1                                            วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่   1   มกราคม - มิถุนายน   2554...
43                                                  วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม    ...
วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม              2554                                      ...
45                                                      วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม...
วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม                    2554                                ...
47                                                วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม      ...
วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม                2554                                    ...
49                                                    วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม  ...
การเรียนแบบผสมผสาน จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การเรียนแบบผสมผสาน จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ

1,296 views

Published on

Blended Learning: Principles into Practice.
ปณิตา วรรณพิรุณ. (๒๕๕๔). “การเรียนแบบผสมผสาน จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ” วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา. ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๕๔)
หน้า ๔๓-๔๙.

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,296
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
69
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การเรียนแบบผสมผสาน จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ

  1. 1. 1 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2554 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา  ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 Journal of Vocational and Technical Education (JVTE) Volume 1 Number 2 July – December 2011 ISSN 2229-1806ดําเนินการโดย ศูนย์วิจยเทคโนโลยีทางอาชีวศึกษา สํานักวิจยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ั ั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือสนับสนุนการดําเนินการโดย สมาคมศิษย์เก่าครุ ศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือบรรณาธิการที่ปรึกษา ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุญยโสภณ รองศาสตราจารย์ ดร.สุ เทพ บุตรดี รองศาสตราจารย์ชาลี ตระกูลการ ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.พนาฤทธิ์ เศรษฐกุล ้ ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยยพล ธงชัยสุรัชต์กล ้ ูบรรณาธิการ ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุ ข ้กองบรรณาธิ การ ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชดากร พลภักดี ้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัลลภ พิริยะสุรวงศ์ ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณมน จีรังสุวรรณ ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดร.ปณิ ตา วรรณพิรุณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดร.ชัยวิชิต เชียรชนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดร.สุ รพล บุญลือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดร.จินตนา กาญจนวิสุทธิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ดุสิต ขาวเหลือง มหาวิทยาลัยบูรพา ดร.อนันท์ งามสะอาด วิทยาลัยเทคนิคศรี สะเกษ ดร.ชนิษฐา จงพิพฒน์วณิ ชั วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี ดร.อภิชาติ อนุกลเวช ู วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ดร.เอื้ออารี ย ์ สุ ขสมมิต วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี ดร. แพรวพรรณ บุญฤทธิ์มนตรี วิทยาลัยสารพัดช่างสี่ พระยา ดร.เสน่ห์ คําแพง บริ ษททีโอที จํากัด (มหาชน) ั ดร.สมสุ ข แขมคํา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ผูช่วยศาสตราจารย์จิตรกร ผดุง ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุ งเทพ ผูช่วยศาสตราจารย์โกวิท ยอดมงคล ้ มหาวิทยาลัยนครพนม
  2. 2. 43 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 การเรียนแบบผสมผสาน จากแนวคิดสู่ การปฏิบัติ Blended Learning: Principles into Practice ปณิตา วรรณพิรุณ 11 บทนํา ต้องเป็ นผูคิด ตัดสิ นใจเลื อกเนื้ อหาในการเรี ยน การจัดลําดับ ้ เทคโนโลยี ส ารสนเทศและการสื่ อ สาร (Information การเรี ยนรู ้ การควบคุมเส้นทางในการเรี ยนและการนําเสนอand Communications Technology: ICT) ที่ได้รับการพัฒนาให้ ผลงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผูเ้ รี ยนกับผูสอน ผูเ้ รี ยนกับผูเ้ รี ยน ้มีประสิ ทธิภาพมากยิงขึ้นถูกนํามาใช้เป็ นเครื่ องมือในการพัฒนา ่ ผูเ้ รี ยนกับ เนื้ อ หา และผู ้เ รี ยนกับ สิ่ ง แวดล้อ มในเรี ยนรู ้ ซึ่ งและสนับ สนุ น การจัด การศึ ก ษามากขึ้ น ทุ ก ขณะ การจัด การ ก่อให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ร่วมกับระหว่างศึกษาจึงต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ รู ปแบบ เทคนิคและวิธี ผูเ้ รี ยนการสอนเพื่ อ ให้ ส นองตอบต่ อ การพัฒ นาทรั พ ยากรมนุ ษ ย์ แม้ว่ า การจัด การเรี ยนการสอนบนเว็บจะได้รับ ความและการแข่ ง ขัน ของประเทศทั้ง ด้า นความก้า วหน้าทางด้า น นิ ยมอย่างรวดเร็ ว แต่ก็ยงพบปั ญหาในการออกแบบการเรี ยน ัเทคโนโลยี การปรั บตัวต่ อการกระจายความรู ้ การเชื่ อมโยง การสอนบนเว็บ เนื่ อ งจากการจัด การเรี ย นการสอนบนเว็บข้อ มู ล ความรู ้ ต่ า งๆ ที่ เ ชื่ อ มถึ ง กัน ทั่ว โลก การนํา เทคโนโลยี ไม่เหมาะสมกับรู ปแบบการเรี ยน (learning style) และรู ปแบบสารสนเทศและการสื่ อสารมาใช้ ใ นการจั ด การศึ ก ษานั้ น การคิด (cognitive style) ของผูเ้ รี ยนทุกรู ปแบบ เนื่องจากการสามารถทําได้หลายรู ปแบบ ตั้งแต่ การนําคอมพิวเตอร์ มาใช้ เรี ยนการสอนบนเว็บแตกต่างไปจากการสอนในชั้นเรี ยนแบบเป็ นอุปกรณ์ในการเรี ยนการสอน การนําบริ การต่างๆ ในระบบ ดั้งเดิ ม คุณภาพของการสอนไม่ ได้ข้ ึ นอยู่กบสื่ อการเรี ยนการ ัเครื อข่ า ยอิ น เทอร์ เ น็ ต โดยเฉพาะเวิ ล ด์ไ วด์เ ว็บมาพัฒ นาเป็ น สอนและรู ป แบบการสอนที่ ใช้ แต่ ยง รวมถึ ง ความตั้ง ใจที่ จ ะ ัสื่ อการสอนในทุ กระดับ การศึ กษา และการจัดการเรี ยนการ เรี ยนให้สําเร็ จของผูเ้ รี ยนด้วย การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผูเ้ รี ยนสอนเป็ นการเรี ยนผ่านระบบอิเล็กทรอนิ กส์โดยใช้เทคโนโลยี และผูสอน การให้ผลย้อนกลับโดยทันทีและความสัมพันธ์ใน ้อิ น เทอร์ เ น็ ต เป็ นสื่ อ กลางในการติ ด ต่ อ ระหว่ า งผู ้เ รี ยนและ รู ปแบบที่แตกต่างกันของการเรี ยนรู ้และกิจกรรมการเรี ยนรู ้ จะผูสอน ผูเ้ รี ยนสามารถเรี ยนได้โดยไม่มีขอจํากัดในเรื่ องเวลา ้ ้ เห็นได้ว่าการเรี ยนการสอนบนเว็บไม่เหมาะในทุกสถานการณ์และสถานที่ (anytime anywhere) เป็ นการสร้างโอกาสและ หรื อผูเ้ รี ยนทุกคน [3, 6] ส่ วนการจัดการเรี ยนการสอนในห้องความเสมอภาคในการเรี ยนรู ้ ใ ห้แ ก่ ผูเ้ รี ยน ผู ้เ รี ยนสามารถ เรี ยนแบบบรรยายในห้องเรี ยนแบบดั้งเดิ มนั้นไม่เอื้อให้ผูเ้ รี ยนแลกเปลี่ ย นเรี ยนรู ้ แ ละส่ ง ข่ า วสารถึ ง กั น ได้ อ ย่ า งรวดเร็ ว คิดเป็ น ทําเป็ น แก้ปัญหาเป็ น การเรี ยนการสอนมุ่งเน้นการก่ อ ให้ เ กิ ด สั ง คมแห่ ง การเรี ยนรู ้ ใ นการเรี ยนผ่ า นระบบ ท่องจํามากกว่าการเน้นให้ผูเ้ รี ยนได้คิด ได้ลงมือปฏิ บติเรี ยนรู ้ ัอิเล็กทรอนิ กส์ ผูเ้ รี ยนจะเปลี่ ยนบทบาทจากผูเ้ รี ยนที่ รับ การ ด้ว ยตนเอง ผูเ้ รี ย นแหล่ ง ข้อ มู ลในการแสวงหาความรู ้ ขาดถ่ายทอดความรู ้จากผูสอน (passive learner) เป็ นผูเ้ รี ยนที่มี ้ ปฏิ สัม พันธ์กับ เพื่อ น ผูสอน ชุ ม ชนและสิ่ งแวดล้อม เพราะ ้ความกระตือรื อร้นในการเรี ยนรู ้ (active learner) โดยผูเ้ รี ยนจะ การศึ ก ษาที่ เ น้น การฟั ง บรรยายภายใต้ก รอบอัน จํา กัด ของ1 อาจารย์ประจําภาควิชาครุ ศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุ ศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  3. 3. วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 44ห้องเรี ยน ทําให้เป็ นตัวขัดขวางการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รี ยนและ ที่ ห ลากหลายในการเรี ยน และสอดคล้อ งกับ แนวคิ ด ของการเรี ยนรู ้ ร่ว มกันกับผูอื่น ทําให้ผูเ้ รี ยนขาดทักษะการติ ด ต่ อ ้ Carman [4] ที่ ก ล่ าวว่า การเรี ย นแบบผสมผสานเป็ นการสื่ อสารและขาดมนุษย์สัมพันธ์ [1] ผสมผสานทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ เ ข้า ด้ว ยกัน เพื่ อ ให้บ รรลุ ผ ลตาม การแก้ปัญหาข้อจํากัดของการเรี ยนบนเว็บและการเรี ยน วัตถุประสงค์ของการจัดการเรี ยนรู ้ในห้องเรี ยนดังกล่าวข้างต้นสามารถทําได้โดยการปรับเปลี่ยนรู ปแบบจากการเรี ยนบนเว็บหรื อการเรี ยนในห้องเรี ยนอย่างใดอย่างหนึ่ งแต่ เพียงอย่างเดี ยว เป็ นรู ปแบบการเรี ยนการสอนที่ผสมผสานการเรี ยนบนเว็บและการเรี ยนในห้องเรี ยนเข้าด้วยกันโดยการนําเอาจุดแข็งของการเรี ยนในห้องเรี ยนมารวมกับข้อดีของการเรี ยนบนเว็บ ซึ่งเป็ นรู ปแบบการจัดการเรี ยนการสอนที่เป็ นทางเลือกใหม่สําหรับการจัดการศึกษาทุกระดับโดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ภาพที่ 1 การผสมผสานทฤษฎีการเรี ยนรู ้ตามแนวคิดของ Carman [4]2 แนวคิดของการเรียนแบบผสมผสาน เมื่ อ กล่ า วถึ ง แนวคิ ด ของการเรี ยนแบบผสมผสาน 3) แนวคิดการผสมผสานเทคโนโลยีการเรี ยนการสอนสามารถแบ่งออกเป็ น 4 แนวคิดด้วยกัน ได้แก่ [5] ทุ ก รู ป แบบกับ การเรี ย นการสอนในชั้น เรี ย นแบบดั้ง เดิ ม ที่ มี 1) แนวคิดผสมผสานเทคโนโลยีการเรี ยนการสอนบน การเผชิญหน้าระหว่างผูเ้ รี ยนกับผูสอน (to combine any form ้เว็บกับการเรี ยนในชั้นเรี ยนแบบดั้งเดิม (to combine or mix of instructional technology with face-to-face instructor-ledmodes of web-based technology) เช่น การเรี ยนในห้องเรี ยน training) ซึ่ งเป็ นมุมมองที่มีผยอมรับกันอย่างแพร่ หลายมาก ู้เสมื อนแบบการเรี ย นด้ว ยตนเอง การเรี ย นรู ้ ร่ ว มกัน วิ ดี โ อ ที่สุด ซึ่ งสอดคล้องกับ Uwes [12] ที่กล่าวว่าการเรี ยนแบบสตรี มมิ่ง เสี ยง และข้อความ เป็ นต้น เพือให้บรรลุตามเป้ าหมาย ่ ผสมผสานเป็ นการบูรณาการการเรี ยนแบบเผชิญหน้า การเรี ยนของการจัดการศึกษา ซึ่ งสอดคล้องกับแนวคิดของ Singh [7] ด้วยตนเอง และการเรี ยนแบบร่ วมมือแบบออนไลน์เข้าด้วยกันที่ให้นิยามของการเรี ยนแบบผสมผสานไว้ว่า เป็ นเรี ยนโดยใช้การผสมผสานวิธีสอนที่ หลากหลายเข้าด้วยกันเพื่อให้ผูเ้ รี ยนเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนสูงสุด 2) แนวคิดการผสมผสานวิธีสอนที่หลากหลายเข้าด้วยกัน (to combine various pedagogical approaches) เช่น แนวคิดสร้ างสรรค์นิย ม (constructivism) แนวคิด พฤติ กรรมนิ ย ม(behaviorism) และแนวคิดพุทธิ นิยม (cognitivism) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จากการเรี ยนที่ดีที่สุด ซึ่ งอาจใช้หรื อไม่ใช้เทคโนโลยีเทคโนโลยีการสอน (instructional technology) ก็ได้ ซึ่ งสอด ภาพที่ 2 การเรี ยนแบบผสมผสาน ตามแนวคิดของ Uwes [12]คล้องกับแนวคิดของ Bonk and Graham [3] ที่กล่าวว่าการเรี ยนแบบผสมผสานเป็ นการผสมผสานระบบการเรี ย น (learningsystems) ที่ หลากหลายเข้าด้ว ยกันเพื่ อเป็ นการแก้ปัญ หา
  4. 4. 45 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 4) แนวคิดการผสมผสานเทคโนโลยีการเรี ยนการสอน สอนแบบออนไลน์และการเรี ยนการสอนแบบเผชิ ญหน้า เพื่อกับการทํางานจริ ง (to mix or combine instructional technology ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลของผูเ้ รี ยน โดยมีจุดwith actual job tasks in order to create a harmonious effect of มุ่งหมายเพื่อให้ผูเ้ รี ยนทุกคนสามารถบรรลุเป้ าหมายของการlearning and working) ซึ่งสอดคล้องกับ Bersin [2] ที่กล่าวว่า จัดการเรี ยนการสอนการเรี ย นแบบผสมผสานเป็ นส่ ว นหนึ่ ง ของการฝึ กอบรมในองค์กร เป็ นการผสมผสานการเรี ยนผ่านระบบอิเล็กทรอนิ กส์ 4 องค์ ประกอบของการจัดการเรียนแบบผสมผสานและสื่ ออื่นๆ ในการส่ งผ่านความรู ้ในการเรี ยนและการฝึ กอบรม การเรี ยนแบบผสมผสาน แบ่งองค์ประกอบออกเป็ น 12 จากแนวคิ ด การจั ด การเรี ยนการสอนบนเว็ บ แบบ กลุ่ม โดยจัดเป็ น 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ องค์ประกอบผสมผสานที่ กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุ ปได้ว่า การเรี ยนแบบ ออฟไลน์ 6 กลุ่ ม และองค์ป ระกอบออนไลน์ 6 กลุ่ ม ดังนี้ผสมผสาน เป็ นรู ปแบบการเรี ยนที่มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการ [10, 11]เรี ยนการสอนโดยการสร้างสิ่ งแวดล้อมและบรรยากาศในการ 1. องค์ประกอบออฟไลน์ (offline) ประกอบด้วย 6เรี ยนรู ้ วิธีการสอนของผูสอน รู ปแบบการเรี ยนรู ้ ผูเ้ รี ยน สื่ อ ้ กลุ่ม ได้แก่การเรี ยนการสอน ช่องทางการสื่ อสาร และรู ปแบบปฏิสัมพันธ์ 1.1. การเรี ยนในที่ทางาน (workplace learning) ํระหว่างผูเ้ รี ยนกับ ผูสอน ผูเ้ รี ยนกับผูเ้ รี ย น ผูเ้ รี ยนกับ เนื้ อหา ้ 1.2. ผูส อน ผูช้ ี แนะ หรื อ ที่ ป รึ ก ษาในห้อ งเรี ยน ้ ้ผูเ้ รี ยนกับบริ บทในการเรี ยนรู ้ ที่หลากหลาย และจัดกิ จ กรรม แบบเผชิญหน้า (face-to-face tutoring, coaching or mentoring)การเรี ยนการสอนที่เน้นความยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองต่อความ 1.3. ห้องเรี ยนแบบดั้งเดิม (classroom)แตกต่ างระหว่ างบุ คคลของผูเ้ รี ย นเพื่ อให้ผูเ้ รี ย นแต่ ล ะคนได้ 1.4. สื่ อสิ่ งพิมพ์ (distributable print media)ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการเรี ยนการสอน 1.5. สื่ ออิเล็กทรอนิ กส์ (distributable electronic นักเทคโนโลยีทางการศึกษา นักวิชาการ และสถาบัน media)การศึ กษาต่ างๆ ใช้คาที่ มีความหมายถึ ง การจัด การเรี ย นแบบ ํ 1.6. สื่ อวิ ท ยุ ก ระจายเสี ยงและวิ ท ยุ โ ทรทั ศ น์ผสมผสานไว้หลายคํา เช่ น Blended Learning, Hybrid (broadcast media)Learning, Flexible Learning, Integrated Learning, Multi- 2. องค์ประกอบออนไลน์ (online) ประกอบด้วย 6method Learning, Mixed Mode Learning ซึ่ งล้วนแล้วแต่เป็ น กลุ่ม ได้แก่คํา ที่ ห มายถึ ง รู ปแบบการเรี ยนที่ มี ค วามยื ด หยุ่ น และมี ก าร 2.1. เนื้อหาการเรี ยนบนเครื อข่าย (online learningผสมผสานการเรี ยนผ่านสื่ อ ช่ องทางและวิธีการสอนที่ หลาก content)หลาย คําที่หมายถึ งการจัดการเรี ยนแบบผสมผสานได้มีผูให้ ้ 2.2. ผูสอนอิเล็กทรอนิกส์, ผูช้ ีแนะอิเล็กทรอนิกส์ ้ ้การยอมรับมากที่สุดคือคําว่า “Blended Learning” ในบทความ หรื อที่ ปรึ กษาอิเล็กทรอนิ กส์ (e-tutoring, e-coaching orนี้จึงใช้คาว่า “Blended Learning” และใช้คาแปลในภาษาไทย ํ ํ e-mentoring)ว่า “การเรี ยนแบบผสมผสาน” 2.3. การเรี ยนรู ้ ร่ วมกั น แบบออนไลน์ (online collaborative learning)3 การเรียนแบบผสมผสานคืออะไร 2.4. การจั ด การความรู ้ แ บบออนไลน์ (online การเรี ยนแบบผสมผสาน (Blended Learning) หมายถึง knowledge management)รู ปแบบการเรี ยนที่ผสมผสานยุทธวิธีในการเรี ยนการสอนเข้า 2.5. เว็บไซต์ (the web)ด้วยกัน โดยใช้สื่อการเรี ยนการสอน กิจกรรมการเรี ยนการสอน 2.6. การเรี ยนผ่ า นอุ ป กรณ์ เ คลื่ อ นที่ แ บบไร้ ส ายและรู ปแบบการเรี ยนการสอนที่ หลากหลายทั้งการเรี ยนการ (mobile learning)
  5. 5. วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 465 การออกแบบระบบการเรียนแบบผสมผสาน 1.3. วิเคราะห์ความต้องการของผูเ้ รี ยน การวางแผน ในการออกแบบการเรี ยนการสอนแบบผสมผสานให้ การนําไปใช้ การทดสอบ และการประเมินผลประสบผลสํ า เร็ จ ในการจัด การเรี ย นรู ้ น้ ัน นัก ออกแบบการ 1.4. การวิ เ คราะห์แ ผนงาน กระบวนการทํางานเรี ยนการสอน (instructional designer) ต้องคํานึงถึงจุดประสงค์ การนําไปใช้ในภาพรวม เพื่อนําไปสู่ การสสร้ างวงจรในการ ํของการเรี ยนที่กาหนดไว้ ระยะเวลาในการเรี ยน รวมถึงความ พัฒนาและปรับปรุ งรู ปแบบกระบวนการทํางานที่วางไว้แตกต่างของรู ปแบบการเรี ยนรู ้ และรู ปแบบการคิดของผูเ้ รี ยน 1.5. การวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อใช้เป็ นข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบกิจกรรมการเรี ยนการ 2. ขั้นการออกแบบ ประกอบด้วยสอน การออกแบบบทเรี ยน และการประเมินผลการเรี ยน 2.1 กําหนดจุดประสงค์การเรี ยนรู ้ (objectives) จากจุ ดเด่นของการเรี ยนการสอนแบบผสมผสานที่ทา ํ 2.2 การออกแบบให้ต อบสนองต่ อความแตกต่ างให้ความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผูเ้ รี ยนกับผูสอนและ ้ ระหว่างบุคคลของผูเ้ รี ยน (personalization)เพื่อนผูเ้ รี ยนคนอื่นๆ ทําให้ผเู ้ รี ยนและผูสอนใกล้ชิดกันมากขึ้น ้ 2.3 ก า ร อ อ ก แ บ บ ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ก า ร เ รี ย น รู ้ทําให้ผูเ้ รี ยนสามารถแลกเปลี่ ยนประสบการณ์ระหว่างกันได้ (taxonomy)โดยสะดวก สามารถเข้าใจเพื่อนร่ วมชั้นเรี ยนและเคารพเพื่อน 2.4 การออกแบบบริ บทที่เกี่ยวข้อง (local context )ร่ วมชั้นเรี ยนมากขึ้ น ส่ งผลให้ผูเ้ รี ย นมี ความมันใจในตนเอง ่ ได้แก่ บ้าน การทํางาน (on-the-job) การฝึ กปฏิบติ (practicum)ัมากขึ้น นอกจากนี้ผเู ้ รี ยนยังได้รับผลป้ อนกลับจากการเรี ยนได้ ห้ อ ง เ รี ย น / ห้ อ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร แ ล ะ ก า ร เ รี ย น รู ้ ร่ ว ม กั นโดยทันที ซึ่งเป็ นการส่ งเสริ มพัฒนาการในการเรี ยนของผูเ้ รี ยน (collaboration)แต่ ล ะคนให้เ ต็ ม ตามศัก ยภาพที่ ผูเ้ รี ย นแต่ ล ะคนมี มี ผูเ้ สนอ 2.5 การออกแบบผูเ้ รี ยน (Audience) ได้แก่ การแนวทางในการออกแบบบทเรี ยนบนเว็บแบบผสมผสาน ดังนี้ เรี ยนด้วยการนําตนเอง (self-directed) การเรี ยนแบบเพื่อนช่วย The Training Place [9] เสนอแนวทางในการพัฒนา เพื่ อ น (peer-to-peer) การเรี ย นแบบผูฝึ กสอนและผูเ้ รี ย น ้รู ป แบบการจัดการเรี ยนการสอนบนเว็บแบบผสมผสาน โดย (trainer-learner) และการเรี ยนแบบผูให้คาปรึ กษากับผูเ้ รี ยน ้ ํพัฒ นาจากรู ปแบบการออกแบบระบบการเรี ยนการสอน (mentor-learner)ADDIE ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 3. ขั้นการพัฒนา ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์และการวางแผน (Analysis and การพัฒนาการเรี ย นแบบผสมผสาน ประกอบด้ว ย 3Planning) องค์ประกอบ ดังนี้ ขั้นที่ 2 การออกแบบ (Design Solutions) 3.1 อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ แ บ บ ไ ม่ ผ ส า น เ ว ล า ขั้นที่ 3 การพัฒนา (Development) (asynchronous) ได้แ ก่ ไปรษณี ย อิเล็ก ทรอนิ กส์ กระดาน ์ ขั้นที่ 4 การนําไปใช้ (Implementation) ข้อความ เวทีเสวนาและการสนทนาแบบปฏิสัมพันธ์ เครื่ องมือ ขั้นที่ 5 การประเมินผล (Evaluation) ที่ ใช้องค์ความรู ้ เป็ นฐาน ระบบอิเล็กทรอนิ กส์ เพื่อสนับสนุ น 1. ขั้นวิเคราะห์และการวางแผน ประกอบด้วย การเรี ยน (EPSS) ระบบบริ หารจัดการเนื้ อหาเรี ยนรู ้ ระบบ 1.1. การวิเคราะห์ผูเ้ รี ยน การปฏิ บติ การ องค์กร ั บริ หารจัดการเรี ยนรู ้ เครื่ องมื อนิ พนธ์เว็บ บราวเซอร์ ระบบรู ปแบบการเรี ยน และความต้องการของระบบ เพื่อใช้ในการ ติดตามความก้าวหน้าของผูเ้ รี ยน บทความ เว็บฝึ กอบรม การพัฒนาหลักสูตร ติดตามงานที่มอบหมาย การทดสอบ การทดสอบก่อนเรี ยน 1.2. วิ เ คราะห์ ท รั พ ยากรที่ ส นั บ สนุ น ต่ อ การจั ด การสํารวจ การชี้ แนะแบบมีส่วนร่ วม เครื่ องมืออํานวยความกิจกรรมการเรี ยน สะดวกในการเรี ยนรู ้ และการประชุ มที่มีการบันทึกเสี ยงและ ฟังซํ้าได้
  6. 6. 47 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 3.2 องค์ประกอบแบบผสานเวลา (synchronous) แบบยืดหยุ่น และมีความหลากหลาย เพื่อให้ให้สอดคล้องกับได้แ ก่ การประชุ ม ผ่ า นเสี ย ง การประชุ ม ผ่า นวี ดี ท ัศ น์ การ วิธีการเรี ยน รู ปแบบการเรี ยนรู ้ รู ปแบบการคิด ความสามารถประชุมผ่านดาวเทียม ห้องปฏิบติการแบบออนไลน์ ห้องเรี ยน ั ในการเรี ย นรู ้ และบุ ค ลิ ก ภาพของผูเ้ รี ย นแต่ ล ะคน เพื่ อ ให้เสมื อ น การประชุ ม ผ่า นระบบออนไลน์ และการอภิ ป ราย ผูเ้ รี ยนที่มีความแตกต่างกันเกิดการเรี ยนรู ้ ได้อย่างเท่าเทียมกันออนไลน์ ตามศักยภาพของตนเอง 3.3 องค์ป ระกอบแบบเผชิ ญ หน้า (Face-to-Face) 2. ปั จจัยด้านเนื้อหา (content)ได้แก่ ห้องเรี ยนแบบดั้งเดิ ม ห้องปฏิ บติก าร การเผชิ ญหน้า ั เนื่องจากเนื้ อหาที่ใช้ในการเรี ยนการสอนมีความความการประชุ ม การเรี ย นแบบเพื่ อนช่ ว ยเพื่อน มหาวิ ทยาลัย ที่ แตกต่างกัน ดังนั้นนักออกแบบการเรี ยนการสอนควรออกแบบปรึ กษา กลุ่มผูเ้ ชี่ยวชาญ ทีมสนับสนุน และการแนะนําในการ กิ จ กรรมการเรี ย นให้ส อดคล้อ งกับ ลัก ษณะเนื้ อ หา เพื่ อ ให้เรี ยน ผูเ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้ได้ดีที่สุด เนื้อหาที่เหมาะสมกับการเรี ยน 4. ขั้นการนําไปใช้ แบบออนไลน์ คือ เนื้ อหาที่มีระดับความยากไม่มากนัก และ ในการนําระบบการเรี ยนการสอนบนเว็บแบบผสมสาน เนื้อหาที่เหมาะสมกับการเรี ยนในห้องเรี ยน คือ เนื้อหาที่มีความไปใช้ ต้องกําหนดประเด็นแนวทางการนําไปใช้ การวางแผน ซับซ้อน ต้องการคําอธิ บายเพื่อความกระจ่างในการเรี ยนจากการนําไปใช้ การวางแผนการใช้เทคโนโลยี และการวางแผน ผูสอน และการฝึ กปฏิบติการ ้ ัในประเด็นอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องให้ชดเจน เพื่อให้ผูที่เกี่ยวข้อง ั ้ 3. ปั จจัยด้านระบบโครงข่ายพื้นฐาน (infrastructure)กับ การนํา ระบบการเรี ย นการสอนบนเว็บ แบบผสมสานไป เนื่องจากความสามารถในเข้าถึงระบบการจัดการเรี ยนรู ้ใช้ ได้แ ก่ ผูเ้ รี ย น เพื่ อ นร่ ว มเรี ย น ผูส อน และสถาบันการ ้ บนเว็บแบบผสมผสานที่ แตกต่ างกัน นักออกแบบการเรี ย นศึกษา เกิ ดการยอมรั บและมี ความเข้าใจที่ ถูกต้อง เพื่อให้การ การสอนควรออกแบบบทเรี ยนโดยคํานึ งถึงความสามารถของจัดการเรี ยนการสอนบนเว็บแบบผสมผสานบรรลุเป้ าหมายที่ ระบบโครงข่ายพื้นฐาน ประกอบด้วย ความเสถียรของระบบกําหนดไว้ การเชื่อมต่อกับระบบเครื อข่าย ความเร็ วในการส่ งผ่าน รับและ 5. ขั้นประเมินผล ส่งข้อมูล รู ปแบบของสื่ อสําหรับบทเรี ยนบนเว็บ เป็ นต้น การวัดและการประเมินผลสําหรับการจัดการเรี ยนการสอนบนเว็บ แบบผสมสาน ทํา โดยการประเมิ น ผลสั ม ฤทธิ์ 7 องค์ ประกอบของการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานทางการเรี ยน (achieve objectives) ของผูเ้ รี ยนโดยเทียบกับ รู ปแบบการจัดการเรี ยนการสอนแบบผสมผสาน ควรเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงการประเมิ นงบประมาณค่าใช้จ่ายใน ประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีการผสมผสานระหว่างการเรี ยนการพัฒนาระบบการเรี ยนการสอน แบบออนไลน์ แ ละการเรี ยนในห้ อ งเรี ยนแบบดั้งเดิ ม ซึ่ ง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบดังนี้ [4]6 ปัจจัยสํ าคัญในการออกแบบระบบการเรียนการสอนบนเว็บ 1. เหตุการณ์สด (live events)แบบผสมผสาน ควรจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ที่นาโดยผูสอน การบรรยาย ํ ้ ปั จจัยสําคัญที่ ควรคํานึ งถึ งในการออกแบบระบบการ ในชั้นเรี ยนแบบดั้งเดิม การประชุมผ่านระบบวีดิทศน์ และการ ัเรี ยนการสอนแบบผสมผสานให้ป ระสบผลสําเร็ จ ประกอบ สนทนาแบบประสานเวลา โดยเน้น กิ จ กรรมและรู ป แบบด้วย 4 ปั จจัย คือ [4] ปฏิ สั ม พัน ธ์ แ บบประสานเวลา ตามรู ป แบบของห้ อ งเรี ยน 1. ปั จจัยด้านผูเ้ รี ยน (audience) เสมือน (virtual classroom) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรี ยนของ เนื่ องจากความแตกต่ างระหว่างบุ คคลของของผูเ้ รี ยน ผูเ้ รี ยนตามรู ปแบบ ARCS (ARCS Model of Motivation) ของนักออกแบบการเรี ยนการสอนควรออกแบบบทเรี ยนให้มีรูป John Keller คือต้องออกแบบเพื่อส่ งเสริ มให้ผูเ้ รี ยนเกิดความ
  7. 7. วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554 48รู ้สึก 4 ประการ คือ ความตั้งใจ (Attention) ความสัมพันธ์ท่ี สําคัญในการส่ งผ่านความรู ้ การเก็บ การจดจํา การถ่ายโอนเกี่ยวข้อง (Relevance) ความมันใจ (Confidence) และความพึง ่ ความรู ้และการค้นคืนความรู ้ของผูเ้ รี ยนพอใจ (Satisfaction) 2. การเรี ยนตนเอง (Self-Paced Learning) / เนื้อหาการ 8 บทสรุปเรี ยนแบบออนไลน์ (online content) การเรี ยนบนเว็บแบบผสานสาน เป็ นการจัดกิ จกรรม ควรจัดกิจกรรมการจัดการเรี ยนการสอนและออกแบบ การเรี ย นการสอนที่ บู ร ณาการการเรี ย นออนไลน์ ผ่า นระบบเนื้ อหาให้สอดคล้องกับประสบการณ์ ในการเรี ยนของผูเ้ รี ยน เครื อข่ายและการเรี ยนในห้องเรี ยนแบบดั้งเดิมที่มีการเรี ยนแบบเพื่ อ ให้ ผู ้เ รี ยนได้ เ รี ยนด้ ว ยตนเองตามความสามารถส่ ว น เชิ ญ หน้า เข้า ด้ว ยกัน โดยใช้สิ่ ง อํา นวยผ่า นระบบเครื อข่ า ยบุคคล ด้วยอัตราเร็ วในการเรี ยนและระยะเวลาที่เรี ยนตามความ อิ น เทอร์ เ น็ ต เป็ นสื่ อ ช่ อ งทาง และเครื่ องมื อ ในบริ บ ทของพึงพอใจของผูเ้ รี ยนแต่ละคน เครื่ องมือที่ใช้ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต สภาพแวดล้อ มในการเรี ยนออนไลน์ ผ่ า นระบบเครื อข่ า ยเว็บช่วยสอน และซี ดีรอมเพื่อการสอน เป็ นต้น โดยออกแบบ (online learning environment) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรี ยนตามหลักการออกแบบการเรี ยนการสอน 9 ขั้นตอนของกานเย การ สอน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์จากการเรี ยนออนไลน์ผาน ่(Gagné’s Nine Events of Instruction) ระบบเครื อข่ายและการมีส่วนร่ วมในการเรี ยนแบบดั้งเดิม ร่ วม 3. การเรี ยนแบบร่ วมมือ (collaboration) กับการผสมผสานทฤษฎีการสอน (mixing theories of learning) ควรจัดสิ่ งแวดล้อมในการเรี ยนแบบร่ วมมือ มุ่งเน้นการ เข้าด้วยกัน โดยรวมเอาหลักการ แนวคิด วิธีการของทฤษฎีติดต่อสื่ อสารเพือให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางการเรี ยนระหว่างผูเ้ รี ยน ่ พฤติ กรรมนิ ยม ทฤษฎี พุทธิ นิยม และทฤษฎี สร้ างสรรค์นิยมกับเพื่อนร่ วมชั้นเรี ยน ผูเ้ รี ยนกับผูสอน และผูเ้ รี ยนกับที่ปรึ กษา ้ โดยการใช้ทฤษฎี การสอนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความเครื่ อ งมื อ ที่ ใ ช้ ประกอบด้ว ย ไปรษณี ย อิ เ ล็ก ทรอนิ ก ส์ ห้อ ง ์ แตกต่างระหว่างบุคคลของผูเ้ รี ยน ให้ผูเ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้ได้สนทนา และกระดานเสวนา โดยใช้กิจกรรมการอภิปรายแบบ อย่างเท่าเทียมกัน ตามศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ การพัฒนารู ปแบบร้อยเรี ยง (threaded discussions) และเทคนิคการคิดร่ วมกัน การจัดการเรี ยนการสอนบนเว็บแบบผสมผสาน ประกอบด้วย 4. การประเมินผลการเรี ยนรู ้ (assessment) 5 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์และการวางแผน การออกแบบ การวัด และการประเมิ น ผลการเรี ย นรู ้ ของผูเ้ รี ย นตาม การพัฒนา การนําไปใช้ และการประเมิ นผล ปั จจัยสําคัญที่วัตถุประสงค์ของการเรี ยนแบบผสมผสาน ควรประกอบด้วย ควรคํานึ งถึ งในการออกแบบระบบการเรี ยนการสอนบนเว็บการประเมินก่อนเรี ยน (pre-assessments) โดยประเมินความรู ้ แบบผสมผสานให้ประสบผลสําเร็ จ คือ ผูเ้ รี ยน เนื้ อหา และเดิมของผูเ้ รี ยนก่อนที่ผูเ้ รี ยนจะศึกษาเนื้ อหาด้วยตนเองผ่านเว็บ ระบบโครงข่ายพื้นฐาน โดยมีองค์ประกอบหลัก คือเหตุการณ์และการประเมินหลังเรี ยน (post-assessments) โดยการวัดการ สด การเรี ยนตนเอง/เนื้ อหาการเรี ยนแบบออนไลน์ การเรี ยนถ่ า ยโอนความรู ้ จ ากการเรี ย นตามขึ้ น ตอนการเรี ย นที่ ผูส อน้ แบบร่ วมมือ การประเมินผลการเรี ยนรู ้ และอุปกรณ์สนับสนุนกําหนดขึ้น ทําได้โดยการใช้แบบทดสอบ การทดสอบโดยไม่ การเรี ยนแจ้งล่วงหน้า และการประเมินตามสภาพที่แท้จริ งโดยใช้แฟ้ มสะสมงาน 9 กิตติกรรมประกาศ 5. อุปกรณ์สนับสนุนการเรี ยน (reference Materials) ขอกราบขอบพระคุณ อุ ป กรณ์ ที่ ใ ช้ ส นั บ สนุ น การเรี ยนแบบผสมผสาน ผู ้ช่ ว ยศาสตราจารย์ ดร.ณมน จี รั ง สุ ว รรณ, ผู ้ช่ ว ยประกอบด้วย แหล่ งข้อมูล อ้างอิง ทั้งทางกายภาพและแหล่ ง ศาสตราจารย์ ดร.พัลลภ พิริยะสุ รวงศ์, ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร. ้อ้างอิงเสมือน คําถามที่ถูกถามซํ้าบ่อยๆ (FAQ forums) และ ปรั ชญนันท์ นิ ลสุ ข และอาจารย์ ดร.วีระ สุ ภะ สําหรับความการจัดการความรู ้ แบบออนไลน์ ซึ่ งอุปกรณ์เหล่านี้ เป็ นปั จจัย อนุเคราะห์ขอมูล และกําลังใจในการเขียนบทความวิชาการนี้ ้
  8. 8. 49 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปี ที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2554เอกสารอ้างอิง [7] Singh, H. (2005). Building effective blended learning[1] คณะอนุ กรรมการปฏิ รูปการเรี ยนรู ้ . (2003). ปฏิ รูปการ programs. [Online].Available from: เรี ยนรู ้ผเู ้ รี ยนสําคัญที่สุด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุ งเทพมหานคร: http://www.bookstoread.com/framework/blended- สํานักงานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรี ยนรู ้. learning.pdf [2010, January 4][2] Bersin, J. (2004). The blended learning book: Best [8] Singh, H. and Reed, C. (2001). A white paper: achieving practices, proven methodologies, and lessons learned. success with blended learning. Centra Software. San Francisco, Calif: Pfeiffer. [Online].Available from: http://www.centra.com/[3] Bonk, C. J., and Graham C.R. (2006).The handbook of download/whitepapers/blendedlearning.pdf [2010, blended learning: global perspectives, local designs. San September 28] Francisco: Pfeiffer. [9] The Training Place. (2004). Blended Learning Model.[4] Carman, J. M. (2005). Blended Learning Design: Five [Online].Available from: http://www.trainingplace.com/ Key Ingredients. [Online]. Available from: ctw/model.htm [2011, May 1] http://www.agilantlearning.com/ [10] Thorne, K. (2003). Blended learning: how to integrate pdf/Blended%20Learning%20Design.pdf [2011, May 1] online and traditional learning. London: Kogan Page.[5] Driscoll, M. (2002). Blended Learning: Lets get beyond [11] Thorne, K. (2003). How to integrate online and the hype. Learning and Training Innovations Newsline. traditional learning. London: Kogan Page. [Online]. Available from: http://www.ltimagazine.com/ [12] Uwes, A.C.(2008). Dimensi Model Blended Learning. ltimagazine/article/articleDetail.jsp?id=11755 [2009, [Online].Available from: http://fakultasluarkampus.net/ September 4] 2008/11/dimensi-model-blended-learning [2011, May 1][6] Huang, R.H., Zhou, Y.L., Wang, F.L. (2006). Blended Learning: Theory into Practice. Higher Education Press, Beijing.

×