Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
ธส
Uploaded by
ธนัชพร ส่งงาน
PDF, PPTX
3,527 views
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download as PDF, PPTX
1
/ 33
2
/ 33
3
/ 33
4
/ 33
5
/ 33
6
/ 33
7
/ 33
8
/ 33
9
/ 33
10
/ 33
11
/ 33
12
/ 33
13
/ 33
14
/ 33
15
/ 33
16
/ 33
17
/ 33
18
/ 33
19
/ 33
20
/ 33
21
/ 33
22
/ 33
23
/ 33
24
/ 33
25
/ 33
26
/ 33
27
/ 33
28
/ 33
29
/ 33
30
/ 33
31
/ 33
32
/ 33
33
/ 33
More Related Content
DOCX
แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสอบถาม
by
สำเร็จ นางสีคุณ
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
by
ธนัชพร ส่งงาน
PDF
บัตรลงคะแนน2
by
Pattama Poyangyuen
PDF
คู่มือการดูแลตนเอง โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ
by
Utai Sukviwatsirikul
PPTX
คู่มือการจัดทำบัญชีข้อมูลยา ของ รพ.สต. (Drug Catalogue)
by
Sakarin Habusaya
PDF
Ppt. คุณแม่วัยใส
by
Prachaya Sriswang
PPT
โรคความดันโลหิตสูง
by
bird090533
PDF
บทบาทพยาบาลไตเทียมกับการป้องกันและการจัดการภาวะน้ำเกินของผู้ป่วย
by
Chutchavarn Wongsaree
แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสอบถาม
by
สำเร็จ นางสีคุณ
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
by
ธนัชพร ส่งงาน
บัตรลงคะแนน2
by
Pattama Poyangyuen
คู่มือการดูแลตนเอง โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ
by
Utai Sukviwatsirikul
คู่มือการจัดทำบัญชีข้อมูลยา ของ รพ.สต. (Drug Catalogue)
by
Sakarin Habusaya
Ppt. คุณแม่วัยใส
by
Prachaya Sriswang
โรคความดันโลหิตสูง
by
bird090533
บทบาทพยาบาลไตเทียมกับการป้องกันและการจัดการภาวะน้ำเกินของผู้ป่วย
by
Chutchavarn Wongsaree
What's hot
PPTX
สูงวัยกับโรคซึมเศร้าใหม่
by
Gear Tanatchaporn
PDF
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
by
เกษสุดา สนน้อย
PDF
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน
by
Meaw Sukee
PDF
โครงงานภาษาไทย เรื่อง คำไทยที่มักเขียนผิด
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
PDF
ตัวอย่างแผนการสอนรวม7e
by
kroojaja
PDF
Case study : dengue fever
by
Noomnum Gentlegirl
PPT
สอนยาเสพติด.ppt
by
พรพจน์ แสงแก้ว
PDF
อยากสุขภาพดีต้องมี 3อ. สำหรับวัยสูงอายุ
by
Vorawut Wongumpornpinit
DOCX
รูปแบบวิจัย 5 บท
by
Kannika Kerdsiri
PDF
หัวใจชายหนุ่ม
by
kkrunuch
PDF
ปกนอก ปกใน
by
amixdouble
DOCX
โครงงานสิ่งประดิษฐ์เหลือใช้
by
thanapisit marakul na ayudhya
PDF
โรคซึมเศร้า
by
ธนัชพร ส่งงาน
DOCX
ปกรายงาน
by
Jane Janjira
PDF
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
by
nuttanansaiutpu
PDF
หลักการทรงงาน 23 ข้อกับการประยุกต์ใช้
by
Sutthiluck Kaewboonrurn
PPTX
โครงงานยาเสพติด
by
Pear Pimnipa
PDF
ความเครียดและการจัดการความเครียด
by
Dr.Krisada [Hua] RMUTT
PPTX
Ppt.dlp
by
Prachaya Sriswang
PDF
10 r กับการให้ยาอย่างปลอดภัย
by
Suradet Sriangkoon
สูงวัยกับโรคซึมเศร้าใหม่
by
Gear Tanatchaporn
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
by
เกษสุดา สนน้อย
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน
by
Meaw Sukee
โครงงานภาษาไทย เรื่อง คำไทยที่มักเขียนผิด
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
ตัวอย่างแผนการสอนรวม7e
by
kroojaja
Case study : dengue fever
by
Noomnum Gentlegirl
สอนยาเสพติด.ppt
by
พรพจน์ แสงแก้ว
อยากสุขภาพดีต้องมี 3อ. สำหรับวัยสูงอายุ
by
Vorawut Wongumpornpinit
รูปแบบวิจัย 5 บท
by
Kannika Kerdsiri
หัวใจชายหนุ่ม
by
kkrunuch
ปกนอก ปกใน
by
amixdouble
โครงงานสิ่งประดิษฐ์เหลือใช้
by
thanapisit marakul na ayudhya
โรคซึมเศร้า
by
ธนัชพร ส่งงาน
ปกรายงาน
by
Jane Janjira
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
by
nuttanansaiutpu
หลักการทรงงาน 23 ข้อกับการประยุกต์ใช้
by
Sutthiluck Kaewboonrurn
โครงงานยาเสพติด
by
Pear Pimnipa
ความเครียดและการจัดการความเครียด
by
Dr.Krisada [Hua] RMUTT
Ppt.dlp
by
Prachaya Sriswang
10 r กับการให้ยาอย่างปลอดภัย
by
Suradet Sriangkoon
Similar to โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
PDF
โรคซึมเศร้า
by
Mai Natthida
PPTX
กิจกรรมที่ 5 นำเสนอโครงงาน
by
ปราณปริยา สุขเสริฐ
PPT
Depression and suicide
by
Wajana Khemawichanurat
PPTX
โครงงานเรื่องโรคซึมเศร้า
by
จี จี้
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
by
Gear Tanatchaporn
PDF
Poster_wichai_154_no22
by
AthisaraMarayart
PDF
Poster_อธิสรา_22_154
by
AthisaraMarayart
PDF
โรคซึมเศร้าแก้ไข
by
NattanichaYRC
PDF
Depression of thai people
by
Nantharat Pansara
PDF
medication counseling for asolescent with depression
by
kamolwantnok
PDF
Kronggnan kuu
by
Natthapatch37
PPTX
Presentation final no.32,36
by
Thanatchaya21
PDF
Comm 1-final
by
RungtiwaWongchai
PDF
Mameyah
by
TaohooAutumn
PDF
poster_wichai_125_No4
by
RVSCHO
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
ปราณปริยา สุขเสริฐ
PDF
2562 final-project1-18-vasaraj
by
KUMBELL
PDF
โรคซึมเศร้า
by
NattanichaYRC
PDF
2562 final-project 40-609_pimchanok
by
pimchanokSirichaisop
PDF
Com term2
by
NarawadeeJaemsri
โรคซึมเศร้า
by
Mai Natthida
กิจกรรมที่ 5 นำเสนอโครงงาน
by
ปราณปริยา สุขเสริฐ
Depression and suicide
by
Wajana Khemawichanurat
โครงงานเรื่องโรคซึมเศร้า
by
จี จี้
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
by
Gear Tanatchaporn
Poster_wichai_154_no22
by
AthisaraMarayart
Poster_อธิสรา_22_154
by
AthisaraMarayart
โรคซึมเศร้าแก้ไข
by
NattanichaYRC
Depression of thai people
by
Nantharat Pansara
medication counseling for asolescent with depression
by
kamolwantnok
Kronggnan kuu
by
Natthapatch37
Presentation final no.32,36
by
Thanatchaya21
Comm 1-final
by
RungtiwaWongchai
Mameyah
by
TaohooAutumn
poster_wichai_125_No4
by
RVSCHO
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
ปราณปริยา สุขเสริฐ
2562 final-project1-18-vasaraj
by
KUMBELL
โรคซึมเศร้า
by
NattanichaYRC
2562 final-project 40-609_pimchanok
by
pimchanokSirichaisop
Com term2
by
NarawadeeJaemsri
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
1.
โครงงาน เรื่อง โรคซึมเศร้า Major
depressive disorder
2.
รู้หรือไม่? โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์ที่พบบ่อย โดยมีความชุกตลอดช่วงชีวิตถึง 12% พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบได้ในทุกช่วงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิด เหตุการณ์เลวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก
เช่น การสูญเสีย ความผิดหวังหรือ การหย่าร้าง การเป็นโรคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลวหรือไม่มีความสามารถ เพราะมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าโรค ซึมเศร้ามีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการทางานของระบบสมองที่ผิดปกติ ในปัจจุบันโรค ซึมเศร้าสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาและการรักษาทางจิตใจ หากไม่ได้รับการ รักษาอาจเกิดผลกระทบต่อการดาเนินชีวิตประจาวัน การทางานและความสัมพันธ์ กับคนรอบข้าง นาไปสู่ภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงมากขึ้น เช่น มีอาการหลงผิด หูแว่ว มี ความคิดทาร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย
4.
โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ เช่น เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง เกิดได้ทั้งมีสาเหตุ เช่น การ สูญเสีย การหย่าร้าง ความผิดหวัง และเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุใดๆ ซึ่งในปัจจุบันโรคนี้สามารถ รักษาหายได้ด้วยการใช้ยา การรักษาทางจิตใจ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน โรคซึมเศร้า (อังกฤษ: Major depressive disorder) เป็นความผิดปกติทางจิตซึ่งทาให้ผู้ป่วยเกิดอารมณ์ ซึมเศร้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ในแทบทุกสถานการณ์ มักเกิดร่วมกับการขาดความภูมิใจแห่งตน การเสีย ความสนใจในกิจกรรมที่ปกติทาให้เพลิดเพลินใจ อาการไร้เรี่ยวแรง และอาการปวดซึ่งไม่มีสาเหตุ ชัดเจน ผู้ป่วยอาจมีอาการหลงผิดหรือมีอาการประสาทหลอน ผู้ป่วยบางรายมีช่วงเวลาที่มีอารมณ์ ซึมเศร้าห่างกันเป็นปี ๆ ส่วนบางรายอาจมีอาการตลอดเวลา โรคซึมเศร้าสามารถส่งผลกระทบในแง่ ลบให้กับผู้ป่วยในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ชีวิตส่วนตัว ชีวิตในที่ทางานหรือโรงเรียน ตลอดจนการหลับ อุปนิสัยการกิน และสุขภาพโดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าผู้ใหญ่ประมาณ 2–7% เสียชีวิตจากการฆ่าตัว ตาย และประมาณ 60% ของผู้ฆ่าตัวตายกลุ่มนี้มีโรคซึมเศร้าร่วมกับความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดอื่น
5.
คาว่า ความซึมเศร้า สามารถใช้ได้หลายทาง
คือ มักใช้เพื่อหมายถึงกลุ่มอาการนี้ แต่อาจหมายถึงความ ผิดปกติทางจิตอื่นหรือหมายถึงเพียงภาวะซึมเศร้าก็ได้ โรคซึมเศร้าเป็นภาวะทาให้พิการ (disabling) ซึ่งมีผลเสียต่อครอบครัว งานหรือชีวิตโรงเรียน นิสัยการหลับและกิน และสุขภาพโดยรวมของบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ราว 3.4% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าฆ่าตัวตาย และมากถึง 60% ของผู้ที่ฆ่าตัวตายนั้นมี ภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางอารมณ์อย่างอื่น ในประเทศไทย โรคซึมเศร้าเป็นความผิดปกติ ทางจิตที่พบมากที่สุด (3.7% ที่เข้าถึงบริการ) เป็นโรคที่สร้างภาระโรค (DALY) สูงสุด 10 อันดับแรก โดยเป็นอันดับ 1 ในหญิง และอันดับ 4 ในชายการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าอาศัยประสบการณ์ที่รายงาน ของบุคคลและการทดสอบสภาพจิต ไม่มีการทดสอบทางห้องปฏิบัติการสาหรับโรคซึมเศร้า ทว่า แพทย์อาจส่งตรวจเพื่อแยกภาวะทางกายซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการคล้ายกันออก ควรแยกโรค ซึมเศร้าจากความเศร้าซึ่งเป็นธรรมดาของชีวิตและไม่รุนแรงเท่า มีการตั้งชื่อ อธิบาย และจัดกลุ่ม อาการซึมเศร้าว่าเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ (mood disorder) ในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสาหรับ ความผิดปกติทางจิตปี 2523 ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน คณะทางานบริการป้องกันสหรัฐ (USPSTF) แนะนาให้คัดกรองโรคซึมเศร้าในบุคคลอายุมากกว่า 12 ปี แต่บทปฏิทัศน์คอเครนก่อน หน้านี้ไม่พบหลักฐานเพียงพอสาหรับการคัดกรองโรค
6.
สาเหตุของโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้าคือโรคทางจิตเวชที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองชื่อ เซโรโท นิน (Serotonin)
มีปริมาณลดลง ทาให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งร่างกาย จิตใจ และความคิด รู้สึกท้อแท้ หงอยเหงา เบื่อหน่าย ไม่สนุกสนานกับชีวิต นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นกลางดึก ฝันร้ายบ่อยครั้ง ส่งผล กระทบให้ความสามารถในการทางานลดลง ทั้งนี้ สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการซึมเศร้ามาจากหลายปัจจัย ทั้งจากด้านกรรมพันธุ์ พัฒนาการ ของจิตใจ และสิ่งแวดล้อมที่เผชิญ เช่น ประสบกับความเครียดหนัก ๆ เจอมรสุมชีวิต เจ็บป่วยเรื้อรัง จนหมดกาลังใจ พบกับความสูญเสียในชีวิต เช่น การพลัดพรากจากพ่อแม่ในวัยเด็ก สูญเสียคนรัก ครอบครัว ตกงาน ปัญหาเรื่องการเงิน ต้องย้ายบ้านกะทันหัน ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น และหากเจอกับเหตุการณ์หรือความรู้สึกเหล่านั้นบ่อย ๆ ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้ รวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางตัว ก็อาจส่งผลให้เกิด โรคซึมเศร้าได้เช่นกัน
7.
ชนิดของโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน
ซึ่งแต่ละชนิดมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปดังนี้ 1. Major depression (โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง) โรคซึมเศร้าชนิดนี้จะรบกวนการทางาน การ รับประทานอาหาร การนอนหลับ การเรียน รวมทั้งอารมณ์สุนทรีย์ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าชนิดนี้ จะเกิดเป็นครั้งๆ แล้วหายไป แต่ทั้งนี้ก็สามารถเกิดได้บ่อยครั้ง 2. Dysthymia (โรคซึมเศร้าเรื้อรัง) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่อยู่ในภาวะที่รุนแรง และสามารถเป็นแบบ เรื้อรัง ทั้งนี้มันสามารถทาให้ผู้ป่วยเกิดการสูญเสียความสามารถในการทางานและความรู้สึกที่ดีได้ 3. Bipolar หรือ Manic-depressive illness (โรคซึมเศร้าอารมณ์ตก) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ผู้ป่วยมี การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ซึ่งสาหรับบางคนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยส่วนมาก จะค่อยเป็นค่อยไป เมื่อซึมเศร้าก็จะมีอาการมากบ้างน้อยบ้าง แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วง อารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุ จะทาให้ผู้ป่วยมีอาการพูดมากกว่าที่เคยเป็น มีความกระฉับกระเฉงมาก เกินกว่าเหตุ มีพลังงานในร่างกายที่เหลือเฟือ ในช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุนั้น จะมีผลกระทบต่อ ความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ป่วยอาจจะหลงผิด หากผู้ป่วยในภาวะนี้ ไม่ได้รับการรักษาจะทาให้ผู้ป่วยกลายเป็นโรคจิต
8.
นพ.พิชัย อิฏฐสกุล จิตแพทย์
โรงพยาบาลมนารมย์ อธิบายเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าให้ฟังว่า โรคซึมเศร้า ถือเป็นโรคทางด้านจิตเวชที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือปัจจัยทาง ชีวภาพหรือพันธุกรรมเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของเคมีในสมอง เช่นความผันผวนของระดับ ฮอร์โมนที่สาคัญ สืบทอดจากพ่อแม่สู่ลูก และเกิดจากปัจจัยด้านจิตใจหรือสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าปัจจัย ทางอารมณ์ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางอารมณ์ เช่นหากเป็นภาวะซึมเศร้าในวัยเด็ก (Childhood Depression) อาจมีสาเหตุจากความตึงเครียดในครอบครัว เหตุการณ์สะเทือนใจอย่าง รุนแรง หรือความคาดหวังทางการศึกษาเล่าเรียนที่สูงส่งเกินความสามารถของตน ภาวะซึมเศร้าใน โรคประสาท (Neurotic depression) ซึ่งอาจพบร่องรอยว่าถูกบีบคั้นอย่างมากในวัยเด็ก แล้วปะทุ ออกมาในช่วงชีวิตภายหลัง ภาวะซึมเศร้าเพราะความชรา (Depression of age) เกิดเพราะ ความสามารถในการปรับตัวลดน้อยลง มีชีวิตโดดเดี่ยว ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยหรือปัญหาที่เรียก กันว่า ภาวะสะเทือนใจหลังเกษียณ (สูญเสียคุณค่าในตนไม่มีงาน ความรู้สึกว่าไร้สมรรถภาพ) จิตแพทย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังรวมไปถึงภาวะซึมเศร้าจากปฏิกิริยาทางใจ (Reactive depression) เช่น อาการซึมเศร้าภายหลังจากคู่แต่งงานเสียชีวิต
9.
ภาวะซึมเศร้าในเด็ก
10.
โรคซึมเศร้าในเด็ก อ้างอิง : https://www.youtube.com/watch?v=oeSOHNJsWYc
11.
อาจเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่เด็กซึ่งเป็นวัยที่บริสุทธิ์ สดใส ร่าเริง
จะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ความจริงเป็นที่น่า ตกใจว่า เด็กมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรงและโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังได้เท่า ๆ กับผู้ใหญ่และ สามารถเกิดการฆ่าตัวตายได้เช่นเดียว อาการที่เกิดขึ้นคล้ายผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการ ของลูก ดังนี้ เด็กเล็กมักจะมีอาการ แกล้งป่วย ไม่ไปโรงเรียน ติดพ่อแม่ กังวลว่าพ่อแม่จะเสียชีวิต ส่วนเด็กโตจะ นิ่งไม่พูด มีปัญหาที่โรงเรียน มองโลกในแง่ร้าย เป็นต้น ซึ่งหากลูกหลานมีพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าเพิ่ง ตาหนิ ดุว่า เพราะเด็กอาจเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ใหญ่ควรพูดคุยกับเด็กก่อนถึงสาเหตุ เพราะเด็กวัยนี้จะ สามารถบอกเล่าอาการของตนเองได้แล้ว ผู้ใหญ่จึงสามารถสอบถามเด็กได้ว่าเด็กรู้สึกอย่างไร ซึ่งเด็ก จะบอกว่ารู้สึกไม่แจ่มใส ไม่สมาธิ การเรียนแย่ลง หงุดหงิดง่าย คิดหมกมุ่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่าง และบางรายอาจมีความคิดฆ่าตัวตายรวมทั้งพยายามฆ่าตัวตายด้วย ภาวะอยากตายของเด็กอาจ แสดงออกโดยคิดหมกมุ่นเกี่ยวกับการตาย และมีการกระทาซึ่งแสดงให้เห็นว่าต้องการให้ตัวเองได้รับ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และจะพยายามทาซ้า ๆ หากเป็นเช่นนี้ ผู้ใหญ่ควรพาไปเด็กไปรับการปรึกษากับจิตแพทย์โดยด่วน
12.
ภาวะซึมเศร้าในเด็กมักเกิดจากสาเหตุใด? สาเหตุทางกาย (Biological cause) 1.เกิดจากสารเคมีที่เป็นสารสื่อประสาทในสมองบางอย่างแปรปรวน
ไม่สมดุลก็ทาให้เกิดซึมเศร้าได้ ซึ่งพบว่าระบบสารเคมีในสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยพบมีสารสื่อประสาทที่สาคัญเช่น ซีโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ลดต่าลง 2. สาเหตุด้านกรรมพันธุ์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องสูงในโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะผู้มีครอบครัวเป็นโรคนี้มี โอกาสป่วยด้วยโรคซึมเศร้า 2.8 เท่าของคนทั่วไป
13.
สาเหตุด้านจิตใจ (Phychological cause) 1.
ความเครียดที่เกิดจากการเรียนหนัก เพราะปัจจุบันค่านิยมเรื่องการเรียนพิเศษเพื่อให้สอบได้ คะแนนดีหรือเพื่อการแข่งขันเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับชั้นต่างๆ ทาให้เด็กต้องใช้เวลาในการเรียน ยาวนานในแต่ละวันจนเกิดเป็นความเครียดสะสม 2. เด็กขาดความมั่นใจในตนเองกลัวการแข่งขัน กลัวพลาดหวังทาให้เกิดความเครียดสะสมยิ่งเกิดการ เปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างเพื่อนๆหากคะแนนของตนเองสู้เพื่อนไม่ได้ทาให้ตนเองพลอยคิดว่า ทาอะไรก็ไม่ประสบความสาเร็จ และไม่เกิดความภาคภูมิใจในตนเองทาให้หมดกาลังใจและเกิด ความเครียดสะสมจนเป็นโรคซึมเศร้า 3. ถูกเพื่อนก่อนแกล้งเสมอ หรือรู้สึกไม่ชอบ กลัว กังวล กับบุคคลรอบข้างเพราะมีความรู้สึกไม่ดีหรือ รู้สึกไม่สบายใจที่ต้องอยู่ด้วยทาให้เกิดความเครียดสะสมเป็นเวลานาน 4. การเลี้ยงดูที่เข้มงวดเกินไป เด็กไม่สามารถแสดงออกถึงสิ่งที่ตนต้องการได้ ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เท่านั้น และมีการตั้งระเบียบกฎเกณฑ์ที่มากจนเกินไปโดยไม่รับฟังความเห็นของลูก 5. นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวกับครอบครัว เช่น การเสียชีวิตของพ่อแม่หรือคนในครอบครัว การที่พ่อแม่แยกทางกัน สาเหตุเช่นนี้จะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สุดที่เด็กจะเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย
14.
ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น
15.
โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น อ้างอิง : https://www.youtube.com/watch?v=GkwtefIQu7Q
16.
วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งทางร่างกาย จิตใจ
และสังคม ทาให้วัยรุ่นเป็นวัย ที่พบโรคความผิดปกติทางอารมณ์ได้บ่อย โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีสาเหตุ ซับซ้อน เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยชีวภาพของสมอง ปัจจัยทางจิตสังคมและปัจจัยทาง บุคลิกภาพที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคิด การตัดสินใจ และอาจนามาซึ่งพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของวัยรุ่นในประเทศไทย หลาย ครั้งวัยรุ่นที่มีโรคซึมเศร้าอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการทางกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้องเรื้อรัง หรืออาจ มาด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโรคซึมเศร้า เช่น ปัญหาการเรียน ปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบ ข้าง ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ วัยรุ่นบางคนอาจสามารถอธิบายถึงอารมณ์เศร้าได้ว่า เป็นความรู้สึกเศร้าเหงา หดหู่ ไม่มีความสุข อย่างไรก็ตามในวัยรุ่น อารมณ์ซึมเศร้าอาจถูกแสดงออกเป็นลักษณะของอารมณ์หงุดหงิดง่าย กระวน กระวาย โกรธง่าย มองโลกแง่ลบ ชอบโต้แย้ง ทะเลาะวิวาท แทนความรู้สึกซึมเศร้าเหมือนในผู้ใหญ่ หลายครั้งวัยรุ่นอาจบรรยายอารมณ์ของตนเอง เป็นความรู้สึกเบื่อ ไม่สนุก ไม่อยากทาอะไร อ่อนเพลีย ง่ายโดยถ้าพบว่าตนเองมีอาการต่างๆที่กล่าวมานี้ ควรปรึกษาแพทย์
17.
ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นมักเกิดจากสาเหตุใด? 1. เกิดจากภาวะกดดันหรือความเครียดนามาก่อน และไม่สามารถปรับตัวได้
แม้ว่าปัญหาจะหมดไป แล้ว หรือเป็นปัญหาต่อเนื่อง และไม่สามารถปรับตัวได้ 2. พบมีภาวะการสูญเสีย ซึ่งคนปกติจะมีอาการซึมเศร้าได้ แต่ไม่ควรมีเกินกว่า 2 เดือน หลังจาก เหตุการณ์ ภาวะซึมเศร้าจากการเกิดโรคทางกาย หรือความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด 3. ลักษณะบุคลิกภาพเดิมที่มักมีแนวคิดทาให้ตนเองซึมเศร้า เช่น มองตนเองในแง่ลบ มองโลกในแง่ ร้าย เห็นแต่ข้อบกพร่องของตนเอง การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ พบว่ามีความสาคัญมาก เด็กวัยนี้จะมีความคิดค่อนข้างอิสระ ต้องการเป็นตัวของตัวเอง พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง อยากให้เพื่อนยอมรับตน และต้องการ เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อน เริ่มมองบทบาทของตนเองที่แยกออกจากครอบครัวมากขึ้น เริ่มไม่ยอมรับ ความเห็นของพ่อแม่ ต้องการความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันอารมณ์จะยิงสับสน วู่วาม ขึ้นๆ ลง ทาให้ โอกาสที่จะขัดแย้งกับพ่อแม่มีมากขึ้น บางครั้งรุนแรงจนถึงขึ้นหนีออกจากบ้าน หันไปหายาเสพติด หรือเกิดอาการซึมเศร้าจนคิดอยากฆ่าตัวตายได้
18.
ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
19.
โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ อ้างอิง : https://www.youtube.com/watch?v=4qZeUkRjX24
20.
บุคคลเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
สังคม และสิ่งแวดล้อม ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัว ปรับใจต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ได้จึง มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าบุคคลวัยอื่น โดยมีรายงานว่าประมาณร้อยละ 30 ของผู้ที่มีอายุ มากกว่า 60 ปีขึ้นไปเคยมีประสบการณ์ของการมีภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งส่งผล ต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุเป็นการเจ็บป่วยทางจิตใจชนิดหนึ่งที่ตอบสนองต่อความผิดหวัง ความ สูญเสีย หรือการถวิลหาสิ่งที่ขาดหายไป เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทาให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มีความสุข จิตใจ หม่นหมอง หดหู่หมดความกระตือรือร้น เบื่อหน่ายสิ่งต่างๆ รอบตัว แยกตัวเอง ชอบอยู่เงียบๆ คน เดียว ท้อแท้บางครั้งมีความรู้สึกสิ้นหวัง มองชีวิตไม่มีคุณค่า มองตนเองไร้ค่า เป็นภาระต่อคนอื่น ถ้า มีอาการรุนแรงจะมีอันตรายจากการทาร้ายตนเองได้ มีรายงานการฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่า ร้อย ละ 90 มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม มีบางรายที่แสดงออกด้วยการหงุดหงิดโมโห ง่าย ทะเลาะกับบุตรหลานบ่อยครั้ง น้อยใจง่าย มักมาพบแพทย์ด้วยอาการใจสั่น ปวดหัว ปวดหลัง ปวดท้อง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอนไม่หลับ หรือท้องอืด ท้องเฟ้อ เมื่อแพทย์ตรวจแล้วไม่พบความ ผิดปกติใดๆ ที่รุนแรง
21.
ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักเกิดจากสาเหตุใด? ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุร่วมกัน ทั้งสาเหตุทางด้านร่างกาย จิตใจ
และ สภาพสังคม สิ่งแวดล้อม ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1. สาเหตุทางด้านร่างกายที่พบบ่อย ได้แก่พันธุกรรมหรือการมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้าใน ครอบครัว ความผิดปกติของสารสื่อประสาทบางตัวในสมอง การมีพยาธิสภาพในสมองเช่นมีการ เสื่อมของเซลล์ประสาท หรือมีการฝ่อของสมองบางส่วน หรือเป็นโรคทางกายที่มีผลกระทบโดยตรง ต่อสมอง เช่น โรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคต่อมธัยรอยด์ ฯลฯ หรือเป็น ผลข้างเคียงจากยาที่รับประทานเป็นประจา เช่น ยาลดความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคกระเพาะอาหาร ยาขับปัสสาวะ หรือยารักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น
22.
2. สาเหตุทางด้านจิตใจที่พบบ่อย ได้แก่
การไม่สามารถปรับตัวต่อการสูญเสีย เหตุการณ์ที่ทาให้เกิด ความ ผิดหวัง เสียใจ น้อยใจ หรือมีความเครียดในเรื่องต่างๆ ทาให้เกิดเป็นความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เช่น คู่ชีวิต ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท การ สูญเสียหน้าที่การงาน บทบาทในครอบครัว การย้ายที่อยู่ เจ็บป่วยทางกายที่ทาให้เกิดความทุกข์ ทรมาน เจ็บปวด หรือเป็นโรคเรื้อรังที่มีค่าใช้จ่ายจานวนมาก เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคข้อ โรคมะเร็ง เป็นต้น บุตรหลานไม่ปรองดองกัน ไม่ได้รับการยอมรับนับถือจากลูกหลาน เนื่องจากเห็นว่าอายุมากแล้ว ไม่ทันต่อเหตุการณ์ หรือมีปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการมีบุคลิกภาพ ดั้งเดิมเป็นคนที่ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง มองตนเองในด้านลบบ่อยๆ หรือชอบพึ่งพาผู้อื่น 3. สาเหตุทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อมที่พบบ่อย ได้แก่ การปรับตัวไม่ได้ต่อสภาพแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลง ไปตามยุคสมัย การประสบความเครียดจากการดาเนินชีวิตประจาวัน การทะเลาะเบาะ แว้งของคนในครอบครัว เป็นต้น
23.
สถานการณ์โลกของโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้านั้นก่อให้เกิดการสูญเสียด้านสุขภาพอย่างมีนัยสาคัญ และส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก องค์กรอนามัยโลกได้ประมาณการว่ามีประชากรมากกว่า300 ล้านคนเป็นโรคซึมเศร้า
4 ของประชากรโลก พบจานวนผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้านั้นเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ18 ในช่วงปี 2548 ถึงปี 2558 โดยเป็นผลจาก จานวนประชากรโลกและผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะพบโรคซึมเศร้าได้มากในประชากรกลุ่มนี้โรคซึมเศร้า เป็นสาเหตุที่ทาให้เกิดความบกพร่องทางสุขภาพในประชากรทั่วโลก (คิดเป็นร้อยละ 7.5 ของการสูญเสียสุข ภาวะบกพร่องทางสุขภาพ) มากกว่าร้อยละ80 ของภาระโรคที่เกิดขึ้นจากโรคซึมเศร้าอยู่ในประเทศที่มีรายได้ ต่าและปานกลาง เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกและ แปซิฟิกตะวันตกซึ่งเป็น 2 ภูมิภาคที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดโรคทางจิตเวชนั้นมีผลในเชิงเศรษฐกิจ อย่างรุนแรง ประมาณการว่าโรคซึมเศร้านั้นก่อให้เกิดการสูญเสียต่อเศรษฐกิจเป็นมูลค่าถึง 800 ล้านดอลลาร์ สหรัฐในปี 2553 และคาดว่ามูลค่าความสูญเสียนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปี 2573 จากรายงานการสารวจ แผนที่สุขภาพจิตของโลกปี 2557 พบว่าประเทศที่มีรายได้ต่าและปานกลางจัดสรรงบประมาณน้อยกว่า2 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีต่อประชากร 1 คนเพื่อการรักษาและป้องกันโรคซึมเศร้า ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วมี การจัดสรรงบประมาณเฉลี่ยสูงถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีผลของการจัดสรรงบประมาณที่จากัดสาหรับงาน สุขภาพจิตทาให้เกิดช่องว่างในการเข้าถึงบริการและการรักษาโรคทางจิตเวช
24.
สถานการณ์โรคซึมเศร้าในไทย โรคซึมเศร้านั้นจัดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สาคัญของประเทศไทย จากรายงานภาระโรคและ การบาดเจ็บของประชากรไทยปี 2556
พบว่าโรคซึมเศร้านั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทาให้เกิดการสูญเสียปี สุขภาวะจากภาวะบกพร่องทางสุขภาพในเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 12.6 รองลงมาคือโรคต้อกระจก ร้อยละ 8.5 และโรคข้อเสื่อมร้อยละ 7.47 จากรายงานการสารวจทางระบาดวิทยาสุขภาพจิตคนไทย ปี 2551 โดยกรมสุขภาพจิตในคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปพบโรคซึมเศร้ารุนแรงชนิดครั้งคราวร้อยละ 2.4 และ และชนิดเรื้อรัง ร้อยละ 0.3 รวมทั้งสองโลกประมาณการว่ามี 1.5 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรค ซึมเศร้านั่นหมายความว่าประชากรในไทย 100 คนจะมี 3 คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งนี้ เพศหญิง นั้นเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าเพศชายถึง 1.7 เท่า (ความชุกในเพศหญิงและเพศชายนั้น อยู่ที่ร้อยละ 2.9 และ 1.7 ตามลาดับ) 8 ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง จาก การประเมินด้วย Mini International Neuropsychiatric Interview ในปี 2551 พบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีอัตราความรุนแรงที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงถึงร้อยละ 20.4 เมื่อเปรียบเทียบกับโรคจิตเภทอื่นๆ จาก ข้อมูลของระบบดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้าซึ่งมีการประเมินความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย พบว่าผู้ป่วย โรคซึมเศร้าที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปีนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายระดับสูงมากกว่ากลุ่ม ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ร้อยละ 6.4 และร้อยละ 1.17 ตามลาดับ
25.
วิธีป้องกันโรคซึมเศร้า เมื่อสังเกตแล้วว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวกาลังตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าทั่วไป หรือแม้กระทั่งหลังผล การวินิจฉัยของแพทย์แล้วก็ตามว่าเป็นโรคซึมเศร้า คุณสามรถดูแลตัวเองหรือผู้ป่วยควบคู่ไปกับการ บาบัดได้ดังนี้ 1.
หางานอดิเรกทา เช่น ทาอาหารหรือต่อจิกซอว์ ผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกสนุกนัก แต่กิจกรรมยามว่าง เหล่านี้จะช่วยสร้างสมาธิและทาให้สามารถจดจ่อได้มากขึ้น 2. ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในชีวิตประจาวัน ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าและไม่มี ความสามารถ การตั้งเป้าหมายเล็กๆ จะสร้างกาลังใจให้แก่ผู้ป่วย 3. ออกกาลังกาย การออกกาลังกายทาให้สารเอ็นโดรฟิน (endorphin) หลั่งออกมา ซึ่งทาให้รู้สึกมี ความสุข อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสมองให้มีความตื่นตัวมากขึ้นในระยะยาว ผู้ป่วยไม่จาเป็นต้องออก กาลังกายหรือเล่นกีฬาหนักๆ แค่เดินออกกาลังสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ
26.
4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ แม้จะรู้สึกเบื่ออาหาร
ผู้ป่วยควรพยายามรับประทานอาหารที่สด สะอาด และทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ ร่างกายจึงจะรู้สึกสดชื่นและมีพลังงาน นอนพักผ่อนให้เพียงพอ แม้การนอนจะเป็นเรื่องที่ควบคุมยากมากในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่การ พักผ่อนให้เพียงพอ (6-8 ชั่วโมง) จะช่วยให้ลืมความกังวลไปได้ชั่วขณะ และเมื่อตื่นขึ้นมาร่างกายและ สมองก็จะมีความพร้อมสาหรับกิจกรรมของแต่ละวันมากขึ้น
27.
การเตรียมตัวรับมือกับโรคซึมเศร้า โดยปกติเท่าที่มีการพบข้อมูลขณะทาการรักษาพบว่า ผู้ที่มีเกณฑ์จะเป็นโรคซึมเศร้ามักจะเริ่มเป็นตอน ช่วงอายุ25 ปี
หลังจากนั้นก็จะเกิดอาการซึมเศร้าต่อเนื่องไปเป็นระยะยาวถึงแม้ว่าจะมีการเข้ารับการรักษา แล้ว แต่ก็ยังต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดการเป็นโรคซึมเศร้าก็จะมีความคล้ายคลึงการเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคความดัน ที่ถึงแม้จะไม่มีอาการให้เห็นแล้ว แต่ก็ต้องทานยาควบคุมไม่อาการกาเริบได้แต่ข้อดีของ การเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ตรงที่เมื่อเข้ารับการรักษาแล้วผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้วิตได้เป็นปกติ บางคนมี สติปัญญาที่ดีขึ้น เป็นคนเก่ง ในบางรายสามารถเรียนได้ถึงในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก บางรายก็เป็น ผู้บริหารระดับสูง เป็นคนที่สามารถประสบความสาเร็จในสังคมได้ฉะนั้น เมื่อพูดถึงการรักษาหากผู้ป่วย รับประทานยาจนครบแล้วแพทย์ที่ทาการรักษาก็จะให้หยุดยาและยังต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่ามันอาจจะกลับเป็นซ้าอีกได้อย่าง โรคมะเร็ง ที่เมื่อได้ฆ่าเชื้อมะเร็งให้หมดไปแล้วแต่ก็ต้องเฝ้าดู ว่าจะกลับมาเป็นมะเร็งซ้าอีกได้รึเปล่าโรคซึมเศร้าก็เช่นกัน การรับมือกับโรคนี้ก็ให้หมั่นสังเกตจาก พฤติกรรมทั้ง 9 อย่างข้างต้น อย่าละเลยจนทาให้คนๆ หนึ่งต้องออกจากงาน เกิดการหย่าร้าง หรือทุบตีลูกโดย ที่ไม่มีเหตุผล หากคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เกิดเป็นโรคนี้ไปเลี้ยงลูกเข้า ลูกก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาเมื่อเราเจอ สัญญาณอันตรายก็ต้องรีบพาไปรักษาตั้งแต่เนื่อนๆอย่ารอให้ผู้ป่วยมีความคิดที่ไม่ดีต่อตัวเอง อย่าง การฆ่าตัว ตาย เราต้องพาเขาเข้าสู่กระบวนการรักษาและบาบัดให้ได้เร็วที่สุด
28.
แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 1. การรักษาโดยการใช้ยา สาหรับการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยการใช้ยานั้น จะมียาหลากหลายชนิดด้วยกันที่เลือกใช้รักษา
ไม่ว่าจะ เป็นยาชนิดที่ทาให้ง่วงและไม่ทาให้ง่วง สาหรับยาที่ใช้ในการแก้โรคซึมเศร้าจะไม่ทาให้เกิดการเสพ ติดแต่อย่างใด นั่นแสดงว่าผู้ป่วยสามารถหยุดรับประทานยาได้เมื่ออาการเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วน ของยาแก้โรคซึมเศร้านั้นไม่ได้ออกฤทธิ์เพียงเพื่อช่วยลดความกังวลเท่านั้น แต่มันจะทาให้อารมณ์ ของคุณหายจากอาการเศร้าได้จริงๆ ทั้งนี้ยาชนิดนี้จะออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องทานยา อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ จึงจะสามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหรือมีอารมณ์ที่แจ่มใสขึ้น และสาหรับการใช้ยานั้นมักจะต้องใช้เวลานานถึง 4-6 สัปดาห์ยาจึงจะออกฤทธิ์และแสดงผลลัพธ์ได้ อย่างเต็มที่
29.
2. การรักษาโดยการไม่ใช้ยา สาหรับการรักษาโรคซึมเศร้าโดยไม่ใช้ยานั้นทาได้ด้วยการเปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความเศร้า และ รวมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น
นั่นก็คือ ผู้ป่วยที่มีอารมณ์เศร้ามักจะมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งก็ เป็นวัฏจักรที่จะทาให้ภาวะซึมเศร้านั้นอยู่กับตัวผู้ป่วยนาน ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยเกิดอารมณ์เศร้าจึงควร บอกและค่อยๆ พูดกับผู้ป่วยให้หยุดเศร้าสักประเดี๋ยว แล้วให้ย้อนกลับไปคิดว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นแน่นอนว่าจะมีความคิดอะไรบางอย่างแว็บเข้ามาในสมอง จากนั้นให้ลองพิจารณาดู ว่าความคิดนั้นถูกต้องแค่ไหน หากคิดว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ อารมณ์จะดีขึ้นทันที อย่างน้อย ก็จะทาให้ผู้ป่วยมองโลกในแง่ดีจนกว่าจะเผลอไปคิดในแง่ร้ายอีกครั้ง
30.
โรคซึมเศร้ารักษาให้หายขาดได้หรือไม่? หายขาดได้ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่หายขาด แต่มาไกลในระดับอาการสงบ
ซึ่งแบ่งเป็น อาการสงบอย่างสมบูรณ์ หรืออาการสงบบางส่วน มีอาการบางส่วนอยู่บ้างตัวชี้วัดที่ดีกว่าคาว่า หายขาดหรืออาการสงบ คือ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเอง กินอาหารได้ดีหรือไม่ นอนหลับได้ดีหรือไม่ สมาธิในการทางานดีหรือไม่ ชีวิตทางเพศปกติสุขดีหรือไม่ ปราศจากความหดหู่ และไม่มีความคิด อยากฆ่าตัวตาย
31.
ข้อควรปฏิบัติเมื่อป่ วยเป็นโรคซึมเศร้า 1. ไม่ควรตั้งเป้าหมายในการทางานมากจนเกินไป
และไม่ควรรับผิดชอบทุกอย่างจนเกิน ความสามารถของตัวเอง 2. ควรแยกแยะปัญหาใหญ่ๆ ให้เป็นส่วนย่อย แล้วค่อยๆ เรียบเรียงลาดับความสาคัญก่อนหลังเพื่อลง มือแก้ไข 3. ห้ามบังคับตัวเองหรือตั้งเป้าหมายกับตัวเองสูงเกินไป เพราะนั่นจะยิ่งเป็นการเพิ่มความกดดันและ เสี่ยงต่อความล้มเหลวในภายหลัง 4. หมั่นหากิจกรรมที่ชอบและทาให้ตัวเองรู้สึกดีมาทาบ่อยๆ เพื่อให้เกิดอารมณ์ที่เพลิดเพลินและทา ให้มีชีวิตชีวาสดใส 5. ไม่ควรตาหนิตัวเอง เมื่อไม่สามารถทาอะไรบางอย่างให้สาเร็จได้ตามที่วางแผนไว้ควรรู้จักให้อภัย ตัวเองและให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่
32.
อ้างอิง https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0 %B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8% B2 https://www.sanook.com/health/721/ https://www.pobpad.com/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B 8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2 http://www.thaiticketmajor.com/variety/lifestyle/5682/
33.
ผู้จัดทา นางสาวฑิฆัมพร นะวะเดีย เลขที่
3 ม.6/5 นางสาวธนัชพร สุภาแจ่ม เลขที่ 15 ม.6/5
Download