Mathematics : AJNoi
Logic Page | 3
Example 3 ให้ p แทนประพจน์ น้อง………หน้าตาดี
q แทนประพจน์ น้อง………เรียนเก่ง
1. p q หมายถึง
2. P q หมายถึง
3. P q หมายถึง
4. P q หมายถึง
ค่าความจริงของ p q
พิจารณาข้อความ “ภราดรเล่นฟุตบอลและเทนนิส”
ภราดร ภราดรเล่นฟุตบอลและเทนนิส
เล่นฟุตบอล
เล่นฟุตบอล
ไม่เล่นฟุตบอล
ไม่เล่นฟุตบอล
เล่นเทนนิส
ไม่เล่นเทนนิส
เล่นเทนนิส
ไม่เล่นเทนนิส
จริง
เท็จ
เท็จ
เท็จ
และจากความหมายดังกล่าวสามารถนามาสร้างตารางค่าความจริงของ P q ได้ดังนี้
p q p q
T
T
F
F
T
F
T
F
สรุป ประพจน์ p q จะมีค่าความจริงเป็นจริง เมื่อ p และ q เป็นจริงทั้งคู่ นอกจากนี้แล้ว
ประพจน์ p q จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ ทั้งสิ้น
5.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 4
ค่าความจริงของ p q
ความหมายของคาว่า “หรือ” ในทางตรรกศาสตร์นั้น จะมีลักษณะที่แตกต่างจากคาว่า “หรือ” ในทางสังคม
ทั่วไป โดยในทางตรรกศาสตร์ จะหมายรวมถึง
1. อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
2. ทั้งสองอย่าง (แตกต่างจากสังคมทั่วไป)
พิจารณาข้อความ “นายดาซื้อมะม่วงหรือฝรั่ง”
ดา นายดาซื้อมะม่วงหรือฝรั่ง
ซื้อมะม่วง
ซื้อมะม่วง
ไม่ซื้อมะม่วง
ไม่ซื้อมะม่วง
ซื้อฝรั่ง
ไม่ซื้อฝรั่ง
ซื้อฝรั่ง
ไม่ซื้อฝรั่ง
จริง
จริง
จริง
เท็จ
สามารถนามาสร้างตารางค่าความจริงของ p q ได้ดังนี้
p q p q
T
T
F
F
T
F
T
F
สรุป
ประพจน์ P q จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ เมื่อ P และ q เป็นเท็จทั้งคู่ นอกจากนี้แล้ว
ประพจน์ P q จะมีค่าความจริงเป็นจริงทั้งสิ้น
6.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 5
ค่าความจริงของ p q
พิจารณาข้อความ “ถ้าน้องป้ อตอบคาถามได้ แล้วพี่หมูจะซื้อขนมให้”
จากข้อความดังกล่าว จะแยกเป็นแต่ละกรณีได้คือ
1. ตอบคาถามได้ และพี่หมูซื้อขนมให้ (ไม่ผิดสัญญา)
2. ตอบคาถามได้ แต่พี่หมูดันไม่ซื้อขนมให้ (ทาผิดสัญญา)
3. ตอบคาถามไม่ได้ แต่พี่หมูดันซื้อขนมให้ (ไม่ผิดสัญญา)
4. ตอบคาถามไม่ได้และ พี่หมูก็ไม่ซื้อขนมให้ (ไม่ผิดสัญญา)
สามารถนามาสร้างตารางค่าความจริงของ p q ได้ดังนี้
p q p q
T
T
F
F
T
F
T
F
สรุป ประพจน์ p q จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ เมื่อ p เป็นจริง และ q เป็นเท็จเท่านั้น
นอกจากนั้นแล้วประพจน์ p q จะมีค่าความจริงเป็นจริงทั้งสิ้น
ค่าความจริงของ p q
เนื่องจาก p q มีความหมายเหมือนกับ (p q) (q p)
ดังนั้น ในการหาค่าความจริงของ p q สามารถหาได้จากการหาค่าความจริงของ (p q) (q p)
ได้จากการสร้างตารางค่าความจริงดังนี้
p q
P q p q q p (p q) ^ (q p)
T
T
F
F
T
F
T
F
สรุป ประพจน์ p q จะมีค่าความจริงเป็นจริง เมื่อ p และ q มีค่าความจริงเหมือนกันทั้งคู่
นอกจากนี้แล้วประพจน์ p q จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ
7.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 6
นิเสธของประพจน์และค่าความจริง
ถ้าให้ P เป็นประพจน์ นิเสธของ p จะมีค่าความจริงตรงข้ามกับ p และจะใช้สัญลักษณ์ p แทน
ความหมายนิเสธของ p ซึ่งสามารถเขียนเป็นตารางแสดงค่าความจริงได้ดังนี้
p p
T
F
F
T
Example 4 หานิเสธของประพจน์ต่อไปนี้ พร้อมทั้งหาค่าความจริงของนิเสธของประพจน์ดังกล่าว
1. 7 + 3 < 10
2. 2 + 5 = 7
3. ควายมี 2 ขา
4.น้องเจี๊ยบนิสัยไม่ดี
5.พรุ่งนี้ ทาการบ้ามาส่งครูด้วย
Example 5 ถ้า p q มีค่าความจริงเป็นเท็จ และ p มีค่าความจริง จงหาค่าความจริงของ q
Example 6 ถ้า p q มีค่าความจริงเป็นจริง และ p มีค่าความจริงเป็นเท็จ จงหาความจริงของ q
Example 7 ถ้า p v q มีค่าความจริงเป็นเท็จ และ r มีค่าความจริงเป็นจริง จงหาค่าความจริงของ q r
Example 8 ถ้า p q มีค่าความจริงเป็นเท็จ และ r p มีค่าความจริงเป็นเท็จ จงหาค่าความจริงของ r
Example 9 หาค่าความจริงของประพจน์ต่อไปนี้
1. เป็นจานวนอตรรกยะ หรือ เป็นทศนิยมไม่รู้จบ ชนิดไม่ซ้า
2. 3 x 3 เป็นจานวนคู่ ก็ต่อเมื่อ 9 เป็นจานวนคู่
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 8
Example 11 จงสร้างตารางค่าความจริงของ (p q) r
p q r p q (p q) r
2. กรณีที่กาหนดค่าความจริงของประพจน์ย่อยบางประพจน์มาให้ (ไม่ต้องสร้างตารางค่าความจริง)
Example 12 กาหนดให้ p เป็นจริง q เป็นเท็จ r เป็นจริง และ s เป็นเท็จ หาค่าความจริงของประพจน์ต่อไปนี้
1. (p q) (s r)
2. (p q) (r s)
3. (p q) (p q)
10.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 9
Example 13 ให้ p, q, r, s เป็นประพจน์ และค่าความจริงของ [ (p q)] (r s)
สัจนิรันดร์ (Tautology) ประพจน์ที่จริงเสมอ
- พิจารณาค่าความจริงของประพจน์ p v p โดยตารางค่าความจริง
p p p p
- พิจารณาค่าความจริงของประพจน์ (p q) p โดยตารางค่าความจริง
p q p q (p q) p
สัจนิรันดร์ คือ ประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงเสมอ
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 13
รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน
พิจารณาค่าความจริงของประพจน์ p q และ p q จากตารางค่าความจริงต่อไปนี้
p q p p q p q
จากตารางจะพบว่า ประพจน์ p q และ P q มีค่าความจริงเหมือนกันทุกกรณี ในลักษณะเช่นนี้
จะเรียกว่า รูปแบบของประพจน์ p q สมมูลกับประพจน์ p q ซึ่งประพจน์ทั้ง 2 รูปแบบนี้จะมี
คุณสมบัติเหมือนกัน และที่สาคัญสามารถนาไปใช้แทนกันได้
สรุป จะเรียกว่ามันสมมูลกันได้ ถ้าค่าความจริงของทั้ง 2 ประพจน์เหมือนกันทุกกรณี
วิธีการตรวจสอบว่ามันสมมูลกันหรือไม่
1. สร้างตารางค่าความจริง (เป็นวิธีพื้นฐาน)
Example 23 พิจารณาว่า p q สมมูลกับ q p หรือไม่
p q q p p q q p
Example 24 พิจารณาว่า (p q) สมมูลกับ p q หรือไม่
p q p q p q (p q) p q
15.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 14
2. ใช้วิธีหาข้อขัดแย้ง (ในเรื่องสัจนิรันดร์) เข้าช่วย
ขั้นตอนในการตรวจสอบว่า 2 ประพจน์ สมมูลกันหรือไม่ ให้นาทั้ง 2 ประพจน์ มาเชื่อมด้วย จากนั้น
ให้ตรวจสอบว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่โดยวิธีหาข้อขัดแย้ง
- ถ้าเป็นก็แสดงว่าทั้ง 2 ประพจน์นั้นสมมูลกัน
- ถ้าไม่เป็นแสดงว่าทั้ง 2 ประพจน์นั้นไม่สมมูลกัน
Example 25 ตรวจสอบว่า (p q) สมมูลกับ p q หรือไม่
Example 26 ตรวจสอบว่า p q สมมูลกับ p q หรือไม่
Example 27 ตรวจสอบว่า (p q) สมมูลกับ p q หรือไม่
Example 28 ตรวจสอบว่า p q สมมูลกับ q p หรือไม่
Example 29 ตรวจสอบว่า (p q) r สมมูลกับ p (q r) หรือไม่
16.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 15
3. ดัดแปลงจากรูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน
รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน ที่นามาใช้บ่อย ๆ มีดังนี้
กระทากับตนเอง
1. P P P
2. P P P
สลับที่
1. p q q p
2. p q q p
3. p q q p
จัดหมู่
1. p (q r) (p q) r
2. p (q r) (p q) r
3. p (q r) (p q) r
เดอร์มอแกน
1. (p q) p q
2. (p q) p q
แปลงรูป
1. p q p q
2. p q q p
3. (p q) p q
กระจายปกติ
1. p (q r) (p q) (p r)
2. p (q r) (p q) (p r)
17.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 16
Example 30 ตรวจสอบว่า p (q p) สมมูลกับ p (p q) หรือ
(ดัดแปลงจากข้อสอบ Ent 40)
Example 31 ตรวจสอบว่า [(p q) (p q)] สมมูลกับ (p q) (p q) หรือไม่
Example 32 ตรวจสอบว่า (p q) (r s) สมมูลกับ ( r s) (p q) หรือไม่
Example 33 พิจารณาข้อความ “ถ้านาย x หรือนาย y ชอบเที่ยวแล้ว นาย z จะชอบเที่ยวด้วย” สมมูลกับข้อความ
“ถ้านาย z ไม่ชอบเที่ยว แล้ว นาย x ไม่ชอบเที่ยว และนาย y ไม่ชอบเที่ยว” หรือไม่
18.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 17
พิจารณาค่าความจริงของประพจน์ p q และ p q จากตารางค่าความจริงต่อไปนี้
p q p q p q p q
จากตารางจะพบว่า ประพจน์ p q และ p q มีค่าความจริงต่างกันทุกกรณี
รูปแบบของประพจน์ที่มีค่าความจริงกันทุกกรณีเช่นนี้ จะเรียกว่านิเสธของกันและกัน เช่นจากตารางค่าความ
จริงด้านบนจะได้ว่า
- p q เป็นนิเสธของ p q
- p q เป็นนิเสธของ p q
หรืออาจเขียนว่า
- นิเสธของ p q คือ p q
- นิเสธของ p q คือ p q
และสามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ดังนี้
(p q) สมมูลกับ p q
(p q) สมมูลกับ p q
Example 34 จงแสดงว่า p q เป็นนิเสธ ของ p q
p q q p q p q
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 20
Example 38 ให้ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. p q
2. q r
ผล p r
Example 39 ให้ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. ดาจิมชอบเล่นเทนนิส หรือฟุตบอล
2. ดาจิมไม่ชอบเล่นเทนนิส
สรุป ดาจิมชอบเล่นฟุตบอล
22.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 21
วิธีที่ 2 ดัดแปลงมาจากวิธีที่ 1
พิจารณาประพจน์ต่อไปนี้
(P1 P2 ….. Pn) q
T T T
T F F
F T T
F T F
จะพบว่ากรณีที่เหตุเป็นเท็จ ประพจน์ดังกล่าวจะมีค่าความจริงเป็นจริงอย่างแน่นอน [จึงไม่ต้องตรวจสอบ]
ดังนั้นในการตรวจสอบให้ตรวจสอบเฉพาะกรณีที่เหตุเป็นจริง เพื่อที่จะดูว่าผลของ q เป็นอย่างไร ถ้าผล q เป็น
จริงแสดงว่าประพจน์ดังกล่าวเป็นสัจนิรันดร์ จึงสรุปได้ว่าการให้เหตุผลดังกล่าวสมเหตุสมผล
ขั้นตอนการทา ให้เหตุแต่ละเหตุเป็นจริง แล้วนามาข้อมูลดังกล่าวไปหาค่าความจริงของผล
ถ้าผลจริงก็สรุปได้ว่าสมเหตุสมผล
Example 40 ให้ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1) p (q s)
2) p s
ผล q
Example 41 ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1) p q 2. p ( r s)
3) q t 4. t
ผล r s
23.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 22
Example 42 กาหนดเหตุดังต่อไปนี้
เหตุ 1. p q 2. r s 3. r p
จงพิจารณาว่าผลในข้อใดที่ทาให้การอ้างเหตุผลนี้สมเหตุสมผล
1. q s 2. q (r s)
3. r q 4. (r q) (p s)
Example 43 ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. p (q r)
2. p
3. t q
ผล r t
24.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 23
วิธีที่ 3 จารูปแบบการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผลของรูปแบบที่ใช้บ่อย ๆ ผสมกันความรู้เกี่ยวกับประพจน์ที่
สมมูลกันมาช่วยในการตรวจสอบการอ้างเหตุผล
รูปแบบการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล ที่ใช้บ่อย ๆ (ควรจา) มีดังนี้
รูปแบบที่ 1 รูปแบบที่ 2
เหตุ 1. p q เหตุ 1. p q
2. p 2. q r
ผล q ผล p r
รูปแบบที่ 3 รูปแบบที่ 4
เหตุ 1. p q เหตุ 1. p q
2. q 2. p
ผล q ผล q
รูปแบบที่ 5 รูปแบบที่ 6
เหตุ p q เหตุ p
ผล p (จะสรุป q ก็ได้นะ) ผล p q
รูปแบบที่ 7 รูปแบบที่ 8
เหตุ 1. p r เหตุ 1. p r
2. q r 2. q s
ผล (p q) r 3. p q
ผล r v s
Example 44 ตรวจสอบว่าการอ้างเหตุผลต่อไปนี้สมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. p q 2. r
3. p s 4. q r
ผล s
25.
Mathematics : AJNoi
Logic Page | 24
Example 45 ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. p q 2. q
3. r p 4. r s
ผล s
Example 46 ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. r s 2. s (p q) 3. r t
4. t 5. p
ผล q
Example 47 ตรวจสอบว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. q (p r) 2. r s
3. q 4. s
ผล p
แบบฝึกหัด
จงเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
1. ประโยคในข้อใดต่อไปนี้เป็นประพจน์
ก. เดือนตุลำคมนี้น้ำท่วมกรุงเทพมหำนครหรือไม่ข. อย่ำลอกคำตอบของผู้อื่น
ค. ดำวฤกษ์ไม่มีแสงสว่ำงในตัวเอง ง. x + 1 = 2
2. ข้อควำมใดไม่เป็นประพจน์
ก. สำหรับจำนวนจริง x ใด ๆ x2
0 ข. 5 เป็นจำนวนตรรกยะ
ค. สำหรับจำนวนจริง x และ y ใด ๆ x + y = 8 ง. สำหรับจำนวนจริง x ใด ๆ x > x
3. ข้อควำมใดเป็นประพจน์
ก. รักดีหำมจั่ว รักชั่วหำมเสำ ข. บนดำวพลูโตมีสิ่งที่มีชีวิตอำศัยอยู่
ค. กินข้ำวให้เสร็จก่อนแล้วจึงดูทีวี ง. ขอให้ทุกคนโชคดีในกำรสอบ
4. ถ้ำให้ p แทน 2 น้อยกว่ำ 6
q แทน 6 หำรด้วย 2 เท่ำกับ 3
r แทน 3 เป็นจำนวนเต็มคี่
ข้อควำม “ 2 น้อยกว่ำ 6 และ 6 หำรด้วย 2 เท่ำกับ 3 ดังนั้น 3 เป็นจำนวนเต็มคี่ ”
เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ในข้อใด
ก. ( p q ) r ข. ( p q ) r
ค. ( p q ) r ง. ( p q ) r
5. ให้ p แทน “ นักเรียนชั้น ม. 4 ”
q แทน “ ผู้ที่เรียนวิชำ ค 011 ”
r แทน “ ผู้ที่ได้รับอนุญำตให้เข้ำห้องประชุม ”
ข้อควำม “นักเรียนชั้น ม. 4 ที่เรียนวิชำ ค 011 เป็นผู้ที่ไม่ได้รับอนุญำตให้เข้ำห้องประชุม ”
เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ข้อใด
ก. ( p q ) ~ r ข. ( p q ) ~ r
ค. ( p q ) ~ r ง. ( p q ) ~ r
6. ถ้ำ p , q และ r เป็นประพจน์ที่มีค่ำควำมจริง เป็นจริง , เท็จ และจริงตำมลำดับ แล้วประพจน์ใด
ต่อไปนี้มีค่ำควำมจริงเป็นจริง
ก. ( p r ) q ข. ( q ~ p ) p
ค. ( p ~ q ) ~ r ง. ( p ~q ) r
7. ถ้ำกำหนดให้ประพจน์ p ( q r ) มีค่ำควำมจริงเป็นเท็จแล้ว ข้อสรุปใดถูกต้อง
ก. p เป็นเท็จ ข. q เป็นเท็จ ค. r เป็นเท็จ ง. ~ q ~ r เป็นจริง
คณิตศำสตร์ ม. 4 “ต ร ร ก ศ ำ ส ต ร์”
40.
2
8. ถ้ำ pqมีค่ำควำมจริงเป็นเท็จ และ p rมีค่ำควำมจริงเป็นจริงเป็นเท็จแล้วข้อใดมีค่ำควำมจริงเป็นจริง
ก. ~ ( p q ) ข. ~ (p r) ค. ( p r ) q ง. P (qr)
9. ถ้ำ ~ p ~q เป็นเท็จ และ q r เป็นจริง ข้อใดต่อไปนี้มีค่ำควำมจริงเป็นเท็จ
ก. ~ p (q r ) ข. ( p q ) r
ค. ( q p ) ~ r ง. ( p ~ q ) ~ r
10. กำหนด ( p q ) r เป็นจริง และ r ~ s เป็นเท็จ ประพจน์ใดมีค่ำควำมจริงเป็นเท็จ
ก. ~ s p ข. (pq ) r ค. ( p q ) ~ r ง. r (~ s p )
11. กำหนดให้ [ p ( q r )] [ (q s) (q r) ] มีค่ำควำมจริงเป็นจริงและ
p มีค่ำควำมจริงเป็นเท็จ ข้อใดเป็นค่ำควำมจริงของ q , r , s ตำมลำดับ
ก. T, T, F ข. F, F, T ค. T, F, T ง. F, T, F
12. กำหนดให้ ~ p q , ~ p r , ~ r เป็นประพจน์ที่มีค่ำควำมจริงเป็นจริง ประพจน์ในข้อใด
ต่อไปนี้มีค่ำควำมจริงเป็นจริง
ก. p q ข. q r ค. p r ง. p ~ q
13. กำหนดให้ p แทนประพจน์ “ 2 + 2 = 4 ” q แทนประพจน์ “ 4 x 8 = 24 ”
แล้วประพจน์ p q มีค่ำควำมจริงตรงกับค่ำควำมจริงของประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้
ก. p ~ q ข. ~ p q ค. ( p q ) p ง. (pq) q
14. ประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้ สมมูลกับประพจน์ p q
ก. ~ p q ข. p ~ q ค. ~ p q ง. p ~ q
15. ประพจน์ ~ ( ~ p q ) สมมูลกับประพจน์ในข้อใด
ก. ~ ( p q ) ข. ~ ( p q ) ค. ~ p q ง. p ~ q
16. ประพจน์ p ~ q สมมูลกับประพจน์ในข้อใด
ก. ~ p q ข. ~ ( p q ) ค. p ~ q ง. ~ ( p q )
17. ประพจน์ ( p q ) r สมมูลกับประพจน์ในข้อใด
ก. ~ r ( ~ p ~ q ) ข. ( ~ p ~ q ) r
ค. ( ~ p ~ q ) ~ r ง. ~ p ( ~ q r )
18. ประพจน์ ~ ( p q ) r สมมูลกับประพจน์ในข้อใด
ก. ~ r ( p q ) ข. ~ r ( ~ p q )
ค. ~ r ( p ~ q ) ง. ~ r ( ~ p q )
19. ประโยค “ไม่เป็นควำมจริงที่ว่ำ ถ้ำ x + y 1 แล้ว ( x + y )2
> 1 ”จะมีควำมหมำย
เช่นเดียวกับประโยคใด ต่อไปนี้
ก. x + y 1 และ ( x + y )2
> 1 ข. ถ้ำ ( x + y )2
1 แล้ว x + y = 1
ค. x + y 1 และ ( x + y )2
1 ง. ถ้ำ x + y = 1 แล้ว ( x + y )2
1
41.
3
20.กำหนดให้ประพจน์ x yสมมูลกับประพจน์ y ~ x ประพจน์ ( ~ p q ) r
สมมูลกับประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้
ก. ( r p ) ( ~ r q ) ข. ( r p ) ( r ~ q )
ค. ( r p ) ( ~ r q ) ง. ( r p ) ( r ~ q )
21. กำหนดให้ p, q และ r เป็นประพจน์ ดังนั้นประพจน์ ~ [ (p q ) ( ~ q r ) ]
สมมูลกับประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้
ก. p ~ ( q r ) ข. ~ q ( ~ p r )
ค. ~ ( p q ) ( q r ) ง. ~ ( p q ) ( q ~ r )
22. ข้อควำมใดสมมูลกับข้อควำม “ ถ้ำ ab = 0 แล้ว a = 0 หรือ b = 0 ”
ก. ถ้ำ a = 0 หรือ b = 0 แล้ว ab = 0 ข. ถ้ำ ab 0 แล้ว a 0 หรือ b 0
ค. ถ้ำ a 0 หรือ b 0 แล้ว ab 0 ง. ถ้ำ a 0 และ b 0 แล้ว ab 0
23. ประพจน์ในข้อใดสมมูลกับ p q
ก. ( p ~ q ) ( r ~ r ) ข. ( p ~ q ) ~ p
ค. ( p ~ q ) q ง. สมมูลทั้ง ก, ข, ค
24. ข้อควำม “ ถ้ำ x = 3 แล้ว x2
= 9 ” สมมูลกับข้อควำมในข้อใด
ก. ถ้ำ x2
9 แล้ว x 3 ข. ถ้ำ x 3 แล้ว x2
9
ค. ถ้ำ x 3 แล้ว x2
= 9 ง. ถ้ำ x = 3 แล้ว x2
9
25. “ ถ้ำวิภำหนีเรียนแล้ววิภำถูกทำโทษ ” สมมูลกับข้อใด
ก. ถ้ำวิภำถูกทำโทษ แล้ววิภำหนีเรียน ข. ถ้ำวิภำไม่ถูกทำโทษ แล้ววิภำไม่หนีเรียน
ค. วิภำหนีเรียน และวิภำถูกทำโทษ ง. วิภำไม่หนีเรียน และวิภำไม่ถูกทำโทษ
26. กำหนดข้อควำม “ ถ้ำนำยแดงกินผักแล้ว นำยแดงไม่เป็นหวัด ” ข้อควำมข้ำงบนนี้สมมูลกับข้อควำมในข้อใด
ก. ถ้ำนำยแดงไม่กินผักแล้ว นำยแดงเป็นหวัด ข. ถ้ำนำยแดงเป็นหวัด แล้วนำยแดงไม่กินผัก
ค. นำยแดงกินผัก และนำยแดงไม่เป็นหวัด ง. นำยแดงไม่กินผัก และนำยแดงเป็นหวัด
27. นิเสธของประพจน์ ( p q ) r คือข้อใด
ก. ( p ~ q ) ~ r ข. ( p ~ q)~ r ค. (~pq)~ r ง. (p~ q) ~ r
28. ข้อใดเป็นนิเสธของ ~ p ( q ~ r )
ก. ~ p ~ q r ข. p ~ ( q r )
ค. ~ p ( ~ q r ) ง. ( q ~ r ) ~ p
29. นิเสธ ของข้อควำม “ พิไลเป็นคนสวย แต่ไม่ฉลำด ” คือข้อใด
ก. พิไลเป็นคนไม่สวย หรือไม่ฉลำด ข. พิไลเป็นคนสวย แต่ฉลำด
ค. ถ้ำพิไลเป็นคนสวย แล้วพิไลฉลำด ง. พิไลไม่เป็นคนสวย และไม่ฉลำด
42.
4
30. รูปแบบประพจน์ในข้อใด เป็นสัจนิรันดร์
ก.( ~ p q ) ( p ~ q ) ข. ( ~ p q ) ( q p )
ค. ( ~ r ~ s ) ( r s ) ง. ( ~ p q ) ( q ~ p )
31. ข้อต่อไปนี้ ข้อใดเป็นสัจนิรันดร์
ก. [ ( p q ) p ] ~ q ข. [ ( p q ) ~ q ] ~ p
ค. ( p ~ q ) ( p q ) ง. ( ~ p q ) ( P ~ p )
32. จงพิจำรณำข้อควำมต่อไปนี้
(1) ( p ~ q ) ~ ( p q ) เป็นสัจนิรันดร์
(2) ~ ( ~ p q ) ~ ( p q ) เป็นสัจนิรันดร์
ข้อใดต่อไปนี้ถูก
ก. ข้อ 1 ถูก ข. ข้อ 2 ถูก ค. ข้อ 1 และข้อ2 ถูก ง. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ผิด
33. ประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้เป็นสัจนิรันดร์
ก. [ ( p r ) ( q r ) ] ( p q )
ข. [ ( p ~ q ) ~ p ] ( p q )
ค. [ ( p ~ q ) ~ q ] ( p q )
ง. [ ( p ~ q ) ~ q ] ( p q )
34. กำหนดประพจน์ 1. ( p ~ p ) ( q ~ q )
2. [ p ( q ~ q ) ] [ ~ p ( q ~ q ) ]
3. ~ ( p q ) ( ~ p ~ q )
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. นิเสธของ 1 เท่ำนั้นที่เป็นสัจนิรันดร์ ข. นิเสธของ 1 และ 2 เท่ำนั้นที่เป็นสัจนิรันดร์
ค. นิเสธของ 1 , 2 และ 3 เป็นสัจนิรันดร์ ง. นิเสธของ 1 , 2 และ 3 ไม่เป็นสัจนิรันดร์
35. ประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นสัจนิรันดร์
ก. [(p q) ~ p] (~ p q) ข. [(pq) (p q)] [(~p~q) (~p~ q)]
ค. ~ (p q) ~ (~ p q) ง. [(~ p q) p] (p q)
36. ให้ Q แทน จำนวนตรรกยะ R แทน จำนวนจริง
ประโยค “จำนวนตรรกยะทุกจำนวนเป็นจำนวนจริง” เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ใด
ก. x [ x Q x R ] ข. x [ x Q x R ]
ค. x [ x Q x R ] ง. x [ x Q x R ]
37. ให้ E แทน จำนวนคู่ O แทน จำนวนคี่
ประโยค “จำนวนเต็มคู่บำงตัวเป็นจำนวนคี่” เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ใด
ก. x [ x E x O ] ข. x [ x E x O ]
ค. x [ x E x O ] ง. x [ x E x O ]
Mathematics : AJNoi
Reasoning Page | 15
้้อควำูที่ใช้กำรอ้ำงเหตุผลที่ใช้กันูีอย่ด้วยกัน 4 แบบ
1. สมาชิกของ A ทุกตัวเป็นสมาชิกของ B
A B
2. ไม่มีสมาชิกของ A ตัวใดเป็นสมาชิกของ B A B
3. สมาชิกบางตัวของ A เป็นสมาชิกของ B
4. สมาชิกของ A บางตัว ไม่เป็นสมาชิกของ B
A B A - B
ยังูี้้อควำูที่ใช้ในกำรอ้ำงเหตุผลเพิู่อีก 2 แบบ
1. มีสมาชิกของ A หนึ่งตัวที่เป็นสมาชิกของ B
2. มีสมาชิกของ A หนึ่งตัวไม่เป็นสมาชิกของ B หรือ
A B A B
B
B
a
a a
A
A
A B
เอกสาร สรุปสูตรวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน&เพิ่มเติมระดับม.ปลาย
สรุป :อาจารย์ ประสิทธิ์ พงศ์ดารง (อาจารย์น้อย) Page 1
การให้เหตุผล(Reasoning)
การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆ ดังนี้ 1. การให้เหตุผลแบบอุปนัย
2. การให้เหตุผลแบบนิรนัย
การให้เหตุผลแบบอุปนัย (Inductive Reasoning)
การให้เหตุผลแบบอุปนัย เป็นการให้เหตุผลโดยการอ้างประสบการณ์ หรือค้นหาความจริงจากการกระทาซ้า
หลาย ๆ ครั้ง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากส่วนย่อย จากกรณีย่อย ๆ หลายเหตุ ซึ่งแต่ละเหตุเป็นอิสระจากกัน แล้วสรุปเป็น
ความรู้แบบทั่วไป
การให้เหตุผลแบบนิรนัย (Deductive Reasoning)
การให้เหตุผลแบบนิรนัย เป็นการนาความรู้พื้นฐานที่ยอมรับ(เป็นข้อตกลงเบื้องต้นมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน) เช่น
เหตุ (Premise) สมมติฐาน (hypothesis)หรือสัจพจน์ (axioms or postulate) แล้วจึงใช้ตรรกวิทยา เป็นเครื่องช่วย
สรุปความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งการให้เหตุผลในโจทย์ปัญหาบทนี้ ทุกคนจะต้องทาใจยอมรับเหตุที่เป็นจริง เสียก่อน(แม้จะขัดกับ
ความเป็นจริงก็ตาม) แล้วนาเหตุที่ยอมรับไปสรุปผล
ข้อความที่ใช้ในการอ้างเหตุผล
การตรวจสอบความสมเหตุสมผลโดยใช้แผนภาพ ต้องวาดแผนภาพตามสมมุติฐานทุกกรณีที่เป็นไปได้ แล้วใช้
หลักการพิจารณาดังนี้ 1. ถ้าทุกแผนภาพแสดงผลสรุปตามที่กาหนด กล่าวได้ว่าการสรุปผลสมเหตุสมผล
2. ถ้ามีบางแผนภาพไม่แสดงผลสรุปตามที่สรุปไว้ กล่าวได้ว่าการสรุปผลนั้นไม่สมเหตุสมผล
วิธีการที่ใช้การตรวจสอบการสมเหตุสมผล เรียกว่าการอ้างเหตุผลโดยใช้ตรรกบทของตรรกศาสตร์(Syllogistic Logic)
ข้อความที่ใช้การอ้างเหตุผลที่ใช้กันมีอยู่ด้วยกัน 6 แบบ
ข้อความ รูปแผนภาพ ข้อความ รูปแผนภาพ
สมาชิกของ A ทุกตัว
เป็นสมาชิกของ B
เช่น คนทุกคนเป็นปลา
A = คน B = ปลา
A B
สมาชิกของ A บางตัว
ไม่เป็นสมาชิกของ B
เช่น สัตว์บางตัวไม่ใช่ดาว
A = สัตว์ B = ดาว
A - B
ไม่มีสมาชิกของ A ตัวใด
เป็นสมาชิกของ B
เช่น นกทุกชนิดบินไม่ได้
A = นก B = บินได้
มีสมาชิกของ A หนึ่ง
ตัวที่เป็นสมาชิกของ B
เช่น ครูบางคนเป็นคนใจดี
ตาลเป็นครูและใจดี A = ครู B = ใจดี a = ตาล
สมาชิกบางตัวของ A
เป็นสมาชิกของ B
เช่น สัตว์บางชนิดมีปีก
A = สัตว์ B = มีปีก
มีสมาชิกของ A หนึ่ง
ตัวไม่เป็นสมาชิกของ B
เช่น ตาลเป็นครูแต่ไม่ใจดี
A=ครู, B=ใจดี, a=ตาล
fsdafsf
บทที่ 2 การให้เหตุผล(Reasoning)
BA
BA
B
A
a
A B
BA
a
B
a
BAA