LOGO
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรีโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 3 ( ว 22101)
เรื)อง หินอัคนี หินตะกอน หินแปร
โดยครูสุกัญญา นาคอ้น
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายกระบวนการเกิดและลักษณะ
ของเนื4อหิน
2. ทดสอบ และสังเกต องค์ประกอบของ
หิน และนําความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ทดสอบ และสังเกต องค์ประกอบของ
หิน และนําความรู้ไปใช้ประโยชน์
2
ประเภทของหิน
นักธรณีวิทยาแบ่งหินออกเป็น 3 ประเภท
ตามลักษณะการเกิดคือ
หิน (Rock) คือ อนินทรีย์สารที)เกิดจาก
การรวมตัวของแร่ตั4งแต่ 2 ชนิด ขึ4นไป
หิน (Rock)
นักธรณีวิทยาแบ่งหินออกเป็น 3 ประเภท
ตามลักษณะการเกิดคือ
หินอัคนี
หินตะกอน
หินแปร
หินอัคนี (Igneous rocks)
หินอัคนี เป็นหินที)เกิดจากการแข็งตัวของหินหนืดหินอัคนี เป็นหินที)เกิดจากการแข็งตัวของหินหนืด
(Magma) จากชั4นแมนเทิลที)โผล่ขึ4นมา แบ่งหินอัคนี
ตามแหล่งที)มาออกเป็น 2 ประเภท คือ
4
หินอัคนีแทรกซอน (Intrusive
igneous rocks) เป็นหินทีเกิด
จากหินหนืดทีเย็นตัวลง
ภายในเปลือกโลกอย่างช้าๆ
หินอัคนี (Igneous rocks)
5
ภายในเปลือกโลกอย่างช้าๆ
ทําให้ผลึกแร่มีขนาดใหญ่
และเนือหยาบ เช่น
หินแกรนิต หินไดออไรต์
และหินแกบโบร
หินอัคนีพุ (Extrusive
ingneous rocks) บางทีเรียกว่า
หินภูเขาไฟ เป็นหินหนืดทีเกิด
จากลาวาบนพื)นผิวโลกเย็น
หินอัคนี (Igneous rocks)
6
จากลาวาบนพื)นผิวโลกเย็น
ตัวอย่างรวดเร็ว ทําให้ผลึกมี
ขนาดเล็ก และเนือละเอียด เช่น
หินบะซอลต์ หินไรออไรต์
และหินออบซิเดียน
กําเนิดหินอัคนี
Igneous RockIgneous Rock
7
ชนิดของหินอัคนี
อัคนีแทรกซอน
เย็นตัวช้าผลึกใหญ่
หินแกรนิต หินไดออไรต์ หินสคอเรีย หินออบซิเดียน
8
อัคนีพุ
เย็นตัวเร็วผลึกเล็ก
หินไรโอไลต์ หินแอนดีไซต์ หินบะซอลต์ หินพัมมิช
ชนิดของหินอัคนี
1. หินแกรนิต
- เกิดจากการแข็งตัวช้าๆ ของแมกมา
- เนื)อหินเป็นผลึกขนาดใหญ่ แข็ง
ทนผุพัง มันวาว
-พบมากทีระยอง จันทบุรี ชลบุรี
9
ภาพผลึกแร่ในหินแกรนิต (ควอรตซ์ - เทาใส, เฟลด์สปาร์ – ขาว,
ฮอร์นเบลนด์ – ดํา)
-พบมากทีระยอง จันทบุรี ชลบุรี
นราธิวาส
- ประโยชน์ ใช้ก่อสร้าง ประดับ
อาคาร ปูพืน ทําอนุสาวรีย์ ทําครก
ชนิดของหินอัคนี
2.หินไดออไรต์
-มีส่วนประกอบอยู่ระหว่าง
หินแกรนิตกับหินแกบโบรผลึกแร่
ส่วนใหญ่มีขนาดเดียวและสมําเสมอ
- พบทีจังหวัดสระบุรี เลย
10
- พบทีจังหวัดสระบุรี เลย
เพชรบูรณ์ ลพบุรี นครราชสีมา
- ประโยชน์ ใช้ทําครกหิน ใช้ใน
งานก่อสร้าง ใช้เป็นหินประดับ และ
ใช้ตกแต่งอาคารสถานที+
ชนิดของหินอัคนี
3. หินสคอเรีย
-เกิดจากการเย็นตัวทีรวดเร็ว
ของลาวา แต่เนืองจากมีแกสละลาย
อยู่ในลาวา จึงทําให้มีรูพรุนไปทัว
เนื)อหิน ลักษณะสากเหมือนกระดาษ
11
เนื)อหิน ลักษณะสากเหมือนกระดาษ
ทราย แข็งแต่เปราะเบา ลอยนํ)าได้
- พบได้ตามชายฝังทะเล
- ประโยชน์ ใช้ทําหินขัด
วัสดุขัดถู
ชนิดของหินอัคนี
4. หินออบซิเดียน
- เกิดจากการเย็นตัวอย่าง
รวดเร็วของลาวา
- เนื)อละเอียดคล้ายแก้ว มี
สีดํา รอยแตกคมเหมือนแก้วแตก
12
สีดํา รอยแตกคมเหมือนแก้วแตก
- ใช้ทําอาวุธโบราณ เช่น
หัวหอก หัวธนู ใบมีด
- ไม่พบในประเทศไทย
ชนิดของหินอัคนี
5. หินไรโอไลต์
- เป็นหินอัคนีพุ หรือหิน
ภูเขาไฟ
- พบที สระบุรี เพชรบูรณ์
- เนื)อละเอียดกว่า
13
- เนื)อละเอียดกว่า
หินแกรนิต
- ใช้ก่อสร้าง
ชนิดของหินอัคนี
6. หินแอนดีไซด์
- เป็นหินอัคนีพุ หรือหินภูเขา
ไฟ
- พบทีจังหวัด
ลําปาง แพร่ สระบุรี และเพชรบูรณ์
14
ลําปาง แพร่ สระบุรี และเพชรบูรณ์
- เป็นหินอัคนีพุมีสีเขียว และมี
เนื)อละเอียด แร่พื)นมีขนาดเล็กจนไม่
สามารถศึกษารายละเอียดได้ด้วยตาเปล่า
- ใช้ประโยชน์ ในการทํา
ถนน ทําทางรถไฟ และทําหิน
เกร็ด เพื=อใช้ในการก่อสร้าง
ชนิดของหินอัคนี
7. หินบะซอลต์
- เกิดจากการเย็นตัวอย่าง
รวดเร็วของลาวา
- ผลึกขนาดเล็ก สีคลํ)า
ไม่วาว แข็ง ทนสึกกร่อน
15
ไม่วาว แข็ง ทนสึกกร่อน
- พบมากที กาญจนบุรี
จันทบุรี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ
ลําปาง
- ใช้ประโยชน์ในการ
ก่อสร้าง ทําถนน
ชนิดของหินอัคนี
8. หินพัมมิช
- ลักษณะคล้ายสคอเรีย
แต่รูพรุนเล็กกว่า ลอยนํCาได้
ชาวบ้านเรียกว่า หินลอยนํ)า หรือ
หินส้ม
16
หินส้ม
- มีฟองก๊าซเล็กๆ อยู่ใน
เนื)อมากมายจนโพรกคล้าย
ฟองนํ)า
- พบได้ตามชายฝังทะเล
- ใช้ทําวัสดุขัดถู
หินตะกอน
(Sedimentary rocks)(Sedimentary rocks)
17
หินตะกอน (Sedimentary rocks)
หินตะกอน หรือ หินชั)น (Sedimentary
rocks) คือ หินทีถูกแสงแดด ลมฟ้าอากาศ และนํ)า
หรือ ถูกกระแทก แล้วแตกเป็นก้อนเล็กๆ หรือผุ
กร่อน เสือมสภาพลง เศษหินทีผุพังทั)งอนุภาคใหญ่
18
ความกดดันและปฏิกิริยาเคมีจนกลับกลายเป็นหิน
กร่อน เสือมสภาพลง เศษหินทีผุพังทั)งอนุภาคใหญ่
และเล็กถูกพัดพาไปสะสมอัดตัวกัน เป็นชั)นๆ เกิด
ความกดดันและปฏิกิริยาเคมีจนกลับกลายเป็นหิน
ตะกอนคืออะไร?
ตะกอน คือ เศษดิน หิน แร่ และ
อินทรียวัตถุที)ผุกกร่อนสลายตัว โดยวัสดุ
ดังกล่าวถูกกระแสนํ4า กระแสลม หรือ
19
ดังกล่าวถูกกระแสนํ4า กระแสลม หรือ
ธารนํ4าแข็งพัดพามาสะสมกัน
กระบวนการเกิดหินตะกอน
1.การกัดกร่อน ชะล้าง พังทลาย การผุพัง
2.การพัดพา
3.การทับถม
4.การอัดตัว
20
4.การอัดตัว
ปัจจัยที)ทําให้เกิดหินตะกอนหรือหินชั4น
1. การกร่อน (Erosion)
หมายถึง กระบวนการทีทําให้
สารเปลือกโลกหลุด ละลายไป หรือ
กร่อนไป (โดยมีการเคลือนทีกระจัดกร่อนไป (โดยมีการเคลือนทีกระจัด
กระจายไปจากทีเดิม) โดยมีต้นเหตุคือ
ตัวการธรรมชาติ ซึงได้แก่ ลมฟ้า
อากาศ กระแสนํ)า ธารนํ)าแข็ง การครูด
ถู ภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง
ภาพการกร่อนด้วยกระแสลม
21
ปัจจัยที)ทําให้เกิดหินตะกอนหรือหินชั4น
การผุพัง (Weathering)
คือ การทีหินผุพังทําลายลง
ด้วยกรรมวิธีต่างๆ จากลมฟ้า
อากาศ สารละลาย และรวมทั)งอากาศ สารละลาย และรวมทั)ง
การกระทําของต้นไม้แบคทีเรีย
ตลอดจนการแตกตัวทาง
กลศาสตร์ มีการเพิมอุณหภูมิและ
ลดอุณหภูมิสลับกันเป็นต้น
22
ปัจจัยที)ทําให้เกิดหินตะกอนหรือหินชั4น
2. การพัดพา (Transportation) หมายถึง การเคลือนที
ของมวลหิน ดิน ทราย โดยกระแสนํ)า กระแสลม หรือธาร
นํ)าแข็ง ภายใต้แรงดึงดูดของโลก อนุภาคขนาดเล็กจะถูกพัด
พาให้เคลือนทีไปได้ไกลกว่าอนุภาคขนาดใหญ่
ภาพการคัดขนาดตะกอนด้วยการพัดพาของนํ4า
23
ขนาดอนุภาค
(มิลลิเมตร)
ชือเรียก
ประเภทของ
ตะกอน
ชนิดของหิน
ตะกอน
>256 ก้อนหินใหญ่
กรวด
หินกรวดมน
หินกรวดเหลียม
<256 ก้อนหินเล็ก
ตารางขนาดของอนุภาคตะกอน
กรวด
หินกรวดเหลียม
<256 ก้อนหินเล็ก
<64 กรวดมน
<2 อนุภาคทราย ทราย หินทราย
<0.02 อนุภาคทรายแป้ง
โคลน
หินดินดาน
หินโคลน<0.002 อนุภาคดินเหนียว
24
ปัจจัยที)ทําให้เกิดหินตะกอนหรือหินชั4น
3. การทับถม (Deposit) เกิดขึ)นเมือตัวกลางซึงทําให้เกิด
การพัดพา เช่น กระแสนํ)า กระแสลม หรือธารนํ)าแข็ง อ่อนกําลัง
ลงและยุติลง ตะกอนทีถูกพัดพาจะสะสมตัวทับถมกัน ทําให้เกิด
การเปลียนแปลงทางอุณหภูมิ ความกดดัน ปฏิกิริยาเคมี และเกิดการเปลียนแปลงทางอุณหภูมิ ความกดดัน ปฏิกิริยาเคมี และเกิด
การตกผลึก หินตะกอนทีอยู่ชั)นล่างจะมีความหนาแน่นสูงและมี
เนื)อละเอียดกว่าชั)นบน เนืองจากแรงกดดันซึงเกิดขึ)นจากนํ)าหนัก
ตัวทับถมกันเป็นชั)นๆ
25
ปัจจัยที)ทําให้เกิดหินตะกอนหรือหินชั4น
4. การอัดตัว หรือการกลับคืนเป็นหิน (Lithification) เมือเศษ
ตะกอนทับถมกันจะเกิดโพรงขึ)นประมาณ 20 – 40% ของเนื)อตะกอน นํ)า
พาสารละลายเข้ามาแทนทีอากาศในโพรง เมือเกิดการทับถมกันจนมี
นํ)าหนักมากขึ)น เนื)อตะกอนจะถูกทําให้เรียงชิดติดกันทําให้โพรงจะมี
ขนาดเล็กลง จนนํ)าทีเคยมีอยู่ถูกขับไล่ออกไป สารทีตกค้างอยู่ทําหน้าที
เป็นซีเมนต์เชือมตะกอนเข้าด้วยกันกลับเป็นหินอีกครั)ง
ขนาดเล็กลง จนนํ)าทีเคยมีอยู่ถูกขับไล่ออกไป สารทีตกค้างอยู่ทําหน้าที
เป็นซีเมนต์เชือมตะกอนเข้าด้วยกันกลับเป็นหินอีกครั)ง
ภาพขั4นตอนที)ตะกอนกลับคืนเป็นหิน26
ลักษณะที)สําคัญของหินตะกอน
1. การจัดเรียงตัวของชั)นดิน
27
1. การจัดเรียงตัวของชั)นดิน
ส่วนมากทีพบมีลักษณะเป็นชั)นๆ
2. มีซากดึกดําบรรพ์
ชนิดของหินตะกอน
1. หินกรวดมน
- เกิดจากตะกอนทีเป็นกรวด เนื)อหิน
ประกอบด้วยเศษหินขนาดใหญ่ มีลักษณะ
กลมมน เพราะถูกขัดสีจาก
การพัดพา
28
การพัดพา
- วัตถุเชือมประสาน ซิลิกา เหล็ก
ออกไซด์ หรือแคลเซียมคาร์บอเนต
- ประโยชน์ ใช้โรยถนนเข้าบ้าน
ก่อสร้าง
- พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทุกจังหวัด และบางแห่งทางภาคใต้
หินกรวดมน
ชนิดของหินตะกอน
2. หินปูน
- เกิดจาการทับถมของ
อินทรียวัตถุ หรือซากพืชซากสัตว์
แคลเซียมคาร์บอเนต
- วัตถุเชือมประสานแร่แคลเซียม
29
- วัตถุเชือมประสานแร่แคลเซียม
คาร์บอเนต หรือ แร่ แคลไซต์
- ประโยชน์ใช้ทําเป็น
ปูนซิเมนต์ และใช้ในการก่อสร้าง
- พบมากแถบสระบุรี กาญจนบุรี
ประจวบคีรีขันธ์ พังงา และชุมพร
หินปูน
ชนิดของหินตะกอน
3. หินดินดาน
- เกิดจากดินเหนียวและโคลนทับ
ถมกัน เนื)อละเอียด กะเทาะหลุดเป็น
แผ่นได้ง่าย
- ไม่มีวัตถุเชือมประสาน
30
- ไม่มีวัตถุเชือมประสาน
- ประโยชน์ใช้ทําเป็น
ปูนซิเมนต์ปูทางเดิน
- พบมากทีสงขลา เลย หินดินดาน
ชนิดของหินตะกอน
4. หินทราย
- เกิดจากตะกอนของทราย เมือ
มองดูจะเห็นเป็นเนื)อทรายล้วน มีความ
แข็งมาก สามารถขูดขีดเหล็กเป็นรอย
ได้
31
ได้
- วัตถุเชือมประสาน ซิลิกา เหล็ก
ออกไซด์ และแคลเซียมคาร์บอเนต
- ประโยชน์ ใช้ทําหินลับมีด
แกะสลัก ก่อสร้าง
- พบมากใน ราชบุรี เพชรบุรี
กาญจนบุรี
หินทราย
ชนิดของหินตะกอน
5. หินศิลา
- เกิดจากการยุบสลายตัวของหิน
อัคนี เนื)อหินประกอบด้วยตะกอนเป็น
เม็ดสีนํ)าตาลดําแดง เนื)อหยาบ ขรุขระ
32
เม็ดสีนํ)าตาลดําแดง เนื)อหยาบ ขรุขระ
- วัตถุเชือมประสาน เหล็กออกไซด์
อลูมิเนียมออกไซด์
- ประโยชน์ใช้ทํากําแพง ปูทางเดิน
รองพื)นถนน
- พบมากทีศรีสะเกษ บุรีรัมย์
หินศิลา
ภาพสัดส่วนของหินตะกอนบนเปลือกโลก
33
หินแปร
(Metamorphic rocks)
34
(Metamorphic rocks)
หินแปร คืออะไร ???
หินแปร คือ หินที)แปรเปลี=ยน
มาจากหินอัคนี หรือ หินตะกอน
35
มาจากหินอัคนี หรือ หินตะกอน
เนื)องมาจากความกดดันสูง อุณหภูมิ
สูง ทําให้การจัดเรียงตัวแร่ โครงสร้าง
ของเนื4อหินเปลี)ยนแปลงไป
ลักษณะสําคัญของหินแปร
1. แรงอัดทําให้หินแปร เรียงตัวเป็นแนวขนาน
เช่น หินไนส์ หินชนวน หินซีสต์ หินฟิลไลต์
หินแปรที)ไม่เรียงตัวขนาน เช่น หินอ่อน
2. แรงอัดทําให้
36
2. แรงอัดทําให้
- มีความแข็งขึ4น เนื4อแน่นขึ4น
- สีของหินจะเข้มกว่าเดิม
หินชนวน
แปรสภาพมาจากหินดินดาน
มีรอยขนาน เนื)อละเอียด แซะ
ออกเป็นแผ่นๆ ตามรอยแยกได้
ชนิดของหินแปร
ออกเป็นแผ่นๆ ตามรอยแยกได้
ประโยชน์ มุงหลังคา ทํา
กระดานชนวน แผ่นปูทางเดินสวน
แผ่นกันความร้อน
พบตามเส้นทางบนถนน
มิตรภาพก่อนถึงปากช่อง
37
หินชนวน
ชนิดของหินแปร
หินอ่อน
แปรสภาพมาจากหินปูน
เป็นหินแปรแบบทีไม่มีรอย
ขนาน มีทั)งเนื)อละเอียดและเนื)อหยาบ
เนื)อหินแวววาว หินอ่อนบริสุทธิมีสีขาว
แต่สารทีเป็นมลทินทําให้หินอ่อนมีสี
38
หินอ่อน
แต่สารทีเป็นมลทินทําให้หินอ่อนมีสี
ต่างๆ
ประโยชน์ ทําหินขัดมันประดับ
อาคารบ้านเรือน แกะสลักเป็นรูปต่างๆ
พบมากที สระบุรี นครนายก
ยะลา
หินไนส์
แปรสภาพมาจากหินแกรนิต
เนื)อหินประกอบด้วยผลึกสี
ขาวและสีเข้มเรียงกันอยู่เป็นริ)วขนาน
ชนิดของหินแปร
ขาวและสีเข้มเรียงกันอยู่เป็นริ)วขนาน
แข็งแกร่งและทนทานมาก
ประโยชน์ ใช้ทําครก โม่หิน
39
หินไนส์
หินควอร์ตไซต์
แปรสภาพมาจากหินทราย
หรือหินกรวด
ไม่มีรอยขนาน เนื)อแน่น
ชนิดของหินแปร
ไม่มีรอยขนาน เนื)อแน่น
แข็งแกร่ง แต่เมือแตกจะมีแตกเว้าโค้ง
แบบก้นหอย
ประโยชน์ รองพื)นถนน ทําหิน
อัดเม็ด ทําวัสดุทนไฟ
พบมากที ชลบุรี ราชบุรี
40
หินควอร์ตไซต์
ชนิดของหินแปร
หินซีสต์
แปรสภาพมาจากหินแกรนิต
และหินดินดาน
41
หินซีสต์
และหินดินดาน
มีริ)วขนาน เนื)อหยาบ ไม่เรียบ
ใช้ในการก่อสร้าง
พบเขือนภูมิพล จังหวัดตาก
วัฏจักรของหิน
วัฏจักรหิน ทั)งหินอัคนี
หินตะกอนและหินแปร สามารถเปลียน
42
หินตะกอนและหินแปร สามารถเปลียน
จากหินชนิดหนึงเป็นหินอีกชนิดหนึงได้
โดย อาศัยการหลอมเหลว การเย็นตัว
การสึกกร่อน การทับทม ความร้อน
แรงดัน
วัฏจักรของหิน
1. หินหนืด เย็นลง กลายเป็นหินอัคนี
2. หินอัคนี สึกกร่อน กลายเป็นตะกอน
หลัก
43
2. หินอัคนี สึกกร่อน กลายเป็นตะกอน
3. หินอัคนี หินตะกอน ได้รับความร้อน
และแรงกดดัน กลายเป็นหินแปร
4. หินแปร ถูกแรงอัดให้ลึกลงไปใต้โลก
จะหลอมเหลวเป็นหินหนืด
นี)คือรูปวัฏจักรของหิน
วัฏจักรการเกิดหิน 3 ประเภท
45
สรุปเรื)อง..หิน
1) หินแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามการเกิด คือ หินอัคนี หินตะกอน และ
หินแปร
2) หินอัคนีเกิดจากการเย็บตัวตกผลึกและแข็งตัวจากหินหนืด แบ่ง
ออกเป็น 2 ชนิดตามอัตราในการเย็นตัวคือหินอัคนีแทรกซอนและหินพุ แต่
ละชนิดแบ่งย่อยออกตามชนิดแร่ทีปรากฏละชนิดแบ่งย่อยออกตามชนิดแร่ทีปรากฏ
3) หินตะกอนเกิดจากการผุพัง กัดกร่อน พัดพามาสะสมตัวโดยตะกอน
และแข็งตัวจากตะกอนแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด ตามสภาพการตกตะกอน
เช่น หินตะกอนเนื)อประสม และหินตะกอนเนื)อประสาน
4) หินแปรเกิดจากการเปลียนแปลงสภาพหิน ณ ทีอุณหภูมิและความ
ดันสูงแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด คือ หินแปรทีมีริ)วลายและหินแปรไร้ริ)วลาย
46
ประโยชน์ของหิน
1. ในหินมีสินแร่ชนิดต่างๆ ทั)งโลหะและอโลหะ
2. ถ่านหินใช้เป็นเชื)อเพลิง นิยมใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
3. หินแกรนิตใช้ทําพื)นหรือผนังบ้านและอาคาร รวมทั)งนํามาแกะ
เป็นครกหิน เพราะมีความแข็งมากเป็นครกหิน เพราะมีความแข็งมาก
4. หินอ่อนใช้ทําพื)น ผนังบ้าน โต๊ะหินอ่อน หินประดับ กรอบรูป
เป็นต้น
5. หินปูนใช้เป็นส่วนผสมในซีเมนต์ทีใช้สร้างตึก ทําถนนและ
สิงก่อสร้างต่างๆ
47
ประโยชน์ของหิน
6. หินทรายนํามาแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ได้ง่าย
7. ก้อนหิน กรวดและทรายใช้ทําถนนหนทาง
8. ทรายใช้ผลิตแก้ว
9. หินหลายชนิดเป็นอัญมณีมีค่าใช้ทําเครืองประดับ9. หินหลายชนิดเป็นอัญมณีมีค่าใช้ทําเครืองประดับ
10. โครงสร้างหรือลักษณะและส่วนประกอบในหินตะกอนช่วย
บอกให้เราทราบถึงสภาวะแวดล้อมหรือประวัติทางธรณีวิทยา
ในขณะทีเกิดหิน เช่น สามารถบอกได้ว่าบริเวณนั)นๆ เป็น
บริเวณนํ)าตื)นจะพบริ)วคลืนบนผิวทราย
48
LOGO
www.themegallery.com
เรามาทบทวน
ความรู้กันดีกว่า
นักธรณีวิทยาใช้การสลายตัวเป็นเกณฑ์ในการ
จําแนกประเภทของหิน
ถูก ผิดถูก ผิด
หินมีกี)ประเภทอะไรบ้าง
ก. 3 ประเภท คือ หินอัคนี ข. 3 ประเภท คือ หินตะกอนก. 3 ประเภท คือ หินอัคนี
หินอ่อน หินแปร
ข. 3 ประเภท คือ หินตะกอน
หินแปร หินชั4น
ค. 3 ประเภท คือ หินตะกอน
หินแปร หินอัคนี
ง. 3 ประเภท คือ หินอัคนี
หินตะกอน หินชั4น

หินอัคนี หินแปร หินตะกอน