Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Ta Lattapol
33,692 views
บทที่ 5 เอกภพ
วิชา โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ จัดทำโดย ครูวันวิสา แพนพันธ์ุอ้วน
Education
◦
Read more
43
Save
Share
Embed
Embed presentation
1
/ 41
2
/ 41
3
/ 41
4
/ 41
5
/ 41
6
/ 41
7
/ 41
Most read
8
/ 41
9
/ 41
10
/ 41
11
/ 41
12
/ 41
13
/ 41
14
/ 41
15
/ 41
16
/ 41
17
/ 41
Most read
18
/ 41
19
/ 41
20
/ 41
21
/ 41
22
/ 41
23
/ 41
24
/ 41
25
/ 41
26
/ 41
27
/ 41
28
/ 41
29
/ 41
30
/ 41
31
/ 41
32
/ 41
33
/ 41
34
/ 41
Most read
35
/ 41
36
/ 41
37
/ 41
38
/ 41
39
/ 41
40
/ 41
41
/ 41
More Related Content
PPTX
บทที่ 6 ดาวฤกษ์
by
Ta Lattapol
PDF
9.ดาวในท้องฟ้าgs กลุ่มดาว
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ
by
narongsakday
PDF
Astronomy V
by
Chay Kung
PPTX
ดาราศาสตร์และอวกาศ
by
jihankanathip
PDF
วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ม.6 หน่วย1_เอกภพ.pdf
by
PalakornTuaprakhon1
PDF
Unit2 เอกภพและกาแล็กซี่
by
ชีวิตนี้ จงอดทนในการเผชิญกับบททดสอบ
PDF
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน(โลกดาราศาสตร์อวกาศ)
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 6 ดาวฤกษ์
by
Ta Lattapol
9.ดาวในท้องฟ้าgs กลุ่มดาว
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ
by
narongsakday
Astronomy V
by
Chay Kung
ดาราศาสตร์และอวกาศ
by
jihankanathip
วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ม.6 หน่วย1_เอกภพ.pdf
by
PalakornTuaprakhon1
Unit2 เอกภพและกาแล็กซี่
by
ชีวิตนี้ จงอดทนในการเผชิญกับบททดสอบ
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน(โลกดาราศาสตร์อวกาศ)
by
Wichai Likitponrak
What's hot
PDF
งานและพลังงาน (work and_energy)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PPTX
บทที่ 7 ระบบสุริยะ
by
Ta Lattapol
PDF
บทที่ 5 เอกภพ
by
Pinutchaya Nakchumroon
PPTX
บทที่ 1 โครงสร้างของโลก
by
Ta Lattapol
PDF
ทรงกลมฟ้า
by
Faris Singhasena
PDF
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
by
สิปป์แสง สุขผล
PPTX
บทที่ 8 เทคโนโลยีอวกาศ
by
Ta Lattapol
PDF
โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ม.4 เล่ม 2_บทที่ 6 แผนที่ภูมิประเทศและแผนที่ธรณีวิทยา
by
soysuwanyuennan
PDF
ระบบย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหาร
by
capchampz
PDF
ใบความรู้+แผนการสอน และใบกิจกรรม ประถม 4-6 เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและเทคโนโลย...
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
by
Sumarin Sanguanwong
PPTX
โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
smEduSlide
PDF
บทที่ 6 ดาวฤกษ์ (star)
by
Pinutchaya Nakchumroon
PPTX
หินและแร่ ประถม
by
Ta Lattapol
PDF
โลกของเรา (The Earth)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PPTX
ลมฟ้าอากาศ บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
PPTX
บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
PDF
บทที่ 3 พลังงานไฟฟ้า
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
บทที่ 7 ระบบสุริยะ
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
เรื่อง เมฆ
by
พัน พัน
งานและพลังงาน (work and_energy)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
บทที่ 7 ระบบสุริยะ
by
Ta Lattapol
บทที่ 5 เอกภพ
by
Pinutchaya Nakchumroon
บทที่ 1 โครงสร้างของโลก
by
Ta Lattapol
ทรงกลมฟ้า
by
Faris Singhasena
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
by
สิปป์แสง สุขผล
บทที่ 8 เทคโนโลยีอวกาศ
by
Ta Lattapol
โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ม.4 เล่ม 2_บทที่ 6 แผนที่ภูมิประเทศและแผนที่ธรณีวิทยา
by
soysuwanyuennan
ระบบย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหาร
by
capchampz
ใบความรู้+แผนการสอน และใบกิจกรรม ประถม 4-6 เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและเทคโนโลย...
by
Prachoom Rangkasikorn
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
by
Sumarin Sanguanwong
โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
smEduSlide
บทที่ 6 ดาวฤกษ์ (star)
by
Pinutchaya Nakchumroon
หินและแร่ ประถม
by
Ta Lattapol
โลกของเรา (The Earth)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
ลมฟ้าอากาศ บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
บทที่ 3 พลังงานไฟฟ้า
by
Pinutchaya Nakchumroon
บทที่ 7 ระบบสุริยะ
by
Pinutchaya Nakchumroon
เรื่อง เมฆ
by
พัน พัน
Similar to บทที่ 5 เอกภพ
PDF
Astronomyม.4
by
Joe Stk
PDF
โลกและดาราศาสตร์ เรื่อง เอกภพ
by
Moukung'z Cazino
PPT
สื่อประกอบการสอน เอกภพ
by
sarawut chaiyong
PPT
Universe
by
yokyoi
PPTX
เอกภพ กาแล็กซี่ และระบบสุริยะ
by
ชัญญานุช นิลประดับ
PDF
Contentastrounit2
by
SAKANAN ANANTASOOK
PDF
กำเนิดเอกภพ
by
Marnburapa รักในหลวง
DOCX
บทที่ 3 เอกภพ
by
Sakchai Sodsejan
PDF
ระบบสุริยะ
by
Marnburapa รักในหลวง
PDF
42101 3
by
Rogozo Joosawa
PDF
กำเนิดเอกภพ
by
Marnburapa รักในหลวง
PDF
Lesson7
by
Regina_Aretha
PDF
เอกภพ
by
Jommy Srisubut
PPTX
ความงามทางดาราศาสตร์
by
Alieze' Chermox
PPTX
universe
by
jihankanathip
DOC
สารคดีจักรวาล
by
farimfilm
PDF
Contentastrounit1
by
SAKANAN ANANTASOOK
PPTX
ดาราศาสตร
by
Sakulpit Promrungsee
PPT
Univers1
by
pkhaisee
PPTX
ดาราศาสตร์
by
jojoe2550
Astronomyม.4
by
Joe Stk
โลกและดาราศาสตร์ เรื่อง เอกภพ
by
Moukung'z Cazino
สื่อประกอบการสอน เอกภพ
by
sarawut chaiyong
Universe
by
yokyoi
เอกภพ กาแล็กซี่ และระบบสุริยะ
by
ชัญญานุช นิลประดับ
Contentastrounit2
by
SAKANAN ANANTASOOK
กำเนิดเอกภพ
by
Marnburapa รักในหลวง
บทที่ 3 เอกภพ
by
Sakchai Sodsejan
ระบบสุริยะ
by
Marnburapa รักในหลวง
42101 3
by
Rogozo Joosawa
กำเนิดเอกภพ
by
Marnburapa รักในหลวง
Lesson7
by
Regina_Aretha
เอกภพ
by
Jommy Srisubut
ความงามทางดาราศาสตร์
by
Alieze' Chermox
universe
by
jihankanathip
สารคดีจักรวาล
by
farimfilm
Contentastrounit1
by
SAKANAN ANANTASOOK
ดาราศาสตร
by
Sakulpit Promrungsee
Univers1
by
pkhaisee
ดาราศาสตร์
by
jojoe2550
More from Ta Lattapol
PPTX
บทที่ 2 โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
Ta Lattapol
PPTX
พันธุกรรม ประถม
by
Ta Lattapol
PPTX
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ประถม
by
Ta Lattapol
PPTX
บทที่ 3 ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
by
Ta Lattapol
PPTX
บทที่ 1 การรักษาดุลยภาพในร่างกาย
by
Ta Lattapol
PPTX
บทที่ 2 การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
by
Ta Lattapol
PPTX
บทที่ 3 ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา
by
Ta Lattapol
PPTX
บทที่ 4 ธรณีประวัติ
by
Ta Lattapol
PPTX
สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ประถม
by
Ta Lattapol
บทที่ 2 โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
Ta Lattapol
พันธุกรรม ประถม
by
Ta Lattapol
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ประถม
by
Ta Lattapol
บทที่ 3 ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
by
Ta Lattapol
บทที่ 1 การรักษาดุลยภาพในร่างกาย
by
Ta Lattapol
บทที่ 2 การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
by
Ta Lattapol
บทที่ 3 ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา
by
Ta Lattapol
บทที่ 4 ธรณีประวัติ
by
Ta Lattapol
สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ประถม
by
Ta Lattapol
บทที่ 5 เอกภพ
1.
สอนโดย: ครูวันวิสา แพนพันธุ์อ้วน และครูสมฤทัย
แปลงศรี
2.
เอกภพ (Universe) ระบบรวมของดาราจักรที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ไพศาลมาก เชื่อกันว่าในเอกภพมีดาราจักรรวมอยู่ ประมาณ
10,000,000,000 ดาราจักร (หมื่นล้านดารา จักร) ในแต่ละดาราจักรจะประกอบด้วยระบบของดาว ฤกษ์ (Stars) กระจุกดาว (Star clusters) เนบิวลา (Nebulae) หรือหมอกเพลิง ฝุ่นธุลีคอสมิก (Cosmic dust) ก๊าซ และที่ว่างรวมกันอยู่ หมายถึง
3.
กาเนิดเอกภพ
4.
ความเป็นมาของเอกภพ นักปราชญ์ในสมัยก่อนมีความเชื่อเกี่ยวกับเอกภพโดยเชื่อว่ามี ความสัมพันธ์กับศาสนา จึงมีการสร้างแบบจาลองของเอกภพเป็น 2
ส่วน โดยจินตนาการด้วยการใช้โดมแบ่งเอกภพด้านนอกเป็นโลกของเทพและ ด้านในเป็นโลกของมนุษย์ และหลังจากคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ความรู้ทางดาราศาสตร์ได้พัฒนาขึ้นจากการสังเกต การเก็บรวบรวมข้อมูล ของนักดาราศาสตร์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการสังเกตดาราศาสตร์ ซึ่งแต่เดิม แนวคิดส่วนใหญ่มาจากการจินตนาการ และการคาดเดาก็ปรากฏชัดขึ้นบน พื้นฐานของดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์
5.
กาเนิดเอกภพ การกาเนิดเอกภพไม่มีใครรู้ว่ากาเนิดมาตั้งแต่เมื่อใดและเริ่มจากอะไร จนกระทั่งศตวรรษที่ 20 หรือ
ค.ศ.1927 ได้มีทฤษฎีใช้อธิบายการกาเนิดและ ความเป็นมาของเอกภพที่มีความชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น คือ ทฤษฎี การระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ (Big Bang) ทฤษฎีนี้ทาให้เอกภพมีการขยายตัวออก ซึ่งทฤษฎีนี้กล่าวว่า ก่อนการเกิด Big Bang เอกภพเป็นพลังงานล้วน ๆ ซึ่ง แสดงออกโดยอุณหภูมิที่สูงยิ่ง จุด Big Bang เป็นจุดที่พลังงานเริ่มเปลี่ยนเป็น สสารครั้งแรก เป็นจุดเริ่มต้นของเวลาและเอกภพ
6.
กาเนิดเอกภพ ปัจจุบันเอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีจานวนแสนล้านกาแล็กซี ระหว่างกาแล็กซีเป็นอวกาศที่กว้างไกล เอกภพจึงมีขนาดใหญ่มาก โดยมี รัศมีไม่น้อยกว่า
13,700 – 15,000 ล้านปีแสง และมีอายุประมาณ 13,700 – 15,000 ล้านปี ภายในกาแล็กซีประกอบด้วย ดาวฤกษ์ รวมทั้งแหล่งกาเนิด ดาวฤกษ์ เรียกว่า เนบิวลา (Nebula) ซึ่งโลกของเราเป็นดาวเคราะห์ในระบบ สุริยะ ซึ่งเป็นสมาชิกหนึ่งของกาแล็กซี
7.
วิวัฒนาการของเอกภพ วิวัฒนาการของเอกภพจึงควรเริ่มมาจากปริมาตรที่เล็กมากๆแต่มี สสารอยู่อย่างอัดแน่น จู่ๆ ก็มีการระเบิดออกอย่างรุนแรง
ทาให้ปริมาตร เล็กๆ นั้นขยายตัวออกมาเป็นเอกภพดังเช่นในปัจจุบัน มีดังนี้ ขณะเกิด Bigbang มีสสารเกิดขึ้นในรูปของอนุภาคพื้นฐาน ชื่อ ควาร์ก (Quark) อิเล็กตรอน (Electron) นิวทริโน และโฟตอน (Photon) เมื่อเกิดอนุภาคก็มีการเกิดปฏิอนุภาค ที่มีประจุไฟฟ้ าตรงข้าม ยกเว้น นิวทริโน และแอนตินิวทริโนไม่มีประจุไฟฟ้ า เมื่อปฏิภาคกับอนุภาครวมกันเนื้อสารเกิดเป็นพลังงาน หากอนุภาคเท่ากับปฏิภาคพอดี รวมกันจะไม่เกิดกาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ
9.
วิวัฒนาการของเอกภพ หลังเกิด Bigbang เพียง
10 -6 วินาที อุณหภูมิของเอกภพลดลงเป็นสิบล้านล้านเควิน ควาร์กเกิดการรวมตัวกลายเป็นโปรตอน (นิวเคลียสของไฮโดรเจน) ซึ่งมีประจุไฟฟ้ าบวก 1 หน่วยและนิวตรอนซึ่งเป็นกลาง
10.
อุณหภูมิของเอกภพลดลงเป็นร้อยล้านเคลวิน ทาให้โปรตอนและนิวตรอนเกิดการรวมตัวเป็นนิวเคลียสของฮีเลียม
ในช่วงแรก ๆ ทาให้เอกภพขยายตัวเร็วมาก วิวัฒนาการของเอกภพ หลังเกิด Bigbang 3 วินาที
11.
อุณหภูมิลดลงเหลือ 10,000
เคลวิน นิวเคลียสของไฮโดรเจนและ ฮีเลียมดึงอิเล็กตรอนเข้ามาสู่วงโคจร เกิดเป็นอะตอมไฮโดรเจนและ ฮีเลียม วิวัฒนาการของเอกภพ หลังเกิด Bigbang 300,000 ปี
12.
วิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีต่างๆเกิด Bigbang อย่างน้อย
1,000 ปี ภายในกาแล็กซีมีธาตุไฮโดรเจน และฮีเลียมเป็นสารเบื้องต้น ทาให้เกิดเป็นดาวฤกษ์รุ่นแรกๆ ส่วนธาตุที่มีนิวเคลียสใหญ่กว่า คาร์บอนเกิดจากดาวฤกษ์ขนาดใหญ่
14.
ข้อสังเกตที่สนับสนุน Bigbang
15.
ประการที่ 1: การขยายตัวของเอกภพ
เอ็ดวิน พี. ฮับเบิล นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษพบว่า กาแล็กซีที่เคลื่อนที่ห่างออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นตาม ระยะทาง กาแล็กซีที่อยู่ไกลยิ่งเคลื่อนที่ห่างออกไปเร็วกว่ากาแล็กซีที่ อยู่ใกล้ นั่นคือ เอกภพกาลังขยายตัว ทาให้นักดาราศาสตร์คานวณอายุของเอกภพได้
17.
ประการที่ 2 :อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพปัจจุบัน ลดลงเหลือ
2.73 เคลวิน เป็นการค้นพบโดยบังเอิญของนักวิทยาศาสตร์ 2 คน คือ อาร์ โน เพนเซียส และโรเบิร์ต วิลสัน ทดลองระบบเครื่อง สัญญาณของกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ปรากฏว่ามีสัญญาณ รบกวน ตลอดเวลา ทั้งกลางวัน กลางคืน หรือฤดูต่างๆ ต่อมาจึงทราบว่าเป็นสัญญาณที่เหลืออยู่ในอวกาศ เทียบกับ การแผ่รังสีของวัตถุดาที่มีอุณหภูมิ 3 เคลวิน โรเบิร์ต ดิกกี พี.เจ.อี.พีเบิลส์ เดวิด โรลล์ และเดวิด วิลคิน สัน ได้ทานายว่าการแผ่รังสีจากบิกแบงที่เหลืออยู่น่าจะ ตรวจสอบได้โดยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ
18.
กาแล็กซี
19.
กาแล็กซี คือ อาณาจักรหรือระบบของดาวฤกษ์ จานวนนับแสนล้านดวง
อยู่รวมกันด้วยแรงโน้มถ่วงระหว่าง ดวงดาวกับหลุมดาที่มีมวลมหาศาล ซึ่งอยู่ ณ ศูนย์กลาง ของกาแล็กซี โดยมีเนบิวลาซึ่งเป็นกลุ่มแก๊สและฝุ่นละออง ที่เกาะอยู่ในที่ว่างบางแห่งระหว่างดาวฤกษ์
20.
กาแล็กซีกาเนิดขึ้นหลังจากบิกแบง 1,000 ล้านปีเกิด จากกลุ่มแก๊สซึ่งยึดเหนี่ยวด้วยแรงโน้มถ่วงแยกเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่มก่อกาเนิดเป็นดาวฤกษ์จานวนมากซึ่งเป็นสมาชิก ของกาแล็กซี
กาแล็กซีที่ระบบสุริยะสังกัดอยู่ คือ กาแล็กซี ทางช้างเผือก นอกจากนี้ยังมีกาแล็กซีอื่น ๆ ได้แก่ กาแล็กซี เอนโดรเมดา กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ และกาแล็กซีแมก เจลแลนเล็ก
21.
กาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way
Galaxy) คือ ดาวฤกษ์ จานวนมากที่อยู่ไปทางเดียวกันโดยห่างจากโลกต่างกันนักดารา ศาสตร์ทราบรูปร่างของทางช้างเผือก โดยศึกษาจากดาวฤกษ์ที่อยู่ ในกาแล็กซี
22.
วันที่ท้องฟ้ าที่แจ่มใส คืนเดือนมืด เราจะเห็น ดวงดาวสว่างเป็นจุดๆเต็ม ท้องฟ้
าแล้วเรายังอาจ เห็น ทางสีขาวเป็นแถบยาว พาดผ่านท้องฟ้ าคือทาง ช้างเผือก เป็นส่วนหนึ่ง ของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก
23.
จะมีดาวฤกษ์บริเวณ ทางช้างเผือกและใกล้เคียง ด้านซ้ายมือจะสังเกตเห็น กลุ่มดาวนายพราน ขวามือบนของกลุ่มดาว นายพราน
คือ กลุ่มดาววัว ซึ่งมีดาวลูกไก่อยู่ในกลุ่มนี้ ด้วย ด้านซ้ายมือจะเห็นกาแล็กซี แอนโรเมดา เหนือกาแล็กซี แอนโดรเมดา คือ กลุ่มดาว ค้างคาว
24.
ระบบสุริยะ อยู่ในกาแล็กซีทาง ช้างเผือก โดยระบบสุริยะอยู่ที่แขน ของกาแล็กซีด้านกลุ่มดาวนายพราน อยู่ห่างจากศูนย์กลางกาแล็กซี ประมาณ
30,000 ปีแสง กาแล็กซีทาง ช้างเผือกมีขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้าย กังหัน มีบริเวณกลางสว่าง มีแขนโค้ง รอบนอกหลายแขน ระยะขอบหนึ่ง ผ่านจุดศูนย์กลางไปยังขอบหนึ่งยาว 100,000 ปีแสง ถ้ามองจากด้านบน จะ เห็นเมือกังหัน แต่ดูจากด้านข้างจะ คล้ายเลนส์นูนหรือจานข้าวประกบ กัน
26.
กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่กาแล็กซีทางช้างเผือก กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก
27.
1. กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ อยู่ห่างจากกาแล็กซีทาง ช้างเผือกออกไปประมาณ
163,000 ปีแสง
28.
2. กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก อยู่ห่างจากกาแล็กซีทางช้างเผือก ประมาณ 196,000
ปีแสง ทั้งกาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก เป็นชื่อ ที่ตั้งเป็นเกียรติแก่ เฟอร์ดินานด์ แมกเจลแลน นักสารวจชาวโปรตุเกส กาแล็กซีทั้งสองมีลักษณะคล้ายเมฆ จัดเป็นกาแล็กซีที่ไร้รูปร่าง อยู่ ทางขอบฟ้ าทางทิศใต้
29.
3. กาแล็กซีแอนโดรเมดา มีรูปร่างคล้ายก้นหอย หรือกังหัน เส้นผ่าศูนย์กลาง
10 5 ปีแสง มีดาวฤกษ์รวมกันอยู่ 400,000 ล้านดวง กาแล็กซีแอนโรเมดามี ลักษณะกลมขาวมัวๆใจกลาง เป็นดาวสีแดง และดาว ที่มีอายุ มาก บริเวณมีนบิวลา สว่าง กลุ่มแก๊สและฝุ่น กระจุกดาว ทรงกลมประกอบด้วยดาวสีน้า เงิน
30.
นักดาราศาสตร์แบ่งกาแล็กซีเป็น 2 ประเภท
คือ 1. กาแล็กซีปกติ (Regular galaxy) ที่มีสัณฐานรูปทรงชัดเจน สามารถแบ่ง 4 รูปแบบ ได้แก่ 2. กาแล็กซีไม่มีรูปแบบ (Irregular Galaxy) ที่ไม่มีรูปทรง สัณฐานชัดเลย ไม่มีแกนกลาง ไม่มีแขนที่โค้งเป็นก้นหอย ไม่มี ระนาบของความสมมาตร เช่น กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าทางซีกโลกใต้
31.
นักดาราศาสตร์แบ่งกาแล็กซีเป็น 2 ประเภท
คือ
32.
1.1 กาแล็กซีรี แบบรูปไข่
(Elliptical Galaxy) - มีรูปร่างหลายแบบตั้งแต่เป็นจานจนถึงกลมรี - รูปร่างของกาแล็กซีแบนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการ หมุนรอบตัวเอง - ถ้าหมุนช้ารูปร่างกลม ถ้าหมุนเร็วรูปร่างแบน
34.
1.2 กาแล็กซีก้นหอยหรือกาแล็กซีกังหัน (Spiral
Galaxy) รูปทรงเป็นจานแบน ตรงกลางมีส่วนโป่ง มีดาวเป็นจานวน มาก มีลักษณะตรงกลางสว่างและมีแขนกังหัน แยกเป็น 3 ระดับ 1.2.1 จุดกลางสว่าง มีความหนาแน่นมาก มีแขนหลายแขน ใกล้ชิดกับศูนย์กลาง รูปร่างชัดเจน เรียกว่า Sa 1.2.2 จุดศูนย์กลางไม่สว่างมาก มีแขนหลวม ๆขยายออก เล็กน้อย เรียกว่า Sb เช่น กาแล็กซีทางช้างเผือก และกาแล็กซีทาง ช้างเผือก 1.2.3 จุดกลางไม่เด่นชัด ความสว่างและความหนาแน่น กระจายไปทั่วศูนย์กลาง มีแขนกระจายชัดเจน เรียกว่า Sc
36.
1.3.กาแล็กซีก้นหอยคานหรือกังหันมีคายหรือกังหันบาร์ (Barred Spiral Galaxy) เป็นกาแล็กซีที่แกนหรือคาน
เป็นศูนย์กลางและแกนสว่าง มี แขนที่อยู่ปลายทั้ง 2 ข้าง แขนที่ต่อออกไปเป็นกังหัน แบ่งเป็น 3 ระดับ 1.3.1 แกนกลางสว่างชัดเจน มีคามหนาแน่นมาก แขนใกล้ชิด ศูนย์กลาง การกระจายของแขนน้อย เรียกว่า SBa 1.3.2 แกนกลางไม่สว่างมาก มีแขนหลวมๆขยายออก เล็กน้อย เรียกว่า SBb 1.3.3 แกนกลางไม่ชัด มีแขนหลวมๆที่แยกจากกันชัดเจน เรียกว่า SBc
38.
1.4 กาแล็กซีลูกสะบ้า หรือ
กาแล็กซีเลนส์ (Lenticular Galaxy) เป็นกาแล็กซีที่ไม่มีลักษณะก้ากึ่งระหว่างกาแล็กซีรีและ กาแล็กซีกังหัน กล่าวคือ ส่วนโป่งขนาดใหญ่และไม่มีแขนกังหัน
40.
2.กาแล็กซีไร้รูปร่าง ไม่มีแกนกลาง ไม่มีแขนที่โค้งเป็นก้น หอย
ไม่มีระนาบของความสมมาตร เช่น กาแล็กซีแมกเจลแลน ใหญ่ กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าทางซีกโลก ใต้