Recommended
PPTX
อารมณ์ และความฉลาดทางอารมณ์
DOCX
เรื่องที่ 1 การประเมินทางจิตเวช
PDF
คู่มือดำเนินงานดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน
PPTX
PDF
คู่มือดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช
PDF
แนวทางการดูแลผู้ป่วยสติปัญญาบกพร่อง ออทิสติก สมาธิสั้น และภาวะบกพร่องทางการเร...
PPT
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอารมณ์ผิดปกติ โดย อ.วิไลวรรณ บุญเรือง
PPTX
PDF
แผ่นพับแนะนำตนเอง สำหรับประเมิน คศ.2 ประเมิน คศ.3 แผ่นพับสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย
PDF
แบบประเมินโครงงาน1โดยอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนpresent
PDF
PDF
PPTX
สื่อการสอน เรื่อง งานประดิษฐ์
PDF
PDF
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (T)
PDF
โครงสร้างตัวชี้วัดวิทย์.Doc ม.3 ภาค 2
DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
PPTX
จำนวนเชิงซ้อนไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด
PDF
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
PDF
PDF
PDF
เอกสารประกอบการสอนเรื่องเสียง
PDF
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
PDF
2ชุดฝึกทักษะกระบวนการคิดตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน
PDF
เรื่อง ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการ
PPTX
โครงงาน เรื่อง กระถางย่อยได้
PPTX
โครงงาน เจลล้างมือกลิ่นผลไม้
More Related Content
PPTX
อารมณ์ และความฉลาดทางอารมณ์
DOCX
เรื่องที่ 1 การประเมินทางจิตเวช
PDF
คู่มือดำเนินงานดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน
PPTX
PDF
คู่มือดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช
PDF
แนวทางการดูแลผู้ป่วยสติปัญญาบกพร่อง ออทิสติก สมาธิสั้น และภาวะบกพร่องทางการเร...
PPT
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอารมณ์ผิดปกติ โดย อ.วิไลวรรณ บุญเรือง
PPTX
What's hot
PDF
แผ่นพับแนะนำตนเอง สำหรับประเมิน คศ.2 ประเมิน คศ.3 แผ่นพับสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย
PDF
แบบประเมินโครงงาน1โดยอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนpresent
PDF
PDF
PPTX
สื่อการสอน เรื่อง งานประดิษฐ์
PDF
PDF
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (T)
PDF
โครงสร้างตัวชี้วัดวิทย์.Doc ม.3 ภาค 2
DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
PPTX
จำนวนเชิงซ้อนไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด
PDF
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
PDF
PDF
PDF
เอกสารประกอบการสอนเรื่องเสียง
PDF
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
PDF
2ชุดฝึกทักษะกระบวนการคิดตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน
PDF
เรื่อง ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการ
Viewers also liked
PPTX
โครงงาน เรื่อง กระถางย่อยได้
PPTX
โครงงาน เจลล้างมือกลิ่นผลไม้
PPT
PDF
โครงงานเพื่อการศึกษาเรื่อง...โยคะ
PPTX
PDF
PDF
การดูแลเครื่องมือและอุปกรณ์ในการบำบัด
PDF
โครงงานออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง น้ำยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพด
DOC
โครงงานวิทยาศาสตร์แชมพูสระผมมะกรูด
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง เปลือกไข่ไล่มด
Similar to โครงงาน โรคไบโพลาร์-Bipolar-คนสองบุคลิก
PDF
Bipolar final presentation
PDF
PDF
2562 final-project 32-patthamaporn1
PDF
PPTX
กิจกรรมที่ 5 นำเสนอโครงงาน
PDF
PDF
2562 final-project 14-610
PDF
PDF
กิจกรรมที่1 โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
PPTX
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โรคซึมเศร้า
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
PDF
2562 final-project1-18-vasaraj
PPTX
Presentation final no.32,36
PDF
PPT
โครงงาน โรคไบโพลาร์-Bipolar-คนสองบุคลิก 1. โครงงาน
เรื่อง โรคไบโพลาร์ Bipolar คนสองบุคลิก
โครงงาน โรคไบโพลาร์ Bipolar คนสองบุคลิก
จัดทาโดย
1.นายแทนไท ธรรมธรานุรักษ์ เลขที่28
2.นายภูรินท์ วิสาชัย เลขที่36
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/14
ครูที่ปรึกษา
คุณครู….
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจังหวัดเชียงใหม่
ปีการศึกษา 2559
2. บทคัดย่อ
โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคทางอารมณ์ ทาให้ผู้ป่วยเป็นคนสองบุคลิก เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย
ลองไปทาควารู้จักกับ โรคไบโพล่าร์ อารมณ์แปรปรวนกันให้ชัด ๆ สาหรับโรคไบโพลาร์ (Bipolar) นี้
เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า แต่โรคซึมเศร้านั้นคือ
โรคอารมณ์ที่ชัดเจน ที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์
จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะครื้นเครง รื่นเริง
สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง
โรคไบโพลาร์นี้มีหลายชื่อ เช่น โรคอารมณ์แปรปรวน, manic-depressive disorder, bipolar affective
disorder, bipolar disorder ในปัจจุบันชื่อเป็นทางการคือ โรคไบโพลาร์ (bipolar disorder)
ลักษณะสาคัญของโรคนี้คือ อาการผิดปกติของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นแบบซึมเศร้า (depression)
หรือตรงข้ามกับซึมเศร้าคืออารมณ์ดีผิดปกติ (mania) ก็ได้
โครงงาน โรคไบโพลาร์ Bipolar คนสองบุคลิก
มีจุดมุ่งหมายในการทางาน โดยเป็นการสร้างความเข้าใจและแพร่กระจายข้อมูลให้กับคนทั่วไปได้สามารถ
ทาความเข้าใจกับโรคนี้เพื่อที่จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม
นอกจากนี้ยังเป็นการได้เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย
3. 4. 5. สารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ ก
กิตติกรรมประกาศ ข
คานา ค
สารบัญ ง
บทที่1 บทนา 1
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 1
วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1
สมมติฐานการศึกษา 1
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1
บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2
เอกสารอ้างอิง 3
เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา 4
บทที่3 วิธีการดาเนินโครงงาน 5
ตารางปฏิบัติ 6
เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา 7
วิธีการศึกษา 8
บทที่4 ผลการศึกษา 9
ผลการศึกษา 10
การศึกษาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น 11
บทที่5 สรุปผลการศึกษา 12
สรุปผลการศึกษา 13
6. ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน 14
ข้อเสนอแนะ 15
บรรณานุกรม 16
บทที่ 1
บทนา
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
เนื่องจาก โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคทางอารมณ์ ทาให้ผู้ป่วยเป็นคนสองบุคลิก เดี๋ยวดี
เดี๋ยวร้าย ๆ สาหรับโรคไบโพลาร์ (Bipolar) นี้ เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์
กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า แต่โรคซึมเศร้านั้นคือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจน ที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์
จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะครื้นเครง รื่นเริง
สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง
วัตถุประสงค์ของการการศึกษา
1. เพื่อศึกษาและเรียนรู้ทาความเข้าใจโรคไบโพลาร์
2. เพื่อเป็นการแพร่กระจายข้อมูลให้กับผู้คนทั่วไปได้รับรู้
สมมติฐานการศึกษา
สามารถทาความเข้าใจผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ ได้
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้รับความรู้จากการการศึกษาโรคไบโพลาร์
2. สามรถทาความเข้าใจผู้ป่วยโรคไบโพลาร์
3. ฝึกฝนความอดทน
4. ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อยารักษาโรค
7. บทที่ 2
การศึกษาเอกสารอ้างอิง
โรคไบโพลาร์ (Bipolar)
โรคไบโพลาร์นี้มีหลายชื่อ เช่น โรคอารมณ์แปรปรวน, manic-depressive disorder, bipolar affective
disorder, bipolar disorder ในปัจจุบันชื่อเป็นทางการคือ โรคไบโพลาร์ (bipolar disorder)
ลักษณะสาคัญของโรคนี้คือ อาการผิดปกติของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นแบบซึมเศร้า (depression)
หรือตรงข้ามกับซึมเศร้าคืออารมณ์ดีผิดปกติ (mania) ก็ได้
สาเหตุของโรคไบโพลาร์
ถ้าถามว่า คนกลุ่มไหนเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่ากัน จากสถิติจะพบว่า
ผู้ป่วยโรคนี้มักเริ่มเป็นก่อนวัยกลางคน บางรายเริ่มเป็นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20ปี ช่วงวัยรุ่น
แต่อาการไม่ปรากฏชัด ทาให้คนไม่สังเกต แต่ก็มีบางรายที่มาเริ่มเป็นหลังอายุ 40ปีได้
ส่วนสาเหตุนั้น เชื่อว่าเกิดจากการทางานที่ผิดปกติของสมองโดยมีสารสื่อนาประสาทที่ไม่สมดุล
คือมีสารซีโรโทนิน (serotonin) น้อยเกินไป และสารนอร์เอปิเนฟริน (epinephrine) มากเกินไป นอกจากนี้
ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมค่อนข้างมาก หากแพทย์ลองซักผู้ป่วยดี ๆ
จะพบว่าผู้ป่วยจะมีญาติบางคนป่วยเป็นโรคนี้ด้วย ทาให้อาจบอกได้ว่า
ลูกหลานของผู้ป่วยโรคไบโพลาร์มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป
อาการของโรคไบโพลาร์
8. คนที่มีอาการไบโพลาร์นั้น จะอารมณ์ดีในลักษณะที่ผิดปกติ เรียกว่า mania
หมายถึงอารมณ์ดีมากเกินกว่าปกติที่ควรจะเป็น และมักจะไม่มีเหตุผลหรือไม่สมเหตุสมผล
ช่วงที่มีอารมณ์ดีจะช่างพูดช่างคุย คุยได้ไม่หยุด
และไม่ชอบให้ใครมาขัดจะเกิดอารมณ์หงุดหงิด บางคนอารมณ์ดีจนกระทั่งตัดสินใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
แต่ถ้าอารมณ์ร้ายขึ้นมาเมื่อไร ก็ถึงขั้นใช้อารมณ์ก้าวร้าวได้
เรียกว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ซึ่งอาจทาให้มีปัญหากระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน
และการใช้ชีวิตประจาวันได้เลย ผู้ป่วยบางคนจะมีปัญหาไม่ยอมหลับ ยอมนอน ตอนกลางคืน
อยากเที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายเงินมาก มีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น สาส่อนทางเพศ
ถ้าอาการนี้เริ่มเป็นมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น อาจทาให้ผู้ป่วยไม่มีสมาธิในการเรียน ผลการเรียนตกลง
มีปัญหาทางพฤติกรรม ทะเลาะกับเพื่อนฝูง ครูอาจารย์ รู้สึกอยากไปเที่ยวกลางคืน ออกไปเตร็ดเตร่
ซึ่งถ้าพ่อแม่ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิดก็จะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลย
อย่างไรก็ตาม อาการของโรคไบโพลาร์ไม่จาเป็นต้องสลับกับช่วงซึมเศร้า
บางคนเป็นโรคนี้อยู่ช่วงหนึ่ง อาจจะประมาณ 4-6เดือนก็สามารถกลับคืนเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา
ทาให้คนรอบข้างไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาถ้าไม่สังเกตอย่างใกล้ชิด เมื่อเป็นปกติแล้วเขาจะดาเนินชีวิตได้ปกติ
พอถึงช่วงหนึ่งจะรื่นเริงอีก หรืออาจจะสลับไปขั้วตรงข้าม เป็นแบบซึมเศร้า อาการก็จะเริ่มตั้งแต่แยกตัว
เบื่อหน่าย ไม่อยากทาอะไร กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เบื่อ ๆเข้าก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า
ที่สาคัญที่สุดคือการฆ่าตัวตาย
โรคนี้ ช่วงซึมเศร้าจะเหมือนกับโรคซึมเศร้า อัตราการฆ่าตัวตายคือ 15-20% เพราะฉะนั้น
เท่ากับว่าผู้ป่วยหนึ่งในห้ามีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเบื่อเศร้าและฆ่าตัวตาย แต่ช่วงที่รื่นเริงมาก ๆ
ก็จะมีประเด็นการฆ่าตัวตายได้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตอนซึมเศร้า
แนวทางในการรักษาโรคไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ได้แก่ ยาในกลุ่มยาควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers),
ยาแก้โรคจิต (antipsychotics),และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants) ดังนี้
9. 1. ใช้ยาไปช่วยในการปรับสารสื่อนาประสาทตรงให้กลับมาทางานได้อย่างปกติ เรียกชื่อกลุ่มยานี้ว่า
กลุ่มปรับอารมณ์ให้คงที่ mood stabilizer ซึ่งจะมียาเฉพาะไม่กี่ตัวที่จะใช้ในการรักษาที่จะช่วยอาการนี้ได้
ช่วงระยะการรักษาช่วงแรกจะเป็นการคุมอาการให้กลับมาเป็นปกติที่สุดภายใน 1 สัปดาห์ก่อน
หรืออย่างช้า 1 เดือน หลังจากนั้นจะเป็นการรักษาต่อเนื่อง อาจต้องใช้ยาคุมอาการ
ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการคนไข้เป็นสาคัญ ในคนไข้บางราย 1 ปี อาจมาพบหมอแค่ 2-4ครั้งเท่านั้น
ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลตลอด
2. ยาหลักที่นิยมใช้รักษาและได้ผลดี คือ lithium ควบคุมอาการ mania ได้ดีมาก
แต่ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากโรคนี้อาจเป็น ๆหาย ๆ ได้
ตัวยายังสามารถป้องกันได้ทั้งอาการ mania และอาการซึมเศร้า ยาอื่น ๆที่ได้ผลดี ได้แก่valproate,
carbamazepine, lamotrigine, gabapentin และ topiramate
3. สาหรับอาการซึมเศร้าตอบสนองดีต่อยา clozapine, olanzapine, risperidone, quetiapine
และziprasidone
อย่างไรก็ตาม สิ่งสาคัญที่สุด คนรอบข้างต้องเข้าใจในผู้ป่วยที่เป็นภาวะเช่นนี้ด้วย
ตัวผู้ป่วยเองก็ต้องดาเนินชีวิตในทางสายกลาง ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยก็วันละ 6-8
ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหาและลดความเครียด และอย่าใช้ยากระตุ้นหรือสารมึนเมา เช่น เหล้า
หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง
ถ้ามีผู้ป่วยในครอบครัว คนรอบตัวต้องเข้าใจและช่วยกันป้องกันผู้ป่วยในช่วงก่อนโรคกาเริบรุนแรง
เพราะว่ามีโอกาสกลับไปเป็นซ้าอีก ช่วงอายุที่มีโอกาสเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนมากที่สุด คือ 15-25ปี
กลุ่มนี้จะเริ่มต้นด้วยอาการขยันผิดปกติ หรือที่เรียกว่า "ไฮเปอร์แอคทีฟ" ต่อมา
บางช่วงของการเจ็บป่วยก็จะเปลี่ยนเป็นซึมเศร้า เป็นมาก ๆ อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย
สรุปแล้วโรคนี้รักษาได้ หากคนรอบตัวมีอาการผิดปกติทางอารมณ์อย่างที่บอกมา
ควรพาไปพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัย
เพื่อจะได้รีบรักษาให้ผู้ป่วยสามารถดาเนินชีวิตได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป จะช่วยลดความสูญเสียทางด้าน
หน้าที่การงาน และเงินทอง เวลาผู้ป่วยมีอาการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรุนแรง เป็นปัญหาสังคมได้
10. ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ, ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
- ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์
บทที่ 3
วิธีการดาเนินโครงงาน
ตารางปฏิบัติกิจกรรมโครงงาน 1 - 29 สิงหาคม 2551
สัปดาห์ที่ กิจกรรมที่ปฏิบัติ สถานที่ทากิจกรรม ผู้รับผิดชอบ
1 - เลือกหัวข้อการทาโครงงานและ
นาเสนอครู พร้อมทั้งเหตุผลในการทา
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสาร
หนังสือจากห้องสมุด
- กาหนดการศึกษาจากวิทยากร
ห้องสมุดโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย สมาชิกในกลุ่ม
ครูที่ปรึกษา
2 - ทารายงานและติดต่อวิทยากรผู้ให้ความรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาชิกในกลุ่ม
ครูที่ปรึกษา
3 - ลงมือปฏิบัติลงพื้นที่
- ให้คุณครู ผู้ปกครองและเพื่อน
ร่วมประเมิน
บ้านของ
อาจารย์ภัสสากร เตวิชพงษ์
สมาชิกในกลุ่ม
ครูที่ปรึกษา
11. 4 - เขียนรายงานโครงงานจัดทารูปเล่ม
และสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม
บ้านนายภูรินท์ วิสาชัย สมาชิกในกลุ่ม
ครูที่ปรึกษา
5
- นาเสนอโรคไบโพลาร์
และ รายงานผลการปฏิบัติงาน
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย สมาชิกในกลุ่ม
ครูที่ปรึกษา
เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา
อุปกรณ์
1.หนังสือเรียนวิชาจิตวิทยา
2.เครื่องอัดเสียง
วัสดุ
1.คอมพิวเตอร์
2.ปริ้นเตอร์
3.กล้องถ่ายภาพ
วิธีการศึกษา
1. ศึกษาจากวิทยากร
2. ศึกษาจากเอกสารอ้างอิง และคาบอกเล่าของผู้รู้
3. ประเด็นการศึกษา
- ได้รู้ถึงโรคไบโพลาร์
- ได้รู้แนวทางการรักษา
ผลการศึกษา
1. ได้ศึกษาประวัติบางส่วนของผู้ป่วย
2. ได้ศึกษาและทาความเข้าใจในโรคไบโพลาร์มากขึ้น
12. บทที่ 4
ผลการศึกษา
1. ได้ศึกษาประวัติบางส่วนของผู้ป่วย
2. ได้ศึกษาและทาความเข้าใจในโรคไบโพลาร์มากขึ้น
โรคอารมณ์สองขั้วเป็นความผิดปกติทางอารมณ์
ผู้ที่เป็นจะมีอารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน 2 แบบ
แบบแรกมีลักษณะอารมณ์และพฤติกรรมออกเป็นแบบซึมเศร้า
แบบที่สองมีลักษณะคึกคักพลุ่งพล่าน ซึ่งเรียกว่าเมเนีย (mania)
จาก ภาพจะเห็นว่าผู้ที่เป็นจะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากปกติเป็นช่วงๆ
โดยเป็นแบบซึมเศร้าตามด้วยช่วงเวลาที่เป็นปกติดี จากนั้นอีกเป็นปีอาจเกิดอาการแบบเมเนียขึ้นมา
บางคนอาจเริ่มต้นด้วยอาการแบบเมเนียก่อนก็ได้ และไม่จาเป็นต้องตามด้วยอาการด้านตรงข้ามเสมอไป
เช่น อาจมีอาการแบบ ซึมเศร้า - ปกติ – ซึมเศร้า – เมเนีย
13. 14. และอารมณ์ดีผิดปกติไม่มาก (Hypomania)
ซึ่งจากขั้วอาการเหล่านี้ทางการแพทย์ได้แบ่งรูปแบบของโรคอารมณ์สองขั้วออกเป็น 5 ชนิดดังนี้
ตารางที่ 1แสดงอาการของผู้ที่มีโรคอารมณ์สองขั้วประเภท/ชนิดต่างๆซึ่งแยกความผิด ปกติกันที่ขั้วอารมณ์
1. โรคอารมณ์สองขั้วชนิดที่ 1 (Bipolar I disorder) เป็นลักษณะอาการที่อารมณ์ขึ้นลงชัดเจน
ซึ่งจะมีอาการอารมณ์ดีมากเกินไป (Mania) อย่างน้อย 7
วันติดต่อกันและ/หรือมีอาการซึมเศร้า (Depression) ร่วมด้วยเป็นบางระยะ ซึ่งต้องมีอาการมากกว่า 2
สัปดาห์ของอา การซึมเศร้า บางครั้งอาจกลับไปอารมณ์ปกติได้แต่มักไม่นาน
2. โรคอารมณ์สองขั้วชนิดที่ 2 (Bipolar II disorder) เป็นลักษณะคล้ายชนิดที่ 1
แต่มีความต่างแค่ช่วงที่มีอารมณ์ดีมากเกินไปนั้นจะอยู่ในระดับไม่รุนแรงมากนักเช่น แค่พลังเยอะ
(Hypomania หรือ Milder form of mania)
3. โรคอารมณ์สองขั้วชนิดอ่อน (Cyclothymia)
เป็นลักษณะอาการอ่อนๆของโรคอารมณ์สองขั้ว มักจะเกิดในระยะเวลาสั้นกว่าและรุนแรงน้อยกว่าทั้ง
4 ชนิดดังได้กล่าวแล้ว แต่ละขั้วอารมณ์ที่เกิดมักจะไม่กี่วัน ที่สาคัญจะไม่พบอาการทางจิต (เช่น
หูแว่ว ประสาทหลอน) เกิดขึ้นเลย
4. โรคอารมณ์สองขั้วชนิดกลับไปกลับมา (Rapid cycling bipolar disorder)
เป็นลักษณะอาการที่อารมณ์ขึ้นลงชัดเจน ซึ่งจะมีอาการอารมณ์ดีมากเกินไป (Mania) หรือดีไม่มาก
(Hypomania) และ/หรือ มีอาการซึมเศร้า (Depression or subsyndromal depression)
ร่วมด้วยเป็นบางระยะ สลับกันไปมา ทุกอาการเกิดขึ้นในระยะเวลา 1 ปี
15. เป็นชนิดที่ผู้ที่มีอาการอารมณ์สองขั้วเป็นเยอะที่สุดประมาณ 5- 15% และมักจะใช้ยาต้านเศร้า (Anti-
depressants) ไม่ได้ผลหรือกลับทาให้อาการแย่ลง
5. โรคอารมณ์สองขั้วชนิดผสม (Bipolar disorder, Mixed) อาการมักจะเกิดซึม เศร้า (Depression)
และอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันหรือใกล้ๆกัน ซึ่งมัก จะเกิดบ่อยในระหว่างวัน
โดยอาการมักจะมีพลังเยอะและซึมเศร้าร่วมกัน โดยผู้ที่มีอาการในกลุ่มนี้มีความเสี่ยง “ฆ่าตัวตายสูง”
โรคอารมณ์สองขั้วมีสาเหตุจากอะไร?
ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคอารมณ์สองขั้ว แต่ที่ชัดเจนคือไม่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูที่ผิด
หรือไม่เกี่ยวกับการมีความบกพร่องทางจริยธรรม หรือบุคลิกภาพที่ผิดปกติ
ซึ่งในงานวิจัยปัจจุบันคาดว่าสาเหตุสาคัญที่ทาให้เกิดโรคอารมณ์สองขั้วคือ พันธุกรรม
โดยเฉพาะครอบครัวที่มีประวัติโรคซึมเศร้าหรือโรคอารมณ์สองขั้วมาก่อน
ซึ่งคนเหล่านี้จะเสี่ยงมากที่จะมีความเครียดทั้งกายและใจ นอนน้อย มีความสัมพันธ์กับคนทุกคนอย่างสั้นๆ
ใช้สุรายาเสพติด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะกระตุ้นให้อาการอารมณ์ดีผิดปกติเกิดขึ้น
นอกจากนั้น
ปัจจุบันยังเชื่อว่าโรคอารมณ์สองขั้วเกิดจากการทางานที่ผิดปกติของสมอง โดยมีสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้อง
กับอารมณ์ที่ไม่สมดุลคือ สารซีโรโทนิน (Serotonin) น้อยเกิน ไปและมีสารนอร์อีพิเนฟริน (Epinephrine)
มากเกินไป ทาให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้สมดุลได้
ปัจจุบันยังมีหลักฐานที่สนับสนุนว่า มีการทางานที่ผิดปกติของสมองส่วนระบบควบคุมอา รมณ์ (Limbic
system) โดยอารมณ์ที่แกว่งไปมาเป็นสองขั้วจะคล้ายกับการเกิดอาการชักที่เกิดกับร่างกาย
ซึ่งการรักษาโรคนี้ตอบสนองดีต่อยากันชัก เพราะมีปัญหาในสมองคล้ายคลึงกัน
นอกจากนั้น ยังมีโรคทางกายบางอย่างและยาบางตัวอาจทาให้เกิดอาการอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) เช่น
1. อุบัติเหตุกระทบกระเทือนสมอง (Head injury)
2. โรคลมชัก (Epilepsy) โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)โรคไมเกรน (Migrain) หรือ เนื้องอกสมอง (Brain
tumor) ที่เกิดบางตาแหน่งของสมอง
3. ไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ/โรคต่อมไทรอยด์ (Thyroid disease)
4. โรคเอดส์
5. การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง (CNS system)
6. โรคแพ้ภูมิตนเอง/โรคออโตอิมมูนเช่น เอสแอลอี (SLE)
7. ยาบางชนิดเช่น ยาแก้ซึมเศร้า (Antidepressant), ยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่าง
กายประเภท Corticosteroid, ยาโรคสมาธิสั้น (เช่น ยา Ritalin), ยาโรคพาร์กินสัน (เช่น Levo-
dopa), ยาเสพติดต่างๆ (เช่น Amphetamine, Cocaine)
16. โรคอารมณ์สองขั้วมีอาการอย่างไร?
อาการของโรคอารมณ์สองขั้วเป็นความผิดปกติของอารมณ์และพฤติกรรมซึ่งแตกต่างจากสภาวะเดิมปกติก่อ
นหน้าเกิดโรค ซึ่งมักจะมีอาการสาคัญที่เกิดขึ้นได้ 4กลุ่มอาการดังต่อไปนี้
1. อารมณ์ซึมเศร้า (Depression) อาการมักจะ ไม่ร่าเริงหรือสนุกสนานเมื่อเทียบกับแต่ก่อน เศร้า แยกตัว
เบื่อหน่าย ไม่อยากทาอะไร ไม่มีเรี่ยวแรง
กินไม่ได้ นอนไม่หลับ มีอาการปวดในตาแหน่งต่างๆ/และหรือทั่วตัวที่ไม่ทราบสาเหตุ
เบื่อๆเข้าก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เป็นภาระคนอื่น มองโลกในแง่ร้าย โกรธหงุดหงิดง่าย
ขาดสมาธิ หลงลืมง่าย ที่สาคัญที่สุดคือ “การคิดฆ่าตัวตาย” หรือ”ทาร้ายตนเอง”
โดยอาการดังกล่าวจะเป็นต่อเนื่องมากกว่า 2 สัปดาห์
2. อารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) มักจะเริ่มต้นจากความรู้สึกว่ามี “พลังเยอะ คิดสร้าง สรรค์หลากหลาย
เข้าสังคมง่ายเกินไป” ซึ่งพออาการเริ่มหนักขึ้นมักจะมี “อารมณ์ดีเพิ่มขึ้น” ซึ่งมักจะมี
“ความมั่นใจในตนเองเกินจริง” และ “หงุดหงิด โวยวายง่าย” ซึ่งคนที่มีอาการอารมณ์ดีเกินไปมักจะ
“กระตือรือร้นมากเกินไป พูดมาก เบี่ยงเบนความสนใจง่าย และนอนลดลง” ซึ่งผู้ที่มีอาการมัก
“ไม่ค่อยรู้ตัว” ว่ากาลังมีอาการผิดปกติ และรู้สึกสนุกกับทุกสิ่งรอบตัวมากขึ้นกว่าปกติ
จนอาการเริ่มมีผลต่อ “การตัดสินใจที่เริ่มผิดพลาด” มีความเสี่ยงสูงทางพฤติกรรมเช่น “เที่ยวกลางคืน
มีเพศสัมพันธ์เยอะ (ความรู้สึกทางเพศสูง)” ในกรณีที่อาการหนักมากจะมีอาการทางจิตได้เช่น
หูแว่ว ประสาทหลอนได้
3. อารมณ์เศร้าไม่มาก (Subsyndromaldepression) มีอาการอารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย
จนกระทบต่อชีวิตประจาวัน แต่อาการไม่มากเท่ากับซึมเศร้า (Depression)
ช่วงที่เศร้าจะรู้สึกและคิดด้านลบบ่อยๆ ซักพักก็จะเปลี่ยนไปเป็นขั้วอารมณ์ดี
4. อารมณ์ดีผิดปกติไม่มาก (Hypomania) มีอาการอารมณ์ดีผิดปกติแต่ไม่มาก รุน แรงน้อยกว่า
และกระทบกับชีวิตประจาวันน้อยกว่า ซึ่งช่วงที่มีอาการจะมีอารมณ์ดีมากขึ้น แต่ไม่
ถึงขั้นอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) ก็มักจะอาการเปลี่ยนเป็นซึมเศร้าก่อน
17. อะไรเป็นสัญญาณเตือนว่าเริ่มมีอาการโรคอารมณ์สองขั้ว?
หากไม่สังเกตอย่างใกล้ชิดแล้ว บางครั้งคนรอบข้างจะสังเกตอาการแรกๆของโรคอารมณ์ สองขั้วไม่ออก
ซึ่งบางคนมีอาการเก็บไว้ 10 ปีถึงแสดงอาการให้เห็นชัดเจน
ซึ่งดังกล่าวแล้วว่า อาการของโรคอารมณ์สองขั้วมักเริ่มเกิดในช่วงวัยรุ่น
สัญญาณเตือนว่าเริ่มมีอาการโรคอารมณ์สองขั้ว ที่สังเกตง่ายๆจากที่ปกติเขาดาเนินชีวิตได้อย่างคนทั่วไป
แต่พอถึงช่วงหนึ่ง จะเริ่มมีอาการ “อารมณ์ดี รื่นเริงมากกว่าคนทั่วไป” หรือ อีกขั้วตรงข้ามก็จะมี
“อาการซึมเศร้า (เครียด เก็บตัว เบื่อ รู้สึกไร้ค่า)” ซึ่งอารมณ์ทั้งสองขั้วนั้น
จะแตกต่างไปจากอารมณ์พื้นเดิมของผู้ป่วย
ก.
การสังเกตภาวะซึมเศร้าในโรคอารมณ์สองขั้ว มักมีลักษณะเด่นที่ควรสังเกตที่เตือนว่ามีแนวโน้มจะป่วยดังต่
อไปนี้
1. มักเกิดอาการครั้งแรกในช่วงวัยรุ่น และมีประวัติอาการเป็นๆหายๆหลายครั้ง
2. มีการเคลื่อนไหวของร่างกายและของความคิดช้าลงกว่าปกติ
3. นอนมากหรือนอนไม่หลับ และรับประทานอาหารน้อยลงหรือมากขึ้นกว่าเดิม
4. มองว่าตนเองไร้ค่าหรือไม่มีประโยชน์ ไม่มีกาลังใจ
5. มองโลกแง่ลบ ไม่สนุกสนาน ไม่ร่าเริง เหมือนเดิม
6. มีอาการวิตกกังวลรุนแรง ซึ่งจะคิดมากหลายๆเรื่องรวมกัน
7. มีอาการหลงผิดเกิดขึ้นได้ง่าย บ่อย ผิดปกติเช่น คิดว่าคนอื่นจะมากลั่นแกล้งหรือทาร้าย
ร่วมกับอาการทางอารมณ์ที่ผิดปกติดังกล่าว
8. มีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น มองว่าบุคคลอื่นไม่สนใจหรือไม่เป็นมิตร
9. อาจมีประวัติการติดสารเสพติดหรือพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย
10. มีประวัติครอบครัวโรคอารมณ์สองขั้วและ/หรือโรคซึมเศร้า
ข. การสังเกตภาวะอารมณ์ดีกว่าคนทั่วไปในโรคอารมณ์สองขั้ว มักมีอาการเด่นดังต่อไปนี้
1. มักเกิดอาการครั้งแรกในช่วงวัยรุ่น อารมณ์ดีผิดปกติไปจากเดิม
2. พูดมาก หัวเราะง่าย อารมณ์ดีเกินจริง
3. พลังเยอะ ขยันทาอะไรหลายอย่างพร้อมกัน ชอบไปวุ่นวายกับคนอื่น
4. นอนน้อย ไม่อยากนอน
5. ใช้เงินเปลือง ชอบซื้อของทีละมากๆ ชอบเที่ยวกลางคืน
6. คิดโครงการต่างๆเกินความเป็นจริง คิดแล้วหยุดไม่ได้
7. หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว
18. 8. มีอารมณ์ทางเพศสูง สาส่อนทางเพศ
9. ใช้สุรายาเสพติด เพื่อควบคุมอารมณ์ตนเอง
10. มีประวัติครอบครัวโรคอารมณ์สองขั้วและ/หรือโรคซึมเศร้า
บทที่ 5
สรุปผลการศึกษา
สรุปผลการศึกษา
การศึกษาเรื่องโรคไบโพลาร์นั้นต้องอาศัยการอ่านทาความเข้าใจและการศึกษาประวัติผู้ป่วย
และสอบถามจากอาจารย์ภาควิชาจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เนื่องจาก โรคไบโพลาร์ (Bipolar)
เป็นโรคทางอารมณ์ ทาให้ผู้ป่วยเป็นคนสองบุคลิก เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ๆ สาหรับโรคไบโพลาร์ (Bipolar) นี้
เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า แต่โรคซึมเศร้านั้นคือ
โรคอารมณ์ที่ชัดเจน ที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์
จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะครื้นเครง รื่นเริง
สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
1. ได้ศึกษาและทาความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์
2. ได้ศึกษาและทาความเข้าใจในตัวผู้ป่วย
3. นามาความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดให้กับคนทั่วไปได้เข้าใจ
ข้อเสนอแนะ
ผู้ศึกษาในเรื่องไบโพลาร์ต้องมีความสนใจและใส่ใจในการศึกษาเรื่องราวทางจิตวิทยาจริงๆเพราะเป็นเรื่องที่
ต้องศึกษาอย่างละเอียดอ่อนและอาศัยการทาความเข้าใจ
19. บรรณานุกรม
1. 1. http://www.nimh.nih.gov/health/publications/bipolar-disorder-easy-to-
read/index.shtml [2015,May9]
2. Goodwin FR, Jamison K. Manic-Depressive Illness. New York: OxfordUniversity Press; 1990. 5.
3. Zornberg GL, PopeHG Jr. Treatment of depression in bipolar disorder: new directions for research. J
Clin Psychopharmacol 1993; 13:397-408. 6.
4. StokesPE,Shamoian CA,StollPM,Patton MJ. Efficacy of lithium as acute treatment of manic-
depressive illness. Lancet 1971;1:1319-25. 11.
5. GarfinkelPE,StancerHC,PersadE.Acomparison of haloperidol, lithium carbonate and their
combination in the treatment of mania.J Affect Disord1980;2:279-88.
6. Hirschfield RM, Lewis L, Vornik LA.Perceptions and impact of bipolar disorder: how far have we
really come?
7. Results of the National Depressive and Manic-Depressive Association 2000 Surveyof individuals
with bipolar disorder.Journal of Clinical Psychiatry 2003; 64:161-174.
8. Mitchell PB, Malhi GS, Ball JR. Major advances in bipolar disorder. Medical Journal of Australia
2004; 181: 207-210.
9. Bowden, CL. Diagnosis and management of Bipolar Disorders, 2 ndEd. Science Press. 2004. P8.
10. Hirschfeld RM, Williams JBW, Spitzer RL et al. Development andvalidation of aScreening
instrument for bipolar spectrum disorder:The Mood Disorder Questionnaire. American Journal of
Psychiatry 2000; 157: 1873-1875
11. ปราโมทย์ สุคนิชย์, และ มาโนช หล่อตระกูล. (2541).เกณฑ์การวินิจฉัยโรคทาง จิตเวช (DSM-IV)
ฉบับภาษาไทย (ใช้รหัสICD-10) (พิมพ์ครั้งที่2).กรุงเทพฯ: ชวนพิมพ์.
12. มาโนช หล่อตระกูล. (2546).คู่มือการใช้ยาทางจิตเวช. (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน.
20. 13. มาโนช หล่อตระกูล. จิตเวชศาสตร์รามาธิบดี, โรคอารมณ์แปรปรวน, พิมพ์ครั้งที่ 6สวิชาการพิมพ์,
กรุงเทพฯ: หน้า 153-157, พ.ศ. 2544.
14. มานิต ศรีสุรภานนท์. ตาราจิตเวชศาสตร์, โรคอารมณ์แปรปรวน, พิมพ์ครั้งที่ 2
เชียงใหม่โรงพิมพ์แสงศิลป์ , เชียงใหม่: หน้า 165, พ.ศ. 2544.