Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ตัวอย่างวิทยานิพนธ์บทที่ 1-2 E-learning

34,699 views

Published on

ตัวอย่างวิทยานิพนธ์บทที่ 1-2 E-learning

Published in: Education

ตัวอย่างวิทยานิพนธ์บทที่ 1-2 E-learning

  1. 1. บทที่ 1 บทนํา1.1 ความเป็ นมาและความสํ าคัญของปัญหา เทคโนโลยีเพือการศึกษามีความสําคัญต่อการจัดการศึกษาในสังคมยุคสารสนเทศเป็ นอย่าง ่มากวิถีทางของการเรี ยนรู ้และการจัดการเรี ยนการสอนในยุคสารสนเทศจะเป็ นการเรี ยนรู ้ที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ผนวกกับระบบการสื่ อสารทางไกลมากขึ้นเรี ยกเป็ นระบบการเรี ยนการสอนผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์หรื ออินเทอร์เน็ต (Internet Network) โลกในปัจจุบนได้กาวเข้าสู่ยคโลกาภิวฒน์อย่างรวดเร็ วด้วยอิทธิพลของความเจริ ญ ั ้ ุ ัก้าวหน้าทางวิทยาการด้านการสื่ อสารโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีเครื อข่ายโยงใยทัวโลก ่รวมกันเป็ นระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ที่เรี ยกว่าอินเทอร์เน็ตทําให้สงคมเปลี่ยนไปเป็ นสังคมสารสนเทศ โลกจะถูกหลอมรวมกันเป็ นหนึ่งเดียวแบบไร้พรมแดน ักิจกรรมทุกสิ่ งจะถูกเชื่อมโยงเข้าถึงกันประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นด้านการศึกษาก็คือก่อให้เกิดกระแสข่าวสารข้อมูล ความรู ้การแสวงหาความรู ้ การกระจายข่าวสารข้อมูลทําให้การเรี ยนรู ้มีความสะดวก ง่ายและรวดเร็ วในหลายรู ปแบบ การเรี ยนรู ้แบบเคลื่อนที่ (mobile learning)เป็ นการจัดการเรี ยนการสอนหรื อการเรี ยนรู ้ดวยตนเองผ่านคอร์สแวร์ที่นาเสนอเนื้อหาและกิจกรรมการเรี ยนการสอนผ่านเทคโน ้ ํโลยีเครื อข่ายแบบไร้สาย (wireless telecommunication network)และเทคโนโลยีเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต ผูเ้ รี ยนสามารถเรี ยนได้ทุกที่และทุกเวลาโดยผ่านสัญญาณแบบไร้สายที่มีบริ การตามจุดต่างๆของมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัย(Access Point)ผูเ้ รี ยนและผูสอนใช้อุปกรณ์ประเภทเคลื่อนที่ได้ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบเครื อข่าย ้คอมพิวเตอร์แบบไร้สาย (Wireless LAN) ได้แก่ Notebook Computer, Portable computer,PDA/PAD Phone, Tablet PC, Cell Phones /Cellular Phoneในการดําเนินการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนหรื อการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการเรี ยนรู ้ดวยผูเ้ รี ยนเอง ้ ่ในช่วง 5 ปี ที่ผานมา ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ PDA และ Laptop computer ได้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ ว
  2. 2. 2 สําหรับพัฒนาการของ m-Learningถือเป็ นพัฒนาการนวัตกรรมการเรี ยนการสอนที่เริ่ มต้นมาจากนวัตกรรมการเรี ยนการสอนทางไกลหรื อ d-Learning (Distance Learning) และการจัดการเรี ยนการสอนแบบ e-Learning (ElectronicLearning) m-Learning คือแนวทางใหม่ในการจัดเรี ยนการสอนผ่านเครื อข่ายแบบไร้สาย (WirelessNetwork) เพราะ m-Learning เป็ นสื่ ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็ นแนวทางใหม่ของ e-Learning ่ซึ่งกล่าวไว้วาเป็ น “the right information to the right person on the right time in the right context”เพราะแนวโน้มการจัดการศึกษาในยุคหน้าจะเป็ นยุคของการเรี ยนรู ้รายบุคคลและเป็ นการศึกษาแบบไม่มี ชั้นเรี ยนผูเ้ รี ยนจะมีอิสระอย่างเต็มที่ในการเลือกศึกษาตามความถนัดและความพร้อมของตนเอง ่ ัโดยไม่ข้ ึนอยูกบเวลาและสถานที่ อย่างไรก็ตาม m-Learning ่ยังคงต้องการเทคโนโลยีระดับสู งไม่วาจะเป็ นเครื อข่ายโทรศัพท์ไร้สายที่มีแถบกว้างของความถี่สูงมากพอที่จะสนับสนุนการส่งผ่านสัญญาณเสี ยง ภาพเคลื่อนไหว และวีดิทศน์ ัที่มีคุณภาพดีเทียบเคียงหรื อดีกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ รวมทั้งมีเทคโนโลยีที่ทนสมัยอื่นๆ ั ่ไม่วาจะเป็ นการบีบอัดข้อมูล (data compression)เพื่อลดขนาดของข้อมูลลงให้สะดวกในการถ่ายโอนระหว่างผูเ้ รี ยนด้วยกันในระบบการเรี ยนรู ้ร่วมกัน (collaborative learning system)รวมทั้งมีความจุขอมูลที่มีปริ มาณมากเพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ้จากความเจริ ญก้าวหน้าและพัฒนาการของเทคโนโลยีดิจิทลและเครื อข่ายไร้สายของระบบโทรคม ันาคมของโลกคาดหมายกันว่าความต้องการใช้งานของโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แบบพกพาจะมีอตราเพิ่ม ัขึ้นเรื่ อยๆ และมียอดการใช้สูงกว่า 1,500 ล้านเครื่ องในอีก 10 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2556) (FERL. 2005)บทเรี ยน m-Learningที่ใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แบบพกพาเป็ นอีกช่องทางในการส่ งผ่านองค์ความรู ้และจะเป็ นนวัตกรรมที่มีบทบาทต่อการเรี ยนรู ้มากยิงขึ้น่1.2 วัตถุประสงค์ ของการศึกษา 1.2.1 เพื่อศึกษาข้อดี - ข้อเสี ยของ Mobile learning 1.2.2 เพื่อนําเสนอสื่ อการเรี ยนรู ้ วิชา ระบบฐานข้อมูลรู ปแบบใหม่ซึ่งผูเ้ รี ยนจะสามารถเข้าถึงวิชาดังกล่าวโดยใช้เทคโนโลยีไร้สาย
  3. 3. 3 1.2.3 เพื่อศึกษาและนํามาเปรี ยบเทียบปัญหาทางด้านเทคนิคของการพัฒนา Application ั ่ใช้งานผ่านทางโทรศัพท์มือถือว่าที่ใช้กนอยูในปัจจุบนมีปัญหาใดบ้าง ัและแนวทางในการพัฒนาให้ดีข้ ึนสามารถทําได้อย่างไรบ้าง 1.2.4 เพื่อศึกษาข้อดี - ข้อเสี ย และข้อจํากัดของโทรศัพท์มือถือ1.3 ขอบเขตของการศึกษา 1.3.1 ศึกษาข้อดี – ข้อเสี ยของ Mobile learning และข้อจํากัดทางด้านเทคนิคที่มีในปัจจุบน ั 1.3.2 ่ บทเรี ยนที่ผานการศึกษาเนื้อหาและนํามาสรุ ปแล้วสังเคราะห์ในแต่ละหน่วยการเรี ยนรู ้เปลี่ยนเป็ นภาพเคลื่อนไหวและเสี ยงในรู ปแบบ Multimedia โดยบทเรี ยนเน้นการเรี ยนรู ้ที่กระตุนให้ผเู ้ รี ยนเกิดมโนทัศน์ในการเรี ยน ้ทําให้สามารถเข้าใจในบทเรี ยนได้ง่าย 1.3.3 พัฒนาระบบโดยใช้ Flash CS41.4 ประโยชน์ ทคาดว่ าจะได้ รับ ี่ 1.4.1 ผูเ้ รี ยนสามารถมีปฏิสมพันธ์ร่วมกันได้โดยตรง ัรวมทั้งการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงร่ วมกัน ่ ่แทนที่จะนังอยูหน้าจอภาพเหมือนการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ 1.4.2 การศึกษาบทเรี ยน m-Learning ผ่านคอมพิวเตอร์แบบพกพาเกิดขึ้นได้ง่ายตลอดเวลาผูเ้ รี ยนสามารถลงทะเบียน ศึกษาบทเรี ยน วิเคราะห์ปัญหาร่ วมกับเพื่อนร่ วมชั้นเรี ยนทําแบบฝึ กหัดและทําการทดสอบได้ขณะที่ตวเองมีความพร้อมในขณะที่การใช้คอมพิวเตอร์ตองกระทําเป็ นเวลา ั ้ 1.4.3 ช่วยกระตุนและเรี ยกร้องความสนใจ โดยเฉพาะผูเ้ รี ยนไม่ชอบการเรี ยน ้การเรี ยนรู ้ดวยบทเรี ยน ้ m-Learningผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็ นเครื่ องส่ วนตัวจะช่วยเรี ยกร้องความสนใจให้ติดตามเนื้อหาบทเรี ยนได้มากกว่าการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ เหมือนกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ 1.4.4 เพิมสะดวกต่อการนําพาพก เมื่อเปรี ยบเทียบกับคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุค ่ ๊หรื อเปรี ยบเทียบกับหนังสื อแบบเดิม ในปริ มาณของข้อมูลที่เทียบเคียงกัน 1.4.5 การเรี ยนรู ้แบบร่ วมกัน (collaborative learning)ที่อาศัยผูเ้ รี ยนหลายคนปฏิสมพันธ์กบบทเรี ยนในเวลาเดียวกันกระทําได้ง่ายกว่าการใช้ไมโครคอมพิ ั ัวเตอร์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์แบบพกพาใช้เครื อข่ายไร้สายเป็ นช่องทางในการส่ งผ่านองค์ความรู ้การแบ่งปั นทรัพยากรและการกระจายองค์ความรู ้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า
  4. 4. 4 1.4.6 ่ ใช้ในสถานที่ใดในเวลาใด ๆ ก็ได้ไม่วาจะเป็ นบ้านพัก สถานที่ทางาน ํหรื อในระหว่างการประกอบภารกิจการงานหรื อการประชุมเนื่องจากการใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพาจะไม่เป็ นการรบกวนผูใด จัดว่าเป็ นการใช้งานแบบ work- ้based learning ที่แท้จริ ง1.5 การวางแผนโครงการ การพัฒนา Multimedia online บนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พกพา Pocket PC วิชา ํระบบฐานข้อมูล นั้นได้กาหนดการวางแผนโครงการโดยมีการเริ่ มตั้งแต่เดือน มกราคม 2553 -สิ งหาคม 2553 ซึ่งสามารถแสดงระยะเวลาดําเนินงานได้ดงต่อไปนี้ ั ตาราง 1.1 แสดงระยะเวลาดําเนินงาน กิจกรรม /ระยะเวลา ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค.1. ศึกษาข้อมูลรู ปแบบ M-learning2. ศึกษาความสามารถของโปรแกรม3 .สรุ ปเนื้อหาวิชาฐานข้อมูล4. ออกแบบระบบงาน5. ออกแบบ จัดทําเนื้อหา6. พัฒนาระบบงาน7. ทดสอบการนําไปใช้จริ ง8. แก้ไขและพัฒนาระบบงาน9. สรุ ปผล และจัดทําเอกสาร10.การนําเสนอระบบงาน
  5. 5. บทที่ 2 หลักการและทฤษฎีทเี่ กียวข้ อง ่ หลักการและทฤษฎีองค์ความรู ้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีดงนี้ ั2.1 หลักการและทฤษฎี เทคโนโลยีเพือการศึกษามีความสําคัญต่อการจัดการศึกษาในสังคมยุคสารสนเทศเป็ นอย่าง ่ 2.1.1 การเรียนรู้ แบบ m-Learning 1. แนวความคิดเกียวกับการเรียนรู้แบบ m-Learning ่ ในขณะที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการสื่ อสารผ่านเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตได้เข้ามาเป็ นส่ ว นหนึ่ งในทางการศึ ก ษาและกํา ลัง มี ค วามสํ า คัญ มากขึ้ น ซึ่ งการใช้ท้ ัง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการสื่ อสารผ่านเครื อข่ายอินเทอร์เน็ตทําให้การเรี ยนรู ้มีความสะดวกสบายมากขึ้นมีเทคโนโลยีที่มีประสิ ทธิ ภาพและสามารถใช้ได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่ งสิ่ งเหล่านี้ จึงเป็ นโอกาสที่ดีที่จะทําให้ผเู ้ รี ยนมีส่วนร่ วมและสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรการเรี ยนรู ้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิงการ่ ํใช้เทคโนโลยีอินเทอร์ เน็ตอินเทอร์ เน็ตไร้สายที่กาลังขยายขอบเขตการให้บริ การที่ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้นซึ่ งอุปกรณ์ ที่มีคุณสมบัติสามารถเคลื่อนที่ได้และสามารถนํามาใช้ในการเรี ยนการสอนนั้น เช่นโทรศัพท์มือถือ และ เครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทล (Personal Digital Assistant ัหรื อ PDA) m-Learning เป็ นส่ วนหนึ่ งของการเรี ยนรู ้แบบอิเล็กทรอนิ กส์ และเป็ นส่ วนหนึ่ งของการเรี ยนทางไกล ซึ่งไม่ได้เป็ นเพียงแค่มีเทคโนโลยีเครื อข่ายไร้สายหรื ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่คําจํากัดความของการเรี ยนรู ้แบบ m-Learning ยังรวมถึงความสามารถที่จะเรี ยนรู ้ได้ทุกแห่ งในทุกเวลา โดยปราศจากการกีดกั้นทางกายภาพอย่างถาวรกับเครื อข่ายแบบสายเคเบิล ซึ่งหมายถึงการนําอุ ปกรณ์ เคลื่ อนที่ และคอมพิ วเตอร์ แบบพกพามาใช้ เช่ น เครื่ องช่ วยงานส่ วนบุ คคลแบบดิ จิทล ัโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เป็ นต้น ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ได้ เพื่อนําเสนอและให้บริ การข้อมูลทางการศึกษาและเพื่อใช้ในกระบวนการเรี ยนการสอนระหว่างนักเรี ยนและครู
  6. 6. 6 รูปที่ 2.1 ความสัมพันธ์ระหว่าง d-Learning, e-Learning และ m-Learning จากรู ปที่ 2.1 เป็ นพัฒนาการของ M-Learning เป็ นพัฒนาการนวัตกรรมการเรี ยนการสอนมาจากนวัตกรรมการเรี ยนการสอนทางไกล หรื อ D-Learning (Distance Learning) และการจัดการเรี ยนการสอนแบบ E-Learning (Electronic Learning) ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่าง M-Learning และ E-Learning แสดงให้เห็นว่า M-Learning เป็ นส่ วนหนึ่งของ E-Learning ซึ่งเป็ นอีกทางเลือกหนึ่ งของสื่ ออิเล็กทรอนิ กส์ที่ใช้สนับสนุ นการเรี ยนการสอนทางไกลนับว่าเป็ นแนวทางใหม่ต่อการจัดการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องตามเป้ าหมายตามแนวทางใหม่น้ ี ผูเ้ รี ยนจะมีอิสระอย่างเต็มที่ในการศึกษาบทเรี ยนผ่านจอภาพของโทรศัพท์มือถือ หรื อ คอมพิวเตอร์แบบพกพา ณ สถานที่ใดและในเวลาใดๆ ก็ได้ แทนที่จะต้องนั่งศึกษาบทเรี ยนผ่าน จอภาพของไมโครคอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาสถานประกอบการ หรื อบ้านพัก ซึ่ งผูเ้ รี ยนบางคนอาจ ประสบปั ญหาเกี่ ยวกับสภาพความพร้ อมทางการเรี ยน เช่ น ปั ญหาส่ วนบุคคล ต้องเดิ นทางไกล ติดภารกิ จหน้าที่ประจํา และปั ญหาอื่นๆ ในขณะที่การเรี ยนรู ้ดวย M-Learning สามารถกระทําได้ ตลอดเวลา แม้ระหว่างการ ้ประกอบภารกิจหน้าที่ประจําวันก็ตาม จากความสัมพันธ์ดงกล่าวการเรี ยนรู ้แบบ M-Learning จึงเป็ นการใช้เทคโนโลยี ัสารสนเทศและการสื่ อสารซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย ที่สามารถเคลื่อนที่ จับถื อ และพกพาไปในที่ต่างๆ ได้ เช่ น เครื่ องช่ วยงานส่ วนบุคคลแบบ ดิ จิทล ัโทรศัพท์มือถือและเครื่ องคอมพิวเตอร์ แบบแบบเขียน (Tablet PC) เป็ นต้น มาใช้ในการเรี ยนการสอน ณ สถานที่ใดและในเวลาใดๆ ก็ได้ในการจัดการเรี ยนรู ้แบบ M-Learning การใช้คาสั่ง การ ํพูดคุยสื่ อสาร ผ่านเครื่ องมือดิจิทลส่ วนบุคคล เพื่อการเรี ยนรู ้แบบ M-Learning นั้นทําให้เกิดเป็ นการ ัร่ วมมือทางการเรี ยนรู ้มากยิงขึ้น (Collaborative Learning) เนื่องจากการเรี ยนการสอนแบบเดิมนั้น ่
  7. 7. 7จะเป็ นการสอนที่ยึดครู ผสอนเป็ นสําคัญ แต่เมื่อเปลี่ยนการเรี ยนการสอนมาเป็ นแบบ M-Learning ู้การจัดการเรี ยนรู ้ก็เปลี่ยนแปลงไป โดยการจัดการเรี ยนรู ้แบบ M-Learning จะต้องคํานึงถึงสิ่ งต่างๆดังต่อไปนี้ 1. การติดต่อ (Connectedness) 2. การสื่ อสาร (Communication) 3. ความสร้างสรรค์การสอน (Creative Expression) 4. มีความร่ วมมือกันในการเรี ยน (Collaboration) 5. ต้องคํานึงถึงธรรมชาติการเรี ยนรู ้ของผูเ้ รี ยนแต่ละคน (Cultural Awareness) 6. ต้องมีการทําให้เกิดการแข่งขันเพื่อให้เกิดความหลากหลายของการเรี ยน(Competitiveness) การเรี ยนการสอนแบบ m-Learning ได้มีขอบข่ายของการเรี ยนรู ้ ดังนี้ 1. ข้อมูลคําอธิ บายต่างๆ เกี่ยวกับบทเรี ยน (Context Data) ได้แก่ คําอธิ บายบทเรี ยน คู่มือการใช้งาน การช่ วยเหลือ และข้อมูลที่จาเป็ นอื่นๆ เพื่อสนับสนุ นและอํานวยความ ํ ัสะดวกให้กบผูเ้ รี ยนในระหว่างการเรี ยนรู ้ 2. เครื่ องมือสนับสนุนที่ชาญฉลาด (Intelligent Support Engine) ได้แก่ เทคโนโลยีเครื อข่ายไร้สาย รวมถึงซอฟต์แวร์ ที่ทาหน้าที่บริ หารและจัดการบทเรี ยน (mLMS) เริ่ มตั้งแต่การ ํลงทะเบียน นําเสนอ จัดการ ติดต่อสื่ อสาร ติดตามผลและประเมินผล รวมถึงอุปกรณ์ประกอบต่างๆ เพื่อใช้สนับสนุ นการเรี ยนการสอนผ่านจอภาพของโทรศัพท์มือถือหรื อคอมพิวเตอร์ แบบพกพาส่ วนนี้ จะทํางานสัมพันธ์กบ Task Model และ User Model ที่ได้มีการออกแบบไว้ก่อนเกี่ยวกับ ัรู ปแบบการดําเนินการเกี่ยวกับภารกิจหรื อกิจกรรมการเรี ยนรู ้ที่จะนําเสนอให้กบผูเ้ รี ยน ั 3. หน่วยเก็บเนื้ อหาบทเรี ยน (Content Repository) ได้แก่ ส่ วนของเนื้อหาบทเรี ยนรวมทั้งแบบฝึ กหัดแบบทดสอบ และส่ วนข้อมูลต่างๆ ที่เป็ นองค์ความรู ้เพื่อถ่ายทอดไปยังผูเ้ รี ยน 4. ส่ วนของการติดต่อกับผูเ้ รี ยน (Interface) ได้แก่ ส่ วนของการปฏิสัมพันธ์กบ ัผูเ้ รี ยนผ่านแป้ นพิมพ์และจอภาพของเครื่ อง 2. ความหมายของการเรียนรู้แบบ m-Learning M-Learning เกิดจากคําศัพท์ 2 คํามีความหมายในตัวเอง ได้แก่ m มาจาก Mobileซึ่งหมายถึงเครื่ องมือสื่ อสารที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการที่สามารถนําพกติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แบบพกพาที่เรี ยกว่า PDA (Personal DigitalAssistant) คอมพิวเตอร์ แบบเขียน (Tablet PC) รวมถึงคอมพิวเตอร์ แบบโน้ตบุ๊ค (Notebook PC)
  8. 8. 8ส่ วน Learning มีความหมายครอบคลุมทั้งการเรี ยน (Learning) และการสอน (Teaching) M-Learning เป็ นส่ วนหนึ่ งของการเรี ยนรู ้แบบอิเล็กทรอนิ กส์ ที่มีการนําอุปกรณ์เคลื่อนที่เข้ามาใช้ ได้แก่ เครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทลและโทรศัพท์มือถือ โดยทัวไปแล้ว ั ่อุปกรณ์สาหรับการเรี ยนรู ้แบบ m-Learning จะมีขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็ นอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจําวัน ํของเรา แต่สามารถนํามาใช้ในการเรี ยนการสอนได้ ซึ่งเครื่ องมือขนาดเล็กนั้นจะสามารถนํามาใช้ในการเข้าถึงเนื้อหา สามารถใช้สื่อสารกับคนอื่นได้ และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ ตลอดจนการส่ งข้อมูลในแบบมัลติมีเดียได้ Mobile Learning เป็ นผลความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เกี่ ยวของกับการใช้อุปกรณ์มือถือ เพื่อเข้าสู่ แหล่งทรัพยากรการเรี ยนรู ้ ผูเ้ รี ยนสามารถเข้าสู่ สภาพแวดล้อมการเรี ยนรู ้ ที่หลากหลายได้ อุปกรณ์มือถือเป็ นอุปกรณ์ที่สามารถเข้าสู่ เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตได้ ทําให้เกิดความเป็ นอิสระในเรื่ องของเวลาและสถานที่ โดยใช้เทคโนโลยีเครื อข่าย โทรศัพท์ไร้ สาย (WirelessTelecommunication Network) ที่สามารถต่อเชื่อมจากเครื อข่ายแม่ข่าย (Network Server) ผ่านจุดต่อแบบไร้สาย (Wireless Access Point) แบบเวลาจริ ง (Real Time) อีกทั้งยังสามารถปฏิสัมพันธ์กบ ัโทรศัพท์มือถือหรื อคอมพิวเตอร์แบบพกพาเครื่ องอื่นโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทล ั 3. E-Learning กับ M-Learning E-Learning หมายถึง การเรี ยนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่งใช้การถ่ายทอดเนื้ อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิ กส์ ไม่ว่าจะเป็ น คอมพิวเตอร์ เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ตหรื อ ทางสัญญาณโทรทัศน์ หรื อสัญญาณดาวเทียม (Satellite) ก็ได้ ซึ่ งเนื้อหาสารสนเทศ อาจอยูใน ่รู ปแบบการเรี ยนที่เราคุนเคยกันมาพอสมควร เช่น คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer Assisted ้Instruction) การสอนบนเว็บ (Web Based Instruction) การเรี ยนออนไลน์ (On-line Learning) การเรี ยนทางไกลผ่านดาวเทียม หรื ออาจอยูในลักษณะที่ยงไม่ค่อยเป็ นที่แพร่ หลายนัก เช่น การเรี ยนจาก ่ ัวีดิทศน์ตามอัธยาศัย (Video On-Damand) เป็ นต้น ั ดังนั้นจะเห็นว่า M-Learning เป็ นส่ วนหนึ่ งของ E-Learning ซึ่ งเป็ นอีกทางเลือกหนึ่งของสื่ ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สนับสนุนการเรี ยนการสอนทางไกล นับว่าเป็ นแนวทางใหม่ต่อการจัดการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องตามเป้ าหมายตามแนวทางใหม่น้ ี ผูเ้ รี ยนจะมี อิสระอย่างเต็มที่ ในการศึกษาบทเรี ยนผ่านจอภาพของโทรศัพท์มือถือหรื อคอมพิวเตอร์แบบพกพา ณ สถานที่ใดและในเวลาใดๆ ก็ได้ แทนที่ จะนั่งศึ กษาบทเรี ยนผ่านจอภาพของไมโครคอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาสถานประกอบการ หรื อบ้านพัก ซึ่ งผูเ้ รี ยนบางคนอาจประสบปั ญหาเกี่ ยวกับสภาพความพร้อมทางการเรี ยน เช่ น ปั ญหาส่ วนบุคคล ต้องเดิ นทางไกล ติ ดภารกิ จหน้าที่ประจํา และปั ญหาอื่ นๆ
  9. 9. 9ในขณะที่การเรี ยนรู ้ดวย M-Learning สามารถกระทําได้ตลอดเวลา แม้ระหว่างการประกอบภารกิจ ้หน้าที่ประจําวันก็ตาม 4. ระบบบริหารและจัดการบทเรียนแบบ m-Learning ไม่ว่าจะเป็ นบทเรี ยน e-Learning หรื อ m-Learning ซึ่งแตกต่างกันเพียงเทคโนโลยีที่ ใ ช้เ ป็ นช่ อ งทางในการส่ ง ผ่า นองค์ค วามรู ้ เ ท่ า นั้น ส่ ว นสาระสํา คัญ ของบทเรี ย นก็ คื อ เนื้ อ หา(Content)ที่นบว่าเป็ นหัวใจของการเรี ยนรู ้จะไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใดเนื่ องจากเป็ นส่ วนที่ ัทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผูเ้ รี ยนให้เกิดการเรี ยนรู ้ข้ ึนหลังจากศึกษาเนื้ อหาบทเรี ยนแล้ว สาระสําคัญของบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ท้ ง 2 ประเภท ยังคงยึดหลัก 4Is เช่นเดียวกัน ได้แก่ ั 1. Information คือ ความเป็ นสารสนเทศของเนื้อหาบทเรี ยน 2. Interactive คือ การมีปฏิสมพันธ์ระหว่างผูเ้ รี ยนกับบทเรี ยน และผูเ้ รี ยนด้วยกัน ั 3. Individualization คือ การส่ งเสริ มการเรี ยนรู ้รายบุคคล 4. Immediate Feedback คือการโต้ตอบโดยทันทีที่ผเู ้ รี ยนตอบสนอง สําหรับการเรี ยนการสอนในลักษณะของ m-Learning ส่ วนที่ทาหน้าที่หลักในการ ํบริ หารและจัดการรวมทั้งการนําพา (Tacking) ผูเ้ รี ยนตั้งแต่เมื่อแรกเริ่ มลงทะเบียนไปยังเป้ าหมายปลายทางก็คือ LMS (Learning Management System) ซึ่งนับว่าเป็ นหัวใจของระบบการเรี ยนการสอนแบบ m-Learning ที่ทาหน้าที่จดการเรี ยนการสอนแทนผูสอนทั้งหมด ปั จจุบนได้มีการพัฒนา ํ ั ้ ัระบบ LMS ขึ้นมาเพื่อการพาณิ ชย์เป็ นจํานวนมาก เช่ น Lotus Learning Space, WebCT,Blackboard, SAP, TopClass, Intralearn เป็ นต้น ส่ วนการเรี ยนการสอนในลักษณะของ m-Learning ก็มีระบบบริ หารและจัดการบทเรี ยนเช่นกันเรี ยกว่า mLMS ก็คงไม่แตกต่างจาก LMS มากนัก เพียงแต่การจัดการบทเรี ยนผ่านโทรศัพท์มือถือ หรื อคอมพิวเตอร์ แบบพกพามีความซับซ้อนมากกว่า เนื่ องจากเป็ นการจัดการกับข้อมูลผ่านระบบเครื อข่ายไร้สาย ระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลย่อมมีความซับซ้อนและ ่ยุงยากมากกว่า ปั จจุบนนี้ กล่าวไดว่าเป็ นยุคบุกเบิกของ m-Larning ซึ่ งก็ได้เริ่ มมีการพัฒนา mLMS ัขึ้นมาเพื่อการพาณิ ชย์เช่นกัน เช่น บริ ษท WBT System แห่ งไอร์แลนด์ได้พฒนาระบบ Top Class ั ัMobile เพื่อใช้ในการบริ หารและจัดการบทเรี ยน m-Learning นอกจากนี้ยง มี mLMS อื่นๆ เช่น ัMobile LMS ของบริ ษท Meridian KSI เป็ นต้น ั
  10. 10. 10 5. โครงสร้ างการทํางานของ m-Learning รูปที่ 2.2 โครงสร้างของ M-Learningจากรู ปที่ 2.2 เป็ นโครงสร้างของ M-Learning ซึ่งประกอบด้วย 1. ส่ วนของผูสอน ส่ วนนี้จะเป็ นส่ วนของผูสอนที่จะทําการเนื้อหาบนคอมพิวเตอร์ ้ ้แล้วทําการ Up Load ขึ้น server ซึ่ งเนื้ อหาที่ผสอนสร้างนั้นจะเป็ นส่ วนของ เนื้ อหา แบบฝึ กหัด ู้แบบทดสอบ ไฟล์มลติมีเดีย เป็ นต้น ั 2. ส่ วนของผูเ้ รี ยนเข้าไปไปศึกษาเนื้ อหาโดยใช้โทรศัพท์มือถือมือถือ ซึ่ งสามารถเข้าได้โดยทางเว็บไซด์โดยผ่าน เว็บบราวเซอร์ ,เว็บบราวเซอร์ หรื อโหลดเนื้ อหามาศึกษาผ่านโปรแกรมสําเร็ จรู ป
  11. 11. 11 6. สถาปัตยกรรมของ m-Learning รู ปแบบสถาปั ตยกรรมทัวไปของการจัดการเรี ยนการสอนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ่สามารถแบ่งออกได้เป็ น 3 ส่ วนด้วยกัน ประกอบด้วย 6.1 ส่ วนที่เป็ นอุปกรณ์โทรศัพท์ ในส่ วนนี้จะหมายถึง โทรศัพท์มือถือจะต้องมีเว็บบราวเซอร์ เพื่อทําหน้าที่ในการเปิ ดแสดงผลหน้าจอภาพบนมือถือผ่านอินเทอร์ เนต จะต้องมีบราวเซออร์ ที่สามารถเชื่อมโยงโปรแกรมบนมือถือแบบไร้สาย (wep:Wireless Application Protocal)และต้องมีโปรแกรมสําหรับจัดการเรี ยนการสอนโดยเฉพาะสําหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ 6.2 ส่ วนที่เป็ นระบบการเรี ยนการสอนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (mLMS : Mobilelearning Management System)หมายถึง ระบบการจัดการเรี ยนการสอนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยในส่ วนนี้จะมีองค์ประกอบ 3 ส่ วนด้วยกันคือ 6.2.1 การจัดการเนื้อหาและปรับเปลี่ยนสําหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็ นส่ วนที่ทาหน้าที่ ในการจัดการเนื้ อหา นําเสนอเนื้ อหาผ่านหน้าจอโทรศัพท์และนําส่ งข้อมูลข่าวสาร ํสําหรับการเรี ยนการสอน 6.2.2 ส่ วนประกอบและการกําหนดเวลาที่ตรงกันสําหรับการเรี ยนการสอนเป็ นส่ วนของระบบที่ทาหน้าที่จดองค์ประกอบต่างๆ เข้ามาเกี่ ยวข้องกับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ํ ัเช่น การแสดงภาพ การแสดงวีดีโอ การโหลดไฟล์เสี ยง โดยมุ่งให้จดการเรี ยนการสอนได้ตาม ัเวลาจริ งผ่านตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ 6.2.3 ส่ ว นสภาพแวดล้อ มและการค้น คว้า ข้อ มู ล เป็ นส่ ว นที่ จ ัด ่สภาพแวดล้อมสําหรับการเรี ยนรู ้ผานโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เหมาะสม โดยเน้นไปในเรื่ องของการจัด การสํา หรั บ โทรศัพ ท์ เช่ น การแสดงผลหน้า จอภาพ แบตเตอรี่ โ ทรศัพ ท์ เครื อ ข่ ายใช้ง านช่องสัญญาณโทรศัพท์และจัดการค้นคว้าข้อมูล ช่องทางการเข้าสู่ ขอมูล เป็ นต้น ้ 6.3 ส่ วนที่ เป็ นระบบการจัดการเรี ยนรู ้ แบบอิ เล็กทรอนิ กส์ (eLMS:Electronic-learning Management System) ประกอบด้วย 4 ชั้น ดังนี้ 6.3.1 ชั้นที่เป็ นหน้าจอภาพ เป็ นส่ วนที่แสดงผลของเนื้อหา สามารถสั่งงานหรื อเลือกรายการในการเรี ยนรู ้ได้โดยผูเ้ รี ยนโดยผ่านเว็บ 6.3.2 ชั้นของการนําเสนอ เป็ นชั้นที่ติดต่อระหว่างหน้าจอภาพของกับส่ วนที่เป็ นโปรแกรมในการนําเสนอข้อมูลของระบบ เป็ นชั้นที่ทาหน้าที่เป็ นโปรแกรมเชื่ อมต่อระหว่าง ํหน้าจอภาพกับข้อมูลเนื้อหา 6.3.3 ชั้นของการจัดการ เป็ นชั้นที่ทาหน้าที่ในการจัดการเนื้ อหาข้อมูล ํต่างๆ ที่จะไปนําเสนอในชั้นหน้าจอภาพโดยในชั้นนี้ จะทําหน้าที่ในการบริ หารจัดการเนื้ อหาให้
  12. 12. 12เป็ นระบบจัดการติดต่อระหว่างผูใช้โปรแกรมกับข้อมูล จัดการเกี่ยวกับรายละเอียดการเข้าสู่ ระบบ ้ของผูใช้งาน รายงานประวัติการเข้าสู่ระบบของผูใช้ จัดทํารายการในรู ปของดัชนีช้ ีเข้าสู่ ขอมูลต่างๆ ้ ้ ้และบริ หารจัดการรายละเอียดทัวไปของเนื้อหา ่ 6.3.4 ชั้นติดตั้งข้อมูล เป็ นชั้นที่จดทําเป็ นฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อการจัดเก็บ ัเนื้อหาของระบบ การจัดการเรี ยนรู ้โดยจัดเก็บในรู ปของไฟล์อิเล็กทรอนิ กส์ ซึ่งมีการจัดเก็บข้อมูลหลักๆได้แก่ การจัดเก็บฐานข้อมูลของเนื้ อหาสําหรับการเรี ยนเป็ นเรื่ องๆ หรื อการจัดเก็บเป็ นชิ้น(Learning Object:Lo) ซึ่งสามารถเก็บเป็ นเรื่ องๆ กี่เรื่ องก็ได้ รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลสําหรับติดต่อกับผูเ้ รี ยนและข้อมูลโดยรวมของระบบ 7. อุปกรณ์ ทใช้ ในการเรียนการสอนแบบ m-Learning ี่ การจัดการเรี ยนการสอนแบบ m-Learning นั้น ผูเ้ รี ยนต้องใช้อุปกรณ์แบบติดตามตัวหรื อเคลื่อนไปได้โดยสะดวก (mobile devices) ซึ่งอุปกรณ์แต่ละประเภทมีความสามารถ มีขนาดและราคาที่แตกต่างกันไป อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่สามารถนํามาใช้เป็ นเครื่ องมือสําหรับการเรี ยนการสอนแบบ m-Learning ได้ มีดงนี้ ั 7.1 Notebook computers เป็ นคอมพิวเตอร์ ขนาดพกพาได้ มีความสามารถเทียบเท่าหรื อเหนื อกว่าเครื่ องคอมพิวเตอร์ทวไป (Desktop of Personal Computer) ปั จจุบนมีขนาด ั่ ัเล็กและสามารถพกพาได้โดยสะดวกแต่ราคายังค่อนข้างสูง รูปที่ 2.3 Notebook computers
  13. 13. 13 7.2 Tablet PC เป็ นคอมพิวเตอร์ชนิดพกพา มีความสามารถเหมือนกัน PC บาง ่ชนิดไม่มีแป้ นพิมพ์แต่ใช้ซอฟต์แวร์ประเภทรู ้จาลายมือในการรับข้อมูลยังมีราคาแพงอยูมาก ํ รูปที่ 2.4 Tablet PC 7.3 Personal Digital Assistant (PDA) เป็ นอุปกรณ์พกพา เสมือนเป็ นผูช่วยดิจิตอล ้ส่ วนตัว หน่ วยประมวลผลมีความสามารถสู ง จอภาพแสดงผลได้ถึง 65000 สี ข้ ึนไป สามารถประมวลผลไฟล์ประเภทมัลติมีเดียได้ทุกประเภท ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบติการมักใช้ Palm หรื อ ัMicrosoft Pocket PC มีซอฟต์แวร์ให้เลือกติดตั้งได้หลากหลาย รู ปที่ 2.5 Personal Digital Assistant (PDA) 7.4 Cellular phones เป็ นอุปกรณ์ประเภทโทรศัพท์มือถือทัวไป เน้นการใช้ขอมูล ่ ้ประเภทเสี ยงและการรับส่ งข้อความ (SMS) มีขอจํากัด คือ มีหน่ วยความจําน้อย อัตราการโอนถ่าย ้ข้อมูลตํ่า ในรุ่ นที่มีความสามารถ สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์ เน็ตผ่าน WAP (Wireless ApplicationProtocol) หรื อ GPRS (General Packet Radio Service) รูปที่ 2.6 Cellular phones
  14. 14. 14 7.5 Smart Phones เป็ นอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ความสามารถสูง รวมความสามารถของ PDA และ Cellular phones เข้าด้วยกัน อาจมีขนาดเล็กกว่า PDA และใหญ่กว่า Cellular phonesใช้ระบบปฏิบติการ คือ Symbian หรื อ Windows Mobile มีโปรแกรมประเภท Internet Browser ใช้ ัเป็ นอุปกรณ์ Multimedia สําหรับการเรี ยนการสอนได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ รูปที่ 2.7 Smart Phonesจากตัว อย่า งอุ ป กรณ์ ข า งต้น คุ ณ สมบัติ ข องอุ ป กรณ์ ที่ สํา คัญ คื อ สามารถเชื่ อ มต่ อ เข้า กับ ระบบ ้เครื อ ข่ า ยโดยใช้เ ทคโนโลยี ไ ร้ ส ายแบบใดแบบหนึ่ ง มี ค วามสามารถในการเข้า ถึ ง เครื อ ข่ า ยอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์แต่ละประเภทมีขนาด นํ้าหนัก ความสามารถ และราคาแตกต่างกันไป 8. เทคโนโลยีทใช้ ใน M-Learning : SMS,WAP และเครือข่ ายดิจิทล ี่ ั เทคโนโลยีเครื อข่ายโทรศัพท์ไร้สายที่แพร่ หลายทัวโลกก็คือ GSM (global system ่for mobile communication) ซึ่ งออกแบบขึ้นมาในครั้งแรกเพื่อใช้ในการรับส่ งสัญญาณเสี ยงเป็ นหลัก แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีการรับส่ งข้อความในลักษณะของ SMS (short messageservice) เช่น โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และข้อความสั้นๆ ด้วยความเร็ วในการส่ งสัญญาณ160 ตัวอักษรต่อวินาที หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาโพรโตคอลไร้สาย (wireless protocol) ขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ผ่านเครื อข่ายอินเทอร์ เนต เรี ยกว่า WAP (wirelessapplication protocol) ทําให้เกิดการตื่นตัวอย่างมากในการท่องอินเทอร์เนตโดยใช้เว็บบราวเซอร์ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรื อคอมพิวเตอร์พกพา แต่ส่วนใหญ่ยงเป็ นการนําเสนอด้วยข้อความเป็ นหลัก ั(text-based)การนําเสนอภาพ ภาพเคลื่อนไหว และวีดีทศน์ผ่าน WAP ยังคงเป็ นเรื่ องที่ยากต่อ ัโพรโตคอลดังกล่าว ้ พัฒนาการของเครื อข่ายโทรศัพท์ดิจิทลได้กาวหน้าอย่างต่อเนื่ อง ส่ งผลให้การ ัรั บ ส่ ง ภาพ ภาพเคลื่ อ นไหว และวี ดี ท ัศ น์ เป็ นเรื่ องที่ ง่ า ยขึ้ น เทคโนโลยี เ หล่ า นี้ ได้ แ ก่GPRS,HSCSD และ Bluetooth
  15. 15. 15 8.1 GPRS ( General Packet Radio Service ) เป็ นเทคโนโลยีดิจิทลความเร็ วสู งใน ัการรับส่ งข้อมูลผ่านเครื อข่ายโทรศัพท์ระบบ GSM ด้วยความเร็ วสู งถึง 171.2 kbps ซึ่ งความเร็ วขนาดนี้ เป็ นความเร็ วที่สูงกว่าการรับส่ งข้อมูลธรรมดาถึง 3 เท่า และสู งกว่าความเร็ วในการรับส่ งข้อมูลแบบ GSM ประมาณ 10 เท่า ทําให้การรับส่ งข้อมูลไม่ว่าจะเป็ นข้อความภาพและเสี ยง ผ่านเครื อข่ายโทรศัพท์แบบไร้สายมีประสิ ทธิ ภาพสู งขึ้น รวมทั้งการใช้โปรแกรมต่างๆ ผ่านอินเทอร์เนตบราวเซอร์ ปั จ จุ บ ัน มี ก ารพัฒ นาโปรแกรมประยุก ต์ต่ า งๆ ขึ้ น มาเป็ นจํา นวนมากเพื่ อ บนโทรศัพท์มือถือหรื อคอมพิวเตอร์แบบพกพาผ่านเทคโนโลยี GPRS ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตํ่ากว่าระบบ SMSและการรับส่ งข้อมูลแบบ CSD (circuit switch data) ซึ่งเป็ นโพรโตคอลในการรับส่ งข้อมูลแบบดั้งเดิมซึ่งมีขอจํากัดทั้งด้านขนาดข้อมูลและความเร็ ว ้ 8.2 HSCSD (high speed circuit switch data ) เป็ นเทคโนโลยีดิจิทลความเร็ วสู ง ัในการรับส่ งข้อมูลผ่านเครื อข่ายโทรศัพท์ระบบ GSM อีกรู ปแบบหนึ่ งซึงแตกต่างจาก ระบบ GPRSด้วยความเร็ วที่สูงประมาณ 57.6 kbps ซึ่งตํ่ากว่าระบบ GPRS แต่ก็มีขอดีในการรับส่ งสัญญาณภาพ ้และวีดีทศน์ที่ให้มีประสิ ทธิ ภาพดีกว่าระบบ GPRS เนื่ องจากมีระบบการประกันคุณภาพของการ ัจัดการสัญญาณภาพแบบ switched circuit ที่มีความเสถียรมากกว่าการส่ งข้อมูลแบบ Packetของระบบ GPRS อย่างไรก็ตามปั จจุบนนี้ เทคโนโลยี HSCSD ยังไม่เป็ นที่แพร่ หลายมากนักในประเทศ ัต่างๆ 8.3 Bluetooth เป็ นเทคโนโลยีไร้สายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 ชุดเข้าด้วยกันในระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 10 เมตร ด้วยความเร็ วสู งสุ ด 1 Mbps เช่น การต่อเชื่อมโทรศัพท์มือถือเข้ากับไมโครคอมพิวเตอร์ แต่ปัญหาของระบบ Bluetooth ก็คือ ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ยังไม่ดีพอและมีขอจํากัดทางด้านระยะทางในการติดต่อสื่ อสาร เทคโนโลยีดิจิทลเหล่านี้ในปั จจุบน ้ ั ักําลังมีการตื่นตัวอย่างมาก มีการวิจยอย่างต่อเนื่ องเพื่อพัฒนาให้โทรศัพท์มือถือแลคอมพิวเตอร์ ัแบบพกพาทํางานคล้ายกับไมโครคอมพิวเตอร์ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็ นการใช้เว็บบราวเซอร์ การใช้โปรแกรมประยุกต์ (application software) การใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การรับส่ งไฟล์ขอมูล (file ้transfer) การรับส่ งไฟล์เสี ยงและไฟล์ภาพ รวมทั้งการใช้งานทางด้านมัลติมีเดี ยในลักษณะของMMS(multimedia messaging) การนําเสนอเนื้ อหาบทเรี ยนผ่านเครื อข่ายโทรศัพท์มือถือแบบ ไร้สายในลักษณะของ M-Learning จึงเกิดขึ้น นับว่าเป็ นการพัฒนาการของการสอนแบบ E-Learningอีกขั้นหนึ่ ง โดยเป็ นที่คาดหมายกันไว้ว่าในยุคที่ 4 (4th generation) ในราวปี ค.ศ. 2010 เมื่อเทคโนโลยีเครื อข่ายโทรศัพท์มือถือไร้สายสามารถรับส่ งข้อมูลได้ดวยความเร็ ว 100 Mbps จะเป็ น ้ยุคทองของการเรี ยนการสอนแบบ M-Learning ผูเ้ รี ยนสามารถต่อเชื่อมเครื่ องมือสื่ อสารของตนเองเข้ากับเครื อข่ายโทรศัพท์ไร้สายเพื่อลงทะเบียนเรี ยน ศึกษาบทเรี ยน ทําแบบฝึ กหัด และข้อสอบเพื่อ
  16. 16. 16วัดและประเมินผล รวมทั้งการปฏิสัมพันธ์กบผูเ้ รี ยนคนอื่นๆหรื อผูสอนได้ในเวลากัน แม้ว่าจะอยู่ ั ้ห่างกันคนละภูมิภาคก็ตาม     8.4 3G (สามจี หรื อ ทรี จี) เป็ นมาตรฐานโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 ถูกพัฒนาและกําลังมาแทนที่ ระบบโทรศัพท์ 2G ซึ่ ง 3G นั้นพัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐาน InternationalMobile Telecommunications 2000, IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของ International TelecommunicationUnion อัตราความเร็ วในการส่ งข้อมูล (Transmission Rate)มากกว่า 144 กิโลบิต/วินาที ในทุกสภาวะ ถึง 2 เมกกะบิต/วินาที ในสภาวะกึ่งเคลื่อนที่ และสู งถึง 384 กิโลบิต/วินาที ในสภาวะเคลื่อนที่ 8.5 HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) เป็ นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่ นับเป็ นวิวฒนาการขั้นถัดมาจากเครื อข่าย W-CDMA ซึ่ งมีชื่อเรี ยกสถานี ฐานนี้ ว่า Node B ัด้วยการนําเทคโนโลยีการมอดเลตสัญญาณ และการเข้ารหัสข้อมูลแบบใหม่ เพื่อช่วยทําให้อตราเร็ ว ัในการส่ งข้อมูลจาก Node B มายังเครื่ องลูกข่ายสื่ อสารไร้สาย เพิ่มขึ้นเป็ น 14 เมกะบิตต่อวินาทีในขณะที่การสงข้อมูลกลับจากอุปกรณ์สื่อสารไร้สายไปยัง Node B ยังคงใช้อตราเร็ ว 384 กิโลบิต ัต่อวินาที ซึ่งว่าเพียงพอและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้บริ การสื่ อสารข้อมูลแบบบรอดแบนด์ที่ผูใช้งานส่ วนใหญ่มีการดาวน์โหลดข้อมูลจากเครื อข่ายมากกวาการส่ งข้อมูลย้อนกลับไป อย่างไรก็ ้ตาม ภายใน พ.ศ. 2550 เครื อข่าย W-CDMA ที่มีการเปิ ดใช้เทคโนโลยี HSDPA นี้ ก็จะมีการพัฒนาต่อไปเป็ นเครื อข่ายแบบ HSUPA (High Speed Uplink Packet Access) ซึ่ งมีผลทําให้อตราเร็ วใน ัการรับและส่ งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สื่อสารไร้สายและ Node B มีค่า 14 กิโลบิตต่อวินาทีเท่ากัน 9. ข้ อดีและข้ อเสี ยของการเรียนรู้แบบ m-Learning การเรี ยนรู ้แบบ m-Learning นั้นเป็ นการใช้เทคโนโลยีที่สามารถเคลื่อนที่ได้ และมีขนาดเล็ก ซึ่ งนํามาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาในด้านการบริ หารจัดการ การจัดระบบระเบียบการเรี ยนการสอน เป็ นอุปกรณ์ การสอนสําหรั บผูสอนและยังเป็ นอุปกรณ์ที่สนับสนุ นการเรี ยนการ ้สอนสําหรับผูเ้ รี ยนได้อีกด้วย โดยมีจุดแข็งและจุดอ่อนดังต่อไปนี้ 9.1 จุดแข็งของการเรียนรู้แบบ m-Learning ั ้ ผูเ้ รี ยนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กบผูอื่นได้มากขึ้น เพราะผูเ้ รี ยนสามารถพกพาอุปกรณ์เคลื่อนที่ อย่างเครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทลไปยังที่ต่างๆ ได้ และสามารถสื่ อสาร ัระหว่างกันโดยคณะผูจดทําสื่ อการศึกษาของหน่ วยงานพัฒนาและฝึ กอบรมของมหาวิทยาลัยเคม ้ั ่บริ ดจ์ ได้ กล่าวถึงข้อดีของการเรี ยนรู ้ผานอุปกรณ์แบบไร้สาย หรื อ m-Learning ว่ามีลกษณะของ ั ั ้ความเป็ นส่ วนตัวสู ง ดังนั้นวิธีน้ ีจะสามารถช่วยเหลือและส่ งเสริ มทักษะการอ่านและเขียน ให้กบผูที่
  17. 17. 17ไม่สามารถอยู่ร่วมกับสังคมและเรี ยนรู ้ตามระบบการศึกษาปกติได้ ไม่ใช่ว่า m-Learning จะมีประโยชน์เฉพาะกับคนที่มีปัญหาเรื่ องการเข้าสังคมเท่านั้น คนปกติอย่างเราๆ ก็สามารถเรี ยนรู ้ผาน ่ ่m-Learning ได้เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ตองเดินทางบ่อยๆ อยูไม่เป็ นหลักแหล่ง หาที่ใช้อินเทอร์เน็ต ้ลําบาก จึงสะดวกและเหมาะสมที่จะใช้อุปกรณ์ไร้สายต่างๆ 9.1.1. มีความเป็ นส่ วนตัว และอิสระที่จะเลือกเรี ยนรู ้ และรับรู ้ 9.1.2. ไม่มีขอจํากัดด้านเวลา สถานที่ เพิ่มความเป็ นไปได้ในการเรี ยนรู ้ ้ 9.1.3. มีแรงจูงใจต่อการเรี ยนรู ้มากขึ้น 9.1.4. ส่ งเสริ มให้เกิดการเรี ยนรู ้ได้จริ ง 9.1.5. ส่ งเสริ มให้มีการสื่ อสารกับเพื่อนและผูสอนมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยี ้ของเอ็มเลิร์นนิ่ ง ทําให้เปลี่ยนสภาพการเรี ยนจากที่ยึดผูสอนเป็ นศูนย์กลาง ไปสู่ การมีปฏิสัมพันธ์ ้โดยตรงกับผูเ้ รี ยน 9.1.6. สามารถรับข้อมูลที่ไม่มีการระบุชื่อได้ ซึ่งทําให้ผเู ้ รี ยนที่ไม่มนใจกล้า ั่แสดงออกมากขึ้น 9.1.7. สามารถส่ งข้อมูลไปยังผูสอนได้ อีกทั้งส่ งกระจายซอฟต์แวร์ไปยัง ้ผูเ้ รี ยนทุกคนได้ ทําให้ผเู ้ รี ยนทุกคนมีซอฟต์แวร์รุ่นเดียวกันเร็ วกว่าการโทรศัพท์ หรื ออีเมล์ 9.1.8. ลดความเหลื่อมลํ้าทางดิจิตล เนื่ องจากราคาเครื่ องคอมพิวเตอร์ แบบ ัพกพา เครื่ อง PDA หรื อโทรศัพท์มือถือที่ใช้สาหรับเอ็มเลิร์นนิ่งนั้นถูกกว่าคอมพิวเตอร์แบบ ใหม่ๆ ํ 9.1.9. สะดวกสบายและมีประสิ ทธิ ภาพทั้งในสภาพแวดล้อมทางการเรี ยนและการทํางาน 9.1.10. ส่ งเสริ มให้ผเู ้ รี ยนมีความกระตือรื อร้นทางการเรี ยนและมีความรับผิดชอบต่อการ เรี ยนด้วยตนเอง เนื่ องจากผูเ้ รี ยนที่เป็ นวัยรุ่ นมีแนวโน้มที่จะชอบและใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ประเภทพกพาต่างๆ 9.2 จุดอ่ อนของการเรียนรู้แบบ m-Learning 9.2.1. ขนาด ของความจุ Memory และขนาดหน้าจอที่จากัดอาจจะเป็ น ํอุปสรรคสําหรั บการอ่านข้อมูล แป้ นกดตัวอักษรไม่สะดวกรวดเร็ วเท่ากับคียบอร์ ดคอมพิวเตอร์ ์แบบตั้งโต๊ะ อีกทั้งเครื่ องยังขาดมาตรฐาน ที่ตองคํานึ งถึงเมื่อออกแบบสื่ อ เช่น ขนาดหน้าจอ แบบ ้ของหน้าจอ ที่บางรุ่ นเป็ นแนวตั้ง บางรุ่ นเป็ นแนวนอน 9.2.2. การเชื่อมต่อกับเครื อข่าย ยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง และคุณภาพอาจจะยังไม่น่าพอใจนัก 9.2.3. ซอฟต์ แ วร์ ที่ มี อ ยู่ ใ นท้อ งตลาดทั่ว ไป ไม่ ส ามารถใช้ไ ด้กับ
  18. 18. 18เครื่ องโทรศัพท์แบบพกพาได้ 9.2.4. ราคาเครื่ องใหม่รุ่นที่ดี ยังแพงอยู่ อีกทั้งอาจจะถูกขโมยได้ง่าย ั 9.2.5. ความแข็งแรงของเครื่ องยังเทียบไม่ได้กบคอมพิวเตอร์ต้ งโต๊ะั 9.2.6. อัพเกรดยาก และเครื่ องบางรุ่ นก็มีศกยภาพจํากัด ั 9.2.7. การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ส่ งผลให้ขาดมาตรฐานของการผลิตสื่ อเพื่อเอ็มเลิร์นนิ่ ง ตลาดของเครื่ องโทรศัพท์มือถือมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ ว พอพอกับเครื่ องที่สามารถตกรุ่ นอย่างรวดเร็ ว 9.2.8. เมื่อมีผใช้เครื อข่ายไร้สายมากขึ้น ทําให้การรับส่ งสัญญาณช้าลง ู้ 9.2.9. ยังไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อจํากัดของการเรี ยนรู ้แบบ m-Learning อุปกรณ์ไร้สายส่ วนมากมีหน้าจอเล็ก การประมวลผลช้า หน่วยความจําที่จากัดและน้อยกว่าในเครื่ องคอมพิวเตอร์ ํส่ วนบุคคล และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากหากเทียบกับการเรี ยนรู ้ทางไกลแบบอื่นๆ (d-Learning และ e-Learning) ข้อจํากัดเหล่านี้ ทาให้การพัฒนาวิธีการเรี ยนรู ้โดยผ่านโทรศัพท์มือถือและเครื่ องช่วยงาน ํส่ วนบุคคล แบบดิ จิทลนั้นอาจเติบโตได้ช้า แต่หากมีรูปแบบและสามารถพัฒนาให้เป็ นต้นแบบ ัขึ้นมาจริ งๆ การเรี ยนแบบนี้ จะเอื้อประโยชน์อย่างมากสําหรับผูที่ตองการความเป็ นส่ วนตัวในการ ้ ้ ่เรี ยน เรี ยกได้วาเป็ นการขยายโอกาสการเรี ยนรู ้ให้กว้างขวางขึ้น ซึ่ งคาดคะเนว่าอีกไม่ชาการพัฒนา ้ทั้ง หลายจะสามารถผลิ ต อุ ป กรณ์ ไ ร้ ส ายที่ เ หมาะสมสํ า หรั บ การเรี ยนและวิ ธี ก ารเรี ยนที่ มีประสิ ทธิภาพได้ 10. ตัวอย่ าง m-Learning วิวฒน์ มีสุวรรณ ได้ศึกษาวิจยและพัฒนารู ปแบบการเรี ยนการสอนผ่านเครื อข่าย ั ัไร้สายบนเครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทลขึ้น โดยผ่านการประเมินจากผูเ้ ชี่ ยวชาญ และสร้าง ับทเรี ยน ผ่านเครื อข่ายไร้สายบนเครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทล เรื่ องการจัดแสงสําหรับการ ัผลิตรายการโทรทัศน์การศึกษา 10.1 รู ปแบบการเรียนการสอน บทเรี ยนผ่านเครื อข่ายไร้สายบนเครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทล เรื่ อง ัการจัด แสงสํ า หรั บ การผลิ ต รายการโทรทศน์ ก ารศึ ก ษา ออกแบบเพื่ อ ให้ ผูเ้ รี ย นสามารถเข้าลงทะเบียนเรี ยนเนื้อหาต่างๆ ที่ตนสนใจ ทําการติดตามและประเมินผลผูเ้ รี ยนจนจบหลักสู ตร และการใช้เครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทล อํานวยความสะดวกให้ผเู ้ รี ยนสามารถเรี ยนรู ้ได้จากที่ใด ั
  19. 19. 19ก็ได้ เวลาใดก็ได้ ด้วยการติดต่อกับระบบการสื่ อสารแบบไร้สายผ่าน Wi-FiGPRs ผูเ้ รี ยนจะมีอิสระในการเรี ยนรู ้มากขึ้น สามารถเคลื่อนที่ หรื อพกพาอุปกรณ์ไปในที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก ตัวอย่าง รู ปแบบการเรี ยนการสอนแบบ M-Learning ของ วิวฒน์ มีสุวรรณ ัมีลกษณะ ดังนี้ ั รู ปที่ 2.8 หน้าต่างเมื่อเข้าใช้งาน M-Learning ของ วิวฒน์ มีสุวรรณ ั ผ่านเครื่ องช่วยงานส่ วนบุคคลแบบดิจิทล ัจากรู ปที่ 2.8 เป็ นการแสดงหน้าต่างเมื่อเข้าใช้งาน โดยจะต้องทําการ Login ก่อนหรื อถ้ายังไม่เป็ นสมาชิกให้ทาการสมัครสมาชิก เมื่อ login เข้าไปแล้วจะแสดงเมนูหลักของ M-Learning ขึ้นให้ ํผูเ้ รี ยนเข้าไปศึกษา รู ปที่ 2.9 เนื้อหาของ M-Learning
  20. 20. 20จากรู ปที่ 2.9 เป็ นการแสดงเนื้ อหาของ M-Learning และมีคาถามท้ายเนื้อหาให้ตอบ เมื่อศึกษา ํเนื้อหาเสร็ จ โดยจะเป็ นคําถามที่ให้ตอบถูกหรื อผิด รู ปที่ 2.10 แสดงแบบทดสอบจากรู ปที่ 2.10 เป็ นตัวอย่างแบบทดสอบ ซึ่งจะมีตวเลือก 4 ตัวเลือก เมื่อทําครบแล้ว และจะแสดง ัรายงานคะแนนการทําแบบทดสอบ2.2 เครื่องมือทีใช้ พฒนา ่ ั 2.2.1 Action script 1. Action script คืออะไร ั ActionScript เป็ นภาษาที่ใช้เพิ่มความสามารถในการโต้ตอบกับเกมให้กบโปรแกรมFlash เช่ น การสร้ า งการตอบสนองตามเหตุ ก ารณ์ ที่ เ กิ ด ขึ้ น เป็ นต้น โดย ActionScriptเปรี ยบเสมือนตัวกลางสําหรับการติดต่อสื่ อสารระหว่างเกมกับผูพฒนาเกม ้ ั ปั จจุบน ActionScript ได้พฒนามาถึงเวอร์ ชน 2 ที่เรี ยกว่า “ActionScript 2.0” ซึ่ งมี ั ั ัประสิ ทธิ ภาพเพิ่มขึ้นจาก ActionScript 1.0 หลายประการ เช่น สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ได้เร็ วขึ้น ทําให้สามารถสร้างงานประเภท Interactive ได้ดีข้ ึน หรื อการรองรับรู ปแบบการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) มากขึ้น โดยสามารถสร้างคลาส (Class) ขึ้นใช้งานเองได้แล้วบันทึก

×