ธาตุและสารประกอบ

39,606 views

Published on

0 Comments
21 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
39,606
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
14,720
Actions
Shares
0
Downloads
1,111
Comments
0
Likes
21
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ธาตุและสารประกอบ

  1. 1. LOGOโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรีกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์รายวิชา วิทยาศาสตร์ 3 ( ว 22101)เรื)อง ธาตุและสารประกอบเรื)อง ธาตุและสารประกอบโดยครูสุกัญญา นาคอ้น1
  2. 2. จุดประสงค์การเรียนรู้1. สืบค้นข้อมูลและตรวจสอบสมบัติของธาตุ สารประกอบ และกัมมันตรังสี2. ทดลอง จําแนกและอธิบายสมบัติของธาตุโลหะ อโลหะและกึ)งโลหะได้22. ทดลอง จําแนกและอธิบายสมบัติของธาตุโลหะ อโลหะและกึ)งโลหะได้3. อธิบายและยกตัวอย่างการนําธาตุ สารประกอบและธาตุกัมมันตรังสีไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน รวมทั6งอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี4. อธิบายความหมายของคําต่อไปนี6ได้ สารบริสุทธ์ สารประกอบ ธาตุอโลหะ กึ)งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี โมเลกุล และอะตอม
  3. 3. ธาตุและสารประกอบ3
  4. 4. ข้อแตกต่างระหว่างสารบริสุทธิ9กับสารละลายสิ)งเปรียบเทียบ สารบริสุทธิ9 สารละลายจํานวนชนิดของสาร มีสารเพียงชนิดเดียว มีสารมากกว่าหนึงชนิดจุดเดือด คงที ไม่คงทีจุดหลอมเหลว คงที ไม่คงที4จุดหลอมเหลว คงที ไม่คงทีจุดเยือกแข็ง คงที ไม่คงทีความหนาแน่น คงที แปรเปลียนได้ขึนอยู่กับความเข้มข้นของสารละลายความสามารถในการละลายคงที ณ อุณหภูมิและความดันหนึงไม่คงทีแน่นอน
  5. 5. 1. สมบัติทางกายภาพ คือ สมบัติทีบอกถึงสี กลิน รสการละลาย ความหนาแน่น จุดหลอมเหลว จุดเดือด เป็นต้นสมบัติของสาร5การละลาย ความหนาแน่น จุดหลอมเหลว จุดเดือด เป็นต้น2. สมบัติทางเคมี คือ สมบัติของการเปลียนแปลงทีให้สารใหม่ทีมีสมบัติต่างจากสารเดิม เช่น การเผาไหม้ของไม้ขีดไฟ การเกิดสนิม เป็นต้น
  6. 6. คือสารเนือเดียวทีมีจุดเดือด จุดเหลอมเหลวคงที มีองค์ประกอบเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถใช้วิธีทางกายภาพแยกองค์ประกอบของสารบริสุทธิ0ได้สารบริสุทธิ96ธาตุ (element)ธาตุ (element) คือสารบริสุทธิ0ทีประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียวได้แก่ ธาตุทุกตัวในตารางธาตุ เช่น H, C , Nสารประกอบ (Compound)สารประกอบ (Compound)คือ สารบริสุทธิ0ทีเกิดจากธาตุตังแต่ 2ชนิดขึนไปรวมตัวกันทางเคมี โดยมีอัตราส่วนในการรวมกันคงทีแน่นอนเช่น CO2 , H2O, HCl
  7. 7. ปริมาณธาตุที)เป็นองค์ประกอบอยู่ในร่างกายของมนุษย์แตกต่างกันดังนี6ปริมาณของธาตุที)มีอยู่ในธรรมชาติ7แผนภูมิแสดงมวลร้อยละของธาตุที)มีอยู่ในธรรมชาติ แผนภูมิแสดงมวลร้อยละของธาตุที)เป็นองค์ประกอบในร่างกายของมนุษย์
  8. 8. อะตอม คือ เป็นอนุภาคหรือสิงทีเล็กทีสุดของธาตุเช่น ธาตุออกซิเจน มีอะตอมของออกซิเจนเป็นอนุภาคทีเล็กทีสุดของธาตุอะตอม และโมเลกุล8ทีสุดของธาตุโมเลกุล คือ เกิดจากการรวมตัวของอะตอมตังแต่ 2อะตอมขึนไป เช่น โมเลกุลของนํา (H2O) (ประกอบด้วยอะตอมของธาตุไฮโดรเจนและออกซิเจน)
  9. 9. ธาตุทีอยู่ในรูปโมเลกุลเรียกว่าโมเลกุลของธาตุ แต่ถ้าเป็นสารประกอบธาตุและสารประกอบ9โมเลกุลของธาตุ แต่ถ้าเป็นสารประกอบจะต้องอยู่ในรูปโมเลกุลอยู่แล้วเรียกว่าโมเลกุลของสารประกอบ
  10. 10. ข้อแตกต่างระหว่างธาตุและสารประกอบธาตุ สารประกอบ- ประกอบด้วยอะตอมของธาตุเพียงชนิดเดียว เช่น O2 ,- สารประกอบ ประกอบด้วยอะตอมของธาตุมากกว่า 110ธาตุเพียงชนิดเดียว เช่น O2 ,Nอะตอมของธาตุมากกว่า 1ชนิด เช่น H2O- ไม่สามารถแยกสลายได้ทางเคมี- สารประกอบ สามาระแยกสลายได้ทางเคมี
  11. 11. Periodic Table11
  12. 12. จอห์น ดอลตัน (John Dalton) (1766–1844)นักเคมีชาวอังกฤษ เป็นคนแรกทีเสนอให้ใช้สัญลักษณ์ธาตุตามแผนภาพ ด้านล่างการเรียกชื)อธาตุ12John Dalton
  13. 13. พ.ศ. 2361 นักเคมีชาวสวีเดนชื)อจาคอบ เบอร์ซีเลียส (Jacob Berzlius)เสนอให้ใช้ ตัวอักษรแทนชือธาตุการเรียกชื)อธาตุ13เสนอให้ใช้ ตัวอักษรแทนชือธาตุJacob Berzlius
  14. 14. การเขียนสัญลักษณ์ของธาตุมีหลักการดังนี61. ถ้าธาตุมีชือในภาษาละตินให้ใช้อักษรตัวแรกเป็นสัญลักษณ์ โดยเขียนเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น โซเดียม (Sodium) มีชือในภาษาละตินNatrium จึงใช้สัญลักษณ์ คือ Na2. ถ้าธาตุนันไม่มีชือในภาษาละตินให้ใช้142. ถ้าธาตุนันไม่มีชือในภาษาละตินให้ใช้อักษรตัวแรกของของชือในภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ เช่น H แทน ไฮโดรเจน3. ในกรณีภาษาละตินและภาษาอังกฤษมีอักษรตัวแรกเหมือนกันให้ใช้ตัวถัดไปเพิมเข้าไปอีกตัวหนึงด้วยตัวพิมพ์เล็กJacob Berzlius
  15. 15. การเขียนสัญลักษณ์ชื)อภาษาไทย ชื)อภาษาอังกฤษ ชื)อภาษาละติน สัญลักษณ์คาร์บอน Carbon - Cแคลเซียม Calcium - Ca15แคลเซียม Calcium - Caทองแดง Copper Cuprum Cuโซเดียม Sodium Natrium Naไอโอดีน Iodine - Iเหล็ก Iron Ferrum Fe
  16. 16. Periodic Table16
  17. 17. ประเภทของธาตุธาตุ17โลหะ อโลหะ กึงโลหะ
  18. 18. ธาตุโลหะ (Metal Elements)ธาตุโลหะ เป็นธาตุทีเกิดจากอะตอมชนิดเดียวกันรวมกันเป็นโครงผลึกส่วนใหญ่มีสถานะเป็นของแข็ง ผิวเป็นมันวาว เหนียวดึงเป็นเส้นหรือทุบเป็นแผ่นบาง ๆ ได้นําไฟฟ้า นําความร้อน ส่วนใหญ่มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง ยกเว้นโลหะทีมีสถานะเป็นของเหลว คือ ปรอท (Hg) ซีเซียม (Cs) และแฟรนเซียม (Fr)18โลหะทีมีสถานะเป็นของเหลว คือ ปรอท (Hg) ซีเซียม (Cs) และแฟรนเซียม (Fr)
  19. 19. ธาตุที)เป็นโลหะ (Metal Elements)19
  20. 20. ธาตุอโลหะ (Non-metal)อโลหะ (Non-metal) ประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันทีมีสถานะทังของแข็ง ของเหลว และก๊าซ อโลหะทีมีสถานะเป็นของแข็งจะเปราะ ผิวไม่เป็นมันวาวส่วนใหญ่มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดตํา ยกเวนธาตุคาร์บอน มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูงตัวอย่างของธาตุอโลหะ เช่น คาร์บอน (C) กํามะถัน (S) ออกซิเจน (O)20ตัวอย่างของธาตุอโลหะ เช่น คาร์บอน (C) กํามะถัน (S) ออกซิเจน (O)ไฮโดรเจน (H) เป็นต้น
  21. 21. ธาตุที)เป็นอโลหะ (Non-Metal Elements)21
  22. 22. ธาตุกึ)งโลหะ (Metalloid)ธาตุกึ)งโลหะ (Metalloid) เป็นธาตุทีมีสมบัติทังโลหะและอโลหะเช่น ธาตุซิลิคอน (Si) เป็นของแข็งสีเงิน มันวาวเหมือนโลหะ แต่เปราะเหมือนอโลหะ และนําไฟฟ้าได้เล็กน้อย ธาตุโบรอน (B) เป็นของแข็งสีดําและเปราะเหมือนอโลหะแต่จุดหลอมเหลวสูงเหมือนโลหะ เป็นต้น ดังนันธาตุกึงโลหะจะนําไฟฟ้าได้22อโลหะแต่จุดหลอมเหลวสูงเหมือนโลหะ เป็นต้น ดังนันธาตุกึงโลหะจะนําไฟฟ้าได้ดีเมือมีอุณหภูมิสูงขึน เนืองจากมีสมบัติเป็นสารกึงตัวนําตัวอย่างธาตุกึงโลหะ เช่น โบรอน (B) ซิลิกอน (Si) พลวง (Sb) เทลลูเรียม(Te) อาร์เซนิก (As) เป็นต้น
  23. 23. ธาตุที)เป็นกึ)งโลหะ (Semimetal Elements)23
  24. 24. สมบัติ โลหะ อโลหะ กึ)งโลหะสถานะ เป็นของแข็ง ยกเว้นปรอทมีสถานะเป็นของเหลวมีทังของแข็ง ของเหลวและก๊าซของแข็งการนําไฟฟ้ า/นําความร้อนนําไฟฟ้า เช่น เงิน นําไฟฟ้าได้ดีทีสุดไม่นําไฟฟ้า ยกเว้นแกรไฟต์นําไฟฟ้าได้ดีบางชนิดนําไฟฟ้า เช่น โบรอนบางชนิดไม่นําฟ้าจุดหลอมเหลวจุดเดือดสูง ยกเว้นปรอท ตํา ยกเว้นคาร์บอนทีเป็นโครงผลึกร่างตาข่ายบางชนิดสูง บางชนิดค่อนข้างสูงตารางเปรียบเทียบสมบัติบางประการของโลหะ อโลหะ และกึ)งโลหะตารางเปรียบเทียบสมบัติบางประการของโลหะ อโลหะ และกึ)งโลหะ24จุดหลอมเหลวจุดเดือดตํา ยกเว้นคาร์บอนทีเป็นโครงผลึกร่างตาข่ายบางชนิดสูง บางชนิดค่อนข้างสูงความเหนียว เหนียว ทุบเป็นแผ่นได้ เปราะ เปราะลักษณะผิว เป็นมันวาว ด้าน บางชนิดมันวาว บางชนิดด้านการเกดเสียงเมื)อเคาะ ดังกังวาน ไม่กังวาน ไม่กังวานความหนาแน่น บางชนิดมีความหนาแน่นมาก บางชนิดมีความหนาแน่นน้อยความหนาแน่นน้อย บางชนิดมีความหนาแน่นมากบางชนิดมีความหนาแน่นค่อนข้างมาก
  25. 25. หมายถึง อนุภาคที)เป็นองค์ประกอบของอะตอมได้แก่ โปรตอน นิวตรอนและอิเล็กตรอน ซึ)งมีสัญลักษณ์และประจุไฟฟ้ าดังนี6อนุภาคมูลฐานของอะตอม25อนุภาคมูลฐาน สัญลักษณ์ ประจุไฟฟ้าโปรตอน ( Proton) p 1นิวตรอน (Neutron) n 0อิเล็กตรอน (Electron) e -1
  26. 26. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ เป็นการเขียนสัญลักษณ์ของธาตุและแสดงจํานวนอนุภาคมูลฐานของอะตอมด้วยเลขอะตอมด้วยเลขอะตอมและเลขมวลสัญลักษณ์นิวเคลียร์ (nuclear symbol)26และเลขมวลเลขอะตอม (Atomic number) เป็นเลขแสดงจํานวนโปรตอน เขียนไว้ทีมุมล่างซ้ายของสัญลักษณ์เลขมวล (Mass number) เป็นเลขแสดงผลบวกของจํานวนโปรตอนและนิวตรอนเขียนไว้ทีมุมซ้ายของสัญลักษณ์
  27. 27. ตัวอย่าง27
  28. 28. sampleMg2412 C126−2168Op = 12 p = 6 p = 828p = 12 p = 6 p = 8e– = 12 e– = 6 e– = 10n = 12 n = 6 n = 8
  29. 29. ไอโซโทป (Isotope)หมายถึงอะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน แต่มีเลขมวลต่างกัน หรืออะตอมของธาตุทีมีเลขอะตอมเท่ากันหรือจํานวนโปรตอนเท่ากัน แต่มีจํานวนนิวตรอนต่างกันตัวอย่างไอโซโทป เช่น ไฮโดรเจนมี 3 ไอโซโทปคือ29ตัวอย่างไอโซโทป เช่น ไฮโดรเจนมี 3 ไอโซโทปคือp = 1 p = 1 p = 1e– = 1 e– = 1 e– = 1n = 0 n = 1 n = 2protium (H) deuterium (D) tritium (T)H11 H21 H31
  30. 30. ไอโซโทน (Isotone)หมายถึงอะตอมของธาตุต่างชนิดกัน มีเลขอะตอมและเลขมวลต่างกัน แต่มีจํานวนนิวตรอนเท่ากัน1430C136N147p = 6 p = 7e– = 6 e– = 7n = 7 * n = 7 *
  31. 31. ไอโซบาร์ (Isobar)หมายถึงอะตอมของธาตุต่างชนิดกัน แต่มีเลขมวลเท่ากัน14 1431C146 N147p = 6 p = 7e– = 6 e– = 7n = 8 n = 7
  32. 32. ธาตุกัมมันตรังสีธาตุกัมมันตรังสี หมายถึง ธาตุทีแผ่รังสีได้เนืองจากนิวเคลียสของอะตอมไม่เสถียร เป็นธาตุทีมีเลขอะตอมสูงกว่า 8232กว่า 82กัมมันตภาพรังสี หมายถึง ปรากฏการณ์ทีธาตุแผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนือง รังสีทีได้จากการสลายตัว มี 3 ชนิดคือ รังสีแอลฟา รังสีบีตา และรังสีแกมมา
  33. 33. ธาตุกัมมันตรังสีรังสีแอลฟา (α ) ความสามารถทะลุทะลวงได้ตํา เพียงแผ่นกระดาษหนา แผ่นโลหะทีมีความหนาเท่ากับแผ่นอะลูมิเนียมบางๆรังสีบีตา (β) มีความสามารถทะลุทะลวงได้มากกว่ารังสีแอลฟา100 เท่า สามารถทะลุอะลูมิเนียมทีมีความหนา 1 เซนติเมตร หรืออากาศทีมี33100 เท่า สามารถทะลุอะลูมิเนียมทีมีความหนา 1 เซนติเมตร หรืออากาศทีมีความหนาประมาณ 1 สามารถป้ องกันการทะลุทะลวงของรังสีบีตาได้รังสีแกมมา (γ) มีสมบัติเหมือนกันกับรังสีเอกซ์ (รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าทีมีพลังงานสูง) เคลือนทีด้วยความเร็วเท่ากับแสง มีกําลังทะลุทะลวงได้มากกว่า รังสีบีตา 100 เท่า
  34. 34. ความสามารถในการทะลุผ่านวัตถุ34
  35. 35. 1. ด้านธรณีวิทยา- การใช้คาร์บอน-14 (C-14) คํานวณหาอายุของวัตถุโบราณ2. ด้านการแพทย์- ใช้ไอโอดีน-131 (I-131) ในการติดตามเพือศึกษาความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี35ไทรอยด์-โคบอลต์-60 (Co-60) ใช้รักษาโรคมะเร็ง- เรเดียม-226 (Ra-226) ใช้รักษาโรคมะเร็ง3. ด้านเกษตรกรรม-ใช้ฟอสฟอรัส 32 (P-32) ศึกษาความต้องการปุ๋ ยของพืช ปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ทีต้องการ- ใช้โพแทสเซียม-32 (K–32) ในการหาอัตราการดูดซึมของต้นไม้
  36. 36. 4. ด้านอุตสาหกรรม ใช้ธาตุกัมมันตรังสีตรวจหารอยตําหนิ เช่น รอยร้าวของโลหะหรือท่อขนส่งของเหลว ใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการ ตรวจสอบและควบคุมความหนาของวัตถุ ใช้รังสีฉายบนอัญมณีเพือให้มีประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี36หนาของวัตถุ ใช้รังสีฉายบนอัญมณีเพือให้มีสีสันสวยงาม5. ด้านการถนอมอาหาร- ธาตุโคบอลต์-60 (Co–60) ใช้ทําลายแบคทีเรียในอาหาร
  37. 37. 6. ด้านพลังงาน มีการใช้พลังงานความร้อนทีได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี37ปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของยูเรีเนียม-238 (U-238)ต้มนําให้กลายเป็นไอ แล้วผ่านไอนําไปหมุนกังหัน เพือผลิตกระแสไฟฟ้า
  38. 38. สัญลักษณ์ที)เกี)ยวข้องกับรังสี38สัญลักษณ์เตือนภัยเกียวกับกัมมันตรังสีสัญลักษณ์ทีใช้กับอาหารและผลผลิตทางการเกษตรทีผ่านการฉายรังสี
  39. 39. โทษจากกัมมันตรังสีทําให้โมเลกุลภายในเซลล์เกิดการเปลียนแปลงไม่สามารถทํางานได้ตามปกติบาดแผลจากการได้รับรังสีตามปกติ
  40. 40. LOGOwww.themegallery.com40

×