บทที่ 1
                       ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก
                       
                          การเรียนรู้กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดของสิ่งมีชีวิต ระดับการเรียนรู้ของ
              สัตว์โลกแต่ละชนิดจะมีมากน้อยแตกต่างกันออกไป ระดับการเรียนรู้ของสัตว์โลก
              ชั้ น ต่ ำ ส่ ว นใหญ่ จ ะเป็ น ไปเพื่ อ ความอยู่ ร อดของชี วิ ต เช่ น เรี ย นรู้ ที่ จ ะแสวงหา
              อาหาร เรียนรู้ที่จะหลบหลีกภัยอันตรายจากศัตรู เป็นต้น ถ้าเป็นสัตว์โลกชั้นสูง
              เช่น มนุษย์ ระดับการเรียนรู้จะมีกระบวนการ มีขั้นตอนการเรียนรู้ที่เป็นระบบ
              ซับซ้อน ลึกซึ้งก้าวหน้ามากขึ้น
                         คุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งที่มนุษย์มีก็คือ มนุษย์แต่ละบุคคล สามารถ
              เรี ย นรู้ แ ละพั ฒ นาตนเองได้ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งตลอดเวลา ตลอดชี วิ ต ความรู้




10-030(001-110)P3.indd 1                                                                                1/6/11 6:05:15 PM
2                                                                     การศึกษาตามอัธยาศัย


            ความสามารถที่ ม นุ ษ ย์ มี จ ะถู ก สั่ ง สมพั ฒ นาและถ่ า ยทอดสื บ ทอดต่ อ กั น ไป
            ได้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราเรียกกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ดังกล่าวนี้ว่า
            “การศึกษา” การศึกษากับการดำเนินชีวิตของมนุษย์จึงเป็นกระบวนการอันหนึ่ง
            อันเดียวกัน ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดชีวิต และถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีก
            รุ่นหนึ่งตามลำดับ มนุษย์มีการศึกษาเรียนรู้อยู่แล้วตามธรรมชาติจึงสามารถพัฒนา
            ตนเองให้มีชีวิตอยู่รอดและสร้างสรรค์ความเจริญด้านต่าง ๆ สืบต่อกันมาได้จนถึง
            ปัจจุบัน
                     พั ฒ นาการเรี ย นรู้ ห รื อ “การศึ ก ษา” ของมนุ ษ ย์ เราตั้ ง แต่ ยุ ค เริ่ ม แรก
            มาจนถึงยุคปัจจุบันได้ก้าวหน้ามาโดยลำดับ มีการเรียน การสอน การฝึกอบรม
            หรือที่ยุคปัจจุบันรู้จักกันในนามของ “การศึกษา” ซึ่งการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่
            รู้จักกันโดยทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 4 รูปแบบ คือ:-
                    การศึกษาในระบบ (Formal Education)
                    การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education)
                    การศึกษาตามอัธยาศัย (In-Formal Education)
                    การศึกษาตลอดชีวิต (Live Long Education)
                    ซึ่งอธิบายรายละเอียดเพิ่มได้ ดังนี้ :-

            การศึกษาในระบบ (Formal Education)
                    ความหมาย
                   ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
            พ.ศ. 2545 ได้ให้คำนิยามการศึกษาในระบบไว้ในหมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา
            15 (3) ดังนี้ :-




10-030(001-110)P3.indd 2                                                                             1/6/11 6:05:15 PM
บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก                               

                     “... การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา
              หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของ
              การสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน ...” ซึ่งตรงกับความหมายของการศึกษาในระบบที่
              ปรากฏในหนังสือคัมภีร์ กศน. ที่หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษา
              นอกระบบและการศึกษาตลอดชีวิต สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ให้
              นิยามความหมายของการศึกษาในระบบไว้ ดังนี้ :-
                      “... การศึกษาในระบบ (Formal Education) คือ การศึกษาที่กำหนด
              จุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมิน
              ผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน ...”
                    “... การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่มีรูปแบบ และระบบแบบแผน
              ชัดเจน มีการกำหนดวัตถุประสงค์หลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน การวัด
              ผลและการประเมิ น ผลที่ แ น่ น อน การศึ ก ษาในระบบของไทยประกอบด้ ว ย
              การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาขั้นอุดมศึกษา โดยการศึกษาขั้นพื้นฐานยัง
              แบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คือ ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับ
              มัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระดับมัธยมศึกษาตอน
              ปลายยังแบ่งออกเป็นประเภทสามัญศึกษา และประเภทอาชีวศึกษาอีกด้วย ส่วน
              การศึกษาขั้นอุดมศึกษานั้น แบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คือ ต่ำกว่าปริญญาตรี
              ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก” (คัมภีร์ กศน.,
              2552)
                     ในรายงานการสั ม มนาการศึ ก ษานอกโรงเรี ย น ที่ จั ด โดยกระทรวง
              ศึกษาธิการ เมื่อปี 2517 ได้ให้คำจำกัดความของการศึกษาในระบบโรงเรียนไว้ว่า
              “... หมายถึง การศึกษาที่มีระบบมาตรฐานแน่นอน มีหลักสูตรของแต่ละระดับชั้น
              มีการกำหนดอายุและพื้นฐานความสามารถของผู้เรียน มีการให้ประกาศนียบัตร



10-030(001-110)P3.indd 3                                                           1/6/11 6:05:16 PM
4                                                                           การศึกษาตามอัธยาศัย


            ปริญญาบัตร ในระดับชั้นต่าง ๆ ซึ่งระบุให้ทราบว่าผู้ได้รับประกาศนียบัตรหรือ
            ปริญญาบัตรนั้น ๆ มีความรู้ความสามารถในระดับใด อันจะเป็นที่ยอมรับนับถือ
            โดยทั่วไป การศึกษาในระบบโรงเรียนนี้ อาจจะเป็นการศึกษาสายสามัญ สาย
            อาชีพ หรือแบบประสมก็ได้ ...” (กระทรวงศึกษาธิการ, 2517)
                     กล่ า วโดยสรุ ป ความหมายของ การศึ ก ษาในระบบ การศึ ก ษาใน
            โรงเรี ย น หรื อ การศึ ก ษารู ป นั ย ก็ เรี ย ก หมายถึ ง การศึ ก ษาที่ จั ด ให้ กั บ บุ ค คล
            กลุ่มเป้าหมายผู้อยู่ในโรงเรียน ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ (อนุบาล ประถม
            ศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา) ทุกประเภท (ที่จัดโดยภาครัฐ และเอกชน)
            เป็นการศึกษาที่มีสถานที่เรียน มีหลักสูตร ที่จัดทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน
            ตายตัว มีการจัดการเรียนการสอนที่มีผู้สอน ผู้เรียน และมีกิจกรรมการเรียนรู้
            มี ก ารวั ด และประเมิ น ผลความรู้ ที่ เรี ย นรู้ ไ ปโดยใช้ เ ครื่ อ งมื อ วั ด ประเมิ น ผลที่ ไ ด้
            คุณภาพมาตรฐาน มีการแจกวุฒิบัตร ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร เมื่อ
            ผู้เรียนเรียนจบหลักสูตร เป็นต้น
                     กล่าวได้ว่าการศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่มีระบบ ระเบียบ ในการ
            จั ด การเรี ย นรู้ ที่ ชั ด เจนแน่ น อน มี ส ถานที่ เรี ย น มี ห ลั ก สู ต ร มี สื่ อ การเรี ย น
            การสอน มีการจัดการเรียนการสอน มีการวัดและประเมินผล มีการให้วุฒิบัตร
            ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร เมื่อเรียนจบหลักสูตร เป็นการจัดการศึกษา
            ที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจนแน่นอนตายตัว จึงยืดหยุ่นได้น้อย ตอบสนองความต้องการ
            เรียนรู้ของผู้เรียนได้จำนวนจำกัดเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

                    ความสำคัญ
                  การศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่ทุกคนรู้จักดี เพราะคนส่วนใหญ่เกือบ
            ทุกคนจะต้องผ่านการศึกษาในระบบมาแล้วอย่างน้อยที่สุดก็ในช่วงของการศึกษา




10-030(001-110)P3.indd 4                                                                                    1/6/11 6:05:16 PM
บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก                                                                   

              ขั้ น พื้ น ฐานระดั บ ประถมและระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษา ซึ่ ง เป็ น การศึ ก ษาภาคบั ง คั บ
              ให้ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อประโยชน์ในการปกครองของรัฐ และประโยชน์ของ
              ตั ว ผู้ เรี ย นเองเพื่ อ ใช้ เ ป็ น เครื่ อ งมื อ สื่ อ สารติ ด ต่ อ กั บ ผู้ อื่ น และใช้ เ ป็ น เครื่ อ งมื อ
              ในการประกอบอาชี พ เลี้ ย งตนเองและครอบครั ว เพื่ อ ไม่ ใ ห้ เ ป็ น ภาระต่ อ ผู้ อื่ น
              นอกจากนี้ การศึ ก ษาในระบบ ระดั บ อุ ด มศึ ก ษาที่ สู ง ขึ้ น ไป ผู้ เรี ย นส่ ว นใหญ่
              จะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตัวผู้เรียนเองเป็นสำคัญ เช่น ใช้เป็นเครื่องมือใน
              การประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพการงาน พัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนพัฒนา
              สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

              การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education)
                        ความหมาย
                     พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
              พ.ศ. 2545 ได้ให้คำนิยามการศึกษาในระบบไว้ในหมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา
              15 (2) ดังนี้ :-
                          “... การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนด
              จุ ด มุ่ ง หมาย รู ป แบบ วิ ธี ก ารจั ด การศึ ก ษา ระยะเวลาของการศึ ก ษา การวั ด
              และประเมิ น ผล ซึ่ ง เป็ น เงื่ อ นไขสำคั ญ ของการสำเร็ จ การศึ ก ษา โดยเนื้ อ หา
              และหลั ก สู ต รจะต้ อ งมี ค วามเหมาะสม และสอดคล้ อ งกั บ สภาพปั ญ หาและ
              ความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม ...” (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
              แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2), 2545)
                   การศึกษานอกระบบ ตามมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา
              นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ได้ให้ความหมายไว้ ดังนี้ :-




10-030(001-110)P3.indd 5                                                                                                 1/6/11 6:05:17 PM
การศึกษาตามอัธยาศัย


                    “... การศึ ก ษานอกระบบ หมายความว่ า กิ จ กรรมการศึ ก ษาที่ มี ก ลุ่ ม
            เป้ า หมายผู้ รั บ บริ ก ารและวั ต ถุ ป ระสงค์ ข องการเรี ย นรู้ ที่ ชั ด เจน มี รู ป แบบ
            มีหลักสูตร วิธีการจัด และระยะเวลาเรียนที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพ
            ความต้องการ และศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย มีวิธีการวัดผลและ
            ประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับ
            ผลการเรี ย นรู้ ...” (พ.ร.บ. ส่ ง เสริ ม การศึ ก ษานอกระบบและการศึ ก ษาตาม
            อัธยาศัย, 2551)
                         ฟิลิป เอช คูมส์ กล่าวว่า “... การศึกษานอก (ระบบ) โรงเรียน หมายถึง
            กิจกรรมการศึกษาที่จัดขึ้นนอกระบบการศึกษาภาคปกติ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม
            ที่ จั ด ขึ้ น ต่ า งหากหรื อ จั ด เป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของกิ จ กรรมใหญ่ อื่ น ๆ เป็ น กิ จ กรรม
            ที่ มุ่ ง ให้ บ ริ ก ารกลุ่ ม ผู้ เรี ย นที่ ก ำหนดเป็ น เป้ า หมายและอย่ า งมี ค วามมุ่ ง หมาย
            ตัวอย่างเช่น สถานเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน (ยกเว้น โรงเรียนอนุบาล) โรงเรียน
            ที่มุ่งให้โอกาส (Second Chance) แก่ผู้ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาเมื่ออยู่ใน
            วัยที่ควรได้รับการศึกษา หรือต้องออกจากโรงเรียนก่อนกำหนด โรงเรียนผู้ใหญ่
            กิจการลูกเสือ อนุกาชาด ยุวกสิกร กลุ่มสนใจดนตรี การฝึกฝนอาชีพ กลุ่มกสิกร
            ฯลฯ เป็นต้น ...” ( Philip H. Coombs, 1973)
                    เดวิด ไคล์น และโทมัส บี คีน ได้ให้คำจำกัดความการศึกษานอก (ระบบ)
            โรงเรี ย นไว้ ว่ า “... การศึ ก ษานอกโรงเรี ย นเหมื อ นกั บ การศึ ก ษาที่ เรี ย กว่ า
            การศึ ก ษานอกระบบ การศึ ก ษาผู้ ใ หญ่ การศึ ก ษาตลอดชี วิ ต การศึ ก ษาแบบ
            เบ็ ด เสร็ จ เป็ น คำที่ ห มายถึ ง ชนิ ด ของการศึ ก ษาที่ พั ฒ นาขึ้ น มาเพื่ อ เป็ น ทาง
            เลื อ ก หรื อ เสริ ม การศึ ก ษาในระบบโรงเรี ย น เป็ น การศึ ก ษาที่ จั ด ขึ้ น เพื่ อ ช่ ว ย
            ปิดช่องว่างของประชากรจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้ารับบริการจากการศึกษาใน
            ระบบโรงเรี ย นได้ อ ย่ า งทั่ ว ถึ ง เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ การศึ ก ษาในระบบโรงเรี ย น




10-030(001-110)P3.indd 6                                                                                  1/6/11 6:05:17 PM
บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก                                                    

              แล้ว การศึกษานอก (ระบบ) โรงเรียน เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นได้มาก
              กว่า ...” (David Kline and Thomas B. Keehn, 1971)
                     กล่าวโดยสรุป ความหมายของ การศึกษานอกระบบ การศึกษานอก
              โรงเรียน หรือการศึกษาอรูปนัยก็เรียก หมายถึง การศึกษาที่จัดให้กับบุคคลกลุ่ม
              เป้าหมายผู้อยู่นอกโรงเรียน นอกสถานศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท ทั้งที่จัดโดย
              ภาครัฐและเอกชน เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการจัดมากกว่าการศึกษา
              ในระบบ สถานที่เรียนไม่คงที่แม้จะมีหลักสูตรเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ก็มีความ
              หลากหลาย ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของผู้เรียนได้หลากหลาย
              เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมของผู้เรียนมา
              ต่อยอดให้สูงขึ้น มีการวัดประเมินผลที่มุ่งเน้นการปฏิบัติได้จริง ใช้วิธีการประเมิน
              ผลที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียนเข้ามา
              เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตามหลักสูตรในระบบโรงเรียนได้ เมื่อเรียนจบหลักสูตร
              แล้วอาจจะแจกประกาศนียบัตร วุฒิบัตร เกียรติบัตร หรือปริญญาบัตร หรือไม่
              ก็ได้
                     กล่าวได้ว่าการศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น หลาก
              หลาย ตั้งแต่สถานที่เรียน หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดประเมินผล
              และการรับรองความรู้ เป็นการศึกษาที่เหมาะสมกับผู้มีความรู้และประสบการณ์
              จากการประกอบอาชีพ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพและ
              ความรู้ความสามารถให้สูงขึ้นทันต่อความเจริญก้าวหน้าและความเปลี่ยนแปลง
              ของสังคมโลกยุคปัจจุบัน

                       ความสำคัญ
                       การศึ ก ษานอกระบบเป็ น การศึ ก ษาที่ ช่ ว ยส่ ง เสริ ม เติ ม เต็ ม ความรู้ ใ ห้ แ ก่




10-030(001-110)P3.indd 7                                                                               1/6/11 6:05:18 PM
การศึกษาตามอัธยาศัย


            ผู้ด้อย พลาด ขาดโอกาสทางการศึกษาในระบบโรงเรียน และเป็นการเสริมสร้าง
            ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้แก่ผู้ต้องการพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ
            และพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองให้ก้าวหน้าทันต่อความเปลี่ยนแปลง
            ของสังคมและโลกยุคปัจจุบัน

            การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) 
                    ความหมาย
                  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
            พ.ศ. 2545 ได้ให้คำนิยามการศึกษาตลอดชีวิตไว้ในหมวด 3 ระบบการศึกษา
            มาตรา 15 (3) ดังนี้ :-
                  “... การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
            ตามความสนใจ ศั ก ยภาพ ความพร้ อ ม และโอกาส โดยศึ ก ษาจากบุ ค คล
            ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ ...” (พ.ร.บ.
            การศึกษาแห่งชาติ, 2545)
                     กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ให้ความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัย
            ไว้ว่า“... การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่ผู้เรียนเรียน
            รู้ได้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจาก
            ประสบการณ์ การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่าง ๆ
            เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทักษะ ความบันเทิง และพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยมีลักษณะ
            สำคัญคือไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จำกัดอายุ ไม่มีการลงทะเบียน
            ไม่มีการสอบ ไม่มีการรับประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานศึกษาที่แน่นอน เรียน




10-030(001-110)P3.indd 8                                                                     1/6/11 6:05:18 PM
บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก                                                  

              ที่ไหนก็ได้สามารถเรียนได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นในทุกช่วงวัย ตลอดชีวิต ...”
              (กรมการศึกษานอกโรงเรียน, 2544)
                        ในหนังสือคัมภีร์ กศน. ที่จัดทำโดยหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานส่งเสริม
              การศึกษานอกระบบและการศึกษาตลอดชีวิต สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
              ได้ให้นิยามความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตามอัธยาศัยไว้
              ดังนี้ :-
                         “... การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) เป็นการศึกษาที่
              เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความ
              พร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากประสบการณ์ การทำงาน บุคคล ครอบครัว
              สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง
              และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลา
              เรี ย นที่ แ น่ น อน ไม่ จ ำกั ด อายุ ไม่ มี ก ารลงทะเบี ย น ไม่ มี ก ารสอบ ไม่ มี ก ารรั บ
              ประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานศึกษาที่แน่นอน เรียนที่ไหนก็ได้ สามารถเรียน
              ได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นในทุกช่วงวัยตลอดชีวิต
                     การเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning) เป็นการเรียนรู้จาก
              ประสบการณ์ โดยตั้ ง ใจ หรื อ ไม่ ตั้ ง ใจ ได้ รั บ ความรู้ อ ย่ า งไม่ รู้ ตั ว โดยผ่ า นสื่ อ
              ต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ สื่อบุคคล ฯลฯ สามารถนำความรู้นั้น
              ไปใช้ เช่น การดูละครทางโทรทัศน์เพื่อการผ่อนคลาย อ่านหนังสือ ดูรายการที่ให้
              ความรู้ที่จัดขึ้นทางโทรทัศน์ ฟังข่าววิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ การท่องเที่ยวตาม
              สถานที่ ต่ า ง ๆ เป็ น ต้ น ผู้ เรี ย นเป็ น ผู้ ก ำหนดการเรี ย นรู้ ด้ ว ยตนเองนั บ ตั้ ง แต่
              การเลือกที่จะเรียนรู้หรือไม่เรียน จะเรียนรู้เรื่องใดผู้เรียนเป็นผู้ประเมินผลการเรียน
              รู้ของตนเอง ...” (คัมภีร์ กศน., 2552)




10-030(001-110)P3.indd 9                                                                                1/6/11 6:05:18 PM
10                                                                       การศึกษาตามอัธยาศัย


                   มี นั ก การศึ ก ษาและท่ า นผู้ รู้ ไ ด้ อ ธิ บ ายความหมายของการศึ ก ษาตาม
           อั ธ ยาศั ย และการเรี ย นรู้ ต ามอั ธ ยาศั ย ไว้ แ ตกต่ า งกั น บ้ า งในรายละเอี ย ดแต่ ไ ม่
           แตกต่างกันในสาระสำคัญ ดังนี้ :-
                  การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตาม
           ความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์
           สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ
                   การเรียนรู้ตามอัธยาศัย หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผู้เรียน
           ได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ความถนัด โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์
           สังคม สภาพแวดล้อม ธรรมชาติ สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ (ทิศนา แขมมณี,
           2552)
                  การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตซึ่งเป็น
           การเรียนรู้จากประสบการณ์ เช่น จากการทำงาน บุคคล ครอบครัว ชุมชน และ
           จากแหล่ ง ความรู้ ต่ า ง ๆ เพื่ อ เพิ่ ม พู น ความรู้ ทั ก ษะ เพื่ อ ความบั น เทิ ง และ
           การพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของตนเอง การอบรมสั่ ง สอนให้ ป ระพฤติ ป ฏิ บั ติ ต าม
           ระเบียบประเพณี พิธีกรรม วัฒนธรรมทางสังคม การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ
           การอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ ไม่มี
           องค์กร ไม่มีระบบ และไม่จำกัดเวลา
                    การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) เป็นกระบวนการเรียนรู้
           ตลอดชีวิต ซึ่งบุคคลสามารถแสวงหาและรับความรู้ ทักษะ เจตคติ ความเข้าใจ
           ที่ ก ระจ่ า งชั ด เกี่ ย วกั บ ประสบการณ์ ใ นชี วิ ต ประจำวั น และการแสดงออกต่ อ
           สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว (La Bell, 1892)




10-030(001-110)P3.indd 10                                                                             1/6/11 6:05:19 PM

9789740327745

  • 1.
    บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก การเรียนรู้กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดของสิ่งมีชีวิต ระดับการเรียนรู้ของ สัตว์โลกแต่ละชนิดจะมีมากน้อยแตกต่างกันออกไป ระดับการเรียนรู้ของสัตว์โลก ชั้ น ต่ ำ ส่ ว นใหญ่ จ ะเป็ น ไปเพื่ อ ความอยู่ ร อดของชี วิ ต เช่ น เรี ย นรู้ ที่ จ ะแสวงหา อาหาร เรียนรู้ที่จะหลบหลีกภัยอันตรายจากศัตรู เป็นต้น ถ้าเป็นสัตว์โลกชั้นสูง เช่น มนุษย์ ระดับการเรียนรู้จะมีกระบวนการ มีขั้นตอนการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ซับซ้อน ลึกซึ้งก้าวหน้ามากขึ้น คุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งที่มนุษย์มีก็คือ มนุษย์แต่ละบุคคล สามารถ เรี ย นรู้ แ ละพั ฒ นาตนเองได้ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งตลอดเวลา ตลอดชี วิ ต ความรู้ 10-030(001-110)P3.indd 1 1/6/11 6:05:15 PM
  • 2.
    2 การศึกษาตามอัธยาศัย ความสามารถที่ ม นุ ษ ย์ มี จ ะถู ก สั่ ง สมพั ฒ นาและถ่ า ยทอดสื บ ทอดต่ อ กั น ไป ได้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราเรียกกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ดังกล่าวนี้ว่า “การศึกษา” การศึกษากับการดำเนินชีวิตของมนุษย์จึงเป็นกระบวนการอันหนึ่ง อันเดียวกัน ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดชีวิต และถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีก รุ่นหนึ่งตามลำดับ มนุษย์มีการศึกษาเรียนรู้อยู่แล้วตามธรรมชาติจึงสามารถพัฒนา ตนเองให้มีชีวิตอยู่รอดและสร้างสรรค์ความเจริญด้านต่าง ๆ สืบต่อกันมาได้จนถึง ปัจจุบัน พั ฒ นาการเรี ย นรู้ ห รื อ “การศึ ก ษา” ของมนุ ษ ย์ เราตั้ ง แต่ ยุ ค เริ่ ม แรก มาจนถึงยุคปัจจุบันได้ก้าวหน้ามาโดยลำดับ มีการเรียน การสอน การฝึกอบรม หรือที่ยุคปัจจุบันรู้จักกันในนามของ “การศึกษา” ซึ่งการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่ รู้จักกันโดยทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 4 รูปแบบ คือ:- การศึกษาในระบบ (Formal Education) การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education) การศึกษาตามอัธยาศัย (In-Formal Education) การศึกษาตลอดชีวิต (Live Long Education) ซึ่งอธิบายรายละเอียดเพิ่มได้ ดังนี้ :- การศึกษาในระบบ (Formal Education) ความหมาย ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้ให้คำนิยามการศึกษาในระบบไว้ในหมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา 15 (3) ดังนี้ :- 10-030(001-110)P3.indd 2 1/6/11 6:05:15 PM
  • 3.
    บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก “... การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของ การสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน ...” ซึ่งตรงกับความหมายของการศึกษาในระบบที่ ปรากฏในหนังสือคัมภีร์ กศน. ที่หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตลอดชีวิต สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ นิยามความหมายของการศึกษาในระบบไว้ ดังนี้ :- “... การศึกษาในระบบ (Formal Education) คือ การศึกษาที่กำหนด จุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมิน ผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน ...” “... การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่มีรูปแบบ และระบบแบบแผน ชัดเจน มีการกำหนดวัตถุประสงค์หลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน การวัด ผลและการประเมิ น ผลที่ แ น่ น อน การศึ ก ษาในระบบของไทยประกอบด้ ว ย การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาขั้นอุดมศึกษา โดยการศึกษาขั้นพื้นฐานยัง แบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คือ ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระดับมัธยมศึกษาตอน ปลายยังแบ่งออกเป็นประเภทสามัญศึกษา และประเภทอาชีวศึกษาอีกด้วย ส่วน การศึกษาขั้นอุดมศึกษานั้น แบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คือ ต่ำกว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก” (คัมภีร์ กศน., 2552) ในรายงานการสั ม มนาการศึ ก ษานอกโรงเรี ย น ที่ จั ด โดยกระทรวง ศึกษาธิการ เมื่อปี 2517 ได้ให้คำจำกัดความของการศึกษาในระบบโรงเรียนไว้ว่า “... หมายถึง การศึกษาที่มีระบบมาตรฐานแน่นอน มีหลักสูตรของแต่ละระดับชั้น มีการกำหนดอายุและพื้นฐานความสามารถของผู้เรียน มีการให้ประกาศนียบัตร 10-030(001-110)P3.indd 3 1/6/11 6:05:16 PM
  • 4.
    4 การศึกษาตามอัธยาศัย ปริญญาบัตร ในระดับชั้นต่าง ๆ ซึ่งระบุให้ทราบว่าผู้ได้รับประกาศนียบัตรหรือ ปริญญาบัตรนั้น ๆ มีความรู้ความสามารถในระดับใด อันจะเป็นที่ยอมรับนับถือ โดยทั่วไป การศึกษาในระบบโรงเรียนนี้ อาจจะเป็นการศึกษาสายสามัญ สาย อาชีพ หรือแบบประสมก็ได้ ...” (กระทรวงศึกษาธิการ, 2517) กล่ า วโดยสรุ ป ความหมายของ การศึ ก ษาในระบบ การศึ ก ษาใน โรงเรี ย น หรื อ การศึ ก ษารู ป นั ย ก็ เรี ย ก หมายถึ ง การศึ ก ษาที่ จั ด ให้ กั บ บุ ค คล กลุ่มเป้าหมายผู้อยู่ในโรงเรียน ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ (อนุบาล ประถม ศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา) ทุกประเภท (ที่จัดโดยภาครัฐ และเอกชน) เป็นการศึกษาที่มีสถานที่เรียน มีหลักสูตร ที่จัดทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ตายตัว มีการจัดการเรียนการสอนที่มีผู้สอน ผู้เรียน และมีกิจกรรมการเรียนรู้ มี ก ารวั ด และประเมิ น ผลความรู้ ที่ เรี ย นรู้ ไ ปโดยใช้ เ ครื่ อ งมื อ วั ด ประเมิ น ผลที่ ไ ด้ คุณภาพมาตรฐาน มีการแจกวุฒิบัตร ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร เมื่อ ผู้เรียนเรียนจบหลักสูตร เป็นต้น กล่าวได้ว่าการศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่มีระบบ ระเบียบ ในการ จั ด การเรี ย นรู้ ที่ ชั ด เจนแน่ น อน มี ส ถานที่ เรี ย น มี ห ลั ก สู ต ร มี สื่ อ การเรี ย น การสอน มีการจัดการเรียนการสอน มีการวัดและประเมินผล มีการให้วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร เมื่อเรียนจบหลักสูตร เป็นการจัดการศึกษา ที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจนแน่นอนตายตัว จึงยืดหยุ่นได้น้อย ตอบสนองความต้องการ เรียนรู้ของผู้เรียนได้จำนวนจำกัดเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ความสำคัญ การศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่ทุกคนรู้จักดี เพราะคนส่วนใหญ่เกือบ ทุกคนจะต้องผ่านการศึกษาในระบบมาแล้วอย่างน้อยที่สุดก็ในช่วงของการศึกษา 10-030(001-110)P3.indd 4 1/6/11 6:05:16 PM
  • 5.
    บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก ขั้ น พื้ น ฐานระดั บ ประถมและระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษา ซึ่ ง เป็ น การศึ ก ษาภาคบั ง คั บ ให้ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อประโยชน์ในการปกครองของรัฐ และประโยชน์ของ ตั ว ผู้ เรี ย นเองเพื่ อ ใช้ เ ป็ น เครื่ อ งมื อ สื่ อ สารติ ด ต่ อ กั บ ผู้ อื่ น และใช้ เ ป็ น เครื่ อ งมื อ ในการประกอบอาชี พ เลี้ ย งตนเองและครอบครั ว เพื่ อ ไม่ ใ ห้ เ ป็ น ภาระต่ อ ผู้ อื่ น นอกจากนี้ การศึ ก ษาในระบบ ระดั บ อุ ด มศึ ก ษาที่ สู ง ขึ้ น ไป ผู้ เรี ย นส่ ว นใหญ่ จะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตัวผู้เรียนเองเป็นสำคัญ เช่น ใช้เป็นเครื่องมือใน การประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพการงาน พัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนพัฒนา สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education) ความหมาย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้ให้คำนิยามการศึกษาในระบบไว้ในหมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา 15 (2) ดังนี้ :- “... การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนด จุ ด มุ่ ง หมาย รู ป แบบ วิ ธี ก ารจั ด การศึ ก ษา ระยะเวลาของการศึ ก ษา การวั ด และประเมิ น ผล ซึ่ ง เป็ น เงื่ อ นไขสำคั ญ ของการสำเร็ จ การศึ ก ษา โดยเนื้ อ หา และหลั ก สู ต รจะต้ อ งมี ค วามเหมาะสม และสอดคล้ อ งกั บ สภาพปั ญ หาและ ความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม ...” (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2), 2545) การศึกษานอกระบบ ตามมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ได้ให้ความหมายไว้ ดังนี้ :- 10-030(001-110)P3.indd 5 1/6/11 6:05:17 PM
  • 6.
    การศึกษาตามอัธยาศัย “... การศึ ก ษานอกระบบ หมายความว่ า กิ จ กรรมการศึ ก ษาที่ มี ก ลุ่ ม เป้ า หมายผู้ รั บ บริ ก ารและวั ต ถุ ป ระสงค์ ข องการเรี ย นรู้ ที่ ชั ด เจน มี รู ป แบบ มีหลักสูตร วิธีการจัด และระยะเวลาเรียนที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพ ความต้องการ และศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย มีวิธีการวัดผลและ ประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับ ผลการเรี ย นรู้ ...” (พ.ร.บ. ส่ ง เสริ ม การศึ ก ษานอกระบบและการศึ ก ษาตาม อัธยาศัย, 2551) ฟิลิป เอช คูมส์ กล่าวว่า “... การศึกษานอก (ระบบ) โรงเรียน หมายถึง กิจกรรมการศึกษาที่จัดขึ้นนอกระบบการศึกษาภาคปกติ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม ที่ จั ด ขึ้ น ต่ า งหากหรื อ จั ด เป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของกิ จ กรรมใหญ่ อื่ น ๆ เป็ น กิ จ กรรม ที่ มุ่ ง ให้ บ ริ ก ารกลุ่ ม ผู้ เรี ย นที่ ก ำหนดเป็ น เป้ า หมายและอย่ า งมี ค วามมุ่ ง หมาย ตัวอย่างเช่น สถานเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน (ยกเว้น โรงเรียนอนุบาล) โรงเรียน ที่มุ่งให้โอกาส (Second Chance) แก่ผู้ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาเมื่ออยู่ใน วัยที่ควรได้รับการศึกษา หรือต้องออกจากโรงเรียนก่อนกำหนด โรงเรียนผู้ใหญ่ กิจการลูกเสือ อนุกาชาด ยุวกสิกร กลุ่มสนใจดนตรี การฝึกฝนอาชีพ กลุ่มกสิกร ฯลฯ เป็นต้น ...” ( Philip H. Coombs, 1973) เดวิด ไคล์น และโทมัส บี คีน ได้ให้คำจำกัดความการศึกษานอก (ระบบ) โรงเรี ย นไว้ ว่ า “... การศึ ก ษานอกโรงเรี ย นเหมื อ นกั บ การศึ ก ษาที่ เรี ย กว่ า การศึ ก ษานอกระบบ การศึ ก ษาผู้ ใ หญ่ การศึ ก ษาตลอดชี วิ ต การศึ ก ษาแบบ เบ็ ด เสร็ จ เป็ น คำที่ ห มายถึ ง ชนิ ด ของการศึ ก ษาที่ พั ฒ นาขึ้ น มาเพื่ อ เป็ น ทาง เลื อ ก หรื อ เสริ ม การศึ ก ษาในระบบโรงเรี ย น เป็ น การศึ ก ษาที่ จั ด ขึ้ น เพื่ อ ช่ ว ย ปิดช่องว่างของประชากรจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้ารับบริการจากการศึกษาใน ระบบโรงเรี ย นได้ อ ย่ า งทั่ ว ถึ ง เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ การศึ ก ษาในระบบโรงเรี ย น 10-030(001-110)P3.indd 6 1/6/11 6:05:17 PM
  • 7.
    บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก แล้ว การศึกษานอก (ระบบ) โรงเรียน เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นได้มาก กว่า ...” (David Kline and Thomas B. Keehn, 1971) กล่าวโดยสรุป ความหมายของ การศึกษานอกระบบ การศึกษานอก โรงเรียน หรือการศึกษาอรูปนัยก็เรียก หมายถึง การศึกษาที่จัดให้กับบุคคลกลุ่ม เป้าหมายผู้อยู่นอกโรงเรียน นอกสถานศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท ทั้งที่จัดโดย ภาครัฐและเอกชน เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการจัดมากกว่าการศึกษา ในระบบ สถานที่เรียนไม่คงที่แม้จะมีหลักสูตรเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ก็มีความ หลากหลาย ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของผู้เรียนได้หลากหลาย เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมของผู้เรียนมา ต่อยอดให้สูงขึ้น มีการวัดประเมินผลที่มุ่งเน้นการปฏิบัติได้จริง ใช้วิธีการประเมิน ผลที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียนเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตามหลักสูตรในระบบโรงเรียนได้ เมื่อเรียนจบหลักสูตร แล้วอาจจะแจกประกาศนียบัตร วุฒิบัตร เกียรติบัตร หรือปริญญาบัตร หรือไม่ ก็ได้ กล่าวได้ว่าการศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น หลาก หลาย ตั้งแต่สถานที่เรียน หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดประเมินผล และการรับรองความรู้ เป็นการศึกษาที่เหมาะสมกับผู้มีความรู้และประสบการณ์ จากการประกอบอาชีพ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพและ ความรู้ความสามารถให้สูงขึ้นทันต่อความเจริญก้าวหน้าและความเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกยุคปัจจุบัน ความสำคัญ การศึ ก ษานอกระบบเป็ น การศึ ก ษาที่ ช่ ว ยส่ ง เสริ ม เติ ม เต็ ม ความรู้ ใ ห้ แ ก่ 10-030(001-110)P3.indd 7 1/6/11 6:05:18 PM
  • 8.
    การศึกษาตามอัธยาศัย ผู้ด้อย พลาด ขาดโอกาสทางการศึกษาในระบบโรงเรียน และเป็นการเสริมสร้าง ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้แก่ผู้ต้องการพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ และพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองให้ก้าวหน้าทันต่อความเปลี่ยนแปลง ของสังคมและโลกยุคปัจจุบัน การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) ความหมาย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้ให้คำนิยามการศึกษาตลอดชีวิตไว้ในหมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา 15 (3) ดังนี้ :- “... การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศั ก ยภาพ ความพร้ อ ม และโอกาส โดยศึ ก ษาจากบุ ค คล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ ...” (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ, 2545) กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ให้ความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัย ไว้ว่า“... การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่ผู้เรียนเรียน รู้ได้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจาก ประสบการณ์ การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทักษะ ความบันเทิง และพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยมีลักษณะ สำคัญคือไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จำกัดอายุ ไม่มีการลงทะเบียน ไม่มีการสอบ ไม่มีการรับประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานศึกษาที่แน่นอน เรียน 10-030(001-110)P3.indd 8 1/6/11 6:05:18 PM
  • 9.
    บทที่ 1 ระบบการศึกษาที่โลกมีและเป็นที่รู้จัก ที่ไหนก็ได้สามารถเรียนได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นในทุกช่วงวัย ตลอดชีวิต ...” (กรมการศึกษานอกโรงเรียน, 2544) ในหนังสือคัมภีร์ กศน. ที่จัดทำโดยหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตลอดชีวิต สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้นิยามความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตามอัธยาศัยไว้ ดังนี้ :- “... การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) เป็นการศึกษาที่ เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความ พร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากประสบการณ์ การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลา เรี ย นที่ แ น่ น อน ไม่ จ ำกั ด อายุ ไม่ มี ก ารลงทะเบี ย น ไม่ มี ก ารสอบ ไม่ มี ก ารรั บ ประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานศึกษาที่แน่นอน เรียนที่ไหนก็ได้ สามารถเรียน ได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นในทุกช่วงวัยตลอดชีวิต การเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning) เป็นการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ โดยตั้ ง ใจ หรื อ ไม่ ตั้ ง ใจ ได้ รั บ ความรู้ อ ย่ า งไม่ รู้ ตั ว โดยผ่ า นสื่ อ ต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ สื่อบุคคล ฯลฯ สามารถนำความรู้นั้น ไปใช้ เช่น การดูละครทางโทรทัศน์เพื่อการผ่อนคลาย อ่านหนังสือ ดูรายการที่ให้ ความรู้ที่จัดขึ้นทางโทรทัศน์ ฟังข่าววิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ การท่องเที่ยวตาม สถานที่ ต่ า ง ๆ เป็ น ต้ น ผู้ เรี ย นเป็ น ผู้ ก ำหนดการเรี ย นรู้ ด้ ว ยตนเองนั บ ตั้ ง แต่ การเลือกที่จะเรียนรู้หรือไม่เรียน จะเรียนรู้เรื่องใดผู้เรียนเป็นผู้ประเมินผลการเรียน รู้ของตนเอง ...” (คัมภีร์ กศน., 2552) 10-030(001-110)P3.indd 9 1/6/11 6:05:18 PM
  • 10.
    10 การศึกษาตามอัธยาศัย มี นั ก การศึ ก ษาและท่ า นผู้ รู้ ไ ด้ อ ธิ บ ายความหมายของการศึ ก ษาตาม อั ธ ยาศั ย และการเรี ย นรู้ ต ามอั ธ ยาศั ย ไว้ แ ตกต่ า งกั น บ้ า งในรายละเอี ย ดแต่ ไ ม่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ ดังนี้ :- การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตาม ความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ การเรียนรู้ตามอัธยาศัย หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผู้เรียน ได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ความถนัด โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม ธรรมชาติ สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ (ทิศนา แขมมณี, 2552) การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตซึ่งเป็น การเรียนรู้จากประสบการณ์ เช่น จากการทำงาน บุคคล ครอบครัว ชุมชน และ จากแหล่ ง ความรู้ ต่ า ง ๆ เพื่ อ เพิ่ ม พู น ความรู้ ทั ก ษะ เพื่ อ ความบั น เทิ ง และ การพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของตนเอง การอบรมสั่ ง สอนให้ ป ระพฤติ ป ฏิ บั ติ ต าม ระเบียบประเพณี พิธีกรรม วัฒนธรรมทางสังคม การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ การอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ ไม่มี องค์กร ไม่มีระบบ และไม่จำกัดเวลา การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) เป็นกระบวนการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ซึ่งบุคคลสามารถแสวงหาและรับความรู้ ทักษะ เจตคติ ความเข้าใจ ที่ ก ระจ่ า งชั ด เกี่ ย วกั บ ประสบการณ์ ใ นชี วิ ต ประจำวั น และการแสดงออกต่ อ สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว (La Bell, 1892) 10-030(001-110)P3.indd 10 1/6/11 6:05:19 PM