Blended Learning Model for Buddhist Education via DMC Satellite Channel. [NEC2011 Wera & Panita]

644 views
520 views

Published on

Blended Learning Model for Buddhist Education via DMC Satellite Channel. [NEC2011 Wera & Panita]

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
644
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
8
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Blended Learning Model for Buddhist Education via DMC Satellite Channel. [NEC2011 Wera & Panita]

  1. 1. รู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมช่ องดีเอ็มซีBlended Learning Model for Buddhist Education via DMC Satellite Channel ดร.วีระ สุ ภะ1, ดร.ปณิ ตา วรรณพิรุณ2 1 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุ งเทพ (wera.su@northbkk.ac.th) 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารเพื่อการศึกษา คณะครุ ศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (panitaw@kmutnb.ac.th)ABSTRACT Keywords: blended learning model, Buddhist education, DMC satellite channel, critical thinking skills. This objective the study was to develop theblended learning model for Buddhist educationvia DMC satellite channel. There were 3 steps inthe research which were: 1) develop the main บทคัดย่ อconcept of the blended learning model for การวิจยนี้มีวตถุประสงค์เพื่อพัฒนารู ปแบบการศึกษาเชิง ั ัBuddhist education via DMC satellite channel,2) develop of the blended learning model for พุทธแบบผสมผสานของสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องBuddhist education via DMC satellite channel,3) determine the results from using of the ดีเอ็มซี ขั้นตอนการวิจยแบ่งออกเป็ น 3 ขั้นตอนคือ 1) ศึกษา ัblended learning model for Buddhist education และสังเคราะห์กรอบแนวคิดของรู ปแบบการเรี ยนการสอนvia DMC satellite channel. The research toolswere the blended learning model, the learning ่ ทางไกลเชิงพุทธของสถานี โทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มachievement test and the student satisfaction ซี 2) พัฒนารู ปแบบการเรี ยนการสอนทางไกลเชิ งพุทธของquestionnaire. The sample was 30undergraduate students of Dhammakaya Open สถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเที ยมช่ องดี เอ็มซี 3) ศึ กษาผลของUniversity (DOU), California, USA. who hadenrolled to study GL 203 The Law of Karma การใช้รูปแบบการเรี ยนการสอนทางไกลเชิงพุทธของสถานีsubject in the first semester of 2010. The ่ โทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี เครื่ องมือที่ใช้ในการวิจย ัexperiment period was 10 weeks. Data wasanalyzed by using average, standard deviation, คื อ รู ปแบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบผสมผสานของand t-Test dependent. The result revealed that: สถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี แบบวัดผลสัมฤทธิ์ ่ 1. The blended learning model consists of 6 ทางการเรี ยน และแบบสอบถามความพึงพอใจของผูเ้ รี ยนcomponents which are: 1) learning resource, 2)technology, 3) personnel, 4) learning media, 5) ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง เ ป็ น นั ก ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า บั ณ ฑิ ตcoordinator center and 6) environment. Theprocedure of the blended learning for Buddhist มหาวิ ท ยาลัย ธรรมกายแคลิ ฟ อร์ เ นี ย ที่ ล งทะเบี ย นเรี ยนeducation via DMC satellite channel consists of 4 รายวิชา GL 203 กฎแห่ งกรรม ภาคต้น ปี การศึกษา 2553steps which are: 1) the preparation beforestudying, 2) the blended learning for Buddhist จํานวน 30 คน ระยะเวลาในการทดลอง คื อ 10 สัปดาห์education consists of 3 steps which are: 2.1)Create faith 2.2) Study information and practice วิเคราะห์ขอมูลด้วย ค่าเฉลี่ย ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t- ้thinking: think correctly, think in the right way, Test Dependentthink reasonably, and think meritoriously 2.3)Conclude the learning, 3) the studying ผลการวิจย พบว่า ัcommunication, and 4) motoring and evaluating 1. องค์ป ระกอบของรู ป แบบการศึ กษาเชิ งพุท ธแบบresults. 2. The undergraduate students learned with ผสมผสานของสถานี โ ทรทัศ น์ ผ่า นดาวเที ย มช่ อ งดี เ อ็ม ซีthe blended learning model for Buddhisteducation via DMC satellite channel had a ประกอบด้ว ย 6 องค์ ป ระกอบ คื อ 1) แหล่ ง เรี ยนรู้ 2)statistically significant difference of the learning เทคโนโลยี 3) บุ ค ลากร 4) สื่ อการเรี ยนรู้ 5) ศู น ย์achievement and critical thinking skills post-testscore over the pretest scores at .01 level. ประสานงาน และ 6) สภาพแวดล้อม ขั้นตอนของการศึกษา 285
  2. 2. เชิ ง พุ ท ธแบบผสมผสานของสถานี โทรทั ศ น์ ผ่ า น การจัด การเรี ยนการสอนแบบผสมผสานเป็ นระบบดาวเทียมช่องดีเอ็มซี ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้น สนับสนุนให้ผเู้ รี ยนทางไกลได้ใฝ่ หาความรู้ดวยตนเอง และ ้เตรี ยมการก่อนการเรี ยนการสอน 2) ขั้นการเรี ยนการ เปิ ดโอกาสให้ผเู้ รี ยนสามารถร่ วมทํากิจกรรมต่างๆ กับผูเ้ รี ยนสอนเชิงพุทธแบบผสมผสาน คือ 2.1) การสร้างศรัทธา คนอื่นๆ และกับผูสอนได้ แล้วยังส่ งเสริ มให้เกิดปฏิสัมพันธ์ ้2.2) ศึกษาข้อมูลและฝึ กทักษะการคิดถูกต้อง การคิดถูก ระหว่า งผูเ้ รี ย นกับ ผูเ้ รี ย นคนอื่ น ๆ ผูเ้ รี ย นกับ ผูส อน และ ้ทาง การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดเร้ากุศล 2.3) สรุ ปผล ผูเ้ รี ยนกับเนื้ อหา โดยการเสาะแสวงหาข้อมูลจากบริ การในการเรี ยนรู ้ 3) การถ่ายทอดการเรี ยนการสอน และ 4) การ อินเทอร์ เน็ตด้วยตนเองจากบริ การเวิลด์ไวด์เว็บ การโต้ตอบติดตามและประเมินผล ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิ กส์ การสนทนา และกระดานเสวนา ์ 2. นั ก ศึ ก ษาระดั บ ปริ ญญาบั ณ ฑิ ต ที่ เ รี ยนตาม เป็ นต้น ทําให้ผูเ้ รี ยนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้มากขึ้นรู ปแบบฯ ที่พฒนาขึ้น มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ั กิจกรรมการเรี ยนการสอนจึงเป็ นไปอย่างทัวถึง เป็ นลักษณะ ่และคะแนนทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรี ยนสู ง การเรี ยนที่ ต อบสนองความแตกต่ า งระหว่ า งบุ ค คลและกว่าก่อนการเรี ยน อย่างมีนยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ั ศักยภาพทางการเรี ยนรู้ของผูเ้ รี ยน เนื่ องจากผูเ้ รี ยนสามารถ เข้ามาศึกษา ทบทวนเนื้อหา และฝึ กทําแบบฝึ กหัดบนเว็บได้คําสํ าคัญ: รู ปแบบการเรี ยนแบบผสมผสาน, การศึกษา ทุกเวลา ทุกสถานที่ และยังเป็ นการสนับสนุ นแนวคิดที่ให้ ่เชิงพุทธ, สถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี , การ ผูเ้ รี ยนเป็ นศูนย์กลาง (วิชุดา รัตนเพียร, 2548)คิดอย่างมีวจารณญาณ ิ ศาสตราจารย์สุมน อมรวิวฒน์ (2542) ราชบัณฑิตและ ั นักการศึกษาคนสําคัญของไทย ได้ริเริ่ มนําแนวคิด จาก1) บทนํา หนังสื อ พุทธธรรมของพระราชวรมุนี (ประยุทธิ์ ปยุตโต) ปั จจุบนการศึกษาของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ั เกี่ยวกับการสร้างศรัทธาและโยนิ โสมนสิ การ มาสร้างเป็ นจากเดิ ม อัน เนื่ อ งมาจากการพัฒนาทางด้า นเทคโนโลยี หลัก การและขั้น ตอนการสอนตามแนวพุ ท ธวิ ธี ข้ ึ นให้สารสนเทศ (Information Technology) ซึ่ งด้านการศึกษา เหมาะสมกับยุคสมัย และง่ายต่อการศึกษาเล่าเรี ยน และการก็ไ ด้มี ก ารนํา เทคโนโลยีดัง กล่ า วมาใช้ป ระโยชน์ ท าง นํา ไปใช้ม ากขึ้ น ทํา ให้ว งการศึ ก ษาเกิ ด ความสนใจอย่า งการศึกษาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรู ปแบบการเรี ยนรู้ กว้างขวาง ศาสตราจารย์สุ ม น อมรวิวฒน์ ได้เ สนอว่า ัของ ผูเ้ รี ยนได้อย่างมากมายมหาศาลด้วยเทคโนโลยี สมบัติทิพย์ที่น่าจะใช้เป็ นพื้นฐานของการจัดการศึกษาไทยสารสนเทศใน 3 ประเด็น ดังนี้ 1) การเรี ยนรู้ที่เน้นผูเ้ รี ยน ได้แก่ วัฒนธรรม ปั ญญาธรรมและเมตตาธรรม รู ปแบบเป็ นสําคัญโดยผูเ้ รี ยนสามารถศึกษาค้นคว้าหาความรู้ได้ การเรี ย นการสอนนี้ พัฒ นาขึ้ น จากหลัก การที่ ว่า ครู เ ป็ นทุกเวลาและทุกสถานที่เมื่อต้องการ 2) การศึกษาไทยใน บุ ค คลสําคัญ ที่ ส ามารถจัดสภาพแวดล้อ ม แรงจู งใจและอนาคตที่ ใ ห้ค วามสํา คัญ กับ การศึ ก ษานอกระบบและ วิ ธี ก ารสอนให้ ศิ ษ ย์เ กิ ด ศรั ท ธาที่ จ ะเรี ย นรู ้ การได้ฝึ กฝนการศึกษาตามอัธยาศัยเพิ่มมากขึ้น ทําให้เทคโนโลยีช่วย วิธีการคิดโดยแยบคาย และนําไปสู่ การปฏิบติโดยประจักษ์ ัให้ผเู้ รี ยนสามารถเข้าถึงเนื้อหา สาระและข้อมูลข่าวสารที่ จริ ง โดยครู ทาหน้าที่เป็ นกัลยาณมิตร ช่วยให้ศิษย์มีโอกาส ํต้องการได้ 3) การเรี ยนรู้ ตลอดชี วิต เทคโนโลยี คิด และแสดงออกอย่างถูกวิธีและพัฒนาทักษะกระบวนการสารสนเทศและการสื่ อสารเพื่อการศึกษาเป็ นเครื่ องมือที่ คิดอย่างมีวจารณญาณได้ ิทรงประสิ ทธิ ภาพที่จะก่อให้เกิดความเสมอภาค คุณภาพ การพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical thinking)ของการศึกษาหาความรู้ และสาระความรู ้ รวมทั้ง เป็ นจุดมุ่งหมายสําคัญของการจัดการศึกษา เป็ นเงื่อนไขประสิ ทธิ ภาพของการเรี ยนรู้ ได้ต่อเนื่ องตลอดชี วิตจาก สําคัญสําหรับการจัดการศึกษา (Ennis, 1989) และเป็ นซอฟต์แวร์ ต่างๆ (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา คุ ณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ ตองการให้เกิ ดแก่ ผูเ้ รี ยนตาม ้แห่งชาติ, 2544 ) จุ ด มุ่ ง หมายของการศึ ก ษาตามระราชบัญ ญัติ ก ารศึ ก ษา แห่ ง ชาติ พ.ศ.2542 นอกจากนี้ ยัง เป็ นกระบวนการคิ ด ที่ 286
  3. 3. จําเป็ นและสําคัญที่สุดสําหรับผูเ้ รี ยนทุกระดับ เนื่ องจาก เพื่อการเรี ยนการสอนทางไกลเชิงพุทธ ที่เหมาะสมในมิติของ ่เป็ นกระบวนการคิดที่ผานการไตร่ ตรองและพิจารณาจาก รู ปแบบการเรี ยนการสอนทางไกลด้วยสถานี โทรทัศน์ผ่านข้อมูล หลักฐานที่มีอยู่มาเป็ นอย่างดี ซึ่ งสามารถนําไป ดาวเที ย มแบบมี ป ฏิ สั ม พัน ธ์ และการปฏิ สั ม พัน ธ์ ผ่า นเว็บประยุกต์ใ ช้ใ นสถานการณ์ ต่ าง ๆ ได้อ ย่า งหลากหลาย เพื่อให้การปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นสนับสนุ นผูเ้ รี ยนทางไกลในกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณจึงถือเป็ นพื้นฐานของ หลากหลายรู ปแบบ ทั้งนี้ การรู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบการคิดทั้งปวง (ทิศนา แขมมณี , 2547)และซึ่ งสอดคล้อง ่ ผสมผสานของสถานี โทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี จะกับมาตรฐานการประเมิ นคุณภาพการจัดการศึกษาของ ทําให้ผเู ้ รี ยนพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณตามหลักไทยที่ ใ ห้ ค วามสํ า คั ญ กั บ การพั ฒ นาการคิ ด อย่ า งมี โยนิ โ สมนสิ ก าร นั้ นจะเป็ นประโยชน์ อ ย่ า งกว้า งขวางวิจารณญาณตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐาน สําหรับสถานศึกษา ในลักษณะเดียวกันนําไปดําเนินการและที่ 4 ํ ที่ กาหนดให้ผูเ้ รี ยนมีความสามารถในการคิด พัฒนาต่อไปวิ เ คราะห์ คิ ด สั ง เคราะห์ มี วิ จ ารณญาณ มี ค วามคิ ดส ร้ า ง ส ร ร ค์ คิ ด ไ ต ร่ ต ร อ ง แ ล ะ มี วิ สั ย ทั ศ น์ 2) วัตถุประสงค์ การวิจัย(คณะอนุกรรมการการปฏิรูปการเรี ยนรู้, 2543) 2.1) เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กรอบแนวคิดของรู ปแบบ มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์ เนี ย (Dhammakaya การศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ผาน ่Open University: DOU , California, USA.) เป็ น ดาวเทียมช่องดีเอ็มซีหน่ วยงานที่จดให้มีการเรี ยนการสอน หลักสู ตรพุทธ ั 2.2) เพื่อพัฒนารู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสานศาสตรบัณฑิต(พุทธศาสตร์ ) หลักสู ตรประกาศนี ยบัตร 1 ่ ของสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซีปี และหลักสู ตรสัมฤทธิ บตร ซึ่ งมีศูนย์ประสานงานทัว ั ่ 2.3) เพื่อศึกษาผลของการใช้รูปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบโลก เป็ นทางเลื อ กหนึ่ ง ในการให้ผูเ้ รี ย นมุ่ ง ศึ ก ษาและ ่ ผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซีฝึ กฝนศาสตร์ แห่งความเป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็ นผูที่มีวิถี ้ชี วิ ต ที่ ถู ก ต้อ งดี ง าม มี ค วามสุ ข ที่ แ ท้จ ริ ง เป็ นการเปิ ด 3) สมมติฐานการวิจัยโอกาสทางการศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาตามปรั ช ญา 3.1) นักศึกษาทางไกลของมหาวิทยาลัยธรรมกายแคลิฟอร์ เนี ยการศึกษาที่ต้ งไว้ โดยสื่ อที่ใช้ในการศึกษาที่ผ่านมาเป็ น ั ที่ เ รี ย นตามรู ป แบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบผสมผสานของตํา ราเรี ย นทางไกล สื่ อ โสตทัศ น์ และโทรทัศ น์ ผ่ า น สถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี มีผลสัมฤทธิ์ ทางการ ่ดาวเทียม (Dhammakaya Open University, 2009) ทั้งนี้ เรี ยนหลังเรี ยนสู งกว่าก่อนเรี ยน อย่างมีนยสําคัญทางสถิติ ัระบบการศึ ก ษาทางไกลของมหาวิ ท ยาลัย ธรรมกาย 3.2) นักศึกษาทางไกลของมหาวิทยาลัยธรรมกายแคลิฟอร์ เนี ยแคลิฟอร์ เนี ย นั้นต้องการพัฒนาที่มีการเสริ มแรงในการ ที่ เ รี ยนรู ปแบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบผสมผสานของเรี ยนรู้เนื้ อหา การเข้าถึงข้อมูลทัวโลก การเข้าถึงข้อมูลที่ ่ สถานี โ ทรทัศ น์ ผ่านดาวเที ย มช่ อ งดี เอ็ม ซี มี ค ะแนนการคิ ดเป็ นปั จจุบนการเรี ยนรู้เนื้ อหาที่นาเสนอในลักษณะที่มีท้ ง ั ํ ั อย่างมีวิจารณญาณหลังเรี ยนสู งกว่าก่อนเรี ยน อย่างมีนยสําคัญ ัภาพและเสี ยง เป็ นการเรี ยนทางไกลที่ไร้ระยะทาง และ ทางสถิติสามารถทําความเข้าใจได้มากขึ้นและเป็ นการเรี ยนรู ้อย่างมี ป ฏิ สั ม พัน ธ์ กัน และด้ว ย ความต้อ งการของผู้เ รี ยน 4) ขอบเขตการวิจัย ่หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิตที่อยูในทุกมุมโลกนั้นนับวัน 4.1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างยิ่ง ทวีเ พิ่ ม ขึ้ น สื บ เนื่ อ งจากเป็ นกลุ่ ม ผูส นใจการศึ ก ษา ้ ประชากรที่ใช้ในการวิจย คือ นักศึกษาของมหาวิทยาลัย ัธรรมจากรายการธรรมผ่านดาวเทียมช่องดีเอ็มซี ตองการ ้ ธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ในภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2553ศึกษาหลักธรรมที่ละเอียดลึกซึ้ ง และถือเป็ นการพัฒนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจย คือ นักศึกษาของมหาวิทยาลัย ัความรู้ ที่ ไ ด้ด้ว ยระบบการศึ ก ษา และการใช้สื่ อ เมื่ อ มี ธรรมกายแคลิ ฟอร์ เนี ย ในภาคเรี ย นที่ 1 ปี การศึ กษา 2553การศึกษา และได้พฒนาระบบสนับสนุ นผูเ้ รี ยนทางไกล ั จํานวน 30 คน ได้โดยการสุ่ มอย่างง่าย แบ่งเป็ น นักศึกษา 287
  4. 4. จากศูนย์การศึกษาทางไกล ประเทศออสเตรเลีย 17 คน 5) วิธีดําเนินการวิจัย ประเทศนิวซี แลนด์ 8 คน และประเทศญี่ปุ่น 5 คน การวิจยครั้ งนี้ เป็ นการวิจยและพัฒนา (Research and ั ั Development) แบ่งการวิจยเป็ น 3 ระยะ คือ ั 4.2) ตัวแปรในการวิจย ั ระยะที่ 1 การศึกษาและสังเคราะห์กรอบแนวคิดของรู ปแบบ ตัว แปรต้น คื อ รู ป แบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบ การศึกษาเชิ งพุทธแบบผสมผสานของสถานี โทรทัศน์ผ่าน ่ ผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี ดาวเทียมช่องดีเอ็มซี ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนและการคิด 1.1) การศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์เอกสารและงานวิจย ั อย่างมีวจารณญาณ ิ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง องค์ ป ระกอบของรู ปแบบการเรี ยนแบบ เนื้ อหาที่ใช้ในการวิจย คือ เนื้ อหารายวิชา GL 203 ั ผสมผสาน การศึกษาเชิงพุทธของมหาวิทยาลัยธรรมกายเคลิ กฎแห่งกรรม ฟอร์ เ นี ย ด้ว ยสถานี โ ทรทัศ น์ ผ่ า นดาวเที ย มช่ อ งดี เ อ็ ม ซี การศึกษาเชิงพุทธ และการคิดอย่างมีวจารณญาณ ิ กรอบแนวคิดการวิจัย 1.2) ศึกษาสภาพการจัดการเรี ยนการสอนในปั จจุบน ได้แก่ ั กรอบแนวคิ ดการวิจัย ประกอบด้วย รู ปแบบการ ข้อมูลด้านการจัดการเรี ยนการสอน โดยการสัมภาษณ์จาก เรี ยนการสอนทางไกล การศึ ก ษาเชิ งพุ ท ธของ ผู ้บ ริ หาร อาจารย์ผู้ส อนเจ้ า หน้ า ที่ ประสานงาน ของ มหาวิทยาลัยธรรมกายเคลิ ฟอร์ เนี ยด้วยสถานี โทรทัศน์ มหาวิทยาลัยธรรมกายแคลิฟอร์ เนี ย และข้อมูลคุณลักษณะ ผ่านดาวเทียมช่องดีเอ็มซี การศึกษาเชิงพุทธ และการคิด ของผูเ้ รี ยน เกี่ยวกับความสามารถของนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง อย่างมีวจารณญาณ ดังรู ปที่ 1 ิ กับองค์ประกอบการสนับสนุนการศึกษาทางไกลเชิงพุทธ ระยะที่ 2 การพั ฒ นารู ปแบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบรู ปแบบการเรียนการสอน การศึกษาเชิงพุทธ การศึกษาเชิงพุทธของ ทางไกล DOU ด้ วยดีเอ็มซี ่ ผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี(Moore & Anderson, 2005) (สุมน อมรวิวฒน์., 2542) ั (DOU, 2009) 2.1) กํา หนดกรอบแนวคิ ด ของรู ป แบบการศึ ก ษาเชิ ง พุท ธ แบบผสมผสาน 2.2) สร้ า งต้น แบบของรู ปแบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบ รู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ ผ่ านดาวเทียมช่ องดีเอ็มซี ผสมผสาน ดังนี้ 2.2.1) นํา ต้น แบบรู ป แบบ ไปให้ผูเ้ ชี่ ย วชาญ ด้า นการศึ ก ษา ผลสั มฤทธิ์ทางการเรียน การคิดอย่ างมีวจารณญาณ ิ ทางไกลผ่านสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 5 ท่าน เพื่อ พิจารณาในด้านการสื่ อความหมาย ความครอบคลุมเนื้ อหา รู ปที่ 1: กรอบแนวคิดการพัฒนารู ปแบบการศึกษา องค์ประกอบ ลักษณะ และขั้นตอนของรู ปแบบการเรี ยนการ เชิ งพุทธแบบผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ สอนทางไกลฯ โดยวิธี การสัมภาษณ์ ซึ่ งใช้เกณฑ์พิจารณา ผ่ านดาวเทียมช่ องดีเอ็มซี ความถูกต้องโดยใช้ความสอดคล้องของข้อมูลที่ ได้จากการ สัมภาษณ์เทียบกับแนวคิดหลักที่ได้จากการสังเคราะห์ขอมูล ้ ในระยะที่ 1 2.2.2) นํา ต้น แบบรู ป แบบฯที ป รั บ ปรุ งตามคํา แนะนํา ของ ผูเ้ ชี่ ยวชาญในรอบแรก ให้ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านการออกแบบการ เรี ยนการสอนเชิงพุทธ และด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 5 ท่ า นประเมิ น รั บ รองความสอดคล้อ ง ระหว่า งรู ป แบบกับ จุดมุ่งหมาย 2.2.3) ออกแบบและสร้ า งรู ป แบบการศึ ก ษาเชิ ง พุ ท ธแบบ ผสมผสาน ดังนี้ 288
  5. 5. 2.2.3.1) กําหนดเนื้ อหา จุดประสงค์การเรี ยนรู้ ขั้นตอน 3.1.2) เตรี ย มความพร้ อ มของแผนการสอน บทเรี ย นกิจกรรมการเรี ยนการสอน และสื่ อการเรี ยนการสอน ปฏิ สัมพันธ์เชิ งพุทธโดยสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเที ยม และ2.2.3.2) พัฒนาเครื่ องมื อตามรู ปแบบการศึ กษาเชิ งพุท ธ คู่มือแนวทางการจัดการเรี ยนการสอน และเครื่ องมือในเก็บแบบผสมผสาน ได้ แ ก่ เนื้ อหาของบทเรี ยนและ การรวบรวมข้อมูลส่ ว นประกอบ ระบบบริ หารจั ด การการเรี ยน การ 3.2) ดําเนินการทดลองใช้รูปแบบฯ ที่พฒนาขึ้น ัติดต่อสื่ อสาร และการวัดผลและ 3.2.1) วัด ผลสั ม ฤทธิ์ ทางการเรี ย นและการคิ ด อย่า ง2.2.3.3) สร้ า งแผนการสอน ให้ผูเ้ ชี่ ย วชาญด้า นเนื้ อ หา วิจารณญาณของผูเ้ รี ยนก่อนการเรี ยน โดยใช้แบบวัด การคิดจํานวน 5 ท่าน ตรวจสอบคุณภาพ และความเหมาะสม วิจารณญาณตามหลักโยนิ โสมนสิ การ (ผ่องลักษณ์ จิตต์ของแผนการสอนและ รู ปแบบที่สร้างขึ้น การุ ญ, 2547) และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยน2.2.3.4) สร้ า งคู่ มื อ แนวทางการปฏิ บ ัติ ตามรู ป แบบฯ 3.2.2) ดําเนินการวิจย โดยให้ผเู้ รี ยนดําเนินกิจกรรมการเรี ยน ัสําหรับผูเ้ รี ยนและผูสอน้ ตามรู ป แบบฯ ที่ พ ฒ นาขึ้ น โดยใช้เ วลาในการทดลอง 10 ั2.2.4) ทดสอบคุณภาพของรู ปแบบฯ โดยมีกระบวนการ สัปดาห์ทดสอบ 2 ขั้นตอน ดังนี้ (ณมน จีรังสุ วรรณ, 2549) 3.2.3) เมื่อสิ้ นสุ ดการดําเนิ นกิจกรรมวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการ ขั้นตอนที่ 1 การทดสอบรู ปแบบฯ เรี ยนและการคิดอย่างมีวจารณญาณของผูเ้ รี ยนหลังเรี ยน ิ 1) การทดสอบแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ใช้วธีการสังเกต ิและการสัมภาษณ์จากนั้นนําข้อมูลมาปรับปรุ งแก้ไข 6) สรุปผลการวิจัยข้อบกพร่ องของรู ปแบบ ตอนที่ 1 รู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสานของ 2) การทดสอบกับกลุ่มเล็ก ใช้วิธีการสังเกตและการ ่ สถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซีสัมภาษณ์จากนั้นนําข้อมูลมาปรับปรุ งแก้ไขข้อบกพร่ อง 6.1) รู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสาน ประกอบด้วยของรู ปแบบ 6 องค์ประกอบ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 2 การทดลองนําร่ อง 6.1.1) แหล่งเรี ยนรู ้ 3 องค์ประกอบย่อย คือ ศูนย์ ทดลองนํ า ร่ อง โดยให้ นั ก ศึ ก ษามหาวิ ท ยาลั ย ่ การศึกษาทางไกล โทรทัศน์ผานดาวเทียมดีเอ็มซี และระบบธรรมกายแคลิ ฟ อร์ เ นี ย 30 คน เรี ยนโดยใช้รู ป แบบที่ บริ หารจัดการเรี ยนการสอนพัฒนาขึ้น เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสังเกตและ 6.1.2) เทคโนโลยี 3 องค์ประกอบย่อย คือ เทคโนโลยีการสอบถามความคิ ด เห็ น เกี่ ย วกั บ การใช้ ง าน ปั ญหา ผลิ ต เทคโนโลยีการถ่ายทอด และเทคโนโลยีการติดตามอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการเรี ยนตามรู ปแบบฯ และประเมินผลระยะที่ 3 การศึกษาผลของการใช้รูปแบบการศึกษาเชิ ง 6.1.3) บุคลากร 9 องค์ประกอบย่อย คือ ผูสอน ผูสอน้ ้พุทธแบบผสมผสานของสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเที ยม เสริ ม ผูให้คาปรึ กษา ที่ปรึ กษาทางวิชาการ ผูจดการรายวิชา ้ ํ ้ัช่องดีเอ็มซี ผูประสานงาน ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านสื่ อ ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ้ การศึ กษาผลของการใช้รู ป แบบการศึ ก ษาเชิ งพุท ธ และช่างเทคนิคแบบผสมผสานใช้แบบแผนการวิจยแบบ One Group ั 6.1.4) สื่ อการเรี ยนรู้ 4 องค์ประกอบย่อย คือ รายการPretest – Posttest Design (William & Stephen, 2009) ่ โทรทัศน์ผานดาวเทียม หนังสื อชุดวิชา วิซีดีและดีวดี ีดังนี้ 6.1.5) ศูนย์ประสานงาน 3 องค์ประกอบย่อย คือ ศูนย์3.1) การวางแผนก่อนดําเนินการทดลอง การศึกษาทางไกล ศูนย์การผลิตสื่ อดีเอ็มซี และศูนย์การแปล3.1.1) การเตรี ยมความพร้อมของสถานที่หองเรี ยนต้นทาง ้ 6.1.6) สภาพแวดล้อม 2 องค์ประกอบย่อย คือ บรรยากาศได้แก่ อุปกรณ์ผลิตรายการโทรทัศน์ การเชื่อมต่อระบบ ในการเรี ยน และกิจกรรมสนับสนุนการเรี ยนรู้เครื อข่ายโทรศัพท์ การส่ ง SMS และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง 289
  6. 6. 3.1.2 เสนอสถานการณ์ปัญหา หรื อ กรณี ตวอย่าง ั 3.1.3 แนะนําหลักธรรมที่ ส ามารถนําไปใช้ในการ เลือกแก้ปัญหา ขั้ น ที่ 3.2 ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล แ ล ะ ฝึ ก ทั ก ษ ะ ก า ร คิ ด ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนย่อย คือ แสวงหาและรวบรวมข้อมูล ฝึ กความสามารถในการคิด 4 ทักษะ คือ ฝึ กทักษะการคิดถูกต้ อง 4 ขั้นตอน คือ 1) การแนะนําหลักธรรมที่สามารถนําไปแก้ปัญหา 2) การตัดสิ นสภาพความจริ ง 3) การตัดสิ นคุณค่าของสิ่ งใดสิ่ งหนึ่งที่จาเป็ น ํ 4) การวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยและการจัดกลุ่มรู ปที่ 2: รู ปแบบการศึกษาเชิ งพุทธแบบผสมผสาน ฝึ กทักษะการคิดถูกทาง 4 ขั้นตอน คือ ของสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมช่ องดีเอ็มซี 1) การแนะนําหลักธรรมที่สามารถนําไปแก้ปัญหา 2) การพิจารณาคุณค่าของการกระทําโดยมีจุดมุ่งหมาย6.2) กระบวนการการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสานของ 3) การพิจารณาข้อดี ข้อเสี ยและข้อควรปฏิบติ ัสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเที ยมช่องดีเอ็มซี ประกอบด้วย 4) การตระหนักรู้5 ขั้นตอนย่อย ดังนี้ ฝึ กทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล 4 ขั้นตอน คือ6.2.1) ขันที่ 1 การเตรี ยมการก่ อนการเรี ยนการสอน ้ 1) การแนะนําหลักธรรมที่สามารถนําไปแก้ปัญหา การเตรี ย มการก่ อ นการเรี ย นการสอน โดย 2) การคิดเป็ นเหตุเป็ นผลการศึ ก ษาและวิ เ คราะห์ ค วามต้อ งการทางการศึ ก ษา 3) การพิจารณาแก้ปัญหากํา หนดวัต ถุ ป ระสงค์ท างการศึ ก ษา พัฒ นาหลัก สู ต ร 4) การพิจารณาความสัมพันธ์เชื่อมโยงและพิจารณาสื่ อที่เหมาะสม ฝึ กทักษะการคิดเร้ ากุศล 2 ขั้นตอน คือ6.2.2) ขันที่ 2 การวางแผนการเรี ยนการสอน ้ 1) การแนะนําหลักธรรมที่สามารถนําไปแก้ปัญหา การวางแผนการเรี ยนการสอน ได้แก่ การกําหนด 2) การส่ งเสริ มกุศลธรรมคุ ณลักษณะของผูสอนทางไกลกําหนดคุ ณลักษณะของ ้ 3.2.1 ผูเ้ รี ยนฝึ กทักษะการตัดสิ นใจผูเ้ รี ยนทางไกล การกําหนดคุ ณลักษณะผูสอน การ ้ 3.2.2 ลงมือปฏิบติโดยมีผสอนเป็ นกัลยาณมิตร ั ู้วางแผนกิจกรรมการเรี ยนการสอนทางไกล การวางแผน ขั้นที่ 3.3 สรุ ปผลการเรี ยนรู้ปั จจัยสนับสนุน และการวางแผนพัฒนาสื่ อ 6.2.4) ขั้นที่ 4 การถ่ ายทอดการเรี ยนการสอน6.2.3) ขั้ น ที่ 3 ขั้ น การเรี ยนการสอนเชิ ง พุ ท ธแบบ 6.2.5) ขันที่ 5 การติดตามและประเมินผล ้ผสมผสาน การออกแบบเนื้ อหาและสื่ อการเรี ยนการ ผูทรงคุณวุฒิ จํานวน 11 ท่านประเมินความเหมาะสม ้สอนในการศึกษาเชิงพุทธด้วยกระบวนการสร้างศรัทธา ของรู ปแบบ มีความเห็นเห็นสอดคล้องกันว่า กระบวนการและโยนิ โสมนสิ การ ประกอบด้วยขั้นตอนและกิจกรรม ่ เรี ยนการสอนทางไกลสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็ม3 ขั้นตอน คือ ซี และกระบวนการเรี ยนการสอนทางไกลเชิ งพุทธ มีความ ขั้นที่ 3.1 การสร้างศรัทธา 3 ขั้นตอนย่อย คือ เหมาะสมมากที่สุด (IOC = 1.0) รองลงมาคือ องค์ประกอบ 3.1.1 กระตุ ้น ให้ ผู้เ รี ยนเห็ น ความสํ า คัญ ของ ของรู ปแบบการเรี ยนการสอน รู ปแบบฯ ที่พฒนาขึ้นมีความ ับทเรี ยน เหมาะสมต่ อ การพัฒนาการคิ ด อย่า งมี วิจ ารณญาณ และมี ความเป็ นไปได้ในการนําไปใช้จริ ง (IOC = 0.91) 290
  7. 7. Study of content Online: Self-pace e-Learning A via LMS Onair: Instructional Practice to think reasonably On air: Instructional television  Create faith F2F: Group Discussion Introduce Dharma principle which Stimulate the student to know the Onair: Instructional television students can apply to solve problems Think reasonably importance of the lesson Think reasonably Propose the situation problems or example Onair: Instructional televisionIntroduce Dharma principle which the students Determine the way to solve problems can apply to solve problems Onair: Instructional television Determine the connections Study information and practice thinking Practice to think meritoriously On air: Instructional television Search and collect data Onair: Instructional television Online : Online Resources F2F: Group Discussion Introduce Dharma principle which Practice 4 thinking skills students can apply to solve problems Think meritoriously Promote the values of Dharma and Practice to think correctly virtue Onair: Instructional television F2F: Group Discussion Introduce Dharma principle which On air: Instructional television students can apply to solve problems Students practice the skills to make F2F: Group Discussion Think correctly Consider the fact Students implement the practice with the On air: Instructional television teachers as their best friends F2F: Group Discussion Evaluate the essential ones  Conclude the learning Analyze the sub–components and Students and teachers conclude the On air: Instructional television Practice to think in the right way Online: VDO Conference, Onair: Instructional Online Phone television F2F: Group Discussion Introduce Dharma principle which students can apply to solve problems Test and evaluate the learning On air: Instructional television Think in the right way Online: Online Testing F2F: Group Discussion Evaluate the value of target–aimed action Not pass evaluate the learning Self-pace e-Learning via LMS Determine the advantage, disadvantage and regulation Online: LMS Pass Have an awareness Study the next content A รู ปที่ 3: กระบวนการการศึกษาเชิ งพุทธแบบผสมผสานของ สถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมช่ องดีเอ็มซี 291
  8. 8. ตอนที่ 2 ผลการทดลองใช้รูปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบ ผลการวิ เ คราะห์ ค วามคิ ด เห็ น ของผู้เ รี ยนต่ อ การจัด ่ผสมผสานของสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี กิ จกรรมการเรี ยนการสอนตามกระบวนการการศึ กษาเชิ ง ผลการวิเคราะห์คะแนนทักษะการคิดอย่างมี พุทธแบบผสมผสานของสถานี โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องวิจารณญาณ ดังตารางที่ 1 ดีเอ็มซี นักศึ กษามี ค วามพึงพอใจต่อการจัดกิ จกรรมการเรี ย นตารางที่ 1: ผลการเปรี ยบเทียบคะแนนการคิด การสอน ขั้นที่ 1 การสร้ างศรั ทธาอยู่ในระดับมาก ( x = อย่างมีวจารณญาณก่อนและหลังการทดลอง ิ 4.21, S.D. = 0.58) ขั้นที่ 2 ศึกษาข้อมูลและฝึ กทักษะการคิดคะแนนการ n คะแนนเต็ม x S.D. t Sig ่ อยูในระดับมาก ( x = 4.32, S.D. = 0.67) และขั้นที่ 3 คิดอย่ างมี . ่ สรุ ปผลการเรี ยนรู้ อยูในระดับมาก ( x = 4.29, S.D. = 0.72)วิจารณญาณก่อนทดลอง 30 40 25.87 2.00 21.84 .000หลังทดลอง 30 40 34.20 2.30 7) อภิปรายผล**p < .01 7.1) ผลการพัฒนารู ปแบบการศึกษาเชิงพุทธแบบผสมผสาน ่ ของสถานีโทรทัศน์ผานดาวเทียมช่องดีเอ็มซี จากตารางที่ 1 พบว่า นักศึกษาที่เรี ยนตามรู ปแบบ ที่ จากการพัฒ นาระบบการเรี ย นการสอนตาม ADDIEพัฒ นาขึ้ น มี ค ะแนนการคิ ด อย่ า งมี วิ จ ารณญาณหลัง MODEL 5 ขั้นตอน คือ ขั้นการวิเคราะห์ ขั้นการออกแบบทดลอง ( x = 34.20, S.D. = 2.30) สู งกว่าก่อนทดลอง ขั้ นการพัฒ นา ขั้ นการนํ า ไปทดลองใช้ และขั้ นการ( x = 25.87, S.D. = 2.00) อย่างมีนยสําคัญทางสถิติที่ ั ประเมิ น ผล ทํา ให้ ไ ด้รู ป แบบที่ มี ค วามเหมาะสมในด้า นระดับ .01 องค์ ป ระกอบ กระบวนการการเรี ยนการสอน มี ค วาม เหมาะสมต่ อ การพัฒนาการคิ ด อย่า งมี วิจ ารณญาณ และมี ผลการวิเคราะห์คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยน ความเป็ นไปได้ใ นการนํา ไปใช้จ ริ ง ซึ่ งสอดคล้อ งกับดังตารางที่ 2 กระบวนการเรี ย นการสอนตามหลักโยนิ โ สมนสิ ก ารของตารางที่ 2: ผลการเปรี ยบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ สุ มน อมรวิวฒน์ (2542) ซึ่ งประกอบด้วย ขั้นสร้างศรัทธา ั ทางการเรี ยนก่อนและหลังการทดลอง เจตคติที่ดีต่อครู วิธีการเรี ยนและบทเรี ยน ขั้นศึกษาข้อมูล และฝึ กทักษะการคิด และขั้นสรุ ป โดยผลที่ผเู้ รี ยนจะได้รับ คะแนน n คะแนนเต็ม x S.D. t Sig. ผลสั มฤทธิ์ จากการเรี ยนตามหลักโยนิ โสมนสิ การคือ ผูเ้ รี ยนจะพัฒนาทางการเรียน ทัก ษะในการคิ ด การตัด สิ น ใจและการแก้ปั ญ หาอย่ า งก่อนทดลอง 30 40 26.27 2.27 14.47 0.00 เหมาะสมหลังทดลอง 30 40 33.73 1.68 7.2) ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนและการคิดอย่างมี**p < .01 วิจารณญาณ จากตารางที่ 2 พบว่า นักศึกษาที่เรี ยนตามรู ปแบบที่ การศึกษาเชิ งพุทธแบบผสมผสานของสถานี โทรทัศน์พัฒนาขึ้น มีค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยน ผ่า นดาวเที ย มช่ อ งดี เ อ็ม ซี มี กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนที่หลังทดลอง ( x = 33.73, S.D. = 1.68) สูงกว่าก่อน ผสมผสานระหว่างการศึกษาเชิงพุทธด้วยกระบวนการสร้างทดลอง ( x = 26.27, S.D. = 2.27) อย่างมีนยสําคัญทาง ั ศรัทธาและโยนิ โสมนสิ การและกิจกรรมการเรี ยนการสอนสถิติที่ระดับ .01 เพื่ อ พัฒ นาการคิ ด อย่า งมี วิ จ ารณญาณ สามารถพัฒ นาให้ ผูเ้ รี ย นมี ท ัก ษะการคิ ด อย่า งมี วิ จ ารณญาณและผลสั ม ฤทธิ์ ทางการเรี ย นสู ง ขึ้ น สอดคล้อ งกับ งานวิจัย ของ ดวงรั ต น์ สบายยิ่ง (2549) ที่พบว่า ผูเ้ รี ยนที่เรี ยนด้วยการจัดการเรี ยนรู้ ตามแนวโยนิ โสมนสิ การมี ความสามารถในการคิ ดอย่างมี 292
  9. 9. วิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนสู งกว่าก่อนการ Dhammakaya Open University. (2009). Buddhist approach via DMC satellite channel. Patumthani:จัดการเรี ยนรู้ และผูเ้ รี ยนมีทศคติที่ดีต่อการจัดการเรี ยนรู้ ั Dhammakaya Foundation. Ennis, R. H. (1989). Critical Thinking and subjectตามแนวโยนิ โสมนสิ การ โดยผูเ้ รี ยนเห็ นประโยชน์ที่ specificity. Educational Researcher. 18(3): 4-10.ได้รับจากกิจกรรมการเรี ยนรู้ สามารถนําไปประยุกต์ใช้ Moore, M.G, Anderson, W.G. Handbook of distance education. New Jersey, Lawrence Erlbaum, 2005.กับ ชี วิ ต ประจํา วัน ได้ กิ จ กรรมการเรี ยนรู้ บทเรี ยน William, W. & Stephen G. J. (2009). Research methods in education: an introduction. (9th ed.). Boston:กิ จ กรรม สื่ อ การสอนน่ าสนใจ และบรรยากาศในการ Pearson.จัดการเรี ยนรู้ ผูสอนให้ความเป็ นกันเองกับผูเ้ รี ยนทําให้ ้ผูเ้ รี ยนได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมสนุกสนานทําให้อยากเรี ยนมากขึ้น8) เอกสารอ้ างอิงคณะอนุกรรมการการปฏิรูปการเรี ยนรู้. (2543). ปฏิรูป การเรี ยนรู้ ผู้เรี ยนสําคัญที่สุด. กรุ งเทพมหานคร: โรงพิมพ์ครุ สภา.ณมน จีรังสุ วรรณ. (2549). หลักการออกแบบและ ประเมิน. กรุ งเทพมหานคร: ศูนย์ผลิตตําราเรี ยน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.ดวงรัตน์ สบายยิง. (2549). การพัฒนาความสามารถใน ่ การคิดอย่ างมีวิจารณญาณด้ วยการจัดการเรี ยนรู้ ตาม แนวโยนิโสมนสิ การ สําหรั บนักเรี ยนชั้น ประถมศึกษาปี ที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริ ญญา มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ คณะ ครุ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.ทิศนา แขมมณี . (2547). ศาสตร์ การสอน: องค์ ความรู้ เพื่อ การจัดกระบวนการเรี ยนรู้ ที่มีประสิ ทธิ ภาพ. กรุ งเทพฯ: สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ผ่องลักษณ์ จิตต์การุ ญ. (2547). การสื บสอบลักษณะการ คิดวิจารณญาณตามหลักโยนิโสมนสิ การของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎ.วิทยานิพนธ์ปริ ญญา ดุษฎีบณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุ ศาสตร์ ั จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.วิชุดา รัตนเพียร. (2548). Blended Learning. บรรยาย เรื่ อง Blended Learning ณ สาขาวิชาโสตทัศน ศึกษา คณะครุ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 12 กันยายน 2548.สุ มน อมรวิวฒน์. (2542). การพัฒนาการเรี ยนรู้ ตามแนว ั พุทธศาสตร์ ทักษะกระบวนการเผชิ ญสถานการณ์ . นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิราช. 293

×