More Related Content
PDF
แบบทดสอบปลายภาคเรียน สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีท... PDF
PDF
รายงานการประชุมครั้งที่ 2 54 PDF
แบบบันทึกกิจกรรม อาหารและสารอาหาร ม.2 DOC
PDF
PDF
ข้อสอบ O net ภาษาไทย ม.๓ ชุด ๑ PDF
แบบทดสอบวิชาดนตรี เรื่องยุคสมัยของดนตรีตะวันตก What's hot
PDF
แบบฝึกทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ป.1สิ่งมีชีวิต PPTX
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ PDF
PDF
ศิลปะตะวันตกม.ปลาย ลัทธิศิลปะ PPT
ความหมาย ความเป็นมาของศิลปะและการสร้างสรรค์ PDF
ใบความรู้เรื่อง การถนอมอาหาร PDF
DOC
แนวข้อสอบวิชาเศรษฐศาสตร์ ม.๖ PDF
PDF
PDF
PDF
โครงงานเรื่องสเปรย์สมุนไพร PDF
PDF
เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทยอายุ 7-18 ปี โดย กรมพลศึกษา PDF
PDF
วิทยาศาตร์พื้นฐาน ม1เทอม1 PDF
คู่มือหนังสือส่งเสริมการอ่าน PPT
โจทย์ปัญหา เรื่องการตวง ป 3 PDF
เฉลยแบบฝ กห ดสงครามโลกคร__งท__ 2 PDF
Viewers also liked
PPTX
PDF
PPT
PPT
PDF
วิธีการสุ่มตัวอย่างและการเก็บรวบรวมข้อมูล PPT
Research10 sample selection PDF
การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ PDF
PPT
PDF
DOC
PPTX
PDF
Power point นำเสนองานวิจัย PDF
PPT
PPT
PPTX
ตัวอย่างการนำเสนอโครงร่างวิจัย 3 บท PDF
PPTX
PPTX
Similar to Statistics sampling
PDF
PPT
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
Sampling pattern - unknown PDF
สถิติเบื้องต้นกลุ่ม 2 สำรอง PDF
สถิติเบื้องต้นกลุ่ม 2 สำรอง PDF
PPT population kriangkrai PDF
PDF
PPT
7.-ประชากร-การคำนวณขนาดตัวอย่าง-และวิธีการสุ่ม.ppt DOC
PDF
วิชาโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัย PDF
Probability sampling with known types PDF
4.Research methodology.................pdf PDF
DOC
PDF
More from Somchith Sps
PPT
ການກຳນົດກຸ່ມຕົວຢ່າງ ສຳຫຼັບສະຖິຕິການວິໄຈStatistics sampling PPTX
PPTX
ລະບົບຂໍ້ມູນຂ່າສານ ເພື່ອການບໍລິຫານຊັບພະຍາກອນມະນຸດHuman Resource Information S... PPTX
ການປະກອບກິດຈະການ “ແຜນທຸລະກິດ ກ້ວຍອົບ” Enterpreneurship Banana project PPTX
ກໍລະນີສືກສາພາວະການເປັນຜູ້ນຳ Leadership of Beer Lao CEO PPTX
ການບໍລິຫານທຸລະກິດລະຫ່ວາງປະເທດ D h l International Business Management Statistics sampling
- 1.
- 2.
ประชากรและกลุ่ม ตัว อย่าง
ประชากร (Population) กลุ่มของ
สิงมีชีวิตหรือ ไม่มีชวิต มีคณสมบัติที่สำาคัญที่
่
ี
ุ
กำาหนดร่วมกันตามที่ผู้วิจัยจะศึกษา เช่น
ประชากรของนักวิชาการสาธารณสุข
ประชากรวรรณกรรมของสุนทรภู่ ซึง
่
ขอบเขตของประชากรจะกำาหนดให้ชดเจน
ั
ตามจุดมุ่งหมายของผู้วิจัยในแต่ละครั้งไป
หากการกำาหนดไม่ชัดเจนผลการวิจัย จะไม่
สามารถนำามาสรุปอ้างอิงเป็นตัวแทนของ
- 3.
ะชากรแบ่ง ออกได้เ ป็น2 ประเภท คือ
1. ประชากรที่ม ี
จำา นวนจำา กัด
(finite
population)
2. ประชากรที่ม ี
จำา นวนไม่จ ำา กัด
(Infinite
Population)
- 4.
หน่ว ย (element)
หมายถึง
หน่วยย่อ ยของ
ประชากรที่ต ้อ งการ
ศึก ษา เช่น
เหตุก ารณ์
พฤติก รรม บุค คล
ซึ่ง หน่ว ยเหล่า นีจ ะ
้
ถูก กำา หนดโดยผู้
วิจ ัย และสามารถ
บอกถึง คุณ สมบัต ิ
- 5.
กลุ่ม ตัว อย่าง (sample)
บางส่ว นของประชากรที่ผ ว ิจ ัย เลือ ก
ู้
ขึ้น มาเป็น ตัว แทนในการศึก ษา และมี
คุณ สมบัต ิต ่า ง ๆ ครบถ้ว น เท่า เทีย ม
ประชากร กล่า วคือ ประชากรมีค ณ สมบัต ิ
ุ
ใด ๆ กลุ่ม ตัว อย่า งที่เ ลือ กมาก็ต ้อ งมี
คุณ สมบัต ิต ่า ง ๆ เช่น นัน ด้ว ย
้
- 6.
เหตุผ ลของการเลือ กกลุ่ม
ตัวอย่า ง
- ลดค่า ใช้จ ่า ย
- ประหยัด เวลาและแรงงาน
- ได้ข ้อ มูล จากสิง ที่ไ ม่ส ามารถทำา ได้ห มด
่
- การรวบรวมข้อ มูล มีค วามยืด หยุ่น
- มีค วามถูก ต้อ งแม่น ยำา และเชือ มัน
่ ่
- สามารถเก็บ ข้อ มูล ได้ก ว้า งขวางและลึก ซึ้ง
กว่า
- จากการใช้เ ทคนิค การเลือ กตัว อย่า ง
สามารถนำา ค่า สถิต ิจ ากตัว อย่า งมาแปลและ
สรุป ผลเป็น ของประชากรเป้า หมายได้
- 7.
- 8.
นตอนในการสุม ตัว อย่าง
่
-การวิเ คราะห์จ ุด มุ่ง หมายของการ
วิจ ัย ให้ล ะเอีย ด เพื่อ ให้ท ราบว่า ประชากร
คือ ใคร คุณ สมบัต ิท ี่จ ะศึก ษาคือ อะไร
-ระบุข อบเขตและลัก ษณะของ
ประชากรที่ศ ึก ษา
-กำา หนดหน่ว ยของตัว อย่า ง
-ประมาณขนาดของกลุม ตัว อย่า ง
่
-กำา หนดวิธ ีเ ลือ กกลุ่ม ตัว อย่า งซึ่ง ควร
เลือ กโดยวิธ ีส ม
ุ่
-ลงชือ ปฏิบ ต ิจ ริง เพื่อ เลือ กกลุ่ม
่
ั
- 9.
กำา หนดขนาดของกลุม ตัวอย่า ง (Sample
่
วรจะให้ข นาดของกลุ่ม ตัว อย่า งเท่า ใดดี?
ความคำา นึง ในการเลือ กขนาดของกลุ่ม ตัว อย่า
1. ความเหมือ นกัน (Homogeneity)
2. ขนาดของประชากร (Size of Populatio
3. ต้น ทุน (Cost)
4. ความแม่น ยำา (Precision)
- 11.
ารกำ
การกำา หนดขนาดของกลุ่ม ตัวอย่า ง
กำา หนดขนาดของกลุ่ม ตัว อย่า งโดยใช้เ กณฑ์
1.1 หลัก ร้อ ย ใช้ก ลุ่ม ตัว อย่า ง 15 – 30 %
1.2 หลัก พัน ใช้ก ลุ่ม ตัว อย่า ง 10 – 15 %
1.3 หลัก หมื่น ใช้ก ลุ่ม ตัว อย่า ง 5 – 10 %
- 12.
- 13.
กำา หนดกลุ่ม ตัวอย่า งในกรณีไ ม่ท ราบขนาดปร
n = P (1 - P) Z-2
ช้ส ูต ร W.G. cochran (1953)
d2
n แทน จำา นวนกลุ่ม ตัว อย่า งทีต ้อ งการ
่
p แทน สัด ส่ว นของประชากรทีผ ู้ว ิจ ัย ต้อ งการจะ
่
สุม ซึง สามารถนำา ค่า สถิต ิใ นอดีต มาใช้แ ทนได้
่
่
Z แทน ความมัน ใจทีผ ู้ว จ ัย กำา หนดไว้ท ร ะดับ นัย
่
่ ิ
ี่
สำา คัญ ทางสถิต ิ เช่น
Z ทีร ะดับ นัย สำา คัญ ทางสถิต ิ 0.05 มีค ่า
่
เท่า กับ 1.96 (มัน ใจ 95%)
่
Z ทีร ะดับ นัย สำา คัญ ทางสถิต ิ 0.01 มีค ่า
่
เท่า กับ 2.58 (มัน ใจ 99% )
่
d
แทน สัด ส่ว นของความคลาดเคลื่อ นทีย อม
่
- 14.
รกำา หนดขนาดกลุ่ม ตัวอย่า ง
รทาโร ยามาเน (Taro Yamane ,1973)
อ
n =
N
1 + Ne 2
n แทน ขนาดของกลุ่ม ตัว อย่า ง
N แทน ขนาดของประชากร
e แทน ความคลาดเคลื่อ นของการสุม ตัว อ
่
- 15.
เทคนิค การเลือ กกลุ่มตัว อย่า ง
การสุ่ม ตัว อย่า ง
หมายถึง การเลือ กตัว อย่า งขึ้น มา
เป็น ตัว แทนเพื่อ ให้ส มาชิก ของกลุ่ม
ตัว อย่า ง มีโ อกาสได้ร ับ เลือ กเท่า ๆ กัน
โดยปราศจากความลำา เอีย งเพือ ให้ค า
่
่
สถิต ิ (Statistic) ที่ไ ด้จ ะมีค า ใกล้เ คีย ง
่
กับ ค่า พารามิเ ตอร์ (Parameter) ของ
ประชากร
- 16.
รสุ่ม ตัว อย่าง ทำา ได้ 2 ลัก ษณะ
- การเลือ กโดยไม่ใ ช้ท ฤษฎีค วาม
น่า จะเป็น (Non probability
sampling)
- การเลือ กโดยใช้ท ฤษฎีค วามน่า
จะเป็น (Probability Sampling)
- 17.
การเลือ กโดยไม่ใ ช้ทฤษฎีค วามน่า จะ
เป็น
(Non probability sampling)
มตัว อย่า งแบบบัง เอิญ (Accidental Sampling
มตัว อย่า งโดยการกำา หนดสัด ส่ว น (Quota Sam
มตัว อย่า งแบบเจาะจง (Purposive Sampling
- 18.
การเลือ กตัว อย่างแบบบัง เอิญ
(Accidental Sampling)
การเลือ กตัว อย่า งแบบบัง เอิญ
เป็น วิธ ท ี่ย ึด เอาความสะดวกสบายและ
ี
ความปลอดภัย ของผูเ ลือ กเป็น ที่ต ั้ง การ
้
สุม ไม่ม ีก ารกำา หนดกฎเกณฑ์ท ี่แ น่น อน
่
- 19.
การเลือ กตัว อย่างแบบโควตา (Quota
Sampling)
ผูเ ลือ กได้ก ำา หนดสัด ส่ว นและจำา นวน
้
ตัว อย่า งที่ม ีค ณ สมบัต ิต ามที่ต ้อ งการแต่ล ะ
ุ
กลุ่ม ไว้ล ่ว งหน้า
การเลือ กตัว อย่า งแบบ
เจาะจง (Purposive
Sampling)
มัก ใช้ใ นการวิจ ัย ที่เ ป็น
สถานการเฉพาะ หรือ การ
วิจ ัย เชิง คุณ ภาพ
- 20.
การเลือ กโดยใช้ท ฤษฎีความน่า
จะเป็น
(Probability Sampling)
สุ่ม ตัว อย่า งอย่า งง่า ย (Simple Random Sam
1 วิธ ีก ารจับ ฉลาก
2 วิธ ีก ารใช้ต ารางเลขสุ่ม
สุ่ม ตัว อย่า งแบบมีร ะบบ (Systematic Samph
สุ่ม ตัว อย่า งแบบแบ่ง ชั้น ภูม ิ (Stratified Samp
รสุม ตัว อย่า งแบบกลุ่ม (Cluster or Area Sam
่
- 21.
การสุ่ม ตัว อย่างอย่า งง่า ย (Simple
Random Sampling)
- ใช้ว ิธ ก ารจับ สลาก
ี
– ใช้ใ นกรณีท ี่จ ะเลือ ก
ตัว อย่า งไม่ม ากนัก
- ใช้ต ารางเลขสุม
่
– ใช้ก ับ ประชากรที่ม ข นาด
ี
ใหญ่
ผูว ิจ ัย ต้อ งกำา หนดตัว เลขแก่
้
ประชากรทุก หน่ว ย
- 22.
ดี - ข้อเสีย ของการสุม แบบอย่า งง่า ย
่
• ข้อ ดี
ง่ายและสะดวกในการใช้ แต่ควรใช้กับประชาชน
ที่สมาชิกในกลุมมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
่
• ข้อ เสีย
ไม่เหมาะในประชากรที่มสมาชิกกลุมใหญ่มาก
ี
่
เกินไป และมีความแตกต่างกันมาก
- 23.
สุม แบบมีร ะบบ(Systematic Sampling)
่
ผูว ิจ ัย ต้อ งกำา หนดขนาดของกลุ่ม ตัว อย่า ง
้
และหาช่ว งของการสุม (Sampling
่
interval)
Sampling interval
(i) = N / n
ข้อ ดี คือ ง่า ยและสะดวกในทางปฏิบ ต ิ
ั
แต่ม ข ้อ ควรคำา นึง คือ การเรีย งลำา ดับ
ี
หมายเลข
- 24.
- 26.
ข้อ ควรคำา นึง
ข้อดีข องการแบ่ง กลุม แบบชัน ภูม ิ
่
้
คือ จะได้กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนที่ดีของ
ประชากร และได้ตัวแทนที่มีคุณลักษณะทุก
ประเภทของประชากรมากที่สุด
ข้อ ควรคำา นึง คือ คุณลักษณะที่ใช้ใน
การแบ่งกลุ่มนันเมื่อจำาแนกเป็นกลุ่มย่อยแล้ว
้
ต้องแตกต่างอย่างชัดเจน การแบ่งกลุ่มย่อย
ไม่ควรให้มีจำานวนกลุ่มย่อยมากเกินไป
- 27.
- 28.
- 29.
ข้อ ดี -ข้อ เสีย
ข้อ ดีข องการสุม แบบแบ่ง กลุ่ม คือ
่
ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ข้อ เสีย ของการสุม แบบแบ่ง กลุ่ม คือ
่
ไม่ทราบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้มานั้นมีสัดส่วน
ของคุณลักษณะต่าง ๆ สอดคล้องกับ
คุณลักษณะต่าง ๆ ของประชากรหรือไม่
- 30.
ธีส ุ่ม กลุมตัว อย่า ง
่
Multistage Sampling
หมายถึง การเลือ กหรือ สุม มากกว่า 1
่
ครั้ง หรือ หมายถึง การสุม แบบแบ่ง กลุม
่
่
(Cluster) ที่ม ห ลายขั้น ตอน หรือ การสุม
ี
่
แบบชัน ภูม ิแ บบผสม ระหว่า งแบบแบ่ง กลุ่ม
้
กับ แบบชัน ภูม ิก ็ไ ด้
้
- 31.
การเลือ กตัว อย่างแบบเครือ ข่า ย
(Network Sampling หรือ Snowballing)
การเลือ กตัว ย่า งแบบเครือ ข่า ย การได้ม า
ซึ่ง ตัว อย่า งชนิด นี้ จะขึ้น อยู่ก ับ เครือ ข่า ยสัง คม
เช่น การเป็น เพื่อ น ความสนิท สนม หรือ มี
คุณ สมบัต ิท ี่ค ล้า ยคลึง กัน ในเครือ ข่า ยนั้น ๆ ผู้
วิจ ัย จะได้ต ัว อย่า ง เมื่อ ตัว อย่า งมีเ ครือ ข่า ย
หรือ อยู่ใ นเครือ ข่า ย ที่ม ีค ณ สมบัต ิต ามที่ผ ว ิจ ัย
ุ
ู้
สนใจ
- 33.