มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและ
วรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
ท ๕.๑ ม. ๓/๒ สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่น
ในระดับที่ยากยิ่งขึ้น
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด
๑. อธิบายประโยชน์ของการสรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่าน(K)
๒. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่าน (P)
๓. เห็นประโยชน์ของการสรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านและมีมารยาทในการเขียน(A)
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
- ใช้เทศนาโวหารด้วยสานวนภาษาง่ายๆ ตรงไปตรงมา เช่น “
ขอจดหมายคาสั่งตามความประสงค์ให้แก่ลูก บรรดาซึ่งจะให้ออกไปเรียน
หนังสือในประเทศยุโรป จง ประพฤติตามโอวาทที่จะกล่าวต่อไปนี้”
...การซึ่งจะให้ออกไปเรียนหนังสือครั้งนี้ มีความประสงค์มุ่งหมายแต่จะให้ได้
วิชาความรู้อย่างเดียว ไม่มั่นหมายจะให้เป็นเกียรติยศชื่อเสียง...
คุณค่าด้านวรรณศิลป์ (ต่อ)
- จะทรงโน้มน้าวใจโดยทรงชี้ให้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียเปรียบเทียบกัน เช่น
...“ถ้าเป็นเจ้านายแล้ว ต้องรักษายศศักดิ์ในกิจการทั้งปวงที่จะทาทุกอย่าง เป็น
เครื่องล่อตาล่อหูคนทั้งปวงที่จะพอใจดูพอใจฟัง จะทาอันใดก็แพลกว่าคนสามัญ
เพราะเขาถือว่ามั่งมี เป็นการเปลืองทรัพย์ในที่ไม่ควรจะเปลือง เพราะเหตุว่าถึงจะ
เป็นเจ้าก็ดีเป็นไพร่ก็ดี เมื่ออยู่ในประเทศมิใช่บ้านเมืองของตัวก็ไม่มีอานาจที่จะทา
ฤทธิ์เดชอันใดไปผิดกับคนสามัญได้ จะมีประโยชน์อยู่นิดหนึ่งแต่เพียงเข้าที่ประชุม
สูงๆได้ แต่ถ้าเป็นลูกผู้มีตระกูลก็จะเข้าที่ประชุมสูงๆได้เท่ากันกับเป็นเจ้านั่นเอง”...
คุณค่าด้านวรรณศิลป์ (ต่อ)
- การเปรียบเทียบความประพฤติของคนที่อยู่นิ่งๆโดยไม่ทาการสิ่งใด
เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ฟังเกิดแรงบันดาลใจ มีมานะที่จะหมั่นศึกษาหาความรู้
เช่น “
...ถ้าจะถือว้าเกิดมาเป็นเจ้านายแล้วนิ่งๆอยู่จนตลอดชีวิตก็สบายดังนั้น จะไม่
ผิดอันใดกับสัตว์ดิรัจฉานอย่างเลวนัก...”
คุณค่าด้านวรรณศิลป์ (ต่อ)
- การใช้ภาพพจน์ เปรียบเทียบให้เกิดจินตนภาพ เช่น “
...ชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ใน
ขณะหนึ่ง ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ขณะหนึ่งเป็นแน่แท้ ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ใน
เวลามีพ่ออยู่แล้ว ความชั่วนั้นควรปรากฏเป็นโทษติดตัวเหมือนเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด”...
คุณค่าด้านสังคม
๑. สมัยก่อนการให้ความรู้นั้นถือว่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทอง เพราะ
เป็นของติดตัวไม่เสื่อมสูญ ดังคาสอนในพระบรมราโชวาท
“การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์ซึ่งจะได้เล่าเรียนวิชานี้เป็น
หลักทรัพย์มรดกอันประเสริฐดีกว่าทรัพย์สินเงินทองอื่นๆ ด้วยเป็นของติดตัวอยู่
ได้ไม่มีอันตรายที่จะเสื่อมสูญ เหมือนหนึ่งได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ลูกเสมอๆ กัน
ทุกคน”
คุณค่าด้านสังคม (ต่อ)
๒. สะท้อนให้เห็นว่าสมัยแต่เดิมนั้นบุตรของท่านผู้มีบรรดาศักดิ์
ทั้งหลายจะหาช่องทางรับ ราชการยากเพราะเป็นผู้มีวาสนาก็จะต้องแต่งตั้งให้
รับตาแหน่งใหญ่โตสมฐานะ แต่ถึงตาแหน่งจะใหญ่โตความรู้ความสามารถก็ยัง
ต้องถึงด้วย
ดังคาสอนในพระบรมราโชวาทว่า
“เจ้านายจะเป็นผู้ได้ทาราชการ มีชื่อเสียงดีก็อาศัยได้แต่สติปัญญาความรู้
และความเพียรของตัว เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะเล่าเรียนโดยความเพียรอย่างยิ่ง”
คุณค่าด้านสังคม (ต่อ)
๓. สะท้อนให้เห็นว่าฝรั่งแต่ก่อนนั้นมั่งมี มีเงินใช้เยอะๆนั้นมาจาก
การได้ดอกเบี้ย สมัยก่อนนั้นจึงสอนบุตรไม่ให้อวดมั่งอวดมีทาเทียบเทียม
ผู้ดีฝรั่ง ให้ใช้เงินอย่างประหยัด มีเงินใช้เฉพาะแต่ที่จะรักษาความสุขของ
ตนพอสมควร ดังคาสอนในพระบรมราโชวาท
“ตั้งใจอยู่เสมอว่าตัวเป็นคนจน มีเงินใช้มีเงินใช้เฉพาะแต่ที่จะรักษา
ความสุขของตนพอสมควรดัง ไม่มั้งมีเหมือนผู้ดีฝรั่งที่เขาสืบตระกูลกันมาได้
ด้วยดอกเบี้ย อย่าอวดมั่งอวดมีทาเทียบเทียบเขาให้ฟุ้งซ่านไปเป็นอันขาด
คุณค่าด้านสังคม (ต่อ)
๔. สะท้อนให้เห็นว่าวิชาความรู้ในสมัยก่อนนั้นยังไม่รุ่งเรือง เหมือน
สมัยนี้ เนื่องจากการที่ไม่ได้คบค้าสมาคมกับชาติอื่นมาช้านาน ฝ่ายหนังสือไทย
จึงไม่พอที่จะเล่าเรียน จึงต้องไปเรียนภาษาอื่นเพื่อนากลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์
ดังที่ตรัสไว้ในพระบรมราโชวาทว่า
“จงเข้าใจว่าภาษาต่างประเทศนั้นเป็นแต่พื้นของความรู้ เพราะวิชา
ความรู้ในหนังสือไทยที่มีผู้แต่งไว้นั้นเป็นแต่ของเก่ามีน้อย เนื่องจากมิได้สมาคมกับ
ชาติอื่นมาช้านาน ฝ่ายหนังสือไทยจึงไม่พอที่จะเล่าเรียนจึงต้องไปเรียนภาษาอื่น
แล้วเอากลับลงมาใช้เป็นภาไทยทั้งสิ้น”
การนาไปใช้
๑. การไปศึกษาที่ใดไม่ให้อวดอ้างหรือไว้ยศว่าเป็นเจ้าเพราะจะ
ได้ไม่ต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยในการรักษายศถาบรรดาศักดิ์โดยไม่ได้
ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด
๒.ให้นึกไว้ว่าทุนทรัพย์ที่ได้เล่าเรียนวิชานี้ เป็นทรัพย์มรดกอัน
ประเสริฐกว่าทรัพย์สินเงินทองอื่นๆ ด้วยเป็นของติดตัวไม่เสื่อมสูญ จึงให้มี
ความอุตสาหะพากเพียรเรียนหนังสือให้เต็มที่ เพื่อจะได้มีโอกาสที่จะทาคุณ
ให้แก่บ้านเมือง
การนาไปใช้ (ต่อ)
๓.รู้จักเป็นคนอ่อนน้อมว่าง่ายสอนง่าย อย่าให้เป็นทิฐิมานะไป
ในทางที่ผิด จงละเว้นที่ชั่วซึ่งรู้ได้เองแก่ตัวหรือมีผู้ตักเตือนแนะนาให้รู้แล้ว อย่า
ให้ล่วงให้เป็นไปได้เลยเป็นอันขาด
๔.ให้รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด และรู้จักคุณค่าของเงิน อย่าทาใจโต
มือโตสุรุ่ยสุร่าย จงนึกไว้ให้เสมอว่าเงินทองที่แลเห็นมากๆนั้น ไม่ได้เป็นของหา
มาได้โดยง่ายเหมือนเวลาที่จ่ายไป
๕. ไม่ให้ใช้เกียรติยศชื่อเสียงเป็นช่องทางในการทามาหากิน ถ้าจะ
เป็นผู้ที่ได้ทาราชการมีชื่อเสียงดี ก็ต้องอาศัยแต่สติปัญญาความรู้ ไม่ใช่
ยศถาบรรดาศักดิ์
การนาไปใช้ (ต่อ)
๖. ไม่ให้ถือตัวว่าเป็นผู้มีอานาจยิ่งใหญ่แล้วทาเกะกะระรานไม่เกรงกลัว
ผู้ใด เพราะจะเป็นโทษแก่ตัวเองเมื่อหมดอานาจวาสนาแล้ว
๗.ไม่ให้ก่อหนี้ยืมสิ้น เพราะจะให้โทษแก่ตัวเองเมื่อถึงเวลาใช้หนี้ก็ต้องหา
เงินมาใช้ให้ทัน
๘. ไม่ให้คิดว่าเป็นเจ้านายมั่งมีแล้วอยู่นิ่งๆ ไม่ทาประโยชน์อันใด เพราะ
จะไม่ผิดอันใดกับสัตว์ดิรัจฉานเพราะสัตว์บางอย่างยังมีหนังมีเขามีกระดูกเป็น
ประโยชน์ได้บ้างแต่ถ้าคนประพฤติอย่างสัตว์ จะไม่มีประโยชน์อันใดยิ่งกว่าสัตว์
ดิรัจฉานบางพวกอีก
การนาไปใช้ (ต่อ)
๙.ให้เข้าใจว่าการออกไปศึกษาในประเทศยุโรปนั้น ใช่ว่าจะต้องนา
เอามาใช้แต่เฉพาะภาษาฝรั่งอย่างเดียว ภาษาไทยและหนังสือไทยซึ่งเป็น
ภาษาของเราเองคงจะต้องใช้อยู่เป็นนิจ คือ สามารถกลับมาแปลภาษาไทย
ออกเป็นภาษาต่างประเทศได้จึงจะนับว่าเป็นประโยชน์
๑o. เมื่อไปอยู่โรงเรียนแห่งใดให้ประพฤติการให้เรียบร้อยตามแบบ
อย่างที่เขาตั้งไว้อย่าเกะกะวุ่นวายเชื่อตัวเชื่อฤทธิ์ไปต่างๆ
18 พระบรมราโชวาท 2
18 พระบรมราโชวาท 2

18 พระบรมราโชวาท 2