Recommended
PPTX
PDF
PDF
PPTX
ปลุกจิตคณิต ม.4 - ตรรกศาสตร์
PDF
บทที่ 4 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม
PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างเซตตอน1
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
แบบฝึกหัดความสัมพันธ์ระหว่างเซตตอน1
PDF
PDF
PPTX
หน่วยที่ 8 การทำงานแบบลำดับ
PPTX
หน่วยที่ 3 การคำนวณของคอมพิวเตอร์
PDF
PPTX
หน่วยที่ 10 การทำงานแบบมีทำซ้ำ
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
08 การให้เหตุผลและตรรกศาสตร์ ตอนที่2_ประพจน์และกาสมมูล
More Related Content
PPTX
PDF
PDF
PPTX
ปลุกจิตคณิต ม.4 - ตรรกศาสตร์
PDF
บทที่ 4 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
PDF
PDF
PDF
What's hot
PPT
PDF
PDF
PDF
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม
PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างเซตตอน1
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
แบบฝึกหัดความสัมพันธ์ระหว่างเซตตอน1
Viewers also liked
PDF
PDF
PPTX
หน่วยที่ 8 การทำงานแบบลำดับ
PPTX
หน่วยที่ 3 การคำนวณของคอมพิวเตอร์
PDF
PPTX
หน่วยที่ 10 การทำงานแบบมีทำซ้ำ
Similar to หน่วยที่ 2 ตรรกศาสตร์
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
08 การให้เหตุผลและตรรกศาสตร์ ตอนที่2_ประพจน์และกาสมมูล
PPTX
propositional logics for discrete mathematics
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
PPTX
หน่วยที่ 5 ตรรกศาสตร์เบื้องต้น
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
DOC
0102 01 พัฒนาการของตรรกศาสตร์
PDF
PPT
More from จูน นะค่ะ
PPTX
PPTX
หน่วยที่ 1 พื้นฐานเกี่ยวกับเซต
PPTX
หน่วยที่ 3 การคำนวณของคอมพิวเตอร์
PPTX
บทที่ 9 การทำงานแบบมีทางเลือก
PPTX
หน่วยที่ 10 การทำงานแบบมีทำซ้ำ
PPTX
หน่วยที่ 8 การทำงานแบบลำดับ
PPTX
PPTX
บทที่ 9 การทำงานแบบมีทางเลือก
PPTX
หน่วยที่ 1 พื้นฐานเกี่ยวกับเซต
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
หน่วยที่ 10 การทำงานแบบมีทำซ้ำ
PPTX
หน่วยที่ 10 การทำงานแบบมีทำซ้ำ
PPTX
PPTX
PPTX
หน่วยที่ 2 ตรรกศาสตร์ 1. 2. 3. 4. 5. ประโยคเปิ ด (Open sentence)
บทนิยาม ประโยคเปิดคือ ประโยคบอกเล่า ซึ่งประกอบด้วยตัวแปร
หนึ่งหรือมากกว่าโดยไม่เป็นประพจน์ แต่จะเป็นประพจน์ได้เมื่อแทนตัวแปร
ด้วยสมาชิกเอกภพสัมพัทธ์ตามที่กาหนดให้ นั่นคือเมื่อแทนตัวแปรแล้วจะ
สามารถบอกค่าความจริง
ประโยคเปิด เช่น
1.เขาเป็นนักบาสเกตบอลทีมชาติไทย
2. x + 5 =15
6. 7. ตัวเชื่อม (connective)
1. ตัวเชื่อมประพจน์ ” และ ” ( conjunetion ) ใช้สัญลักษณ์แทน Ùและเขียนแทนด้วย
P Ù Q แต่ละประพจน์มีค่าความจริง
(truth value) ได้ 2 อย่างเท่านั้น คือ จริง (True) หรือ เท็จ (False) ถ้าทั้ง P และ Q
เป็นจริงจะได้ว่า PÙQ เป็นจริง กรณีอื่นๆ P Ù Q เป็นเท็จ เราให้นิยามค่าความจริง P
Ù Q
8. 2. ตัวเชื่อมประพจน์ ” หรือ ” ( Disjunction ) ใช้สัญลักษณ์แทน V และเขียนแทนด้วย
P V Q และเมื่อ P V Q
จะเป็นเท็จ ในกรณีที่ทั้ง P และ Q เป็นเท็จเท่านั้น กรณีอื่น P V Q เป็นจริง เรา
9. ตัวอย่าง 5 + 1 = 6 V 2 น้อยกว่า 3 (จริง)
5 + 1 = 6 V 2 มากกว่า 3 (จริง)
5 + 1 = 1V 2 น้อยกว่า 3 (จริง)
5 + 1 = 1V 2 มากกว่า 3 (เท็จ)
10. 3. ตัวเชื่อมประพจน์ “ ถ้า….แล้ว” Conditional) ใช้สัญลักษณ์แทน * และเขียนแทน
ด้วย P*Q
นิยามค่าความจริงของ P*Q โดยแสดงตารางค่าความจริง
ตัวอย่าง 1 < 2 * 2 < 3 (จริง)
1 < 2 * 3 < 2 (เท็จ)
2 < 1 * 2 < 3 (จริง)
2 < 1 * 3 < 2 (จริง)
11. 4. ตัวเชื่อมประพจน์ “ก็ต่อเมื่อ” (Biconditional) ใช้สัญลักษณ์แทน « และเขียนแทน
ด้วย P«Q
นั้นคือ P«Q จะเป็นจริงก็ต่อเมือ ทั้ง P และ Q เป็นจริงพร้อมกันหรือทั้ง P และ Q เป็น
เท็จพร้อมกันตารางแสดงค่าความจริงของ P«Q
ตัวอย่าง 1 < 2 « 2 < 3 (จริง)
1 < 2 « 3 < 2 (เท็จ)
2 < 1 « 2 < 3 (จริง)
2 < 1 « 3 < 2 (เท็จ)
12. 5. นิเสธ (Negation) ใช้สัญลักษณ์แทน ~ เขียนแทนนิเสธของ P ด้วย ~P ถ้า P เป็น
ประพจน์นิเสธของประพจน์ P คือประพจน์ที่มีค่าความจริงตรงข้ามกัน P
ตัวอย่าง ถ้า p แทนประโยคว่า "วันนี้เป็นวัน เสาร์" นิเสธของ p หรือ ~p คือประโยค
ที่ว่า "วันนี้ไม่เป็นวันเสาร์“
สัจนิรันดร์ (Tautology) และความขัดแย้ง (Contradiction)
1. สัจนิรันดร์ (Tautology) คือ รูปแบบประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงเสมอโดยไม่
ขึ้นอยู่กับค่าความจริงของตัวแปรของแต่ละประพจน์ที่มีรูปแบบเป็นสัจนิรันดร์ เรียกว่า
ประพจน์สัจนิรันดร์ (Tautology statement)ตัวอย่างที่ 1 P® PvQเป็นสัจนิรันดร์ เรา
สามารถพิสูจน์ได้หลายวิธี
13. 2. ความขัดแย้ง (Contradiction) คือ รูปแบบประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นเท็จเสมอ
โดยไม่ขึ้นอยู่กับค่าความจริงของตัวแปรของแต่ละประพจน์ย่อยประพจน์ที่มีรูปแบบ
เป็นความขัดแย้ง เรียกว่า ประพจน์ความขัดแย้ง (Contradicithon statement)
ตัวอย่าง P ^ ~P เป็น ความขัดแย้ง ตารางแสดงค่าความจริง
P ^ ~P มีค่าเป็นเท็จ สาหรับทุกๆ ค่าความจริงของ P
ดังนั้น P ^ ~P จึงเป็นความขัดแย้ง (Contradicithon )
14. 15. การให้เหตุผล (Reasoning)
โดยทั่วไปกระบวนการให้เหตุผลมี 2 ลักษณะคือ
1.การให้เหตุผลแบบนิรนัย เป็นการให้เหตุ โดยนาข้อความที่กาหนดให้ ซึ่ง
ต้องยอมรับว่าเป็นจริง ทั้งหมด เรียกว่า เหตุ และข้อความจริงใหม่ที่ได้
เรียกว่า ผลสรุป ซึ่งถ้า พบว่าเหตุที่กาหนดนั้นบังคับให้เกิดผลสรุปไม่ได้
แสดงว่า การให้เหตุผลดังกล่าวสมเหตุสมผล แต่ถ้าพบว่าเหตุที่กาหนดนั้น
บังคับให้เกิดผลสรุปไม่ได้แสดงว่า การให้เหตุผลดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล