โดยนางสาวกมลทิพย์  ประวิงกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์สรุปพันธะเคมีChemical Born
Mind Mapพันธะเคมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม(ภายนอกแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล(ภายใน)Metallic bondVan de Waals AttractionLondon ForceIonic Bonddipole-dipole interactionCovalent Bonddipole-induced dipole interactionCoordinate Covalent BondHydrogen bond
พันธะเคมีแรงยึดเหนี่ยวทางเคมี แบ่งเป็น 2 ประเภท คือแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม(ภายนอก) ได้แก่ พันธะโลหะ พันธะไอออนิก    พันธะโคเวเลนต์ พันธะโคออดิเนตโคเวเลนต์แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล(ภายใน) เกินกับโมเลกุลโคเวเลนต์เท่านั้น ได้แก่ แรงวันเดอร์วาล พันธะไฮโดรเจนแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม(ภายนอก)
พันธะโลหะMetallic bondแรงยึดเหนี่ยวที่ทำให้อะตอมของโลหะ อยู่ด้วยกันในก้อนของโลหะ โดยมีการใช้ เวเลนต์อิเล็กตรอนร่วมกันของอะตอมของโลหะ โดยที่เวเลนต์อิเล็กตรอนนี้ไม่ได้เป็นของอะตอมหนึ่งอะตอมใดโดยเฉพาะ เนื่องจากมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ทุกๆอะตอมของโลหะจะอยู่ติดกันกับอะตอมอื่นๆ ต่อเนื่องกันไม่มีที่สิ้นสุด จึงทำให้โลหะไม่มีสูตรโมเลกุล ที่เขียนกันเป็นสูตรอย่างง่าย หรือสัญลักษณ์ของธาตุนั้นเอง-----+++-------Sea of electrons+++----------------อิเล็กตรอนอิสระ (วาเลนซ์อิเล็กตรอน)--+++--------++-+--------------+++-----------+++----เวเลนซ์อิเล็กตรอนมาก พันธะแข็งแรงมาก
พันธะโลหะMetallic bondสมบัติทั่วไปของโลหะโลหะเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี เพราะอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้ง่าย
โลหะมีจุดหลอมเหลวสูง เพราะเวเลนต์อิเล็กตรอนของอะตอมทั้งหมดในก้อนโลหะยึดอะตอมไว้อย่างเหนียวแน่น
โลหะสามารถตีแผ่เป็นแผ่นบางๆได้ เพราะมีกลุ่มเวเลนต์อิเล็กตรอนทำหน้าที่ยึดอนุภาคให้เรียงกันไม่ขาดออกจากกัน
โลหะมีผิวเป็นมันวาว เพราะกลุ่มอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่โดยอิสระมีปฏิกิริยาต่อแสง จึงสะท้อนแสงทำให้มองเห็นเป็นมันวาว
สถานะปกติเป็นของแข็ง ยกเว้น Hg เป็นของเหลว
โลหะนำความร้อนได้ดี เพราะอิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่ได้ทุกทิศทางพันธะไอออนิก Ionic Bondพันธะที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้าสถิตระหว่างไอออนบวก และไอออนลบ อันเนื่องมาจากการถ่ายโอนอิเล็กตรอน จากโลหะให้แก่อโลหะโดยทั่วไปแล้วพันธะไอออนิกเป็นพันธะที่เกิดขึ้นระหว่างโลหะและอโลหะ ทั้งนี้เนื่องจากว่าโลหะมีค่าพลังงานไอออไนเซชัน IE ต่ำ แต่อโลหะมีค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน EA สูง ดังนั้นโลหะจึงมีแนวโน้มที่จะให้อิเล็กตรอน และอโลหะมีแนวโน้มที่จะรับอิเล็กตรอน	อะตอม EN ต่ำ:ให้อิเล็กตรอนไอออนบวก(โลหะ)	อะตอม EN สูง:รับอิเล็กตรอนไอออนลบ (อโลหะ)
M+ (g)  +  X (g)     MX(s) + lattice energy
สารประกอบไอออนิก มีสมบัติดังนี้เป็นแรงดึงดุดแบบไฟฟ้าสถิตระหว่างไอออนิกบวกของโลหะและไอออนลบของอโลหะที่มีความแข็งแรงสูง
จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง
เมื่อเป็นของแข็งไม่นำไฟฟ้า นำไฟฟ้าได้เมื่อหลอมเหลวหรือเป็นสารละลาย
ไม่มีสูตรโมเลกุล มีแต่สูตรเอมพิริคัล
ส่วนใหญ่ละลายน้ำได้ ยกเว้นพวกสารประกอบคาร์บอเนต เช่นCaCO3พวกสารประกอบซัลเฟต บางตัว เช่นBaSO4พันธะโคเวเลนต์ Covalent Bondเกิดจากการใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน ของอะตอมธาตุอโลหะ เพื่อทำให้อะตอมแต่ละอะตอมมีมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนครบแปด หรือเหมือนแก๊สเฉื่อย----------++Shared electrons
   อะตอมที่ใช้อิเล็กตรอนร่วมกันเรียกว่า อะตอมคู่ร่วมพันธะถ้าอะตอมคู่ร่วมพันธะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน  1  คู่จะเกิดเป็นพันธะโคเวเลนต์ที่เรียกว่า พันธะเดี่ยว  เช่น ในโมเลกุลของไฮโดรเจน
ถ้าอะตอมคู่ร่วมพันธะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน  2  คู่จะเกิดเป็นพันธะโคเวเลนต์ที่เรียกว่า พันธะคู่  เช่น ในโมเลกุลของออกซิเจน
ถ้าอะตอมคู่ร่วมพันธะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน  3 คู่จะเกิดเป็นพันธะโคเวเลนต์ที่เรียกว่า พันธะสาม เช่น ในโมเลกุลของไนโตรเจนพันธะโคออร์ดิเนตโคเวเลนต์Coordinate Covalent BondH.   .....พันธะโคเวเลนต์ที่เกิดจากการใช้อิเล็กตรอนร่วมกันของอะตอมโดยอิเล็กตรอนคู่นี้มาจากอะตอมใดอะตอมหนึ่งไม่ได้มาจากทั้ง 2 อะตอม การเกิดพันธะจะเกิดเมื่อเกิดพันธะโคเวเลนต์ตามปกติ แล้วยังมีอะตอมใดอะตอมหนึ่งที่เวเลนซ์อิเล็กตรอนยังไม่ครบตามกฎออกเตตHHN.   .H

พันธะเคมี1