บทที่ 3
                                          วิธีดําเนินการวิจัย

        การวิจัยครั้งนี้ เปนการวิจยเชิงทดลอง (Experimental Research) มีวัตถุประสงคเพื่อ
                                   ั
สรางสื่อประสมใหมีประสิทธิภาพ (E1/E2) ตามเกณฑ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางการสอนโดยใชสอประสมและการสอนแบบปกติ เรื่อง
                                                    ่ื
การถายโอนพลังงานความรอน สําหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 1 ซึ่งผูวิจัยได
                                                  ้
ดําเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
        1. ประชากรและกลุมตัวอยาง
        2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย
        3. การดําเนินการทดลอง
        4. การวิเคราะหขอมูล
        5. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล

                                     ประชากรและกลุมตัวอยาง

       1. ประชากรที่ใชในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1
โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13
ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 จํานวน 4 หองเรียน 108 คน
       2. กลุ ม ตั ว อย า งที่ ใ ช ใ นการวิ จั ย ครั้ ง นี้ ผู วิ จั ย ได ทํ า การสุ ม อย า งง า ย (Simple
Random Sampling) จากประชากรโดยวิธีการจับฉลาก โดยใชหองเรียนเปนหนวยการสุม
            สุมครั้งที่ 1 สุมมา 2 หองจากจํานวน 4 หอง เพื่อใชเปนกลุมตัวอยาง ไดหอง
ม.1/2 และหอง ม.1/3 รวมจํานวน 54 คน
42



            สุมครั้งที่ 2 สุมจากกลุมตัวอยาง 2 หองเรียนเพื่อใชเปนกลุมทดลอง สุมได
หอง ม.1/2 จํานวน 27 คน เปนกลุมทดลอง และที่เหลืออีก 1 หอง คือ หอง ม.1/3 จํานวน
27 คน ใหเปนกลุมควบคุม
            สุมครั้งที่ 3 จากที่เหลือจากการสุมกลุมตัวอยาง คือ หอง ม.1/1 กับ 1/4 สุมมา
                                                     
จํานวน 1 หองเรียน เพื่อใชเปนกลุมทดลองหาประสิทธิภาพของสื่อประสมในขั้นทดลอง
รายบุคคล จํานวน 3 คน และขั้นทดลองกลุมเล็ก จํานวน 9 คน คือหอง ม.1/4 จํานวน
27 คน แตใชทดลองหาประสิทธิภาพเพียง 12 คน ที่เหลือ 1 หอง คือหอง ม.1/1 ใช
ทดลองหาประสิทธิภาพขั้นทดลองภาคสนาม จํานวน 27 คน
        3. กลุมนักเรียนที่ใชในการหาคุณภาพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เปนกลุมนักเรียนภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 จํานวน 2 หอง ที่เคยผานการเรียนเรื่อง
การถายโอนพลังงานความรอน มาแลว คือหอง ม.3/1 จํานวน 36 คน และหอง ม.2/1
จํานวน 34 คน

                               เครื่องมือทีใชในการวิจัย
                                           ่

       เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ เปนเครื่องมือที่ผูวิจัยสรางขึ้นประกอบดวย
       1. สื่อประสม
       2. แผนการจัดการเรียนรู
       3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

สื่อประสม
      การสรางสื่อประสมผูวิจัยไดดําเนินการ ดังนี้
      1. ศึกษาหลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 วิเคราะหมาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู
แกนกลาง วิเคราะหเนื้อหา จํานวนคาบเรียน
43



        2. ศึกษาหลักการแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของเกี่ยวกับสื่อประสม
ไดแก ความหมายของสื่อประสม ประเภทของสื่อประสม ลักษณะของสื่อประสม และ
ประโยชนของสื่อประสม
        3. นําขอมูลที่ไดจากขอ 1-2 มาวิเคราะหเนื้อหาและแบงเนื้อหาเปนหนวยยอยให
สอดคลองกับตัวชี้วัด และสาระการเรียนรูโดยแบงเนื้อหาเปน 5 หนวยยอย ดังนี้
           หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา                     จํานวน 1 คาบ
           หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ                     จํานวน 1 คาบ
           หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน                 จํานวน 1 คาบ
           หนวยยอยที่ 4 การถายโอนความรอนในชีวิตประจําวัน            จํานวน 1 คาบ
           หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน                     จํานวน 2 คาบ
           รวมจํานวนคาบทั้งหมด                                          จํานวน 6 คาบ
        4. วางแผนการสรางสื่อประสม ลักษณะสื่อประสมที่สรางประกอบดวยสื่อ
ประสม ดังนี้
           4.1 สื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย ประกอบการเรียนการสอน
จํานวน 1 หนวยยอย คือ หนวยยอยที่ 5
           4.2 สื่อประสมสวนที่เปน power point ประกอบการเรียนการสอน จํานวน 4
หนวยยอย คือ หนวยยอยที่ 1-4
           4.3 สื่อประสมที่เปนเอกสารสิ่งพิมพ ใชจัดกิจกรรมประกอบการเรียนการสอน
ทั้ง 5 หนวยยอย
        5. ออกแบบโครงรางสื่อประสม แลวนําไปปรึกษาผูเชี่ยวชาญเพื่อขอคําแนะนํา
รูปแบบ และเนื้อหาของสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย power point และ
เอกสาร ที่เหมาะสม
        6. ดําเนินการสรางสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย power point และ
เอกสาร ตามโครงรางที่เขียนไว มีขั้นตอนดังนี้
           6.1 บทเรียนมัลติมีเดีย เรือง การถายโอนพลังงานความรอน ผูวิจัยได
                                     ่
ดําเนินการศึกษา และคนควา ดังนี้
44



                1) กําหนดวัตถุประสงคในการพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดีย กําหนดหัวเรื่อง
วิเคราะหเนื้อหา
                2) ออกแบบตัวอักษร ภาพ เสียง ในบทเรียนมัลติมีเดีย
                3) ออกแบบการเชื่อมโยงบทแตละสวนวาจากไหนไปไหนสัมพันธกัน
อยางไร การเดินหนาถอยหลัง ในบทเรียนมัลติมีเดีย
                4) ออกแบบปุมสัญลักษณ ตัวอักษร ฉากหลัง สี เสียง และสวนประกอบที่
ละเอียดออนตางๆ ใหกลมกลืนกัน ในบทเรียนมัลติมเี ดีย
                5) การจัดสราง ขั้นตอนการสรางตั้งแตการจัดวางรูปแบบบนคอมพิวเตอร
การนํา ภาพนิ่งเขามาใช การตกแตงแกไขภาพ การทําภาพ 2 มิติ 3 มิติ หรือภาพเคลื่อนไหว
โดยจัดเปนกราฟก ไฟลในรูปแบบตางๆ เชน งานวีดีทัศน การถายทํา การตัดตอ
การตกแตง แทรกตัวอักษร ทุกชวงใหอยูในรูปของไฟลทางคอมพิวเตอร สุดทาย
ออโตริ่ง (Authoring) เปนขั้นตอนสุดทายในการนําเสนอขอมูลที่เปนคอมพิวเตอร
ในบทเรียนมัลติมีเดีย
                6) ทดสอบโปรแกรมในบทเรียนมัลติมีเดีย โดยมีจุดประสงคในการ
ทดสอบเนื้อหาวาสมบูรณตามที่ออกแบบหรือไม เพื่อหาขอผิดพลาดของโปรแกรมหากมี
ขอผิดพลาดในแตละขั้นตอนก็จะนําไปแกไขใหมจนสมบูรณ และบันทึกสื่อเพื่อเผยแพร
ตอไป
          6.2 power point ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง การถายโอนพลังงาน
ความรอน ผูวิจัยไดดําเนินการศึกษา และคนควา ดังนี้
                1) กําหนดวัตถุประสงคในการสราง
                2) วิเคราะหเนื้อหา กําหนดชื่อเรื่อง กิจกรรมตามแนวทางของสถาบัน
สงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
                3) กําหนดจุดประสงค วิธทํา วัสดุอุปกรณ ของกิจกรรม ขอคําถาม
                                         ี
อภิปรายหลังกิจกรรม รูปแบบการบันทึกกิจกรรม ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร
                4) ดําเนินการสรางตามที่วางแผนและออกแบบไว
45



             6.3 สื่อประสมสวนที่เปนเอกสาร เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ผูวิจัย
ไดดําเนินการศึกษา และคนควา ดังนี้
                   1) กําหนดวัตถุประสงคในการสราง
                   2) วิเคราะหเนื้อหา กําหนดชื่อเรื่อง กิจกรรมตามแนวทางของสถาบัน
สงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
                   3) กําหนดจุดประสงค วิธีทํา วัสดุอุปกรณ ของกิจกรรม ขอคําถาม
อภิปรายหลังกิจกรรม รูปแบบการบันทึกกิจกรรม ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร
                    4) ดําเนินการสรางตามที่วางแผนและออกแบบไว
          7. นําสื่อประสม ไดแกสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย Power Point
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และเอกสาร ที่สรางเสร็จแลวเสนอ
ผูเชี่ยวชาญเพื่อประเมินความสอดคลองระหวางสื่อจุดประสงคการเรียนรูกับสื่อประสม
จํานวน 5 ขอ พบวาไดคาความสอดคลองเทากับ 1.00 และใหผเู ชี่ยวชาญประเมินคุณภาพ
                             
ของสื่อประสมตามมาตรประมาณคา 5 ระดับ ของลิเคิรท (Likert) ดังนี้
                   ระดับ 5 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมมากที่สุด
                   ระดับ 4 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมมาก
                   ระดับ 3 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมปานกลาง
                   ระดับ 2 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมนอย
                   ระดับ 1 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมนอยที่สุด
                 ในการประเมินคุณภาพของสื่อประสมแบงเปน 4 ดาน คือ ดานที่ 1
ประเมินคุณภาพสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย จํานวน 10 ขอ ดานที่ 2 สื่อ
ประสมในสวนที่เปน Power Point ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน จํานวน 10 ขอ
ดานที่ 3 สื่อประสมในสวนที่เปนเอกสาร จํานวน 10 ขอ และดานที่ 4 ประเมินการวัด
และประเมินผล จํานวน 5 ขอ ซึ่งผลการประเมินคุณภาพของสื่อประสมจากผูเชี่ยวชาญ
จํานวน 3 ทาน มีคะแนนเฉลี่ยรายขออยูในชวง 3.67-5.00 และคาเฉลี่ยรวม เทากับ 4.66
อยูในระดับคุณภาพมากที่สุด (ภาคผนวก ข) พบวา บทเรียนมัลติมีเดียบางเฟรมตัวอักษร
เล็กไป เนื้อหาบางเฟรมมากเกินไป บางเฟรมมีเสียงทับซอนกัน
46



         8. ปรับปรุงสื่อประสม ในสวนที่บกพรองตามคําแนะนําจากผูเชี่ยวชาญกอน
นําไปหาประสิทธิภาพ
         9. นําสื่อประสม ที่ไดปรับปรุงแกไขแลวในขอ 8 ไปทดลองใชขั้นทดลอง
รายบุคคล กับนักเรียนหอง ม.1/4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียน
ทุงยาวผดุงศิษย จํานวน 3 คน ซึ่งเปนนักเรียนที่ไมใชกลุมตัวอยาง โดยคัดเลือกนักเรียน
ที่เรียนออน จํานวน 1 คน นักเรียนทีเ่ รียนปานกลาง จํานวน 2 คน มาทดลองหา
ประสิทธิภาพในเบื้องตน เพื่อสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน คะแนนผลการ
เรียนระหวางเรียน และคะแนนจากการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบวา
สื่อประสมมีจุดบกพรองหลายประการ เชน การบรรยายเสียงในบทเรียนมัลติมีเดียยังมี
บางเฟรมเสียงบรรยายซ้ําซอนกัน การเชื่อมโยงเนื้อหาบางเฟรมยังผิดพลาด รูปภาพบาง
รูปไมชัด การเคลื่อนไหวตัวอักษรคนละแบบกัน เอกสารสื่อประสมมีจํานวนบรรทัดให
นักเรียนทํากิจกรรมนอยเกินไปในบางกิจกรรม ผูวิจัยไดปรับปรุงแกไขกอนนําไปใช
                                                     
ทดลองกับกลุมเล็ก
         10. ขั้นทดลองกลุมเล็ก ผูวิจัยไดนําสื่อประสมไปทดลองใชกบนักเรียนหอง
                                                                      ั
ม.1/4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จํานวน 9 คนที่ไมใชกลุม  
ตัวอยางที่เรียนออน เรียนปานกลาง และเรียนเกง คละกัน ใหผูเรียนทํากิจกรรมตามสื่อ
ประสมหลังจากนั้น ทําการซักถามความเขาใจ และความชัดเจนของสื่อ พบวาสื่อประสม
บางตอนยังบกพรอง เรื่องของการเชื่อมโยงเนื้อหาในบทเรียนมัลติมีเดีย ผูวิจัยไดนํา
ขอบกพรองมาปรับปรุงแกไข และนําไปใชทดลองภาคสนามตอไป
         11. ขั้นทดลองภาคสนาม ผูวิจัยไดนําสื่อประสมไปทดลองใชกับนักเรียน หอง
ม.1/1 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จํานวน 27 คน ที่ไมใช
กลุมตัวอยางที่เรียนออน เรียนปานกลาง และเรียนเกง คละกัน ใหผูเรียนทําตาม
สื่อประสมหลังจากนั้น ทําการซักถามความเขาใจ และความชัดเจนของสื่อ พบวาสื่อ
ประสม มีบางคําพิมพผิด การเชื่อมโยงเนื้อหาบกพรองเพียงเล็กนอย
         12. ปรับปรุงพัฒนาขอบกพรอง พรอมจัดทําสื่อประสมชุดสมบูรณเพื่อนําไปใช
ในการทดลองกับกลุมทดลอง และเก็บขอมูลตอไป
47



แผนการจัดการเรียนรูโดยใชสื่อประสม
         แผนการจัดการเรียนรูโดยใชส่อประสม เปนแผนการจัดการเรียนรูที่ผูวิจัย
                                         ื
สรางขึ้นเพื่อใชจัดการเรียนการสอน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน สําหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ตัวชี้วัด และมาตรฐานการเรียนรูตรงตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมีเนื้อหาสอดคลองกับตัวชี้วัดที่ผูวิจัย
สรางขึ้นประกอบการสอนใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ และทักษะการเรียนรูตาม
ธรรมชาติวิชา ซึ่งดําเนินการตามลําดับดังนี้
         1. ศึกษาและวิเคราะหหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และ
หลักสูตรสถานศึกษา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ระดับชันมัธยมศึกษาปที่ 1
                                                                ้
โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จังหวัดตรัง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13
         2. ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับสื่อประสม เพื่อนําหลักการแนวคิด
ทฤษฎีดังกลาวมาใชในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู
         3. ศึกษาเรื่องของกรอบเวลา จากปฏิทินวิชาการโรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย และ
เนื้ อ หายึด ตามแนวทางการจั ด การเรีย นรู ต ามเอกสาร และหนั งสื อเรี ย นของสถาบั น
สงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
         4. ศึกษาวิธีการสรางแผนการจัดการเรียนรูจากเอกสารประกอบหลักสูตร ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551
         5. ดําเนินการสรางแผนการจัดการเรียนรูโดยใชสอประสม เรื่อง การถายโอน
                                                        ื่
พลังงานความรอน สําหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยแตละแผนประกอบดวย
                                       ้
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู ดังตอไปนี้ ขั้นนําเขาสูบทเรียน ขั้นดําเนินกิจกรรม
การเรียนการสอน ขั้นสรุป จํานวน 5 แผน ใชเวลาเรียนทั้งหมด 6 คาบ ดังนี้
           แผนที่ 1 หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา จํานวน 1 คาบ
           แผนที่ 2 หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ จํานวน 1 คาบ
           แผนที่ 3 หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน จํานวน 1 คาบ
           แผนที่ 4 หนวยยอยที่ 4 การถายโอนความรอนในชีวิตประจําวัน จํานวน 1 คาบ
           แผนที่ 5 หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน จํานวน 2 คาบ
48



          6. กําหนดสื่อ และเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรูที่ใชในแตละแผนการจัดการเรียนรู
โดยคํานึงถึง ความสอดคลองระหวางกิจกรรมที่ทา และสื่อที่ใชประกอบการจัดการเรียนรู
                                                     ํ
ดังนี้ ในการทํากิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร ใชสื่อประสมสวนที่เปนเอกสาร
กับ power point ประกอบการจัดกิจกรรม และวัสดุ อุปกรณ สารเคมี ประกอบการทํา
กิจกรรมแตละกิจกรรมโดยใชแหลงเรียนรูหองปฏิบติการวิทยาศาสตร ในการศึกษา
                                                       ั
องคความรูเนื้อหาบทเรียน ใชสื่อบทเรียนมัลติมเี ดีย โดยใชแหลงเรียนรูหองปฏิบัติการ
คอมพิวเตอร เนื้อหาที่ใชจัดกิจกรรม ประกอบดวย 5 หนวยยอย จํานวน 5 แผน
          7. นําแผนการจัดการเรียนรู จํานวน 5 แผนใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทาน (รายชื่อ
ผูเชี่ยวชาญ ดูในภาคผนวก ก) ประเมินความสอดคลองระหวางแผนการจัดการเรียนรูกับ
จุดประสงคการเรียนรู ดังนี้
             ให ค ะแนน +1 ถ า เห็ น ว า แผนการจั ด การเรี ย นรู มี ค วามสอดคล อ งกั บ
จุดประสงคการเรียนรู
             ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูมีความสอดคลองกับ
จุดประสงคการเรียนรู
             ใหคะแนน -1 ถาเห็นวาแผนการจัดการเรียนรูไมสอดคลองกับจุดประสงค
การเรียนรู
             ผูเชียวชาญไดใหขอเสนอวา ควรมีแนวคําตอบในการทํากิจกรรมของแผน
                   ่
การจัดการเรียนรูทกแผนุ
          8. ปรับปรุงแกไขแผนการจัดการเรียนรูตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญโดยมีแนว
คําตอบของกิจกรรมทุกกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู และตาม power point
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
          9. นํา แผนการสอนที่ ปรั บ ปรุง แล วเขี ย นเป น ฉบั บจริ งเพื่ อนํ า ไปสอนกั บ กลุ ม
ทดลอง ระหวางวันที่ 26 ธันวาคม 2554-6 มกราคม 2555
49



แผนการจัดการเรียนรูแบบปกติ
          ผูวิจัยไดสรางแผนการจัดการเรียนรูทมีกิจกรรมการเรียนการสอน ตามหนังสือเรียน
                                               ี่
ของสถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี ซึ่งดําเนินการตามลําดับดังนี้
          1. ศึกษาและวิเคราะหหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และ
หลักสูตรสถานศึกษา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ระดับชันมัธยมศึกษาปที่ 1
                                                                  ้
โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จังหวัดตรัง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13
          2. ศึกษาเรื่องกรอบเวลา จากปฏิทินวิชาการโรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย และเนื้อหา
ยึดตามแนวทางการจัดการเรียนรูตามเอกสาร และหนังสือเรียนของสถาบันสงเสริม
การสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
          3. ศึกษาวิธีการสรางแผนการจัดการเรียนรูจากเอกสารประกอบหลักสูตร
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
          4. เขียนแผนการจัดการเรียนรูแบบปกติ เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน
สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยแตละแผนประกอบดวยขั้นตอนการจัด
กิจกรรมการเรียนรู ดังตอไปนี้ ขั้นนําเขาสูบทเรียน ขั้นดําเนินกิจกรรมการเรียนการสอน
ขั้นสรุป
          5. กําหนดสื่อ และเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรูที่ใชในแตละแผนการจัดการเรียนรู
โดยคํานึงถึง ความสอดคลองระหวางกิจกรรมที่ทา และสื่อที่ใชประกอบการจัดการเรียน
                                                    ํ
การสอน ดังนี้ ในการทํากิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตรและศึกษาเนื้อหาบทเรียน
ใชหนังสือเรียนของสถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี และวัสดุ
อุปกรณ สารเคมี ประกอบการทํากิจกรรมแตละกิจกรรมโดยใชแหลงเรียนรู
หองปฏิบัตการวิทยาศาสตร ประกอบดวย 5 หนวยยอย จํานวน 5
                ิ
          6. นําแผนการจัดการเรียนรู จํานวน 5 แผนใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทาน (รายชื่อ
ผูเชี่ยวชาญ ดูในภาคผนวก ก) ประเมินความสอดคลองระหวางแผนการจัดการเรียนรูกับ
จุดประสงคการเรียนรู ดังนี้
              ใหคะแนน +1 ถาเห็นวาแผนการจัดการเรียนรูมีความสอดคลองกับ
                                                           
จุดประสงคการเรียนรู
50



          ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูมีความสอดคลองกับ
จุดประสงคการเรียนรู
          ใหคะแนน -1 ถาเห็นวาแผนการจัดการเรียนรูไมสอดคลองกับจุดประสงค
การเรียนรู
            ผูเชียวชาญไดใหขอเสนอวา ควรมีแนวคําตอบในการทํากิจกรรมของแผนการ
                  ่
จัดการเรียนรูทุกแผน
                
       7. ปรับปรุงแกไขแผนการจัดการเรียนรูตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญโดยมีแนว
คําตอบของกิจกรรมทุกกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู และตาม power point
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
       8. นํา แผนการสอนที่ ปรั บ ปรุง แล วเขี ย นเปน ฉบั บจริ งเพื่ อนํ า ไปสอนกับ กลุ ม
ควบคุม ระหวางวันที่ 26 ธันวาคม 2554-6 มกราคม 2555

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
         แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน
ผูวิจัยไดดําเนินการสราง โดยมีขั้นตอน ดังนี้
         1. ศึกษาทฤษฎี และหลักการสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
         2. สรางตารางวิเคราะหเนื้อหา จุดประสงคการเรียนรูของเนื้อหาที่ใชในการ
ทดลอง จํานวนขอคําถาม เพื่อใชในการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง
การถายโอนพลังงานความรอน…………. .
         3. สรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความ
รอนเปนขอสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จํานวน 50 ขอ ใหครอบคลุมเนื้อหาและ
จุดประสงคที่กําหนด ไดขอคําถาม ดังนี้
              จุดประสงคที่ 1 หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา จํานวน 10 ขอ
              จุดประสงคที่ 2 หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ จํานวน 10 ขอ
              จุดประสงคที่ 3 หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน จํานวน 5 ขอ
              จุ ด ประสงค ที่ 4 หน ว ยย อ ยที่ 4 การถ า ยโอนความร อ นในชี วิ ต ประจํ า วั น
จํานวน 8 ขอ
51



              จุดประสงคที่ 5 หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน
จํานวน 17 ขอ รวมทั้งหมด 50 ขอ
          4. นําขอสอบที่สรางขึ้นไปใหผูเชี่ยวชาญประเมินความสอดคลองระหวางขอ
คําถามกับจุดประสงคการเรียนรู โดยกําหนดคาคะแนนความสอดคลอง ดังนี้
             ใหคะแนน +1 ถาเห็นวาขอคําถามมีความสอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู
             ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาขอคําถามมีความสอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู
             ใหคะแนน -1 ถาเห็นวาขอคําถามไมสอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู
             พบวาจํานวนขอคําถาม 48 ขอ ที่ผูเชี่ยวชาญเห็นวาสอดคลองกับจุดประสงค
การเรียนรู มีคาความสอดคลอง (IOC) มากกวาหรือเทากับ 0.5 ขอคําถามรายขอ มีคา
ความสอดคลอง (IOC) ตั้งแต 0.67-1.00
          5. นําขอสอบจํานวน 48 ขอจากขอ 4 ไปทดลองทดสอบกับนักเรียนที่ผาน
การเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ซึ่งไมใชกลุมตัวอยาง ภาคเรียนที่ 2
ปการศึกษา 2554 คือหอง ม.3/1จํานวน 36 คน โดยใชเวลาในการทดสอบ 60 นาที
          6. วิเคราะหขอสอบ แลวคัดเลือกขอสอบที่มีความยาก (P) ตั้งแต 0.20 ถึง 0.80
                       
และคาอํานาจจําแนก (r) ตั้งแต 0.20 ขึ้นไป ไดจํานวนขอคําถามที่ใชได จํานวน 42 ขอ
ผูวิจัยคัดเลือกขอสอบเพียง 40 ขอ มาหาคาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยใช
วิธของคูเดอร วิชารดสัน(Kuder Richardson) สูตร KR-20 (Kuder Richardson-20) ไป
    ี
ทดลองทดสอบกับนักเรียนที่ผานการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ซึ่งไมใช
                                  
กลุมตัวอยาง ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 คือหอง ม.2/1 จํานวน 34 คน โดยใชเวลาใน
การทดสอบ 50 นาที พบวาขอสอบทั้งฉบับมีคาความเชื่อมั่น (Alpha) เทากับ 0.81
          7. นําขอสอบที่ผานการสราง และหาคุณภาพจาก ขอ 6 ไปจัดทําเปนแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับจริง จํานวน 40 ขอ เพื่อไปใชในการเก็บรวบรวมขอมูล
กับกลุมตัวอยางตอไป
52



                             การดําเนินการทดลอง

        ในการดําเนินการทดลองเพื่อเก็บรวบรวมขอมูล โดยใชแบบแผนการทดลอง
ชนิด The Posttest-Only Control Group Design ผูวิจัยไดดําเนินการเปรียบเทียบระหวาง
กลุมทดลองที่สอนโดยใชสื่อประสมกับกลุมควบคุมที่สอนแบบปกติ ดังนี้
        1. ชี้แจงการสอนกับนักเรียน เรื่องการถายโอนพลังงานความรอน ประกอบดวย
5 หนวยยอย คือ
           หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา
           หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ
           หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน
           หนวยยอยที่ 4 การถายโอนความรอนในชีวิตประจําวัน
           หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน
           ใชเวลาในการจัดกิจกรรม ทั้งหมด 6 คาบ
        2. จัดปฐมนิเทศนักเรียนเพื่อทําความเขาใจกับนักเรียนถึงกระบวนการเรียนรู
บทบาทของนักเรียน เปาหมายของการเรียน และวิธีการประเมินผลการเรียนรูในการ
ทดลองนี้
        3. ดําเนินการทดลองสอนกลุมตัวอยางดวยผูวิจัยเองในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา
2554 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย โดยทําการสอนกลุมตัวทดลองดวยแผนการจัดการเรียนรู
                                                   
โดยใชสื่อประสม และทําการสอนกลุมควบคุมดวยแผนการจัดการเรียนรูแบบปกติ ใน
เนื้อหาเดียวกัน ระยะเวลาในการสอนเทากัน คือจํานวน 5 แผนการจัดการเรียนรู 6 คาบ
คาบละ 50 นาที ดังนี้
           กลุมทดลอง (หอง ม.1/2)
           สัปดาหที่ 1
           ครั้งที่ 1 วันจันทรที่ 26 ธันวาคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น.
           ครั้งที่ 2 วันจันทรที่ 26 ธันวาคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 09.25-10.15 น.
           ครั้งที่ 3 วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น.
53



          สัปดาหที่ 2
          ครั้งที่ 4 วันพุธที่ 4 มกราคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 09.25-10.15 น.
          ครั้งที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2554 คาบที่ 1-2 เวลา 08.30-10.15 น.
          กลุมควบคุม (หอง ม.1/3)
          สัปดาหที่ 1
          ครั้งที่ 1 วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น.
          ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 27ธันวาคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 09.25-10.15 น.
          ครั้งที่ 3 วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 08.30-09.20 น.
          สัปดาหที่ 2
          ครั้งที่ 4 วันพุธที่ 4 มกราคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น.
          ครั้งที่ 5 วันศุกรที่ 6 มกราคม 2554 คาบที่ 1-2 เวลา 08.30-10.15 น.
       4. เมื่อสอนครบตามแผนการสอนแลว ใหกลุมตัวอยางทั้ง 2 กลุม ทําการทดสอบ
หลังการสอน (Posttest) โดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง
การถายโอนพลังงานความรอน

ตาราง 3.1
การเปรียบเทียบกิจกรรมการเรียนการสอนระหวางการสอนโดยใชสื่อประสมกับ
การสอนแบบปกติ

            การสอนโดยใชสื่อประสม                                การสอนแบบปกติ
ขั้นที่ 1                                          ขั้นที่ 1
             แจง จุ ด ประสงค ก ารเรีย นรู และ               แจงจุดประสงคการเรียนรู
             การสอนโดยใชสื่อประสม
ขั้นที่ 2                                          ขั้นที่ 2
             นําเขาสูบทเรียน                                 นําเขาสูบทเรียน
             - ทบทวนความรูเดิม และใช                         - ทบทวนความรูเดิม และใช
             คําถามเพื่อนําเขาสูบทเรียน                      คําถามเพื่อนําเขาสูบทเรียน
54



ตาราง 3.1 (ตอ)
         การสอนโดยใชสื่อประสม                           การสอนแบบปกติ
ขั้นที่ 3 ดําเนินกิจกรรมการเรียน            ขั้นที่ 3 ดําเนินกิจกรรมการเรียน
          การสอน                                      การสอน
          กิจกรรมการทดลอง ใชเอกสาร                   กิจกรรมการทดลอง และศึกษา
          สื่อประสม Power Point                       เนื้อหาบทเรียนใชหนังสือเรียน
          ประกอบการจัดกิจกรรม                         ของสถาบันสงเสริมการสอน
          ศึกษาเนื้อหาบทเรียน ใชสื่อ                 วิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
          บทเรียนมัลติมีเดีย ใหนักเรียน
          เปนศูนยกลาง
ขั้นที่ 4 สรุป                              ขั้นที่ 4 สรุป
          สรุปองคความรูที่ไดจาก                    สรุปองคความรูท่ไดจาก
                                                                       ี
          การเรียน                                    การเรียน

                                 การวิเคราะหขอมูล

        การวิจัยครั้งนี้ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลและวิเคราะหขอมูล จากผูเรียนที่เปน
กลุมตัวอยาง ไดแกกลุมทอลอง และกลุมควบคุม โดยผูวิจัยดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูล
และวิเคราะหขอมูลดวยตนเอง มีรายละเอียด ดังนี้
        1. หาประสิทธิภาพ ของสื่อประสม เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ตาม
เกณฑ 80/80 โดยใช E1/E2
        2. หาคาความสอดคลอง (IOC) ของสื่อประสม แผนการจัดการเรียนรู และขอ
คําถามของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
        3. หาคาเฉลี่ย ( X ) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของแบบประเมินคุณภาพของสื่อประสม
        4. หาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาคา
ความยากงาย (p) คาอํานาจจําแนก (r) และหาคาความเชื่อมั่น (Alpha) ตามสูตร KR-20
55



       5. หาคา t-Test Dependent เปรียบเทียบผลสัมฤทธิหลังเรียนของกลุมทดลอง และ
                                                     ์
กลุมควบคุม

                               สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล

1. ใช E1/E2 ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel

      ใช E1/E2 หาประสิทธิภาพของสื่อประสม ตามเกณฑ 80/80
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 325) ดังนี้

                                 ∑ X × 100
                         E1 =     N
                                      A
           เมื่อ
                   E1      =     ประสิทธิภาพของกระบวนการ
                   ∑X      =     ผลรวมของคะแนนที่ไดจากการวัดระหวางเรียน
                   N       =     จํานวนนักเรียน
                   A       =     คะแนนเต็มจากการวัดระหวางเรียน

                                      ∑ Y × 100
                                E2=    N
                                           B
           เมื่อ
                   E2     = ประสิทธิภาพของผลลัพธ ไดจากคะแนนเฉลี่ยของ
                            การทําแบบทดสอบหลังเรียนของผูเรียนทั้งหมด
                   ∑Y     = ผลรวมของคะแนนที่ไดจากการทดสอบหลังเรียน
                   B      = คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียน
                   N      = จํานวนนักเรียน
56



2. ใช IOC ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel
          ใช IOC หาความสอดคลอง ของสื่อประสม แผนการจัดการเรียนรู และขอ
คําถามของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญ โดยใชสูตรดังนี้
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 323)

                                          ∑R
                                  IOC =
                                           N
          เมื่อ
                    IOC        =    ดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับผลการเรียนรูที่คาดหวัง
                    ∑R         =    ผลรวมของคะแนนของผูเชี่ยวชาญ
                    N          =    จํานวนผูเชี่ยวชาญ
                    R          =    คะแนนของผูเชี่ยวชาญ

3. หาคาเฉลีย ( X ) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel และ
            ่
SPSS for Windows
        หาคาเฉลี่ย ( ) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของแบบประเมินคุณภาพของสื่อประสม
        3.1 หาคาเฉลี่ย ( X ) ซึ่งมีสูตรดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 345)

                              X       =    ∑X
                                               n

                  เมื่อ
                          X          =     คะแนนเฉลี่ย
                          ∑X         =     ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
                          n          =     จํานวนขอมูลทั้งหมด
57



         3.2 หาคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของแบบประเมินคุณภาพของสื่อประสม
ซึ่งใชสูตร ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 346)

                                             n ∑ X 2 − (∑ X )
                                                              2

                          S.D. =
                                                  n (n - 1)


              เมื่อ
                      S.D.           =   คาความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน
                      ∑ X2           =   ผลรวมของคะแนนแตละตัวยกกําลังสอง
                      (∑ X ) 2
                                     =   ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกําลังสอง
                      n              =   จํานวนนักเรียน

4. หาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาคาความยากงาย (p)
คาอํานาจจําแนก (r) และหาคาความเชื่อมั่น (Alpha) ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel
และSPSS for Windows


       4.1 หาคาความยากงาย (p) ซึ่งมีสูตร ดังนี้ (กรมวิชาการ, 2545, หนา 85)

                                 R
                          P=
                                 N
          เมื่อ
                  P       = ความยาก
                  R       = จํานวนนักเรียนที่ตอบขอสอบถูกตอง
                  N       = จํานวนผูสอบทั้งหมด
58



       4.2 ใช (r) หาคาอํานาจจําแนกของแบบทดสอบซึ่งมีสูตร ดังนี้ (กรมวิชาการ, 2545,
หนา 86)

                                 Ru − RL
                            r=
                                    N
          เมื่อ
                  r     =     อํานาจจําแนก
                  Ru    =     จํานวนผูที่ตอบถูกแตละขอในกลุมสูง
                  RL    =     จํานวนผูที่ตอบถูกแตละขอในกลุมต่ํา
                  N     =     จํานวนคนในกลุมสูงหรือกลุมต่ํา


       4.3 ใช KR-20 หาคาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ โดยใชสูตร KR–20 ดังนี้
(กรมวิชาการ, 2545, หนา 87)
                                k ⎛ s t − ∑ pq ⎞
                                      2

                            r=      ⎜          ⎟
                               k -1 ⎜
                                    ⎝    s2
                                          t
                                               ⎟
                                               ⎠
          เมื่อ
                  r     =     ความเที่ยง
                  k     =     จํานวนขอสอบ
                  p     =     สัดสวนของผูทําถูกแตละขอ
                  q     =     1–p
                  s2
                   t
                        =     ความแปรปรวนของคะแนนที่สอบไดทั้งฉบับ
59



5. หาคา t-Test Independent ทดสอบสมมติฐาน ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป SPSS for Windows
        หาคา t-Test Independent ทดสอบสมมติฐานเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์หลังเรียน
ของกลุมทดลอง และกลุมควบคุม ซึ่งมีสตรดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 346)
                                    ู

                                             x1 − x 2
                       t=
                             (n 1 − 1)s12 + (n 2 − 1)s 22 ⎡ 1  1⎤
                                      n1 + n 2 − 2       ⎢n + n ⎥
                                                         ⎣ 1   2 ⎦




           df         = n1 + n2 - 2

        เมื่อ t       = คาทีที่ใชทดสอบ
           x1         = คะแนนเฉลี่ยของกลุมทดลอง
           x2         = คะแนนเฉลี่ยของกลุมควบคุม
           n1         = จํานวนนักเรียนในกลุมทดลอง
            n2        = จํานวนนักเรียนในกลุมควบคุม
           s12        = คาความแปรปรวนของคะแนนของกลุมทดลอง
           s 22       = คาความแปรปรวนของคะแนนของกลุมควบคุม
           df         = องศาแหงความอิสระ

7บทที่3

  • 1.
    บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เปนการวิจยเชิงทดลอง (Experimental Research) มีวัตถุประสงคเพื่อ ั สรางสื่อประสมใหมีประสิทธิภาพ (E1/E2) ตามเกณฑ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางการสอนโดยใชสอประสมและการสอนแบบปกติ เรื่อง ่ื การถายโอนพลังงานความรอน สําหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 1 ซึ่งผูวิจัยได ้ ดําเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ประชากรและกลุมตัวอยาง 2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 3. การดําเนินการทดลอง 4. การวิเคราะหขอมูล 5. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ประชากรและกลุมตัวอยาง 1. ประชากรที่ใชในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 จํานวน 4 หองเรียน 108 คน 2. กลุ ม ตั ว อย า งที่ ใ ช ใ นการวิ จั ย ครั้ ง นี้ ผู วิ จั ย ได ทํ า การสุ ม อย า งง า ย (Simple Random Sampling) จากประชากรโดยวิธีการจับฉลาก โดยใชหองเรียนเปนหนวยการสุม สุมครั้งที่ 1 สุมมา 2 หองจากจํานวน 4 หอง เพื่อใชเปนกลุมตัวอยาง ไดหอง ม.1/2 และหอง ม.1/3 รวมจํานวน 54 คน
  • 2.
    42 สุมครั้งที่ 2 สุมจากกลุมตัวอยาง 2 หองเรียนเพื่อใชเปนกลุมทดลอง สุมได หอง ม.1/2 จํานวน 27 คน เปนกลุมทดลอง และที่เหลืออีก 1 หอง คือ หอง ม.1/3 จํานวน 27 คน ใหเปนกลุมควบคุม สุมครั้งที่ 3 จากที่เหลือจากการสุมกลุมตัวอยาง คือ หอง ม.1/1 กับ 1/4 สุมมา  จํานวน 1 หองเรียน เพื่อใชเปนกลุมทดลองหาประสิทธิภาพของสื่อประสมในขั้นทดลอง รายบุคคล จํานวน 3 คน และขั้นทดลองกลุมเล็ก จํานวน 9 คน คือหอง ม.1/4 จํานวน 27 คน แตใชทดลองหาประสิทธิภาพเพียง 12 คน ที่เหลือ 1 หอง คือหอง ม.1/1 ใช ทดลองหาประสิทธิภาพขั้นทดลองภาคสนาม จํานวน 27 คน 3. กลุมนักเรียนที่ใชในการหาคุณภาพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เปนกลุมนักเรียนภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 จํานวน 2 หอง ที่เคยผานการเรียนเรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน มาแลว คือหอง ม.3/1 จํานวน 36 คน และหอง ม.2/1 จํานวน 34 คน เครื่องมือทีใชในการวิจัย ่ เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ เปนเครื่องมือที่ผูวิจัยสรางขึ้นประกอบดวย 1. สื่อประสม 2. แผนการจัดการเรียนรู 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สื่อประสม การสรางสื่อประสมผูวิจัยไดดําเนินการ ดังนี้ 1. ศึกษาหลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 วิเคราะหมาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู แกนกลาง วิเคราะหเนื้อหา จํานวนคาบเรียน
  • 3.
    43 2. ศึกษาหลักการแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของเกี่ยวกับสื่อประสม ไดแก ความหมายของสื่อประสม ประเภทของสื่อประสม ลักษณะของสื่อประสม และ ประโยชนของสื่อประสม 3. นําขอมูลที่ไดจากขอ 1-2 มาวิเคราะหเนื้อหาและแบงเนื้อหาเปนหนวยยอยให สอดคลองกับตัวชี้วัด และสาระการเรียนรูโดยแบงเนื้อหาเปน 5 หนวยยอย ดังนี้ หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา จํานวน 1 คาบ หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ จํานวน 1 คาบ หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน จํานวน 1 คาบ หนวยยอยที่ 4 การถายโอนความรอนในชีวิตประจําวัน จํานวน 1 คาบ หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน จํานวน 2 คาบ รวมจํานวนคาบทั้งหมด จํานวน 6 คาบ 4. วางแผนการสรางสื่อประสม ลักษณะสื่อประสมที่สรางประกอบดวยสื่อ ประสม ดังนี้ 4.1 สื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย ประกอบการเรียนการสอน จํานวน 1 หนวยยอย คือ หนวยยอยที่ 5 4.2 สื่อประสมสวนที่เปน power point ประกอบการเรียนการสอน จํานวน 4 หนวยยอย คือ หนวยยอยที่ 1-4 4.3 สื่อประสมที่เปนเอกสารสิ่งพิมพ ใชจัดกิจกรรมประกอบการเรียนการสอน ทั้ง 5 หนวยยอย 5. ออกแบบโครงรางสื่อประสม แลวนําไปปรึกษาผูเชี่ยวชาญเพื่อขอคําแนะนํา รูปแบบ และเนื้อหาของสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย power point และ เอกสาร ที่เหมาะสม 6. ดําเนินการสรางสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย power point และ เอกสาร ตามโครงรางที่เขียนไว มีขั้นตอนดังนี้ 6.1 บทเรียนมัลติมีเดีย เรือง การถายโอนพลังงานความรอน ผูวิจัยได ่ ดําเนินการศึกษา และคนควา ดังนี้
  • 4.
    44 1) กําหนดวัตถุประสงคในการพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดีย กําหนดหัวเรื่อง วิเคราะหเนื้อหา 2) ออกแบบตัวอักษร ภาพ เสียง ในบทเรียนมัลติมีเดีย 3) ออกแบบการเชื่อมโยงบทแตละสวนวาจากไหนไปไหนสัมพันธกัน อยางไร การเดินหนาถอยหลัง ในบทเรียนมัลติมีเดีย 4) ออกแบบปุมสัญลักษณ ตัวอักษร ฉากหลัง สี เสียง และสวนประกอบที่ ละเอียดออนตางๆ ใหกลมกลืนกัน ในบทเรียนมัลติมเี ดีย 5) การจัดสราง ขั้นตอนการสรางตั้งแตการจัดวางรูปแบบบนคอมพิวเตอร การนํา ภาพนิ่งเขามาใช การตกแตงแกไขภาพ การทําภาพ 2 มิติ 3 มิติ หรือภาพเคลื่อนไหว โดยจัดเปนกราฟก ไฟลในรูปแบบตางๆ เชน งานวีดีทัศน การถายทํา การตัดตอ การตกแตง แทรกตัวอักษร ทุกชวงใหอยูในรูปของไฟลทางคอมพิวเตอร สุดทาย ออโตริ่ง (Authoring) เปนขั้นตอนสุดทายในการนําเสนอขอมูลที่เปนคอมพิวเตอร ในบทเรียนมัลติมีเดีย 6) ทดสอบโปรแกรมในบทเรียนมัลติมีเดีย โดยมีจุดประสงคในการ ทดสอบเนื้อหาวาสมบูรณตามที่ออกแบบหรือไม เพื่อหาขอผิดพลาดของโปรแกรมหากมี ขอผิดพลาดในแตละขั้นตอนก็จะนําไปแกไขใหมจนสมบูรณ และบันทึกสื่อเพื่อเผยแพร ตอไป 6.2 power point ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง การถายโอนพลังงาน ความรอน ผูวิจัยไดดําเนินการศึกษา และคนควา ดังนี้ 1) กําหนดวัตถุประสงคในการสราง 2) วิเคราะหเนื้อหา กําหนดชื่อเรื่อง กิจกรรมตามแนวทางของสถาบัน สงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี 3) กําหนดจุดประสงค วิธทํา วัสดุอุปกรณ ของกิจกรรม ขอคําถาม ี อภิปรายหลังกิจกรรม รูปแบบการบันทึกกิจกรรม ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร 4) ดําเนินการสรางตามที่วางแผนและออกแบบไว
  • 5.
    45 6.3 สื่อประสมสวนที่เปนเอกสาร เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ผูวิจัย ไดดําเนินการศึกษา และคนควา ดังนี้ 1) กําหนดวัตถุประสงคในการสราง 2) วิเคราะหเนื้อหา กําหนดชื่อเรื่อง กิจกรรมตามแนวทางของสถาบัน สงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี 3) กําหนดจุดประสงค วิธีทํา วัสดุอุปกรณ ของกิจกรรม ขอคําถาม อภิปรายหลังกิจกรรม รูปแบบการบันทึกกิจกรรม ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร 4) ดําเนินการสรางตามที่วางแผนและออกแบบไว 7. นําสื่อประสม ไดแกสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย Power Point ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และเอกสาร ที่สรางเสร็จแลวเสนอ ผูเชี่ยวชาญเพื่อประเมินความสอดคลองระหวางสื่อจุดประสงคการเรียนรูกับสื่อประสม จํานวน 5 ขอ พบวาไดคาความสอดคลองเทากับ 1.00 และใหผเู ชี่ยวชาญประเมินคุณภาพ  ของสื่อประสมตามมาตรประมาณคา 5 ระดับ ของลิเคิรท (Likert) ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมมาก ระดับ 3 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมนอย ระดับ 1 หมายถึง สอดคลอง/เหมาะสมนอยที่สุด ในการประเมินคุณภาพของสื่อประสมแบงเปน 4 ดาน คือ ดานที่ 1 ประเมินคุณภาพสื่อประสมในสวนที่เปนบทเรียนมัลติมีเดีย จํานวน 10 ขอ ดานที่ 2 สื่อ ประสมในสวนที่เปน Power Point ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน จํานวน 10 ขอ ดานที่ 3 สื่อประสมในสวนที่เปนเอกสาร จํานวน 10 ขอ และดานที่ 4 ประเมินการวัด และประเมินผล จํานวน 5 ขอ ซึ่งผลการประเมินคุณภาพของสื่อประสมจากผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทาน มีคะแนนเฉลี่ยรายขออยูในชวง 3.67-5.00 และคาเฉลี่ยรวม เทากับ 4.66 อยูในระดับคุณภาพมากที่สุด (ภาคผนวก ข) พบวา บทเรียนมัลติมีเดียบางเฟรมตัวอักษร เล็กไป เนื้อหาบางเฟรมมากเกินไป บางเฟรมมีเสียงทับซอนกัน
  • 6.
    46 8. ปรับปรุงสื่อประสม ในสวนที่บกพรองตามคําแนะนําจากผูเชี่ยวชาญกอน นําไปหาประสิทธิภาพ 9. นําสื่อประสม ที่ไดปรับปรุงแกไขแลวในขอ 8 ไปทดลองใชขั้นทดลอง รายบุคคล กับนักเรียนหอง ม.1/4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียน ทุงยาวผดุงศิษย จํานวน 3 คน ซึ่งเปนนักเรียนที่ไมใชกลุมตัวอยาง โดยคัดเลือกนักเรียน ที่เรียนออน จํานวน 1 คน นักเรียนทีเ่ รียนปานกลาง จํานวน 2 คน มาทดลองหา ประสิทธิภาพในเบื้องตน เพื่อสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน คะแนนผลการ เรียนระหวางเรียน และคะแนนจากการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบวา สื่อประสมมีจุดบกพรองหลายประการ เชน การบรรยายเสียงในบทเรียนมัลติมีเดียยังมี บางเฟรมเสียงบรรยายซ้ําซอนกัน การเชื่อมโยงเนื้อหาบางเฟรมยังผิดพลาด รูปภาพบาง รูปไมชัด การเคลื่อนไหวตัวอักษรคนละแบบกัน เอกสารสื่อประสมมีจํานวนบรรทัดให นักเรียนทํากิจกรรมนอยเกินไปในบางกิจกรรม ผูวิจัยไดปรับปรุงแกไขกอนนําไปใช  ทดลองกับกลุมเล็ก 10. ขั้นทดลองกลุมเล็ก ผูวิจัยไดนําสื่อประสมไปทดลองใชกบนักเรียนหอง ั ม.1/4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จํานวน 9 คนที่ไมใชกลุม  ตัวอยางที่เรียนออน เรียนปานกลาง และเรียนเกง คละกัน ใหผูเรียนทํากิจกรรมตามสื่อ ประสมหลังจากนั้น ทําการซักถามความเขาใจ และความชัดเจนของสื่อ พบวาสื่อประสม บางตอนยังบกพรอง เรื่องของการเชื่อมโยงเนื้อหาในบทเรียนมัลติมีเดีย ผูวิจัยไดนํา ขอบกพรองมาปรับปรุงแกไข และนําไปใชทดลองภาคสนามตอไป 11. ขั้นทดลองภาคสนาม ผูวิจัยไดนําสื่อประสมไปทดลองใชกับนักเรียน หอง ม.1/1 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จํานวน 27 คน ที่ไมใช กลุมตัวอยางที่เรียนออน เรียนปานกลาง และเรียนเกง คละกัน ใหผูเรียนทําตาม สื่อประสมหลังจากนั้น ทําการซักถามความเขาใจ และความชัดเจนของสื่อ พบวาสื่อ ประสม มีบางคําพิมพผิด การเชื่อมโยงเนื้อหาบกพรองเพียงเล็กนอย 12. ปรับปรุงพัฒนาขอบกพรอง พรอมจัดทําสื่อประสมชุดสมบูรณเพื่อนําไปใช ในการทดลองกับกลุมทดลอง และเก็บขอมูลตอไป
  • 7.
    47 แผนการจัดการเรียนรูโดยใชสื่อประสม แผนการจัดการเรียนรูโดยใชส่อประสม เปนแผนการจัดการเรียนรูที่ผูวิจัย ื สรางขึ้นเพื่อใชจัดการเรียนการสอน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน สําหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ตัวชี้วัด และมาตรฐานการเรียนรูตรงตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมีเนื้อหาสอดคลองกับตัวชี้วัดที่ผูวิจัย สรางขึ้นประกอบการสอนใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ และทักษะการเรียนรูตาม ธรรมชาติวิชา ซึ่งดําเนินการตามลําดับดังนี้ 1. ศึกษาและวิเคราะหหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และ หลักสูตรสถานศึกษา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ระดับชันมัธยมศึกษาปที่ 1 ้ โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จังหวัดตรัง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 2. ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับสื่อประสม เพื่อนําหลักการแนวคิด ทฤษฎีดังกลาวมาใชในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู 3. ศึกษาเรื่องของกรอบเวลา จากปฏิทินวิชาการโรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย และ เนื้ อ หายึด ตามแนวทางการจั ด การเรีย นรู ต ามเอกสาร และหนั งสื อเรี ย นของสถาบั น สงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี 4. ศึกษาวิธีการสรางแผนการจัดการเรียนรูจากเอกสารประกอบหลักสูตร ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 5. ดําเนินการสรางแผนการจัดการเรียนรูโดยใชสอประสม เรื่อง การถายโอน ื่ พลังงานความรอน สําหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยแตละแผนประกอบดวย ้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู ดังตอไปนี้ ขั้นนําเขาสูบทเรียน ขั้นดําเนินกิจกรรม การเรียนการสอน ขั้นสรุป จํานวน 5 แผน ใชเวลาเรียนทั้งหมด 6 คาบ ดังนี้ แผนที่ 1 หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา จํานวน 1 คาบ แผนที่ 2 หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ จํานวน 1 คาบ แผนที่ 3 หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน จํานวน 1 คาบ แผนที่ 4 หนวยยอยที่ 4 การถายโอนความรอนในชีวิตประจําวัน จํานวน 1 คาบ แผนที่ 5 หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน จํานวน 2 คาบ
  • 8.
    48 6. กําหนดสื่อ และเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรูที่ใชในแตละแผนการจัดการเรียนรู โดยคํานึงถึง ความสอดคลองระหวางกิจกรรมที่ทา และสื่อที่ใชประกอบการจัดการเรียนรู ํ ดังนี้ ในการทํากิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร ใชสื่อประสมสวนที่เปนเอกสาร กับ power point ประกอบการจัดกิจกรรม และวัสดุ อุปกรณ สารเคมี ประกอบการทํา กิจกรรมแตละกิจกรรมโดยใชแหลงเรียนรูหองปฏิบติการวิทยาศาสตร ในการศึกษา ั องคความรูเนื้อหาบทเรียน ใชสื่อบทเรียนมัลติมเี ดีย โดยใชแหลงเรียนรูหองปฏิบัติการ คอมพิวเตอร เนื้อหาที่ใชจัดกิจกรรม ประกอบดวย 5 หนวยยอย จํานวน 5 แผน 7. นําแผนการจัดการเรียนรู จํานวน 5 แผนใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทาน (รายชื่อ ผูเชี่ยวชาญ ดูในภาคผนวก ก) ประเมินความสอดคลองระหวางแผนการจัดการเรียนรูกับ จุดประสงคการเรียนรู ดังนี้ ให ค ะแนน +1 ถ า เห็ น ว า แผนการจั ด การเรี ย นรู มี ค วามสอดคล อ งกั บ จุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูมีความสอดคลองกับ จุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน -1 ถาเห็นวาแผนการจัดการเรียนรูไมสอดคลองกับจุดประสงค การเรียนรู ผูเชียวชาญไดใหขอเสนอวา ควรมีแนวคําตอบในการทํากิจกรรมของแผน ่ การจัดการเรียนรูทกแผนุ 8. ปรับปรุงแกไขแผนการจัดการเรียนรูตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญโดยมีแนว คําตอบของกิจกรรมทุกกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู และตาม power point ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 9. นํา แผนการสอนที่ ปรั บ ปรุง แล วเขี ย นเป น ฉบั บจริ งเพื่ อนํ า ไปสอนกั บ กลุ ม ทดลอง ระหวางวันที่ 26 ธันวาคม 2554-6 มกราคม 2555
  • 9.
    49 แผนการจัดการเรียนรูแบบปกติ ผูวิจัยไดสรางแผนการจัดการเรียนรูทมีกิจกรรมการเรียนการสอน ตามหนังสือเรียน ี่ ของสถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี ซึ่งดําเนินการตามลําดับดังนี้ 1. ศึกษาและวิเคราะหหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และ หลักสูตรสถานศึกษา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ระดับชันมัธยมศึกษาปที่ 1 ้ โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย จังหวัดตรัง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 2. ศึกษาเรื่องกรอบเวลา จากปฏิทินวิชาการโรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย และเนื้อหา ยึดตามแนวทางการจัดการเรียนรูตามเอกสาร และหนังสือเรียนของสถาบันสงเสริม การสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี 3. ศึกษาวิธีการสรางแผนการจัดการเรียนรูจากเอกสารประกอบหลักสูตร ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4. เขียนแผนการจัดการเรียนรูแบบปกติ เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยแตละแผนประกอบดวยขั้นตอนการจัด กิจกรรมการเรียนรู ดังตอไปนี้ ขั้นนําเขาสูบทเรียน ขั้นดําเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นสรุป 5. กําหนดสื่อ และเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรูที่ใชในแตละแผนการจัดการเรียนรู โดยคํานึงถึง ความสอดคลองระหวางกิจกรรมที่ทา และสื่อที่ใชประกอบการจัดการเรียน ํ การสอน ดังนี้ ในการทํากิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตรและศึกษาเนื้อหาบทเรียน ใชหนังสือเรียนของสถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี และวัสดุ อุปกรณ สารเคมี ประกอบการทํากิจกรรมแตละกิจกรรมโดยใชแหลงเรียนรู หองปฏิบัตการวิทยาศาสตร ประกอบดวย 5 หนวยยอย จํานวน 5 ิ 6. นําแผนการจัดการเรียนรู จํานวน 5 แผนใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทาน (รายชื่อ ผูเชี่ยวชาญ ดูในภาคผนวก ก) ประเมินความสอดคลองระหวางแผนการจัดการเรียนรูกับ จุดประสงคการเรียนรู ดังนี้ ใหคะแนน +1 ถาเห็นวาแผนการจัดการเรียนรูมีความสอดคลองกับ  จุดประสงคการเรียนรู
  • 10.
    50 ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูมีความสอดคลองกับ จุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน -1 ถาเห็นวาแผนการจัดการเรียนรูไมสอดคลองกับจุดประสงค การเรียนรู ผูเชียวชาญไดใหขอเสนอวา ควรมีแนวคําตอบในการทํากิจกรรมของแผนการ ่ จัดการเรียนรูทุกแผน  7. ปรับปรุงแกไขแผนการจัดการเรียนรูตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญโดยมีแนว คําตอบของกิจกรรมทุกกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู และตาม power point ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 8. นํา แผนการสอนที่ ปรั บ ปรุง แล วเขี ย นเปน ฉบั บจริ งเพื่ อนํ า ไปสอนกับ กลุ ม ควบคุม ระหวางวันที่ 26 ธันวาคม 2554-6 มกราคม 2555 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ผูวิจัยไดดําเนินการสราง โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษาทฤษฎี และหลักการสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. สรางตารางวิเคราะหเนื้อหา จุดประสงคการเรียนรูของเนื้อหาที่ใชในการ ทดลอง จํานวนขอคําถาม เพื่อใชในการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน…………. . 3. สรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความ รอนเปนขอสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จํานวน 50 ขอ ใหครอบคลุมเนื้อหาและ จุดประสงคที่กําหนด ไดขอคําถาม ดังนี้ จุดประสงคที่ 1 หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา จํานวน 10 ขอ จุดประสงคที่ 2 หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ จํานวน 10 ขอ จุดประสงคที่ 3 หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน จํานวน 5 ขอ จุ ด ประสงค ที่ 4 หน ว ยย อ ยที่ 4 การถ า ยโอนความร อ นในชี วิ ต ประจํ า วั น จํานวน 8 ขอ
  • 11.
    51 จุดประสงคที่ 5 หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน จํานวน 17 ขอ รวมทั้งหมด 50 ขอ 4. นําขอสอบที่สรางขึ้นไปใหผูเชี่ยวชาญประเมินความสอดคลองระหวางขอ คําถามกับจุดประสงคการเรียนรู โดยกําหนดคาคะแนนความสอดคลอง ดังนี้ ใหคะแนน +1 ถาเห็นวาขอคําถามมีความสอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาขอคําถามมีความสอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน -1 ถาเห็นวาขอคําถามไมสอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู พบวาจํานวนขอคําถาม 48 ขอ ที่ผูเชี่ยวชาญเห็นวาสอดคลองกับจุดประสงค การเรียนรู มีคาความสอดคลอง (IOC) มากกวาหรือเทากับ 0.5 ขอคําถามรายขอ มีคา ความสอดคลอง (IOC) ตั้งแต 0.67-1.00 5. นําขอสอบจํานวน 48 ขอจากขอ 4 ไปทดลองทดสอบกับนักเรียนที่ผาน การเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ซึ่งไมใชกลุมตัวอยาง ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 คือหอง ม.3/1จํานวน 36 คน โดยใชเวลาในการทดสอบ 60 นาที 6. วิเคราะหขอสอบ แลวคัดเลือกขอสอบที่มีความยาก (P) ตั้งแต 0.20 ถึง 0.80  และคาอํานาจจําแนก (r) ตั้งแต 0.20 ขึ้นไป ไดจํานวนขอคําถามที่ใชได จํานวน 42 ขอ ผูวิจัยคัดเลือกขอสอบเพียง 40 ขอ มาหาคาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยใช วิธของคูเดอร วิชารดสัน(Kuder Richardson) สูตร KR-20 (Kuder Richardson-20) ไป ี ทดลองทดสอบกับนักเรียนที่ผานการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ซึ่งไมใช  กลุมตัวอยาง ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 คือหอง ม.2/1 จํานวน 34 คน โดยใชเวลาใน การทดสอบ 50 นาที พบวาขอสอบทั้งฉบับมีคาความเชื่อมั่น (Alpha) เทากับ 0.81 7. นําขอสอบที่ผานการสราง และหาคุณภาพจาก ขอ 6 ไปจัดทําเปนแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับจริง จํานวน 40 ขอ เพื่อไปใชในการเก็บรวบรวมขอมูล กับกลุมตัวอยางตอไป
  • 12.
    52 การดําเนินการทดลอง ในการดําเนินการทดลองเพื่อเก็บรวบรวมขอมูล โดยใชแบบแผนการทดลอง ชนิด The Posttest-Only Control Group Design ผูวิจัยไดดําเนินการเปรียบเทียบระหวาง กลุมทดลองที่สอนโดยใชสื่อประสมกับกลุมควบคุมที่สอนแบบปกติ ดังนี้ 1. ชี้แจงการสอนกับนักเรียน เรื่องการถายโอนพลังงานความรอน ประกอบดวย 5 หนวยยอย คือ หนวยยอยที่ 1 การถายโอนความรอนของน้ํา หนวยยอยที่ 2 การถายโอนความรอนของโลหะ หนวยยอยที่ 3 อุณหภูมิกับการถายโอนความรอน หนวยยอยที่ 4 การถายโอนความรอนในชีวิตประจําวัน หนวยยอยที่ 5 การถายโอนพลังงานความรอน ใชเวลาในการจัดกิจกรรม ทั้งหมด 6 คาบ 2. จัดปฐมนิเทศนักเรียนเพื่อทําความเขาใจกับนักเรียนถึงกระบวนการเรียนรู บทบาทของนักเรียน เปาหมายของการเรียน และวิธีการประเมินผลการเรียนรูในการ ทดลองนี้ 3. ดําเนินการทดลองสอนกลุมตัวอยางดวยผูวิจัยเองในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย โดยทําการสอนกลุมตัวทดลองดวยแผนการจัดการเรียนรู  โดยใชสื่อประสม และทําการสอนกลุมควบคุมดวยแผนการจัดการเรียนรูแบบปกติ ใน เนื้อหาเดียวกัน ระยะเวลาในการสอนเทากัน คือจํานวน 5 แผนการจัดการเรียนรู 6 คาบ คาบละ 50 นาที ดังนี้ กลุมทดลอง (หอง ม.1/2) สัปดาหที่ 1 ครั้งที่ 1 วันจันทรที่ 26 ธันวาคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น. ครั้งที่ 2 วันจันทรที่ 26 ธันวาคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 09.25-10.15 น. ครั้งที่ 3 วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น.
  • 13.
    53 สัปดาหที่ 2 ครั้งที่ 4 วันพุธที่ 4 มกราคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 09.25-10.15 น. ครั้งที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2554 คาบที่ 1-2 เวลา 08.30-10.15 น. กลุมควบคุม (หอง ม.1/3) สัปดาหที่ 1 ครั้งที่ 1 วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น. ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 27ธันวาคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 09.25-10.15 น. ครั้งที่ 3 วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554 คาบที่ 2 เวลา 08.30-09.20 น. สัปดาหที่ 2 ครั้งที่ 4 วันพุธที่ 4 มกราคม 2554 คาบที่ 1 เวลา 08.30-09.20 น. ครั้งที่ 5 วันศุกรที่ 6 มกราคม 2554 คาบที่ 1-2 เวลา 08.30-10.15 น. 4. เมื่อสอนครบตามแผนการสอนแลว ใหกลุมตัวอยางทั้ง 2 กลุม ทําการทดสอบ หลังการสอน (Posttest) โดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ตาราง 3.1 การเปรียบเทียบกิจกรรมการเรียนการสอนระหวางการสอนโดยใชสื่อประสมกับ การสอนแบบปกติ การสอนโดยใชสื่อประสม การสอนแบบปกติ ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 1 แจง จุ ด ประสงค ก ารเรีย นรู และ แจงจุดประสงคการเรียนรู การสอนโดยใชสื่อประสม ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 2 นําเขาสูบทเรียน นําเขาสูบทเรียน - ทบทวนความรูเดิม และใช - ทบทวนความรูเดิม และใช คําถามเพื่อนําเขาสูบทเรียน คําถามเพื่อนําเขาสูบทเรียน
  • 14.
    54 ตาราง 3.1 (ตอ) การสอนโดยใชสื่อประสม การสอนแบบปกติ ขั้นที่ 3 ดําเนินกิจกรรมการเรียน ขั้นที่ 3 ดําเนินกิจกรรมการเรียน การสอน การสอน กิจกรรมการทดลอง ใชเอกสาร กิจกรรมการทดลอง และศึกษา สื่อประสม Power Point เนื้อหาบทเรียนใชหนังสือเรียน ประกอบการจัดกิจกรรม ของสถาบันสงเสริมการสอน ศึกษาเนื้อหาบทเรียน ใชสื่อ วิทยาศาสตร และเทคโนโลยี บทเรียนมัลติมีเดีย ใหนักเรียน เปนศูนยกลาง ขั้นที่ 4 สรุป ขั้นที่ 4 สรุป สรุปองคความรูที่ไดจาก สรุปองคความรูท่ไดจาก ี การเรียน การเรียน การวิเคราะหขอมูล การวิจัยครั้งนี้ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลและวิเคราะหขอมูล จากผูเรียนที่เปน กลุมตัวอยาง ไดแกกลุมทอลอง และกลุมควบคุม โดยผูวิจัยดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูล และวิเคราะหขอมูลดวยตนเอง มีรายละเอียด ดังนี้ 1. หาประสิทธิภาพ ของสื่อประสม เรื่อง การถายโอนพลังงานความรอน ตาม เกณฑ 80/80 โดยใช E1/E2 2. หาคาความสอดคลอง (IOC) ของสื่อประสม แผนการจัดการเรียนรู และขอ คําถามของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3. หาคาเฉลี่ย ( X ) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของแบบประเมินคุณภาพของสื่อประสม 4. หาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาคา ความยากงาย (p) คาอํานาจจําแนก (r) และหาคาความเชื่อมั่น (Alpha) ตามสูตร KR-20
  • 15.
    55 5. หาคา t-Test Dependent เปรียบเทียบผลสัมฤทธิหลังเรียนของกลุมทดลอง และ ์ กลุมควบคุม สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล 1. ใช E1/E2 ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel ใช E1/E2 หาประสิทธิภาพของสื่อประสม ตามเกณฑ 80/80 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 325) ดังนี้ ∑ X × 100 E1 = N A เมื่อ E1 = ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑X = ผลรวมของคะแนนที่ไดจากการวัดระหวางเรียน N = จํานวนนักเรียน A = คะแนนเต็มจากการวัดระหวางเรียน ∑ Y × 100 E2= N B เมื่อ E2 = ประสิทธิภาพของผลลัพธ ไดจากคะแนนเฉลี่ยของ การทําแบบทดสอบหลังเรียนของผูเรียนทั้งหมด ∑Y = ผลรวมของคะแนนที่ไดจากการทดสอบหลังเรียน B = คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียน N = จํานวนนักเรียน
  • 16.
    56 2. ใช IOCดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel ใช IOC หาความสอดคลอง ของสื่อประสม แผนการจัดการเรียนรู และขอ คําถามของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญ โดยใชสูตรดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 323) ∑R IOC = N เมื่อ IOC = ดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับผลการเรียนรูที่คาดหวัง ∑R = ผลรวมของคะแนนของผูเชี่ยวชาญ N = จํานวนผูเชี่ยวชาญ R = คะแนนของผูเชี่ยวชาญ 3. หาคาเฉลีย ( X ) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel และ ่ SPSS for Windows หาคาเฉลี่ย ( ) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของแบบประเมินคุณภาพของสื่อประสม 3.1 หาคาเฉลี่ย ( X ) ซึ่งมีสูตรดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 345) X = ∑X n เมื่อ X = คะแนนเฉลี่ย ∑X = ผลรวมของคะแนนทั้งหมด n = จํานวนขอมูลทั้งหมด
  • 17.
    57 3.2 หาคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของแบบประเมินคุณภาพของสื่อประสม ซึ่งใชสูตร ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 346) n ∑ X 2 − (∑ X ) 2 S.D. = n (n - 1) เมื่อ S.D. = คาความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน ∑ X2 = ผลรวมของคะแนนแตละตัวยกกําลังสอง (∑ X ) 2 = ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกําลังสอง n = จํานวนนักเรียน 4. หาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาคาความยากงาย (p) คาอํานาจจําแนก (r) และหาคาความเชื่อมั่น (Alpha) ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel และSPSS for Windows 4.1 หาคาความยากงาย (p) ซึ่งมีสูตร ดังนี้ (กรมวิชาการ, 2545, หนา 85) R P= N เมื่อ P = ความยาก R = จํานวนนักเรียนที่ตอบขอสอบถูกตอง N = จํานวนผูสอบทั้งหมด
  • 18.
    58 4.2 ใช (r) หาคาอํานาจจําแนกของแบบทดสอบซึ่งมีสูตร ดังนี้ (กรมวิชาการ, 2545, หนา 86) Ru − RL r= N เมื่อ r = อํานาจจําแนก Ru = จํานวนผูที่ตอบถูกแตละขอในกลุมสูง RL = จํานวนผูที่ตอบถูกแตละขอในกลุมต่ํา N = จํานวนคนในกลุมสูงหรือกลุมต่ํา 4.3 ใช KR-20 หาคาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ โดยใชสูตร KR–20 ดังนี้ (กรมวิชาการ, 2545, หนา 87) k ⎛ s t − ∑ pq ⎞ 2 r= ⎜ ⎟ k -1 ⎜ ⎝ s2 t ⎟ ⎠ เมื่อ r = ความเที่ยง k = จํานวนขอสอบ p = สัดสวนของผูทําถูกแตละขอ q = 1–p s2 t = ความแปรปรวนของคะแนนที่สอบไดทั้งฉบับ
  • 19.
    59 5. หาคา t-TestIndependent ทดสอบสมมติฐาน ดวยโปรแกรมสําเร็จรูป SPSS for Windows หาคา t-Test Independent ทดสอบสมมติฐานเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์หลังเรียน ของกลุมทดลอง และกลุมควบคุม ซึ่งมีสตรดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550, หนา 346)  ู x1 − x 2 t= (n 1 − 1)s12 + (n 2 − 1)s 22 ⎡ 1 1⎤ n1 + n 2 − 2 ⎢n + n ⎥ ⎣ 1 2 ⎦ df = n1 + n2 - 2 เมื่อ t = คาทีที่ใชทดสอบ x1 = คะแนนเฉลี่ยของกลุมทดลอง x2 = คะแนนเฉลี่ยของกลุมควบคุม n1 = จํานวนนักเรียนในกลุมทดลอง n2 = จํานวนนักเรียนในกลุมควบคุม s12 = คาความแปรปรวนของคะแนนของกลุมทดลอง s 22 = คาความแปรปรวนของคะแนนของกลุมควบคุม df = องศาแหงความอิสระ