Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Boonlert Aroonpiboon
DOC, PDF
19,644 views
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 11 times
1
/ 60
2
/ 60
3
/ 60
4
/ 60
Most read
5
/ 60
6
/ 60
Most read
7
/ 60
8
/ 60
9
/ 60
Most read
10
/ 60
11
/ 60
12
/ 60
13
/ 60
14
/ 60
15
/ 60
16
/ 60
17
/ 60
18
/ 60
19
/ 60
20
/ 60
21
/ 60
22
/ 60
23
/ 60
24
/ 60
25
/ 60
26
/ 60
27
/ 60
28
/ 60
29
/ 60
30
/ 60
31
/ 60
32
/ 60
33
/ 60
34
/ 60
35
/ 60
36
/ 60
37
/ 60
38
/ 60
39
/ 60
40
/ 60
41
/ 60
42
/ 60
43
/ 60
44
/ 60
45
/ 60
46
/ 60
47
/ 60
48
/ 60
49
/ 60
50
/ 60
51
/ 60
52
/ 60
53
/ 60
54
/ 60
55
/ 60
56
/ 60
57
/ 60
58
/ 60
59
/ 60
60
/ 60
More Related Content
PDF
แบบฝึกการอ่านชุดที่ 1
by
พัน พัน
PDF
1 ธรรมชาติและพลังของภาษาไทย(5-34)
by
อัมพร ศรีพิทักษ์
PDF
สุขฯ ม.2 หน่วย 10
by
supap6259
DOCX
คำประสม
by
Arocha Chaichana
PDF
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Sivagon Soontong
DOCX
เฉลย แบบทดสอบหลังเรียน
by
Tong Thitiphong
DOCX
ข้อตกลงของห้องเรียน
by
นฤมล ลุ้ยอุไร
DOCX
การเขียนบรรณานุกรม
by
Supaporn Khiewwan
แบบฝึกการอ่านชุดที่ 1
by
พัน พัน
1 ธรรมชาติและพลังของภาษาไทย(5-34)
by
อัมพร ศรีพิทักษ์
สุขฯ ม.2 หน่วย 10
by
supap6259
คำประสม
by
Arocha Chaichana
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Sivagon Soontong
เฉลย แบบทดสอบหลังเรียน
by
Tong Thitiphong
ข้อตกลงของห้องเรียน
by
นฤมล ลุ้ยอุไร
การเขียนบรรณานุกรม
by
Supaporn Khiewwan
What's hot
PDF
แบบฝึกการอ่านเขียน เล่ม ๕
by
ผอ.พีระยศ บุญเพ็ง
PDF
ใบความรู้วิชาห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ 1
by
Ploykarn Lamdual
PDF
แผน พล ม. 1 ภาค 1 ปี 54 ปิงปอง
by
somchaitumdee50
PDF
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การสื่อสารของมนุษย์
by
Sivagon Soontong
PDF
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน
by
SAKANAN ANANTASOOK
PDF
ข้อสอบ O net สังคม ป.3 ชุด 1
by
Anawat Supappornchai
PPT
ภาษาพูด ภาษาเขียน
by
monnawan
PDF
แบบทดสอบ องค์ประกอบของพยางค์และคำ
by
Piyarerk Bunkoson
DOC
แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย ป.2
by
iberryh
PDF
สุขฯ ม.2 หน่วย 9
by
supap6259
PDF
แบบทดสอบ การให้เหตุผล
by
Aon Narinchoti
PDF
อาหารและการดำรงชีวิต วิทยาศาสตร์ ม.2
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PDF
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๑
by
นันทนา วงศ์สมิตกุล
PDF
แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องบทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณ_ม.4
by
Sivagon Soontong
DOCX
ข้อสอบสุขศึกษา
by
Phichak Penpattanakul
DOC
ใบงานเรื่องอารมณ์และความเครียด
by
tassanee chaicharoen
PDF
ใบงาน เครื่องมือภูมิศาสตร์
by
ไพบููลย์ หัดรัดชัย
PDF
งานนำเสนอ Bandura (ใหม่)
by
Nattayaporn Dokbua
PDF
แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการแต่งคำประพันธ์
by
bambookruble
แบบฝึกการอ่านเขียน เล่ม ๕
by
ผอ.พีระยศ บุญเพ็ง
ใบความรู้วิชาห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ 1
by
Ploykarn Lamdual
แผน พล ม. 1 ภาค 1 ปี 54 ปิงปอง
by
somchaitumdee50
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การสื่อสารของมนุษย์
by
Sivagon Soontong
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน
by
SAKANAN ANANTASOOK
ข้อสอบ O net สังคม ป.3 ชุด 1
by
Anawat Supappornchai
ภาษาพูด ภาษาเขียน
by
monnawan
แบบทดสอบ องค์ประกอบของพยางค์และคำ
by
Piyarerk Bunkoson
แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย ป.2
by
iberryh
สุขฯ ม.2 หน่วย 9
by
supap6259
แบบทดสอบ การให้เหตุผล
by
Aon Narinchoti
อาหารและการดำรงชีวิต วิทยาศาสตร์ ม.2
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๑
by
นันทนา วงศ์สมิตกุล
แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องบทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณ_ม.4
by
Sivagon Soontong
ข้อสอบสุขศึกษา
by
Phichak Penpattanakul
ใบงานเรื่องอารมณ์และความเครียด
by
tassanee chaicharoen
ใบงาน เครื่องมือภูมิศาสตร์
by
ไพบููลย์ หัดรัดชัย
งานนำเสนอ Bandura (ใหม่)
by
Nattayaporn Dokbua
แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการแต่งคำประพันธ์
by
bambookruble
Similar to มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
DOC
ตัวชี้วัดเวิร์ด
by
mouseza
PDF
หลักสูตรแกนกลางภาษาไทย
by
น้อง มัดไหม
PDF
วิเคราะห์หลักสูตรไทย55
by
Nun'Top Lovely LoveLove
DOC
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
ภาษาไทย ม.ปลาย พท31001
by
Thidarat Termphon
DOC
สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หลักสูตรแกนกลาง
by
สปายด์ 'ดื้อ
PDF
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
DOC
หลักสูตรท้องถิ่นภาษาอังกฤษ
by
Bhayubhong
PDF
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
PDF
บัญชีคำพื้นฐาน
by
Patcha Linsay
PDF
ภาษาไทย ต้น
by
กลุ่มงาน วิชาการ
PDF
ภาษาไทย
by
กลุ่มงาน วิชาการ
PDF
ภาษาไทย ปลาย
by
กลุ่มงาน วิชาการ
DOC
pเกณฑ์ประเมินผลการอ่านการเขียน
by
ธัญญ์ชยา นาคมาตร
PDF
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
PDF
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
DOC
ตัวชี้วัดเวิร์ด
by
mouseza
DOC
01 หน่วย 1
by
กชนุช คำเวียง
PDF
ภาษาต่างประเทศ
by
thanakit553
PDF
วิเคราะห์หลักสุตรที่ใช้ในการอบรม
by
pong_4548
ตัวชี้วัดเวิร์ด
by
mouseza
หลักสูตรแกนกลางภาษาไทย
by
น้อง มัดไหม
วิเคราะห์หลักสูตรไทย55
by
Nun'Top Lovely LoveLove
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
by
Boonlert Aroonpiboon
ภาษาไทย ม.ปลาย พท31001
by
Thidarat Termphon
สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หลักสูตรแกนกลาง
by
สปายด์ 'ดื้อ
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
หลักสูตรท้องถิ่นภาษาอังกฤษ
by
Bhayubhong
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
บัญชีคำพื้นฐาน
by
Patcha Linsay
ภาษาไทย ต้น
by
กลุ่มงาน วิชาการ
ภาษาไทย
by
กลุ่มงาน วิชาการ
ภาษาไทย ปลาย
by
กลุ่มงาน วิชาการ
pเกณฑ์ประเมินผลการอ่านการเขียน
by
ธัญญ์ชยา นาคมาตร
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
ใบงาน
by
คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ
ตัวชี้วัดเวิร์ด
by
mouseza
01 หน่วย 1
by
กชนุช คำเวียง
ภาษาต่างประเทศ
by
thanakit553
วิเคราะห์หลักสุตรที่ใช้ในการอบรม
by
pong_4548
More from Boonlert Aroonpiboon
PDF
Scival for Research Performance
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
20190726 icde-session-chularat-nstda-4
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
Field-Weighted Citation Impact (FWCI)
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
20190220 digital-archives
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
OER KKU Library
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
Local Wisdom Information : How to
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
digital law for GLAM
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
LAM Code of conduct
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
201403 etda-library-settup
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
Excel quiz
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
OER MOOC - Success Story
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
20190409 social-media-backup
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
Museum digital-code
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
20190220 open-library
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
RLPD - OER MOOC
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
20180919 digital-collections
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
New Technology for Information Services
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
20180828 digital-archives
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
201403 etda-library
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
New Technology for Information Services
by
Boonlert Aroonpiboon
Scival for Research Performance
by
Boonlert Aroonpiboon
20190726 icde-session-chularat-nstda-4
by
Boonlert Aroonpiboon
Field-Weighted Citation Impact (FWCI)
by
Boonlert Aroonpiboon
20190220 digital-archives
by
Boonlert Aroonpiboon
OER KKU Library
by
Boonlert Aroonpiboon
Local Wisdom Information : How to
by
Boonlert Aroonpiboon
digital law for GLAM
by
Boonlert Aroonpiboon
LAM Code of conduct
by
Boonlert Aroonpiboon
201403 etda-library-settup
by
Boonlert Aroonpiboon
Excel quiz
by
Boonlert Aroonpiboon
OER MOOC - Success Story
by
Boonlert Aroonpiboon
20190409 social-media-backup
by
Boonlert Aroonpiboon
Museum digital-code
by
Boonlert Aroonpiboon
20190220 open-library
by
Boonlert Aroonpiboon
RLPD - OER MOOC
by
Boonlert Aroonpiboon
20180919 digital-collections
by
Boonlert Aroonpiboon
New Technology for Information Services
by
Boonlert Aroonpiboon
20180828 digital-archives
by
Boonlert Aroonpiboon
201403 etda-library
by
Boonlert Aroonpiboon
New Technology for Information Services
by
Boonlert Aroonpiboon
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
1.
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกน กลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษา ไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
สำานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
2.
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สารบัญ ห น้า คำานำา ทำาไมต้องเรียนภาษาไทย
๑ เรียนรู้อะไรในภาษาไทย ๑ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๒ คุณภาพผู้เรียน ๓ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ๖ สาระที่ ๑ การอ่าน ๖ สาระที่ ๒ การเขียน ๑๕ สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด ๒๒ สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย ๒๘ สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม ๓๓ อภิธานศัพท์ ๓๘ คณะผู้จัดทำา ๔๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
3.
ทำาไมต้องเรียนภาษาไทย ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอัน ก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติ ให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความ เข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำาให้สามารถประกอบกิจธุระ
การ งาน และดำารงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล สารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำาไปใช้ใน การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็น สื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และ สุนทรียภาพ เป็นสมบัติลำ้าค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และ สืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป เรียนรู้อะไรในภาษาไทย ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำานาญในการ ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อนำา ไปใช้ในชีวิตจริง • การอ่าน การอ่านออกเสียงคำา ประโยค การอ่านบท ร้อยแก้ว คำาประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่านในใจเพื่อสร้างความ เข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งที่อ่าน เพื่อ นำาไป ปรับใช้ในชีวิตประจำาวัน • การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคำาและรูปแบบต่างๆ ของการเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียน เรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วิเคราะห์วิจารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์ • การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดลำาดับเรื่อง ราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งเป็น ทางการและไม่เป็นทางการ และการพูดเพื่อโน้มน้าวใจ • หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของ ภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาต่าง ประเทศในภาษาไทย
4.
• วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและ วรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูล
แนวความคิด คุณค่าของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทำาความเข้าใจบทเห่ บทร้อง เล่นของเด็ก เพลงพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่ง ได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่อง ราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความ ซาบซึ้งและภูมิใจ ในบรรพบุรุษที่ได้สั่งสมสืบทอดมาจนถึง ปัจจุบัน สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำาเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียง ความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา ค้นคว้าอย่าง มีประสิทธิภาพ สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกใน โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ เปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญา ทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำา มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
5.
คุณภาพผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ • อ่านออกเสียงคำา
คำาคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบท ร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคำาและ ข้อความที่อ่าน ตั้งคำาถามเชิงเหตุผล ลำาดับเหตุการณ์ คาดคะเน เหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำา อธิบายจากเรื่องที่อ่านได้ เข้าใจความหมายของข้อมูลจาก แผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสมำ่าเสมอ และ มีมารยาทในการอ่าน • มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียน บรรยาย บันทึกประจำาวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องเกี่ยว กับประสบการณ์ เขียนเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการ เขียน • เล่ารายละเอียดและบอกสาระสำาคัญ ตั้งคำาถาม ตอบ คำาถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิดความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนำา หรือพูดเชิญชวนให้ผู้ อื่นปฏิบัติตาม และมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด • สะกดคำาและเข้าใจความหมายของคำา ความแตกต่างของ คำาและพยางค์ หน้าที่ของคำา ในประโยค มีทักษะการใช้ พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำา แต่งประโยคง่ายๆ แต่ง คำาคล้องจอง แต่งคำาขวัญ และเลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ • เข้าใจและสามารถสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและ วรรณกรรมเพื่อนำาไปใช้ในชีวิตประจำาวัน แสดงความคิดเห็นจาก วรรณคดีที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งเป็น วัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบทร้องเล่นสำาหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจำา บทอาขยานและบทร้อยกรอง ที่มีคุณค่าตามความสนใจได้ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำานอง เสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมายโดยตรงและความหมายโดย นัยของคำา ประโยค ข้อความ สำานวนโวหาร จากเรื่องที่อ่าน
6.
เข้าใจคำาแนะนำา คำาอธิบายในคู่มือต่างๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและข้อ เท็จจริง
รวมทั้งจับใจความสำาคัญของเรื่องที่อ่านและนำาความรู้ ความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำาเนินชีวิตได้ มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน และเห็นคุณค่าสิ่งที่อ่าน • มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสะกดคำา แต่งประโยคและเขียนข้อความ ตลอดจนเขียน สื่อสารโดยใช้ถ้อยคำาชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ โครงเรื่องและ แผนภาพความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนแสดงความรู้สึก และความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ และมี มารยาทในการเขียน • พูดแสดงความรู้ ความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู เล่าเรื่อง ย่อหรือสรุปจากเรื่องที่ฟังและดู ตั้งคำาถาม ตอบคำาถามจากเรื่องที่ ฟังและดู รวมทั้งประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูโฆษณา อย่างมีเหตุผล พูดตามลำาดับขั้นตอนเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน พูด รายงานหรือประเด็นค้นคว้าจาก การฟัง การดู การสนทนา และพูดโน้มน้าวได้อย่างมีเหตุผล รวมทั้งมีมารยาทในการดูและพูด • สะกดคำาและเข้าใจความหมายของคำา สำานวน คำาพังเพย และสุภาษิต รู้และเข้าใจ ชนิดและหน้าที่ของคำาในประโยค ชนิดของประโยค และคำาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้ คำาราชาศัพท์และคำาสุภาพได้อย่างเหมาะสม แต่งประโยค แต่งบท ร้อยกรองประเภทกลอนสี่ กลอนสุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ • เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่า นิทานพื้นบ้าน ร้องเพลงพื้นบ้านของท้องถิ่น นำาข้อคิดเห็นจากเรื่อง ที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจำาบทอาขยานตามที่ กำาหนดได้ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำานอง เสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย จับใจความสำาคัญและรายละเอียดของสิ่งที่อ่าน แสดงความคิดเห็น และข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน และเขียนกรอบแนวคิด ผังความ คิด ย่อความ เขียนรายงานจาก สิ่งที่อ่านได้ วิเคราะห์ วิจารณ์ อย่างมีเหตุผล ลำาดับความอย่างมีขั้นตอนและความเป็นไปได้ของ เรื่องที่อ่าน รวมทั้งประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุน จากเรื่องที่อ่าน • เขียนสื่อสารด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยคำาได้ถูก ต้องเหมาะสมตามระดับภาษาเขียนคำาขวัญ คำาคม คำาอวยพรใน
7.
โอกาสต่างๆ โฆษณา คติพจน์
สุนทรพจน์ ชีวประวัติ อัตชีวประวัติ และประสบการณ์ต่างๆ เขียนย่อความ จดหมายกิจธุระ แบบกรอก สมัครงาน เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ความคิดหรือโต้ แย้งอย่างมีเหตุผล ตลอดจนเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและ เขียนโครงงาน • พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินสิ่งที่ได้ จากการฟังและดู นำาข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำาวัน พูด รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ มีศิลปะในการพูด พูดในโอกาสต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และ พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือ รวมทั้งมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด • เข้าใจและใช้คำาราชาศัพท์ คำาบาลีสันสกฤต คำาภาษาต่าง ประเทศอื่นๆ คำาทับศัพท์ และศัพท์บัญญัติในภาษาไทย วิเคราะห์ ความแตกต่างในภาษาพูด ภาษาเขียน โครงสร้างของประโยครวม ประโยคซ้อน ลักษณะภาษาที่เป็นทางการ กึ่งทางการและไม่เป็น ทางการ และแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ และโคลงสี่ สุภาพ • สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ตัว ละครสำาคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับจากวรรณคดีวรรณกรรม และบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ข้อคิดเพื่อนำาไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตจริง จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำานอง เสนาะได้ถูกต้องและเข้าใจ ตีความ แปลความ และขยายความ เรื่องที่อ่านได้ วิเคราะห์วิจารณ์เรื่องที่อ่าน แสดงความคิดเห็นโต้ แย้งและเสนอความคิดใหม่จากการอ่านอย่างมีเหตุผล คาดคะเน เหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน เขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และเขียนรายงานจากสิ่งที่อ่าน สังเคราะห์ ประเมินค่า และนำาความรู้ความคิดจากการอ่านมาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ และ นำาความรู้ความคิดไปประยุกต์ใช้ แก้ปัญหาในการดำาเนินชีวิต มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน • เขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ภาษาได้ถูกต้องตรง ตามวัตถุประสงค์ ย่อความจากสื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหาที่หลาก หลาย เรียงความแสดงแนวคิดเชิงสร้างสรรค์โดยใช้โวหารต่างๆ เขียนบันทึก รายงานการศึกษาค้นคว้าตามหลักการเขียนทาง วิชาการ ใช้ข้อมูลสารสนเทศในการอ้างอิง ผลิตผลงานของตนเอง
8.
ในรูปแบบต่างๆ ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี รวมทั้งประเมินงาน เขียนของผู้อื่นและนำามาพัฒนางานเขียนของตนเอง •
ตั้งคำาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู มี วิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์วัตถุประสงค์ แนวคิด การใช้ภาษา ความน่าเชื่อถือของเรื่องที่ฟังและดู ประเมิน สิ่งที่ฟังและดูแล้วนำาไปประยุกต์ใช้ในการดำาเนินชีวิต มีทักษะการ พูดในโอกาสต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการโดยใช้ภาษา ที่ถูกต้อง พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าว และเสนอแนวคิด ใหม่อย่างมีเหตุผล รวมทั้งมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด • เข้าใจธรรมชาติของภาษา อิทธิพลของภาษา และลักษณะ ของภาษาไทย ใช้คำาและกลุ่มคำาสร้างประโยคได้ตรงตาม วัตถุประสงค์ แต่งคำาประพันธ์ประเภท กาพย์ โคลง ร่ายและฉันท์ ใช้ภาษาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและใช้คำาราชาศัพท์และคำาสุภาพ ได้อย่างถูกต้อง วิเคราะห์หลักการ สร้างคำาในภาษาไทย อิทธิพล ของภาษาต่างประเทศในภาษาไทยและภาษาถิ่น วิเคราะห์และ ประเมินการใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ • วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการ วิจารณ์วรรณคดีเบื้องต้น รู้และเข้าใจลักษณะเด่นของวรรณคดี ภูมิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมพื้นบ้าน เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ ทางประวัติศาสตร์และวิถีไทย ประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ และ นำาข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
9.
สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน
ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำาเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. อ่านออกเสียงคำา คำา คล้องจอง และข้อความ สั้นๆ ๒. บอกความหมายของคำา และข้อความที่อ่าน การอ่านออกเสียงและบอก ความหมายของคำา คำา คล้องจอง และข้อความที่ ประกอบด้วย คำาพื้นฐาน คือ คำาที่ใช้ในชีวิตประจำาวัน ไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คำา รวมทั้ง คำาที่ใช้เรียนรู้ใน กลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ประกอบด้วย - คำาที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่มี รูปวรรณยุกต์ - คำาที่มีตัวสะกดตรงตาม มาตราและไม่ตรงตามมาตรา - คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า - คำาที่มีอักษรนำา ๓. ตอบคำาถามเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่าน ๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่ อ่าน ๕. คาดคะเนเหตุการณ์ จากเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - นิทาน - เรื่องสั้นๆ - บทร้องเล่นและบทเพลง - เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทยและ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๖. อ่านหนังสือตามความ สนใจ อย่าง สมำ่าเสมอและนำาเสนอ เรื่องที่อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสือที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๗. บอกความหมายของ เครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์สำาคัญที่มัก พบเห็นในชีวิตประจำาวัน การอ่านเครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์ ประกอบด้วย - เครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ ที่พบเห็นในชีวิตประจำาวัน - เครื่องหมายแสดงความ ปลอดภัยและแสดงอันตราย
10.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๘.
มีมารยาท ในการอ่าน มารยาทในการอ่าน เช่น - ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น - ไม่เล่นกันขณะที่อ่าน - ไม่ทำาลายหนังสือ ป.๒ ๑. อ่านออกเสียงคำา คำา คล้องจอง ข้อความ และ บทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง ๒. อธิบายความหมายของ คำาและข้อความที่อ่าน การอ่านออกเสียงและการบอก วามหมายของคำา คำาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรอง ง่ายๆ ที่ประกอบด้วยคำาพื้นฐาน เพิ่มจาก ป. ๑ ไม่น้อย กว่า ๘๐๐ คำา รวมทั้งคำาที่ใช้ เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ประกอบด้วย - คำาที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่มี รูปวรรณยุกต์ - คำาที่มีตัวสะกดตรงตาม มาตราและไม่ตรงตามมาตรา - คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า - คำาที่มีอักษรนำา - คำาที่มีตัวการันต์ - คำาที่มี รร - คำาที่มีพยัญชนะและสระที่ไม่ ออกเสียง ๓. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่าน ๔. ระบุใจความสำาคัญและ รายละเอียดจากเรื่องที่ อ่าน ๕. แสดงความคิดเห็นและ คาดคะเนเหตุการณ์จาก เรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - นิทาน - เรื่องเล่าสั้น ๆ - บทเพลงและบทร้อยกรอง ง่ายๆ - เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน ๖. อ่านหนังสือตามความ สนใจอย่างสมำ่าเสมอและ นำาเสนอเรื่องที่อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสือที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๗. อ่านข้อเขียนเชิง การอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย
11.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง อธิบาย
และปฏิบัติตาม คำาสั่งหรือข้อแนะนำา และปฏิบัติตามคำาสั่งหรือข้อ แนะนำา - การใช้สถานที่สาธารณะ - คำาแนะนำาการใช้เครื่องใช้ที่ จำาเป็นในบ้านและในโรงเรียน ๘. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน เช่น - ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น - ไม่เล่นกันขณะที่อ่าน - ไม่ทำาลายหนังสือ - ไม่ควรแย่งอ่านหรือชะโงก หน้าไปอ่านขณะที่ผู้อื่นกำาลัง อ่านอยู่ ป.๓ ๑. อ่านออกเสียงคำา ข้อความ เรื่องสั้นๆ และ บทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูก ต้อง คล่องแคล่ว ๒. อธิบายความหมายของ คำาและข้อความที่อ่าน การอ่านออกเสียงและการบอก ความหมายของคำา คำา คล้องจอง ข้อความ และบทร้อย กรองง่ายๆ ที่ประกอบด้วยคำา พื้นฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไม่น้อย กว่า ๑,๒๐๐ คำา รวมทั้งคำาที่ เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ประกอบด้วย - คำาที่มีตัวการันต์ - คำาที่มี รร - คำาที่มีพยัญชนะและสระไม่ ออกเสียง - คำาพ้อง - คำาพิเศษอื่นๆ เช่น คำาที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ๓. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเชิงเหตุผลเกี่ยว กับเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - นิทานหรือเรื่องเกี่ยวกับท้อง ถิ่น ๔. ลำาดับเหตุการณ์และ คาดคะเนเหตุการณ์จาก เรื่องที่อ่านโดยระบุ เหตุผลประกอบ ๕. สรุปความรู้และข้อคิด จากเรื่องที่อ่านเพื่อนำาไป - เรื่องเล่าสั้นๆ - บทเพลงและบทร้อยกรอง - บทเรียนในกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น - ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิต ประจำาวันในท้องถิ่นและ
12.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ใช้ในชีวิตประจำาวัน
ชุมชน ๖. อ่านหนังสือตามความ สนใจ อย่าง สมำ่าเสมอและนำาเสนอ เรื่องที่อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสือที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๗. อ่านข้อเขียนเชิง อธิบายและปฏิบัติตามคำา สั่งหรือข้อแนะนำา การอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำาสั่งหรือข้อ แนะนำา - คำาแนะนำาต่างๆ ในชีวิต ประจำาวัน - ประกาศ ป้ายโฆษณา และ คำาขวัญ ๘. อธิบายความหมายของ ข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ การอ่านข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ ๙. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน เช่น - ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น - ไม่เล่นกันขณะที่อ่าน - ไม่ทำาลายหนังสือ - ไม่ควรแย่งอ่านหรือชะโงก หน้าไปอ่านขณะที่ผู้อื่นกำาลัง อ่าน ป.๔ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย แก้วและ บทร้อย กรองได้ถูกต้อง ๒. อธิบายความหมายของ คำา ประโยค และสำานวน จากเรื่องที่อ่าน การอ่านออกเสียงและการบอก ความหมายของบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองที่ประกอบด้วย - คำาที่มี ร ล เป็นพยัญชนะต้น - คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า - คำาที่มีอักษรนำา - คำาประสม - อักษรย่อและเครื่องหมาย วรรคตอน
13.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -
ประโยคที่มีสำานวนเป็นคำา พังเพย สุภาษิต ปริศนา คำาทาย และเครื่องหมาย วรรคตอน การอ่านบทร้อยกรองเป็น ทำานองเสนาะ ๓. อ่านเรื่องสั้นๆ ตามเวลา ที่กำาหนดและตอบคำาถาม จากเรื่องที่อ่าน ๔. แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น จากเรื่องที่อ่าน ๕. คาดคะเนเหตุการณ์ จากเรื่องที่อ่านโดยระบุ เหตุผลประกอบ ๖. สรุปความรู้และข้อคิด จากเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - เรื่องสั้น ๆ - เรื่องเล่าจากประสบการณ์ - นิทานชาดก - บทความ - บทโฆษณา - งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ เพื่อนำาไปใช้ในชีวิต ประจำาวัน - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน - สารคดีและบันเทิงคดี ๗. อ่านหนังสือที่มีคุณค่า ตามความสนใจอย่าง สมำ่าเสมอและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสือที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๘. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน ป.๕ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย แก้วและ บทร้อย กรองได้ถูกต้อง ๒. อธิบายความหมายของ คำา ประโยคและข้อความ ที่เป็นการบรรยาย และการพรรณนา การอ่านออกเสียงและการบอก ความหมายของบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองที่ประกอบด้วย - คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า - คำาที่มีอักษรนำา - คำาที่มีตัวการันต์ - อักษรย่อและเครื่องหมาย
14.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๓.
อธิบายความหมายโดย นัย จากเรื่องที่อ่านอย่าง หลากหลาย วรรคตอน - ข้อความที่เป็นการบรรยาย และพรรณนา - ข้อความที่มีความหมายโดย นัย การอ่านบทร้อยกรองเป็น ทำานองเสนาะ ๔. แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน ๕. วิเคราะห์และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่านเพื่อนำาไปใช้ ในการดำาเนินชีวิต การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - วรรณคดีในบทเรียน - บทความ - บทโฆษณา - งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน ๖. อ่านงานเขียนเชิง อธิบาย คำาสั่ง ข้อแนะนำา และปฏิบัติตาม การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำาสั่ง ข้อแนะนำา และปฏิบัติ ตาม เช่น - การใช้พจนานุกรม - การใช้วัสดุอุปกรณ์ - การอ่านฉลากยา - คู่มือและเอกสารของโรงเรียน ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน - ข่าวสารทางราชการ ๗. อ่านหนังสือที่มีคุณค่า ตามความสนใจอย่าง สมำ่าเสมอและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสือที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๘. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน ป.๖ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย แก้วและ บทร้อย กรองได้ถูกต้อง ๒. อธิบายความหมายของ คำา ประโยคและข้อความ ที่เป็นโวหาร การอ่านออกเสียงและการบอก ความหมายของบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง ประกอบด้วย - คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า - คำาที่มีอักษรนำา - คำาที่มีตัวการันต์ - คำาที่มาจากภาษาต่างประเทศ
15.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -
อักษรย่อและเครื่องหมาย วรรคตอน - วัน เดือน ปีแบบไทย - ข้อความที่เป็นโวหารต่างๆ - สำานวนเปรียบเทียบ การอ่านบทร้อยกรองเป็น ทำานองเสนาะ ๓. อ่านเรื่องสั้นๆ อย่าง หลากหลาย โดยจับ เวลาแล้วถามเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่าน ๔. แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - เรื่องสั้น ๆ - นิทานและเพลงพื้นบ้าน - บทความ ๕. อธิบายการนำาความรู้ และความคิด จากเรื่องที่ อ่านไปตัดสินใจแก้ ปัญหา ในการดำาเนิน ชีวิต - พระบรมราโชวาท - สารคดี - เรื่องสั้น - งานเขียนประเภทโน้มน้าว - บทโฆษณา - ข่าว และเหตุการณ์สำาคัญ การอ่านเร็ว ๖. อ่านงานเขียนเชิง อธิบาย คำาสั่ง ข้อ แนะนำา และปฏิบัติตาม การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำาสั่ง ข้อแนะนำา และปฏิบัติ ตาม - การใช้พจนานุกรม - การปฏิบัติตนในการอยู่ร่วม กันในสังคม - ข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันใน โรงเรียน และการใช้สถานที่ สาธารณะในชุมชนและท้อง ถิ่น ๗. อธิบายความหมายของ ข้อมูล จากการอ่าน แผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ การอ่านข้อมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ ๘. อ่านหนังสือตามความ สนใจ และอธิบายคุณค่า ที่ได้รับ การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย
16.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -
หนังสืออ่านที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๙. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน ม.๑ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย แก้ว และ บทร้อย กรองได้ถูกต้องเหมาะสม กับเรื่องที่อ่าน การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย - บทร้อยแก้วที่เป็นบทบรรยาย - บทร้อยกรอง เช่น กลอน สุภาพ กลอนสักวา กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบัง ๑๖ กาพย์ สุรางคนางค์ ๒๘ และโคลงสี่ สุภาพ ๒. จับใจความสำาคัญจาก เรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น ๓. ระบุเหตุและผล และข้อ เท็จจริงกับข้อคิดเห็น จากเรื่องที่อ่าน ๔. ระบุและอธิบายคำา เปรียบเทียบ และคำาที่มี หลายความหมายใน บริบทต่างๆ จากการอ่าน ๕. ตีความคำายากใน เอกสารวิชาการ โดย พิจารณาจากบริบท - เรื่องเล่าจากประสบการณ์ - เรื่องสั้น - บทสนทนา - นิทานชาดก - วรรณคดีในบทเรียน - งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ - บทความ ๖. ระบุข้อสังเกตและความ สมเหตุสมผลของงาน เขียนประเภทชักจูง โน้มน้าวใจ - สารคดี - บันเทิงคดี - เอกสารทางวิชาการที่มีคำา ประโยค และข้อความที่ต้อง ใช้บริบทช่วยพิจารณาความ หมาย - งานเขียนประเภทชักจูงโน้ม น้าวใจเชิงสร้างสรรค์ ๗. ปฏิบัติตามคู่มือแนะนำา วิธีการใช้งาน ของ เครื่องมือหรือเครื่องใช้ ในระดับที่ยากขึ้น การอ่านและปฏิบัติตามเอกสาร คู่มือ ๘. วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับ จากการอ่านงานเขียน อย่างหลากหลายเพื่อนำา ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสืออ่านที่ครูและนักเรียน
17.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง กำาหนดร่วมกัน ๙.
มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน ม.๒ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย แก้ว และ บทร้อย กรองได้ถูกต้อง การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย - บทร้อยแก้วที่เป็นบทบรรยาย และบทพรรณนา - บทร้อยกรอง เช่น กลอนบท ละคร กลอนนิทาน กลอน เพลงยาว และกาพย์ห่อโคลง ๒. จับใจความสำาคัญ สรุป ความ และอธิบายราย ละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ๓. เขียนผังความคิดเพื่อ แสดงความเข้าใจในบท เรียนต่างๆ ที่อ่าน ๔. อภิปรายแสดงความคิด เห็น และ ข้อโต้แย้ง เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ๕. วิเคราะห์และจำาแนกข้อ เท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็นจาก บทความที่อ่าน ๖. ระบุข้อสังเกตการชวน เชื่อ การ โน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผล ของงานเขียน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - วรรณคดีในบทเรียน - บทความ - บันทึกเหตุการณ์ - บทสนทนา - บทโฆษณา - งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ - งานเขียนหรือบทความแสดง ข้อเท็จจริง - เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๗. อ่านหนังสือ บทความ หรือคำาประพันธ์อย่าง หลากหลาย และประเมิน คุณค่าหรือแนวคิดที่ได้ จากการอ่าน เพื่อนำาไป ใช้แก้ปัญหาในชีวิต การอ่านตามความสนใจ เช่น - หนังสืออ่านนอกเวลา - หนังสือที่นักเรียนสนใจและ เหมาะสมกับวัย - หนังสืออ่านที่ครูและนักเรียน กำาหนดร่วมกัน ๘. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน ม.๓ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย แก้ว และ บทร้อย กรองได้ถูกต้องและ เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย - บทร้อยแก้วที่เป็นบทความ ทั่วไปและบทความปกิณกะ - บทร้อยกรอง เช่น กลอนบท ละคร กลอนเสภา กาพย์ยานี
18.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑๑
กาพย์ฉบัง ๑๖ และโคลงสี่ สุภาพ ๒. ระบุความแตกต่างของ คำาที่มีความหมาย โดยตรงและความหมาย โดยนัย ๓. ระบุใจความสำาคัญและ รายละเอียดของข้อมูลที่ สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน ๔. อ่านเรื่องต่างๆ แล้ว เขียนกรอบแนวคิด ผัง ความคิด บันทึก ย่อ ความและรายงาน ๕. วิเคราะห์ วิจารณ์ และ ประเมินเรื่อง ที่อ่าน โดยใช้กลวิธีการเปรียบ เทียบเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ได้ดีขึ้น ๖. ประเมินความถูกต้อง ของข้อมูล ที่ใช้ สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน ๗. วิจารณ์ความสมเหตุสม ผล การลำาดับความ และ ความเป็นไปได้ของเรื่อง ๘. วิเคราะห์เพื่อแสดง ความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยว กับเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - วรรณคดีในบทเรียน - ข่าวและเหตุการณ์สำาคัญ - บทความ - บันเทิงคดี - สารคดี - สารคดีเชิงประวัติ - ตำานาน - งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ - เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๙. ตีความและประเมิน คุณค่า และแนวคิดที่ ได้จากงานเขียนอย่าง หลากหลายเพื่อนำาไปใช้ แก้ปัญหา ในชีวิต การอ่านตามความสนใจ เช่น - หนังสืออ่านนอกเวลา - หนังสืออ่านตามความสนใจ และตามวัยของนักเรียน - หนังสืออ่านที่ครูและนักเรียน ร่วมกันกำาหนด ๑๐. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน ม.๔- ๑. อ่านออกเสียงบทร้อย การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย
19.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๖
แก้ว และ บทร้อย กรองได้อย่างถูกต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกับ เรื่องที่อ่าน - บทร้อยแก้วประเภทต่างๆ เช่น บทความ นวนิยาย และ ความเรียง - บทร้อยกรอง เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย และลิลิต ๒. ตีความ แปลความ และ ขยายความเรื่องที่อ่าน ๓. วิเคราะห์และวิจารณ์ เรื่องที่อ่าน ในทุกๆ ด้านอย่างมี เหตุผล ๔. คาดคะเนเหตุการณ์ จากเรื่องที่อ่าน และ ประเมินค่าเพื่อนำาความรู้ ความคิดไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำาเนิน ชีวิต ๕. วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดง ความคิดเห็นโต้แย้งกับ เรื่องที่อ่าน และเสนอ ความคิดใหม่อย่างมี เหตุผล ๖. ตอบคำาถามจากการ อ่านประเภทต่างๆ ภายในเวลาที่กำาหนด ๗. อ่านเรื่องต่างๆ แล้ว เขียนกรอบแนวคิดผัง ความคิด บันทึก ย่อ ความ และรายงาน ๘. สังเคราะห์ความรู้จาก การอ่าน สื่อสิ่ง พิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการ เรียน และพัฒนาความรู้ ทางอาชีพ การอ่านจับใจความจากสื่อ ต่างๆ เช่น - ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อ อิเล็กทรอนิกส์และแหล่งเรียน รู้ต่าง ๆ ในชุมชน - บทความ - นิทาน - เรื่องสั้น - นวนิยาย - วรรณกรรมพื้นบ้าน - วรรณคดีในบทเรียน - บทโฆษณา - สารคดี - บันเทิงคดี - ปาฐกถา - พระบรมราโชวาท - เทศนา - คำาบรรยาย - คำาสอน - บทร้อยกรองร่วมสมัย - บทเพลง - บทอาเศียรวาท - คำาขวัญ
20.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๙.
มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียง ความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา ค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว อักษรไทย ๒. เขียนสื่อสารด้วยคำาและ ประโยคง่ายๆ การเขียนสื่อสาร - คำาที่ใช้ในชีวิตประจำาวัน - คำาพื้นฐานในบทเรียน - คำาคล้องจอง - ประโยคง่ายๆ ๓. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน เช่น - เขียนให้อ่านง่าย สะอาด ไม่ ขีดฆ่า - ไม่ขีดเขียนในที่สาธารณะ - ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับ เวลา สถานที่ และบุคคล ป.๒ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว อักษรไทย ๒. เขียนเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับ ประสบการณ์ การเขียนเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับ ประสบการณ์ ๓. เขียนเรื่องสั้นๆ ตาม การเขียนเรื่องสั้นๆ ตาม
21.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง จินตนาการ
จินตนาการ ๔. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน เช่น - เขียนให้อ่านง่าย สะอาด ไม่ ขีดฆ่า - ไม่ขีดเขียนในที่สาธารณะ - ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับ เวลา สถานที่ และบุคคล - ไม่เขียนล้อเลียนผู้อื่นหรือ ทำาให้ผู้อื่นเสียหาย ป.๓ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดตามรูปแบบการเขียน ตัวอักษรไทย ๒ เขียนบรรยายเกี่ยวกับ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้อย่าง ชัดเจน การเขียนบรรยายเกี่ยวกับ ลักษณะของ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ๓. เขียนบันทึกประจำาวัน การเขียนบันทึกประจำาวัน ๔. เขียนจดหมายลาครู การเขียนจดหมายลาครู ๕. เขียนเรื่องตาม จินตนาการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ จากคำา ภาพ และหัวข้อที่ กำาหนด ๖. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน เช่น - เขียนให้อ่านง่าย สะอาด ไม่ ขีดฆ่า - ไม่ขีดเขียนในที่สาธารณะ - ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับ เวลา สถานที่ และบุคคล - ไม่เขียนล้อเลียนผู้อื่นหรือ ทำาให้ผู้อื่นเสียหาย ป.๔ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดและครึ่งบรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการ เขียนตัวอักษรไทย ๒. เขียนสื่อสารโดยใช้คำา ได้ถูกต้องชัดเจน และ เหมาะสม การเขียนสื่อสาร เช่น - คำาขวัญ - คำาแนะนำา ๓. เขียนแผนภาพโครง เรื่องและแผนภาพความ คิดเพื่อใช้พัฒนางาน เขียน การนำาแผนภาพโครงเรื่องและ แผนภาพความคิดไปพัฒนางาน เขียน ๔. เขียนย่อความจากเรื่อง การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ
22.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สั้นๆ
เช่น นิทาน ความเรียงประเภท ต่างๆ ประกาศ จดหมาย คำา สอน ๕. เขียนจดหมายถึงเพื่อน และบิดามารดา การเขียนจดหมายถึงเพื่อนและ บิดามารดา ๖. เขียนบันทึกและเขียน รายงานจากการศึกษา ค้นคว้า การเขียนบันทึกและเขียน รายงานจากการศึกษาค้นคว้า ๗. เขียนเรื่องตาม จินตนาการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ๘. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน ป.๕ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัด และครึ่งบรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดและ ครึ่งบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษร ไทย ๒. เขียนสื่อสารโดยใช้คำา ได้ถูกต้องชัดเจน และ เหมาะสม การเขียนสื่อสาร เช่น - คำาขวัญ - คำาอวยพร - คำาแนะนำาและคำาอธิบายแสดง ขั้นตอน ๓. เขียนแผนภาพโครง เรื่องและแผนภาพความ คิดเพื่อใช้พัฒนางาน เขียน การนำาแผนภาพโครงเรื่องและ แผนภาพความคิดไปพัฒนางาน เขียน ๔. เขียนย่อความจากเรื่อง ที่อ่าน การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน ความเรียงประเภท ต่างๆ ประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์ จดหมาย คำาสอน โอวาท คำาปราศรัย ๕. เขียนจดหมายถึงผู้ ปกครองและญาติ การเขียนจดหมายถึงผู้ปกครอง และญาติ ๖. เขียนแสดงความรู้สึก และความคิดเห็นได้ตรง ตามเจตนา การเขียนแสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็น ๗. กรอกแบบรายการ ต่างๆ การกรอกแบบรายการ - ใบฝากเงินและใบถอนเงิน - ธนาณัติ - แบบฝากส่งพัสดุ
23.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ไปรษณียภัณฑ์ ๘.
เขียนเรื่องตาม จินตนาการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ๙. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน ป.๖ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัด และครึ่งบรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดและ ครึ่งบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษร ไทย ๒. เขียนสื่อสารโดยใช้คำา ได้ถูกต้องชัดเจน และ เหมาะสม การเขียนสื่อสาร เช่น - คำาขวัญ - คำาอวยพร - ประกาศ ๓. เขียนแผนภาพโครง เรื่องและแผนภาพความ คิดเพื่อใช้พัฒนางาน เขียน การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพความคิด ๔. เขียนเรียงความ การเขียนเรียงความ ๕. เขียนย่อความจากเรื่อง ที่อ่าน การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน ความเรียงประเภท ต่างๆ ประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์ จดหมาย คำาสอน โอวาท คำาปราศรัย สุนทรพจน์ รายงาน ระเบียบ คำาสั่ง ๖. เขียนจดหมายส่วนตัว การเขียนจดหมายส่วนตัว - จดหมายขอโทษ - จดหมายแสดงความขอบคุณ - จดหมายแสดงความเห็นใจ - จดหมายแสดงความยินดี ๗. กรอกแบบรายการ ต่างๆ การกรอกแบบรายการ - แบบคำาร้องต่างๆ - ใบสมัครศึกษาต่อ - แบบฝากส่งพัสดุและ ไปรษณียภัณฑ์ ๘. เขียนเรื่องตาม จินตนาการและ สร้างสรรค์ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ และสร้างสรรค์ ๙. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน
24.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๑
๑. คัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว อักษรไทย ๒. เขียนสื่อสารโดยใช้ ถ้อยคำาถูกต้องชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย การเขียนสื่อสาร เช่น - การเขียนแนะนำาตนเอง - การเขียนแนะนำาสถานที่ สำาคัญๆ - การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๓. เขียนบรรยาย ประสบการณ์โดยระบุ สาระสำาคัญและราย ละเอียดสนับสนุน การบรรยายประสบการณ์ ๔. เขียนเรียงความ การเขียนเรียงความเชิง พรรณนา ๕. เขียนย่อความจากเรื่อง ที่อ่าน การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น เรื่องสั้น คำาสอน โอวาท คำาปราศรัย สุนทรพจน์ รายงาน ระเบียบ คำาสั่ง บท สนทนาเรื่องเล่าประสบการณ์ ๖. เขียนแสดงความคิด เห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อ ที่ได้รับ การเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสาระจากสื่อต่างๆ เช่น - บทความ - หนังสืออ่านนอกเวลา - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน - เหตุการณ์สำาคัญต่างๆ ๗. เขียนจดหมายส่วนตัว และจดหมาย กิจธุระ การเขียนจดหมายส่วนตัว - จดหมายขอความช่วยเหลือ - จดหมายแนะนำา การเขียนจดหมายกิจธุระ - จดหมายสอบถามข้อมูล ๘. เขียนรายงานการศึกษา ค้นคว้าและโครงงาน การเขียนรายงาน ได้แก่ - การเขียนรายงานจากการ
25.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ศึกษาค้นคว้า -
การเขียนรายงานโครงงาน ๙. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน ม.๒ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัดตามรูปแบบการเขียน ตัวอักษรไทย ๒. เขียนบรรยายและ พรรณนา การเขียนบรรยายและพรรณนา ๓. เขียนเรียงความ การเขียนเรียงความเกี่ยวกับ ประสบการณ์ ๔. เขียนย่อความ การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน คำาสอน บทความทางวิชาการ บันทึก เหตุการณ์ เรื่องราวในบท เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น นิทานชาดก ๕. เขียนรายงานการศึกษา ค้นคว้า การเขียนรายงาน - การเขียนรายงานจากการ ศึกษาค้นคว้า - การเขียนรายงานโครงงาน ๖. เขียนจดหมายกิจธุระ การเขียนจดหมายกิจธุระ - จดหมายเชิญวิทยากร - จดหมายขอความอนุเคราะห์ ๗. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความ คิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องที่อ่านอย่างมี เหตุผล การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งจากสื่อต่างๆ เช่น - บทความ - บทเพลง - หนังสืออ่านนอกเวลา - สารคดี - บันเทิงคดี ๘. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน ม.๓ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัด การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว อักษรไทย
26.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๒.
เขียนข้อความโดยใช้ ถ้อยคำาได้ถูกต้องตาม ระดับภาษา การเขียนข้อความตาม สถานการณ์และโอกาสต่างๆ เช่น - คำาอวยพรในโอกาสต่างๆ - คำาขวัญ - คำาคม - โฆษณา - คติพจน์ - สุนทรพจน์ ๓. เขียนชีวประวัติหรือ อัตชีวประวัติโดยเล่า เหตุการณ์ ข้อคิดเห็น และทัศนคติในเรื่องต่างๆ การเขียนอัตชีวประวัติหรือ ชีวประวัติ ๔. เขียนย่อความ การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน ประวัติ ตำานาน สารคดีทางวิชาการ พระราช ดำารัส พระบรมราโชวาท จดหมายราชการ ๕. เขียนจดหมายกิจธุระ การเขียนจดหมายกิจธุระ - จดหมายเชิญวิทยากร - จดหมายขอความอนุเคราะห์ - จดหมายแสดงความขอบคุณ ๖. เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็นและโต้ แย้งอย่างมีเหตุผล การเขียนอธิบาย ชี้แจง แสดง ความคิดเห็น และโต้แย้งในเรื่อง ต่างๆ ๗. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความ คิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องต่างๆ การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งจากสื่อต่างๆ เช่น - บทโฆษณา - บทความทางวิชาการ ๘. กรอกแบบสมัครงาน พร้อมเขียนบรรยายเกี่ยว กับความรู้และทักษะ ของตนเองที่เหมาะสมกับ งาน การกรอกแบบสมัครงาน ๙. เขียนรายงานการ การเขียนรายงาน ได้แก่
27.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ศึกษาค้นคว้า
และโครง งาน - การเขียนรายงานจากการ ศึกษาค้นคว้า - การเขียนรายงานโครงงาน ๑๐. มีมารยาทในการ เขียน มารยาทในการเขียน ม.๔- ม.๖ ๑. เขียนสื่อสารในรูปแบบ ต่างๆ ได้ ตรงตาม วัตถุประสงค์ โดยใช้ ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มี ข้อมูล และสาระสำาคัญ ชัดเจน การเขียนสื่อสารในรูปแบบ ต่างๆ เช่น - อธิบาย - บรรยาย - พรรณนา - แสดงทรรศนะ - โต้แย้ง - โน้มน้าว - เชิญชวน - ประกาศ - จดหมายกิจธุระ - โครงการและรายงานการ ดำาเนินโครงการ - รายงานการประชุม - การกรอกแบบรายการต่างๆ ๒. เขียนเรียงความ การเขียนเรียงความ ๓. เขียนย่อความจากสื่อที่ มีรูปแบบ และเนื้อหา หลากหลาย การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น - กวีนิพนธ์ และวรรณคดี - เรื่องสั้น สารคดี นวนิยาย บทความทางวิชาการ และ วรรณกรรมพื้นบ้าน ๔. ผลิตงานเขียนของ ตนเองในรูปแบบต่างๆ การเขียนในรูปแบบต่างๆ เช่น - สารคดี - บันเทิงคดี ๕. ประเมินงานเขียนของผู้ อื่น แล้วนำามาพัฒนา งานเขียนของตนเอง การประเมินคุณค่างานเขียนใน ด้านต่างๆ เช่น - แนวคิดของผู้เขียน - การใช้ถ้อยคำา - การเรียบเรียง - สำานวนโวหาร - กลวิธีในการเขียน ๖. เขียนรายงานการศึกษา การเขียนรายงานเชิงวิชาการ
28.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ค้นคว้า
เรื่องที่ สนใจตามหลักการเขียน เชิงวิชาการ และใช้ ข้อมูลสารสนเทศอ้างอิง อย่างถูกต้อง การเขียนอ้างอิงข้อมูล สารสนเทศ ๗. บันทึกการศึกษา ค้นคว้าเพื่อนำาไปพัฒนา ตนเองอย่างสมำ่าเสมอ การเขียนบันทึกความรู้จาก แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ๘. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และ พูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. ฟังคำาแนะนำา คำาสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม การฟังและปฏิบัติตามคำาแนะนำา คำาสั่งง่ายๆ ๒. ตอบคำาถามและเล่าเรื่อง ที่ฟังและดู ทั้งที่เป็น ความรู้และความบันเทิง ๓. พูดแสดงความคิดเห็น และความรู้สึกจากเรื่องที่ ฟังและดู การจับใจความและพูดแสดง ความคิดเห็น ความรู้สึกจาก เรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้ และความบันเทิง เช่น - เรื่องเล่าและสารคดีสำาหรับ เด็ก - นิทาน - การ์ตูน - เรื่องขบขัน ๔. พูดสื่อสารได้ตาม วัตถุประสงค์ การพูดสื่อสารในชีวิตประจำาวัน เช่น - การแนะนำาตนเอง - การขอความช่วยเหลือ - การกล่าวคำาขอบคุณ
29.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -
การกล่าวคำาขอโทษ ๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง เช่น - ตั้งใจฟัง ตามองผู้พูด - ไม่รบกวนผู้อื่นขณะที่ฟัง - ไม่ควรนำาอาหารหรือเครื่อง ดื่มไปรับประทานขณะที่ฟัง - ให้เกียรติผู้พูดด้วยการปรบ มือ - ไม่พูดสอดแทรกขณะที่ฟัง มารยาทในการดู เช่น - ตั้งใจดู - ไม่ส่งเสียงดังหรือแสดงอาการ รบกวนสมาธิของผู้อื่น มารยาทในการพูด เช่น - ใช้ถ้อยคำาและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ - ใช้นำ้าเสียงนุ่มนวล - ไม่พูดสอดแทรกในขณะที่ผู้ อื่นกำาลังพูด ป.๒ ๑. ฟังคำาแนะนำา คำาสั่งที่ ซับซ้อน และปฏิบัติตาม การฟังและปฏิบัติตามคำาแนะนำา คำาสั่งที่ซับซ้อน ๒. เล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่ เป็นความรู้และความ บันเทิง ๓. บอกสาระสำาคัญของ เรื่องที่ฟังและดู ๔. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และดู การจับใจความและพูดแสดง ความคิดเห็น ความรู้สึกจาก เรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้ และความบันเทิง เช่น - เรื่องเล่าและสารคดีสำาหรับ เด็ก - นิทาน การ์ตูน และเรื่อง ขบขัน ๕. พูดแสดงความคิดเห็น และความรู้สึกจากเรื่องที่ ฟังและดู - รายการสำาหรับเด็ก - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน - เพลง ๖. พูดสื่อสารได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ การพูดสื่อสารในชีวิตประจำาวัน เช่น - การแนะนำาตนเอง - การขอความช่วยเหลือ
30.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -
การกล่าวคำาขอบคุณ - การกล่าวคำาขอโทษ - การพูดขอร้องในโอกาสต่างๆ - การเล่าประสบการณ์ในชีวิต ประจำาวัน ๗. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง เช่น - ตั้งใจฟัง ตามองผู้พูด - ไม่รบกวนผู้อื่นขณะที่ฟัง - ไม่ควรนำาอาหารหรือเครื่อง ดื่มไปรับประทานขณะที่ฟัง - ไม่พูดสอดแทรกขณะที่ฟัง มารยาทในการดู เช่น - ตั้งใจดู - ไม่ส่งเสียงดังหรือแสดงอาการ รบกวนสมาธิของผู้อื่น มารยาทในการพูด เช่น - ใช้ถ้อยคำาและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ - ใช้นำ้าเสียงนุ่มนวล - ไม่พูดสอดแทรกในขณะที่ผู้ อื่นกำาลังพูด - ไม่พูดล้อเลียนให้ผู้อื่นได้รับ ความอับอายหรือเสียหาย ป.๓ ๑. เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็น ความรู้และความบันเทิง ๒. บอกสาระสำาคัญจาก การฟังและการดู ๓. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และดู ๔. พูดแสดงความคิดเห็น และความรู้สึกจากเรื่องที่ ฟังและดู การจับใจความและพูดแสดง ความคิดเห็นและความรู้สึกจาก เรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้ และความบันเทิง เช่น - เรื่องเล่าและสารคดีสำาหรับ เด็ก - นิทาน การ์ตูน เรื่องขบขัน - รายการสำาหรับเด็ก - ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิต ประจำาวัน - เพลง ๕. พูดสื่อสารได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ การพูดสื่อสารในชีวิตประจำาวัน เช่น - การแนะนำาตนเอง - การแนะนำาสถานที่ใน
31.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง โรงเรียนและในชุมชน -
การแนะนำา/เชิญชวนเกี่ยว กับการปฏิบัติตนในด้านต่างๆ เช่น การรักษาความสะอาด ของร่างกาย - การเล่าประสบการณ์ในชีวิต ประจำาวัน - การพูดในโอกาสต่างๆ เช่น การพูดขอร้อง การพูด ทักทาย การกล่าวขอบคุณ และขอโทษ การพูดปฏิเสธ และการพูดชักถาม ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง เช่น - ตั้งใจฟัง ตามองผู้พูด - ไม่รบกวนผู้อื่นขณะที่ฟัง - ไม่ควรนำาอาหารหรือเครื่อง ดื่มไปรับประทานขณะที่ฟัง - ไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม เช่น โห่ ฮา หาว - ให้เกียรติผู้พูดด้วยการปรบ มือ - ไม่พูดสอดแทรกขณะที่ฟัง มารยาทในการดู เช่น - ตั้งใจดู - ไม่ส่งเสียงดังหรือแสดงอาการ รบกวนสมาธิของผู้อื่น มารยาทในการพูด เช่น - ใช้ถ้อยคำาและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ - ใช้นำ้าเสียงนุ่มนวล - ไม่พูดสอดแทรกในขณะที่ผู้ อื่นกำาลังพูด - ไม่พูดล้อเลียนให้ผู้อื่นได้รับ ความอับอายหรือเสียหาย ป.๔ ๑. จำาแนกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง และดู ๒. พูดสรุปความจากการ การจำาแนกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู ในชีวิตประจำาวัน การจับใจความ และการพูด
32.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ฟังและดู ๓.
พูดแสดงความรู้ ความ คิดเห็น และความ รู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และดู ๔. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเชิงเหตุผลจาก เรื่องที่ฟังและดู แสดงความรู้ ความคิดในเรื่องที่ ฟังและดู จากสื่อต่างๆ เช่น - เรื่องเล่า - บทความสั้นๆ - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน - โฆษณา - สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - เรื่องราวจากบทเรียนกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๕. รายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้า จากการฟัง การดู และ การสนทนา การรายงาน เช่น - การพูดลำาดับขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน - การพูดลำาดับเหตุการณ์ ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด ป.๕ ๑. พูดแสดงความรู้ ความ คิดเห็น และความรู้สึก จากเรื่องที่ฟังและดู การจับใจความ และการพูด แสดงความรู้ ความคิดในเรื่องที่ ฟังและดู จากสื่อต่างๆ เช่น ๒. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเชิงเหตุผลจาก เรื่องที่ฟังและดู ๓. วิเคราะห์ความน่าเชื่อ ถือจากเรื่อง ที่ฟัง และดูอย่างมีเหตุผล - เรื่องเล่า - บทความ - ข่าวและเหตุการณ์ประจำาวัน - โฆษณา - สื่อสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ จากเรื่องที่ฟังและดูในชีวิต ประจำาวัน ๔. พูดรายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้า จากการฟัง การดู และ การสนทนา การรายงาน เช่น - การพูดลำาดับขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน - การพูดลำาดับเหตุการณ์ ๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด
33.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖
๑. พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ ของเรื่องที่ฟังและดู ๒. ตั้งคำาถามและตอบ คำาถามเชิงเหตุผล จาก เรื่องที่ฟังและดู การพูดแสดงความรู้ ความ เข้าใจในจุดประสงค์ของเรื่องที่ ฟังและดูจากสื่อต่างๆ ได้แก่ - สื่อสิ่งพิมพ์ - สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๓. วิเคราะห์ความน่าเชื่อ ถือจากการฟังและดูสื่อ โฆษณาอย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ จากการฟังและดูสื่อโฆษณา ๔. พูดรายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้า จากการฟัง การดู และ การสนทนา การรายงาน เช่น - การพูดลำาดับขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน - การพูดลำาดับเหตุการณ์ ๕. พูดโน้มน้าวอย่างมี เหตุผล และน่าเชื่อถือ การพูดโน้มน้าวในสถานการณ์ ต่างๆ เช่น - การเลือกตั้งกรรมการ นักเรียน - การรณรงค์ด้านต่างๆ - การโต้วาที ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด ม.๑ ๑. พูดสรุปใจความสำาคัญ ของเรื่องที่ฟังและดู ๒. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่ ฟังและดู ๓. พูดแสดงความคิดเห็น อย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังและดู ๔. ประเมินความน่าเชื่อถือ ของสื่อ ที่มี เนื้อหาโน้มน้าวใจ การพูดสรุปความ พูดแสดง ความรู้ ความคิดอย่าง สร้างสรรค์จากเรื่องที่ฟังและดู การพูดประเมินความน่าเชื่อถือ ของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าว ๕. พูดรายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้า จากการฟัง การดู และ การสนทนา การพูดรายงานการศึกษา ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน และท้องถิ่นของตน ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด ม.๒ ๑. พูดสรุปใจความสำาคัญ การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟัง
34.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ของเรื่องที่ฟังและดู
และดู ๒. วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และความน่า เชื่อถือของข่าวสารจาก สื่อต่างๆ ๓. วิเคราะห์และวิจารณ์ เรื่องที่ฟังและดูอย่างมี เหตุผลเพื่อนำาข้อคิดมา ประยุกต์ใช้ในการ ดำาเนินชีวิต การพูดวิเคราะห์และวิจารณ์ จากเรื่องที่ฟังและดู ๔. พูดในโอกาสต่างๆ ได้ ตรงตามวัตถุประสงค์ การพูดในโอกาสต่างๆ เช่น - การพูดอวยพร - การพูดโน้มน้าว - การพูดโฆษณา ๕. พูดรายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้า การพูดรายงานการศึกษา ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด ม.๓ ๑. แสดงความคิดเห็นและ ประเมินเรื่องจากการฟัง และการดู ๒. วิเคราะห์และวิจารณ์ เรื่องที่ฟังและดู เพื่อนำาข้อคิดมาประยุกต์ ใช้ในการดำาเนินชีวิต การพูดแสดงความคิดเห็น และ ประเมินเรื่องจากการฟังและ การดู การพูดวิเคราะห์วิจารณ์จาก เรื่องที่ฟังและดู ๓. พูดรายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้า จากการฟัง การดู และ การสนทนา การพูดรายงานการศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๔. พูดในโอกาสต่างๆ ได้ ตรงตามวัตถุประสงค์ การพูดในโอกาสต่างๆ เช่น - การพูดโต้วาที - การอภิปราย - การพูดยอวาที ๕. พูดโน้มน้าวโดยนำา เสนอหลักฐานตามลำาดับ เนื้อหาอย่างมีเหตุผลและ การพูดโน้มน้าว
35.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง น่าเชื่อถือ ๖.
มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด ม.๔- ม.๖ ๑. สรุปแนวคิด และแสดง ความคิดเห็นจากเรื่องที่ ฟังและดู การพูดสรุปแนวคิด และการ แสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ ฟังและดู ๒. วิเคราะห์ แนวคิด การ ใช้ภาษา และความน่า เชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและ ดู การวิเคราะห์แนวคิด การใช้ ภาษา และความน่าเชื่อถือจาก เรื่องที่ฟังและดู อย่างมีเหตุผล ๓. ประเมินเรื่องที่ฟังและดู แล้วกำาหนดแนวทางนำา ไปประยุกต์ใช้ในการ ดำาเนินชีวิต ๔. มีวิจารณญาณในการ เลือกเรื่องที่ฟังและดู การเลือกเรื่องที่ฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ การประเมินเรื่องที่ฟังและดูเพื่อ กำาหนดแนวทางนำาไปประยุกต์ ใช้ ๕. พูดในโอกาสต่างๆ พูด แสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอ แนวคิดใหม่ด้วยภาษาถูก ต้องเหมาะสม การพูดในโอกาสต่างๆ เช่น - การพูดต่อที่ประชุมชน - การพูดอภิปราย - การพูดแสดงทรรศนะ - การพูดโน้มน้าวใจ ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง การดู และ การพูด สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ เปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญา ทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลข ไทย พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เลขไทย ๒. เขียนสะกดคำาและบอก ความหมาย ของคำา การสะกดคำา การแจกลูก และ การอ่านเป็นคำา มาตราตัวสะกดที่ตรงตาม
36.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง มาตราและไม่ตรงตามมาตรา
การผันคำา ความหมายของคำา ๓. เรียบเรียงคำาเป็นประโยค ง่าย ๆ การแต่งประโยค ๔. ต่อคำาคล้องจองง่ายๆ คำาคล้องจอง ป.๒ ๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลข ไทย พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เลขไทย ๒. เขียนสะกดคำาและบอก ความหมาย ของคำา การสะกดคำา การแจกลูก และ การอ่านเป็นคำา มาตราตัวสะกดที่ตรงตาม มาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรตำ่า คำาที่มีตัวการันต์ คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า คำาที่มีอักษรนำา คำาที่มีความหมายตรงข้ามกัน คำาที่มี รร ความหมายของคำา ๓. เรียบเรียงคำาเป็นประโยค ได้ตรงตามเจตนาของ การสื่อสาร การแต่งประโยค การเรียบเรียงประโยคเป็นข้อ ความสั้นๆ ๔. บอกลักษณะคำาคล้องจอง คำาคล้องจอง ๕. เลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและ ภาษาถิ่น ได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น ป.๓ ๑. เขียนสะกดคำาและบอก ความหมา ของคำา การสะกดคำา การแจกลูก และ การอ่านเป็นคำา มาตราตัวสะกดที่ตรงตาม มาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรตำ่า คำาที่มีพยัญชนะควบกลำ้า คำาที่มีอักษรนำา คำาที่ประวิสรรชนีย์และคำาที่ไม่ ประวิสรรชนีย์ คำาที่มี ฤ ฤๅ
37.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
คำาที่ใช้ บัน บรร คำาที่ใช้ รร คำาที่มีตัวการันต์ ความหมายของคำา ๓. ระบุชนิดและหน้าที่ของ คำาในประโยค ชนิดของคำา ได้แก่ - คำานาม - คำาสรรพนาม - คำากริยา ๔. ใช้พจนานุกรมค้นหา ความหมายของคำา การใช้พจนานุกรม ๕. แต่งประโยคง่ายๆ การแต่งประโยคเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ - ประโยคบอกเล่า - ประโยคปฏิเสธ - ประโยคคำาถาม - ประโยคขอร้อง - ประโยคคำาสั่ง ๖. แต่งคำาคล้องจองและ คำาขวัญ คำาคล้องจอง คำาขวัญ ๗. เลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและ ภาษาถิ่น ได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น ป.๔ ๑. สะกดคำาและบอกความ หมายของคำาในบริบท ต่างๆ คำาในแม่ ก กา มาตราตัวสะกด การผันอักษร คำาเป็นคำาตาย คำาพ้อง ๒. ระบุชนิดและหน้าที่ของ คำาในประโยค ชนิดของคำา ได้แก่ - คำานาม - คำาสรรพนาม - คำากริยา - คำาวิเศษณ์ ๓ ใช้พจนานุกรมค้นหา ความหมายของคำา การใช้พจนานุกรม ๔. แต่งประโยคได้ถูกต้อง ตามหลักภาษา ประโยคสามัญ - ส่วนประกอบของประโยค - ประโยค ๒ ส่วน
38.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -
ประโยค ๓ ส่วน ๕. แต่งบทร้อยกรองและ คำาขวัญ กลอนสี่ คำาขวัญ ๖. บอกความหมายของ สำานวน สำานวนที่เป็นคำาพังเพยและ สุภาษิต ๗. เปรียบเทียบภาษาไทย มาตรฐานกับภาษาถิ่นได้ ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น ป.๕ ๑. ระบุชนิดและหน้าที่ของ คำาในประโยค ชนิดของคำา ได้แก่ - คำาบุพบท - คำาสันธาน - คำาอุทาน ๒. จำาแนกส่วนประกอบของ ประโยค ประโยคและส่วนประกอบของ ประโยค ๓. เปรียบเทียบภาษาไทย มาตรฐานกับภาษาถิ่น ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น ๔. ใช้คำาราชาศัพท์ คำาราชาศัพท์ ๕. บอกคำาภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย คำาที่มาจากภาษาต่างประเทศ ๖. แต่งบทร้อยกรอง กาพย์ยานี ๑๑ ๗. ใช้สำานวนได้ถูกต้อง สำานวนที่เป็นคำาพังเพยและ สุภาษิต ป.๖ ๑. วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ ของคำาในประโยค ชนิดของคำา - คำานาม - คำาสรรพนาม - คำากริยา - คำาวิเศษณ์ - คำาบุพบท - คำาเชื่อม - คำาอุทาน ๒. ใช้คำาได้เหมาะสมกับ กาลเทศะและบุคคล คำาราชาศัพท์ ระดับภาษา ภาษาถิ่น ๓. รวบรวมและบอกความ หมายของ คำาภาษา ต่างประเทศที่ใช้ในภาษา ไทย คำาที่มาจากภาษาต่างประเทศ
39.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๔.
ระบุลักษณะของประโยค กลุ่มคำาหรือวลี ประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซ้อน ๕. แต่งบทร้อยกรอง กลอนสุภาพ ๖. วิเคราะห์และเปรียบเทียบ สำานวนที่เป็นคำาพังเพย และสุภาษิต สำานวนที่เป็นคำาพังเพย และ สุภาษิต ม.๑ ๑. อธิบายลักษณะของเสียง ในภาษาไทย เสียงในภาษาไทย ๒. สร้างคำาในภาษาไทย การสร้างคำา - คำาประสม คำาซำ้า คำาซ้อน - คำาพ้อง ๓. วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ ของคำาในประโยค ชนิดและหน้าที่ของคำา ๔. วิเคราะห์ความแตกต่าง ของภาษาพูดและภาษา เขียน ภาษาพูด ภาษาเขียน ๕. แต่งบทร้อยกรอง กาพย์ยานี ๑๑ ๖. จำาแนกและใช้สำานวนที่ เป็นคำาพังเพยและสุภาษิต สำานวนที่เป็นคำาพังเพยและ สุภาษิต ม.๒ ๑. สร้างคำาในภาษาไทย การสร้างคำาสมาส ๒. วิเคราะห์โครงสร้าง ประโยคสามัญประโยค รวม และประโยคซ้อน ลักษณะของประโยคในภาษา ไทย - ประโยคสามัญ - ประโยครวม - ประโยคซ้อน ๓. แต่งบทร้อยกรอง กลอนสุภาพ ๔. ใช้คำาราชาศัพท์ คำาราชาศัพท์ ๕. รวบรวมและอธิบายความ หมายของ คำาภาษาต่าง ประเทศที่ใช้ในภาษาไทย คำาที่มาจากภาษาต่างประเทศ ม.๓ ๑. จำาแนกและใช้คำาภาษา ต่างประเทศที่ใช้ในภาษา ไทย คำาที่มาจากภาษาต่างประเทศ ๒. วิเคราะห์โครงสร้าง ประโยคซับซ้อน ประโยคซับซ้อน ๓. วิเคราะห์ระดับภาษา ระดับภาษา ๔. ใช้คำาทับศัพท์และศัพท์ คำาทับศัพท์
40.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง บัญญัติ
คำาศัพท์บัญญัติ ๕. อธิบายความหมายคำา ศัพท์ทางวิชาการและ วิชาชีพ คำาศัพท์ทางวิชาการและ วิชาชีพ ๖. แต่งบทร้อยกรอง โคลงสี่สุภาพ ม.๔- ม.๖ ๑. อธิบายธรรมชาติของ ภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษา ธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา ลักษณะของภาษา - เสียงในภาษา - ส่วนประกอบของภาษา - องค์ประกอบของพยางค์และ คำา ๒. ใช้คำาและกลุ่มคำาสร้าง ประโยคตรงตาม วัตถุประสงค์ การใช้คำาและกลุ่มคำาสร้าง ประโยค - คำาและสำานวน - การร้อยเรียงประโยค - การเพิ่มคำา - การใช้คำา - การเขียนสะกดคำา ๓. ใช้ภาษาเหมาะสมแก่ โอกาส กาลเทศะ และ บุคคล รวมทั้งคำา ราชาศัพท์อย่างเหมาะสม ระดับของภาษา คำาราชาศัพท์ ๔. แต่งบทร้อยกรอง กาพย์ โคลง ร่าย และฉันท์ ๕. วิเคราะห์อิทธิพลของ ภาษาต่างประเทศและ ภาษาถิ่น อิทธิพลของภาษาต่างประเทศ และภาษาถิ่น ๖. อธิบายและวิเคราะห์หลัก การสร้างคำาในภาษาไทย หลักการสร้างคำาในภาษาไทย ๗. วิเคราะห์และประเมิน การใช้ภาษาจากสื่อสิ่ง พิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ การประเมินการใช้ภาษาจาก สื่อสิ่งพิมพ์และ สื่อ อิเล็กทรอนิกส์
41.
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน
ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำามา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกข้อคิดที่ได้จากการ อ่านหรือการฟัง วรรณกรรมร้อยแก้วและ ร้อยกรองสำาหรับเด็ก วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อย กรองสำาหรับเด็ก เช่น - นิทาน - เรื่องสั้นง่ายๆ - ปริศนาคำาทาย - บทร้องเล่น - บทอาขยาน - บทร้อยกรอง - วรรณคดีและวรรณกรรมใน บทเรียน ๒. ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนด และบทร้อย กรองตามความสนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรอง - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ป.๒ ๑. ระบุข้อคิดที่ได้จากการ อ่านหรือ การฟัง วรรณกรรมสำาหรับเด็ก เพื่อนำาไปใช้ในชีวิต ประจำาวัน วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อย กรองสำาหรับเด็ก เช่น - นิทาน - เรื่องสั้นง่ายๆ - ปริศนาคำาทาย - บทอาขยาน - บทร้อยกรอง - วรรณคดีและวรรณกรรมใน บทเรียน ๒. ร้องบทร้องเล่นสำาหรับ เด็กในท้องถิ่น บทร้องเล่นที่มีคุณค่า - บทร้องเล่นในท้องถิ่น - บทร้องเล่นในการละเล่นของ
42.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง เด็กไทย ๓.
ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนด และบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตาม ความสนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ป.๓ ๑. ระบุข้อคิดที่ได้จากการ อ่านวรรณกรรมเพื่อนำา ไปใช้ในชีวิตประจำาวัน ๒. รู้จักเพลงพื้นบ้านและ เพลงกล่อมเด็ก เพื่อปลูก ฝังความชื่นชมวัฒนธรรม ท้องถิ่น ๓. แสดงความคิดเห็นเกี่ยว กับวรรณคดี ที่อ่าน วรรณคดี วรรณกรรม และ เพลงพื้นบ้าน - นิทานหรือเรื่องในท้องถิ่น - เรื่องสั้นง่ายๆ ปริศนาคำาทาย - บทร้อยกรอง - เพลงพื้นบ้าน - เพลงกล่อมเด็ก - วรรณกรรมและวรรณคดีใน บทเรียนและ ตามความสนใจ ๔. ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนดและบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตาม ความสนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ป.๔ ๑. ระบุข้อคิดจากนิทาน พื้นบ้านหรือนิทาน คติธรรม ๒. อธิบายข้อคิดจากการ อ่านเพื่อนำาไปใช้ในชีวิต จริง วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น - นิทานพื้นบ้าน - นิทานคติธรรม - เพลงพื้นบ้าน - วรรณคดีและวรรณกรรมใน บทเรียนและตามความสนใจ ๓. ร้องเพลงพื้นบ้าน เพลงพื้นบ้าน ๔. ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนด และบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตามความ สนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ป.๕ ๑. สรุปเรื่องจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อ่าน ๒. ระบุความรู้และข้อคิด จากการอ่านวรรณคดี และวรรณกรรมที่ วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น - นิทานพื้นบ้าน - นิทานคติธรรม - เพลงพื้นบ้าน - วรรณคดีและวรรณกรรมใน
43.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สามารถนำาไปใช้ในชีวิต จริง ๓.
อธิบายคุณค่าของ วรรณคดีและวรรณกรรม บทเรียนและตามความสนใจ ๔. ท่องจำาบทอาขยาน ตามที่กำาหนดและบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตามความ สนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ป.๖ ๑. แสดงความคิดเห็นจาก วรรณคดี หรือ วรรณกรรมที่อ่าน ๒. เล่านิทานพื้นบ้านท้อง ถิ่นตนเอง และนิทาน พื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น ๓. อธิบายคุณค่าของ วรรณคดี และ วรรณกรรมที่อ่านและนำา ไป ประยุกต์ใช้ในชีวิต จริง วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น - นิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเอง และท้องถิ่นอื่น - นิทานคติธรรม - เพลงพื้นบ้าน - วรรณคดีและวรรณกรรมใน บทเรียนและตามความสนใจ ๔. ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนด และบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตามความ สนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ม.๑ ๑. สรุปเนื้อหาวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่าน วรรณคดีและวรรณกรรมเกี่ยว กับ - ศาสนา - ประเพณี - พิธีกรรม - สุภาษิตคำาสอน - เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ - บันเทิงคดี - บันทึกการเดินทาง - วรรณกรรมท้องถิ่น ๒. วิเคราะห์วรรณคดีและ วรรณกรรม ที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ ๓. อธิบายคุณค่าของ การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิด จากวรรณคดีและวรรณกรรม
44.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง วรรณคดีและวรรณกรรม ที่อ่าน ๔.
สรุปความรู้และข้อคิด จากการอ่านเพื่อ ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๕. ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนดและบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตามความ สนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความ สนใจ ม.๒ ๑. สรุปเนื้อหาวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านใน ระดับที่ยากขึ้น วรรณคดีและวรรณกรรมเกี่ยว กับ - ศาสนา - ประเพณี - พิธีกรรม - สุภาษิต คำาสอน - เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ - บันเทิงคดี - บันทึกการเดินทาง ๒. วิเคราะห์และวิจารณ์ วรรณคดีวรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่ อ่าน พร้อมยกเหตุผล ประกอบ ๓. อธิบายคุณค่าของ วรรณคดีและวรรณกรรม ที่อ่าน ๔. สรุปความรู้และข้อคิด จากการอ่าน ไปประยุกต์ ใช้ในชีวิตจริง การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิด จากวรรณคดี วรรณกรรม และ วรรณกรรมท้องถิ่น ๕. ท่องจำาบทอาขยานตาม ที่กำาหนดและบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตาม ความสนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ม.๓ ๑. สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรมและ วรรณกรรมท้องถิ่นใน วรรณคดี วรรณกรรม และ วรรณกรรมท้องถิ่นเกี่ยวกับ - ศาสนา
45.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ระดับที่ยากยิ่งขึ้น
- ประเพณี - พิธีกรรม - สุภาษิตคำาสอน - เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ - บันเทิงคดี ๒. วิเคราะห์วิถีไทยและ คุณค่าจากวรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน ๓. สรุปความรู้และข้อคิด จากการอ่าน เพื่อนำา ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต จริง การวิเคราะห์วิถีไทย และ คุณค่าจากวรรณคดีและ วรรณกรรม ๔. ท่องจำาและบอกคุณค่า บทอาขยานตามที่ กำาหนด และบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตาม ความสนใจและนำาไปใช้ อ้างอิง บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ ม.๔- ม.๖ ๑. วิเคราะห์และวิจารณ์ วรรณคดีและวรรณกรรม ตามหลักการวิจารณ์ เบื้องต้น หลักการวิเคราะห์และวิจารณ์ วรรณคดีและวรรณกรรมเบื้อง ต้น - จุดมุ่งหมายการแต่งวรรณคดี และวรรณกรรม - การพิจารณารูปแบบของ วรรณคดีและวรรณกรรม - การพิจารณาเนื้อหาและกลวิธี ในวรรณคดีและวรรณกรรม - การวิเคราะห์และการวิจารณ์ วรรณคดีและวรรณกรรม ๒. วิเคราะห์ลักษณะเด่น ของวรรณคดีเชื่อมโยง กับการเรียนรู้ทาง ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต ของสังคมในอดีต การวิเคราะห์ลักษณะเด่นของ วรรณคดีและวรรณกรรมเกี่ยว กับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และ วิถีชีวิตของสังคมในอดีต ๓. วิเคราะห์และประเมิน คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ของวรรณคดีและ การวิเคราะห์และประเมิน คุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม - ด้านวรรณศิลป์
46.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง วรรณกรรมในฐานะที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ของชาติ -
ด้านสังคมและวัฒนธรรม ๔. สังเคราะห์ข้อคิดจาก วรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อนำาไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตจริง การสังเคราะห์วรรณคดีและ วรรณกรรม ๕. รวบรวมวรรณกรรมพื้น บ้านและอธิบาย ภูมิปัญญาทางภาษา วรรณกรรมพื้นบ้านที่แสดงถึง - ภาษากับวัฒนธรรม - ภาษาถิ่น ๖. ท่องจำาและบอกคุณค่า บทอาขยานตามที่ กำาหนดและบทร้อยกรอง ที่มีคุณค่าตามความ สนใจและนำาไปใช้ อ้างอิง บทอาขยานและบทร้อยกรองที่ มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่กำาหนด - บทร้อยกรองตามความสนใจ อภิธานศัพท์ กระบวนการเขียน กระบวนการเขียนเป็นการคิดเรื่องที่จะเขียนและรวบรวมความรู้ ในการเขียน กระบวนการเขียน มี ๕ ขั้น ดังนี้ ๑. การเตรียมการเขียน เป็นขั้นเตรียมพร้อมที่จะเขียน โดยเลือกหัวข้อเรื่องที่จะเขียน บนพื้นฐานของประสบการณ์
47.
กำาหนดรูปแบบการเขียน รวบรวมความคิดในการเขียน อาจใช้วิธี การอ่านหนังสือ
สนทนา จัดหมวดหมู่ความคิด โดยเขียนเป็น แผนภาพความคิด จดบันทึกความคิดที่จะเขียนเป็นรูปหัวข้อเรื่อง ใหญ่ หัวข้อย่อย และรายละเอียดคร่าวๆ ๒. การยกร่างข้อเขียน เมื่อเตรียมหัวข้อเรื่องและความคิด รูปแบบการเขียนแล้ว ให้นำาความคิดมาเขียนตามรูปแบบที่กำาหนด เป็นการยกร่างข้อเขียน โดยคำานึงถึงว่าจะเขียนให้ใครอ่าน จะใช้ ภาษาอย่างไรให้เหมาะสมกับเรื่องและเหมาะกับผู้อื่น จะเริ่มต้นเขียน อย่างไร มีหัวข้อเรื่องอย่างไร ลำาดับความคิดอย่างไร เชื่อมโยง ความคิดอย่างไร ๓. การปรับปรุงข้อเขียน เมื่อเขียนยกร่างแล้วอ่านทบทวน เรื่องที่เขียน ปรับปรุงเรื่องที่เขียนเพิ่มเติมความคิดให้สมบูรณ์ แก้ไข ภาษา สำานวนโวหาร นำาไปให้เพื่อนหรือผู้อื่นอ่าน นำาข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงอีกครั้ง ๔. การบรรณาธิการกิจ นำาข้อเขียนที่ปรับปรุงแล้วมา ตรวจทานคำาผิด แก้ไขให้ถูกต้อง แล้วอ่านตรวจทานแก้ไขข้อ เขียนอีกครั้ง แก้ไขข้อผิดพลาดทั้งภาษา ความคิด และการเว้นวรรค ตอน ๕. การเขียนให้สมบูรณ์ นำาเรื่องที่แก้ไขปรับปรุงแล้วมา เขียนเรื่องให้สมบูรณ์ จัดพิมพ์ วาดรูปประกอบ เขียนให้สมบูรณ์ ด้วยลายมือที่สวยงามเป็นระเบียบ เมื่อพิมพ์หรือเขียนแล้วตรวจทาน อีกครั้งให้สมบูรณ์ก่อนจัดทำารูปเล่ม กระบวนการคิด การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เป็นกระบวนการคิด คนที่จะคิดได้ดีต้องเป็นผู้ฟัง ผู้พูด ผู้อ่าน และผู้เขียนที่ดี บุคคลที่จะ คิดได้ดีจะต้องมีความรู้และประสบการณ์พื้นฐานในการคิด บุคคลจะ มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า จะต้องมีความรู้และประสบการณ์พื้น ฐานที่นำามาช่วยในการคิดทั้งสิ้น การสอนให้คิดควรให้ผู้เรียนรู้จัก คัดเลือกข้อมูล ถ่ายทอด รวบรวม และจำาข้อมูลต่างๆ สมองของ มนุษย์จะเป็นผู้บริโภคข้อมูลข่าวสาร และสามารถแปลความข้อมูล ข่าวสาร และสามารถนำามาใช้อ้างอิง การเป็นผู้ฟัง ผู้พูด ผู้อ่าน และ ผู้เขียนที่ดี จะต้องสอนให้เป็นผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารที่ดีและเป็นนัก คิดที่ดีด้วย กระบวนการสอนภาษาจึงต้องสอนให้ผู้เรียนเป็นผู้รับรู้ ข้อมูลข่าวสารและมีทักษะการคิด นำาข้อมูลข่าวสารที่ได้จากการฟัง และการอ่านนำามาสู่การฝึกทักษะการคิด นำาการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน มาสอนในรูปแบบ บูรณาการทักษะ ตัวอย่าง
48.
เช่น การเขียนเป็นกระบวนการคิดในการวิเคราะห์ การแยกแยะ
การ สังเคราะห์ การประเมินค่า การสร้างสรรค์ ผู้เขียนจะนำาความรู้และ ประสบการณ์สู่การคิดและแสดงออกตามความคิดของตนเสมอ ต้อง เป็นผู้อ่านและผู้ฟังเพื่อรับรู้ข่าวสารที่จะนำามาวิเคราะห์และสามารถ แสดงทรรศนะได้ กระบวนการอ่าน การอ่านเป็นกระบวนการซึ่งผู้อ่านสร้างความหมายหรือพัฒนา การตีความระหว่างการอ่านผู้อ่านจะต้องรู้หัวข้อเรื่อง รู้จุดประสงค์ ของการอ่าน มีความรู้ทางภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่ใช้ในหนังสือที่ อ่าน โดยใช้ประสบการณ์เดิมเป็นประสบการณ์ทำาความเข้าใจกับ เรื่องที่อ่าน กระบวนการอ่านมีดังนี้ ๑. การเตรียมการอ่าน ผู้อ่านจะต้องอ่านชื่อเรื่อง หัวข้อ ย่อยจากสารบัญเรื่อง อ่านคำานำา ให้ทราบจุดมุ่งหมายของ หนังสือ ตั้งจุดประสงค์ของการอ่านจะอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน หรืออ่านเพื่อหาความรู้ วางแผนการอ่านโดยอ่านหนังสือตอนใด ตอนหนึ่งว่าความยากง่ายอย่างไร หนังสือมีความยากมากน้อยเพียง ใด รูปแบบของหนังสือเป็นอย่างไร เหมาะกับผู้อ่านประเภทใด เดา ความว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เตรียมสมุด ดินสอ สำาหรับจด บันทึกข้อความหรือเนื้อเรื่องที่สำาคัญขณะอ่าน ๒. การอ่าน ผู้อ่านจะอ่านหนังสือให้ตลอดเล่มหรือเฉพาะ ตอนที่ต้องการอ่าน ขณะอ่านผู้อ่านจะใช้ความรู้จากการอ่านคำา ความหมายของคำามาใช้ในการอ่าน รวมทั้งการรู้จักแบ่งวรรคตอน ด้วย การอ่านเร็วจะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้ดีกว่าผู้อ่านช้า ซึ่งจะสะกดคำาอ่านหรืออ่านย้อนไปย้อนมา ผู้อ่านจะใช้บริบทหรือคำา แวดล้อมช่วยในการตีความหมายของคำาเพื่อทำาความเข้าใจเรื่องที่ อ่าน ๓. การแสดงความคิดเห็น ผู้อ่านจะจดบันทึกข้อความที่ มีความสำาคัญ หรือเขียนแสดง ความคิดเห็น ตีความข้อความที่ อ่าน อ่านซำ้าในตอนที่ไม่เข้าใจเพื่อทำาความเข้าใจให้ถูกต้อง ขยายความคิดจากการอ่าน จับคู่กับเพื่อนสนทนาแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น ตั้งข้อสังเกตจากเรื่องที่อ่าน ถ้าเป็นการอ่านบทกลอนจะ ต้องอ่านทำานองเสนาะดังๆ เพื่อฟังเสียงการอ่านและเกิดจินตนาการ ๔. การอ่านสำารวจ ผู้อ่านจะอ่านซำ้าโดยเลือกอ่านตอนใด ตอนหนึ่ง ตรวจสอบคำาและภาษา ที่ใช้ สำารวจโครงเรื่องของ หนังสือเปรียบเทียบหนังสือที่อ่านกับหนังสือที่เคยอ่าน สำารวจและ เชื่อมโยงเหตุการณ์ในเรื่องและการลำาดับเรื่อง และสำารวจคำาสำาคัญ ที่ใช้ในหนังสือ
49.
๕. การขยายความคิด ผู้อ่านจะสะท้อนความเข้าใจใน การอ่าน
บันทึกข้อคิดเห็น คุณค่าของเรื่อง เชื่อมโยงเรื่องราวใน เรื่องกับชีวิตจริง ความรู้สึกจากการอ่าน จัดทำาโครงงานหลักการ อ่าน เช่น วาดภาพ เขียนบทละคร เขียนบันทึกรายงานการ อ่าน อ่านเรื่องอื่นๆ ที่ผู้เขียนคนเดียวกันแต่ง อ่านเรื่องเพิ่มเติม เรื่องที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่อ่าน เพื่อให้ได้ความรู้ที่ชัดเจนและกว้าง ขวางขึ้น การเขียนเชิงสร้างสรรค์ การเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นการเขียนโดยใช้ความรู้ ประสบการณ์ และจินตนาการในการเขียน เช่น การเขียนเรียง ความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย และบทร้อยกรอง การเขียน เชิงสร้างสรรค์ผู้เขียนจะต้องมีความคิดดี มีจินตนาการดี มีคลัง คำาอย่างหลากหลาย สามารถนำาคำามาใช้ ในการเขียน ต้องใช้เทคนิคการเขียน และใช้ถ้อยคำาอย่างสละสลวย การดู การดูเป็นการรับสารจากสื่อภาพและเสียง และแสดงทรรศนะ ได้จากการรับรู้สาร ตีความ แปลความ วิเคราะห์ และประเมิน คุณค่าสารจากสื่อ เช่น การดูโทรทัศน์ การดูคอมพิวเตอร์ การดู ละคร การดูภาพยนตร์ การดูหนังสือการ์ตูน (แม้ไม่มีเสียงแต่มี ถ้อยคำาอ่านแทนเสียงพูด) ผู้ดูจะต้องรับรู้สาร จากการดูและนำามา วิเคราะห์ ตีความ และประเมินคุณค่าของสารที่เป็นเนื้อเรื่องโดยใช้ หลักการพิจารณาวรรณคดีหรือการวิเคราะห์วรรณคดีเบื้องต้น เช่น แนวคิดของเรื่อง ฉากที่ประกอบเรื่องสมเหตุสมผล กิริยาท่าทาง และการแสดงออกของตัวละครมีความสมจริงกับบทบาท โครงเรื่อง เพลง แสง สี เสียง ที่ใช้ประกอบการแสดงให้อารมณ์แก่ผู้ดูสมจริง และสอดคล้องกับยุคสมัยของเหตุการณ์ที่จำาลองสู่บทละคร คุณค่า ทางจริยธรรม คุณธรรม และคุณค่าทางสังคมที่มีอิทธิพลต่อผู้ดูหรือ ผู้ชม ถ้าเป็นการดูข่าวและเหตุการณ์ หรือการอภิปราย การใช้ ความรู้หรือเรื่องที่เป็นสารคดี การโฆษณาทางสื่อจะต้องพิจารณา เนื้อหาสาระว่าสมควรเชื่อถือได้หรือไม่ เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ หรือไม่ ความคิดสำาคัญและมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้มาก และการดู ละครเวที ละครโทรทัศน์ ดูข่าวทางโทรทัศน์จะเป็นประโยชน์ได้รับ ความสนุกสนาน ต้องดูและวิเคราะห์ ประเมินค่า สามารถแสดง ทรรศนะของตนได้อย่างมีเหตุผล
50.
การตีความ การตีความเป็นการใช้ความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่านและ การใช้บริบท ได้แก่ คำาที่แวดล้อมข้อความ
ทำาความเข้าใจข้อความ หรือกำาหนดความหมายของคำาให้ถูกต้อง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้ความหมาย ว่า การตีความหมาย ชี้หรือกำาหนดความหมาย ให้ความหมายหรือ อธิบาย ใช้หรือปรับให้เข้าใจเจตนา และความมุ่งหมายเพื่อความถูก ต้อง การเปลี่ยนแปลงของภาษา ภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คำาคำาหนึ่งในสมัย หนึ่งเขียนอย่างหนึ่ง อีกสมัยหนึ่งเขียนอีกอย่างหนึ่ง คำาว่า ประเทศ แต่เดิมเขียน ประเทษ คำาว่า ปักษ์ใต้ แต่เดิมเขียน ปักใต้ ในปัจจุบันเขียน ปักษ์ใต้ คำาว่า ลุ่มลึก แต่ก่อนเขียน ลุ่มฦก ภาษา จึงมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งความหมายและการเขียน บางครั้งคำาบาง คำา เช่น คำาว่า หล่อน เป็นคำาสรรพนามแสดงถึงคำาพูด สรรพนาม บุรุษที่ ๓ ที่เป็นคำาสุภาพ แต่เดี๋ยวนี้คำาว่า หล่อน มีความหมายใน เชิงดูแคลน เป็นต้น การสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ คือ การรู้จักเลือกความรู้ ประสบการณ์ที่มีอยู่ เดิมมาเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ ความคิดใหม่ หรือสิ่งแปลก ใหม่ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม บุคคลที่จะมีความ สามารถในการสร้างสรรค์จะต้องเป็นบุคคลที่มีความคิดอิสระอยู่เสมอ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มองโลกในแง่ดี คิดไตร่ตรอง ไม่ตัดสินใจ สิ่งใดง่ายๆ การสร้างสรรค์ของมนุษย์จะเกี่ยวเนื่องกันกับความคิด การพูด การเขียน และการกระทำาเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะต้องมีการ คิดเชิงสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน ความคิดเชิงสร้างสรรค์เป็นความคิดที่พัฒนามาจากความรู้และ ประสบการณ์เดิม ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพูด การเขียน และ การกระทำาเชิงสร้างสรรค์ การพูดและการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นการแสดงออกทาง ภาษาที่ใช้ภาษาขัดเกลาให้ไพเราะ งดงาม เหมาะสม ถูกต้องตาม เนื้อหาที่พูดและเขียน การกระทำาเชิงสร้างสรรค์เป็นการกระทำาที่ไม่ซำ้าแบบเดิมและ คิดค้นใหม่แปลกไปจากเดิม และเป็นประโยชน์ที่สูงขึ้น ข้อมูลสารสนเทศ
51.
ข้อมูลสารสนเทศ หมายถึง เรื่องราว
ข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือ สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถ สื่อความหมายด้วยการพูดบอกเล่า บันทึกเป็นเอกสาร รายงาน หนังสือ แผนที่ แผนภาพ ภาพถ่าย บันทึกด้วยเสียงและภาพ บันทึกด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการ เก็บเรื่องราวต่างๆ บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยวิธีต่างๆ ความหมายของคำา คำาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารมีความหมายแบ่งได้เป็น ๓ ลักษณะ คือ ๑. ความหมายโดยตรง เป็นความหมายที่ใช้พูดจากันตรงตาม ความหมาย คำาหนึ่งๆ นั้น อาจมีความหมายได้หลายความหมาย เช่น คำาว่า กา อาจมีความหมายถึง ภาชนะใส่นำ้า หรืออาจหมายถึง นกชนิดหนึ่ง ตัวสีดำา ร้อง กา กา เป็นความหมายโดยตรง ๒. ความหมายแฝง คำาอาจมีความหมายแฝงเพิ่มจากความ หมายโดยตรง มักเป็นความหมายเกี่ยวกับความรู้สึก เช่น คำาว่า ขี้ เหนียว กับ ประหยัด หมายถึง ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เป็น ความหมายตรง แต่ความรู้สึกต่างกัน ประหยัดเป็นสิ่งดี แต่ขี้ เหนียวเป็นสิ่งไม่ดี ๓. ความหมายในบริบท คำาบางคำามีความหมายตรง เมื่อร่วม กับคำาอื่นจะมีความหมายเพิ่มเติมกว้างขึ้น หรือแคบลงได้ เช่น คำาว่า ดี เด็กดี หมายถึง ว่านอนสอนง่าย เสียงดี หมายถึง ไพเราะ ดินสอดี หมายถึง เขียนได้ดี สุขภาพดี หมายถึง ไม่มีโรค ความ หมายบริบทเป็นความหมายเช่นเดียวกับความหมายแฝง คุณค่าของงานประพันธ์ เมื่อผู้อ่านอ่านวรรณคดีหรือวรรณกรรมแล้วจะต้องประเมินงาน ประพันธ์ ให้เห็นคุณค่าของงานประพันธ์ ทำาให้ผู้อ่านอ่านอย่าง สนุก และได้รับประโยชน์จาการอ่านงานประพันธ์ คุณค่าของงาน ประพันธ์แบ่งได้เป็น ๒ ประการ คือ ๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ถ้าอ่านบทร้อยกรองก็จะ พิจารณากลวิธีการแต่ง การเลือกเฟ้นถ้อยคำามาใช้ได้ไพเราะ มี ความคิดสร้างสรรค์ และให้ความสะเทือนอารมณ์ ถ้าเป็นบทร้อย แก้วประเภทสารคดี รูปแบบการเขียนจะเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง วิธี การนำาเสนอน่าสนใจ เนื้อหามีความถูกต้อง ใช้ภาษาสละสลวย ชัดเจน การนำาเสนอมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าเป็นร้อยแก้วประเภท บันเทิงคดี องค์ประกอบของเรื่องไม่ว่าเรื่องสั้น นวนิยาย นิทาน จะมีแก่นเรื่อง โครงเรื่อง ตัวละครมีความ สัมพันธ์กัน กลวิธีการแต่งแปลกใหม่ น่าสนใจ ปมขัดแย้ง
52.
ในการแต่งสร้างความสะเทือนอารมณ์ การใช้ถ้อยคำาสร้างภาพ ได้ชัดเจน คำาพูดในเรื่องเหมาะสมกับบุคลิกของ
ตัวละครมี ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับชีวิตและสังคม ๒. คุณค่าด้านสังคม เป็นคุณค่าทางด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ และคุณค่าทางจริยธรรม คุณค่าด้านสังคม เป็นคุณค่าที่ผู้อ่านจะ เข้าใจชีวิตทั้งในโลกทัศน์และชีวทัศน์ เข้าใจการดำาเนินชีวิตและ เข้าใจเพื่อนมนุษย์ดีขึ้น เนื้อหาย่อมเกี่ยวข้องกับการช่วยจรรโลง ใจแก่ผู้อ่าน ช่วยพัฒนาสังคม ช่วยอนุรักษ์สิ่งมีคุณค่าของชาติบ้าน เมือง และสนับสนุนค่านิยมอันดีงาม โครงงาน โครงงานเป็นการจัดการเรียนรู้วิธีหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียน ด้วยการค้นคว้า ลงมือปฏิบัติจริง ในลักษณะของการสำารวจ ค้นคว้า ทดลอง ประดิษฐ์คิดค้น ผู้เรียนจะรวบรวมข้อมูล นำามา วิเคราะห์ ทดสอบเพื่อแก้ปัญหาข้องใจ ผู้เรียนจะนำาความรู้จากชั้น เรียนมาบูรณาการในการแก้ปัญหา ค้นหาคำาตอบ เป็นกระบวนการ ค้นพบนำาไปสู่การเรียนรู้ ผู้เรียนจะเกิดทักษะการทำางานร่วมกับผู้ อื่น ทักษะการจัดการ ผู้สอนจะเข้าใจผู้เรียน เห็นรูปแบบการเรียน รู้ การคิด วิธีการทำางานของผู้เรียน จากการสังเกตการทำางานของ ผู้เรียน การเรียนแบบโครงงานเป็นการเรียนแบบศึกษาค้นคว้าวิธีการ หนึ่ง แต่เป็นการศึกษาค้นคว้าที่ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มา ใช้ในการแก้ปัญหา เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนมีเหตุผล สรุป เรื่องราวอย่างมีกฎเกณฑ์ ทำางานอย่างมีระบบ การเรียนแบบโครง งานไม่ใช่การศึกษาค้นคว้าจัดทำารายงานเพียงอย่างเดียว ต้องมีการ วิเคราะห์ข้อมูลและมีการสรุปผล ทักษะการสื่อสาร ทักษะการสื่อสาร ได้แก่ ทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน ซึ่งเป็นเครื่องมือของการส่งสารและการรับสาร การ ส่งสาร ได้แก่ การส่งความรู้ ความเชื่อ ความคิด ความรู้สึกด้วยการ พูด และการเขียน ส่วนการรับสาร ได้แก่ การรับความรู้ ความเชื่อ ความคิด ด้วยการอ่านและการฟัง การฝึกทักษะการสื่อสารจึง เป็นการฝึกทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน ให้ สามารถ รับสารและส่งสารอย่างมีประสิทธิภาพ ธรรมชาติของภาษา
53.
ธรรมชาติของภาษาเป็นคุณสมบัติของภาษาที่สำาคัญ มี คุณสมบัติพอสรุปได้ คือ
ประการ ที่หนึ่ง ทุกภาษาจะประกอบ ด้วยเสียงและความหมาย โดยมีระเบียบแบบแผนหรือกฎเกณฑ์ในการ ใช้ อย่างเป็นระบบ ประการที่สอง ภาษามีพลังในการงอกงามมิรู้ สิ้นสุด หมายถึง มนุษย์สามารถใช้ภาษา สื่อความหมายได้โดยไม่สิ้น สุด ประการที่สาม ภาษาเป็นเรื่องของการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน หรือสมมติร่วมกัน และมีการรับรู้สัญลักษณ์หรือสมมติร่วมกัน เพื่อ สร้างความเข้าใจตรงกัน ประการที่สี่ ภาษาสามารถใช้ภาษา พูดในการติดต่อสื่อสาร ไม่จำากัดเพศของผู้ส่งสาร ไม่ว่าหญิง ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ สามารถผลัดกันในการส่งสารและรับสารได้ ประการที่ ห้า ภาษาพูดย่อมใช้ได้ทั้งในปัจจุบัน อดีต และอนาคต ไม่ จำากัดเวลาและสถานที่ ประการที่หก ภาษาเป็นเครื่องมือการ ถ่ายทอดวัฒนธรรม และวิชาความรู้นานาประการ ทำาให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แนวคิดในวรรณกรรม แนวคิดในวรรณกรรมหรือแนวเรื่องในวรรณกรรมเป็นความ คิดสำาคัญในการผูกเรื่องให้ ดำาเนินเรื่องไปตามแนวคิด หรือเป็น ความคิดที่สอดแทรกในเรื่องใหญ่ แนวคิดย่อมเกี่ยวข้องกับมนุษย์ และสังคม เป็นสารที่ผู้เขียนส่งให้ผู้อ่าน เช่น ความดีย่อมชนะ ความชั่ว ทำาดีได้ดีทำาชั่วได้ชั่ว ความยุติธรรมทำาให้โลก สันติสุข คนเราพ้นความตายไปไม่ได้ เป็นต้น ฉะนั้นแนวคิดเป็น สารที่ผู้เขียนต้องการส่งให้ผู้อื่นทราบ เช่น ความดี ความยุติธรรม ความรัก เป็นต้น บริบท บริบทเป็นคำาที่แวดล้อมข้อความที่อ่าน ผู้อ่านจะใช้ความรู้สึก และประสบการณ์มากำาหนดความหมายหรือความเข้าใจ โดยนำาคำา แวดล้อมมาช่วยประกอบความรู้และประสบการณ์ เพื่อทำา ความ เข้าใจหรือความหมายของคำา พลังของภาษา ภาษาเป็นเครื่องมือในการดำารงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จึง สามารถเรียนรู้ภาษาเพื่อการดำารงชีวิต เป็นเครื่องมือของการสื่อสาร
54.
และสามารถพัฒนาภาษาของตนได้ ภาษาช่วยให้คนรู้จักคิดและ แสดงออกของความคิดด้วยการพูด การเขียน
และการกระทำาซึ่ง เป็นผลจากการคิด ถ้าไม่มีภาษา คนจะคิดไม่ได้ ถ้าคนมีภาษา น้อย มีคำาศัพท์น้อย ความคิดของคนก็จะแคบไม่กว้างไกล คนที่ใช้ ภาษาได้ดีจะมีความคิดดีด้วย คนจะใช้ความคิดและแสดงออกทาง ความคิดเป็นภาษา ซึ่งส่งผลไปสู่ การกระทำา ผลของการกระ ทำาส่งผลไปสู่ความคิด ซึ่งเป็นพลังของภาษา ภาษาจึงมีบทบาท สำาคัญต่อมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์พัฒนาความคิด ช่วยดำารงสังคมให้ มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข มีไมตรีต่อกัน ช่วย เหลือกันด้วยการใช้ภาษาติดต่อสื่อสารกัน ช่วยให้คนปฏิบัติตน ตามกฎเกณฑ์ของสังคม ภาษาช่วยให้มนุษย์เกิดการพัฒนา ใช้ ภาษาในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอภิปรายโต้แย้ง เพื่อนำาไป สู่ผลสรุป มนุษย์ใช้ภาษาในการเรียนรู้ จดบันทึกความรู้ แสวงหา ความรู้ และช่วยจรรโลงใจ ด้วยการอ่านบทกลอน ร้องเพลง ภาษายังมีพลังในตัวของมันเอง เพราะภาพย่อมประกอบด้วยเสียง และความหมาย การใช้ภาษาใช้ถ้อยคำาทำาให้เกิดความรู้สึกต่อผู้รับ สาร ให้เกิดความจงเกลียดจงชังหรือเกิด ความชื่นชอบ ความรัก ย่อมเกิดจากภาษาทั้งสิ้น ที่นำาไปสู่ผลสรุปที่มีประสิทธิภาพ ภาษาถิ่น ภาษาถิ่นเป็นภาษาพื้นเมืองหรือภาษาที่ใช้ในท้องถิ่น ซึ่งเป็น ภาษาดั้งเดิมของชาวพื้นบ้านที่ใช้พูดจากันในหมู่เหล่าของตน บาง ครั้งจะใช้คำาทีีี่มีความหมายต่างกันไปเฉพาะถิ่น บางครั้งคำาที่ ใช้พูดจากันเป็นคำาเดียว ความหมายต่างกันแล้วยังใช้สำาเนียงที่ต่าง กัน จึงมีคำากล่าวที่ว่า “สำาเนียง บอกภาษา” สำาเนียงจะบอก ว่าเป็นภาษาอะไร และผู้พูดเป็นคนถิ่นใด อย่างไรก็ตามภาษาถิ่น ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาษาถิ่นเหนือ ถิ่นอีสาน ถิ่นใต้ สามารถสื่อสารเข้าใจกันได้ เพียงแต่สำาเนียงแตกต่างกันไปเท่านั้น ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยมาตรฐานหรือบางทีเรียกว่า ภาษาไทยกลางหรือ ภาษาราชการ เป็นภาษาที่ใช้ สื่อสารกันทั่วประเทศและเป็นภาษาที่ ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ภาษาราชการ ในการติดต่อสื่อสารสร้างความเป็นชาติไทย ภาษาไทยมาตรฐานก็คือ ภาษาที่ใช้กันในเมืองหลวง ที่ใช้ติดต่อกันทั้งประเทศ มีคำาและ สำาเนียงภาษาที่เป็นมาตรฐาน ต้องพูดให้ชัดถ้อยชัดคำาได้ตาม มาตรฐานของภาษาไทย ภาษากลางหรือภาษาไทยมาตรฐานมี
55.
ความสำาคัญในการสร้างความเป็นปึกแผ่น วรรณคดีมีการถ่ายทอด กันมาเป็นวรรณคดีประจำาชาติจะใช้ภาษาที่เป็นภาษาไทยมาตรฐาน ในการสร้างสรรค์งานประพันธ์ ทำาให้วรรณคดีเป็นเครื่องมือในการ ศึกษาภาษาไทยมาตรฐานได้ ภาษาพูดกับภาษาเขียน ภาษาพูดเป็นภาษาที่ใช้พูดจากัน
ไม่เป็นแบบแผนภาษา ไม่ พิถีพิถันในการใช้แต่ใช้สื่อสารกันได้ดี สร้างความรู้สึกที่เป็นกันเอง ใช้ในหมู่เพื่อนฝูง ในครอบครัว และติดต่อสื่อสารกันอย่างไม่เป็น ทางการ การใช้ภาษาพูดจะใช้ภาษาที่เป็นกันเองและสุภาพ ขณะ เดียวกันก็คำานึงว่าพูดกับบุคคลที่มีฐานะต่างกัน การใช้ถ้อยคำาก็ต่าง กันไปด้วย ไม่คำานึงถึงหลักภาษาหรือระเบียบแบบแผนการใช้ภาษา มากนัก ส่วนภาษาเขียนเป็นภาษาที่ใช้เคร่งครัดต่อการใช้ถ้อยคำา และ คำานึงถึงหลักภาษา เพื่อใช้ในการสื่อสารให้ถูกต้องและใช้ในการ เขียนมากกว่าพูด ต้องใช้ถ้อยคำาที่สุภาพ เขียนให้เป็นประโยค เลือกใช้ถ้อยคำาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในการสื่อสาร เป็นภาษา ที่ใช้ในพิธีการต่างๆ เช่น การกล่าวรายงาน กล่าวปราศรัย กล่าว สดุดี การประชุมอภิปราย การปาฐกถา จะระมัดระวังการใช้คำาที่ ไม่จำาเป็นหรือ คำาฟุ่มเฟือย หรือการเล่นคำาจนกลายเป็นการพูดหรือ เขียนเล่นๆ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) บางครั้งเรียกว่า ภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นกระบวนทัศน์ (Paradigm) ของคนในท้อง ถิ่นที่มีความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ เพื่อความอยู่ รอด แต่คนในท้องถิ่นจะสร้างความรู้จากประสบการณ์และจากการ ปฏิบัติ เป็นความรู้ ความคิด ที่นำามาใช้ในท้องถิ่นของตนเพื่อการ ดำารงชีวิตที่เหมาะสมและสอดคล้องกับธรรมชาติ ผู้รู้จึงกลายเป็น ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้เกี่ยวกับภาษา ยารักษาโรคและการ ดำาเนินชีวิตในหมู่บ้านอย่างสงบสุข ภูมิปัญญาทางภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาเป็นความรู้ทางภาษา วรรณกรรมท้องถิ่น บทเพลง สุภาษิต คำาพังเพยในแต่ละท้องถิ่น ที่ได้ใช้ภาษาใน การสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางสังคม
56.
ที่ต่างกัน โดยนำาภูมิปัญญาทางภาษาในการสั่งสอนอบรมพิธีการ ต่างๆ การบันเทิงหรือการละเล่น
มีการแต่งเป็นคำาประพันธ์ใน รูปแบบต่างๆ ทั้งนิทาน นิทานปรัมปรา ตำานาน บทเพลง บทร้อง เล่น บทเห่กล่อม บทสวดต่างๆ บททำาขวัญ เพื่อประโยชน์ทาง สังคมและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมประจำาถิ่น ระดับภาษา ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่คนในสังคมจะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้องกับ สถานการณ์และโอกาสที่ใช้ภาษา บุคคลและประชุมชน การใช้ ภาษาจึงแบ่งออกเป็นระดับของการใช้ภาษาได้หลายรูปแบบ ตำาราแต่ละเล่มจะแบ่งระดับภาษาแตกต่างกันตามลักษณะของ สัมพันธภาพของบุคคลและสถานการณ์ การแบ่งระดับภาษาประมวลได้ดังนี้ ๑. การแบ่งระดับภาษาที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ๑.๑ ภาษาที่ไม่เป็นทางการหรือภาษาที่เป็นแบบแผน เช่น การใช้ภาษาในการประชุม ในการกล่าวสุนทรพจน์ เป็นต้น ๑.๒ ภาษาที่ไม่เป็นทางการหรือภาษาที่ไม่เป็นแบบแผน เช่น การใช้ภาษาในการสนทนา การใช้ภาษาในการเขียนจดหมาย ถึงผู้คุ้นเคย การใช้ภาษาในการเล่าเรื่องหรือประสบการณ์ เป็นต้น ๒. การแบ่งระดับภาษาที่เป็นพิธีการกับระดับภาษาที่ไม่เป็น พิธีการ การแบ่งภาษาแบบนี้เป็นการแบ่งภาษาตามความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลเป็นระดับ ดังนี้ ๒.๑ ภาษาระดับพิธีการ เป็นภาษาแบบแผน ๒.๒ ภาษาระดับกึ่งพิธีการ เป็นภาษากึ่งแบบแผน ๒.๓ ภาษาระดับที่ไม่เป็นพิธีการ เป็นภาษาไม่เป็น แบบแผน ๓. การแบ่งระดับภาษาตามสภาพแวดล้อม โดยแบ่งระดับ ภาษาในระดับย่อยเป็น ๕ ระดับ คือ ๓.๑ ภาษาระดับพิธีการ เช่น การกล่าวปราศรัย การ กล่าวเปิดงาน ๓.๒ ภาษาระดับทางการ เช่น การรายงาน การอภิปราย ๓.๓ ภาษาระดับกึ่งทางการ เช่น การประชุมอภิปราย การปาฐกถา ๓.๔ ภาษาระดับการสนทนา เช่น การสนทนากับบุคคล อย่างเป็นทางการ ๓.๕ ภาษาระดับกันเอง เช่น การสนทนาพูดคุยในหมู่ เพื่อนฝูงในครอบครัว
57.
วิจารณญาณ วิจารณญาณ หมายถึง การใช้ความรู้
ความคิด ทำาความเข้าใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมีเหตุผล การมีวิจารณญาณต้องอาศัย ประสบการณ์ในการพิจารณาตัดสินสารด้วยความรอบคอบ และอย่าง ชาญฉลาดเป็นเหตุเป็นผล คณะผู้จัดทำา คณะที่ปรึกษา ๑. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น ฐาน ๒. นายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ๓. นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ๔. นางเบญจลักษณ์ นำ้าฟ้า ผู้อำานวยการสำานักวิชาการและมาตรฐานการ ศึกษา ๕. นางภาวนี ธำารงเลิศฤทธิ์ รองผู้อำานวยการสำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางานยกร่าง ๑. ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุจริต เพียรชอบ ข้าราชการบำานาญ ประธาน ๒. นางสุชาดา วัยวุฒิ ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน ๓. นางพจมาน พงษ์ ไพบูลย์ สำานักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะทำางาน ๔. นางสาวรัตนทิพย์ เอื้อ ชัยสิทธิ์ สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา นนทบุรี เขต ๑ คณะทำางาน
58.
๕. นางวนิดา เพ็ชรปัญญา
โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ คณะทำางาน ๖. นางสาวสุรัตน์ ช่วง สูงเนิน โรงเรียนประถมนนทรี คณะทำางาน ๗. นางโสภา ศรีวัฒนานุกูล กิจ โรงเรียนศึกษานารี คณะทำางาน ๘. นางสิรี พึ่งจิตต์ตน สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปทุมธานี เขต ๑ คณะทำางาน ๙. นางสมศิริ โพธิ์พุ่ม โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒ คณะทำางาน ๑๐ . นายวิศิษฐ์ มีศรี โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช คณะทำางาน ๑๑ . นางสาวภิญญากร ผา พันธ์ โรงเรียนสารวิทยา คณะทำางาน ๑๒ . นางปราณี ปราบริปู สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน ๑๓ . นางสาวปริญญา ฤทธิ์ เจริญ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน ๑๔ . นางดรุณี จำาปาทอง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน ๑๕ . นางสาวพูนศรี อิ่ม ประไพ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน ๑๖ . นางบุษบา ประภาสพงศ์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน ๑ ๗. นางสาวนิจสุดา อภิ นันทาภรณ์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน ๑๘ . นางสาวอรอร ฤทธิ์กลาง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน และ เลขานุการ ๑ ๙. นางมัทนา มรรคผล สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางานและ ผู้ช่วยเลขานุการ ๒๐ . นางสาวสุภาวดี ตรีรัตน์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางานและ ผู้ช่วย เลขานุการ คณะบรรณาธิการ
59.
๑. นางปราณี ปราบริปู
สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๒. นางวนิดา เพ็ชรปัญญา สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๓. นางสาวสุรัตน์ ช่วง สูงเนิน สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๔. นางโสภา ศรีวัฒนานุกูล กิจ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๕. นางสมศิริ โพธิ์พุ่ม สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๖. นางภาวนี ธำารงเลิศฤทธิ์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๗. นางสาวรุ่งนภา นุตรา วงศ์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๘. นางดรุณี จำาปาทอง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๙. นางสาวพรนิภา ศิลป์ ประคอง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๑๐ . นางสาวอรอร ฤทธิ์กลาง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๑๑ . นางมัทนา มรรคผล สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๑๒ . นางสาวสุภาวดี ตรีรัตน์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๑๓ . นางสาวกอบกุล สุกขะ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๑๔ . นางสาวดวงใจ บุญยะ ภาส สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ฝ่ายเลขานุการโครงการ 1. นางสาวรุ่งนภา นุตรา วงศ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา หัวหน้าโครงการ 2. นางสาวจันทรา ตันติ พงศานุรักษ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 3. นางดรุณี จำาปาทอง สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 4. นางสาวพรนิภา ศิลป์ ประคอง สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน
60.
5. นางเสาวภา ศักดา
สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 6. นางสาวกอบกุล สุกขะ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 7. นางสุขเกษม เทพสิทธิ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 8. นายวีระเดช เชื้อนาม สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 9. ว่าที่ ร.ต. สุราษฏร์ ทอง เจริญ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 10. นางสาวประภาพรรณ แม้นสมุทร สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 11. นายอนุจินต์ ลาภธนาภ รณ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน คณะผู้รับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑. นางปราณี ปราบริปู สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๒. นางดรุณี จำาปาทอง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๓. นางสาวอรอร ฤทธิ์กลาง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๔. นางมัทนา มรรคผล สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๕. นางสาวสุภาวดี ตรีรัตน์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา ๖. นางสาวดวงใจ บุญยะ ภาส สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา
Download