อาจมีไข้ตำ่าๆ ตรวจร่างกาย ซีด เหลือง ตับม้ามโต(50% ของผู้ปวย) ่
  • 37.
    Onset ระยะเวลาที่เป็น ก่อนมาพบแพทย์ โดยทั่วไป มักเป็นแบบsubacute 2-3 สัปดาห์ก่อนมา Acute onset เฉียบพลัน มักมี anemia รุนแรงจนเสียชีวิตได้
  • 38.
    Laboratory CBC: HB,Hctตำ่า WBC,Platelet ปกติ Blood smear: polychromasia, nucleated red cell, spherocytes เพิ่มขึ้น บางรายพบ autoagglutinationได้ Reticulocyte count: เพิ่มขึ้น Autoagglutination= การจับกลุมของ RBC ่ Reticulocyte count = immature RBC ปกติ อยู่ใน bone marrow จะไม่ออกมา
  • 39.
    Blood smear: พบ? Nucleated red cell: RBC ตัวอ่อนที่ยังมี นิวเครียส Polychromasia: RBC ตัวอ่อนที่ยังมี RNA ทำาให้ติดสีนำ้าเงินม่วง Polychromasia Nucleated red cell: เม็ดเลือดแดงตัวอ่อนจะออกมาทำางานก่อนกำาหนด เนืองจาก ความต้องการร่างกาย ในภาวะโลหิตจาง ่
  • 40.
    Blood smear: พบ? spherocytes เพิ่มขึ้น เม็ดเลือดแดงเป็นทรงกลม RBC ผิดปกติ RBC ปกติ spherocyte Biconcave ไม่เว้า ตรง กลาง Blood smear RBC กลมตรง กลางไม่ซีด
  • 41.
    Blood smear: พบ? บางรายพบ autoagglutinationได คือ RBC จับกัน เป็นกลุ่ม เนืองจาก ่ antibody จับ antigen บนผิว RBC ทำาให้RBC ติดกันเป็นกลุ่ม
  • 42.
    Reticulocyte count Reticulocyte count = immature RBC Reticulocyte count(RC) : เพิ่มขึ้น ใน AIHA ปกติ reticulocyte อยู่ใน bone marrow จะ ไม่ออกมา แต่ต้องออกมาทำางานก่อน (ถ้าซีดจาก ไขกระดูก ผิองจากร่างกายต้องการ เม็ดเลือด กำาหนดเนื่ ดปกติ RC จะตำ่า) แดงเพิ่มขึ้น จากภาวะโลหิตจาง
  • 43.
    Serology ***** เป็นหัวใจของการวินิจฉัยโรค AIHA หาหลักฐานของ autoantibody ต่อ มี เม็ดเลือดแดง 3 วิธีการทีใช้บ่อย ่ 1) Saline agglutination test 2) Direct agglutination test หรือ direct Coombs’ test หา Ab บนเม็ดเลือดแดง 3) Indirect agglutination test หรือ indirect Coombs’ test หา autoantibody อิสระใน serum
  • 44.
    Saline agglutination test ทำาง่าย ทำาได้ข้างเตียง นำ้าเกลือ(NSS) 1 หยด ผสม เลือด 1 หยด ดู ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ดูการจับกลุ่มของเม็ด เลือดแดง หากพบอาจช่วยการวินิจฉัย AIHA ได้
  • 45.
    Direct agglutination testหรือ direct Coombs’ test เป็นวิธีการหา หา autoantibody บนเม็ด เลือดแดง ที่เป็นชนิด incomplete antibody โดยใช้ antiglobulin antibody เป็นตัวเชือม ่ ให้เกิดการ agglutination ใช้ วินิจฉัย AIHA antibody antiglobulin autoantibody บนเม็ดเลือดแดง ด warm-type ชนิ
  • 46.
    Indirect agglutination testหรือ indirect Coombs’ test เป็นวิธีการหา autoantibody อิสระใน serum ใช้ วินิจฉัย AIHA ชนิด cold-type
  • 47.
    Treatment Supportive treatment Specific treatment ลดการผลิต autoantibody -glucocorticoid -immunosuppressive drugs -plasmapheresis -splenctomy  ลดการทำาลายเม็ดเลือดแดง -splenectomy -intravenous immunoglobulin -danazol