บทที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
  วิทยาศาสตร์ (ว30102) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
                         โดย..คุณครูจริยา ใจยศ
                       โรงเรียนสา จังหวัดน่าน
ความหมาย “การเกิดปฏิกิริยาเคมี”
การเกิดปฏิกิริยาเคมี หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่ทาให้เกิดสารใหม่
ซึ่งมีสมบัติแตกต่างไปจากเดิม เช่น การเกิดสนิมเหล็ก
การสุกของผลไม้ การย่อยอาหาร การสังเคราะห์แสง เป็นต้น
คาถามชวนคิด
1. ข้อใดแสดงว่ามีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น
   ก. การต้มน้า                  ข. การละลายของน้าแข็ง
   ค. การจุดธูป                  ง. การระเหิดของลูกเหม็น
2. สารเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี จะมีลักษณะในข้อใด
   ก. สีผิดไปจากเดิม             ข. มีสมบัติต่างไปจากสารตั้งต้น
    ค. สถานะเปลี่ยนไป            ง. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
3. ขอใดไมมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น
   ก. การเคี้ยวขาวกอนกลืน                 ข. การฟอกสบู่ในน้ากระดาง
   ค. การทาแล็กเกอรเคลือบผิวไม ง. การผสมกลีเซอรอลกับเอทานอล
สมการเคมี
สมการเคมี หมายถึง สัญลักษณ์ที่อธิบายการเกิดปฏิกิรยาเคมีของสาร
                                                    ิ
โดยมีหลักการเขียนสมการ คือ
1. เขียนสูตรเคมีของ สารตั้งต้น ไว้ทางซ้าย ถ้ามีมากกว่า 1 สาร ให้ใช้
   เครื่องหมาย + คั่นระหว่างสาร
2. เขียนสูตรเคมีของ สารผลิตภัณฑ์ ไว้ทางขวามือ ถ้ามีมากกว่า 1 สาร
  ให้ใช้เครื่องหมาย + คั่นระหว่างสาร
3. ระหว่างสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ ให้คั่นด้วยเครืองหมาย 
                                                ่
                          สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์
ตัวอย่าง การเขียนสมการเคมี
• เผาโลหะแคลเซียม(Ca) โลหะแคลเซียมจะทาปฏิกิริยากับแก๊ส
ออกซิเจน(O2) ในอากาศ เขียนสมการได้ดังนี้
                             สัญลักษณ์ที่ใช้เขียนแสดงสถานะของสาร
  2Ca(s) + O2(g)  2CaO(s) s                  = ของแข็ง (solid)
แคลเซียม ออกซิเจน         แคลเซียมออกไซด์= ของเหลว (liquid)
                                    l
                                    g         = แก๊ส (gas)
• การผสมแก๊สแอมโมเนีย(NH3)กับกรดไฮโดรคลอริก(HCl)ได้ตะกอน
                                    aq        = สารละลายที่มีน้าเป็น
แอมโมเนียมคลอไรด์(NH4Cl)
                                              ตัวทาละลาย (aqueous)
 NH3(g) + HCl              NH4Cl(s)
แก๊สแอมโมเนีย กรดไฮโดรคลอริก แอมโมเนียมคลอไรด์
ปฏิกิริยาในชีวิตประจาวัน
                    การสังเคราะห์ด้วยแสง
                    พืชสร้างอาหารโดยมีคลอโรฟิลล์
                    และแสงช่วยให้น้าเกิดปฏิกิริยากับ
                    แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้กลูโคส
                    และแก๊สออกซิเจน
                  สมการเคมี
ปฏิกิริยาในชีวิตประจาวัน
               การสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
               ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(H2O2)เป็น
               องค์ประกอบหนึ่งของสารที่ใช้ในการฟอกสี
               เส้นผม ฟอกสีในอาหาร ทาความสะอาด
               ฆ่าเชื้อโรค ทาน้ายาบ้วนปาก

                  สมการเคมี
ปฏิกิริยาในชีวิตประจาวัน
                การสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจน
                คาร์บอเนต(ผงฟู)
                เนื้อขนมหลายชนิดที่มีลักษณะพรุนและ
                ฟู เนื่องจากมีการผสม ผงฟู หรือโซเดียม
                ไฮโดรเจนคาร์บอเนต(NaHCO3) ลงไป
                เมื่อถูกความร้อนทาให้ผงฟูสลายตัวให้
สมการเคมี       แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ปฏิกิริยาในชีวิตประจาวัน
                การเผาไหม้เชื้อเพลิงของแก๊สหุงต้ม
                การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ของแก๊สหุงต้มซึ่ง
                ประกอบด้วยแก๊สโพรเพน(C3H8)และแก๊ส
                บิวเทน(C4H10)



 สมการเคมี
ปฏิกิริยาในชีวิตประจาวัน                        วิดีโอฝนกรด
ผลของปฏิกริยาเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง : ฝนกรด
         ิ
ปฏิกิริยาในชีวิตประจาวัน




การเกิดสนิมเหล็ก
เหล็กมักผุกร่อนและเป็นสนิมเนื่องจากเหล็กทาปฏิกิริยากับแก๊ส
ออกซิเจนและความชื้นในอากาศ
คาถามชวนคิด
1. ข้อใดเป็นสารตั้งต้นในปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง
   ก. แก๊ส CO2 และ C6H12O6          ข. แก๊ส CO2 และ H2O
   ค. แก๊ส O2 และ C6H12O6           ง. แก๊ส O2 และ H2O
2. ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ จะได้สารใด
เป็นผลิตภัณฑ์
    ก. H2O2           ข. H2O        ค. O2          ง. H2O และ O2
3. ข้อใด ไม่ใช่เกณฑ์ในการตัดสินว่ามีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น
    ก. เกิดฟองแก๊ส                  ข. เกิดตะกอน
    ค. สีของสารละลายเปลี่ยนแปลง ง. เกิดการละลาย
คาถามชวนคิด
4. สารเคมีในข้อใช้ทาขนมและดับไฟป่า
     ก. H2O2         ข.NaHCO3 ค. Na2CO3 ง. C6H12O6
5. ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสลายตัวของ NaHCO3
    ก. O2            ข. CO2          ค. H2O       ง. Na2CO3
6. ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง
ที่สมบูรณ์
    ก. แก๊ส CO       ข. แก๊ส CO 2 ค. ไอน้า        ง. พลังงาน
7. แก๊สในข้อใดเป็นสาเหตุของการเกิดฝนกรด
    ก. SO3           ข. NO2          ค. CO2       ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยแบบฝึกหัด
คาถามชวนคิด 1
1. CO2(g) + Ca(OH)2(aq)  CaCO3(s) + H2O(l)
2. NaHCO3(s)  Na2CO3(s) + H2O(l) + CO2(g)
3. Na(s) + H2O(l)  NaOH(aq) + H2(g)
4. Ca(HCO3)2(aq)  CaCO3(s) + H2O(l) + CO2(g)
5. Mg(OH)2(aq) + HCl(aq)  MgCl2(aq) + H2O(l)
เฉลยแบบฝึกหัด
คาถามชวนคิด 2
1. 2C2H2(g) + 5O2(g)  4CO2(g) + 2H2O(g) + พลังงาน
2. เผาไหม้ไม่สมบูรณ์จะได้ผลิตภัณฑ์คือ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์(CO)
   และไอน้า(H2O)
3. เผาไหม้สมบูรณ์จะได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไอน้า(H2O) แต่ถ้า
   เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ได้แก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) ไอน้า(H2O)
4. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทาให้เกิดภาวะโลกร้อน
    แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์(SO3)และแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์
    (NO2)ทาให้เกิดฝนกรด
เฉลยแบบฝึกหัด
คาถามชวนคิด 3
1. เหล็กมีสีเงิน ผิวเรียบ แข็งแรง สนิมเหล็กมีสีน้าตาลแดง ผุกร่อนได้
   ง่าย
2. เคลือบสีผิววัตถุ เพื่อป้องกันผิวของวัตถุสัมผัสกับความชื้นในอากาศ
   และแก๊สออกซิเจน


3. โลหะต่างๆเกิดสนิมได้ เมือสัมผัสความชื้นในอากาศและแก๊สออกซิเจน
                             ่
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสนิมคือ ทาสี ทาน้ามัน การรมดา และการเคลือบ
พลาสติก เป็นการป้องกันการถูกกับ O2 และความชื้น
การวัดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
จากสมการเคมี สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์
ดังนั้นการคานวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยา หาได้จากสูตรดังต่อไปนี้

  อัตราการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์= ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
                                  ระยะเวลาที่เกิดปฏิกิริยา
หรือ

    อัตราการลดลงของสารตั้งต้น= ปริมาณสารตั้งต้นที่ลดลง
                               ระยะเวลาที่เกิดปฏิกิริยา
ตัวอย่างการหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
วิธีทา
วิธีทา
โจทย์ปัญหาชวนคิด...
วิธีทา
                               = ( 6 – 0 ) cm3
                                 ( 160 – 0 ) s
                               = 6 cm3
                                  160 s
                               =0.037 cm3/s
ตอบ อัตราการเกิดแก๊ส H2 เฉลี่ย เท่ากับ 0.037 cm3/s
วิธีทา

                                    = ( 2 – 1 ) cm3
                                     ( 25 – 10 ) s

                                   = 1 cm3
                                     15 s
                                   =0.066 cm3/s

ตอบ อัตราการเกิด H2 ช่วงเวลา 10-25 วินาที เท่ากับ 0.066 cm3/s
วิธีทา

                                    = ( 3 – 2 ) cm3
                                     ( 45 – 25 ) s

                                   = 1 cm3
                                     20 s
                                   =0.05 cm3/s

ตอบ อัตราการเกิด H2 ช่วงเวลา 25-45 วินาที เท่ากับ 0.05 cm3/s
กิจกรรม...

 “ให้นักเรียนทุกศึกษาปัจจัยทีมีผลต่อ
                             ่
อัตราเกิดปฏิกิริยาเคมีจากหนังสือเรียน
   มีปัจจัยใดบ้างและมีผลอย่างไร”

บทที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี