1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร 5- 6
ปีการศึกษา 2561
ชื่อโครงงาน "โรคไบโพลาร์"โรคอารมณ์สองขั้ว
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาว ศศิกานต์ บุญรัตน์ เลขที่ 13 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 10
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา
2561
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
"โรคไบโพลาร์"โรคอารมณ์สองขั้ว
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Bipolar disorder
ประเภทโครงงาน พัฒนาสื่อด้วยการสื่อสาร
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว ศศิกานต์ บุญรัตน์
ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล
ของการทาโครงงาน)
ในปัจจุบันคนไทยเป็นโรคไบโพลาร์กันมากมายซึ่งเกิดได้จากการผิดปกติทางฮอร์โมน หรือจากความเครียด
หรือปัญหาต่างๆในชีวิตเป็นต้นโดยที่ตนเองนั้นไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่ากาลังเป็นโรคนี้อยู่ซึ่งบ้างคนพอรู้ว่าเป็นโรคนี้ก็
เกิดความวิตกังวลมากขึ้นไม่กล้าที่จะไปปรึกษาใครแม้กระทั่งพ่อแม่ ของตัวเองกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นคน
ผิดปกติได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า สังคมมักจะมีความคิดประมาณว่า ถ้าใครมีลักษณะ
ผิดปกติอะไรสักอย่าง ต้องถามขึ้นมาเลยว่า "นี่เป็นไบโพล่าร์รึเปล่าเนี่ย!?!" ซึ่งคงไม่ยุติธรรมกับคนไข้ที่เป็น
ไบโพล่าร์เท่าไหร่นัก แล้วในความเป็นจริง ไบโพล่าร์คือโรคอะไรกันแน่ จนทาให้คนที่เป็นโรคไบโพลาร์มักปกปิดตัน
ตนของตัวเองและเริ่มอยู่ตัวคนเดียวซึ่งจะยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวผู้ที่เป็นโรไบโพลาร์มากขึ้น ซึ่งด้วยการที่ผู้จัดหา
โครงงานเห็นถึงปัญหาการเป็นโรคนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่และต้องให้ความสาคัญมากต่อบุคคลที่เป็นในทางที่ถูกต้อง
เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีทางออกที่ดีและกล้าที่จะไปรักษาตัวกับแพทย์โดยที่ไม่กลัวว่าผู้อื่นจะรู้ว่าตนเป็นโรคดังกล่าว
หรือไม่ จึงต้องการที่จะเผยแพร่ข้อมูลของโรคไบโพลาร์สาหรับคนที่คิดว่าตนเองกาลังเข้าข่ายต่อการเสี่ยงเป็นโรค
3
ไบโพลาร์ได้มีทางออกและข้อมูลเกี่ยวโรคนี้ในทางที่ถูกต้องซึ่งโรคนี้จริงๆแล้วไม่ได้ร้ายแรงมากจนน่ากลัว ถ้าบุคคล
ที่เป็นโรครู้ตัวและรักษาทันก็ไม่มีอะไรที่ต้องวิตกกังวล จึงเป็นเหตุผลที่ผู้จัดทาโครงงานตัดสินใจเลือกหัวข้อนี้เพราะ
ไม่เพียงแค่บุคคลที่เป็นโรคนี้ได้รับข้อมูลความรู้เท่านั้น แต่ตัวผู้จัดทาเองก็ได้รับรู้อาการของโรคไบโพลาร์ไปด้วย
และยังสามารถไปเผยแพร่ ให้เพื่อนๆและคนใกล้ตัวของผู้จัดทาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1.เพื่อศึกษาหาและเรียนรู้ทาความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์
2.เพื่อเป็นการเผยแพร่กระจายข้อมูลให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้
3.เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนที่เป็นโรคไบโพลาร์กล้าที่จะออกมารักษาตัว
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทา
โครงงาน)
-ประชากรในเชียงใหม่ทุกรุ่นทุกวัย ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไบโพลาร์
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทา
โครงงาน)
โรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder)
เป็นโรคที่ทาให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ มีอารมณ์สองขั้วที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างชัดเจน แบบที่หนึ่งคือมีพฤติกรรมแบบเศร้า
และแบบที่สองมีอาการพลุ่งพล่าน หรือเรียกว่าแบบแมเนีย อารมณ์ของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วง ๆ ไป อาจมี
อาการแบบแรกคือแบบเศร้าก่อน แล้วสักพักก็จะมีอาการแมเนีย บางคนอาจมีอาการแบบแมเนียก่อน แล้วจึงมีอาการแบบเศร้าขึ้นมา
หรืออาจจะสลับกับอาการปกติต่อเนื่องกันไป
สาเหตุของโรคไบโพลาร์
ปัจจุบันเชื่อว่าสาเหตุของความผิดปกติทางอารมณ์นั้นมีได้หลายสาเหตุ ดังนี้
 ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ความผิดปกติของระบบฮอร์โมนต่าง
ๆ ในร่างกาย การนอนหลับที่ผิดปกติ ความผิดปกติของการทางานในส่วนต่าง ๆ ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการ
ควบคุมอารมณ์
 ปัจจัยทางจิตสังคม เช่น การไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเครียดหรือปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ ก็สามารถ
กระตุ้นให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ขึ้นมาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางสังคมไม่ใช่สาเหตุของโรค แต่อาจ
เป็ นตัวกระตุ้นให้โรคแสดงอาการได้
 ปัจจัยทางพันธุศาสตร์ ขณะนี้ยังไม่ทราบรูปแบบของการถ่ายทอดผ่านยีนที่ชัดเจนของโรค แต่จาก
การศึกษาพบว่าสามารถพบโรคนี้ได้บ่อยขึ้นในครอบครัวที่มีผู้ป่ วยเป็ นไบโพลาร์มากกว่าในประชากรทั่วไป
4
อาการของโรคไบโพลาร์
คนที่มีอาการไบโพลาร์นั้น จะอารมณ์ดีในลักษณะที่ผิดปกติ เรียกว่า mania หมายถึงอารมณ์ดีมากเกินกว่าปกติที่ควรจะ
เป็น และมักจะไม่มีเหตุผลหรือไม่สมเหตุสมผล ช่วงที่มีอารมณ์ดีจะช่างพูดช่างคุย คุยได้ไม่หยุด และไม่ชอบให้ใครมาขัดจะเกิด
อารมณ์หงุดหงิด บางคนอารมณ์ดีจนกระทั่งตัดสินใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
แต่ถ้าอารมณ์ร้ายขึ้นมาเมื่อไร ก็ถึงขั้นใช้อารมณ์ก้าวร้าวได้เรียกว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ซึ่งอาจทาให้มีปัญหา
กระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน และการใช้ชีวิตประจาวันได้เลย ผู้ป่วยบางคนจะมีปัญหาไม่ยอมหลับยอมนอน ตอนกลางคืน
อยากเที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายเงินมาก มีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น สาส่อนทางเพศ
ถ้าอาการนี้เริ่มเป็นมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น อาจทาให้ผู้ป่วยไม่มีสมาธิในการเรียน ผลการเรียนตกลง มีปัญหาทางพฤติกรรม
ทะเลาะกับเพื่อนฝูง ครูอาจารย์รู้สึกอยากไปเที่ยวกลางคืน ออกไปเตร็ดเตร่ ซึ่งถ้าพ่อแม่ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิดก็จะไม่
รู้สึกถึงความผิดปกติเลย
อย่างไรก็ตาม อาการของโรคไบโพลาร์ไม่จาเป็นต้องสลับกับช่วงซึมเศร้า บางคนเป็นโรคนี้อยู่ช่วงหนึ่ง อาจจะประมาณ
4-6 เดือนก็สามารถกลับคืนเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา ทาให้คนรอบข้างไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาถ้าไม่สังเกตอย่างใกล้ชิด เมื่อ
เป็นปกติแล้วเขาจะดาเนินชีวิตได้ปกติ พอถึงช่วงหนึ่งจะรื่นเริงอีก หรืออาจจะสลับไปขั้วตรงข้าม เป็นแบบซึมเศร้า อาการก็จะเริ่ม
ตั้งแต่แยกตัว เบื่อหน่าย ไม่อยากทาอะไร กินไม่ได้นอนไม่หลับ เบื่อ ๆ เข้าก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ที่สาคัญที่สุดคือการฆ่าตัวตาย
โรคนี้ช่วงซึมเศร้าจะเหมือนกับโรคซึมเศร้า อัตราการฆ่าตัวตายคือ 15-20% เพราะฉะนั้น เท่ากับว่าผู้ป่ วยหนึ่งในห้ามี
โอกาสที่จะเกิดปัญหาเบื่อเศร้าและฆ่าตัวตาย แต่ช่วงที่รื่นเริงมาก ๆ ก็จะมีประเด็นการฆ่าตัวตายได้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตอน
ซึมเศร้า
แนวทางในการรักษาโรคไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ได้แก่ ยาในกลุ่มยาควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers), ยาแก้โรคจิต
(antipsychotics) และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants) ดังนี้
1. ใช้ยาไปช่วยในการปรับสารสื่อนาประสาทตรงให้กลับมาทางานได้อย่างปกติ เรียกชื่อกลุ่มยานี้ว่า กลุ่มปรับอารมณ์ให้
คงที่ mood stabilizer ซึ่งจะมียาเฉพาะไม่กี่ตัวที่จะใช้ในการรักษาที่จะช่วยอาการนี้ได้
ช่วงระยะการรักษาช่วงแรกจะเป็นการคุมอาการให้กลับมาเป็นปกติที่สุดภายใน 1 สัปดาห์ก่อน หรืออย่างช้า 1 เดือน
หลังจากนั้นจะเป็นการรักษาต่อเนื่อง อาจต้องใช้ยาคุมอาการ ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการคนไข้เป็นสาคัญ ในคนไข้บางราย
1 ปี อาจมาพบหมอแค่ 2-4 ครั้งเท่านั้น ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลตลอด
2. ยาหลักที่นิยมใช้รักษาและได้ผลดี คือ lithium ควบคุมอาการ mania ได้ดีมาก แต่ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยาเป็นระยะ
เวลานาน เนื่องจากโรคนี้อาจเป็น ๆ หาย ๆ ได้ตัวยายังสามารถป้ องกันได้ทั้งอาการ mania และอาการซึมเศร้า ยาอื่น ๆ ที่ได้ผลดี
ได้แก่ valproate, carbamazepine, lamotrigine, gabapentin และ topiramate
3. สาหรับอาการซึมเศร้าตอบสนองดีต่อยา clozapine, olanzapine, risperidone, quetiapine และ
5
ziprasidone
อย่างไรก็ตาม สิ่งสาคัญที่สุด คนรอบข้างต้องเข้าใจในผู้ป่วยที่เป็นภาวะเช่นนี้ด้วย ตัวผู้ป่วยเองก็ต้องดาเนินชีวิตในทางสาย
กลาง ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยก็วันละ 6-8 ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหาและลดความเครียด และอย่าใช้ยา
กระตุ้นหรือสารมึนเมา เช่น เหล้า หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง
ถ้ามีผู้ป่วยในครอบครัว คนรอบตัวต้องเข้าใจและช่วยกันป้ องกันผู้ป่วยในช่วงก่อนโรคกาเริบรุนแรง เพราะว่ามีโอกาส
กลับไปเป็นซ้าอีก ช่วงอายุที่มีโอกาสเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนมากที่สุด คือ 15-25 ปี กลุ่มนี้จะเริ่มต้นด้วยอาการขยันผิดปกติ
หรือที่เรียกว่า "ไฮเปอร์แอ็คทีฟ" ต่อมา บางช่วงของการเจ็บป่ วยก็จะเปลี่ยนเป็นซึมเศร้า เป็นมาก ๆ อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย
สรุปแล้วโรคนี้รักษาได้ หากคนรอบตัวมีอาการผิดปกติทางอารมณ์อย่างที่บอกมา ควรพาไปพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัย เพื่อ
จะได้รีบรักษาให้ผู้ป่ วยสามารถดาเนินชีวิตได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป จะช่วยลดความสูญเสียทางด้านหน้าที่การงาน และเงินทอง
เวลาผู้ป่วยมีอาการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรุนแรง เป็นปัญหาสังคมได้
ที่มา https://health.kapook.com/view533.htm
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
 คิดหัวข้อโครงงาน
 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
 จัดทาโครงร่างงาน
 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
 ปรับปรุงทดสอบ
 การทาเอกสารรายงาน
 ประเมินผลงาน
 นาเสนอโครงงาน
6
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
 หนังสือจิตวิทยากร
 เครื่องอัดเสียง
 คอมพิวเตอร์
 ปริ้นเตอร์
 กล้องถ่ายภาพ
งบประมาณ
งบประมาณในการจัดตั้งองค์กรและการเผยแพร่ข้อมูลของโรคไบโพลาร์ ประมาณ100,000 –200,000บาท
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลา
ดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1 คิดหัวข้อโครงงาน / / นางสาวศศิกานต์
2 ศึกษาและค้นคว้า
ข้อมูล
/ / นางสาวศศิกานต์
3 จัดทาโครงร่างงาน / / นางสาวศศิกานต์
4 ปฏิบัติการสร้าง
โครงงาน
/ / นางสาวศศิกานต์
5 ปรับปรุงทดสอบ / นางสาวศศิกานต์
6 การทา
เอกสารรายงาน
/ นางสาวศศิกานต์
7 ประเมินผลงาน / นางสาวศศิกานต์
8 นาเสนอโครงงาน / นางสาวศศิกานต์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทา
โครงงาน)
คาดหวังว่าโครงงานที่ทาไปจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้อ่านและได้นาข้อมูลเนื้อหาต่างๆไปศึกษาหาความรู้และได้
ความรู้มากขึ้นจากการศึกษาหาความรู้จากโครงงานของผู้จัดทา
7
สถานที่ดาเนินการ
-โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเชียงใหม่
-โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่
-โรงพยาบาลเชียงใหม่-ราม (เอกชน)
– โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่
– โรงพยาบาลธัญญารักษ์ เชียงใหม่
– โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก)
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
- คอมพิวเตอร์
- ภาษาไทย
- สังคมศึกษา
- วิทยาศสตร์
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
1. https://health.kapook.com/view533.html/ ( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 )
2. https://goo.gl/t3zJTo/ ( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 )
3. https://goo.gl/gQk4bv/ ( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 )
4. https://th.wikipedia.org/wiki/( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 )

Bipolar disorder22

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร 5- 6 ปีการศึกษา 2561 ชื่อโครงงาน "โรคไบโพลาร์"โรคอารมณ์สองขั้ว ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว ศศิกานต์ บุญรัตน์ เลขที่ 13 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 10 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) "โรคไบโพลาร์"โรคอารมณ์สองขั้ว ชื่อโครงงาน(ภาษาอังกฤษ) Bipolar disorder ประเภทโครงงาน พัฒนาสื่อด้วยการสื่อสาร ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว ศศิกานต์ บุญรัตน์ ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ในปัจจุบันคนไทยเป็นโรคไบโพลาร์กันมากมายซึ่งเกิดได้จากการผิดปกติทางฮอร์โมน หรือจากความเครียด หรือปัญหาต่างๆในชีวิตเป็นต้นโดยที่ตนเองนั้นไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่ากาลังเป็นโรคนี้อยู่ซึ่งบ้างคนพอรู้ว่าเป็นโรคนี้ก็ เกิดความวิตกังวลมากขึ้นไม่กล้าที่จะไปปรึกษาใครแม้กระทั่งพ่อแม่ ของตัวเองกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นคน ผิดปกติได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า สังคมมักจะมีความคิดประมาณว่า ถ้าใครมีลักษณะ ผิดปกติอะไรสักอย่าง ต้องถามขึ้นมาเลยว่า "นี่เป็นไบโพล่าร์รึเปล่าเนี่ย!?!" ซึ่งคงไม่ยุติธรรมกับคนไข้ที่เป็น ไบโพล่าร์เท่าไหร่นัก แล้วในความเป็นจริง ไบโพล่าร์คือโรคอะไรกันแน่ จนทาให้คนที่เป็นโรคไบโพลาร์มักปกปิดตัน ตนของตัวเองและเริ่มอยู่ตัวคนเดียวซึ่งจะยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวผู้ที่เป็นโรไบโพลาร์มากขึ้น ซึ่งด้วยการที่ผู้จัดหา โครงงานเห็นถึงปัญหาการเป็นโรคนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่และต้องให้ความสาคัญมากต่อบุคคลที่เป็นในทางที่ถูกต้อง เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีทางออกที่ดีและกล้าที่จะไปรักษาตัวกับแพทย์โดยที่ไม่กลัวว่าผู้อื่นจะรู้ว่าตนเป็นโรคดังกล่าว หรือไม่ จึงต้องการที่จะเผยแพร่ข้อมูลของโรคไบโพลาร์สาหรับคนที่คิดว่าตนเองกาลังเข้าข่ายต่อการเสี่ยงเป็นโรค
  • 3.
    3 ไบโพลาร์ได้มีทางออกและข้อมูลเกี่ยวโรคนี้ในทางที่ถูกต้องซึ่งโรคนี้จริงๆแล้วไม่ได้ร้ายแรงมากจนน่ากลัว ถ้าบุคคล ที่เป็นโรครู้ตัวและรักษาทันก็ไม่มีอะไรที่ต้องวิตกกังวล จึงเป็นเหตุผลที่ผู้จัดทาโครงงานตัดสินใจเลือกหัวข้อนี้เพราะ ไม่เพียงแค่บุคคลที่เป็นโรคนี้ได้รับข้อมูลความรู้เท่านั้นแต่ตัวผู้จัดทาเองก็ได้รับรู้อาการของโรคไบโพลาร์ไปด้วย และยังสามารถไปเผยแพร่ ให้เพื่อนๆและคนใกล้ตัวของผู้จัดทาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อศึกษาหาและเรียนรู้ทาความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์ 2.เพื่อเป็นการเผยแพร่กระจายข้อมูลให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ 3.เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนที่เป็นโรคไบโพลาร์กล้าที่จะออกมารักษาตัว ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทา โครงงาน) -ประชากรในเชียงใหม่ทุกรุ่นทุกวัย ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไบโพลาร์ หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทา โครงงาน) โรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder) เป็นโรคที่ทาให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ มีอารมณ์สองขั้วที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างชัดเจน แบบที่หนึ่งคือมีพฤติกรรมแบบเศร้า และแบบที่สองมีอาการพลุ่งพล่าน หรือเรียกว่าแบบแมเนีย อารมณ์ของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วง ๆ ไป อาจมี อาการแบบแรกคือแบบเศร้าก่อน แล้วสักพักก็จะมีอาการแมเนีย บางคนอาจมีอาการแบบแมเนียก่อน แล้วจึงมีอาการแบบเศร้าขึ้นมา หรืออาจจะสลับกับอาการปกติต่อเนื่องกันไป สาเหตุของโรคไบโพลาร์ ปัจจุบันเชื่อว่าสาเหตุของความผิดปกติทางอารมณ์นั้นมีได้หลายสาเหตุ ดังนี้  ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ความผิดปกติของระบบฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย การนอนหลับที่ผิดปกติ ความผิดปกติของการทางานในส่วนต่าง ๆ ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการ ควบคุมอารมณ์  ปัจจัยทางจิตสังคม เช่น การไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเครียดหรือปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ ก็สามารถ กระตุ้นให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ขึ้นมาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางสังคมไม่ใช่สาเหตุของโรค แต่อาจ เป็ นตัวกระตุ้นให้โรคแสดงอาการได้  ปัจจัยทางพันธุศาสตร์ ขณะนี้ยังไม่ทราบรูปแบบของการถ่ายทอดผ่านยีนที่ชัดเจนของโรค แต่จาก การศึกษาพบว่าสามารถพบโรคนี้ได้บ่อยขึ้นในครอบครัวที่มีผู้ป่ วยเป็ นไบโพลาร์มากกว่าในประชากรทั่วไป
  • 4.
    4 อาการของโรคไบโพลาร์ คนที่มีอาการไบโพลาร์นั้น จะอารมณ์ดีในลักษณะที่ผิดปกติ เรียกว่าmania หมายถึงอารมณ์ดีมากเกินกว่าปกติที่ควรจะ เป็น และมักจะไม่มีเหตุผลหรือไม่สมเหตุสมผล ช่วงที่มีอารมณ์ดีจะช่างพูดช่างคุย คุยได้ไม่หยุด และไม่ชอบให้ใครมาขัดจะเกิด อารมณ์หงุดหงิด บางคนอารมณ์ดีจนกระทั่งตัดสินใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าอารมณ์ร้ายขึ้นมาเมื่อไร ก็ถึงขั้นใช้อารมณ์ก้าวร้าวได้เรียกว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ซึ่งอาจทาให้มีปัญหา กระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน และการใช้ชีวิตประจาวันได้เลย ผู้ป่วยบางคนจะมีปัญหาไม่ยอมหลับยอมนอน ตอนกลางคืน อยากเที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายเงินมาก มีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น สาส่อนทางเพศ ถ้าอาการนี้เริ่มเป็นมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น อาจทาให้ผู้ป่วยไม่มีสมาธิในการเรียน ผลการเรียนตกลง มีปัญหาทางพฤติกรรม ทะเลาะกับเพื่อนฝูง ครูอาจารย์รู้สึกอยากไปเที่ยวกลางคืน ออกไปเตร็ดเตร่ ซึ่งถ้าพ่อแม่ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิดก็จะไม่ รู้สึกถึงความผิดปกติเลย อย่างไรก็ตาม อาการของโรคไบโพลาร์ไม่จาเป็นต้องสลับกับช่วงซึมเศร้า บางคนเป็นโรคนี้อยู่ช่วงหนึ่ง อาจจะประมาณ 4-6 เดือนก็สามารถกลับคืนเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา ทาให้คนรอบข้างไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาถ้าไม่สังเกตอย่างใกล้ชิด เมื่อ เป็นปกติแล้วเขาจะดาเนินชีวิตได้ปกติ พอถึงช่วงหนึ่งจะรื่นเริงอีก หรืออาจจะสลับไปขั้วตรงข้าม เป็นแบบซึมเศร้า อาการก็จะเริ่ม ตั้งแต่แยกตัว เบื่อหน่าย ไม่อยากทาอะไร กินไม่ได้นอนไม่หลับ เบื่อ ๆ เข้าก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ที่สาคัญที่สุดคือการฆ่าตัวตาย โรคนี้ช่วงซึมเศร้าจะเหมือนกับโรคซึมเศร้า อัตราการฆ่าตัวตายคือ 15-20% เพราะฉะนั้น เท่ากับว่าผู้ป่ วยหนึ่งในห้ามี โอกาสที่จะเกิดปัญหาเบื่อเศร้าและฆ่าตัวตาย แต่ช่วงที่รื่นเริงมาก ๆ ก็จะมีประเด็นการฆ่าตัวตายได้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตอน ซึมเศร้า แนวทางในการรักษาโรคไบโพลาร์ โรคไบโพลาร์สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ได้แก่ ยาในกลุ่มยาควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers), ยาแก้โรคจิต (antipsychotics) และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants) ดังนี้ 1. ใช้ยาไปช่วยในการปรับสารสื่อนาประสาทตรงให้กลับมาทางานได้อย่างปกติ เรียกชื่อกลุ่มยานี้ว่า กลุ่มปรับอารมณ์ให้ คงที่ mood stabilizer ซึ่งจะมียาเฉพาะไม่กี่ตัวที่จะใช้ในการรักษาที่จะช่วยอาการนี้ได้ ช่วงระยะการรักษาช่วงแรกจะเป็นการคุมอาการให้กลับมาเป็นปกติที่สุดภายใน 1 สัปดาห์ก่อน หรืออย่างช้า 1 เดือน หลังจากนั้นจะเป็นการรักษาต่อเนื่อง อาจต้องใช้ยาคุมอาการ ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการคนไข้เป็นสาคัญ ในคนไข้บางราย 1 ปี อาจมาพบหมอแค่ 2-4 ครั้งเท่านั้น ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลตลอด 2. ยาหลักที่นิยมใช้รักษาและได้ผลดี คือ lithium ควบคุมอาการ mania ได้ดีมาก แต่ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยาเป็นระยะ เวลานาน เนื่องจากโรคนี้อาจเป็น ๆ หาย ๆ ได้ตัวยายังสามารถป้ องกันได้ทั้งอาการ mania และอาการซึมเศร้า ยาอื่น ๆ ที่ได้ผลดี ได้แก่ valproate, carbamazepine, lamotrigine, gabapentin และ topiramate 3. สาหรับอาการซึมเศร้าตอบสนองดีต่อยา clozapine, olanzapine, risperidone, quetiapine และ
  • 5.
    5 ziprasidone อย่างไรก็ตาม สิ่งสาคัญที่สุด คนรอบข้างต้องเข้าใจในผู้ป่วยที่เป็นภาวะเช่นนี้ด้วยตัวผู้ป่วยเองก็ต้องดาเนินชีวิตในทางสาย กลาง ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยก็วันละ 6-8 ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหาและลดความเครียด และอย่าใช้ยา กระตุ้นหรือสารมึนเมา เช่น เหล้า หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง ถ้ามีผู้ป่วยในครอบครัว คนรอบตัวต้องเข้าใจและช่วยกันป้ องกันผู้ป่วยในช่วงก่อนโรคกาเริบรุนแรง เพราะว่ามีโอกาส กลับไปเป็นซ้าอีก ช่วงอายุที่มีโอกาสเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนมากที่สุด คือ 15-25 ปี กลุ่มนี้จะเริ่มต้นด้วยอาการขยันผิดปกติ หรือที่เรียกว่า "ไฮเปอร์แอ็คทีฟ" ต่อมา บางช่วงของการเจ็บป่ วยก็จะเปลี่ยนเป็นซึมเศร้า เป็นมาก ๆ อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย สรุปแล้วโรคนี้รักษาได้ หากคนรอบตัวมีอาการผิดปกติทางอารมณ์อย่างที่บอกมา ควรพาไปพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัย เพื่อ จะได้รีบรักษาให้ผู้ป่ วยสามารถดาเนินชีวิตได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป จะช่วยลดความสูญเสียทางด้านหน้าที่การงาน และเงินทอง เวลาผู้ป่วยมีอาการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรุนแรง เป็นปัญหาสังคมได้ ที่มา https://health.kapook.com/view533.htm วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน  คิดหัวข้อโครงงาน  ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล  จัดทาโครงร่างงาน  ปฏิบัติการสร้างโครงงาน  ปรับปรุงทดสอบ  การทาเอกสารรายงาน  ประเมินผลงาน  นาเสนอโครงงาน
  • 6.
    6 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้  หนังสือจิตวิทยากร  เครื่องอัดเสียง คอมพิวเตอร์  ปริ้นเตอร์  กล้องถ่ายภาพ งบประมาณ งบประมาณในการจัดตั้งองค์กรและการเผยแพร่ข้อมูลของโรคไบโพลาร์ ประมาณ100,000 –200,000บาท ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลา ดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 คิดหัวข้อโครงงาน / / นางสาวศศิกานต์ 2 ศึกษาและค้นคว้า ข้อมูล / / นางสาวศศิกานต์ 3 จัดทาโครงร่างงาน / / นางสาวศศิกานต์ 4 ปฏิบัติการสร้าง โครงงาน / / นางสาวศศิกานต์ 5 ปรับปรุงทดสอบ / นางสาวศศิกานต์ 6 การทา เอกสารรายงาน / นางสาวศศิกานต์ 7 ประเมินผลงาน / นางสาวศศิกานต์ 8 นาเสนอโครงงาน / นางสาวศศิกานต์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทา โครงงาน) คาดหวังว่าโครงงานที่ทาไปจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้อ่านและได้นาข้อมูลเนื้อหาต่างๆไปศึกษาหาความรู้และได้ ความรู้มากขึ้นจากการศึกษาหาความรู้จากโครงงานของผู้จัดทา
  • 7.
    7 สถานที่ดาเนินการ -โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเชียงใหม่ -โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ -โรงพยาบาลเชียงใหม่-ราม (เอกชน) –โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ – โรงพยาบาลธัญญารักษ์ เชียงใหม่ – โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก) กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง - คอมพิวเตอร์ - ภาษาไทย - สังคมศึกษา - วิทยาศสตร์ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) 1. https://health.kapook.com/view533.html/ ( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 ) 2. https://goo.gl/t3zJTo/ ( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 ) 3. https://goo.gl/gQk4bv/ ( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 ) 4. https://th.wikipedia.org/wiki/( วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กันยายน 2561 )