หนวยการเรียนรู เรื่อง เพศพัฒนา
             กลุมสาระการเรียนรู       สุขศึกษาและพลศึกษา             วิชา     สุขศึกษา
              ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3                           เวลา      14      ชั่วโมง

1. สาระสําคัญ
          วัยรุนเปนชวงวัยที่มการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ดังนั้นการปฏิบัติตนเองใหสามารถดําเนิน
                                ี
ชีวิตในชวงวัยใหมีความสุข จึงมีความจําเปนตองพัฒนาทักษะที่สําคัญ ไดแก การเปลียนแปลงของวัยรุน
                                                                                    ่
การเรียนรูเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ ที่เกี่ยวของกับอนามัยแมและเด การวางแผนครอบครัว รวมทังเขาใจถึง
                                                                                                ้
ปญหา ผลกระทบ จากจากปจจัยที่มีผลกระทบตอการตังครรภ และสามารถวิเคราะหปจจัยเสี่ย อิทธิพลของ
                                                         ้
สื่อที่มีผลตอสุขภาพ และหลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกปญหาได และสามารถแกไขปญหาที่พบได
อยางมีสติและเหตุผล อันนําพาไปสูการดูแลสุขภาพกายที่ดีสงเสริมใหเปนผูมีคุณภาพชีวิตที่ดีขนตามลําดับ
                                                                                             ึ้

2. จุดประสงคการเรียนรู
    2.1 ดานความรู
                 1. อธิบายความรูเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุได
                                                            
                 2. ปฏิบัติตนเกียวกับอนามัยเจริญพันธุไดอยางถูกตอง
                                ่
                 3. วิเคราะหปจจัยเสี่ยงตางๆที่สงผลตอสุขภาพ
                 4. ยอมรับความแตกตางทางอารมณในแตละบุคคล
                 5. หลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกไขปญหาไดอยางถูกตอง
      2.2 ดานการอาน คิดวิเคราะหและเขียน
                 1. คัดสรรสื่อเพื่อหาขอมูล
                 2. จับประเด็น
                 3. สรุป แสดงความคิดเห็น
    2.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค
                 - มีวินย ั
                 - ใฝเรียนรู

3. สาระการเรียนรู
               * อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมที่มีตอการเปลี่ยนแปลงของวัยรุน
               * องคประกอบของอนามัยเจริญพันธุ
                       - อนามัยแมและเด็ก - การวางแผนครอบครัว
* ปจจัยที่มีผลกระทบตอการตั้งครรภ
                         - แอลกอฮอล , สารเสพติด , บุหรี่ , สภาพแวดลอม , การติดเชื้อ , โรคที่เกิดจาก
ภาวะการตั้งครรภ

4. กระบวนการจัดการเรียนรู
          กระบวนการแสวงหาความรูเชิงรุกแบบสรางสรรค
                   1.สรางมโนทัศนของตนเอง
                   2. เชื่อมโยงประสบการณเดิมกับขอมูลใหม
                   3. สรุปองคความรูดวยตนเอง
                   4. สะทอนความคิดกับบุคคลอื่น
                   5. ปรับเปลี่ยนความคิดใหม
                   6. รวบรวมขอมูลและสังเคราะหความรู
                   7. นําเสนอความรู
5. วิธีดําเนินกิจกรรม
          ชั่วโมงเรียนที่ 1-2
                   1. ครูวิเคราะหนักเรียนโดยใชแบบวิเคราะหพฤติกรรมลีลาการเรียนรูตามบุคลิกภาพของ
นักเรียน
                   2. ทดสอบนักเรียนกอนเรียน หนวยการเรียนรู เรื่องสวนตัว
                   3. สนทนากับนักเรียนในชันเรียนถึงการเปลี่ยนแปลของวัยรุนที่มีอิทธิพลจากสังคม โดยมี
                                             ้
รายละเอียดดังนี้
                                อารมณและความเครียด
                                อนามัยเจริญพันธุ
                                การใชความรุนแรง
                                การเผชิญปญหากับแนวทางการแกไข
                   4. นักเรียนในชันรวมกันวิเคราะหขอมูลที่คุยกันในชั้นเรียน
                                     ้
                   5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปถึงแนวทางในการปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับวัย

        ชั่วโมงเรียนที่ 3
                 1. ครูแบงกลุมนักเรียน ออกเปนกลุมๆละ 3 คน
                 2. ครูและนักเรียนรวมกันแยกแยะเนื้อหาความรูที่ไดเรียนในชั่วโมงเรียน
ที่ผานมา โดยมีกรอบเนื้อหาดังนี้
                            การปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับวัย
อนามัยเจริญพันธุ
                            อารมณและความเครียด
                            การใชความรุนแรง
                            การเผชิญปญหากับแนวทางการแกไข
                    3. มอบหมายงานใหนักเรียนคนหาเนื้อหาตามที่ตนเองไดรบที่หองสมุดโรงเรียน
                                                                       ั
 กลุมละ 1 เรื่อง
                    4. อธิบายวิธีการคนควา หาความรูจากหนังสือในหองสมุดโรงเรียน

                    5. นัดหมายการทําโครงงาน วิธีการนําเสนอ และการสงงานกับนักเรียน

        ชั่วโมงเรียนที่ 4-6
                 1. นักเรียนคนควางานที่ไดรับมอบหมายที่หองปฏิบัติการคอมพิวเตอร โดยภายในกลุม
ดําเนินการแบงเนื้อหาภายในกลุมใหทกคนมีหนาที่คนควาและรวบรวมขอมูลเปนของตนเอง
                                     ุ
                 2. นักเรียนในกลุมนําขอมูลที่ไดรับมอบหมายมาสนทนาแลกเปลี่ยนภายในกลุม
ของตนเอง
                 3. นักเรียนในกลุมรวมกันสรุปถึงเนื้อหาที่จะนําไปจัดทําเปนขอมูลในการบรรยาย
สรุปใหเพื่อนในชั้นเรียนฟง

         ชั่วโมงเรียนที่ 7-8
                  1. นักเรียนนําขอมูลที่ไดจากการคนควาในหองสมุดโรงเรียนและหองปฏิบัติการ
คอมพิวเตอรมารวมกันพิจารณาแยกแยะองคประกอบของขอมูลที่ไดสรุปไวเมื่อชั่วโมงเรียนที่ผานมา
                  2. นักเรียนในกลุมรวมกันหาเหตุของการเกิดประเด็นความรูที่นักเรียนไดศึกษา เพื่อเปน
แนวทางในการบรรยายใหเพื่อนๆในชั้นทราบถึงที่มาของเนื้อหาที่นกเรียนนําเสนอ
                                                                 ั
                  3. นักเรียนในกลุมรวมกันสรุปถึงเหตุและเนื้อหาที่จะนําเสนอในรูปแบบโครงงานตอ
เพื่อนรวมชั้นเรียน

        ชั่วโมงเรียนที่ 9-11
                  1. นํานักเรียนเขาศึกษาคนควาที่หองสมุดโรงเรียนและหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร เพื่อ
การเก็บเนื้อหาเพิ่มเติม
                  2. นักเรียนในกลุมชวยกันสังเคราะหขอมูลทั้งหมดที่รวบรวมได
                  3. นักเรียนสรุปเนื้อหาทั้งหมดพรอมทั้งเตรียมขอมูลในการนําเสนอผลงานรูปแบบ
โครงงานตอเพื่อนในชันเรียน และนําผลงานสงครู
                        ้
ชั่วโมงเรียนที่ 12-14
                1. นักเรียนทุกกลุมนําเสนอโครงงานของตนเอง พรอมทั้งเปดโอกาสใหเพื่อนๆและครู
ซักถามขอสงสัย
                2. นักเรียนในชั้นเรียนรวมกันสรุปถึงเนื้อหาสาระ และผลงานที่เพื่อนๆนําเสนอพรอมทั้ง
ลงความคิดเห็นถึงกลุมที่ทํางานไดดีที่สุด
                3. ครูชมเชยกลุมที่เพื่อนๆยกยองและใหกาลังใจทุกคนในการทํางานรวมกัน
                                                         ํ
                4. ทดสอบหลังเรียน พรอมทั้งเฉลยคําตอบ

6. สื่อการเรียนรูและแหลงการเรียนรู
        สื่อการเรียนรู
               1. เอกสารชุดสงเสริมความรูดวยตนเอง เรื่อง อารมณและความเครียด
               2. ใบงาน เรื่อง อารมณและความเครียด
               3. บทความอาน คิดวิเคราะห และเขียน เรื่อง อารมณและความเครียด
               4. ความรูเรื่อง อนามัยเจริญพันธุ
               5. หนังสืออิเล็กทรอนิกส (E-book) เรื่องสวนตัว
               6. ชุดการเรียนรูแบบศูนยการเรียน เรื่องการวางแผนครอบครัว
                                   
               7. กรณีศึกษา เรือง ปญหากับความรุนแรง
                                 ่
               8. ใบงาน เรื่อง ทําอยางไรเมื่อเผชิญกับความรุนแรง
          แหลงการเรียนรู
               1. หองสมุดประจําโรงเรียน
               2. หองปฏิบัติการคอมพิวเตอร

7. แหลงคนควาเพิ่มเติม

               1.   หนังสือเรื่องปริศนา 100 คําถามรางกายของเรา
               2.   หนังสือเรื่องวิถีบาปของชายหญิง
               3.   หนังสือเรื่องผูชายครับ ผูหญิงคะ
               4.   หนังสือชุดรางกายสุดอัศจรรย – ชีวิต
               5.   หนังสือชุดรางกายสุดอัศจรรย – โครงสราง
               6.   หนังสือเรื่องนวดราชสํานัก
               7.   หนังสือกายภาพบําบัดเพื่อสุขภาพ
               8.   http://amkasorn.wordpress.com
8. การวัดผลประเมินผล

       1. วิธีการวัดผลประเมินผล

              1.1.   ประเมินทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเอง
                                                      
              1.2    ตรวจชิ้นงานโครงงานของนักเรียน
              1.3    ประเมินทักษะการอาน คิดวิเคราะห และเขียน
              1.5    สังเกตพฤติกรรมดานคุณลักษณะทีพึงประสงค
                                                    ่

       2. เครื่องมือการวัดผลประเมินผล

             2.1 แบบบันทึกทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเอง
                                                   
             2.2 แบบบันทึกคะแนนโครงงานนักเรียน
             2.3 แบบประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน
             2.4 แบบสังเกตพฤติกรรมดานคุณลักษณะทีพึงประสงค
                                                     ่

       3. เกณฑการวัดผลประเมินผล

              3.1 ทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเอง

                               ระดับ 1.   ขาดความสนใจในการคนควาความรู
                                     2.   คนควาความรูโดยอาศัยใหเพื่อนชวยเหลือ
                                     3.   คนควาความรูดวยตนเองอยางตั้งใจ
                                     4.   คนควาความรูอยางตั้งใจ มีความมุงมั่นอยางตอเนื่อง


              3.2 ผลงานนักเรียนในการจัดทําโครงงาน
                  3.2.1 สาระของโครงงาน
                             ระดับ 1. ชื่อขาดความสัมพันธกับเนื้อหาใชคําถามไดคอนขางดีและ
                                      ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบไดจากแหลงขอมูลที่อางอิง
                                                         ี
                                   2. ชื่อมีความสัมพันธกับเนือหาโดยสรางสรรคชวนใหติดตามใช
                                                              ้
                                      คําถามที่นาคนพบและนาสนใจ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบ
                                                                                       ี
                                      ไดจากแหลงขอมูลที่เหมาะสม
3. ชื่อมีความสัมพันธกับเนือหาโดยสรางสรรคชวนใหติดตามใช
                                                  ้
                          คําถามที่นาคนพบและนาสนใจ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบ
                                                                           ี
                         ไดจากแหลงขอมูลที่เหมาะสมทําใหโครงงานนั้นเปน
                         โครงงานที่สรางสรรค
                       4. ชื่อมีความสัมพันธกับเนือหาโดยสรางสรรคชวนใหติดตามใช
                                                    ้
                          คําถามที่นาคนพบและนาสนใจ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบ
                                                                         ี
                         ไดจากแหลงขอมูลที่เหมาะสมทําใหโครงงานนั้นเปน
                         โครงงานที่สรางสรรคเปนแบบอยางไดดี

    3.2.2 วิธีการนําเสนอผลงาน
                ระดับ 1. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวคอนขางนอยและขาดความ
                           พรอมในการนําเสนอมีรูปแบบและวิธีการนําเสนอที่พอใช
                        2. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวและมีความพรอมในการ
                           นําเสนอคอนขางดีมีรูปแบบและวิธีการนําเสนอที่แสดงถึง
                           ความมั่นใจพูดจาชัดเจนฉาดฉานเฉพาะหนาได
                        3. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวและมีความพรอมในการ
                           นําเสนอมีรูปแบบและวิธการนําเสนอทีแสดงถึงความมั่นใจ
                                                  ี           ่
                           พูดจาชัดเจนฉาดฉานมีปฏิภาณไหวพริบดีสามารถแกปญหา
                            เฉพาะหนาได
                        4. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวและมีความพรอมในการ
                           นําเสนอมีรูปแบบและวิธการนําเสนอทีแสดงถึงความมั่นใจ
                                                    ี           ่
                           พูดจาชัดเจนฉาดฉานมีปฏิภาณไหวพริบดีสามารถแกปญหา
                            เฉพาะหนาไดเปนอยางดี

3.4 การอาน คิดวิเคราะห และเขียน
               ระดับ 1. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดไมชัดเจน
                       2. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดไมชัดเจน
                          แตมีแนวโนมที่ดี
                       3. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดชัดเจน
                          แตยังขาดความสมบูรณของเนื้อหา
                       4. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดชัดเจน
                          เนื้อหามีความสมบูรณ
3.4 คุณลักษณะที่พึงประสงค

   3.4.1 มีวินัย ตรงตอเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตาง และรับผิดชอบในการทํางาน
             ระดับ 1. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ
                           ตรงตอเวลา อยูในเกณฑปรับปรุง
                        2. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ
                           ตรงตอเวลาอยูในเกณฑพอใช
                        3. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ
                           ตรงตอเวลาอยูในเกณฑดี
                        4. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ
                           ตรงตอเวลาอยูในเกณฑดีมาก

   3.4.2 ใฝเรียนรู
                ระดับ 1.   ไมตั้งใจเรียน
                      2.   ตั้งใจ และเอาใจใสใน การเรียน
                      3.   ตั้งใจเรียน เอาใจใส และมีความเพียรพยายามในการเรียน
                      4.   ตั้งใจเรียน เอาใจใส และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู
                           และเขารวมกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู
1. ผลการจัดการเรียนรูตามจุดประสงคการเรียนรู
 ผลสําเร็จหลังการสอน              ปญหา/อุปสรรค                     แนวทางแกไข




2. ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค
 ผลสําเร็จหลังการสอน           ปญหา/อุปสรรค                        แนวทางแกไข




3. ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน
 ผลสําเร็จหลังการสอน             ปญหา/อุปสรรค                      แนวทางแกไข




4. ผลสําเร็จหลังการแกไข
    ดานความรู             ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค       ดานอานคิดวิเคราะหและเขียน




                                                    นางทัศนีย ไชยเจริญ
                                                    ครูประจําวิชาสุขศึกษา

หน่วยการเรียนรู้เรื่อง เพศพัฒนา

  • 1.
    หนวยการเรียนรู เรื่อง เพศพัฒนา กลุมสาระการเรียนรู สุขศึกษาและพลศึกษา วิชา สุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 14 ชั่วโมง 1. สาระสําคัญ วัยรุนเปนชวงวัยที่มการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ดังนั้นการปฏิบัติตนเองใหสามารถดําเนิน ี ชีวิตในชวงวัยใหมีความสุข จึงมีความจําเปนตองพัฒนาทักษะที่สําคัญ ไดแก การเปลียนแปลงของวัยรุน ่ การเรียนรูเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ ที่เกี่ยวของกับอนามัยแมและเด การวางแผนครอบครัว รวมทังเขาใจถึง ้ ปญหา ผลกระทบ จากจากปจจัยที่มีผลกระทบตอการตังครรภ และสามารถวิเคราะหปจจัยเสี่ย อิทธิพลของ ้ สื่อที่มีผลตอสุขภาพ และหลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกปญหาได และสามารถแกไขปญหาที่พบได อยางมีสติและเหตุผล อันนําพาไปสูการดูแลสุขภาพกายที่ดีสงเสริมใหเปนผูมีคุณภาพชีวิตที่ดีขนตามลําดับ ึ้ 2. จุดประสงคการเรียนรู 2.1 ดานความรู 1. อธิบายความรูเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุได  2. ปฏิบัติตนเกียวกับอนามัยเจริญพันธุไดอยางถูกตอง ่ 3. วิเคราะหปจจัยเสี่ยงตางๆที่สงผลตอสุขภาพ 4. ยอมรับความแตกตางทางอารมณในแตละบุคคล 5. หลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกไขปญหาไดอยางถูกตอง 2.2 ดานการอาน คิดวิเคราะหและเขียน 1. คัดสรรสื่อเพื่อหาขอมูล 2. จับประเด็น 3. สรุป แสดงความคิดเห็น 2.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค - มีวินย ั - ใฝเรียนรู 3. สาระการเรียนรู * อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมที่มีตอการเปลี่ยนแปลงของวัยรุน * องคประกอบของอนามัยเจริญพันธุ - อนามัยแมและเด็ก - การวางแผนครอบครัว
  • 2.
    * ปจจัยที่มีผลกระทบตอการตั้งครรภ - แอลกอฮอล , สารเสพติด , บุหรี่ , สภาพแวดลอม , การติดเชื้อ , โรคที่เกิดจาก ภาวะการตั้งครรภ 4. กระบวนการจัดการเรียนรู กระบวนการแสวงหาความรูเชิงรุกแบบสรางสรรค 1.สรางมโนทัศนของตนเอง 2. เชื่อมโยงประสบการณเดิมกับขอมูลใหม 3. สรุปองคความรูดวยตนเอง 4. สะทอนความคิดกับบุคคลอื่น 5. ปรับเปลี่ยนความคิดใหม 6. รวบรวมขอมูลและสังเคราะหความรู 7. นําเสนอความรู 5. วิธีดําเนินกิจกรรม ชั่วโมงเรียนที่ 1-2 1. ครูวิเคราะหนักเรียนโดยใชแบบวิเคราะหพฤติกรรมลีลาการเรียนรูตามบุคลิกภาพของ นักเรียน 2. ทดสอบนักเรียนกอนเรียน หนวยการเรียนรู เรื่องสวนตัว 3. สนทนากับนักเรียนในชันเรียนถึงการเปลี่ยนแปลของวัยรุนที่มีอิทธิพลจากสังคม โดยมี ้ รายละเอียดดังนี้ อารมณและความเครียด อนามัยเจริญพันธุ การใชความรุนแรง การเผชิญปญหากับแนวทางการแกไข 4. นักเรียนในชันรวมกันวิเคราะหขอมูลที่คุยกันในชั้นเรียน ้ 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปถึงแนวทางในการปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับวัย ชั่วโมงเรียนที่ 3 1. ครูแบงกลุมนักเรียน ออกเปนกลุมๆละ 3 คน 2. ครูและนักเรียนรวมกันแยกแยะเนื้อหาความรูที่ไดเรียนในชั่วโมงเรียน ที่ผานมา โดยมีกรอบเนื้อหาดังนี้ การปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับวัย
  • 3.
    อนามัยเจริญพันธุ อารมณและความเครียด การใชความรุนแรง การเผชิญปญหากับแนวทางการแกไข 3. มอบหมายงานใหนักเรียนคนหาเนื้อหาตามที่ตนเองไดรบที่หองสมุดโรงเรียน ั กลุมละ 1 เรื่อง 4. อธิบายวิธีการคนควา หาความรูจากหนังสือในหองสมุดโรงเรียน 5. นัดหมายการทําโครงงาน วิธีการนําเสนอ และการสงงานกับนักเรียน ชั่วโมงเรียนที่ 4-6 1. นักเรียนคนควางานที่ไดรับมอบหมายที่หองปฏิบัติการคอมพิวเตอร โดยภายในกลุม ดําเนินการแบงเนื้อหาภายในกลุมใหทกคนมีหนาที่คนควาและรวบรวมขอมูลเปนของตนเอง ุ 2. นักเรียนในกลุมนําขอมูลที่ไดรับมอบหมายมาสนทนาแลกเปลี่ยนภายในกลุม ของตนเอง 3. นักเรียนในกลุมรวมกันสรุปถึงเนื้อหาที่จะนําไปจัดทําเปนขอมูลในการบรรยาย สรุปใหเพื่อนในชั้นเรียนฟง ชั่วโมงเรียนที่ 7-8 1. นักเรียนนําขอมูลที่ไดจากการคนควาในหองสมุดโรงเรียนและหองปฏิบัติการ คอมพิวเตอรมารวมกันพิจารณาแยกแยะองคประกอบของขอมูลที่ไดสรุปไวเมื่อชั่วโมงเรียนที่ผานมา 2. นักเรียนในกลุมรวมกันหาเหตุของการเกิดประเด็นความรูที่นักเรียนไดศึกษา เพื่อเปน แนวทางในการบรรยายใหเพื่อนๆในชั้นทราบถึงที่มาของเนื้อหาที่นกเรียนนําเสนอ ั 3. นักเรียนในกลุมรวมกันสรุปถึงเหตุและเนื้อหาที่จะนําเสนอในรูปแบบโครงงานตอ เพื่อนรวมชั้นเรียน ชั่วโมงเรียนที่ 9-11 1. นํานักเรียนเขาศึกษาคนควาที่หองสมุดโรงเรียนและหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร เพื่อ การเก็บเนื้อหาเพิ่มเติม 2. นักเรียนในกลุมชวยกันสังเคราะหขอมูลทั้งหมดที่รวบรวมได 3. นักเรียนสรุปเนื้อหาทั้งหมดพรอมทั้งเตรียมขอมูลในการนําเสนอผลงานรูปแบบ โครงงานตอเพื่อนในชันเรียน และนําผลงานสงครู ้
  • 4.
    ชั่วโมงเรียนที่ 12-14 1. นักเรียนทุกกลุมนําเสนอโครงงานของตนเอง พรอมทั้งเปดโอกาสใหเพื่อนๆและครู ซักถามขอสงสัย 2. นักเรียนในชั้นเรียนรวมกันสรุปถึงเนื้อหาสาระ และผลงานที่เพื่อนๆนําเสนอพรอมทั้ง ลงความคิดเห็นถึงกลุมที่ทํางานไดดีที่สุด 3. ครูชมเชยกลุมที่เพื่อนๆยกยองและใหกาลังใจทุกคนในการทํางานรวมกัน ํ 4. ทดสอบหลังเรียน พรอมทั้งเฉลยคําตอบ 6. สื่อการเรียนรูและแหลงการเรียนรู สื่อการเรียนรู 1. เอกสารชุดสงเสริมความรูดวยตนเอง เรื่อง อารมณและความเครียด 2. ใบงาน เรื่อง อารมณและความเครียด 3. บทความอาน คิดวิเคราะห และเขียน เรื่อง อารมณและความเครียด 4. ความรูเรื่อง อนามัยเจริญพันธุ 5. หนังสืออิเล็กทรอนิกส (E-book) เรื่องสวนตัว 6. ชุดการเรียนรูแบบศูนยการเรียน เรื่องการวางแผนครอบครัว  7. กรณีศึกษา เรือง ปญหากับความรุนแรง ่ 8. ใบงาน เรื่อง ทําอยางไรเมื่อเผชิญกับความรุนแรง แหลงการเรียนรู 1. หองสมุดประจําโรงเรียน 2. หองปฏิบัติการคอมพิวเตอร 7. แหลงคนควาเพิ่มเติม 1. หนังสือเรื่องปริศนา 100 คําถามรางกายของเรา 2. หนังสือเรื่องวิถีบาปของชายหญิง 3. หนังสือเรื่องผูชายครับ ผูหญิงคะ 4. หนังสือชุดรางกายสุดอัศจรรย – ชีวิต 5. หนังสือชุดรางกายสุดอัศจรรย – โครงสราง 6. หนังสือเรื่องนวดราชสํานัก 7. หนังสือกายภาพบําบัดเพื่อสุขภาพ 8. http://amkasorn.wordpress.com
  • 5.
    8. การวัดผลประเมินผล 1. วิธีการวัดผลประเมินผล 1.1. ประเมินทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเอง  1.2 ตรวจชิ้นงานโครงงานของนักเรียน 1.3 ประเมินทักษะการอาน คิดวิเคราะห และเขียน 1.5 สังเกตพฤติกรรมดานคุณลักษณะทีพึงประสงค ่ 2. เครื่องมือการวัดผลประเมินผล 2.1 แบบบันทึกทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเอง  2.2 แบบบันทึกคะแนนโครงงานนักเรียน 2.3 แบบประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน 2.4 แบบสังเกตพฤติกรรมดานคุณลักษณะทีพึงประสงค ่ 3. เกณฑการวัดผลประเมินผล 3.1 ทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเอง ระดับ 1. ขาดความสนใจในการคนควาความรู 2. คนควาความรูโดยอาศัยใหเพื่อนชวยเหลือ 3. คนควาความรูดวยตนเองอยางตั้งใจ 4. คนควาความรูอยางตั้งใจ มีความมุงมั่นอยางตอเนื่อง 3.2 ผลงานนักเรียนในการจัดทําโครงงาน 3.2.1 สาระของโครงงาน ระดับ 1. ชื่อขาดความสัมพันธกับเนื้อหาใชคําถามไดคอนขางดีและ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบไดจากแหลงขอมูลที่อางอิง ี 2. ชื่อมีความสัมพันธกับเนือหาโดยสรางสรรคชวนใหติดตามใช ้ คําถามที่นาคนพบและนาสนใจ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบ ี ไดจากแหลงขอมูลที่เหมาะสม
  • 6.
    3. ชื่อมีความสัมพันธกับเนือหาโดยสรางสรรคชวนใหติดตามใช ้ คําถามที่นาคนพบและนาสนใจ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบ ี ไดจากแหลงขอมูลที่เหมาะสมทําใหโครงงานนั้นเปน โครงงานที่สรางสรรค 4. ชื่อมีความสัมพันธกับเนือหาโดยสรางสรรคชวนใหติดตามใช ้ คําถามที่นาคนพบและนาสนใจ ใชวิธีการศึกษาที่ดหาคําตอบ ี ไดจากแหลงขอมูลที่เหมาะสมทําใหโครงงานนั้นเปน โครงงานที่สรางสรรคเปนแบบอยางไดดี 3.2.2 วิธีการนําเสนอผลงาน ระดับ 1. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวคอนขางนอยและขาดความ พรอมในการนําเสนอมีรูปแบบและวิธีการนําเสนอที่พอใช 2. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวและมีความพรอมในการ นําเสนอคอนขางดีมีรูปแบบและวิธีการนําเสนอที่แสดงถึง ความมั่นใจพูดจาชัดเจนฉาดฉานเฉพาะหนาได 3. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวและมีความพรอมในการ นําเสนอมีรูปแบบและวิธการนําเสนอทีแสดงถึงความมั่นใจ ี ่ พูดจาชัดเจนฉาดฉานมีปฏิภาณไหวพริบดีสามารถแกปญหา เฉพาะหนาได 4. ผูนําเสนอผลงานมีการเตรียมตัวและมีความพรอมในการ นําเสนอมีรูปแบบและวิธการนําเสนอทีแสดงถึงความมั่นใจ ี ่ พูดจาชัดเจนฉาดฉานมีปฏิภาณไหวพริบดีสามารถแกปญหา เฉพาะหนาไดเปนอยางดี 3.4 การอาน คิดวิเคราะห และเขียน ระดับ 1. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดไมชัดเจน 2. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดไมชัดเจน แตมีแนวโนมที่ดี 3. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดชัดเจน แตยังขาดความสมบูรณของเนื้อหา 4. อธิบาย แยกแยะ ความสัมพันธเชื่อมโยงไดชัดเจน เนื้อหามีความสมบูรณ
  • 7.
    3.4 คุณลักษณะที่พึงประสงค 3.4.1 มีวินัย ตรงตอเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตาง และรับผิดชอบในการทํางาน ระดับ 1. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ ตรงตอเวลา อยูในเกณฑปรับปรุง 2. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ ตรงตอเวลาอยูในเกณฑพอใช 3. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ ตรงตอเวลาอยูในเกณฑดี 4. การปฏิบัติกิจกรรมตาง มีความรับผิดชอบในการทํางาน และ ตรงตอเวลาอยูในเกณฑดีมาก 3.4.2 ใฝเรียนรู ระดับ 1. ไมตั้งใจเรียน 2. ตั้งใจ และเอาใจใสใน การเรียน 3. ตั้งใจเรียน เอาใจใส และมีความเพียรพยายามในการเรียน 4. ตั้งใจเรียน เอาใจใส และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู และเขารวมกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ
  • 8.
    บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ผลการจัดการเรียนรูตามจุดประสงคการเรียนรู ผลสําเร็จหลังการสอน ปญหา/อุปสรรค แนวทางแกไข 2. ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ผลสําเร็จหลังการสอน ปญหา/อุปสรรค แนวทางแกไข 3. ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ผลสําเร็จหลังการสอน ปญหา/อุปสรรค แนวทางแกไข 4. ผลสําเร็จหลังการแกไข ดานความรู ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค ดานอานคิดวิเคราะหและเขียน นางทัศนีย ไชยเจริญ ครูประจําวิชาสุขศึกษา