1
โครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5
ปีการศึกษา 2562
ชื่อโครงงาน โรคไบโพล่าร์
ชื่อผู้ทาโครงงาน
ชื่อ นางสาว สริดา เหลืองอานวยเดช เลขที่ 14 ชั้นม.6/10 ห้อง 14
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิก
นางสาว สริดา เหลืองอานวยเดช เลขที่ 14
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
โรคไบโพล่าร์
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Bipolar Disorder
ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวสริดา เหลืองอานวยเดช เลขที่14 ม.6/10
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
การทาโครงงานเรื่องนี้เกิดจาก การที่คนทั่วๆไปมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์แบบไม่ถูกต้อง เข้าใจผิด
กันไปหลายประการ ทาให้เมื่อเจอหรือมีคนในชีวิตที่เป็นโรคนี้ก็จะเกิดการไม่เข้าใจในการกระทาของผู้ป่วยโรค
ไบโพล่าร์ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยเพราะความไม่เข้าใจเกี่ยวกับอาการของโรคที่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจจะถูกไม่
ยอมรับหรือ Bully จากคนรอบๆตัว ซึ่งก็อาจจะเป็นเหตุผลให้อาการแย่ลง และเกิดปัญหามากมายตามมาได้จึง
อยากจะให้โครงงานนี้เป็นตัวสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพล่าร์ให้กับคนทั่วไปมากขึ้น และสามารถที่จะปรับตัว
ให้ความช่วยเหลือกับผู้ป่วยได้ ซึ่งโรคไบโพล่าร์ (Bipolar Disorder) นั้นในความเข้าใจของคนทั่วๆไปอาจจะหมายถึง
การที่อารมณ์ของผู้ป่วย จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาภายในระยะเวลาสั้นๆ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวคลุ้มคลั่ง ซึ่งนั่น
ไม่ใช่อาการของโรคไบโพล่าร์ อาการของโรคไบโพล่าร์จริงๆคือ จะมีอาการสองขั้วที่ไม่ได้เกิดในช่วงเวลาใกล้ๆกัน เช่น
ช่วงหนึ่งอาจจะเป็นคนที่ทาอะไรสุดโต่ง อยากทาอะไรตลอดสมองแล่นไอเดียร์พุ่งกระฉูดความคิดไหล สมองคิดแต่
เรื่องใหม่ๆหัวข้อใหม่ๆตลอดเวลา อารมณ์เยอะ ทาให้ดูเป็นคนที่ทาอะไรแบบเกินตัว แสดงออกเกินความเป็นจริง
เซ็กส์จัด ใช้เงินเยอะควบคุมไม่ได้ มั่นใจในตัวเองสูง โมโหร้าย อีกขั้วก็จะเป็นอาการที่จิตตก เกิดอาการเครียดมักทาให้
เกิดความคิดอยากฆ่าตัวตาย รู้สึกแย่จนไม่เป็นอันทาอะไร ชอบคิดเรื่องแย่ๆให้ตัวเองเป็นทุกข์ จึงอยากให้สังคมเข้าใจ
และช่วยเหลือผู้ที่ป่วย อย่าล้อเลียนหรือพูดทาอะไรที่เป็นการตัดสินคนแบบไม่มีเหตุผล เพราะจริงๆ เค้าคือคนๆหนึ่งที่
รู้สึกมากๆ ไปกับทุกอย่าง แคร์ไปหมดทุกอย่าง แม้จะหัวเราะดังมากแต่ก็ร้องไห้ได้หนักมากเหมือนกัน
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1. คนในสังคมเข้าใจในอาการของผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์
2. ช่วยเหลือให้กาลังใจผู้ที่ป่วย และไม่กระทาตนทีทาให้ผู้ป่วยมีอาการที่แย่ลง
3
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
การสร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคมเกี่ยวกับอาการที่แสดงออกของผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์ ที่ต้องการผู้ที่เปิดใจ
กว้างและพร้อมที่จะอยู่ในสังคมกับผู้ป่วยและช่วยดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อที่จะทาให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นไม่
มากก็น้อย
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
สารวจอาการของคนรอบตัวที่มีความเสี่ยงที่จะป่วยโรคไบโพล่าร์เพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือและสรุปว่าคน
รอบๆตัวของเราที่เรารู้จักมีคนมีอาการของโรคไบโพล่าร์เยอะหรือไม่ จะสามารถบ่งชี้ได้ถึงสภาพแวดล้อมของเราว่า
ส่งเสริมการเกิดของโรคไบโพล่าร์มากแค่ไหน และควรจะทาอะไรต่อให้มันดีขึ้น โรคไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นลงรุนแรงเป็น
ช่วงๆ สุขมากไป เหวี่ยงผิดปกติ ซึมเศร้าอยากตาย ไม่ได้นิสัยเสีย แต่นี่อาจเป็นอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน
ประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเวชกว่า 7 แสนคน และมีผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนหรือ ไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ – Bipolar
Disorder 3 หมื่นกว่าคน จากจานวนที่มาพบแพทย์ ยังมีผู้ป่วยอีกมากที่ไม่ได้มาพบแพทย์ผู้ป่วยจะมีอาการแปรปรวน
อยู่ระหว่างช่วง อารมณ์คลั่ง ที่จะมีพลัง มีความสุขสุดขีด และอารมณ์ซึมเศร้า ที่จะหมดแรง ไร้กาลังใจ จนถึงอยาก
ตาย แต่ละช่วงจะมีอาการต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ - 1เดือน โรคไบโพลาร์ไม่เพียงแค่อารมณ์แปรปรวน จน
เป็นปัญหาส่วนตัวเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ แสดงความรุนแรงกับผู้อื่น อย่าง
ร้ายแรงคือฆ่าตัวตาย ที่จริงแล้วผู้ป่วยมีช่วงปกติที่สามารถทางานได้ เข้าสังคมได้ไม่ต่างจากคนอื่น ถ้ายิ่งเข้าสู่การรักษา
การดูแลที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้มีชีวิตที่เป็นปกติสุขได้เราอยู่ในยุคสมัยที่ความเจริญพรั่งพร้อม แต่กลับเป็นยุคที่ผู้คน
เต็มไปด้วยความเครียด ความกังวล จนมีปัญหาสุขภาพจิตกันมากมาย นอกจากปัจจัยภายนอกที่กดดัน เคมีในสมอง
เองก็เป็นสาเหตุสาคัญ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยพิจารณาว่านั่นคืออาการของโรค คิดเองว่าเป็นปัญหาด้านอารมณ์ส่วนตัว
โดยเฉพาะโรคอารมณ์แปรปรวน ซึ่งไม่ใช่เพราะคนนั้นเป็นจอมเหวี่ยง อารมณ์ขึ้นลงเร็ว หรือนิสัยเสีย แต่อาจเป็น
อาการของโรคอย่างหนึ่ง ในงานเสวนาเปิดตัว “โครงการอุ่นรักอุ่นใจ ไบโพลาร์ Healthy mind, Happy life” โดย
แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยรายงานว่า คนไทยประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหา
สุขภาพจิต แต่มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มาพบแพทย์ และยังพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนหรือ
ไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ – Bipolar Disorder หลายแสนคนจากรายงานการให้บริการผู้ป่วยจิตเวชของประเทศไทย
กรมสุขภาพจิต และคลังข้อมูลการแพทย์และสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 พบว่า มีผู้ป่วยโรคไบโพลาร์
ทั้งสิ้น 32,502 คน จากผู้ป่วยจิตเวชทั้งหมด 712,359 คนซึ่งยังมีอีกจานวนมากที่ยังไม่ทราบว่าตนป่วย หรือไม่กล้ามา
พบแพทย์ไม่ว่าจะจากเหตุไหน เมื่อไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะมีอาการมากยิ่งขึ้น อาจเกิดอันตรายได้ทั้งกับตัวผู้ป่วย
คนใกล้ชิด และสังคมรอบข้าง เพราะผู้ป่วยมักใช้ความรุนแรง ทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว บางรายมีอาการซึมเศร้า
ถึงขั้นฆ่าตัวตาย จากสถิติพบว่าคนไข้ 1 ใน 5 สามารถฆ่าตัวตายได้สาเร็จ ที่จริงแล้วหากได้รับการรักษา ผู้ป่วยก็
สามารถทางานใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทาให้สังคมไม่เสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย ศ.
นพ. รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายว่าโรคนี้มักพบอาการในวัย
ผู้ใหญ่ แต่ระยะหลังก็พบในอายุน้อยลง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากสารเคมีในสมอง และพันธุกรรม แต่ปัจจัยภายนอก
เช่น ความเครียด ปัญหาต่างๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทาให้การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ผิดปกติจากคนทั่วไป โรคนี้ค่อนข้าง
วินิจฉัยได้ยากโดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่นเพราะเด็กมักมีการแสดงอารมณ์แรงอยู่แล้ว ส่วนวัยรุ่นก็มีการ
เปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ทาให้พ่อแม่ไม่เข้าใจ คิดว่าวัยรุ่นแค่แปรปรวน หรือเป็นแค่เด็กไฮเปอร์ ไม่น่าจะต้องเข้ารับ
การรักษา
พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อานวยการศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า โรคอารมณ์
แปรปรวน หรือ ไบโพลาร์ อาจมีปัจจัยมาจากวิกฤตชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก ตกงาน เจ็บป่วย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด
อาการได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคนี้ เพราะไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งถือเป็น
4
ปัจจัยหลัก เมื่อคนกลุ่มนี้เจอมรสุมชีวิตจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วๆ ไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มปรากฏอาการเมื่อ
อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป
พญ. อภิสมัย ชี้ว่า "ไบโพลาร์สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีกุญแจสาคัญที่สุดคือ คนใกล้ชิดและ
ครอบครัว ควรเตรียมตัวให้พร้อมและเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่า "วัคซีนใจ" ด้วยการดูแลให้มีสุขภาพจิตที่ดี ศึกษาข้อมูล
เรียนรู้ดูแลกัน และรีบปรึกษาจิตแพทย์ เพราะอาการของโรคนี้ต้องได้รับการรักษาด้วยยาและทาจิตบาบัดควบคู่กัน
ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพียงแต่สังคมต้องให้โอกาส และสิ่งสาคัญ 3 ประการที่ต้อง
คานึงถึงคือ ไบโพลาร์เป็นการป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี ไบโพลาร์สามารถรักษาได้ และเมื่อรักษาแล้วสามารถกลับมาเป็นคน
ดี คนเก่ง และกลับมาดาเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขได้"
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน ไปสารวจชุมชนและคนรอบๆตัว
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ -
งบประมาณ -
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดั
บ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
1
6
1
7
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
คนรอบๆตัวรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพล่าร์มากขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้ป่วยด้วยความสัมพันธ์อันดี
สถานที่ดาเนินการ
ชุมชนช้างคลาน โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
สุขศึกษา
ชีวิทยา
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/shutdown-bipolar
https://www.pobpad.com/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%9A
%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C
5
https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28354
https://pantip.com/topic/36910219

2562 final-project 14-610

  • 1.
    1 โครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5 ปีการศึกษา 2562 ชื่อโครงงาน โรคไบโพล่าร์ ชื่อผู้ทาโครงงาน ชื่อ นางสาว สริดา เหลืองอานวยเดช เลขที่ 14 ชั้นม.6/10 ห้อง 14 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิก นางสาว สริดา เหลืองอานวยเดชเลขที่ 14 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) โรคไบโพล่าร์ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Bipolar Disorder ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวสริดา เหลืองอานวยเดช เลขที่14 ม.6/10 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) การทาโครงงานเรื่องนี้เกิดจาก การที่คนทั่วๆไปมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์แบบไม่ถูกต้อง เข้าใจผิด กันไปหลายประการ ทาให้เมื่อเจอหรือมีคนในชีวิตที่เป็นโรคนี้ก็จะเกิดการไม่เข้าใจในการกระทาของผู้ป่วยโรค ไบโพล่าร์ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยเพราะความไม่เข้าใจเกี่ยวกับอาการของโรคที่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจจะถูกไม่ ยอมรับหรือ Bully จากคนรอบๆตัว ซึ่งก็อาจจะเป็นเหตุผลให้อาการแย่ลง และเกิดปัญหามากมายตามมาได้จึง อยากจะให้โครงงานนี้เป็นตัวสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพล่าร์ให้กับคนทั่วไปมากขึ้น และสามารถที่จะปรับตัว ให้ความช่วยเหลือกับผู้ป่วยได้ ซึ่งโรคไบโพล่าร์ (Bipolar Disorder) นั้นในความเข้าใจของคนทั่วๆไปอาจจะหมายถึง การที่อารมณ์ของผู้ป่วย จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาภายในระยะเวลาสั้นๆ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวคลุ้มคลั่ง ซึ่งนั่น ไม่ใช่อาการของโรคไบโพล่าร์ อาการของโรคไบโพล่าร์จริงๆคือ จะมีอาการสองขั้วที่ไม่ได้เกิดในช่วงเวลาใกล้ๆกัน เช่น ช่วงหนึ่งอาจจะเป็นคนที่ทาอะไรสุดโต่ง อยากทาอะไรตลอดสมองแล่นไอเดียร์พุ่งกระฉูดความคิดไหล สมองคิดแต่ เรื่องใหม่ๆหัวข้อใหม่ๆตลอดเวลา อารมณ์เยอะ ทาให้ดูเป็นคนที่ทาอะไรแบบเกินตัว แสดงออกเกินความเป็นจริง เซ็กส์จัด ใช้เงินเยอะควบคุมไม่ได้ มั่นใจในตัวเองสูง โมโหร้าย อีกขั้วก็จะเป็นอาการที่จิตตก เกิดอาการเครียดมักทาให้ เกิดความคิดอยากฆ่าตัวตาย รู้สึกแย่จนไม่เป็นอันทาอะไร ชอบคิดเรื่องแย่ๆให้ตัวเองเป็นทุกข์ จึงอยากให้สังคมเข้าใจ และช่วยเหลือผู้ที่ป่วย อย่าล้อเลียนหรือพูดทาอะไรที่เป็นการตัดสินคนแบบไม่มีเหตุผล เพราะจริงๆ เค้าคือคนๆหนึ่งที่ รู้สึกมากๆ ไปกับทุกอย่าง แคร์ไปหมดทุกอย่าง แม้จะหัวเราะดังมากแต่ก็ร้องไห้ได้หนักมากเหมือนกัน วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1. คนในสังคมเข้าใจในอาการของผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์ 2. ช่วยเหลือให้กาลังใจผู้ที่ป่วย และไม่กระทาตนทีทาให้ผู้ป่วยมีอาการที่แย่ลง
  • 3.
    3 ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขตเงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) การสร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคมเกี่ยวกับอาการที่แสดงออกของผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์ ที่ต้องการผู้ที่เปิดใจ กว้างและพร้อมที่จะอยู่ในสังคมกับผู้ป่วยและช่วยดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อที่จะทาให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นไม่ มากก็น้อย หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) สารวจอาการของคนรอบตัวที่มีความเสี่ยงที่จะป่วยโรคไบโพล่าร์เพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือและสรุปว่าคน รอบๆตัวของเราที่เรารู้จักมีคนมีอาการของโรคไบโพล่าร์เยอะหรือไม่ จะสามารถบ่งชี้ได้ถึงสภาพแวดล้อมของเราว่า ส่งเสริมการเกิดของโรคไบโพล่าร์มากแค่ไหน และควรจะทาอะไรต่อให้มันดีขึ้น โรคไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นลงรุนแรงเป็น ช่วงๆ สุขมากไป เหวี่ยงผิดปกติ ซึมเศร้าอยากตาย ไม่ได้นิสัยเสีย แต่นี่อาจเป็นอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน ประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเวชกว่า 7 แสนคน และมีผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนหรือ ไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ – Bipolar Disorder 3 หมื่นกว่าคน จากจานวนที่มาพบแพทย์ ยังมีผู้ป่วยอีกมากที่ไม่ได้มาพบแพทย์ผู้ป่วยจะมีอาการแปรปรวน อยู่ระหว่างช่วง อารมณ์คลั่ง ที่จะมีพลัง มีความสุขสุดขีด และอารมณ์ซึมเศร้า ที่จะหมดแรง ไร้กาลังใจ จนถึงอยาก ตาย แต่ละช่วงจะมีอาการต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ - 1เดือน โรคไบโพลาร์ไม่เพียงแค่อารมณ์แปรปรวน จน เป็นปัญหาส่วนตัวเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ แสดงความรุนแรงกับผู้อื่น อย่าง ร้ายแรงคือฆ่าตัวตาย ที่จริงแล้วผู้ป่วยมีช่วงปกติที่สามารถทางานได้ เข้าสังคมได้ไม่ต่างจากคนอื่น ถ้ายิ่งเข้าสู่การรักษา การดูแลที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้มีชีวิตที่เป็นปกติสุขได้เราอยู่ในยุคสมัยที่ความเจริญพรั่งพร้อม แต่กลับเป็นยุคที่ผู้คน เต็มไปด้วยความเครียด ความกังวล จนมีปัญหาสุขภาพจิตกันมากมาย นอกจากปัจจัยภายนอกที่กดดัน เคมีในสมอง เองก็เป็นสาเหตุสาคัญ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยพิจารณาว่านั่นคืออาการของโรค คิดเองว่าเป็นปัญหาด้านอารมณ์ส่วนตัว โดยเฉพาะโรคอารมณ์แปรปรวน ซึ่งไม่ใช่เพราะคนนั้นเป็นจอมเหวี่ยง อารมณ์ขึ้นลงเร็ว หรือนิสัยเสีย แต่อาจเป็น อาการของโรคอย่างหนึ่ง ในงานเสวนาเปิดตัว “โครงการอุ่นรักอุ่นใจ ไบโพลาร์ Healthy mind, Happy life” โดย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยรายงานว่า คนไทยประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหา สุขภาพจิต แต่มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มาพบแพทย์ และยังพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนหรือ ไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ – Bipolar Disorder หลายแสนคนจากรายงานการให้บริการผู้ป่วยจิตเวชของประเทศไทย กรมสุขภาพจิต และคลังข้อมูลการแพทย์และสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 พบว่า มีผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ ทั้งสิ้น 32,502 คน จากผู้ป่วยจิตเวชทั้งหมด 712,359 คนซึ่งยังมีอีกจานวนมากที่ยังไม่ทราบว่าตนป่วย หรือไม่กล้ามา พบแพทย์ไม่ว่าจะจากเหตุไหน เมื่อไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะมีอาการมากยิ่งขึ้น อาจเกิดอันตรายได้ทั้งกับตัวผู้ป่วย คนใกล้ชิด และสังคมรอบข้าง เพราะผู้ป่วยมักใช้ความรุนแรง ทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว บางรายมีอาการซึมเศร้า ถึงขั้นฆ่าตัวตาย จากสถิติพบว่าคนไข้ 1 ใน 5 สามารถฆ่าตัวตายได้สาเร็จ ที่จริงแล้วหากได้รับการรักษา ผู้ป่วยก็ สามารถทางานใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทาให้สังคมไม่เสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย ศ. นพ. รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายว่าโรคนี้มักพบอาการในวัย ผู้ใหญ่ แต่ระยะหลังก็พบในอายุน้อยลง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากสารเคมีในสมอง และพันธุกรรม แต่ปัจจัยภายนอก เช่น ความเครียด ปัญหาต่างๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทาให้การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ผิดปกติจากคนทั่วไป โรคนี้ค่อนข้าง วินิจฉัยได้ยากโดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่นเพราะเด็กมักมีการแสดงอารมณ์แรงอยู่แล้ว ส่วนวัยรุ่นก็มีการ เปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ทาให้พ่อแม่ไม่เข้าใจ คิดว่าวัยรุ่นแค่แปรปรวน หรือเป็นแค่เด็กไฮเปอร์ ไม่น่าจะต้องเข้ารับ การรักษา พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อานวยการศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า โรคอารมณ์ แปรปรวน หรือ ไบโพลาร์ อาจมีปัจจัยมาจากวิกฤตชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก ตกงาน เจ็บป่วย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด อาการได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคนี้ เพราะไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งถือเป็น
  • 4.
    4 ปัจจัยหลัก เมื่อคนกลุ่มนี้เจอมรสุมชีวิตจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วๆ ไปผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มปรากฏอาการเมื่อ อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป พญ. อภิสมัย ชี้ว่า "ไบโพลาร์สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีกุญแจสาคัญที่สุดคือ คนใกล้ชิดและ ครอบครัว ควรเตรียมตัวให้พร้อมและเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่า "วัคซีนใจ" ด้วยการดูแลให้มีสุขภาพจิตที่ดี ศึกษาข้อมูล เรียนรู้ดูแลกัน และรีบปรึกษาจิตแพทย์ เพราะอาการของโรคนี้ต้องได้รับการรักษาด้วยยาและทาจิตบาบัดควบคู่กัน ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพียงแต่สังคมต้องให้โอกาส และสิ่งสาคัญ 3 ประการที่ต้อง คานึงถึงคือ ไบโพลาร์เป็นการป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี ไบโพลาร์สามารถรักษาได้ และเมื่อรักษาแล้วสามารถกลับมาเป็นคน ดี คนเก่ง และกลับมาดาเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขได้" วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน ไปสารวจชุมชนและคนรอบๆตัว เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ - งบประมาณ - ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดั บ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) คนรอบๆตัวรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพล่าร์มากขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้ป่วยด้วยความสัมพันธ์อันดี สถานที่ดาเนินการ ชุมชนช้างคลาน โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง สุขศึกษา ชีวิทยา แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/shutdown-bipolar https://www.pobpad.com/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%9A %E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C
  • 5.