PROPOSITIONAL LOGIC
030513122 - Discrete Mathematics
Asst. Prof. Dr. Choopan Rattanapoka
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับตรรกศาสตร์
 ตรรกะ (Logic) คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการหาเหตุและผล
ด้วยวิธีการต่างๆ อย่างมีรูปแบบและระบบที่ชัดเจน
โดยการพิสูจน์จากข้อเท็จจริงที่กำหนด
 ตรรกศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
 ตรรกศาสตร์แบบดั้งเดิม เป็นตรรกศาสตร์แรกเริ่มที่พัฒนา
มาจากหลักการและกระบวนการทางเหตุผลของ
อริสโตเติล
 ตรรกนิรนัย (Deductive Logic) เป็นการหาความจริงจากส่วน
มากไปหาส่วนน้อย
 ตรรกอุปนัย (Inductive Logic) เป็นการหาความจริงจากส่วน
น้อยไปหาส่วนมาก
 ตรรกสัญลักษณ์ (Symbolic Logic) เป็นตรรกศาสตร์ที่ใช้
ตรรกสัญลักษณ์
 ตรรกสัญลักษณ์ (Symbolic logic) แบ่งได้ 2 ประเภท
 ตรรกะที่ว่าด้วยประพจน์ (Propositional Logic) เป็น
ตรรกศาสตร์ที่ว่าด้วยการทดสอบประโยคหรือเนื้อหา ที่
เรียกว่า ประพจน์ เพื่อหาข้อเท็จจริงหรือความสมเหตุสม
ผลของประพจน์ลักษณะต่างๆ ทั้งที่เป็นประพจน์เชิงเดี่ยว
และ ประพจน์เชิงซ้อน
 ตรรกะที่ว่าด้วยภาคขยาย (Predicate Logic) เป็น
ตรรกศาสตร์ที่ทดสอบประโยคกล่าวอ้างที่เกี่ยวข้องกับ
ประโยคทั่วไป และ ประพจน์เชิงเดี่ยว เพื่อหาความสม
เหตุสมผลของประโยคกล่าวอ้าง
ประพจน์
 ประพจน์ (Proposition) เป็นส่วนที่ใช้พิสูจน์ เพื่อบ่งชี้
ความจริงตามหลักเหตุผล มี 2 ชนิด คือ
 ประพจน์เชิงเดี่ยว (Single Proposition)
 ประพจน์เชิงซ้อน (Compound Proposition)
ภาษาตรรกศาสตร์ (Syntax และ
Semantics)
 Syntax (ไวยกรณ์) คือการกำหนดรูปแบบของภาษา
 ตัวอย่าง syntax ของคณิตศาสตร์
 X + Y = 4 √
 X2y+ = X
 Semantics ความหมายของประโยคนั้นๆ
 ในทางตรรกศาสตร์ Semantics จะบอกถึงความเป็นจริง
ของประโยค
 ปกติ semantics จะมีค่าแค่ true หรือ false
 X + Y = 4 เป็นจริงเมื่อ X = 2 และ Y = 2
เป็นเท็จเมื่อ X = 1 และ Y = 1
Introduction: Proposition
 คำนิยาม: ค่าของ proposition เรียกว่า ค่าความจริง
มีค่าคือ
 T หรือ 1 ถ้าเป็นจริง
 F หรือ 0 ถ้าเป็นเท็จ
 ความคิดเห็น คำถาม และ คำสั่ง ไม่ใช่ propositions
 ตารางความจริง (Truth table)
p
T
F
Propositions: Examples
 ตัวอย่างของ propositions
 วันนี้เป็นวันจันทร์ (Today is Monday) แทนด้วย
สัญลักษณ์ M
 สนามหญ้าเปียก (The grass is wet) แทนด้วยสัญลักษณ์
W
 ฝนกำลังตก (It is raining) แทนด้วยสัญลักษณ์ R
 ตัวอย่างที่ ไม่ใช่ propositions
 ภาษา Java เป็นภาษาที่ดีที่สุด (Java is the best
language) เนื่องจากเป็น ความคิดเห็น
 เมื่อไรจะสอบปลายภาค ? (When is the final exam?)
เนื่องจากเป็น คำถาม
Quiz 1: Are these propositions?
 2*3 > 4
 2+2 = 5
 Every integer is divisible by 12
 Microsoft is an excellent company
 Will I get an ‘A’ in this course ?
 Don’t open the windows.
 Java is a programming language
 C++ is better than C
ตัวเชื่อมทางตรรก (Logical
connectives)
 ตัวเชื่อม (Connectives) ถูกใช้สำหรับสร้างประพจน์ที่เชิงซ้อน
(compound proposition) จากประพจน์ที่มากกว่าหนึ่งประพจน์
ขึ้นไป
 นิเสธ (Negation) เขียนแทนด้วย a หรือ !a หรือ ā
 และ (And หรือ logical conjunction) เขียนแทนด้วย 
 หรือ (OR หรือ logical disjunction) เขียนแทนด้วย 
 เอ็กซ์ออร์ (XOR หรือ exclusive or) เขียนแทนด้วย 
 ถ้าแล้ว (Implication) เขียนแทนด้วย  หรือ 
 ก็ต่อเมื่อ (Biconditional) เขียนแทนด้วย  หรือ 
 เรานิยามความหมาย (semantics) ของตัวเชื่อมทางตรรกโดย
ใช้ตารางความจริง
ลำดับของตัวดำเนินการทางตรรก
 เหมือนในทางคณิตศาสตร์ (+, - , *, / ) มีลำดับในการคำนวณ ดังนั้น
ในประพจน์เชิงซ้อนก็มีลำดับในการประมวลผลเช่นกัน
 อย่างไรก็ตาม ในทางตรรกจะพยายามใช้เครื่องหมาย ( ) เพื่อลด
ความกำกวมของประโยคและทำให้การอ่านรูปประโยคง่ายขึ้น เช่น
 p  q   r  (p)  (q  (r))
 เพื่อให้การใช้วงเล็บไม่มากเกินความจำเป็น ลำดับของตัวดำเนินการ
ทางตรรก เรียงความสำคัญดังนี้ :
1. Negation ()
2. Conjunction ()
3. Disjunction ()
4. Implication ()
5. Biconditional ()
Logical Connective: Negation
 p เป็นนิเสธของ proposition p ซึ่งจะถือว่า
proposition เหมือนกัน
 ตัวอย่าง:
 วันนี้ไม่ใช่วันจันทร์ (Today is not Monday) M
 สนามหญ้าไม่เปียก (The grass is not wet) W
 ตารางความจริง:p 
p
T F
F T
Logical Connective: Logical AND
 ตัวเชื่อม AND จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อประพจน์ที่ถูกเชื่อมด้วย AND
เป็นจริงทั้งคู่ โดยสามารถเรียกตัวเชื่อมนี้อีกอย่างหนึ่งว่า
conjunction
 ตัวอย่าง:
 ฝนกำลังตก และ อากาศอุ่น (It is raining and it is warm)
 (2+3=5) and (1<2)
 แมวของสมชายตาย และ แมวของสมชายไม่ตาย
 ตารางความจริง :
p q pq
T T T
T F F
F T F
F F F
Logical Connective: Logical OR
 ตัวเชื่อม OR จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อประพจน์ที่ถูกเชื่อมด้วย OR มี
อย่างน้อยหนึ่งประพจน์ที่เป็นจริง โดยสามารถเรียกตัวเชื่อมนี้
อีกอย่างหนึ่งว่า disjunction
 ตัวอย่าง:
 ฝนกำลังตก หรือ อากาศเย็น
 (2+3=5) or (1<2)
 คุณอยากได้เค้ก หรือ ไอศครีม
 ตารางความจริง :
p q pq
T T T
T F T
F T T
F F F
Logical Connective: Logical XOR
 ตัวเชื่อม XOR (Exclusive OR) จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อประพจน์ที่ถูก
เชื่อมด้วย XOR มีประพจน์ที่เป็นจริงเพียงแค่ประพจน์เท่านั้น
 ตัวอย่าง:
 ไฟจะมีสถานะ “ติด” หรือ “ดับ” (ไม่มี 2 สถานะพร้อมกัน)
 คุณอยากได้เค้ก หรือ ไอศกรีม (ให้เลือกอย่างเดียวเท่านั้น)
 ตารางความจริง : p q p  q
T T F
T F T
F F T
F T F
Logical Connective: Implication (1)
 คำนิยาม: กำหนดให้ p และ q เป็นประพจน์ การทำ
implication pq จะเป็นประพจน์ที่ให้ค่าเท็จ เมื่อ p
เป็นจริง และ q เป็นเท็จ
 p จะถูกเรียกว่า สมมติฐาน (hypothesis), สิ่งที่มา
ก่อน(antecedent) หรือ หลักฐาน (premise)
 q จะถูกเรียกว่า ข้อสรุป (conclusion), สิ่งที่ตามมา
(consequence)
 ตารางความจริง :
p q p  q
T T T
T F F
F T T
F F T
Logical Connective: Implication (2)
 ตัวอย่าง
 ถ้าคุณซื้อตั๋วเครื่องบินก่อน แล้ว ราคาตั๋วเครื่องบินจะถูก
 ถ้า x เป็นจำนวนเต็ม แล้ว x2
 0
 ถ้า ฝนตก แล้ว สนามหญ้าจะเปียก
 ลิงจะออกลูกเป็นไข่ ถ้า สมชายสอบตก
QUIZ 2: จงหาความหมายของประพจน์
ต่อไปนี้
 ถ้า -1 เป็นจำนวนเต็มบวก แล้ว 2+2=5
 ถ้า -1 เป็นจำนวนเต็มบวก แล้ว 2+2=4
 ถ้าสอบปลายภาคเต็ม แล้วจะได้เกรด ‘A’
Logical Connective: Biconditional (1)
 คำนิยาม: ก็ต่อเมื่อ (biconditional) เขียนแทนด้วย pq เป็น
ประพจน์ที่จะให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ p และ q มีค่าความจริงเหมือน
กัน
 pq จะมีค่าเท่ากับ (pq)(qp)
 ตัวอย่าง :
 x>0 ก็ต่อเมื่อ x2
เป็นเลขบวก
 สัญญาณกันขโมยจะดัง ก็ต่อเมื่อ ขโมยขึ้นบ้าน
 ตารางความจริง :
p q p  q
T T T
T F F
F T F
F F T
QUIZ 3: จงหาความหมายของประพจน์
ต่อไปนี้
 x2
+ y2
= 0 ก็ต่อเมื่อ x=0 and y=0
 2 + 2 = 4 ก็ต่อเมื่อ if 2<2
 x2
 0 ก็ต่อเมื่อ x  0
Converse, Inverse, Contrapositive
 พิจารณาประพจน์ p  q
 converse ของประพจน์ นี้คือ q  p
 inverse ของประพจน์ นี้คือ p  q
 contrapositive ของประพจน์ นี้คือ q  p
p q p 
q
p  q q  p
(converse)
p  q
(inverse)
q  p
(contraposition)
T T F F T T T T
T F F T F T T F
F T T F T F F T
F F T T T T T T
ตารางความจริง
 ตารางความจริงใช้ในการแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างความจริงของ
 ประพจน์เชิงเดี่ยว และ
 ประพจน์เชิงซ้อน
p q pq pq pq pq pq
T T T T F T T
T F F T T F F
F T F T T T F
F F F F F T T
การสร้างตารางความจริง
 ตัวอย่าง : การสร้างตารางความจริง
(( p  q ) q )
p q
0 0
0 1
1 0
1 1
p q (1)
pq
T T T
T F F
F T F
F F F
p q (1)
pq
(2)
q
T T T F
T F F T
F T F F
F F F T
p q (1)
pq
(2)
q
( 1)  (2)
T T T F T
T F F T T
F T F F F
F F F T T
การใช้ประโยชน์ของตรรกศาสตร์ใน
คอมพิวเตอร์ (1)
 คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลต่างๆในรูปแบบเลขฐาน
สอง โดยตัวเลข 1 หลัก เรียกว่า บิท (bit)
 bit string คือ bit ที่เรียงลำดับ
 การใช้ตัวเชื่อมทางตรรก สามารถทำได้กับ bit
string ที่มีความยาวเท่ากัน
 ตัวอย่าง : 0110 1010 1101
0101 0010 1111
Bitwise OR 0111 1010 1111
Bitwise AND 0100 0010 1101
Bitwise XOR 0011 1000 0010
การใช้ประโยชน์ของตรรกศาสตร์ใน
คอมพิวเตอร์ (2)
 การค้นหาข้อมูล แบบ Boolean Search เช่น การ
ค้นหาใน google
 ถ้าพิมพ์ choopan
 ถ้าพิมพ์ choopan AND kmutnb
• Google ไม่ต้องการ
คำว่า “AND” ก็ได้
• การใช้ NOT ใน
google ใน
เครื่องหมาย – เช่น
choopan -kmutnb
การใช้ประโยชน์ของตรรกศาสตร์ใน
คอมพิวเตอร์ (3)
 วงจรดิจิทัล
หยุดเล่นเกมกันซักนิด
 ในเกาะแห่งหนึ่ง ผู้คนในเกาะนี้มีอยู่ 2 ประเภท
 อัศวิน พูดแต่เรื่องจริง
 คนพาล พูดแต่เรื่องโกหก
 มีคนนอกเกาะขึ้นเกาะนี้มาพบคน 2 คน นาย A กับ
นาย B
 A บอกว่า “B เป็นอัศวิน”
 B บอกว่า “เรา 2 คนเป็นคนละประเภทกัน”
 คำถาม: จงหาว่า A กับ B เป็นอัศวินหรือคนพาล
คำนิยามเกี่ยวกับค่าความเป็นจริง
(1)
 Tautology : เป็นประโยคที่ให้ความเป็นจริงในทุก
กรณี
R  ((P  Q)  (R  Q))
P Q R P  Q R  Q (R  Q) (P  Q)  (R  Q) R  ((P  Q)  (R  Q))
T T T T T F T T
T T F T T F T T
T F T F F T T T
T F F F T F F T
F T T T T F T T
F T F T T F T T
F F T T F T T T
F F F T T F T T
Tautology ที่ง่ายที่สุด คือ P 
P
คำนิยามเกี่ยวกับค่าความเป็นจริง
(2)
 Self-contradiction : เป็นประโยคที่ให้ความเป็นเท็จใน
ทุกกรณี
(P  Q)  (Q  P)
 Contingent : เป็นประโยคที่สามารถมีทั้งค่าจริงและเท็จ
P Q P  Q (P 
Q)
Q  P (Q  P) (P  Q)  (Q  P)
T T T F T F F
T F F T T F F
F T T F F T F
F F T F T F F
Contradiction ที่ง่ายที่สุด คือ P
 P
คำนิยามเกี่ยวกับค่าความเป็นจริง
(4)
 2 ประโยคจะถือว่า Logically equivalent ก็ต่อเมื่อค่า
ความเป็นจริงของทั้ง 2 ประโยคเหมือนกันในทุก
กรณี
P  Q และ (Q  P)
P Q 
P
Q P  Q Q  P (Q  P)
T T F F T F T
T F F T T F T
F T T F F T F
F F T T T F T
การเท่ากันของประพจน์ (Propositional
Equivalences)
 ในการจัดการกับประพจน์ทางตรรก บ่อยครั้งที่จะมี
การเปลี่ยนประพจน์เดิม ด้วยประพจน์ใหม่ ที่มีความ
หมายเหมือนกัน (ค่าความจริงเหมือนกัน)
 ประพจน์ที่มีความจริงเหมือนกันเรียกว่า การเท่ากัน
ทางตรรก
 สามารถหาได้ด้วย 2 วิธีหลักๆ คือ
 การใช้ตารางความจริง
 การใช้กฎของการแทนที่ (replacement rules)
ตัวอย่าง 1 : การใช้ตารางความจริงหาความ
เท่ากันทางตรรก
 ประพจน์ (p  q) และ (p  q) เท่ากันทางตรรก
หรือไม่?
 Solution :p q pq p pq
0 0
0 1
1 0
1 1
p q pq p pq
0 0 1
0 1 1
1 0 0
1 1 1
p q pq p pq
0 0 1 1
0 1 1 1
1 0 0 0
1 1 1 0
p q pq p pq
T T T F T
T F F F F
F T T T T
F F T T T
ตัวอย่าง 2 : การใช้ตารางความจริงหาความ
เท่ากันทางตรรก
จงพิสูจน์การเท่ากันของสมการต่อไปนี้ (P  (Q  R))  [(P
 Q)  ( P  R)]
P Q R (Q 
R)
P  (Q 
R)
(P  (Q 
R))
(P  Q) (P  R) (P  Q) ( P  R) [(P  Q)  ( P  R)]
T T T T T F T T T F
T T F F F T T F F T
T F T F F T F T F T
T F F F F T F F F T
F T T T T F T T T F
F T F F T F T T T F
F F T F T F T T T F
F F F F T F T T T F
QUIZ : หาความเท่ากันทางตรรก
 จงหาว่า (p  r)  (q  r) เท่ากันทางตรรกกับ (p 
q)  r หรือไม่
(p  r)  (q  r)  (p  q)  r
p q r p r q r (p r)  (q  r) p  q (p  q)  r
0 0 0
0 0 1
0 1 0
0 1 1
1 0 0
1 0 1
1 1 0
1 1 1
Rules of Replacement (1)
ชื่อกฎ Logically equivalent
Identity Law P  T  P
P  F  P
Domination Law P  T  T
P  F  F
Idempotent Law P  P  P, P  P  P
Double negation Law  P  P
Commutative Law P  Q  Q  P
P  Q  Q  P
Associative Law (P  Q)  R  P  (Q  R)
(P  Q)  R  P  (Q  R)
De Morgan’s Law (P  Q)  P  Q
(P  Q)  P  Q
Absorption Law P  (P  Q)  P
P  (P  Q)  P
Negation Law P  P  T
P  P  F
ประโยคใน
propositional logic
สามารถแทนที่กันได้
ถ้าประโยคทั้ง 2 นั้น
logically equivalent
Rules of Replacement (2)
Conditional Statements
Biconditional Statements
Material Implication Law
Material equivalence Law
ตัวอย่าง 1: การพิสูจน์ด้วยกฎ
 จงแสดงว่า (p  q) q เป็น tautology
0. (p  q) q
1.  (p  q)  q Implication Law
2.  (p  q)  q De Morgan’s Law
3.  p  (q  q) Associative Law
4.  p  1 Negation Law
5.  1 Domination Law
ตัวอย่าง 2: การพิสูจน์ด้วยกฎ
 จงแสดงว่า (q  p)  (p  q)  q
0. (q  p)  (p  q)
1.  (q  p)  (p  q) Implication Law
2.  (q  p)  (p  q) De Morgan’s & Double
negation
3.  (q  p)  (q  p) Commutative Law
4.  q  (p  p) Distributive Law
5.  q  1 Identity Law
 q Identity Law
ตัวอย่าง 3: การพิสูจน์ด้วยกฎ
จงพิสูจน์การเท่ากันของสมการต่อไปนี้ (P  (Q  R))  [(P 
Q)  ( P  R)]
(P  (Q  R))  (P  (Q  R)) Impl
 P  (Q  R) DM
 P  (Q   R) DM
 (P  Q)  (P   R) Dist
 ( ( P)  Q)  ( ( P)   R) DN
  ( P  Q)   ( P  R) DM
  ( P  Q)   ( P  R) DM
  [( P  Q)  ( P  R)] DM
  [(P  Q)  (P  R)] Impl
แบบฝึกหัดทำส่ง
 จงเขียนตารางความจริงของ
 (p → q) ∨ ( ¬ p → q)
 (p ∧ q) → (p ∨ q)
 ((p  q) ∨ ¬ q)
 (p  q) ∧ ( ¬ p  q) q
 จงพิสูจน์ความเท่ากันทางตรรกของประโยค
¬p (q r)
→ → และ q (p r)
→ ∨
ด้วยตารางความจริง และการใช้กฎแทนที่

propositional logics for discrete mathematics

  • 1.
    PROPOSITIONAL LOGIC 030513122 -Discrete Mathematics Asst. Prof. Dr. Choopan Rattanapoka
  • 2.
    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับตรรกศาสตร์  ตรรกะ (Logic)คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการหาเหตุและผล ด้วยวิธีการต่างๆ อย่างมีรูปแบบและระบบที่ชัดเจน โดยการพิสูจน์จากข้อเท็จจริงที่กำหนด  ตรรกศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท  ตรรกศาสตร์แบบดั้งเดิม เป็นตรรกศาสตร์แรกเริ่มที่พัฒนา มาจากหลักการและกระบวนการทางเหตุผลของ อริสโตเติล  ตรรกนิรนัย (Deductive Logic) เป็นการหาความจริงจากส่วน มากไปหาส่วนน้อย  ตรรกอุปนัย (Inductive Logic) เป็นการหาความจริงจากส่วน น้อยไปหาส่วนมาก  ตรรกสัญลักษณ์ (Symbolic Logic) เป็นตรรกศาสตร์ที่ใช้
  • 3.
    ตรรกสัญลักษณ์  ตรรกสัญลักษณ์ (Symboliclogic) แบ่งได้ 2 ประเภท  ตรรกะที่ว่าด้วยประพจน์ (Propositional Logic) เป็น ตรรกศาสตร์ที่ว่าด้วยการทดสอบประโยคหรือเนื้อหา ที่ เรียกว่า ประพจน์ เพื่อหาข้อเท็จจริงหรือความสมเหตุสม ผลของประพจน์ลักษณะต่างๆ ทั้งที่เป็นประพจน์เชิงเดี่ยว และ ประพจน์เชิงซ้อน  ตรรกะที่ว่าด้วยภาคขยาย (Predicate Logic) เป็น ตรรกศาสตร์ที่ทดสอบประโยคกล่าวอ้างที่เกี่ยวข้องกับ ประโยคทั่วไป และ ประพจน์เชิงเดี่ยว เพื่อหาความสม เหตุสมผลของประโยคกล่าวอ้าง
  • 4.
    ประพจน์  ประพจน์ (Proposition)เป็นส่วนที่ใช้พิสูจน์ เพื่อบ่งชี้ ความจริงตามหลักเหตุผล มี 2 ชนิด คือ  ประพจน์เชิงเดี่ยว (Single Proposition)  ประพจน์เชิงซ้อน (Compound Proposition)
  • 5.
    ภาษาตรรกศาสตร์ (Syntax และ Semantics) Syntax (ไวยกรณ์) คือการกำหนดรูปแบบของภาษา  ตัวอย่าง syntax ของคณิตศาสตร์  X + Y = 4 √  X2y+ = X  Semantics ความหมายของประโยคนั้นๆ  ในทางตรรกศาสตร์ Semantics จะบอกถึงความเป็นจริง ของประโยค  ปกติ semantics จะมีค่าแค่ true หรือ false  X + Y = 4 เป็นจริงเมื่อ X = 2 และ Y = 2 เป็นเท็จเมื่อ X = 1 และ Y = 1
  • 6.
    Introduction: Proposition  คำนิยาม:ค่าของ proposition เรียกว่า ค่าความจริง มีค่าคือ  T หรือ 1 ถ้าเป็นจริง  F หรือ 0 ถ้าเป็นเท็จ  ความคิดเห็น คำถาม และ คำสั่ง ไม่ใช่ propositions  ตารางความจริง (Truth table) p T F
  • 7.
    Propositions: Examples  ตัวอย่างของpropositions  วันนี้เป็นวันจันทร์ (Today is Monday) แทนด้วย สัญลักษณ์ M  สนามหญ้าเปียก (The grass is wet) แทนด้วยสัญลักษณ์ W  ฝนกำลังตก (It is raining) แทนด้วยสัญลักษณ์ R  ตัวอย่างที่ ไม่ใช่ propositions  ภาษา Java เป็นภาษาที่ดีที่สุด (Java is the best language) เนื่องจากเป็น ความคิดเห็น  เมื่อไรจะสอบปลายภาค ? (When is the final exam?) เนื่องจากเป็น คำถาม
  • 8.
    Quiz 1: Arethese propositions?  2*3 > 4  2+2 = 5  Every integer is divisible by 12  Microsoft is an excellent company  Will I get an ‘A’ in this course ?  Don’t open the windows.  Java is a programming language  C++ is better than C
  • 9.
    ตัวเชื่อมทางตรรก (Logical connectives)  ตัวเชื่อม(Connectives) ถูกใช้สำหรับสร้างประพจน์ที่เชิงซ้อน (compound proposition) จากประพจน์ที่มากกว่าหนึ่งประพจน์ ขึ้นไป  นิเสธ (Negation) เขียนแทนด้วย a หรือ !a หรือ ā  และ (And หรือ logical conjunction) เขียนแทนด้วย   หรือ (OR หรือ logical disjunction) เขียนแทนด้วย   เอ็กซ์ออร์ (XOR หรือ exclusive or) เขียนแทนด้วย   ถ้าแล้ว (Implication) เขียนแทนด้วย  หรือ   ก็ต่อเมื่อ (Biconditional) เขียนแทนด้วย  หรือ   เรานิยามความหมาย (semantics) ของตัวเชื่อมทางตรรกโดย ใช้ตารางความจริง
  • 10.
    ลำดับของตัวดำเนินการทางตรรก  เหมือนในทางคณิตศาสตร์ (+,- , *, / ) มีลำดับในการคำนวณ ดังนั้น ในประพจน์เชิงซ้อนก็มีลำดับในการประมวลผลเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ในทางตรรกจะพยายามใช้เครื่องหมาย ( ) เพื่อลด ความกำกวมของประโยคและทำให้การอ่านรูปประโยคง่ายขึ้น เช่น  p  q   r  (p)  (q  (r))  เพื่อให้การใช้วงเล็บไม่มากเกินความจำเป็น ลำดับของตัวดำเนินการ ทางตรรก เรียงความสำคัญดังนี้ : 1. Negation () 2. Conjunction () 3. Disjunction () 4. Implication () 5. Biconditional ()
  • 11.
    Logical Connective: Negation p เป็นนิเสธของ proposition p ซึ่งจะถือว่า proposition เหมือนกัน  ตัวอย่าง:  วันนี้ไม่ใช่วันจันทร์ (Today is not Monday) M  สนามหญ้าไม่เปียก (The grass is not wet) W  ตารางความจริง:p  p T F F T
  • 12.
    Logical Connective: LogicalAND  ตัวเชื่อม AND จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อประพจน์ที่ถูกเชื่อมด้วย AND เป็นจริงทั้งคู่ โดยสามารถเรียกตัวเชื่อมนี้อีกอย่างหนึ่งว่า conjunction  ตัวอย่าง:  ฝนกำลังตก และ อากาศอุ่น (It is raining and it is warm)  (2+3=5) and (1<2)  แมวของสมชายตาย และ แมวของสมชายไม่ตาย  ตารางความจริง : p q pq T T T T F F F T F F F F
  • 13.
    Logical Connective: LogicalOR  ตัวเชื่อม OR จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อประพจน์ที่ถูกเชื่อมด้วย OR มี อย่างน้อยหนึ่งประพจน์ที่เป็นจริง โดยสามารถเรียกตัวเชื่อมนี้ อีกอย่างหนึ่งว่า disjunction  ตัวอย่าง:  ฝนกำลังตก หรือ อากาศเย็น  (2+3=5) or (1<2)  คุณอยากได้เค้ก หรือ ไอศครีม  ตารางความจริง : p q pq T T T T F T F T T F F F
  • 14.
    Logical Connective: LogicalXOR  ตัวเชื่อม XOR (Exclusive OR) จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อประพจน์ที่ถูก เชื่อมด้วย XOR มีประพจน์ที่เป็นจริงเพียงแค่ประพจน์เท่านั้น  ตัวอย่าง:  ไฟจะมีสถานะ “ติด” หรือ “ดับ” (ไม่มี 2 สถานะพร้อมกัน)  คุณอยากได้เค้ก หรือ ไอศกรีม (ให้เลือกอย่างเดียวเท่านั้น)  ตารางความจริง : p q p  q T T F T F T F F T F T F
  • 15.
    Logical Connective: Implication(1)  คำนิยาม: กำหนดให้ p และ q เป็นประพจน์ การทำ implication pq จะเป็นประพจน์ที่ให้ค่าเท็จ เมื่อ p เป็นจริง และ q เป็นเท็จ  p จะถูกเรียกว่า สมมติฐาน (hypothesis), สิ่งที่มา ก่อน(antecedent) หรือ หลักฐาน (premise)  q จะถูกเรียกว่า ข้อสรุป (conclusion), สิ่งที่ตามมา (consequence)  ตารางความจริง : p q p  q T T T T F F F T T F F T
  • 16.
    Logical Connective: Implication(2)  ตัวอย่าง  ถ้าคุณซื้อตั๋วเครื่องบินก่อน แล้ว ราคาตั๋วเครื่องบินจะถูก  ถ้า x เป็นจำนวนเต็ม แล้ว x2  0  ถ้า ฝนตก แล้ว สนามหญ้าจะเปียก  ลิงจะออกลูกเป็นไข่ ถ้า สมชายสอบตก
  • 17.
    QUIZ 2: จงหาความหมายของประพจน์ ต่อไปนี้ ถ้า -1 เป็นจำนวนเต็มบวก แล้ว 2+2=5  ถ้า -1 เป็นจำนวนเต็มบวก แล้ว 2+2=4  ถ้าสอบปลายภาคเต็ม แล้วจะได้เกรด ‘A’
  • 18.
    Logical Connective: Biconditional(1)  คำนิยาม: ก็ต่อเมื่อ (biconditional) เขียนแทนด้วย pq เป็น ประพจน์ที่จะให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ p และ q มีค่าความจริงเหมือน กัน  pq จะมีค่าเท่ากับ (pq)(qp)  ตัวอย่าง :  x>0 ก็ต่อเมื่อ x2 เป็นเลขบวก  สัญญาณกันขโมยจะดัง ก็ต่อเมื่อ ขโมยขึ้นบ้าน  ตารางความจริง : p q p  q T T T T F F F T F F F T
  • 19.
    QUIZ 3: จงหาความหมายของประพจน์ ต่อไปนี้ x2 + y2 = 0 ก็ต่อเมื่อ x=0 and y=0  2 + 2 = 4 ก็ต่อเมื่อ if 2<2  x2  0 ก็ต่อเมื่อ x  0
  • 20.
    Converse, Inverse, Contrapositive พิจารณาประพจน์ p  q  converse ของประพจน์ นี้คือ q  p  inverse ของประพจน์ นี้คือ p  q  contrapositive ของประพจน์ นี้คือ q  p p q p  q p  q q  p (converse) p  q (inverse) q  p (contraposition) T T F F T T T T T F F T F T T F F T T F T F F T F F T T T T T T
  • 21.
  • 22.
    การสร้างตารางความจริง  ตัวอย่าง :การสร้างตารางความจริง (( p  q ) q ) p q 0 0 0 1 1 0 1 1 p q (1) pq T T T T F F F T F F F F p q (1) pq (2) q T T T F T F F T F T F F F F F T p q (1) pq (2) q ( 1)  (2) T T T F T T F F T T F T F F F F F F T T
  • 23.
    การใช้ประโยชน์ของตรรกศาสตร์ใน คอมพิวเตอร์ (1)  คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลต่างๆในรูปแบบเลขฐาน สองโดยตัวเลข 1 หลัก เรียกว่า บิท (bit)  bit string คือ bit ที่เรียงลำดับ  การใช้ตัวเชื่อมทางตรรก สามารถทำได้กับ bit string ที่มีความยาวเท่ากัน  ตัวอย่าง : 0110 1010 1101 0101 0010 1111 Bitwise OR 0111 1010 1111 Bitwise AND 0100 0010 1101 Bitwise XOR 0011 1000 0010
  • 24.
    การใช้ประโยชน์ของตรรกศาสตร์ใน คอมพิวเตอร์ (2)  การค้นหาข้อมูลแบบ Boolean Search เช่น การ ค้นหาใน google  ถ้าพิมพ์ choopan  ถ้าพิมพ์ choopan AND kmutnb • Google ไม่ต้องการ คำว่า “AND” ก็ได้ • การใช้ NOT ใน google ใน เครื่องหมาย – เช่น choopan -kmutnb
  • 25.
  • 26.
    หยุดเล่นเกมกันซักนิด  ในเกาะแห่งหนึ่ง ผู้คนในเกาะนี้มีอยู่2 ประเภท  อัศวิน พูดแต่เรื่องจริง  คนพาล พูดแต่เรื่องโกหก  มีคนนอกเกาะขึ้นเกาะนี้มาพบคน 2 คน นาย A กับ นาย B  A บอกว่า “B เป็นอัศวิน”  B บอกว่า “เรา 2 คนเป็นคนละประเภทกัน”  คำถาม: จงหาว่า A กับ B เป็นอัศวินหรือคนพาล
  • 27.
    คำนิยามเกี่ยวกับค่าความเป็นจริง (1)  Tautology :เป็นประโยคที่ให้ความเป็นจริงในทุก กรณี R  ((P  Q)  (R  Q)) P Q R P  Q R  Q (R  Q) (P  Q)  (R  Q) R  ((P  Q)  (R  Q)) T T T T T F T T T T F T T F T T T F T F F T T T T F F F T F F T F T T T T F T T F T F T T F T T F F T T F T T T F F F T T F T T Tautology ที่ง่ายที่สุด คือ P  P
  • 28.
    คำนิยามเกี่ยวกับค่าความเป็นจริง (2)  Self-contradiction :เป็นประโยคที่ให้ความเป็นเท็จใน ทุกกรณี (P  Q)  (Q  P)  Contingent : เป็นประโยคที่สามารถมีทั้งค่าจริงและเท็จ P Q P  Q (P  Q) Q  P (Q  P) (P  Q)  (Q  P) T T T F T F F T F F T T F F F T T F F T F F F T F T F F Contradiction ที่ง่ายที่สุด คือ P  P
  • 29.
    คำนิยามเกี่ยวกับค่าความเป็นจริง (4)  2 ประโยคจะถือว่าLogically equivalent ก็ต่อเมื่อค่า ความเป็นจริงของทั้ง 2 ประโยคเหมือนกันในทุก กรณี P  Q และ (Q  P) P Q  P Q P  Q Q  P (Q  P) T T F F T F T T F F T T F T F T T F F T F F F T T T F T
  • 30.
    การเท่ากันของประพจน์ (Propositional Equivalences)  ในการจัดการกับประพจน์ทางตรรกบ่อยครั้งที่จะมี การเปลี่ยนประพจน์เดิม ด้วยประพจน์ใหม่ ที่มีความ หมายเหมือนกัน (ค่าความจริงเหมือนกัน)  ประพจน์ที่มีความจริงเหมือนกันเรียกว่า การเท่ากัน ทางตรรก  สามารถหาได้ด้วย 2 วิธีหลักๆ คือ  การใช้ตารางความจริง  การใช้กฎของการแทนที่ (replacement rules)
  • 31.
    ตัวอย่าง 1 :การใช้ตารางความจริงหาความ เท่ากันทางตรรก  ประพจน์ (p  q) และ (p  q) เท่ากันทางตรรก หรือไม่?  Solution :p q pq p pq 0 0 0 1 1 0 1 1 p q pq p pq 0 0 1 0 1 1 1 0 0 1 1 1 p q pq p pq 0 0 1 1 0 1 1 1 1 0 0 0 1 1 1 0 p q pq p pq T T T F T T F F F F F T T T T F F T T T
  • 32.
    ตัวอย่าง 2 :การใช้ตารางความจริงหาความ เท่ากันทางตรรก จงพิสูจน์การเท่ากันของสมการต่อไปนี้ (P  (Q  R))  [(P  Q)  ( P  R)] P Q R (Q  R) P  (Q  R) (P  (Q  R)) (P  Q) (P  R) (P  Q) ( P  R) [(P  Q)  ( P  R)] T T T T T F T T T F T T F F F T T F F T T F T F F T F T F T T F F F F T F F F T F T T T T F T T T F F T F F T F T T T F F F T F T F T T T F F F F F T F T T T F
  • 33.
    QUIZ : หาความเท่ากันทางตรรก จงหาว่า (p  r)  (q  r) เท่ากันทางตรรกกับ (p  q)  r หรือไม่ (p  r)  (q  r)  (p  q)  r p q r p r q r (p r)  (q  r) p  q (p  q)  r 0 0 0 0 0 1 0 1 0 0 1 1 1 0 0 1 0 1 1 1 0 1 1 1
  • 34.
    Rules of Replacement(1) ชื่อกฎ Logically equivalent Identity Law P  T  P P  F  P Domination Law P  T  T P  F  F Idempotent Law P  P  P, P  P  P Double negation Law  P  P Commutative Law P  Q  Q  P P  Q  Q  P Associative Law (P  Q)  R  P  (Q  R) (P  Q)  R  P  (Q  R) De Morgan’s Law (P  Q)  P  Q (P  Q)  P  Q Absorption Law P  (P  Q)  P P  (P  Q)  P Negation Law P  P  T P  P  F ประโยคใน propositional logic สามารถแทนที่กันได้ ถ้าประโยคทั้ง 2 นั้น logically equivalent
  • 35.
    Rules of Replacement(2) Conditional Statements Biconditional Statements Material Implication Law Material equivalence Law
  • 36.
    ตัวอย่าง 1: การพิสูจน์ด้วยกฎ จงแสดงว่า (p  q) q เป็น tautology 0. (p  q) q 1.  (p  q)  q Implication Law 2.  (p  q)  q De Morgan’s Law 3.  p  (q  q) Associative Law 4.  p  1 Negation Law 5.  1 Domination Law
  • 37.
    ตัวอย่าง 2: การพิสูจน์ด้วยกฎ จงแสดงว่า (q  p)  (p  q)  q 0. (q  p)  (p  q) 1.  (q  p)  (p  q) Implication Law 2.  (q  p)  (p  q) De Morgan’s & Double negation 3.  (q  p)  (q  p) Commutative Law 4.  q  (p  p) Distributive Law 5.  q  1 Identity Law  q Identity Law
  • 38.
    ตัวอย่าง 3: การพิสูจน์ด้วยกฎ จงพิสูจน์การเท่ากันของสมการต่อไปนี้(P  (Q  R))  [(P  Q)  ( P  R)] (P  (Q  R))  (P  (Q  R)) Impl  P  (Q  R) DM  P  (Q   R) DM  (P  Q)  (P   R) Dist  ( ( P)  Q)  ( ( P)   R) DN   ( P  Q)   ( P  R) DM   ( P  Q)   ( P  R) DM   [( P  Q)  ( P  R)] DM   [(P  Q)  (P  R)] Impl
  • 39.
    แบบฝึกหัดทำส่ง  จงเขียนตารางความจริงของ  (p→ q) ∨ ( ¬ p → q)  (p ∧ q) → (p ∨ q)  ((p  q) ∨ ¬ q)  (p  q) ∧ ( ¬ p  q) q  จงพิสูจน์ความเท่ากันทางตรรกของประโยค ¬p (q r) → → และ q (p r) → ∨ ด้วยตารางความจริง และการใช้กฎแทนที่