การสรรค์สร้างอย่างมี             ความรูแห่งยุคดิจทล
                                          ้          ิ ั
 ผลิตภาพ (High                    (Digital age Literacy)
 Productivity)

                 ทักษะที่จาเป็ นสาหรับ
                     ศตวรรษที่ 21

การสื่อสารอย่างมี                    ทักษะการคิด
ประสิทธิภาพ                       (Inventive Thinking)
(Effective Communication)
ทักษะที่จาเป็ นสาหรับศตวรรษที่ 21
• ทักษะการคิด อย่ างมีวจารณญาณ
                       ิ
  และทักษะการแก้ ปัญหา                      ความเป็ นผูนา
                                                        ้
• ทักษะการคิดเชิงสรรค์ สร้ างนวัตกรรม       คุณธรรม จริยธรรม
                                             ความโปร่งใส
• ทักษะในการสื่ อสาร
                                           


                                            ปรับตัวได้ดี
• ทักษะในการทางานแบบร่ วมมือ                สรรค์สร้างงานอย่างมี
• ทักษะในการใช้ เทคโนโลยี และ               คุณภาพ
  การจัดการสารสนเทศ                         มีมนุษย์สมพันธ์
                                                      ั
 แก้ปัญหา ค้นคว้า นาเสนอ สื่อสาร พัฒนาตนเอง มีเปาหมาย
                                                 ้
                                             รับผิดชอบต่อส่วนรวม
• ทักษะชีวต
          ิ
                                           
การเรียนรู้ แบบโครงงาน

 เป็ นการเรี ยนรู้ที่ใช้เทคนิคหลากหลายรู ปแบบนามาผสมผสานกัน
  ได้แก่ กระบวนการกลุ่ม การฝึ กคิด การแก้ปัญหา การเน้น
  กระบวนการ การสอนแบบปริ ศนาความคิด และการสอนแบบ
  ร่ วมกันคิด
 เป็ นการเรี ยนรู ้ที่เชื่อมโยงหลักการพัฒนาการคิดของบลูม (Bloom)
  ทั้ง 6 ขั้น กล่าวคือ ความรู ้ความจา (Knowledge) ความเข้าใจ
  (Comprehension) การนาไปใช้ (Application) การวิเคราะห์
  (Analysis) การสังเคราะห์ (Synthesis) การประเมินค่า (Evaluation)
วัตถุประสงค์ ในการจัดการเรียนรู้
1.   เพือให้ ผ้ ูเรียนได้ ใช้ ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ของ
        ่
     ตนเองในการศึกษาค้ นคว้ าหาข้ อมูลจากแหล่ งเรียนรู้ ต่าง ๆ
2.   เพือให้ ผ้ ูเรียนเกิดพลังความอยากรู้ อยากเห็น
          ่
3.   เพือให้ ผ้ ูเรียนตัดสิ นใจว่ าจะทาอะไร กับใคร อย่ างไรและ
            ่
     เสริมสร้ างความมันใจให้ ผ้ ูเรียนเป็ นผู้ทมความรู้ ความ
                            ่                  ี่ ี
     ชานาญในเรื่องทีเ่ ขาต้ องการค้ นหาคาตอบ
4.   เพือให้ ผ้ ูเรียนได้ แสดงออกซึ่งความคิดสร้ างสรรค์
              ่
แนวคิดในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

 ผูเ้ รี ยนได้ศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบติกิจกรรมด้วยความสนใจ
                                        ั
 ผูเ้ รี ยนเรี ยนรู ้ตามความถนัดและความสามารถของตนเอง

 ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ หรื อกระบวนการอื่น ๆ ที่เป็ นระบบ

  เพื่อหาคาตอบภายใต้คาแนะนาของครู ผสอนหรื อผูเ้ ชี่ยวชาญ
                                          ู้
 สอนได้ทุกชั้น

 รายบุคคลหรื อรายกลุ่มก็ได้

 ในเวลาเรี ยนหรื อนอกเวลาเรี ยนก็ได้
คุณลักษณะของการเรียนรู้โดยผ่ านโครงงาน
 จัดทาหลักสู ตรบนประเด็นของปัญหาหรื อโครงงาน

 เน้ นสภาพแวดล้ อมทีกระตุ้นให้ เกิดโอกาสในการเรี ยนรู้
                     ่
อย่ างเต็มที่
 นักเรียนเข้ ามีส่วนร่ วมในฐานะเป็ น เจ้ าของโครงงาน

 ให้ นักเรียนเข้ ามีส่วนในการค้ นคว้ าแก้ ปัญหาและปฏิบัติ
ภาระงานทีมความหมายต่ างๆ
              ่ ี
 เกียวพันกับประเด็นที่เป็ นปัญหาทีเกิดขึนจริง
      ่                                ่ ้
 เชื่อมโยงเข้ ากับชีวตนอกห้ องเรียน
                        ิ
คุณลักษณะของการเรียนรู้ โดยผ่ านโครงงาน
เกิดรู ปแบบการเรียพัฒนาทักษะทีใช้ ในสั งคมโลกหลาย
                               ่
ทักษะเป็ นทักษะที่ นายจ้ างในปัจจุบันต้ องการ เช่ น
             ความสามารถในการทางานร่ วมกับผู้อน     ื่
             สามารถตัดสิ นใจอย่ างมีวจารณญาณ
                                        ิ
             มีความคิดริเริ่มสร้ างสรรค์
             สามารถแก้ ปัญหาทีซับซ้ อน
                                      ่
ความรู้ ทหลากหลาย
          ี่
 สามารถเข้ าถึงผู้เรี ยนได้ ทุกระดับ
คุณลักษณะของการเรียนรู้ โดยผ่ านโครงงาน
    ทักษะกระบวนการกลุ่ม
    ทักษะชี วต
              ิ
    ทักษะทางเทคโนโลยี
    ทักษะกระบวนการ
    ทักษะการบริหารจัดการด้ วยตนเอง
    ทัศนคติเชิ งบวก
แต่ ...ไม่ ใช่ ทุกหน่ วยการเรี ยนร้ ูทสามารถเป็ นหน่ วยการ
                                      ี่
เรี ยนร้ ูด้วยโครงงาน
กระบวนการในการจัดทาโครงงาน
กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิด
กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสื บเสาะแสวงหา
 ความรู ้
ประเภทของโครงงาน
1.   โครงงานประเภทสารวจ
2.   โครงงานประเภททดลอง
3.   โครงงานประเภทสิ่ งประดิษฐ์
4.   โครงงานประเภทสร้ างทฤษฎี
ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
1. เลือกหัวข้ อเรื่องหรือปัญหาทีจะศึกษา
                                ่
2. วางแผน
  - กาหนดจุดประสงค์
 - ตั้งสมมุตฐาน
            ิ
 - กาหนดวิธีการศึกษา
 3. ลงมือปฏิบัติ
 4. เขียนรายงาน
 5. นาเสนอผลงาน
1. เลือกเรื่อง/ปัญหาที่จะศึกษา
  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน                กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอน    ู้
                                    1. จัดกิจกรรมสารวจความสนใจ
1. สารวจความสนใจของตนเอง
                                      1.1 สารวจชุมชน
  1.1 สังเกต ศึกษาข้อมูล              1.2 ใช้คาถามกระตุนให้สนใจ
                                                           ้
  1.2 ติดตามข่าว เหตุการณ์            1.3 ใช้คาถามเชื่อมโยงเหตุการณ์
  1.3 เชื่อมโยงเรื่ องที่เรี ยน       1.4 ใช้สื่อต่าง ๆ
                                      1.5 ช่วยเหลือนักเรี ยนเลือกเรื่ อง/ปัญหา
  1.4 เชื่อมโยงโดยใช้ web               เพื่อทาเป็ นโครงงาน
     หรื อแผนภาพความคิด               1.6 ร่ วมกับนักเรี ยนกาหนดเรื่ อง/ปัญหา
                                        ทา web ทา mind map

        ผลที่ได้ รับ นักเรียนได้ รับเรื่อง/ปัญหาที่จะทาโครงงาน
2. การวางแผน (2.1 กาหนดจุดประสงค์ )
 กิจกรรมของผูเ้ รี ยน        กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอนู้
1. คิดทบทวน ไตร่ ตรอง       1. ใช้คาถามให้นกเรี ยนคิดถึงความ
                                            ั
   หาเหตุผลประกอบใน            ต้องการหรื อประเด็นที่ตองการ
                                                      ้
                               ศึกษา
   การตัดสิ นใจ
                            2. วิเคราะห์ความเป็ นไปได้ของ
2. เขียนสิ่ งที่ตนต้องการ      จุดประสงค์ แสดงความคิดเห็น
3. พูดคุยกับเพื่อน ๆ          ข้อเสนอแนะ ให้คิดอย่างรอบคอบ
   เพื่อให้เกิดความมันใจ
                      ่     3. ให้กาลังใจ
            ผลทีได้ รับ จุดประสงค์ ของโครงงาน
                ่
2. การวางแผน (2.2 การตั้งสมมุตฐาน)
                                        ิ

 กิจกรรมของผูเ้ รี ยน              กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอนู้
                                 1. ใช้คาถามกระตุนให้นกเรี ยนคาดเดา
                                                   ้     ั
1. พูดคุยกับเพื่อนเพื่อ
                                     คาตอบล่วงหน้าว่าน่าจะเป็ น
   กาหนดคาตอบล่วงหน้า                อย่างไร น่าจะมีผลอย่างไร
2. เลือกคาตอบที่เหมาะสม          2. วิเคราะห์ความเป็ นไปได้ ให้ความ
                                     คิดเห็น
3. เขียนสิ่ งที่คาดเดาไว้เพื่อ
                                 3. ถามย้าให้นกเรี ยนคิดอย่างรอบคอบ
                                               ั
   รอการพิสูจน์                      และมันใจในคาตอบที่คาดคะเน
                                           ่

                    ผลทีได้ รับ สมมุตฐาน
                        ่            ิ
2. การวางแผน (2.3 กาหนดวิธีการศึกษา)
  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน                   กิจกรรมสนับสนุ นของครู ผสอน  ู้
1. ร่ วมกับนักเรี ยนวางแผนโดย 1. กระตุน ส่ งเสริ ม ให้คาปรึ กษา
                                                   ้
                                             เกี่ยวกับ
  - หาวิธีการศึกษาเรื่ องนั้น ๆ
                                          - คิดวิธีการศึกษาที่หลากหลาย
  - เลือกวิธีการที่เหมาะสม                - เลือกการศึกษาที่สามารถทาได้
  - กาหนดขั้นตอน วิธีการ                  - เลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม
   ระยะเวลา แหล่งเรี ยนรู ้ และ - จัดทาเค้าโครงของโครงงาน
   วิธีการนาเสนอผลงาน                     - ช่วยประสานงานเพื่ออานวยความ
                                             สะดวกในการศึกษา
2. จัดทาเค้าโครงของโครงงาน
                      ผลที่ได้ รับ เค้ าโครงโครงงาน
3. การลงมือปฏิบัติ
     กิจกรรมของผูเ้ รี ยน              กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอน
                                                                ู้
   1. ลงมือปฏิบติตามขั้นตอนที่
                  ั                  1. สังเกต จดบันทึกพฤติกรรมนักเรี ยน
                                     2. ให้ความช่วยเหลือ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อ
      กาหนด                              ต้องการ
   2. บันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน         3. แนะนาแหล่งเรี ยนรู ้เพิมเติม
                                                               ่
   3. ปรึ กษากับเพื่อนและครู เพื่อ   4. จัดเวทีเพื่อการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู้เป็ น
                                         ระยะ
      แลกเปลี่ยนเรี ยนรู้
                                     5. ให้แรงเสริ ม กาลังใจ
   4. ร่ วมกันสรุ ปผลการปฏิบติตาม
                              ั      6. อานวยความสะดวกต่าง ๆ แก่ผเู ้ รี ยน
      โครงงาน
ผลที่ได้ รับ กระบวนการ และผลงานที่ได้ จากการศึกษาแต่ ละขั้นตอน
4. การเขียนรายงาน
   กิจกรรมของผูเ้ รี ยน            กิจกรรมสนับสนุนของ
1. ศึกษารู ปแบบการเขียน              ครู ผสอน
                                          ู้
    รายงานหลาย ๆ รู ปแบบ          1. ให้คาปรึ กษาในการเลือก
2. เลือกรู ปแบบที่เหมาะสม            รู ปแบบการเขียนรายงาน
3. เขียนรายงานตามรู ปแบบ          2. แนะนา ติชมการเขียน
4. จัดทาเอกสารรู ปเล่ม               รายงาน



            ผลทีได้ รับ เอกสารรายงานทีเ่ ป็ นรู ปเล่ ม
                ่
5. การนาเสนอผลงาน
   กิจกรรมของผูเ้ รี ยน            กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอน    ู้
1. ศึกษาการนาเสนอที่หลากหลาย     1. ให้คาปรึ กษาในการเลือกวิธีการ
2. เลือกวิธีการที่เหมาะสม            นาเสนอ
3. เตรี ยมการนาเสนอผลที่ได้จาก   2. จัดบรรยากาศ/เวทีการนาเสนอ
    การทาโครงงาน คือ             3. ประเมินผลการทาโครงงาน
   - กระบวนการศึกษา              4. ส่ งผลงานของผูเ้ รี ยนเข้าร่ วมแสดง/
   - ผลที่ได้จากการศึกษา             ประกวด


              ผลทีได้ รับ รู ปแบบการนาเสนอผลงาน
                  ่
การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน
 ICT Integration in Project-base Learning

- ครู ใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ ICT
   -
- ส่ งเสริมให้ ผู้เรียนรู้ จกสื บค้ นวิทยาการใหม่ ๆ จากอินเทอร์ เน็ต,
                            ั
  E-book, E-Library
- ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดระบบข้ อมูลและเผยแพร่ ความรู้
- พัฒนาเครือข่ ายการเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ ด้วย ICT
สมรรถนะของผู้เรียนจากการเรียนรู้ แบบโครงงาน
1.   ความสามารถในการสื่อสาร
2.   ความสามารถในการคิด
3.   ความสามารถในการแก้ปัญหา
4.   ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวต
                                ิ
5.   ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี
ICT

I  – Information   ข่ าวสาร
 C – Communication การสื่ อสาร

 T – Technology  เทคโนโลยี
มัธยมศึกษาตอนปลาย: วิทยาศาสตร์

เปาหมาย
   ้
เข้าใจว่าฟิ สิ กส์เกี่ยวพันกับความต้องการของมนุษย์ได้อย่างไร
คาถามสร้ างพลังคิด

 เพียงเพราะเราทาได้ เราจึงสมควรทาอย่างนั้นหรื อ
โครงงาน นักเรี ยนทาการสื บค้นและให้น้ าหนักผลที่ได้จากการวิจย
                                                             ั
ฟิ สิ กส์ สมัยใหม่ในหัวข้อต่าง ๆ เช่ น plasma physics, fusion,
superconductivity, lasers, biophysics นักเรี ยนจะสวมบทบาทเป็ น
ผูเ้ ชี่ ยวชาญที่ จะนาเสนอข้อสรุ ปกับคณะกรรมการวุฒิสภา พิจารณา
ทัศนะต่างๆ เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ ยงหรื อประโยชน์จากการวิจยั
ขอบคุณค่ ะ

Pys3 pbl

  • 2.
    การสรรค์สร้างอย่างมี ความรูแห่งยุคดิจทล ้ ิ ั ผลิตภาพ (High (Digital age Literacy) Productivity) ทักษะที่จาเป็ นสาหรับ ศตวรรษที่ 21 การสื่อสารอย่างมี ทักษะการคิด ประสิทธิภาพ (Inventive Thinking) (Effective Communication)
  • 3.
    ทักษะที่จาเป็ นสาหรับศตวรรษที่ 21 •ทักษะการคิด อย่ างมีวจารณญาณ ิ และทักษะการแก้ ปัญหา  ความเป็ นผูนา ้ • ทักษะการคิดเชิงสรรค์ สร้ างนวัตกรรม  คุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส • ทักษะในการสื่ อสาร   ปรับตัวได้ดี • ทักษะในการทางานแบบร่ วมมือ  สรรค์สร้างงานอย่างมี • ทักษะในการใช้ เทคโนโลยี และ คุณภาพ การจัดการสารสนเทศ  มีมนุษย์สมพันธ์ ั แก้ปัญหา ค้นคว้า นาเสนอ สื่อสาร พัฒนาตนเอง มีเปาหมาย ้ รับผิดชอบต่อส่วนรวม • ทักษะชีวต ิ 
  • 4.
    การเรียนรู้ แบบโครงงาน  เป็นการเรี ยนรู้ที่ใช้เทคนิคหลากหลายรู ปแบบนามาผสมผสานกัน ได้แก่ กระบวนการกลุ่ม การฝึ กคิด การแก้ปัญหา การเน้น กระบวนการ การสอนแบบปริ ศนาความคิด และการสอนแบบ ร่ วมกันคิด  เป็ นการเรี ยนรู ้ที่เชื่อมโยงหลักการพัฒนาการคิดของบลูม (Bloom) ทั้ง 6 ขั้น กล่าวคือ ความรู ้ความจา (Knowledge) ความเข้าใจ (Comprehension) การนาไปใช้ (Application) การวิเคราะห์ (Analysis) การสังเคราะห์ (Synthesis) การประเมินค่า (Evaluation)
  • 5.
    วัตถุประสงค์ ในการจัดการเรียนรู้ 1. เพือให้ ผ้ ูเรียนได้ ใช้ ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ของ ่ ตนเองในการศึกษาค้ นคว้ าหาข้ อมูลจากแหล่ งเรียนรู้ ต่าง ๆ 2. เพือให้ ผ้ ูเรียนเกิดพลังความอยากรู้ อยากเห็น ่ 3. เพือให้ ผ้ ูเรียนตัดสิ นใจว่ าจะทาอะไร กับใคร อย่ างไรและ ่ เสริมสร้ างความมันใจให้ ผ้ ูเรียนเป็ นผู้ทมความรู้ ความ ่ ี่ ี ชานาญในเรื่องทีเ่ ขาต้ องการค้ นหาคาตอบ 4. เพือให้ ผ้ ูเรียนได้ แสดงออกซึ่งความคิดสร้ างสรรค์ ่
  • 6.
    แนวคิดในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  ผูเ้ รียนได้ศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบติกิจกรรมด้วยความสนใจ ั  ผูเ้ รี ยนเรี ยนรู ้ตามความถนัดและความสามารถของตนเอง  ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ หรื อกระบวนการอื่น ๆ ที่เป็ นระบบ เพื่อหาคาตอบภายใต้คาแนะนาของครู ผสอนหรื อผูเ้ ชี่ยวชาญ ู้  สอนได้ทุกชั้น  รายบุคคลหรื อรายกลุ่มก็ได้  ในเวลาเรี ยนหรื อนอกเวลาเรี ยนก็ได้
  • 7.
    คุณลักษณะของการเรียนรู้โดยผ่ านโครงงาน  จัดทาหลักสูตรบนประเด็นของปัญหาหรื อโครงงาน  เน้ นสภาพแวดล้ อมทีกระตุ้นให้ เกิดโอกาสในการเรี ยนรู้ ่ อย่ างเต็มที่  นักเรียนเข้ ามีส่วนร่ วมในฐานะเป็ น เจ้ าของโครงงาน  ให้ นักเรียนเข้ ามีส่วนในการค้ นคว้ าแก้ ปัญหาและปฏิบัติ ภาระงานทีมความหมายต่ างๆ ่ ี  เกียวพันกับประเด็นที่เป็ นปัญหาทีเกิดขึนจริง ่ ่ ้  เชื่อมโยงเข้ ากับชีวตนอกห้ องเรียน ิ
  • 8.
    คุณลักษณะของการเรียนรู้ โดยผ่ านโครงงาน เกิดรูปแบบการเรียพัฒนาทักษะทีใช้ ในสั งคมโลกหลาย ่ ทักษะเป็ นทักษะที่ นายจ้ างในปัจจุบันต้ องการ เช่ น ความสามารถในการทางานร่ วมกับผู้อน ื่ สามารถตัดสิ นใจอย่ างมีวจารณญาณ ิ มีความคิดริเริ่มสร้ างสรรค์ สามารถแก้ ปัญหาทีซับซ้ อน ่ ความรู้ ทหลากหลาย ี่  สามารถเข้ าถึงผู้เรี ยนได้ ทุกระดับ
  • 9.
    คุณลักษณะของการเรียนรู้ โดยผ่ านโครงงาน  ทักษะกระบวนการกลุ่ม  ทักษะชี วต ิ  ทักษะทางเทคโนโลยี  ทักษะกระบวนการ  ทักษะการบริหารจัดการด้ วยตนเอง  ทัศนคติเชิ งบวก แต่ ...ไม่ ใช่ ทุกหน่ วยการเรี ยนร้ ูทสามารถเป็ นหน่ วยการ ี่ เรี ยนร้ ูด้วยโครงงาน
  • 10.
  • 11.
    ประเภทของโครงงาน 1. โครงงานประเภทสารวจ 2. โครงงานประเภททดลอง 3. โครงงานประเภทสิ่ งประดิษฐ์ 4. โครงงานประเภทสร้ างทฤษฎี
  • 12.
    ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 1. เลือกหัวข้ อเรื่องหรือปัญหาทีจะศึกษา ่ 2. วางแผน - กาหนดจุดประสงค์ - ตั้งสมมุตฐาน ิ - กาหนดวิธีการศึกษา 3. ลงมือปฏิบัติ 4. เขียนรายงาน 5. นาเสนอผลงาน
  • 13.
    1. เลือกเรื่อง/ปัญหาที่จะศึกษา  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอน ู้ 1. จัดกิจกรรมสารวจความสนใจ 1. สารวจความสนใจของตนเอง 1.1 สารวจชุมชน 1.1 สังเกต ศึกษาข้อมูล 1.2 ใช้คาถามกระตุนให้สนใจ ้ 1.2 ติดตามข่าว เหตุการณ์ 1.3 ใช้คาถามเชื่อมโยงเหตุการณ์ 1.3 เชื่อมโยงเรื่ องที่เรี ยน 1.4 ใช้สื่อต่าง ๆ 1.5 ช่วยเหลือนักเรี ยนเลือกเรื่ อง/ปัญหา 1.4 เชื่อมโยงโดยใช้ web เพื่อทาเป็ นโครงงาน หรื อแผนภาพความคิด 1.6 ร่ วมกับนักเรี ยนกาหนดเรื่ อง/ปัญหา ทา web ทา mind map ผลที่ได้ รับ นักเรียนได้ รับเรื่อง/ปัญหาที่จะทาโครงงาน
  • 14.
    2. การวางแผน (2.1กาหนดจุดประสงค์ )  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอนู้ 1. คิดทบทวน ไตร่ ตรอง 1. ใช้คาถามให้นกเรี ยนคิดถึงความ ั หาเหตุผลประกอบใน ต้องการหรื อประเด็นที่ตองการ ้ ศึกษา การตัดสิ นใจ 2. วิเคราะห์ความเป็ นไปได้ของ 2. เขียนสิ่ งที่ตนต้องการ จุดประสงค์ แสดงความคิดเห็น 3. พูดคุยกับเพื่อน ๆ ข้อเสนอแนะ ให้คิดอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความมันใจ ่ 3. ให้กาลังใจ ผลทีได้ รับ จุดประสงค์ ของโครงงาน ่
  • 15.
    2. การวางแผน (2.2การตั้งสมมุตฐาน) ิ  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอนู้ 1. ใช้คาถามกระตุนให้นกเรี ยนคาดเดา ้ ั 1. พูดคุยกับเพื่อนเพื่อ คาตอบล่วงหน้าว่าน่าจะเป็ น กาหนดคาตอบล่วงหน้า อย่างไร น่าจะมีผลอย่างไร 2. เลือกคาตอบที่เหมาะสม 2. วิเคราะห์ความเป็ นไปได้ ให้ความ คิดเห็น 3. เขียนสิ่ งที่คาดเดาไว้เพื่อ 3. ถามย้าให้นกเรี ยนคิดอย่างรอบคอบ ั รอการพิสูจน์ และมันใจในคาตอบที่คาดคะเน ่ ผลทีได้ รับ สมมุตฐาน ่ ิ
  • 16.
    2. การวางแผน (2.3กาหนดวิธีการศึกษา)  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุ นของครู ผสอน ู้ 1. ร่ วมกับนักเรี ยนวางแผนโดย 1. กระตุน ส่ งเสริ ม ให้คาปรึ กษา ้ เกี่ยวกับ - หาวิธีการศึกษาเรื่ องนั้น ๆ - คิดวิธีการศึกษาที่หลากหลาย - เลือกวิธีการที่เหมาะสม - เลือกการศึกษาที่สามารถทาได้ - กาหนดขั้นตอน วิธีการ - เลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม ระยะเวลา แหล่งเรี ยนรู ้ และ - จัดทาเค้าโครงของโครงงาน วิธีการนาเสนอผลงาน - ช่วยประสานงานเพื่ออานวยความ สะดวกในการศึกษา 2. จัดทาเค้าโครงของโครงงาน ผลที่ได้ รับ เค้ าโครงโครงงาน
  • 17.
    3. การลงมือปฏิบัติ  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอน ู้ 1. ลงมือปฏิบติตามขั้นตอนที่ ั 1. สังเกต จดบันทึกพฤติกรรมนักเรี ยน 2. ให้ความช่วยเหลือ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อ กาหนด ต้องการ 2. บันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน 3. แนะนาแหล่งเรี ยนรู ้เพิมเติม ่ 3. ปรึ กษากับเพื่อนและครู เพื่อ 4. จัดเวทีเพื่อการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู้เป็ น ระยะ แลกเปลี่ยนเรี ยนรู้ 5. ให้แรงเสริ ม กาลังใจ 4. ร่ วมกันสรุ ปผลการปฏิบติตาม ั 6. อานวยความสะดวกต่าง ๆ แก่ผเู ้ รี ยน โครงงาน ผลที่ได้ รับ กระบวนการ และผลงานที่ได้ จากการศึกษาแต่ ละขั้นตอน
  • 18.
    4. การเขียนรายงาน  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุนของ 1. ศึกษารู ปแบบการเขียน ครู ผสอน ู้ รายงานหลาย ๆ รู ปแบบ 1. ให้คาปรึ กษาในการเลือก 2. เลือกรู ปแบบที่เหมาะสม รู ปแบบการเขียนรายงาน 3. เขียนรายงานตามรู ปแบบ 2. แนะนา ติชมการเขียน 4. จัดทาเอกสารรู ปเล่ม รายงาน ผลทีได้ รับ เอกสารรายงานทีเ่ ป็ นรู ปเล่ ม ่
  • 19.
    5. การนาเสนอผลงาน  กิจกรรมของผูเ้ รี ยน  กิจกรรมสนับสนุนของครู ผสอน ู้ 1. ศึกษาการนาเสนอที่หลากหลาย 1. ให้คาปรึ กษาในการเลือกวิธีการ 2. เลือกวิธีการที่เหมาะสม นาเสนอ 3. เตรี ยมการนาเสนอผลที่ได้จาก 2. จัดบรรยากาศ/เวทีการนาเสนอ การทาโครงงาน คือ 3. ประเมินผลการทาโครงงาน - กระบวนการศึกษา 4. ส่ งผลงานของผูเ้ รี ยนเข้าร่ วมแสดง/ - ผลที่ได้จากการศึกษา ประกวด ผลทีได้ รับ รู ปแบบการนาเสนอผลงาน ่
  • 20.
    การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน ICT Integration in Project-base Learning - ครู ใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ ICT - - ส่ งเสริมให้ ผู้เรียนรู้ จกสื บค้ นวิทยาการใหม่ ๆ จากอินเทอร์ เน็ต, ั E-book, E-Library - ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดระบบข้ อมูลและเผยแพร่ ความรู้ - พัฒนาเครือข่ ายการเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ ด้วย ICT
  • 21.
    สมรรถนะของผู้เรียนจากการเรียนรู้ แบบโครงงาน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวต ิ 5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี
  • 22.
    ICT I –Information ข่ าวสาร  C – Communication การสื่ อสาร  T – Technology เทคโนโลยี
  • 23.
    มัธยมศึกษาตอนปลาย: วิทยาศาสตร์ เปาหมาย ้ เข้าใจว่าฟิ สิ กส์เกี่ยวพันกับความต้องการของมนุษย์ได้อย่างไร คาถามสร้ างพลังคิด เพียงเพราะเราทาได้ เราจึงสมควรทาอย่างนั้นหรื อ โครงงาน นักเรี ยนทาการสื บค้นและให้น้ าหนักผลที่ได้จากการวิจย ั ฟิ สิ กส์ สมัยใหม่ในหัวข้อต่าง ๆ เช่ น plasma physics, fusion, superconductivity, lasers, biophysics นักเรี ยนจะสวมบทบาทเป็ น ผูเ้ ชี่ ยวชาญที่ จะนาเสนอข้อสรุ ปกับคณะกรรมการวุฒิสภา พิจารณา ทัศนะต่างๆ เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ ยงหรื อประโยชน์จากการวิจยั
  • 24.