รายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
วิชา วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
แรงและการเคลื่อนที่ พลังงาน
แรงและการเคลื่อนที่ พลังงาน
แรงที่กระทาต่อวัตถุ
โมเมนต์ของแรง
การเคลื่อนที่ของวัตถุ
งานและพลังงาน
แรงที่กระทาต่อวัตถุ
• ความเร่ง คือ ความเร็วของวัตถุที่เปลี่ยนแปลงไปใน 1 หน่วยเวลา เป็นปริมาณเวกเตอร์
ซึ่งมีหน่วยเป็นเมตร/วินาที2 (m/s2)
• การเคลื่อนที่ของวัตถุ ถ้าพิจารณาอัตราส่วนระหว่างความเร็วที่เปลี่ยนไปของวัตถุกับ
ช่วงเวลาที่ใช้ จะได้ความสัมพันธ์ ดังสมการ
ความเร่ง
ตัวอย่าง
• ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น แสดงว่าวัตถุนั้นมีความเร่ง
• ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ช้าลงหรือลดความเร็วลง แสดงว่าวัตถุนั้นมีความหน่วงหรือความเร่ง
มีค่าเป็นลบ
• ถ้าวัตถุเคลื่อนที่โดยไม่เปลี่ยนทิศทางและความเร็วในการเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงไป
ในอัตราเท่าๆ กัน ในแต่ละหน่วยเวลา แสดงว่าวัตถุนั้นมีความเร่งคงที่
• วัตถุที่ตกอย่างอิสระจะเคลื่อนที่ภายใต้ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งมีค่า
9.8 m/s2 หรือประมาณ 10 m/s2
• กฎของความเร่ง (Law of acceleration) มีใจความว่า “เมื่อมีแรงลัพธ์ที่มีค่าไม่เท่ากับ
ศูนย์ มากระทาต่อวัตถุ จะทาให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่งในทิศเดียวกับแรงลัพธ์
ซึ่งขนาดของความเร่งจะแปรผันตรงกับขนาดของแรงลัพธ์ และจะแปรผกผันกับมวล
ของวัตถุ”
• แรงกิริยา เป็นแรงที่กระทาต่อวัตถุ
• แรงปฏิกิริยา เป็นแรงที่วัตถุโต้ตอบต่อแรงที่มากระทา
• กฎการเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน เรียกว่า กฎของแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา
แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา
กฎของแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา
ลักษณะสาคัญของแรงกิริยา
และแรงปฏิกิริยา
“ทุกแรงกิริยาย่อมมีแรงปฏิกิริยาที่มีขนาดเท่ากัน แต่มีทิศทางตรงข้ามกันเสมอ”
- เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ
- มีขนาดเท่ากัน
- มีทิศทางตรงข้ามกัน
- กระทาต่อวัตถุคนละชิ้นกัน
แรงลอยตัวหรือแรงพยุงของของเหลว คือ แรงที่ของเหลวพยุงวัตถุไว้เมื่อวัตถุนั้น
อยู่ในของเหลว
วัตถุลอย
• วัตถุมีความหนาแน่นน้อยกว่าของเหลว
• แรงลอยตัวเท่ากับน้าหนักของวัตถุที่ชั่ง
ในอากาศและเท่ากับน้าหนักของของเหลว
ที่ถูกแทนที่
ลักษณะของวัตถุเมื่ออยู่ในของเหลว
แรงลอยตัวหรือแรงพยุงของของเหลว
วัตถุปริ่ม
• วัตถุมีความหนาแน่นเท่ากับของเหลว
• แรงลอยตัวเท่ากับน้าหนักของวัตถุที่ชั่งใน
อากาศและเท่ากับน้าหนักของของเหลว
ที่ถูกแทนที่
วัตถุจม
• วัตถุมีความหนาแน่นมากกว่าของเหลว
• แรงลอยตัวน้อยกว่าน้าหนักของวัตถุที่จมไป
ในของเหลวและเท่ากับน้าหนักของของเหลว
ที่ถูกแทนที่
พลาสติก
เหล็ก
• ปริมาตรของของเหลวที่ถูกแทนที่จะเท่ากับปริมาตรของวัตถุส่วนที่จมลงใน
ของเหลว
• น้าหนักของวัตถุที่ชั่งในของเหลว จะมีค่าน้อยกว่าน้าหนักของวัตถุที่ชั่งใน
อากาศ
• น้าหนักที่หายไปในของเหลว จะเท่ากับน้าหนักของของเหลวที่ถูกวัตถุแทนที่
• น้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ จะเท่ากับน้าหนักของของเหลวที่มีปริมาตร
เท่ากับวัตถุส่วนที่จม
หลักของอาร์คิมิดีส
• ชนิดของวัตถุ: วัตถุที่มีความหนาแน่นมาก จะจมลงไปในของเหลวมาก
• ชนิดของของเหลว: ของเหลวที่มีความหนาแน่นมาก จะมีแรงพยุงมาก
• ขนาดของวัตถุ: วัตถุที่มีขนาดใหญ่ จะมีปริมาตรที่จมลงไปในของเหลวมาก
ทาให้แรงพยุงมีค่ามาก
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแรงลอยตัวหรือแรงพยุงของของเหลว
• เป็นแรงเสียดทานที่เกิดจากผิววัตถุ 2
ชิ้นที่สัมผัสกัน โดยที่วัตถุนั้นยังไม่มี
การเคลื่อนที่
แรงเสียดทาน
แรงเสียดทานสถิต
แรงเสียดทาน คือ ความต้านทานหรือแรงต้านทานการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เกิดขึ้น
ระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2 ชิ้นที่สัมผัสกัน
• เป็นแรงเสียดทานที่เกิดจากผิววัตถุ 2 ชิ้น
ที่สัมผัสกัน โดยที่วัตถุนั้นกาลังเคลื่อนที่
ปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทาน
• น้าหนักของวัตถุ: วัตถุที่มีน้าหนักกดทับลงบนพื้นผิวมาก จะมีแรงเสียดทานมาก
• รูปร่างของวัตถุ: วัตถุที่มีรูปร่างเพรียวจะมีแรงเสียดทานน้อยกว่าวัตถุที่มีรูปร่างป้ าน
• ลักษณะพื้นผิวสัมผัส: ผิวสัมผัสเรียบจะเกิดแรงเสียดทานน้อยกว่าผิวสัมผัสที่ขรุขระ
แรงเสียดทานจลน์
การคานวณหาแรงเสียดทาน คานวณได้จากผลคูณระหว่าง
สัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานกับแรงที่กดทับลงบนผิวสัมผัส ดังสมการ
f = µN
เมื่อ f แทนแรงเสียดทาน มีหน่วยเป็นนิวตัน (N)
µ แทนสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทาน ไม่มีหน่วย
N แทนน้าหนักของวัตถุ มีหน่วยเป็นนิวตัน (N)
ตัวอย่าง
ประโยชน์ของการเพิ่มแรงเสียดทาน
• การผลิตยางล้อรถยนต์ให้มีดอกยาง ทาให้รถยนต์
เกาะพื้นถนนได้ดี
• พื้นรองเท้า หากใช้วัสดุที่ช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน
จะช่วยให้มีการทรงตัวและเคลื่อนไหวที่สะดวก
ประโยชน์ของการลดแรงเสียดทาน
• การหยอดน้ามันหล่อลื่นลงไปที่แกนบานพับประตูหรือหน้าต่างช่วยให้เปิดปิดสะดวกขึ้น
• การใช้น้ามันหล่อลื่นช่วยลดการสึกหรอของลูกสูบและกระบอกสูบของเครื่องจักรกล
การนาความรู้เกี่ยวกับแรงเสียดทานมาประยุกต์ใช้
โมเมนต์ของแรง
โมเมนต์ของแรง เป็นแรงที่ทาให้วัตถุเคลื่อนที่รอบจุดหมุน ซึ่งสามารถแบ่งตาม
ทิศทางการหมุนได้ 2 ชนิด ดังนี้
• โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา
• โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา
M = F x I
เมื่อ M แทนโมเมนต์ของแรง มีหน่วยเป็นนิวตันเมตร (Nm)
F แทนขนาดของแรง มีหน่วยเป็นนิวตัน (N)
I แทนระยะทางตั้งฉากจากจุดหมุนถึงแนวแรง มีหน่วยเป็นเมตร (m)
โมเมนต์ของแรง คือ ผลคูณระหว่างขนาดของแรงกับระยะทางที่ตั้งฉากจากจุดหมุน
มาถึงแนวแรงที่กระทา ได้ดังสมการ
โมเมนต์ของแรง
ตัวอย่าง
หลักการของโมเมนต์
ถ้ามีแรงกระทาต่อวัตถุชิ้นหนึ่งหลายแรง แล้วแรงกระทานั้นทาให้วัตถุอยู่ใน
สภาพสมดุล วัตถุจะไม่เคลื่อนที่และไม่หมุน กล่าวได้ว่า “ผลรวมของโมเมนต์ทวนเข็ม
นาฬิกาเท่ากับผลรวมของโมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา”
Mทวน = Mตาม
F1 x I1 = F2 x I2
ตัวอย่าง
คาน
คานเป็นเครื่องกลชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวและแข็ง สามารถหมุนได้
รอบจุดหมุนหรือจุดฟัลครัม เมื่อแบ่งประเภทของคานตามจุดหมุน (F) แรงพยายาม (W)
และแรงต้านทาน (E) สามารถแบ่งได้3 ประเภท
• คานอันดับ 1 เป็นคานที่มีจุดหมุนอยู่ระหว่างแรงพยายามกับแรงต้านทาน ซึ่งจะช่วย
ผ่อนแรงในการทางาน
การนาโมเมนต์ของแรงไปใช้ประโยชน์
• คานอันดับที่ 3 เป็นคานที่มีแรงพยายามอยู่ระหว่างแรงต้านทานกับจุดหมุน ซึ่งไม่ช่วย
ผ่อนแรง แต่ช่วยอานวยความสะดวกในการทางาน
• คานอันดับ 2 เป็นคานที่มีแรงต้านทานอยู่
ระหว่างจุดหมุนกับแรงพยายาม ซึ่งจะ
ช่วยผ่อนแรงในการทางาน
การเคลื่อนที่ของวัตถุ
เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุไปในทิศทางที่
ขนานกับพื้นโลก
เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตั้งฉากกับ
พื้นโลก โดยมีแรงโน้มถ่วงกระทาต่อวัตถุตลอด
การเคลื่อนที่ โดยการตกของวัตถุในลักษณะนี้
เรียกว่า การตกอย่างอิสระ
การเคลื่อนที่แนวตรง
การเคลื่อนที่ในแนวราบ
การเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง
เป็นการเคลื่อนที่ในแนวโค้งแบบพาราโบลา
ซึ่งเกิดจากวัตถุมีการเคลื่อนที่ 2 แนวพร้อมกัน
คือ ในแนวราบและแนวดิ่ง
เป็นการเคลื่อนที่ที่มีแรงกระทาเข้าสู่
ศูนย์กลางของวงกลม เรียกว่า แรงสู่ศูนย์กลาง
การเคลื่อนที่แนวโค้ง
การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
การเคลื่อนที่แบบวงกลม
งานและพลังงาน
งาน คือ ผลคูณระหว่างแรงในทิศทางการเคลื่อนที่กับระยะทางที่เคลื่อนที่
ซึ่งเป็นปริมาณสเกลาร์ โดยสามารถคานวณหางานได้จากสมการต่อไปนี้
W = F x s
เมื่อ W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตันเมตร หรือจูล (Nm หรือ J)
F แทนแรง มีหน่วยเป็นนิวตัน (N)
s แทนระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแนวแรง มีหน่วยเป็นเมตร (m)
งาน 1 จูล คือ งานที่เกิดจากแรง 1 นิวตัน กระทาให้วัตถุเคลื่อนที่ไปใน
ระยะทาง 1 เมตร ตามทิศทางของแรงที่กระทา
งานและพลังงาน
ตัวอย่าง
กรณีงานมีค่าเป็นศูนย์ แสดงว่าไม่เกิดงาน ซึ่งจะ
เกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้
- แรงที่กระทาต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์
- ระยะทางมีค่าเป็นศูนย์
- แนวแรงตั้งฉากกับระยะทาง
กาลัง คือ ปริมาณที่บอกถึงความสามารถในการทางานได้ต่อหนึ่งหน่วยเวลา ซึ่งเขียน
เป็นสมการได้ ดังนี้
เมื่อ P แทนกาลัง มีหน่วยเป็นจูลต่อวินาที หรือวัตต์ (J/s หรือ Watt)
W แทนงาน มีหน่วยเป็นจูล (J)
t แทนเวลา มีหน่วยเป็นวินาที (s)
กาลัง
ตัวอย่าง
• พลังงาน คือ ความสามารถในการทางานได้ของวัตถุหรือสสารต่างๆ
• พลังงานไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่สามารถเปลี่ยนรูปได้
• พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุทุกชนิด ได้แก่ พลังงานกล ซึ่งแบ่งออกเป็นพลังงานศักย์
และพลังงานจลน์
พลังงาน
พลังงานศักย์
พลังงานศักย์โน้มถ่วง: พลังงานที่
สะสมอยู่ในวัตถุที่อยู่สูงจากพื้นโลก
ซึ่งถ้าวัตถุอยู่สูงจากพื้นโลกมากจะมี
พลังงานศักย์โน้มถ่วงมาก
พลังงานศักย์ยืดหยุ่น: พลังงานที่
สะสมอยู่ในวัตถุที่ยืดหยุ่นได้ เมื่อได้รับ
แรงกระทาจะยืดออกและสามารถกลับสู่
สภาพเดิมได้
เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุและพร้อมที่จะทางาน
• เป็นพลังที่เกิดกับวัตถุที่กาลังเคลื่อนที่
• วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วสูงจะมีพลังงานจลน์มากกว่าวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วต่า
• หากวัตถุเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วเท่ากัน วัตถุที่มีมวลมากจะมีพลังงานจลน์มากกว่าวัตถุ
ที่มีมวลน้อย
พลังงานจลน์
กฎการอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า “พลังงานเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่และ
ไม่สามารถทาให้สูญหายหรือทาลายได้ แต่จะเกิดการเปลี่ยนรูปพลังงานจากรูปหนึ่ง
ไปเป็นอีกรูปหนึ่ง”
• การผลิตกระแสไฟฟ้ า โดยปล่อยให้น้าจากเขื่อนไหลไปหมุนกังหัน ซึ่งจะมี
การเปลี่ยนแปลงพลังงานศักย์เป็นพลังงานจลน์
• กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ซึ่งเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมี
• การทางานของเตารีด เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานความร้อน
กฎการอนุรักษ์พลังงาน
การนาความรู้เกี่ยวกับกฎการอนุรักษ์พลังงานไปใช้ประโยชน์
• ความเร่ง เป็นการเปลี่ยนแปลงความเร็วของวัตถุในหนึ่งหน่วยเวลา
• แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา จะเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ มีขนาดเท่ากัน แต่มีทิศตรงข้ามกัน
และกระทาต่อวัตถุคนละชิ้น
• แรงพยุงของของเหลว เป็นแรงที่ของเหลวพยุงวัตถุไว้เมื่อวัตถุนั้นอยู่ในของเหลว
• แรงเสียดทาน เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2 ชิ้นที่สัมผัสกัน ซึ่งมีทิศตรงข้ามกับ
แรงที่มากระทา
• การเคลื่อนที่ของวัตถุ แบ่งออกเป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรงและการเคลื่อนที่ในแนวโค้ง
• งาน เป็นผลของแรงที่กระทาต่อวัตถุ แล้ววัตถุเกิดการเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแรง
• พลังงานกล แบ่งออกเป็นพลังงานศักย์และพลังงานจลน์
สรุปทบทวนประจาหน่วยการเรียนรู้ที่ 5

แรงและการเคลื่อนที่ พลังงาน ม.3