WATER
H2O
CH4 H2O NH3
CO CO2
CH4N2O
Urea
C6H8O6
Sulfuric acid
H2SO4
1. พันธะโลหะ (Metallic bond)
ธาตุโลหะ + ธาตุโลหะ
2. พันธะไอออนิก (Ionic bond)
ธาตุโลหะ + ธาตุอโลหะ
3. พันธะโคเวเลนต์ (Covalent bond)
ธาตุอโลหะ + ธาตุอโลหะ
พันธะโคเวเลนต์ (COVALENT BOND)
พันธะโคเวเลนต์ คือ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมที่
เกิดจากอะตอมใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกันเป็นคู่ๆ
เพื่อให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนครบ 8 ------> กฎออกเตต
ชนิดของพันธะโคเวเลนต์
1. พันธะเดี่ยว (single bond)
2. พันธะคู่ (double bond)
3. พันธะสาม (Triple bond)
1. พันธะเดี่ยว (Single bond) คือ พันธะที่เกิดจากการใช้
เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 1 คู่
H2
F2
2. พันธะคู่ (Double bond) คือ พันธะที่เกิดจาก
การใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 2 คู่
CO2
3. พันธะสาม (Triple bond) คือ พันธะที่เกิดจาก
การใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 3 คู่
Retinol
(vitamin A)
Sodium Chlorine Sodium chloride
+
Na Cl NaCl
พันธะไอออนิก (IONIC BOND)
คือ แรงดึงดูดทางไฟฟ้าระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ
พันธะไอออนิกเกิดขึ้นเมื่อโลหะรวมตัวกับอโลหะ
พันธะไอออนิก (IONIC BOND)
คือ แรงดึงดูดทางไฟฟ้าระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ
พันธะไอออนิกเกิดขึ้นเมื่อโลหะรวมตัวกับอโลหะ
โลหะให้อิเล็กตรอนแก่
อโลหะ อะตอมของอโลหะ
กลายเป็นไอออนลบ อะตอม
ของโลหะกลายเป็นไอออนบวก
พันธะไอออนิก (IONIC BOND)
คือ แรงดึงดูดทางไฟฟ้าระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ
พันธะไอออนิกเกิดขึ้นเมื่อโลหะรวมตัวกับอโลหะ
ประจุไฟฟ้าต่างกันจึงเกิดแรงดึงดูดทางไฟฟ้ายึดเหนี่ยวอะตอม
ทั้งสองเข้าด้วยกัน
การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก
อ่านชื่อไอออนบวกก่อน หรือกลุ่มโลหะ
อ่านชื่อไอออนลบ ตามหลัง
ไม่ต้องอ่านเลขที่แสดงจานวนอะตอม (ที่อยู่ด้านล่างขวา)
ชื่อโลหะให้ลงท้ายด้วยไอด์(-ide) เช่น oxide, chloride,
sulphide ถ้าเป็นพวกกลุ่มไออนลบ ให้อ่านตามชื่อ เช่น
ซัลเฟต ฟอตเฟต คาร์บอเนต
* เมื่อไอออนบวกเป็นโลหะทรานซิชัน
ให้บอกเลขโรมันในวงเล็บ ( ) ด้วย
การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก
1. กรณีธาตุโลหะที่มีเลขออกซิเดชันค่าเดียวรวมกับอโลหะ ให้อ่านชื่อ
โลหะที่เป็นไอออนบวก แล้วตามชื่ออโลหะที่เป็นไอออนลบ โดยลง
เสียงพยางค์ท้ายด้วย ไ-ด์ (-ide)
เช่น ไฮโดรเจน เป็น ไฮไดรด์ (hydride)
คลอรีน เป็น คลอไรด์ (chloride)
โบรมีน เป็น โบรไมด์ (bromide)
ตัวอย่าง
NaCl อ่านว่า โซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride)
KBr อ่านว่า โพแทสเซียมโบรไมด์(Potassium bromide)
2. กรณีธาตุโลหะทรานซิชันที่มีเลขออกซิเดชันหลายค่ารวมกับอโลหะ
ให้อ่านชื่อโลหะที่เป็ นไอออนบวก แล้วตามชื่ออโลหะที่เป็ นไอออนลบ
แล้วตามด้วยค่าประจุโดยวงเล็บเป็นเลขโรมัน และลงเสียงพยางค์ท้าย
ด้วย ไ-ด์ (-ide)
การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก
เช่น Fe มีเลขออกซิเดชัน 2 ค่า เกิดไอออน 2 ชนิด คือ Fe2+ Fe3+
สารประกอบที่เกิดขึ้นกับ Fe เป็น
FeCl2 อ่านว่า ไอร์ออน (II) คลอไรด์ (Iron (II) chloride)
FeCl3 อ่านว่า ไอร์ออน (III) คลอไรด์ (Iron (III) chloride)
3. กรณีธาตุโลหะทรานซิชันที่มีเลขออกซิเดชันหลายค่ารวมกับกลุ่ม
ไอออนลบ ให้อ่านชื่อไอออนบวก แล้ววงเล็บค่าประจุของไอออนบวก
และอ่านชื่อกลุ่มไอออนลบตามหลัง
การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก
เช่น Cr มีเลขออกซิเดชัน 2 ค่า เกิดไอออน 2 ชนิด คือ Cr2+ Cr3+
สารประกอบที่เกิดขึ้นกับ Cr เป็น
CrSO4 อ่านว่า โครเมียม (II) ซัลเฟต (Chromium (II) sulfate)
Cr2(SO4)3 อ่านว่า โครเมียม (III) ซัลเฟต (Chromium (II) sulfate)
การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก
4. กรณีธาตุโลหะหรือกลุ่มไอออนบวกที่มีเลขออกซิเดชันค่าเดียวรวมกับ
กลุ่มไอออนลบ ให้อ่านชื่อไอออนบวก แล้วตามด้วยชื่อกลุ่มไอออนลบ
เช่น
Na2SO4 อ่านว่า โซเดียมซัลเฟต (Sodium sulfide)
Ba(OH)2 อ่านว่า แบเรียมไฮดรอกไซด์ (Barium hydroxide)
KNO3 อ่านว่า โพแทสเซียมไนเตรต (Potassium nitrate)
NH4Cl อ่านว่า แอมโมเนียมคลอไรด์ (Amonium chloride)
BaCl2
Barium chloride
K2O Potassium oxide
Mg(OH)2 Magnesium hydroxide
KNO3 Potassium nitrate
การเรียกชื่อทางเคมี
FeCl2 Iron (II) chloride
Cr2S3 Chromium (III) sulfide
Cu(NO3)2 Copper (II) nitrate
KH2PO4
Potassium dihydrogen phosphate
NH4ClO3
Ammonium chlorate
สมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก
1. สารประกอบไอออนิกทุกชนิดมีสถานะเป็นของแข็ง
ที่อุณหภูมิห้อง และเปราะ
โครงสร้างของสารประกอบไอออนิกมีลักษณะเป็นผลึก
ผลึกสารประกอบไอออนิกมีรูปทรง
เป็นรูปลูกบาศก์ ประกอบ ด้วยไอออนบวก
และไอออนลบเรียงสลับกันเป็นสามมิติ
แบบต่างๆ ไม่สามารถแยกเป็น โมเลกุล
เดี่ยวๆ ได้
สมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก
2. สารประกอบไอออนิกในภาวะปกติเป็นของแข็ง ประกอบด้วย
ไอออนบวกและไอออนลบ ไอออนเหล่านี้ไม่เคลื่อนที่ จึงไม่นาไฟฟ้า
แต่เมื่อหลอมเหลวหรือละลายน้า จะแตกตัวเป็นไอออนและเคลื่อนที่ได้
จึงนาไฟฟ้าได้
สมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก
3. สารประกอบไอออนิกมีจุดดือดและจุดหลอมเหลวสูง
4. สารประกอบไอออนิกบางชนิดละลายน้าได้ดีและบางชนิดไม่
ละลายน้า
การที่สารประกอบไอออนิกละลายน้าได้เนื่องจากแรงดึงดูด
ระหว่างโมเลกุลของน้ากับไอออนมีค่ามากกว่าแรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ
สารประกอบไอออนิกที่รู้จักกันทั่วไป
NaCl ดินประสิว KNO3
ผงฟู NaHCO3
NaOH ยิบซัม CaSO4
สารประกอบไอออนิก แบ่งตามการละลายได้ดังนี้
1. สารประกอบไอออนิกที่ละลายน้า
เช่น เกลือแกง ดินประสิว ผงฟู โซดาไฟ
2. สารประกอบไอออนิกที่ไม่ละลายน้า
เช่น หินปูน CaCO3
วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 เรื่อง น้ำ

วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 เรื่อง น้ำ